† • The Eternal Destiny • †

ตอนที่ 8 : บทที่5 : ณ จัตุรัสเบอร์ริน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 เม.ย. 53


    บทที่ 5 - ณ จัตุรัสเบอร์ริน


    ณ น้ำพุอมิวเล็ทซึ่งตั้งอยู่หน้าโถงคริสตัลในโรงเรียนเบอร์โดเร่ เด็กสาวผมสีทองคนหนึ่งกำลังนั่งเลียซอฟท์ครีมอย่างสบายใจเพื่อรอเพื่อนสาวที่นัดกันไว้ว่าวันนี้จะไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นกัน แต่นี่ก็เลยเวลานัดมาครึ่งชั่วโมงแล้วฮินาโกะยังไม่เห็นวี่แววเพื่อนสาวของเธอเลยแม้แต่น้อย


    "ขะ ขอโทษที่มาสายค่ะ! พอดีฉันมีธุระด่วนนิดหน่อย"ซาซึโยะวิ่งหอบแฮ่กมาแต่ไกลแล้วกล่าวขอโทษ ในทีแรกฮินาโกะก็ตกใจเล็กน้อยที่จู่ๆเพื่อนสาก็โผล่มา แต่เพราะเห็นหน้าซ๊ดของเพื่อนเธอจึงขอให้ซาซึโยะนั่งพักให้หายเหนื่อยก่อน


    "จริงๆถ้าไม่ว่างล่ะก็ไม่ต้องฝืนมาก็ได้นะซัตจัง"ฮินาโกะกล่าวด้วยความรู้สึกผิดนิดหน่อยที่ต้องให้เพื่อนทิ้งธุระแล้วลำบากวิ่งมาถึงนี่


    "ไม่หรอกค่ะ ทางนั้นเข้าใจแล้วว่าฉันมีนัดสำคัญ เขาเลยจะรอจนกว่าฉันจะเสร็จน่ะค่ะ"ซาซึโยะยิ้มให้กับฮินาโกะอย่างดีใจและนั่นทำให้เด็กสาวพูดเกลี้ยกล่อมให้กลับไปทำะธุระต่อไม่ออก"งั้นไปกันเถอะค่ะ"


    "อื้อ"ฮินาโกะตอบตกลงและเดินออกจากรั้วโรงเรียนไป เมื่อออกจากรั้วโรงเรียนมาแล้วพวกเธอก็เดินข้ามไปถนนฝั่งตรงข้ามและเดินเลาะไปตามทางเรื่อยๆ จนกระทั่งมีทางเลี้ยว ทั้งสองเลี้ยวตามทางนั้นได้ไม่นานก็พบกับจัตุรัสเบอร์รินซึ่งตั้งอยู่บริเวณรอบนอกของโรงเรียน


    "มาทางนี้ก็ได้เหรอคะเนี่ย?"ซาซึโยะขมวดคิ้วแล้วพยายามจดจำเส้นทางที่ผานมาเมื่อครู่"ครั้งที่ผ่านๆมาพอข้ามถนนแล้วฉันเดินเลาะไปทางซ้ายตลอดเลยค่ะ แล้วทางนั้นก็อ้อมมากด้วยไม่นึกว่าจะมีอีกทางแถมยังใกล้กว่าอยู่นะคะ"


    "ทางนี้พี่พามาตอนชมโรงเรียนครั้งแรกน่ะ แล้วก็..จำได้แค่ทางเดียวด้วย"ฮินาโกะหัวเราะแห้งๆ"เพราะฉะนั้น..ฝากที่เหลือด้วยนะคะ"ฮินาโกะเอามือมาประกบกันข้างหน้าแล้วก้มกัวเล็กน้อยเพื่อขอร้อง ซาซึโยะหัวเราะกับทาทีนั้นแล้วกดมือฮินาโกะลง


    "ไม่มีปัญหาค่ะ สำหรับคนที่ยังไม่ค่อยชินทางคนที่ชินก็ต้องช่วยอยู่แล้วนี่คะ"ซาซึโยะยังคมยิ้มเหมือนเคย ฮินาโกะเองก็ยังคงปลื้มกับรอยยิ้มนั้น


    "ซัตจังเนี่ยเหมาะกับรอยยิ้มจริงๆน้า.."มือบางหยิบแผ่นกระดาษมาคลี่ออกแล้วอ่านทวนายการของที่อยู่ภายใน



    รายการอุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นต้องใช้ของนักเรียนชั้น ปีที่หนึ่ง

    1.หนังสือเรียน
    1.1 คณิตศาสตร์ ชั้นปีที่หนึ่ง
    1.2 ประวัติศาสตร์เบื้องต้น 9 ดินแดน
    1.3 เวทย์วารี เบื้องต้น
    1.4 เวทย์อัคคี เบื้องต้น
    1.5 เวทย์วายุ เบื้องต้น
    1.6 เวทย์รัตติกาล เบื้องต้น
    1.7 การเล่นหมากรุกเบื้องต้น
    1.8 ดนตรี เบื้องต้น (เล่ม 1-2)
    1.9 คหกรรม
 
    2.เครื่องแต่งตัว
    2.1 เครื่องแบบปกติ(ครบชุด) จากร้านตัดเสื้อ Reflectia
    2.2 เครื่องแบบปฏิบัติงานพิเศษ จากร้านตัดเสื้อ Reflectia
    2.3 ชุดพละ จากร้านตัดเสื้อ Reflectia
    2.5 สายรัดข้อมือตามสีที่แจ้งไว้ (2 ข้าง) จากร้านขายอุปกรณ์กีฬา Whistle
    2.5 ถุงเท้าสีขาว หรือ สีดำ (แล้วแต่บุคคล)
    2.6 รองเท้าพละ สีขาว (แล้วแต่บุคคล)
    2.7 กรณีรองเท้าทางโรงเรียนอนุญาติให้ใส่เลือกใส่ได้ตามสะดวก
    แต่ต้องมีสีสุภาพและไม่มีรูปร่างที่แหวกแนวเกินสมควร
 
    3.อุปกรณ์พิเศษ
    3.1 สื่อนำพลังเวทย์ (แล้วแต่บุคคล จะเป็นอะไรก็ได้ เช่น คทา หรือ อัญมณี)
    3.2 เครื่องเขียน
    3.3 สมุดเปล่า และปกหนังสือ(แล้วแต่บุคคล) จากร้านขายเครื่องเขียน Sketchbook
    3.4 กระเป๋าเรียน จากร้านขายอุปกรณ์กีฬา Whistle (แล้วแต่บุคคล โรงเรียนอนุญาติให้ใช้กระเป๋าตามสะดวกแต่ต้องมีสีที่สุภาพและดูเรียบร้อย)
 

    "ใกล้ตรงนี้ที่สุดก็คงเป็นร้านหนังสือล่ะค่ะ"ซาซึโยะทำท่าจะออกเดินนำแต่ก็โดนคว้าข้อมือไว้เสียก่อนและเมื่อหันไปหาตัวการก็พบว่าเจ้าของมือกำลังยิ้มกว้างอยู่


    "จับมือกันนะ..กลัวหลงอ่ะ"ว่าแล้วเจ้าตัวก็คว้ามือไปจับเสียเฉยๆ ตอนแรกซาซึโยะก็งงๆแต่เมื่อกันไปโดยรอบก็พบคลื่นมหาฝูงชนที่พร้อมจะซัตใส่ใครก็ได้ทุกเมื่อ


    "อ๊ะ วันนี้มีตลาดนัดนี่คะที่คนเยอะเพราะอย่างนั้นแน่ใจเลย"


    "งือ...ที่แน่ๆฉันไม่อยากหลง'อีกรอบ'แล้วล่ะ"ฮินาโกะเล่าให้ซาซึโยะฟังว่าครั้งแรกที่มาถึงที่นี่เธอทะเลาะกับพี่เรื่องเข้าโรงเรียนแล้วทิ้งให้เธอควาญหาทางกลับบ้านเองท่ามกลางจัตุรัสเบอร์รินซึ่งมีตรอกซอยอยู่นับไม่ถ้วนนี้


    "แล้วกลับยังไงล่ะคะ?"


    "เอ่อ..แบบว่า.."ฮินาโกะอึกอักเล็กน้อย"มะ มีคุณป้าเดินมาถามว่า 'หลงทางเหรอ?' แล้วพาไปส่งน่ะ.."ฮินาโกะหัวเราะกลบเกลื่อนส่วนซาซึโยะหัวเราะออกมาเบาๆเพราะการที่มีคนมาถามอย่างนั้นแสดงว่าต้องทำหน้าเอ๋อมากแน่ๆ


    "สวัสดีครับคุณหนูทั้งสอง"คุณลุงเจ้าของร้านหนังสือกล่าวทักทายอย่างเป็นมิตรเมื่อทั้งสองเข้าไปในร้าน ซาซึโยะจึงยื่นใบรายการหนังสือให้"โอ้! นักเรียนของเบอร์โดเร่นี่เอง ปี1ใช่มั้ย? รอเดี๋ยวนะ"ไม่นานหลังจากนั้นคุณลุงเจ้าของร้านก็ออกมาพร้อมหยังสือ 16 เล่มที่อยู่ในมือ แน่นอนว่า 16 เล่มนั้นมันโหดเอาเรื่อง แต่ด้วยร่างกายกำยำของลุงเขาทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กๆไปเลย


    "ขอบคุณค่ะคุณลุง"ทั้งสองจ่ายเงินและรับหนังสือมาไว้ในมือ จากนั้นซาซึโยะก็ใช้ลูกแก้วโพเลเลีย*เก็บหนังสือของตนเข้าไป


    *ลูกแก้วโพเลเลีย - ลูกแก้วที่ใช้เก็บของได้หลายกิโลกรัม(ขึนอย่กับ รุปร่าง ขนาด และราคา) โดยผู้ถือจะรู้สึกเหมือนถือลูกแก้วธรรมดาๆอยู่เท่านั้น


    "ฮินะจังถือไหวแน่เหรอคะ?" ซาซึโยะทำท่าจะเข้าไปประคองหนังสือแล้วเอามันเก็บเข้าลูกแก้วของเธอไปด้วยแต่ฮินาโกะยืนกรานปฏิเสธว่าจะถือเองแต่ไม่ทันไร พอเจ้าตัวออกนอกร้านเท่านั้นแหละก็สะดุดคานประตูปล่อนหนังสือทั้งหมด 8 เล่มลอยละลิ่งออกไป..และร่วงลงตามกฏฟิสิกส์กดัง โครม!!!!


    "ฮินะจัง/คาซึ!!"เสียงอุทานออกมาพร้อมกันจากด็กสาวผมดำกับเด็กหน่มผมทอง ทั้งสองรีบถลาเข้าไปดูอาการของเพื่อนตนโดยไม่สนอีกฝ่ายผู้เสียหายแม้แต่น้อย


    "ปะ เป็นอะไรไหมคะ! บาดเจ๊บตรงไหนหรือเปล่า!?"


    "อะ..อ้ายเองอาย..(ไม่เป็นไร) "ด้วยความมึนงงสับสนเล็กน้อยทำให้ฮินาโกะพูดออกมาไม่ค่อยจะเป็นภาษา พอซาซึโยะเห็นว่าเพื่อนไม่เป็นไรแล้วจึงหันไปหาผู้เคาระห์ร้ายรายใหญ่..แต่เมื่อเห็นหน้าเท่านั้นแหละ สองสาวก็ถึงกับร้องออกมาไม่เป็นภาษาดังลั่นสนั่นไปทั่วบริเวณ ทำเอาคนที่อยู่แถวๆนั้นกรูกันเข้ามาดูราวกับอุกกาบาตตกใส่กลางจัตุรัส


    โมริโตะ คาซึเนะ ผู้มีศักดิ์เป็นรัชทายาทแห่งดาโรเซีย! ส่วนคนข้างๆก็คือ  มาฮิโระ ฮิโรกิ ผู้เป็นเพื่นสริทพ่วงองค์รักษ์ประจำตัว นั่นเอง!


    ดวงอะไรมันจะซวยปานนั้น!!


    "ทำอะไรหา!?"คาซีเนะว้ากขึ้นมา นี่ถ้าเกิดเขาหลบไม่ทันมันจะเป็นยังไง?ของตายฝ้ายมบาลน่ะสิ!


    "ขะ ขอโทษค่า.."ฮินาโกะรีบก้มหัวขอโทษและเมื่อเงยหน้าขึ้นเธอก็พบว่าที่แขนซ้ายของเขามีของเหลวสีแดงเริ่มไหลรินออกมาพร้อมกัสายตาอึ้งๆของอีก 3 คน"ละ เลือด....เลือด!"ความรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวสมองส่งผลให้เด็กสาวผมทองกุมหัวของตัวเองอย่างเจ็บปวด


    ....เหมือนจะนึกอะไรออก เลือด...อะไรที่เกี่ยวกับเลือด...


    "ฮินะจัง....?"เมื่อซาซึโยะเอ่ยเรียกความเจ็บปวดทั้งหมดพลันหายวับไปอย่างรวดเร็ว เด็กสาวเงยหน้าขึ้นโดยที่ยังรู้สึกสับสันนิดหน่อยแล้วรีบตอบเพื่อนไปแบบยิ้มๆว่า


    "ไม่เป็นไรจ้ะ..แค่..รู้สึกปวดหัวนิดหน่อยน่ะ"เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนออกมาเช็ดเลือดให้แล่วร่ายเวทรักษาอ่อนๆ เด็กหนุ่มมองเด็กสาวที่ทำแผลให้ด้วยความเฉยชา แต่ดวงตาของเขากลับไม่ละสายตาจากเด็กสาวไปเลยแม้แต่น้อย


    มีบางอย่างแปลกไป..ไอเวทนี้ ความรู้สึกนี้..ต่างไปจากคนอื่น  หรือว่า!?


    เมื่อทำแผลสมานตัวกันเรียบร้อย เด็หนุ่มก็คว้าข้อมือเด็กสาวตรงหน้า


    "มานี่!"เขาออกแรกฉุดกระชากลากถูเด็กสาวอย่างเร่งรีบโดยไม่ทันได้ปฏิเสธหรือถามไถ่แต่อย่างใด เพื่อนของทั้งสองมองเด็กหนุ่มลากเด็กสาวไปในซอยเล็กๆก็หัวเราะกันออกมาเบาๆแล้วหันมามองหน้ากัน


    "ท่าทางคาซึจะถูกใจเพื่อนคุณนะครับ"ฮิโรกิยิ้มดังเช่นปกติ


    "อาจจะนะคะ"ซาซึโยะเองก็ยิ้มตอบ จากนั้นทั้งสองก็แนะนำตัวกันอีกครั้งและตกลงที่จะไปซื้อุปกรณ์ที่เหลือด้วยกัน เพราะดูเหมือนเพื่อนทั้งสองของทั้งเขาและเธอไม่ว่างจะไปด้วยเสียแล้ว


    ซาซึโยะและฮิโรกิช่วยกันเก็บหนังสือที่ร่วงอยู่เต็มพื้นของฮินาโกะและเก็บมันเข้าลูกแก้วโพเลเลียของซาซึโยะแล้วจึงออกเดินไปด้วยกันในที่สุด



    -------------------------------------



    "นี่! จะลากฉันไปไหนน่ะ ปล่อยฉันนะ ปล่อยยยย"ฮินาโกะพยายามสะบัดมือของคนตรงหน้าให้หลุดออกแต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อเขาบีบข้อมือแรงขึ้นและออกแรงดึงมากกว่าเดิม"เจ็บนะ! เบาๆหน่อยได้มั้ย!?"ฮินาโกะเริ่มเคืองนิดๆ จู่ๆเธอถูกลากออกจากเพื่อนเสียเฉยๆโดยไม่มีการบอกเหตุผลใดๆทั้งสิ้น ถ้าไม่ติดว่าคนข้างหน้าแรงเยอะกว่าล่ะก็ป่านนี้กระโดดถีบแลวเผ่นไปแล้วแหละ!


    ปึ้ก!


    "อุ...จะหยุดก็บอกกันมั่งเด้"ฮินาโกะลูบหน้าผากตนเองป้อยๆแล้วเงยหน้าสบตาเด็กหนุ่มที่เพิ่งหันกลับมา


    "เธอ..มีคทาใช่มั้ย?"เขาถามด้วยนำเสียเย็นเฉียบ   


    "คทา?..คทาอะไร"ฮินาโกะพยายามนึกๆอยู่ครู่หนึ่งก็คิดได้ว่า"อ๋อ!คทาแสงดาวใช่มะ เอ๊ะ ว่าแต่นายรู้ได้ไงเนี่ย"


    สิ่งที่เธอได้รับนั้นไม่ใช่คำตอบใดๆทั้งสิ้น แต่เป็นฝ่ามือขอคนตรงหน้าที่กำลังจะบอกว่า 'เอามาดูหน่อยเด๊ะ'


    เด็กสาวถอนหายใจยาว มือบางเอื้อมหยิบจี้รูปดาวที่อยุ่ในคอเสื้อออกมาจากนั้นจึงสังเหตุรอบจ้างว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้นแล้วจึงเอ่ยร่ายเวท


    "จงมอบพลังที่แท้จริงแก่ข้า ณ บัดนี้ ดาราจงส่องประกาย!!"พลันทันใดวารีใสสะอาดก็โพยพุ่งออกมาจากความว่างเปล่าพร้อมกับแสงเจิดจ้า เกิดสายลมกรรมโชกไปทั่วบริเวณก่อนที่วารีนั้นจะมาหลอมรวมกันกันกลายเป็นคทาสีชมพูอ่อนอยู่เบื้องหน้าเด็กสาว


    "ใช่จริงๆด้วย..ราโคเลียแห่งดวงดาว สเตลล่าร์"เด็กสาวขมวดคิ้วทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้นของเขา แต่ยังไม่ได้ถามอะไรเจ้าตัวก็หยิบลูกแก้วสีดสนิทออกมาจากกระเป๋ากางเกงของเขาแล้วเอ่ยร่ายเวท"ด้วยพันธสัญญา..จงปลดปล่อยมนตราสู้มือคู่นี้..จันทราจงทอแสง!!"


    พลันทันใดกระแสลมสีดำก็ได้ปรากฏขึ้นพร้อมกับความรุนแรงของลมที่มากกว่าของเด็กสาว ทำให้เธอเอ๋อไปชั่วขณะหนึ่ง กระแสลมค่อยๆลดความแรงลมและแตกกระจายเป็นวงหายไป ปรากฏให้เห็นสิ่งหนึ่งที่อยู่ตรงกลางนั้น


    "นะ นั่นมัน!!"ฮินาโกะร้องออกมาเมื่อเห็นดาบขนาดใหญ่และยาวพอสมควรขนาดที่เด็กหนุ่มพอจะถือได้ทั้งยังมีสัญลักษ์จันทราที่ดาบนั่นเช่นเดียวกับคทาของเธอที่มีสัญลักษณ์ดวงดาว"..อะไรอ่ะ?"


    ปั่ก!


    รัชทายาทแห่งดาโรเซียหัวโขกกำแพงด้วยสีหน้าเครียดจัด จากนั้นจึงนวดขมับตนเองเบาๆแล้วพยายามถามอย่างใจเย็นทั้งๆที่อารมณ์ภายในกำลังเดือดพล่านราวกับภูเขาไปที่กำลังจะปะทุ!!


    "ไม่รู้เรื่อง..เรอะ?"


    "แล้วเรื่องอะไรล่ะ?"ฮินาโกะเอ่ยฉงน แต่การกระทำนั้นกลับทำให้ภูเขาไฟยิ่งปะทุหนักกว่าเดิมอีกเท่าตัว!


    "ผู้พิทักษ์ของเธอไม่ได้บอกว่าราโคเลียมีสามคนเรอะ?"คาซึเนะพูดด้วยเสียงสั่นเครือจากการสะกดอารมณ์


    "อ๊ะ ใช่ๆ เหมือนว่าซาโร่จังจะเคยพูดไว้นะ เอ..เหมือนฉันจะเป็นดวงดาวอะไรเนี่ยแหละ"ท่าทีนึกออกของฮินาโกะทำให้คาซึเนะค่อยๆใจเย็นลงบ้างเพราะอย่างน้อยเธอเองก็รับรู้บ้างแต่ถ้าผลที่ได้มาเป็นไม่รู้เรื่องล่ะก็เขาคงตามไปเชือดไอ้ผู้พิทักษ์ที่ไม่ทำตามหน้าที่หลัก ตามด้วยจัดการยัยตัวดีที่ไม่คิดจะรู้เรื่องอะไรกับเขานี่ด้วยแน่นอน


    "เธอดวงดาว ฉันจันทรา.. ส่วนสุริยะเดี๋ยวก็รู้"    สิ้นเสียงคาซึเนอะก็เรียกดาบให้กลับไปอยู่ในสภาพเดิมและเดินกลับไปทางที่เดินเข้ามา แต่ก็ต้องชะงักกึกเมื่อมือบางรั้งแขนของเขาเอาไว้อย่างเหนียวแน่น


    "หมายความว่าไง!!"


    "อย่างที่พูด.."คาซึเนะแกะแขนของฮินาโกะออกแล้วออกเดินอีกรอบแต่เขาก็โดนฉุดไว้อีกเช่นกัน


    "นายดึงฉันมานี่นะ..เพราะงั้นต้องนำทางฉันด้วย!!"ฮินาโกะเรียกร้องสิทธิของตน แต่สิงที่ได้กลับมาคือเด็กหนุ่มที่ทำตาขวางใส่อย่างรำคาญนิดๆเป็นนัยว่า'ทำไมฉันต้องทำตามที่เธอบอกไม่ทราบ!' "ก็นายดึงฉันมาก่อนซื้อของครบนี่นา! ตอนนี้ซัตจังคงล่วงหน้าไปก่อนแล้วด้วย แล้วๆ ฉันก็เพิ่งย้ายมาใหม่เมื่อเร็วๆนี้เอง ก็เลย...แบบว่า ไม่รู้ทาง"ฮินาโกะยิ้มเหยกับประโยคสุดท้าย ได้ยินดังนั้นเด็กหนุ่มก็ถอนหายใจยาวและจำใจรับจ๊อบอย่างช่วยไม่ได้ เขาออกเดินนำหน้าฮินาโกะไปทางจัตุรัสแย่างเงียบๆ ฮินาโกะเองก็เดินตามไปโดยที่คิดว่า


    'หมอนี่ก็คนดีเหมือนกันแฮะ'



    ---------------------------------------



    จัตุรัสเบอร์รินยังคงมีคุนพลุกพล่านเช่นเคยแม้จะเป็นเวลาเที่ยงกว่าซึ่งเป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่เดินเข้าร้านอาหารไปกันหมดแล้ว ฮินาโกะเองก็ยังเดินตามคาซึเนะไปอย่างเงียบๆ กระทั่งเดินมาได้พักหนึ่งเขาก็หยุดและหันกลับมาถามฮินาโกะ


    "ขาดอะไร?"


    "ฮะ? อ๊ะ เดี๋ยวนะๆ"ฮินาโกะที่เดิมเหม่อไปตามทางและสังเกตุโดยรอบรีบควาญหารายชื่ออุปกรณ์เมื่อเจอปุ๊ปก็ถูกคว้าไปปั๊ปราวกับจะบอกว่า..'เธอไม่จำเป็นต้องพล่ามเพราะฉันขี้เกียจจะฟัง' ยังไงยังงั้น"เอ๊ะ เดี๋ยวนนะคุโรรินแล้วหนังสือที่ฉัน..เอ่อ อัดใส่นายนั่นน่ะไปไหนแล้วล่ะ?"


    "ฮิโระไม่ก็เพื่อนเธอเก็บไปแล้วมั้ง"


    มั้ง! ช่วยหาคำตอบที่มันดีกว่าดีๆได้มั้ย? หนังสือ 8 เล่ม มันเกือบห้าร้อยโคลว์*เชียวนะเฟ้ย! จะให้คุณพ่อมาเสียตังค์เพิ่มอีกได้ไง  ใครจะไปฟอมฟระ!!!


    *โคลว์ - หน่วยเงิน


    ฮินาโกะร้องโวยวายในใจอย่างอารมณ์เสียแต่ถ้าพูดออกไปจนเป็นอันทะเลาะกัน..เดี๋ยวจะกลับบ้านไม่ได้ ฉะนั้นกรุณาอย่าเสียจ้ะฮินาโกะจ๋า..


    ไม่นานคาซึเนะก็เดินมาหยุดที่ร้านตัดเสื้อ Reflectia เขายื่นใบรายการกลับไปให้ฮินาโกะ แล้วออกแรงดัน(จริงๆคือผลัก)เด็กสาวเข้าไปในร้านอย่างไร้เยื่อใย


    "ครึ่งชม.เท่านั้นห้ามขาดห้ามเกิน แล้วก็รู้ไว้ด้วยนี่ไม่ใช่คำของร้องแต่คือคำสั่ง!!"


    "ใครมันจะไปทันเล่า!"ฮินาโกะเผลอโวยแต่เมื่อเห็นท่านผู้นำทางทำท่าจะเดินหนีสาวเจาก็รีบร้องยอมแพ้ทันควัน"เข้าใจแล้ว! เพราะงั้นนายรออยู่นี่นะอย่าเพิ่งไปนะ น้าาา"


    "อีก 25 นาที"เด็กหนุ่มบอกเวลาที่เหลือให้เด็กสาวจึงต้องรีบวิ่งแจ้นเข้าไปวัดตัวในทันทีแน่นอนว่าทันเวลาแต่ฉิวเฉียด..ไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง


    ไอ้บ้า! ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวหลงเหมือนครั้งนั้นฉันไม่ทนอยู่กับนายหรอก


    ฮินาโกะยังคงโวยวายในใจ พร้อมกันนั้นก็หอบของพะรุงพะรังออกมาจากร้าน ไม่ว่าจะเป็นชุดเครื่องแบบ ชุดเครื่องแบบพิเศษ และชุดพละ โดยที่ผู้มีศักดิ์เป็น'ผู้ชาย'ไม่มีวี่แววว่าจะเดินเข้าม่วยสักนิด!


    ไอ้ที่ว่าเอ็งเป็นคนดีน่ะ ขอถอนคำพูด! เอาไห้มันถึงรากถึงโคนเลย!!! ถอนๆๆ ยากส์~~


    "ไม่ได้เอาลูกแก้วมารึไง?"คาซึเนะถามอย่างเบื่อหน่าย


    "ฉันไม่ได้รวยเหมือนนายนี่..(ตูไม่ได้รวยเหมือนมรึงนะคะ!!)"ฮินาโกะเบือนหน้าหนีไปรำพึงกับตนเองแต่ดูเหมือนคนตรงหน้าเธอจะหูดีเกินมนุษย์..ได้ยินชัดสองหูเลยว่ะค่ะ อะไรมันจะเทพปานนั้น..


    "มานี่"คาซึเนะดีดนิ้วดังเป๊าะ ของทั้งหมดในมือของเธอก็พลันหายวับไป ในทีแรกเธอแทบช็อกเพราะนึกว่าของหายไปจริงๆแต่เมื่อเหลือไปเห็นลูกแก้วในมือรัชทายาทบ้ากับท่าทีกลั้นหัวเราะสุดชีวิตนั้นจึงรู้ได้ว่า


    ...โดนเล่นเข้าแล้ว!!


    คาซึเนะออกเดินนำโดยที่ไหล่ของเขายังสั่นเทิ้มนิดๆ ฮินาโกะซึ่งหมดแรงจะตอบโต้ด้วยกาย จึงหันไปร้องโวยวายในใจเหมือนเดิม และก็ยังคงอดกลั้นอารมณ์เคืองที่จะทำให้การซื้อของวันนี้ล่ม..นอกจากเธออาจจะหลงทาง แล้วเธอยังต้องไปกับพี่ในวันหลังด้วย ซึ่งดูแล้วมันไม่คุ้มเลยสักนิด


    "ถึงแล้ว รีบไปซื้อซะ สิบนาที เข้าใจ๋?"คำพูดเร็วและเรียบง่ายทำให้ฮินาโกะไร้การตอบโต้รีบวิ่งเข้าร้าน แล้วทำเวลาซื้อเครื่องเขียนด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่เคยมีมา เมื่อออกมาจากร้านเธอก็ถูกถีบส่งเข้าร้าน Whistel ที่อยู่ข้างๆทันทีแน่นอนจำกัดเวลาแค่ห้านาทีเท่านั้นด้วย!!


    "แฮ่ก..สะ เสร็จแล้ว!!"ฮินาโกะเรียกสติเด็กหนุ่มที่ตกอยู่ในภวังค์ของหนังสือให้เงยหน้าขึ้นมา เขามองสายรัดข้อมือ2ข้างที่อยู่ในมือของเด็กสาว คิดประมวลผลเล็กน้อย แล้วจึงปิดหนังสือ เดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว


    "เธอช้า"คาซึเนะว่า"คทาฉันยังไม่ได้ซื้อนะ"


    เท่านั้นฮินาโกะก็ประมวลผลได้ว่าไอ้ที่เธอถูกแกล้งให้จำกัดเวลานั้นก็เพราะคนนำทางมันมีธุระที่จะต้องไปทำต่อ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่น่าจะมาแกล้งกันแบบนี้!มันน่าจะบอกกันตรงๆเซ่~ ไม่ก็ทำธุระให้เสร็จก่อนค่อยนำทางทีหลังก็ได้นี่นา!


    เด็กหนุ่มเดินเข้ามาในร้านขายอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ไม่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากร้านนนั้น เขาค่อยๆเดินเลือกอย่างใจเย็นและสำรวจคทาออย่างถี่ถ้วน แต่ดูเหมือนจะไม่มีอันใดถูกใจเขาเลยแม้แต่นิด เพราะเมื่อดูไปได้พักหนึ่งพอเห็นจุดผิดพลาดเขาก็จะวางลงที่เดิมอย่างไม่ใยดีแล้วกันไปหาคทาอันใหม่จนฮินาโกะอยากจะโวยว่า วางให้มันดีๆหน่อยก็ได้
สงสารคุณคทาเขาหน่อย = ="


    "ขอดูคทาที่ดีที่สุดหน่อยครับ"เด็กหนุ่มหันไปบอกเจ้าของร้าน เจ้าของร้านพอได้ยินดังนั้นก็รีบไปขนสินค้านำเสนอออกมาอย่างภาคภูมิใจ เข้าเดินเข้าไปหลังร้านและนำกล่องไม้ออกมาสองกล่อง โดยขนาดมีความยาวแทบไม่ต่างกันเลย มือหนาเอื้อมมือไปเปิดฝาทั้งสองหล่องออก และใช้ดวงตาสีนิลพินิจอย่างถี่ถ้วน ไม่นานเขาก็หยิบคทาสีทองขึ้นมา


    "นั่นเป็นคทาที่เราอยากนำเสนอที่สุดครับ คทานี้เราติดตั้งทับทิมซึ่งเป็นสื่อนำพลังเวทเสริมเข้าไปด้วย ตัวคทาเองก็หลอมมาจากทราย.."


    "ไม่ ทับทิมนี่เป็นของปลอม"คาซึเนะพูดด้วยสีหน้าขึงขังและยื่นมันคืนเจ้าของร้าน ทำเอาทั้งเจ้าของร้านและฮินาโกะเหวอไปชั่วขณะ


    "ท..ทราบได้อย่างไรครับ"เจ้าของร้านถามอย่างลุกลี้ลุกลน ดูแล้วเขาคงซื้อมาด้วยราคาไม่น้อยเลยทีเดียว


    "ปกติทับทิมจะมีประกายแสงอยู่บ้างถึงจะไม่ดีแค่ไหนก็จะออกแค่สีคล้ำหม่นๆ การที่มันไม่มีแม้แต่ประกายแสงมีแต่สีแดงเข้มแสดงว่าของปลอมอย่างไม่ต้องสงสัย"


    "ปะ..เป็นไปได้อย่างไรกัน? ตอนก่อนจะซื้อผมเช็คมาอย่างดีแล้วนี่นา"


    "คงจะถูดสับเปลี่ยนตอนนำของเก็บเข้ากล่อง รบกวนช่วยบอกรายละเอียดด้วยว่าซื้อมาตอนไหน ที่ไหน แล้วก็ยังไง"เจ้าของร้านเดินเข้าไปคุยกับเจ้าของร้านด้านใน ส่วนฮินาโกะที่ยังเอ๋อๆมึนๆก็หลบไปนั่งจูลคลื่นสมองอยู่มุมร้าน จนเมื่อเวลาผ่านไปพักใหญ่คาซึเนะกับเจ้าของร้านออกมาจากหลังร้าน ดูแล้วเจ้าของร้านมีสีหน้าที่ดีขึ้นมาก ไอ้คุณเจ้าชายไปทำอะไรไว้หว่า?


    "รบกวนสั่งจ่าย เดเซอร์ เซเวียร์ด้วยนะครับ"คาซึเนะยื่นใบสั่งจ่ายให้กับเจ้าของร้าน เขาพร่ำกล่าวขอบคุณและโค้งหัวให้หลายครั้ง ก่อนที่จะยื่นกล่องไม้สองกล่องให้คาซึเนะ แล้วออกมาส่งถึงหน้าร้าน


     "ขอบพระคุณมากนะครับท่าน..!!"เจ้าของร้านกล่าวไล่หลัง คาซึเนะเองก็หันไปผงกหัวให้เล็กน้อยแล้วหันกลับมาเดินต่อไป


    "นี่ๆ ไปพูดอะไรกับเจ้าของร้านเขาน่ะ?"ฮินาโกะเอ่ยถามเมื่อได้โอกาส คาซึเนะจึงตอบโดยไม่หันหน้ามาว่า


    "จะดำเนินคดีตามกฏหมายโทษฐานทุจริตการซื้อขายโดยยึดหลักกฏการค้าเสรีที่ 118 ให้"


    "โห งั้นเหรอๆ! ดีจัง คุณเจ้าของร้านจะได้สบายใจเนอะ"ฮินาโกะพูดอย่างเริงร่า"เออ ว่าแต่ทำไมซื้อคทามาสองอัน อย่างบอกนะว่าอีกอันของฉันน่ะ?"


    "นั่นของเธอ"คาซึเนะชี้ไปที่จี้รูปดาวที่เป็นคทาแสงดาวฮินาโกะจึงร้องอ๋อออกมาทันที"ที่ซื้อมา อันนึงเป็นของปลอมเมื่อกี้ใช้เป็นหลักฐาน กับอีกอันที่จะใช้ยามฉุกเฉิน"คาซึเนะตอบพลางหายใจยาว เพราะเริ่มเหนื่อยกับการที่ต้องมาอธิบายโน่นอธิบายนี่ให้เด็กสาวฟัง"ว่าแต่ ของครบแล้ว งั้นกลับล่ะ"


    คาซึเนะทำท่าจะหมุนตัวเดินกลับไปอีกทาง แต่ก็แน่นอน โดนฮินาโกะรั้งไว้อีกครั้ง...


    "เดี่ยว! อีกอย่างนึง ตอบมาก่อน!"ได้ยินเช่นนั้นคาซึเนะก็ถอนหายใจอีกครั้ง


    "ว่ามา"


    "นายแกล้งฉันทำไม!"


    "สนุกดี"


    เปรี๊ยะ..ขันติขาดไปหนึ่ง


    "อะแฮ่ม..!! แล้วนายเป็นพวกชอบใช้อำนาจใช่มะ?"


    เปรี๊ยะ..ขันติหลุดไปอีกหนึ่ง
    "เธอ..กลับยังไง?"คาซีเนะถามโดยที่สะกดอารมณ์ไว้เต็มที่"ฉันขี้เกียจรับผิดชอบถ้าเธอเป็นอะไรไป"


    ขี้เกียจ! เป็นคำตอบที่ดีมาก..


    "เชอะ! ฉันกลับเองได้หรอกน่า"ฮินาโกะแลบลิ้นใส่คาซึเนะอย่างเหลืออด แล้วหันไปทางที่ต้องใช้กลับบ้าน


    "อย่าหกล้มหัวฟาดพื้นล่ะ"คาซึเนะตะโกนไล่หลังไป แต่ไม่ถึงเสี้ยววินาทีเด็กสาวก็หน้าคะมำไปกับพื้นดัง แพละ! ไปเสียแล้ว... ฮินาโกะที่ล้มค่อยๆลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นแล้วแอบเหลือหันกลับไปมองเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาล ชัดเลยว่า ณ ตอนนี้เขากำลังกลั้นหัวเราะอย่างเต็มที่
    เจอกันคราวหน้า ตาย!!!


    ฮินาโกะทิ้งประกาศศิตไว้ในใจแล้วรีบวิ่งเผ่นออกจากบริเวณนั้นด้วยความแค้นเคืองเสียเต็มประดา



    และแล้ว อีกหนึ่งวันอันแสนจะวุ่นวาย มันก็จบลงเพียงเท่านี้นั่นเอง




    -----------------------------------------------
   

25 สิงหาคม 2550 - ลงบทที่5 (แรก)
01 เมษายน 2551 - ประกาศรีไรท์ทั้งบทความ
04 มิถุนายน 2551 - ลงบทที่5 (รีฯ)
01 มกราคม 2553 - แก้ไขเล็กน้อย
27 มีนาคม 2553 - เขียนประวัติ
 29 มีนาคม 2553 - แต่งรีไรท์(2)
30 มีนาคม 2553 - แก้ไข+เขียนต่อจนจบ
31 มีนาคม 2553 - เช็ครอบสุดท้าย+แก้ไข
10 เมษายน 2553 - ลงบทที่5




7 ความคิดเห็น