† • The Eternal Destiny • †

ตอนที่ 7 : บทที่4 : สอบคัดห้อง!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 97
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 เม.ย. 53




                บทที่ 4 - สอบคัดห้อง!!




                ณ  บ้านซากุระ(อีกครา)


                "พี่!จะหนีไปไหนคะ!!! "เด็กสาวผมทองแผดเสียงร้องใส่ผู้เป็นพี่และพยายามวิ่งไล่สุดชีวิต เธอวิ่งอย่างนี้มาตั้งแต่ที่โรงเรียนโดยไม่ได้หยุดพัก แน่นอนว่าสำหรับเธอซึ่งเป็นผู้หญิงนั้นมันใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว ฉะนั้นจึงต้องทำให้มันจบโดยเร็วที่สุด!


                "หนีอย่างนี้ลูกผู้ชายเขาทำกันเรอะ !"เจ้ามังกรน้อยเห็นทีได้โอกาสจึงเปลี่ยนจากร่างจิตที่เข้าไปอาศัยในตัวฮินาโกะออกมาใช้ร่างเดิมแล้วรีบสมทบเจ้านายในทันใด กระนั้นแล้วตอนนี้ฮิโรโตะไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียงกับมังกรพูดได้หรือเล่นงานกลับใส่น้องสาวที่รัก ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือการหนี เท่านั้น!!!


                "พี่...พี่จะไปเอาของ!!! "ผู้เป็นพี่ร้องตอบ ก่อนจะรีบวิ่งเผ่นขึ้นไปที่ห้องของตน แต่ยังไม่ทันที่จะวิ่งไปได้ไกลมากนักมือของน้องสาวสุดที่รักก็ฉุดรั้งไว้อย่างทันท่วงที ฮิโรโตะพยายามสะบัดมือนั้นออก แต่มันไม่เป็นผลแม้สักนิด!


                "ไม่ต้องมาเฉไฉ!!เอาเดี๋ยวนี้เลยนะ!! "น้องสาวประท้วงเรียกร้องสัญญาของตนอย่างเอาเป็นเอาตาย สัญญาที่ว่านั่นคือ'ระบำโชว์พุง'ของพี่ชายสุดที่รักนั่นเอง


                "งะ...งั้นห้ามหัวเราะนะ!!"พี่ชายยังคงต่อรอง....ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด แต่นั้นยิ่งทำให้ผู้เป็นน้องยิ้มอย่างมีชัย


                "โทษฐานที่พี่เฉไฉ!พี่ต้องใส่ไอ้นั่นเต้นด้วย!!"


                "อะ...ไอ้นั่น...อย่าบอกนะว่า!ไม่ๆ ไม่ใส่ยอมแล้วๆ!!"ฮิโรโตะร้องขอชีวิตจากน้องสาว แต่มีหรือ!ที่ผู้เป็นน้องของซาตานฮิโรโตะจะปล่อยโอกาสอันดีงามและหาได้ยากเช่นนี้หลุดลอยหายวับไปกับตา...ไม่มีทางซะหรอก!!!


                "เฉไฉไปแล้วไม่มีการต่อรองใดๆทั้งสิ้น!!!"


                ด้วยคำประกาศิตนั้น การระบำของซาตานฮิโรโตะจึงเริ่มขึ้นในคราบชุดบัลเลต์สีขาวสะอาดตาและแน่นอน!มันไม่ใช่ชุดธรรมดา!!ตรงกลางของขุดบัลเล่ต์นั้นมีหัวหงส์ขาวออกมาด้วย! เสริมแต่งด้วยมุงกุฏเล็กๆประดับที่หัว อีกหน่อย เป็นอันงดงาม!จนน่าจบไปคว้ารางวัลสาว(หนุ่ม)งาม อันดับหนึ่งของโลก(ด้วยความทุเรศลูกตา)  และในเมื่อพี่ชายของตนงดงามนาดนี้จะให้มาเต้ระบำโชว์พุงก็เสียดายเปล่า ดังนั้น...ระบำโชว์พุงจึงถูกดีลลีททิ้งเป็นบัลเล่ต์!!


                "อุ๊บส์ ฮ่าๆๆๆ ไม่ไหวแล้ว อุ๊บ ก๊ากกกก "ฮินาโกะลงไปดิ้นทุรทุรายอยู่บนพื้น พยายามกลั้นหัวเราะเต็มที่ แต่ก็ไม่เปนผลเมื่อเหลือบไปมองสภาพพี่ชายของตนจึงปล่อยเสียงหัวเราะออกมาลั่นบ้าโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น


                "ทุเรศที่ซู้ดดดดด ฮ่าๆๆๆๆๆ"มังกรน้องซารอสเองก็ปล่อยหัวเราะก๊ากออกมาเต็มที่และมีสภาพเดียวกันกับฮินาโกะอย่างเห็นได้ชัด แค่มังกรบ้ากับน้องตัวแสบยังไม่ทำให้เขาปลงตกมากนัก แต่ว่า.........


                "ฮิโร...อุ๊บ"


                "พ่อก็เป็นด้วยเรอะ!!!"ฮิโรโตะจ้องผู้เป็นพ่อของตนที่ออกอาการสั่นกึกๆอย่างปลงๆ


                ขนาดพ่อบังเกิดเกล้ายังหัวเราะ....ชั่วชีวิตนี้จะไม่ลืมเลยยัยน้องตัวแสบ!!!



                 --------------------------------------------



                "สุดยอด!จะจำไปจนวันตายเลย ฮ่าๆๆๆๆ"มังกรน้องหัวเราะลั่นห้อง ส่วนเด็กสาวก็นั่งตัวสันหงึกๆอารมณ์ค้างอยู่ที่เตียง


                "อูย...ท้องแข็งไปหมดเลย ไม่ไหวแล้ว"ทั้งคนทั้งสัตว์เลี้ยงต่างหมดสภาพด้วยคนทั้งคู่.........


                "โอ๊ย เข้าเรื่องเถอะ วันนี้รู้สึกได้ถึงราโคเลียอีกสองคนล่ะ"ซารอสเปิดประเด็นแต่ก็ไม่ทำให้ฮินาโกะฟื้นสภาพมากเท่าไรนัก


                ซารอสอธิบายเพิ่มว่า ราโคเลียโดยทั่วไปแล้วจะมีอายุที่ไล่เลี่ยกัน และบางครั้งก็มีโอกาสที่จะเป็นรุนเดียวกันหมด ทั้งนี้เพื่อให้ง่ายต่อการปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละครั้ง และสิ่งที่ทำให้สัมผัสได้ว่าเป็น 'ราโคเลีย' คือ 'จิต' กับ 'ไอเวท' เพราะราโคเลียนั้นมีสองสิ่งนี้ที่แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมาก และซารอสเองก็รู้สึกได้ตอนที่กำลังเข้าทดสอบอยู่ และยังฟังธงอีกด้วยว่าสอบผ่านมาเหมือนกัน


                "เอ๋! รู้ด้วยเหรอว่าสอบผ่านน่ะ?"ฮินาโกะออกจะแปลกใจเล็กน้อยเพราะผู้เข้าสอบมีอยู่มาก ไม่แน่ว่าทั้งสองคนนั้นจะสอบผ่านมาด้วยเหมือนกันหรือไม่


                "ราโคเลียทุกคนน่ะถ้าสอบไม่ผ่านเสียชื่อแย่ ทุกรุ่นที่ผ่านมาก็เป็นศิษย์เก่าของเบอร์โดเร่ทั้งนั้นแหละ"ฮินาโกะร้องอ๋อทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นของซารอส"สอบคัดห้องพรุ่งนี้น่ะอย่าลืมตรวจสอบล่ะจะรออยู่บ้าน"


                "อ่าว ไม่ไปด้วยกันแล้วเหรอ?"ฮินาโกะกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งหลังจากยิงคำถาม


                "ไปไม่ได้ต่างหาก เพราะคราวนี้คงจะเลือกสอบรายคนขืนโดนจับได้นี่เสร็จเลยนะ"


                "รับทราบ! งั้นไปาบน้ำกันเถอะ"ฮินาโกะจับมังกรน้อยมาไว้ในอ้อนแขน หยิบผ้าเช็ดตัวแล้ววิ่งเผ่นเข้าห้องน้ำไปในที่สุด



                -------------------------------------------------



                เช้าวันรุ่นขึ้นฮินาโกะไปสอบคัดห้องที่โรงเรียนสายเล็กน่อยเพราะเมื่อคืนเผลอสะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วดันหลับไม่ลง แต่กระนั้นก็ยังไปทันให้กำลังใจเพื่อนสาวที่เข้าสอบเป็นอันดับที่ 6 อย่างเฉียดฉิว


                "หมายเลข 7 ซากุระ ฮินาโกะ เชิญครับ"ได้ยินดังนั้นเด็กสาวจึงลุกขึ้นจากที่นั่งและเดินไปเคาะประตูแล้วขออนุญาติเข้าห้องสอบ


                ห้องสอบคัดเลือกในวันนี้เป็นห้องหนึ่งในอาคารบริหารซึ่งอยู่บริเวณทางขวาของโถงคริสตัสในเบอร์โดเร่ โดยชั้นล่างทั้งหมดถูกใช้เป็นสถาณที่รอเรียกเข้าห้องสอบ และชั้นสองเป็นสถาณที่สอบ โดยห้องแรกเป็นห้องที่จะใช้ทดสอบ ห้องถัดๆไปจะใช้เป็นห้องที่กรรมการนั่งดูการทดสอบผ่านทางระบบของโรงเรียน


                เมื่อฮินาโกะเดินเข้าห้องทดสอบไปแล้ว สิ่งที่เธอพบก็คือลูกแก้วขนาดใหญ่ที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ โดยที่ม่านและกระจกทุกบ้านถูกปิดอย่างมิดชิด ปล่อยให้มีแสงแค่จากลูกแก้วเท่านั้น


                "สวัสดีครับคุณ ซากุระ ฮินาโกะ อย่างเพิ่งตกใจนะครับ...ตอนนี้เรากำลังมองคุณอยู่ กรุณาทำตามที่บอกด้วย..."เด็กสาวพยักหน้ารับเบาๆแล้วหันไปมองสำรวจลูกแก้วที่อยู่กลางห้องอย่างถี่ถ้วน โดยที่ในใจยังมีลางสังหรณ์ว่าลูกแก้วนี้มันไม่ธรรมดาแน่ๆ"กรุณาเอามือทาบลูกแก้วนั่นแล้วหลับตาลงครับ"


                สิ้นเสียงของเหล่ากรรมการคุมสอบเด็กสาวก็ค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ลูกแก้วนั้น ใช้มือทาบลูกแก้วนั่นพร้อมกันนั้นก็หลับตาลงด้วย ฉับพลัน!ลูกแก้วก็เปล่งประกายสีทอง ความรู้สึกอึดอัดเข้ามาแทนที่ พลังบางอย่างกำลังตีกันในตัวเธอ...เธอรู้สึกเช่นนั้นและมันยังคงตีกันเรื่อยๆตีกันไปตีกันมาและผสมปนเปกันมั่วไปหมด แต่มันกลับทำให้ความอึดอัดและเจ็บปวดเล็กๆไหลแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย และแล้วในที่สุดไม่นานความอดทนทั้งหมดก็ได้พังทลายลงพร้อมกับเสียงที่ดังขึ้น!


                เพล้ง!


                ดวงตาสีมรกตเบิกขึ้นอย่างประหลาดใจ แล้วมองไปที่ไอน้ำสีฟ้าที่ระเหยออกมาจากเศษซากที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นลูกแก้วมาก่อน


    หากแต่สิ่งที่กรรมการเห็นนั้น...มีเพียงลูกแก้วที่เปลี่ยนเป็นสีเงิน สีแดง สีน้ำตาล สีแดง สีฟ้า สีขาว ไปเรื่อยๆ จนหกสีนั่นตีกันในลูกแก้วแล้วจู่ๆลูกแก้วนั่นก็เริ่มร้าว แล้วจึงแตกออกมาอย่างละเอียดไม่มีชิ้นดีนั่นเอง


                "หนู...ขอโทษค่ะ ขอโทษที่ทำแตก"


                "ไม่ครับ...ผลงานของคุณยอดเยี่ยมมาก คราวนี้ของให้คุณเอามือล้วงเข้าไปในกล่องนั่นแล้วได้สีอะไรกรุณาบอกด้วยนะครับ"


                ฮินาโกะล้วงมีเข้าไป มือของเธอก็สัมผัสกำลูกกลมๆคาดว่าน่าจะเป็น...ลูกแก้ว ฮินาโกะยังคงใช้มือกวนต่อไปเรื่อยๆๆๆๆๆจนกระทั่งกรรมการต้องเรียกอีกครั้ง


                "คุณ ซากุระครับ จับได้แล้วครับ!"


                "คะ...ค่ะ"


                สีอะไรก็ได้ขออย่าเป็นสีชมพู ชีวิตนี้มีแต่ชมพูไม่เอาแล้ว…อันนี้ล่ะไม่ใช่แน่ๆไม่ใช่ๆๆๆ


                สีส้มแปร๊ดจนแสบตา...


                "แว้ก!!!"เด็กสาวร้องเสียงหลงจนต้องรีบตะครุบปากทันที


                สีอะไรที่แปร๊ดๆแสบตาไม่ว่าจะเป็นสีที่ชอบหรือเกลียดแค่ไหน ถ้าสีอ่อนก็พอว่า แต่ถ้าแปร๊ดไม่เอา!


                "สีส้มสินะครับ อ้อ! สีสายรัดข้อมือของคุณคือสีฟ้า ขอบคุณที่ร่วมการทดสอบ ประตูทางออกอยู่ทางนะ..."ยังไม่ทันที่กรรมการจะเอ่ยจบฮินาโกะของเราก็วิ่งแน่บออกไปทางประตูทางออกเรียบร้อยจนกรรมการหัวเราะกันครืนและเรียกผู้ทดสอบคนต่อไป



                ------------------------------------



                เวลาบ่ายกว่าๆ ผลการประกาศคัดเลือกห้องถูกติดไว้ที่หน้าฮอลที่ทุกๆคนเคยไปสอบครั้งแรก จำนวนคนน้อยลงมากจากวันที่มาสอบเข้าครั้งแรกมาก ในวันสอบครั้งแรกนั้นจากที่ได้ยินมาจากที่พี่คุยกับพ่อแล้วก็ราวๆสามพันกว่าๆ แต่คัดเอาคนที่อยู่รอดและบาดเจ็บน้อยที่สุดแค่ 80 คนนับว่าเป็นอะไรที่โหดสุดๆ แต่ก็ถือว่าเป็นดวงของฮินาโกะเช่นกันที่สามารอยู่รอดปลอดภัยได้ แต่จากที่เดินหามาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วเธอยังไม่เห็นวี่แววของซาซึโยะเพื่อนสาวของเธอเลยแม้แต่น้อย


                "ฮินาโกะจัง"เสียงหวานๆที่คุ้นเคยทำให้ฮินาโกะเงยหน้าขึ้นเพื่อมองเจ้าของเสียง


                "ซาซึโยะจัง!"


                "ดีใจจังเลยค่ะ!ฮินาโกะจังอยู่ห้องเดียวกับฉันด้วย"ซาซึโยะพูดอย่างเริ่งร่า


                "เอ๊ะ!?"


                "เราได้อยู่ห้อง A ด้วยกันค่ะ"


                "ไชโย!"ฮินาโกะร้องเสียงหลงและโผเข้ากอดซาซึโยะจนเกือบหายใจไม่ออก ทั้งสองกระโดดโลดเต้นดีใจอย่างมีความสุข และหันไปมองบอร์ดอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ แต่แล้วพวกเธอก็เหลือบไปเห็นอีกสองชื่อที่ทำให้สองสาวร้องเสียงหลงอีกครั้ง


                "โมริโตะ กับ ฮิโรกิคุงก็อยู่ห้องด้วยกันด้วยค่ะ"ซาซึโยะเบิกดวงตาสีม่วงโพลง อึ้งตะลึงกับเพื่อนร่วมห้องที่ดูจะไม่ธรรมดาอีกสองคน"ว่าแต่เขาคัดห้องกันกันยังไงนะ"เด็กสาวผมดำขลับพึมพัมกับตนเอง


                "ม่ายยยย ชีวิตฉันจะเป็นไงต่อไปเนี่ย!"ฮินาโกะทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความสลดใจสุดชีวี หากอยู่ห้องเดียวกับโมริโตะ คาซึเนะล่ะก็เธอคงอยู่ไม่สุข(เพราะปากจะพาซวยเมื่อไรก็ได้)


                "เอ่อ...คือว่านะคะเพิ่งได้ยินมาเมื่อไม่นานมานี้นะค่ะว่า อุริโนะ โยชิ คือลูกชายของผู้ครองอาณาจักรเฟรมิเร่ แถมอยู่ห้อง B ซะด้วย...แหม ปีนี้มีแต่คนดังๆทั้งนั้นเลยนะคะกลุ้มจังเลย..."


                "...นายมืดมนนั่นด้วยหรอ?"


                "มืดมน?"ซาซึโยะเริ่มสงสัยในสรรพนามที่เพื่อนของเธอใช้เรียกใครบางคน


                "เอ่อ...โมริโตะ คาซึเนะไง มืดมนสุดๆ"ซาซึโยะมองเพื่อนสาวของเธอด้วยใบหน้าที่มีเครื่องหมายปริศนาแปะอยู่บนหน้าขนาดตัวไซส์บิ๊กทำให้ฮินาโกะอธิบายต่ออย่างเลี่ยงไม่ได้"ก็นะดูจากรังสีที่แผ่ออกมากับเสื้อผ้าที่ใส่มีแต่โทนดำส่วนตาก็เป็นสีนิล ชอบทำหน้าบูด ฯลฯ เลยเรียกนายมืดมซะเลยไง"


                "ไปตั้งฉายาให้เขาเดี๋ยวก็เจอดีหรอกค่ะ..."


                และไม่ทันที่ซาซึโยะจะพูดขาดคำ


                "กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด"เสียงร้อยโหยหวนร้อยแปดเดซิเบลหลุดออดจากปากเด็กสาวหัวทอง เมื่อคนแอบตั้งฉายาให้ชาวบ้านหันไปเจอเจ้าของฉายาที่ถูกตั้งให้พร้อมรังสีออร่าแห่งโกรธา(สุดๆ)ที่แผ่กระจายออกมาในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร


                โอ้...งานนี้จะมีรอดไหมเนี่ย...


                ฮินาโกะกลืนน้ำลายดังเอื้อกทั้งๆที่ตอนนี้มันหนืดคอไปหมดพร้อมทั้งก้าวถอยหลังอย่างช้าๆเพื่อเตรียมหลบฉาก(ใครมันจะอยากอยู่)


                "...หมูบินลอยได้!!"


                ว่าไปโน่นใครจะไปเชื่อ!


                ควับ!


                เฮ้ย!หันจริงแฮะงั้นเผ่น!!!


                เมื่อคนถูกตั้งฉายาหันไปตามคำพูดพล่อยๆ คนพูดมั่วซั่วจึงได้เผ่นก็เผ่นหลบฉากไปอย่างด่วนจี๋ไม่แค่นั้นยังลากเพื่อนตัวเองติดไปด้วยเป็นของแถม พร้อมทิ้งชื่อเสียงครั้งที่ 2 (ทางด้านดับเบิ้ลลบ)ไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ


                "กลับมาแล้วค่ะ!"เด็กสาวผมทองเอ่ยกับผู้เป็นพ่อเมื่อกลับถึงบ้าน พร้อมลากเพื่อนสาวติดมาด้วย และกำลังหอบแฮ่กๆที่วิ่งเผ่นมาจากที่โรงเรียน


                "กลับมาแล้วเหรอลูก อ่าว...ข้างนั่นใครเหรอแนะนำให้พ่อรู้จักบ้างสิ"ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเช่นเคย


                "ซาซึโยะจัง เพื่อนของหนูที่เล่าให้ฟังก่อนดูบัลเลต์ของพี่ไงคะ คุณพ่อ"


                "อะ..โอโมริ ซาซึโยะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ"ซาซึโยะโค้งเล็กน้อยและยิ้มแก่พ่อของเพื่อนสาวของเธอ


                "ลุง ซากุระ ฮายาโตะ ตามสบายเลยนะ  ฮินาโกะพ่อไปทำงานแล้วนะ"ฮายาโตะเอามือไปลูบหัวลูกสาวซึ่งทำเป็นประจำก่อนออกจากบ้านและยิ้มให้อีกครั้ง ฮินาโกะยิ้มและขานรับเหมือนทุกทีเท่านั้น


                "คุณพ่อดูใจดีจังเลยนะคะ"ซาซึโยะเอ่ยด้วยร้อยยิ้มทำให้ฮินาโกะยิ่งยิ้มหน้าบานกว่าเดิม ซาซึโยะหัวเราะเบาๆอย่างขบขันก่อนที่จะตามเพื่อนสาวขึ้นไปชั้นบน


                เมื่อฮินาโกะเปิดประตูห้องออกก็พบมังกรน้อยนั่งอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือของตน บนโต๊ะเขียนหนังสือของเธอนั้นรายล้อมไปด้วยอาหารมากมายนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเค้กช็อกโกแลต เค้กสตรอเบอร์รี่ มันฝรั่งแผ่น ชาเขียว น้ำส้มกระป๋อง นมสด พุดดิ้งถ้วย ฯลฯ โดยมีมังกรน้อยเป็นศุนย์กลางในการเขมือบ


                "กลับมาแล้วเหรอฮินาโกะ~"ซารอสลากเสียงยาวทั้งๆที่ในปากยังเคี้ยวเค้กแก้มตุ่ย แถมด้วยยัดเค้กอีกสามสี่ชิ้นเข้าไปในปากอีก ไม่แค่นั้นยังยัดมันฝรั่งแผ่นและกรอกชาเขียวเข้าปากเพิ่มอีก"เป็นไงเรื่องที่ให้ตรวจสอบอ่ะ"


                "อ๊ะ!ลืมสนิทเลย!!"


                "ว่าไงนะ!!!"ซารอสว้ากดังลั่นทั้งๆที่ในมือยังถือขวดชาเขียวอยู่ทนโท่"มาสเตอร์ติงต๊อง!ประสาทกลับนี่งานสำคัญนะ!!เ อิบ..."มังกรน้อยแว้ดต่อแต่ก็ไม่วายเผลอเรอออกมาอย่างน่าเกลียด


                "เอ่อ คือว่ามังกรนั่น..."ดวงตาของซาซึโยะเบิกโพลงนิ้วชี้ความอยู่กลางอากาศ พร้อมๆกับใบหน้าที่ซีดลงของฮินาโกะกับซารอสที่แทบจะสำรอกของที่ใส่เข้าไปออกมาหมด


                "ไม่ใช่นะ!"ฮินาโกะกับซารอสร้องสุดเสียง


                "นี่ไงที่จตุรัสมีมังกรสัตว์เลี้ยงด้วยไง แบบว่าเดินๆอยู่มันตามมาเองนะ...."ฮินาโกะเลิ่กลั่กตอบแบบไม่คิดเพราะตอนนี้สมองของเธอนั้นว่างเปล่ากลายเป็นสีขาวโพลงไปหมด


                "ชะ ใช่แล้ว!ฉันเห็นว่าฮิาโกะเฉิ่มเบ๊อะเลยลองบินตามไปเล่นๆแต่เจ้าของร้านดันขายฉันให้ไปเลย!"ซารอสสมทบอย่างรวดเร็ว


                "แถมราคาถูกลงนิดหน่อยด้วยนะ!"


                .........


                "เอ๊ะ? อย่างนั้นเหรอคะ"ซาซึโนะเอียงคอฉงน


                "ใช่!!"ทั้งสองประสานเสียง


                "งั้นยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณซารอส ฉันโอโมริ ซาซึโยะ เพื่อนฮินาโกะจังค่ะ"ซาซึโยะโค้งเล็กน้อยอย่างนอบน้อมแล้วจึงควานหาของบางอย่างในกระเป๋าของเธอ"นี่ค่ะ ฉันให้"ซาซึโยะยื่นถุงคุกกี้ใสผูกโบว์สีชมพูน่ารักให้แก่ซารอส


                "อุ ว้าว ขอบใจหลายๆหม่ำล่ะคร้าบบบบ"มังกรน้อยไม่รีรอแกะโบว์ออกอย่างรวดเร็วแล้วสวาปามคุกกี้เข้าไป"อร่อยสุดยอดดด"


                "เอ๋ จริงหรือคะ ฉันทำเองเลยนะคะเนี่ย"ซาซึโยะพูดอย่างยินดี


                "ซาซึโยะจังทำขนมเป็นด้วยเหรอ?"


                "ค่ะ คุณแม่สอนให้ตั้งแต่เด็กน่ะค่ะ"ซาซึโยะยิ้มอย่างงดงามจนฮินาโกะเองก็เผลอยิ้มตามไปด้วยไม่ได้


                "ดีจังเลยเนอะ ฉันทำขนมไม่ค่อยเก่งแต่กับข้าวน่ะพอไหวนะ"ฮินาโกะคิดถึงการทำขนมครั้งล่าสุดของเธอและถอนหายใจเฮือกใหญ่

                "งั้นก็พอดีน่ะสิคะ เพราะฉันเองก็ทำกับข้าวไม่เป็นทำเป็นแต่ขนมน่ะค่ะ"


                "งั้นซาซึโยะจังสอนฉันบ้างนะ แล้วฉันจะสอนซาซึโยะจังบ้างล่ะ!"


                "ค่ะ ด้วยความยินดีค่ะ"


                "ตั้งแต่นี้ไปจะขอเรียกว่า'ซัตจัง'นะจ๊ะ"


                "งั้นตั้งแต่นี้ไปฉันก็จะขอเรียก'ฮินะจัง'เหมือนกันนะคะ"ท้องสองยิ้มให้กัน ก่อนจะคุยกันถึงเรื่องวันที่จะไปซื้ออุปกรณ์การเรียนทั้งหมดในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ เรื่องของที่ชอบ งานอดิเรก กรุ๊ปเลือด วันเกิด ประเทศที่ตนเคยอยู่และเรื่องอื่นสัพเพเหระโดยมีซารอสนั่งหม่ำอาหารเป็นแบ็คกราวน์


                ซาซึโยะคุยกับฮินาโกะเพลินจนถึงเย็นทำให้ถูกฮายาโตะชวนเข้าร่วมอาหารเย็นบ้านซากุระโดยไม่ได้ตั้งใจ และยังถูกชวนให้ค้างอีกต่อ ซาซึโยะเองก็ปฏิเสธใครไม่เก่งจึงตอบตกลงไปอย่างว่าง่าย โดยเสื้อผ้าใช้ของฮินาโกะเพราะตัวขนาดพอๆกัน(ถึงซาซึโยะจะสูงกว่าหน่อย) และเรื่องอื่นๆบ้านซากุระก็มีพร้อมสำหรับแขกเพราะฮิโรโตะมักจะพาเพื่อนมาค้างบ่อยๆด้วยนั่นเอง


                "จะดีเหรอคะ ให้ฉันค้างแบบนี้"


                "ดีสิๆ วันนี้พี่ก็ไม่อยู่ไปค้างที่หอพักด้วย เนอะซาโร่จัง"


                "คร่อกกกกกกกกกกกกก"เสียงกรนของซารอสดังสนั่นห้องแทนเสียงตอบ


                "เฮ้อ อย่างนี้ทุกทีเลยไม่นอนดีๆอีกแล้ว"ว่าแล้วฮินาโกะก็อุ้มซารอสไปนอนข้างๆหมอนที่ประจำที่ซารอสนอนทุกๆคืน(และเฉียดทุกทับไปหลายครา)


                "ฮิๆ ดูเป็นครอบครัวที่อบอุ่นจังเลยนะคะ"ซาซึโยะหัวเราะเบาๆ


                "แหะ ไม่หรอกมั้งถ้าพี่อยู่ป่านนี้ทะเลาะกันตายไปข้างแล้วแหละ"


                "แต่ก็ดูสนุกดีนะคะ ฉันยังอิจฉาเลยละ พ่อแม่ของฉันท่านงานยุ่งน่ะค่ะ"


                "งั้นจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้นะ เท่าที่ซัตจังต้องการเลย"ฮินาโกะยิ้มบางๆให้ซาซึโยะก่อนจะปิดสวิตช์ไฟเพื่อเตรียมเข้านอน


                "ราตรีสวัสดิ์นะคะ...ฮินะจัง"


                ท่ามกลางรัตติกาลันเงียบสงัด จันทราได้ฉายแสงอย่างนุ่มนวลผ่านบานหน้าต่างเล็กๆในห้องห้องหนึ่งในบ้านซากุระ เด็กสวผมทองและเด็กสาวผมสีดำขลับ รวมถึงมังกรน้อยเข้าสู่ห้วงนิทรา เพื่อเตรียมตัวรับกับวันใหม่ที่กำลังจะมาถึง


                เมื่อหลับตาลง...จะพบกับรัตติกาลที่แสนอบอุ่น
                เมื่อลืมตาตื่น...จะพบแสงแห่งรุ่งอรุณ
                เมื่อออกก้าวเดิน...จะพบผู้ร่วมทางและสิ่งใหม่
                เมื่อลองเอื้อมมือออกไป...จะได้สัมผัสกับสายลมที่อยู่เคียงข้าง
                หากเริ่มต้น...ทุกอย่างจะบังเเกิด


                ฟังเฟืองแห่งชะตากรรม...อันที่สอง.......เริ่มหมุนแล้ว




                ----------------------------------------------------------------------



24 สิงหาคม 2550 - ลงบทที่4 (แรก)
01 เมษายน 2551 - ประกาศรีไรท์ทั้งหมดความ
13 พฤษภาคม 2551 - ลงบทที่4 (รีไรท์)
25 มีนาคม 2553 - แก้ไขเล็กน้อยย
27 มีนาคม 2553 - แก้+เพิ่มประวัติ
29 มีนาคม 2553 - แก้นิดหน่อย
05 เมษายน 2553 - แก้ไขเนื้อเรื่อง+คำบรรยายนิดหน่อยจร้าา~~
06 เมษายน 2553 ตรวจทานรวบสุดท้าย/บทที่4 (รี2)

   



7 ความคิดเห็น