Caucus Race

ตอนที่ 21 : Chapter 12 ' Eat me & Drink me '

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ธ.ค. 56

Atlas talk

 

 

 

สายแล้วๆๆๆๆ แบบนี้ราชินีต้องโกรธแน่ๆ ไม่น่าเลย ” กระต่ายขาวเร่งความเร็วในการกระโดดมากเข้าไปใหญ่ เพราะความเร็วนั้นทำให้ผมต้องรีบสาวเท้าเร็วขึ้นไปอีก

 

 

 

 

หลังจากตามกระต่ายขนปุยมานาน ผมก็รู้สึกเริ่มเหนื่อยขึ้นมาบ้าง แต่เหมือนเจ้าสัตว์น้อยยังกระโดดราวกับไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย

 

 

 

 

ขี้โกงจังเนอะ ว่ามั้ย?

 

 

 

 

ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าทุกคนอยู่ที่ไหน หลังจากที่ผมตื่นมาก็มีเพียงผมที่อยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยประตูนับร้อยบาน และผมก็เห็นกระต่ายตัวสีขาวปุยกระโดดออกประตูบานนึงไป และเมื่อผมตามมันมาก็ออกวิ่งตามมันจนมาถึงที่นี่แล้ว

 

 

 

 

หวังว่าทุกคนคงจะปลอดภัยนะ

 

 

 

 

สายแล้วๆๆๆ ” กระต่ายขาวเริ่มออกห่างตัวผมไปเรื่อยๆ ยิ่งผมรีบวิ่งมากเท่าไหรยิ่งรู้สึกเหมือนช้าไปเท่านั้น เพราะความเหนื่อยขาทั้งสองก็หยุดก้าวลง

 

 

 

ผมพิงตัวกับต้นไม้ใหญ่ชั่วครู่แล้วจริงค่อยๆออกวิ่งต่อ

 

 

 

 

เจ้าตัวขาวหายไปไหนแล้ว?

 

 

 

 

ไม่ว่าหันไปทางไหนก็เจอแต่ป่า..... ต้นไม้ พืชพรรณ แต่ก็ยังไม่พบกระต่ายอยู่ดี

 

 

 

 

ความสนใจของผมไปหยุดลงที่เห็ดขนาดยักษ์ตรงหน้า ก่อนที่ผมจะเงยหน้าขึ้นมองอย่างสนใจ

 

 

 

 

เห็ดสีแดงอมชมพูอ่อน ลายจุดสีขาวๆขนาดยักษ์ตั้งตระง่านอยู่ตรงหน้าผม มันอลังการมากจนแทบจะอยากหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายแล้วโพสลง Facebook ซะแล้วนี่

 

 

 

 

แต่ความคิดของผมก็หยุดลงเมื่อมีเสียงนึงเอ่ยขึ้น

 

 

 

เจ้าต้องการอะไร ” เสียงนั้นทำให้ผมหยุดความคิดรั่วๆของตนแล้วเงยหน้าขึ้นมองสิ่งมีชีวิตบนเห็ดยักษ์ทันที และผมก็ได้คำตอบเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับหนอนตัวเบิ่ม!!

 

 

 

 

เจ้าหนอนตัวสีฟ้ากำลังนอนพาดตัวยาวบนเห็ดยักษ์ ขนาดของมันไม่น่าแปลกใจเท่าที่มันกำลังนอนสูบฝิ่นอยู่

 

 

 

เจ้าต้องการอะไร ” มันถามทวนอีกครั้ง ทำให้ผมตั้งสติได้แล้วจึงรีบตอบกลับไป

 

 

 

 

 

ชั้นกำลังหากระต่ายขาว ” มันมองกลับมานิ่งๆและค่อยๆขยับมือนับสิบที่ข้างตัวมันชี้ไปทางซ้าย

 

 

 

 

 

เขาไปทางนั้น ” ว่าจบเจ้าหนอนยักษ์ก็สูบฝิ่นต่อ

 

 

 

 

อ่อ ขอบคุณ ” ไม่ทันที่ผมจะได้เดินไปไหน ร่างบนเห็ดก็เรียกผมไว้อีกคร่า

 

 

 

 

เดี๋ยวก่อน เจ้าน่ะ! ” ผมได้แต่มองกลับไปเชิงถามว่ามีอะไรอีก? มันจึงค่อยขยับมือชี้ไปที่เห็ดยักษ์อีกครั้งแล้วพูดต่อ “ เอาเห็ดนี่ไปสิ มันน่าจะมีประโยชน์ต่อเจ้า ”

 

 

 

 

ยังไง??? ”

 

 

 

 

เห็ดทางซ้ายทำให้ตัวใหญ่ขึ้น และทางขวาทำให้ตัวลงเล็ก เลือกเอาจะเอาอันไหน เจ้าต้องได้ใช้มันในเร็วๆนี้แหละ ” มันพูดโดยไม่หยุดสูบฟินก่อนที่จะพ่นควันออกมาจนผมแอบสำลักนิดๆ

 

 

 

 

อ่า งั้นก็ได้ ” ผมเลือกที่จะบิกเอาเห็ดด้านขวามา เพราะว่าบางที่ข้างหน้าอาจจะเจออะไรที่ต้องใช้ก็ได้ มันเป็นแค่ลางสังหรณ์น่ะ!

 

 

 

 

เมื่อเก็บเห็ดใส่กระเป๋ากางเกงเสร็จ ผมก็รีบเดินไปทางที่หนอนยักษ์ชี้ให้จนออกมาจากป่าทึบนั้นได้ ผมเหลือบเห็นต้นไม้สีสันสดใสเต็มไปหมด เหมือนทางตอนแรกที่โผล่มา แต่ก็ยังไม่พบวี่แววของเจ้ากระต่ายเลย

 

 

 

 

พลันเสียงพุ่มที่ขยับ ทำให้ผมเงียบฟังเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามา มันคงเป็นกระต่ายขาวแน่ๆ

 

 

 

 

ผมรอจนร่างนั้นใกล้เข้ามาและรีบพุ่งตัวไปทางนั้น

 

 

 

พึ่บ!!!!

 

 

 

 

เฮ้ย ” ร่างนั้นอุทานขึ้น จนผมที่พุ่งตัวเข้าไปหยุดเบรกไม่ทันเลยเซไปทับร่างนั้นเข้าอย่างจัง

 

 

 

โอ๊ย ” ผมค่อยๆลุกขึ้นมาจากร่างนั้นและบัดเศษดินที่เปื้อนเสื้อเชิ้ตตนหลังจากที่ไปนอนกลิ้งกับร่างนั้นบนดินเมื่อครู่ ก็นึกว่ากระต่ายขาว ที่ไหนได้ เห็นขาวๆเหมือนกันแบบนี้ทำเอาเข้าใจผิดได้ง่ายๆ

 

 

แอตลาส ” นัตย์ตาสีฟ้าของไอริสมองผมอย่างตกใจและค่อยๆพยุงตัวขึ้นมาโดยมีผมช่วยดึง ร่างบางปัดดินออกจากเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีเทาแล้วจึงค่อยหันกลับมามองผมต่อ

 

 

 

 

ไง ไอริสจัง ” ผมเอ่ยทักเชิงแกล้ง อย่างน้อยก็ทำให้ผมรู้แล้วว่าเพลย์เยอร์ปลอดภัยอยู่อีกคนแล้วล่ะ

 

 

 

 

นายมาอยู่นี่ได้ยังไง ”ร่างบางเอ่ยถามพลางหันไปมองรอบๆตน

 

 

 

 

ตามกระต่ายขาวมา แต่คาดกันซะแล้วล่ะ ”ก็มันกระโดดเร็วมากเลยนี่น่า

 

 

 

 

 

คนอื่นล่ะ ”

 

 

 

 

 

ยังไม่เจอใคร นายล่ะ เจอใครมั้ย? ”

 

 

 

 

 

อ่า เจอ โฮโนกะ.... ” ไอริสก้มต่ำ สีหน้าเขาดูหมองไปเล็กน้อย “ แต่เขาตายแล้ว ”

 

 

 

 

ให้ตายสิ ” ผมเผลอสบถขึ้น เพิ่งเริ่มเกมมาไม่ถึงชั่วโมงแท้ๆ แบบนี้คนอื่นจะเป็นยังไงล่ะเนี่ย

 

 

 

 

ว่าแต่เราควรจะไปไหนต่อล่ะ ” ร่างบางรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นสีหน้าผมเริ่มเครียด แหม ถึงเขาจะเป็นคนเย็นชาเสมอ แต่ใจจริงก็เป็นเด็กที่ใส่ใจคนอื่นตลอดเวลาสินะ สมแล้วที่เป็นที่รักของเอล็กซี่ =w=

 

 

 

 

หาทางตามกระต่ายขาวไป ” แต่แบบนี้คงต้องเดามั่วแล้วแหละ ก็มันหายตัวไปไหนไม่รู้แล้วนี่น่า

 

 

 

 

 

งั้นเรารีบไปกันเถอะ ”

 

 

 

 

 

เดี๋ยวก่อนนะ นายได้ยินอะไรมั้ย ” ผมรีบยกมือขึ้นห้ามไอริส เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้านึงพุ่งเข้าใกล้เรื่อยๆ ร่างบางหยุดเดินและหันไปทางทิศที่ผมชี้ พวกเรามองสิ่งที่ใกล้เข้ามาและ....

 

 

 

 

 

สายแล้วๆๆๆๆ ” ในที่สุดก็เจอกระต่ายนั้นซะที ร่างสีขาวปุยพุ่งตัวออกมาจากพุ่มไม้และรีบกระโดดผ่านพวกเราไป ผมและไอริสรีบออกวิ่งตามมันไปทันที คราวนี้ไม่ให้คาดกันแน่ๆ!

 

 

 

 

 

ตอนนี้พวกเราวิ่งตามกระต่ายขาวมาได้สักพักแล้ว เจ้ากระต่ายยังคงกระโดดต่อไปโดยไม่หันกลับมาหาพวกเราเลยซักนิด รอบตัวผมยังคงเต็มไปด้วยต้นไม้หลากสีสันจนน่าขนลุก สัตว์ตัวเล็กหัวเราะเสียงแหลม พวกมันวิ่งไปมาผ่านเท้าพวกเราไป

 

 

 

 

เอาตรงๆ ผมดูไม่ออกว่าพวกมันเป็นอะไร =_=

 

 

 

 

 

เฮ้ ไหวมั้ยนั้น ” ไอริสที่วิ่งตามติดๆกับกระต่ายหันมาตะโกนบอกผม ให้ตายสิ ไอ้เด็กนี่มันเอาแรงมาจากไหนเยอะแยะเนี่ย

 

 

 

 

 

ไหวน่า แค่วิ่งมานานแล้วเท่านั้นเอง” ผมรีบเร่งฝีเท้าตามไอริสไป แต่ก็ยังรู้สึกห่างจากกระต่ายนั้นอยู่ดี

 

 

 

 

 

มันกระโดดไปหยุดที่ทางสี่แยกก่อนจะหันซ้ายหันขวาอยู่นานและรีบกระโดดตรงไป พวกผมที่วิ่งตามมาเห็นแบบนั้นจึงรีบวิ่งตาม แต่เมื่อถึงทางสี่แยก ไม่ทันที่เราจะได้เดินตรงไปตามกระต่าย บางอย่างก็วิ่งเข้ามาจากอีกทางและ

 

 

 

 

โครม!!!!

 

 

 

 

กระต่ายอยู่ทางนั้น ”

 

 

เร็ว!!! ”

 

 

 

โอ๊ยยย ”

 

 

 

เฮ้ยยย ”เมื่อผมลืมตาขึ้นมาหลังจากชนเข้ากลับบางอย่างเข้าอย่างจัง ผมก็เห็นร่างตรงหน้าที่ต่างลุกขึ้นมองหน้ากัน

 

 

 

 

แอตลาส ไอริส ” เด็กน้อยในชุดผ้าคลุมสีแดงเบิกตากว้างมองพวกผม ไม่ต่างจากชายหนุ่มผมเงินที่มากับเขาซึ่งฉีกยิ้มขึ้นอย่างดีใจเมื่อเห็นผมและไอริส

 

 

 

 

อาคาซึกิ คราว พวกนายปลอดภัยดีมั้ย ” ไอริสเอ่ยถามทั้งสอง และค่อยๆช่วยพยุงกันขึ้นมา

 

 

 

 

เราโอเค เมื่อกี้เดินตามป้ายมาแต่ก็ไม่เจอปราสาทซักทีน่ะ ”

 

 

 

 

สงสัยป้ายจะผิด ” คราวรับเสริม

 

 

 

 

พวกนายโชคดีที่เจอเราก่อน เพราะทางที่เรามาไม่ปลอดภัยเท่าไหร่ ว่าแต่พวกนายเจอคนอื่นมั้ย ” ไอริสถามบ้าง

 

 

 

 

 

ไม่ ผมตื่นมาก็เจอแต่อาคาซึกิ ”

 

 

 

 

ผมก็เดินมากับคราว ” อาคาซึกิเอ่ยเสียงเบา “ กีตาร์กับโฮโนกะล่ะ ”

 

 

 

 

เราไม่เจอกีตาร์ แต่โฮโนกะ....ตายแล้ว ” นัตย์ตาสีฟ้านิ่งสลด แต่ร่างทั้งสองก็ไม่ถามอะไรขึ้นอย่างเข้าใจ

 

 

 

 

ยังไงก็ตามเรารีบตามกระต่ายไปเถอะ ” ผมพูดขึ้นพลางโบกมือเรียกทุกคนที่ต่างพยักหน้ามาให้ พวกเรารีบวิ่งตามกระต่ายต่อไป

 

 

 

ใกล้ถึงแล้ว จุดจบของเกม.....ปราสาทของราชินีแดง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Guitar talk

 

 

ผมค่อยๆขยับร่างกายของตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่ง แต่อาจเพราะอาการเหนื่อยล้าและความง่วงทำให้ผมรู้สึกชาไปหมด นัตย์ตาสีฟ้าของผมยังคงจ้องลงไปข้างล่างและถอนหายใจออกมาอย่างไร้จุดหมาย

 

 

 

 

 

ผมติดอยู่ตรงนี้มาเป็นหลายชั่วโมงแล้ว....

 

 

 

 

 

ตั้งแต่พวกเราทุกคนเข้ามาในโพลงกระต่าย ทุกคนต่างกระจายคนล่ะที่ แต่ไม่รู้ทำไมเห็นทีจะมีแค่ผมที่ดันตกลงกระแทกเข้ากับตู้อย่างจัง!!!

 

 

 

 

 

ในตอนแรกเมื่อผมตื่นมาผมก็เห็นแอตลาสอยู่ข้างล่าง ผมพยายามจะเรียกเขาแต่อาจเพราะไม่มีแรง และผมอยู่สงมากๆ เลยได้แต่มองแอตลาสเดินออกประตูบานนึงไป

 

 

 

 

ไม่นานนักคราวกับอาคาซึกิที่สลบอยู่บนพื้นก็ตื่น ผมพยายามเรียกพวกเขาเหมือนเช่นเคย แต่ทั้งสองก็ไม่ได้ยินเสียงของผม ในตอนนั้นเองผมเห็นร่างของไอริสนอนพาดอยู่บนโซฟาไม่ไกลผมนัก

 

 

 

 

ผมพยายามจะปืนไปตรงนั้นแต่มันก็รู้สึกเจ็บท้องแปลบขึ้นมา

 

 

 

 

เมื่อคราวและอาคาซึกิออกไปได้ไม่นานนัก ผมก็สังเกตได้ว่าร่างของโฮโนกะนอนอยู่บนเปียโนซึ่งใกล้พื้นที่สุด เขาตื่นขึ้นมาและพื้นลงไปได้อย่างปลอดภัย แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงของผมอีกเช่นเคย

 

 

 

 

และเมื่อพอไอริสตื่น เขาก็โดดลงไปได้อย่างสบายจนน่าอิจฉา ผิดกับผมที่ยังนอนกลิ้งอยู่บนนี้ แต่ไม่ว่าจะพยายามเรียกยังไงก็ไม่มีใครได้ยินเสียงของผมเลย

 

 

 

 

 

ขาก็ยังเจ็บแผลเก่าอยู่! ไหนจะเจ็บท้องเพราะกระแทกเข้ากับตู้อีก นี่มันซวยชะมัด! T^T

 

 

 

 

สูงแบบนี้ผมคงลงไปไม่ได้หรอก.....

 

 

 

 

ให้ตายสิ กีตาร์!!! นี่มันใช่เวลาท้อแท้มั้ย! นายต้องทำได้สิ

 

 

 

 

ทำให้เรเวนรู้สิ.....ว่านายไม่มีวันยอมแพ้...

 

 

 

 

ผมตัดสินใจพยายามดันตัวขึ้นมาและค่อยๆคลานไปที่ขอบตู้ มือหนึ่งจะขอบตู้ไว้ อีกมือหนึ่งพยายามคว้าบานประตูของตู้ให้แน่น ถ้าเป็นแบบนี้ต้องปีนลงไปได้แน่ๆ!

 

 

 

 

 

แต่ความจริงมันไม่ได้เหมือนในหนัง!

 

 

 

 

ผมไม่ได้เมพเหมือนไอริสที่จะปืนลงไปได้อย่างคล่องแคล่วหรือพระเอกเรื่องไหนๆ

 

 

 

 

อาจเพราะร่างกายอ่อนปวกเปียกนี่ทำให้มือที่จับขอบตู้ไร้เรี้ยวแรงและร่างของผมก็ค่อยร่วงหล่นกระแทกเข้ากับพื้นอย่างจัง

 

 

 

โครม!!!!

 

 

 

 

สิ่งที่ผมรู้สึกอย่างสุดท้ายคือเอวที่กระแทกกับพื้นจนชาไปหมด โอ๊ย มันซวยอะไรนักหนา!!

 

 

 

 

ผมพยายามยันร่างของตนเองขึ้นมาจากพื้น หลังจากตรวจหาแผลอยู่นานก็ทำให้รู้ว่าคงจะเคล็ดเล็กน้อย

 

 

 

 

เมื่อเป็นแบบนั้นผมจึงรีบลองเปิดประตูหลายบานเหมือนเพลย์เยอร์คนอื่น แต่มันก็ล็อคทุกบานจนผมเหนื่อยใจ ไม่รู้ว่าผมเปิดมากี่บานแล้ว แต่นี่มันซวยจริงๆ ไม่มีบานไหนเปิดได้เลย

 

 

 

 

 

และแล้วสายตาของผมก็ไปหยุดอยู่ที่ประตูบานนึง

 

 

 

 

 

มันเป็นตูบานเล็กที่มีขนาดราวกับประตูในบ้านของบาร์บี้ มันซ้อนอยู่ใต้ประตูบานใหญ่บางนึง ผมก้มลงไปลองบิดลูกบิดเล็กๆนั้น แต่มันดันล็อค!

 

 

 

 

 

เอาไงล่ะเนี่ย =[]= แง~~~~ เตะแม่ง! (เริ่มพาล)

 

 

 

 

 

เมื่อหมดความอดทน ผมพยายามทุบไอ้ประตูจิบินั้นอยู่สักพัก แต่มันก็ไม่ขยับเลย

 

 

 

 

ความรู้สึกไร้ความหวังกลับมาอีกครั้ง...

 

 

 

 

นี่ผมต้องติดอยู่ที่นี่คนเดียวเหรอ ไม่นะ... จะทำยังไงดี

 

 

 

 

แต่แล้วความคิดของผมก็หยุดลง เมื่อหันหลังกลับไป ด้านหลังที่เคยว่างเปล่ากลับมีโต๊ะเล็กๆตั้งตระง่านอยู่กลางห้อง ผมรีบสาวเท้าเข้าไปที่โต๊ะก่อนจะเหลือบเห็นลูกกุญแจดอกเล็กวางอยู่

 

 

 

 

มันต้องเป็นของประตูบานนั้นแน่ๆ

 

 

 

 

และเมื่อลองเอาไปไขผมก็ได้คำตอบทันที! มันพอดีเลย

 

 

 

 

แต่ขนาดตัวของผมคงไม่สามารถลอดผ่านไปได้....

 

 

 

 

ผมวางกุญแจลงบนโต๊ะอย่างหมดหวัง(อีกครั้ง) และผมก็ต้องตกใจอีกเมื่อบนโต๊ะที่เคยมีแต่กุญแจมันดันมีขนมเค้กวางอยู่ เค้กชิ้นเล็กน่ารักมีครีมสีสวยเขียนเอาไว้กลางเค้กว่า

 

 

 

 

 

' Eat me '

 

 

 

 

ถ้ากินมันเข้าไปคงจะมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ!

 





 







 

ผมกำลังจะหยิบเค้กนั้นเข้าปากแต่แน่นอนผมไม่ได้โง่!!!!

 

 

 

 

เรื่องราวของอลิสน่ะ ผมเคยอ่านมาแต่เด็กแล้ว อลิสจะเผลอกินเค้กเข้าไปจนตัวเล็กแต่ดันลืมุกญแจใช่มั้ยล่ะ แต่ผมไม่ลืม!! ผมรีบหยิบกุญแจมาถือไว้แล้วจึงโยนเค้กเข้าปาก

 

 

 

อย่างที่คิด! ร่างกายของผมค่อยๆหดเล็กลง จนเหลือตัวเท่าหัวแม่โป่งได้ เมื่อเห็นแบบนั้นผมจึงรีบหันควับไปหากุญแจทีวางไว้เพื่อจะเอามันไปไขประตู

 

 

 

แต่พระเจ้ากับเล่นตลก!!! ตัวผมเล็กลงแต่กุญแจมันยังใหญ่เท่าเดิม และแน่นอนแรงของผมตอนนี้ก็ไม่มีทางยกกุญแจขึ้นได้!!! แค่ลากยังเต็มกลืนเลย

 

 

 

เอาไงล่ะเนี่ย ซวยชะมัด!!!!

 

 

 

ผมหันไปรอบเพื่อจะหาทาง เวลาแบบนี้ถ้าเป็นตามนิทาน มันต้องมีอะไรที่กินแล้วตัวจะใหญ่ขึ้นแน่ๆ!!

 

 

และมันเป็นแบบนั้นจริงๆเมื่อหันกลับไปเห็นขวดน้ำเล็กๆที่วางอยู่ใต้โต๊ะ ขวดน้ำสีสวยมีป้ายติดอยู่ว่า

 

 

 

' Drink me '

 

 

 

 

ผมรีบคว้ามันมาดื่มไปอึกนึง ไม่นานนักร่างกายของผมก็ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น ร่างกายผมมีแรงมากพอที่จะยกกุญแจนั้นได้และสามารถลอดผ่านประตูบานน้อยไป

 

 





 









 


 

แต่อาจเพราะความอร่อย(บวกกับความตระกะ = =)และรสชาติที่แปลกประหลาดของน้ำสีสวยทำให้ผมเผลอดื่มมันต่อ ดื่มเข้าไปเรื่อยๆจนรู้ตัวอีกทีมันก็หมดขวดซะแล้ว!!! (ไอ้หมูกีตาร์เอ๊ย! )

 

 

 

ซวย!!!!!!

 

 

 

 

ที่นี้สิ ร่างกายของผมขยายใหญ่ขึ้นมันหยุด โต๊ะสูงที่ตั้งตระง่านอยู่กลางห้องเหลือเล็กนิดเดียวจนไม่น่าเชื่อ หลังของผมชนเข้ากับกำแพง มือและขาวางทับกันเหมือนตุ๊กตาาโดนยัดกล่อง

 

 

 

 

แต่ร่างกายก็ยังไม่หยุดขยาย

 

 

 

 

ผมได้ยินเสียงแตกเปรี๊ยะ!!! ที่กำแพงรอบๆตัวผม ห้องกว้างที่เต็มไปด้วยประตูหลากสีสันค่อยๆเกิดรอยร้าวจนในที่สุดมันไม่สามารถรับร่างกายที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆของผมได้!!

 

 

 

 

กำแพงแตกออก เศษซากปูนและอิฐแตะเละเป็นผงกระจายไปคนละทิศทาง บานประตูสีสวยนับลอยล่องลอยตามอากาศ ร่างกายของผมโผล่พ้นห้องมานอกขอบเขตห้องกว้าง

 

 

 

 

เมื่อมองไปรอบกายผมเห็นต้นไม้หลายสีสัน สัตว์ตัวเล็กเสียงแหลมตามรีบวิ่งหนี โดยมันยังคงตะโกนไม่เป็นศัพท์ และผมเองก็ได้แต่มึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

 

 

 

 

ซวยแล้วไงเล่า!!! กีตาร์ T[]T

 

 

 

 

ไม่ทันที่ผมจะได้พยายามลุกจากเศษกำแพงแต่อย่างใด เสียงฝีเท้าของกลุ่มปริศนาก็เคลื่อนเข้ามาใกล้จนผมต้องรีบหันไปดูทางต้นเสียง

 

 

 

 

 

เหล่าทหารที่มีตัวเป็นไพ่สีแดงลายแตกต่างกันไปถือหอกแหลมชี้มาทางผม พวกมันหันไปปรึกษากันราวกับกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะรีบยืนตัวตรงเมื่อร่างนึงเข้ามาใกล้

 

 

 

 

 

ชายบนหลังม้าในชุดเต็มยศดูมีอำนาจไม่น้อยกวาดมองผม เขาครุ่นคิดอยู่ซักพักแล้วจึงให้ไปสั่งเหล่าพลทหารไพ่

 

 

 

 

ลากตัวมันไปให้องค์ราชีนี ” พูดจบเขาก็รีบเร่งม้าออกไปโดยไม่ลืมทิ้งท้ายเอาไว้ “ จับผู้บุกรุกไปประหาร!!”

 

 

 

 

กีตาร์ เดอะ ซวย!!!! ขอชื่อนี้ให้ผมเหอะ!

 

 

 

Guitar taik (end)

 

 

 

 

 

 

ปราสาทรูปทรงอลังการตั้งตระง่านอยู่ตรงหน้า องค์ประกอบส่วนใหญ่ล้วนถูกออกแบบมาอย่างงดงาม ยิ่งบวกกับรูปลักษณ์ที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงฉานยิ่งทำให้ปราสาทนี้ดูน่าเกรงขามเข้าไปใหญ่ แค่ตัวปราสาทก็สามารถทำให้ผู้มาเยือนขนลุกได้มากพอแล้ว

 

 

 

แต่มันก็ยังไม่น่าสลดเท่าเจ้าของที่แห่งนี้ได้

 

 

 

ร่างของเหล่าเพลย์เยอร์ทั้งสี่รีบเคลื่อนตัวผ่านเหล่าทหารไพ่อย่างคล่องแคล่ว กระต่ายขาวพุ่งตัวเข้าปราสาทไป แอตลาสที่เดินนำหน้าหมุนตัวหลบหลังเสาใหญ่ก่อนที่จะโบกมือเรียกให้สมาชิกที่เหลือวิ่งผ่านไป

 

 

 

พวกเขาหมอบหลบทหารอีกกลุ่มที่ผ่านมาโดยไม่ลืมมองไปรอบๆ

 

 

 

 

พลไพ่อีกกลุ่มเคลื่อนพลออกไปนอกปราสาทอย่างรวดเร็วเมื่อมีชายคนหนึ่งขี้ม้าทะยานพุ่งตัวเข้ามาภายในปราสาท

ด้วยชุดและเครื่องยศอันน่าเกรมขามทำให้เดาได้ไม่ยากว่าเขาคงเป็น แจ๊ค ทหารคนสนิทของราชินีแดง

 

 

 

 

ชายหนุ่มกวักมือเรียกทหารไพ่พร้อมตะโกนเสียงดังลั่น

 

 

 

เตรียมลานประหาร ข้าจะไปคุยกับองค์ราชีนี ” ว่าจบเขาก็ทะยานม้าผ่านทหารไพ่ไป เห็นแบบนั้นคราวจึงหันกลับมาจากเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วเอ่ยขึ้น

 

 

 

 

ประหารงั้นเหรอ? ต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ ”

 

 

 

 

พวกนั้นกำลังจะประหารใครกัน? ”

 

 

 

 

ตอนนี้คงไม่รู้หรอก เราแยกหาก่อนเถอะ คราวมากับชั้น พวกเราจะไปลานประหารกัน ชั้นว่าคงเป็นที่ๆทหารกลุ่มนี้กำลังจะไป ไอริสนายไปกับอาคาซึกิ จับตาดูราชินีกับแจ๊คไว้ มีโอกาสให้รีบหนี ” แอตลาสร่ายยาว

 

 

 

 

โอเค ” ไอริสและอาคาซึกิเองก็พยักหน้ากลับมานิดๆ พวกเขารีบออกตัวกันไปคนละทางอย่างว่องไว

 

 

 

 

แอตลาสและคราวเคลื่อนตัวตามเหล่าทหารไพ่ที่วิ่งพร้อมกันอย่างพร้อมเพียง และเมื่อพวกเขาหยุดตัวที่ลานกว้างทั้งสองก็รีบวิ่งไปหลบอีกฝากนึง

 

 

 

คุณคิดว่าเขากำลังจะประหารอะไร ” คราวเปิดบทสนทนาขึ้นเมื่อเห็นทหารไพ่ทำท่าทีจะเถียงกันไปมา โดยที่กลุ่มนึงดึงเชือกที่เตรียมไว้สำหรับประหารแบบรัดคออก ส่วนอีกกลุ่มกลับเตรียมเครื่องประหารแบบกีโยตินมา

 

 

 

 

และทั้งสองกลุ่มก็เถียงกันไม่จบสิ้น สุดท้ายก็ไปหาอาวุธมามากมาย

 

 

 

 

อย่างน้อยคงไม่ใช่อะไรที่ปกติ ไม่งั้นคงไม่วุ่นวายแบบนี้หรอก ” แอตลาสเดาะลิ้นเล่นอย่างสนุกสนาน ผิดกับคราวที่แอบทำหน้าเครียดเพราะเขาพอจะนึกอะไรขึ้นมาได้

 

 

 

อะไรที่มันไม่ปกติสำหรับที่นี่.....ถ้าคิดดีๆแล้ว มันก็พวกเขาไม่ใช่รึไงกัน

 

 

 

หรือว่า....

 

 

 

ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้คิดอะไรเสียงเอะอะโวยวายของทหารไพ่ก็ดังลั่นไปทั่ว เหล่าพลไพ่เคลื่อนตัวอย่างพร้อมเพียงพร้อมแบกเชือกขนาดใหญ่ราวกับกำลังลากบางสิ่งเข้ามา

 

 

 

 

บางสิ่งที่ทำให้ทหารทั้งวังต้องออกไปตามจับ

 

 

 

 

สิ่งมีชีวิตร่างยักษ์ที่ถูกลากเข้ามา.....

 

 

 

 

โอ๊ยยยย ชั้นอยากกลับบ้าน ToT ”

 

 

 

ให้ตายสิ ไอ้เด็กกีตาร์ ทั้งสองคิดพร้อมกัน.....

 

 

 

 

 

องค์ราชินี กระหม่อมคิดว่าเราควรประหารมันด้วยเครื่องกีโยตินยักษ์นะพะยะคะ ” ไอริสแอบทำหน้าเซ็งอีกครั้งเมื่อชายหนุ่มในชุดเต็มยศเริ่มออกปากเถียง พวกเขาแอบฟังการสนทนาตรงหน้าจนแอบรู้สึกเบื่ออย่างเห็นได้ชัด

 

 

 

 

หรือเราอาจจะเอามันไปเป็นอาหารของจาบาวอกกี้ลูกรักข้า ” องค์ราชินีร่างเตี้ยในชุดราตรีสุดอลังเถียงเสียงแหลม เมื่อไม่ได้ข้อสรุปที่พิงพอใจทำให้หน้าเธอยิ่งบูดบึ้งเข้าไปใหญ่

 

 

 

 

แต่หระหม่อมว่ามันอันตราย ” แจ๊คแอบพึมพำเสียงเบา แต่ก็ไม่พ้นหูองค์ราชีนีแดง เธอหันขวับมองเขาด้วยสายตาอาฆาตพร้อมตะโกนเสียงแหลม

 

 

 

 

นี่เจ้าดูถูกจาบาวอกกี้ของข้ารึ ”

 

 

 

 

มิบังอาจ แต่กระหม่อมว่า เจ้าสิ่งนั้น....มันตัวใหญ่....ยักษ์ใหญ่ ” คำพูดนั้นทำให้อาคาซึกิและไอริสมองหน้ากันทันที

 

 

 

คุณได้ยินมั้ย ”ไอริสแอบกระซิบเสียงเบา และก็ได้รับการพยักหน้ากลับมาของอีกร่าง

 

 

 

สิ่งที่พวกเขากำลังจะประหารคงตัวใหญ่มากๆ ” เด็กน้อยในผ้าคลุมสีแดงทำท่าครุ่นคิด

 

 

 

 

นี่ อาคาซึกิ คุณเคยได้ยินเรื่องของอลิสในดินแดนมหัศจรรย์มั้ย ” ไอริสเหลือบมองราชินีและแจ๊คที่ยังคงเถียงกันอยู่แล้วจึงหันกลับมาถามร่างข้างกาย

 

 

 

อืม เรื่องราวของเด็กสาวที่หลงเข้าไปในดินแดนแปลกๆ ซึ่งเธอต้องผจญภัยมากมายสินะ? ”

 

 

 

ใช่ ก็ประมาณนั้นแหละ รู้มั้ย ในดินแดนมหัศจรรย์น่ะ มีอยู่เจ็ดเรื่องที่ควรระวัง ” ไอริสเหม่อมองเพดานสีขาวสะอาดพลางนึกถึงนิยายในวัยเด็กที่เขาเคยได้ฟัง

 

 

 

 

และหนึ่งในข้อที่ควรระวังมากที่สุด... ” อาคาซึกิทำหน้าเมื่อเริ่มนึกขึ้นได้ทันที

 

 

 

คือน้ำยาเพิ่มขนาด ” ไอริสรีบเสริม ทั้งสองยิ้มให้กันราวกับสนุกสนานเกี่ยวกับความทรงจำวัยเด็ก

 

 

 

แต่พอคิดดีๆแล้ว คนที่เผลอไปกินยาจนตัวใหญ่มันก็.....

 

 

ซวยแล้วไง!!! ” ไอริสเผลอสบถขึ้นมาทันทีเมื่อคิดได้ และมันพร้อมกับเด็กหนุ่มในชุดผ้าคลุมสีแดง พวกเขารีบมองหน้ากันก่อนที่จะตะโกนขึ้น

 

 

 

กีตาร์!!! ” จะมีใครได้อีกล่ะ!!

 

 

 

ขณะที่ร่างของทั้งสองกำลังจะรีบลุกพรวดออกไป เสียงของราชินีก็ดังขึ้นและมันยิ่งทำให้พวกเขาออกวิ่งสุดชีวิต

 

 

 

เตรียมเครื่องประหาร ได้เวลาลงทัณฑ์ผู้บุกรุก!!!!! ”

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมว่านั้นไม่ใช่ความคิดที่ดี ”

 

 

 

ป่าว นั้นแหละดีสุด ”

 

 

พูดออกมาได้! ผมจะไม่เอากีตาร์เป็นลูกบอลแล้วเต้นอังโกโก้ออกไปแน่!!! ” คราวเผลอหลุดตะโกนใส่ชายหนุ่มผมยาวที่กำลังกลั้นขำสุดชีวิต หลังจากที่ทหารไพ่นำตัวกีตาร์(ยักษ์)มากลางลานกว้าง พวกเขาก็พยายามคิดหาวิธีพาตัวกีตาร์ออกมา แต่ไม่รู้เพราะอะไร คุยกันไปมา กลายเป็นนั่งฮากันซะงั้น

 

 

 

หรือพวกเขาไม่อยากช่วยกีตาร์กันนะ =_=!

 

 

 

ฮือออออออ จะกลับบ้าน ” เสียงไอ้สิ่งมีชีวิตตัวใหญ่ไม่ยอมหยุดโวยวาย แม้กระทั่งพลไพ่พยายามเอาหอกขู่แต่เด็กหนุ่มก็ทุบพื้นโวยวาย

 

 

 

กว่าจะหยุดได้ แม่บ้านในวังก็ต้องไปเอาขนมออกมา แล้วพอเห็นขนมแค่นั้นแหละ หยุดร้องทันที!!!

 

 

 

แต่โชคร้าย....เห็นทีขนมจะหมดไปมากกว่าคิดวัง = =

 

 

 

มันจะกินไปอีกเยอะมั้ย... ” ทั้งสองแอบทำหน้าเอือมพร้อมกันก่อนที่จะทำหน้าจริงจังเหมือนจะคิดแผน แต่พอหันไปมองกีตาร์ร่างยักษ์ทำหน้ามุ่ยจะกินขนมอีก พวกเขาก็หลุดหัวเราะออกมา

 

 

 

 

โอ๊ย อยากถ่ายรูปกลับไป ดูสิ ฮะๆๆๆๆ ” แอตลาสเอามือกุมท้องเมื่อรู้สึกเจ็บขึ้นมาเพราะหัวเราะรัวไม่หยุด

 

 

 

 

อย่าไปหัวเราะเขาสิครับ อุ๊บ ฮะๆๆๆ ” คราวที่ทำท่าทีจะไม่หัวเราะก็หลุดขำยาวไม่ต่างกันเท่าไหร สุดท้ายเห็นทีจะหาความจริงจังไม่ได้...

 

 

 

แอตลาสนั่งลงกุมท้องตัวเองก่อนที่เขาจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง ชายหนุ่มล้วงสิ่งนั้นออกมาก่อนจะพูดขึ้น

 

 

 

 

จริงสิ ชั้นมีนี่อยู่นี่นะ ” ชายหนุ่มยื่นเห็ดที่บิดมาจากตอนที่เจอหนอนยักษ์ให้คราวดู และเจ้าตัวก็ต้องมองกลับมาอย่างสงสัยจนแอตลาสอธิบายต่อ “ กินแล้วมันจะทำให้ตัวเล็กลง ”

 

 

 

 

งั้นเราควรเอาให้กีตาร์กินแล้วหนีออกมา ถ้าตัวเล็กน่าจะไม่เป็นที่จับตา แบบนั้นหนีได้ง่ายกว่า ”

 

 

 

เห~~ ก็อดกลิ้งกีตาร์เป็นลูกบอลน่ะสิ!! ” เจ้าของผมสีดำทำท่าน้อยใจ

 

 

 

จริงจัง! ”

 

 

 

เอ่อ! ก็ซีเรียสไง …....อุ๊บ! ฮะๆๆๆ ” และสุดท้ายก็หัวเราะทั้งคู่ =_=^

 

 

 

 

พอๆ เลิกเล่น ” คราวยกมือห้ามแอตลาสที่กำลังพยายามจะพ้นมุกเกี่ยวกับกีตาร์ต่อ “ ทหารกำลังแห่กันไปหน้าปราสาท ตรงนี้ก็มีคุมอยู่ไม่กี่ตัว ผมว่าเราจัดการเงียบๆแล้วคุณก็ให้กีตาร์กินเห็ดนั้นดีกว่า ”

 

 

 

 

โอเค ” ไวกว่าความคิด ชายหนุ่มทั้งสองไม่ทันจะได้ออกตัวตามแผนที่ว่าไว้ร่างของเพลย์เยอร์อีกสองคนที่คุ้นตาก็พุ่งตัวเข้ามาจากอีกด้านนึง

 

 

 

เฮ้! ไอริสจัง มีอะไร ” แอตลาสทำท่าจะบ่นที่อาคาซึกิกับไอริสพุ่งเข้าใส่พวกเขาแต่ก็ถูกเด็กหนุ่มผมขาวยกมือขึ้นห้ามแล้วตะโกนขึ้น

 

 

 

ราชินีมาแล้ว ”

 

 

 

อ้าว ซวยดิ แบบนี้ทหารก็เข้ามารวมที่นี่หมด ”

 

 

 

 

อ่า กีตาร์จริงๆด้วย =_= ” ไอริสทำหน้าเหวอเมื่อแอบมองผ่านลังที่พวกเขาหลบอยู่ไปเห็นกีตาร์ร่างยักษ์ ไม่ต่างจากอาคาซึกิที่นั่งมองค้าง =[]=

 

 

 

เรามีเห็ดลดขนาด ชั้นว่าจะเอาไปให้กีตาร์กิน ” แอตลาสพูดขึ้น ทั้งสองพยักหน้าอย่างเข้าใจ

 

 

 

งั้นเอางี้ ผมกับคราวจะล่อพวกมันไปอีกทาง พวกคุณรีบไปพาตัวกีตาร์มา ” อาคาซึกิเสนอขึ้น

 

 

 

แล้วจะไปที่ไหน?? ทหารไพ่มีเป็นร้อยแถมมีหอกแหลมนั้นอีก เราไม่มีอาวุธเลยนะ”

 

 

 

เอ่อ.... เรื่องนั้น ”

 

 

 

 

ในคำใบ้เขียนว่า จุดจบคือปราสาทของราชินีแดง ” แอตลาสล้วงกระดาษสีขาวขุ่นที่มีคำใบ้เขียนเอาไว้ออกมาก่อนจะอ่านอีกครั้ง “ ตามกระต่าย ประตู แมวเชสเตอร์ ช่างทำหมวก เค้ก น้ำหวาน ป้าย ปราสาท ”

 

 

 

เราก็มาถึงปราสาทแล้ว ไม่เห็นจะมีอะไรเลยนี่ ”

 

 

 

บางทีเราควรนึกถึงสิ่งแรกที่ควรทำ กติกาขอ'ด่านนี้คือตามกระต่าย ต่อให้เรามาถึงปราสาทแล้ว ยังไงถ้าจะออกเกมเราก็ควรหากระต่ายให้เจอ ” คราวครุ่นคิดนิ่งๆ

 

 

 

 

กระต่ายเหรอ อ่า ไม่มีเวลาแล้วสิ ” ไอริสเหลือบมองเหล่าทหารไพ่ที่กูกันเข้ามาไม่หยุด เหล่าสาวใช้และสัตว์ตัวเล็กๆมารวมตัวกันพร้อมหน้า นัตย์ตาสีฟ้าเลื่อนไปหยุดที่สัตว์ขนปุยสีขาวที่กระโดดมารวมตัวกับเพื่อนสัตว์

 

 

 

นั้นไง กระต่ายขาว ” อาคาซึกิให้ไปมองทางทิศที่ไอริสชี้ ก่อนจะรีบพุ่งตัวออกไปโดยที่เพลยเยอร์คนอื่นยังไม่ได้พูดอะไร เขาดึงผ้าคลุมสีแดงของตนขึ้นคลุมหน้าแล้วก้มหลบทหารไพ่กลุ่มนึงที่เดินผ่านไป

 

 

 

ร่างบางเดินผ่านฝูงชนเข้าไปจนถึงตัวกระต่ายขาวที่กำลังคุยกับสัตว์ตัวอื่นๆอยู่

 

 

 

เฮ้ ทำอะไรน่ะ ” ไวกว่าความคิด เด็กหนุ่มรีบอุ้มเจ้าขนปุยออกมา แม้มันจะโวยวายไม่หยุดจนมีสัตว์หลายตัวหันมามอง แต่อาคาซึกิก็ไม่สนใจ ร่างบางอุ้มมันกับมาถึงจุดที่เพลยเยอร์คนอื่นซ่อนตัว

 

 

 

 

เฮ้ ปล่อยนะ ” เจ้ากระต่ายกระโดดลงมามองหน้าทุกคนพร้อมทำตาโต “ ผู้บุกรุ........ !! ”

 

 

 

 

ไม่ทันที่เจ้าตัวขาวจะตะโกนออกไป มือของไอริสก็คว้าหมับเข้าที่คอมันพร้อมยกตัวปุยขึ้นเหนือพื้น มืออีกข้างที่รู้งานจ่อเล็งซิกซาวเออร์คู่ใจที่กระหม่อมสัตว์น้อย

 

 

 

“ ….. ” เจ้ากระต่ายหยุดดิ้นมองร่างตรงหน้าด้วยความกลัว

 

 

 

เงียบซะถ้าไม่อยากไปเกิดใหม่ ” ไอริสเอ่ยเสียงเย็น แต่ก็ต้องถูกแอตลาสดีดหน้าผากเข้าอย่างจัง “ โอ๊ย! ”

 

 

 

จุ๊ๆๆ อย่าโหดน่า ไอริสจัง =_= ” แอตลาสรีบดึงกระต่ายขาวออกมาจากร่างบาง เขาวางมันไว้บนพื้นพร้อมเอ่ยถามเสียงเรียบ “ เราไม่ได้อยากจะทำร้ายแก แค่มีเรื่องจะถามนิดนึง ” ชายหนุ่มฉีกยิ้มหวานแบบ(ไม่)เป็นมิตร

 

 

 

.... ” เจ้ากระต่ายยืนนิ่งพลางมองพวกเขา

 

 

 

เราแค่อยากรู้ทางออกไปจากที่นี่ ”

 

 

 

เอ่อ ตอนนี้พวกทหารล้อมไว้หมดแล้ว คงไม่มีทางๆ แบบนั้นไม่ปลอดภัยแน่... ” เจ้ากระต่ายทำท่ากระวนกระวายจนสุดท้ายมันก็หยุดพูดราวกับกำลังเมิน

 

 

 

เฮ้ คราว วันนี้ผมอยากกินซุปกระต่าย ” เด็กน้อยมองลอดผ้าคลุมของตนด้วยนัตย์ตาสีแดงสดก่อนจะฉีกยิ้มหวานให้สมาชิกที่เหลือ “ วิ่งมานานหลายชั่วโมง... เริ่มหิวแล้วสิ”

 

 

 

 

เอ๋ ผมก็ไม่มั่นใจเท่าไหร ไม่เคยทำเนื้อกระต่ายด้วยสิ เอาไปผัดหรือต้มดีนะ ” คราวหลุดทำหน้าแม่บ้านเจอของแปลกขึ้นมาทันใด

 

 

 

บางทีเราควรเอาหัวมันไปสตาฟแปะฝา ” ไอริสฉีกยิ้ม

 

 

 

ว้าวเย็นนี้คงได้ 'สุก ' สันวันกระต่ายเดย์! ” แอตลาสหัวเราะขึ้นบ้าง เหล่าเพลย์เยอร์ทั้งสี่ยังไม่หยุดพึมพำกันอย่างสนุกสนาน พวกเขามองหน้ากันด้วยแววตาหยอกเล่น จนเจ้ากระต่ายที่กดดันอยู่นานโพรงออกมา

 

 

 

 

รู้แล้วๆๆ จะ...จริงๆแล้ว มันมีทางออกอยู่อีกทาง... ” มันนิ่งเงียบไปและเมื่อไอริสทำท่าจะพูดต่อมันก็รีบขัดทันที

 

 

 

หลังปราสาท! หลังปราสาทมีเขาวงกรตอยู่ สุดเขาวงกรตมีหอคอยอยู่ ทางนั้นเป็นทางออกอีกทางเดียว ให้ตายสิ! แบบนี้ราชินีต้องฆ่าชั้นแน่ๆ พวกนายอย่าไปบอกเธอนะว่าชั้นบอกพวกนาย ” มันมองด้วยแววตากระวนกระวาย

 

 

 

 

แน่นอน ^^ ” ชายหนุ่มผมดำยิ้มเรียบแล้วจึงหันไปพูดกับสมาชิกทุกคน “ เอาล่ะ ในเมื่อเป็นแบบนี้ เราจะแบ่งกลุ่มออกเป็นสองกลุ่มเหมือนเดิม คราวไปกับอาคาซึกิล่อพวกทหารไว้ ชั้นกับไอริสจะไปช่วยกีตาร์ เราไปเจอกันที่หน้าเขาวงกรต”

 

 

 

 

โอเค ” ว่าจบทั้งสี่ก็รีบแยกตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้กระต่ายขาวได้แต่มองอย่างกังวลอยู่

 

 

 

 

เฮ้ พวกแก ทางนี้!!! ” อาคาซึกิและคราวหรือตะโกนสุดเสียง พวกทหารไพ่ที่กำลังยืนคำนับราชินีลุกพรวดวิ่งตามกันไปเป็นสาย

 

 

 

ราชีนีชุดแดงรีบออกคำสั่งให้ไล่ล่าชายหนุ่มทั้งสองโดยที่ไม่รู้เลยว่าเพลยเยอร์อีกสองคนกำลังขยับตัวเข้าไปใกล้กีตาร์ยักษ์

 

 

 

ไอริสใช้ร่างของกีตาร์เป็นที่หลบ เขาเหลือบมองราชีนีและแจ๊คที่กำลังคุยกันพร้อมทหารไพ่อีก 4-5 ตัวแล้วจึงส่งสัญญาณให้แอตลาส

 

 

 

ชายหนุ่มผมยาวเคลื่อนตัวไปอีกด้านของร่างกีตาร์แล้วสะกิดร่างยักษ์ เมื่อเจ้าตัวหันลงมา แววตาคู่นั้นก็เปล่งประกายดีใจทันทีราวกับเป็นเด็กหลงทางที่แม่มารับกลับบ้าน

 

 

 

แอตลาสรีบทำท่าห้าม ไม่ให้กีตาร์ส่งเสียง เขาล้วงเห็ดลดขนาดออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วยื่นมันขึ้นไปพร้อมพึมพำเสียงเบา

 

 

 

 

กินซะ ตัวจะเล็กลง ” ได้ยินแบบนั้นกีตาร์ก็อ้าปากกว้างให้แอตลาสโยนเห็ดทั้งก้อนเข้าไป ไม่นานนักร่างของเด็กหนุ่มก็ค่อยๆหดลงจนเหลือตัวเท่าเดิม

 

 

 

อ๊ะ!! ตัวเท่าเดิมแล้ว เย้! ” กีตาร์เผลอตะโกนลั่นโดยลืมไปเลยว่ากำลังอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ราชีนีและแจ๊คที่หันมาเห็นพวกเขารีบตะโกนเรียกทหารไพ่ให้เข้ามาในลานประหาร

 

 

 

เมื่อเห็นแบบนั้นไอริสและแอตลาสออกวิ่งโดยไม่ลืมกระชากร่างกีตาร์ออกมา พวกเขาออกวิ่งผ่านตัวปราสาทที่ออกแบบมาอย่างอลังการการโดยมีทหารไพ่นับสิบตามหลังมาไม่ห่าง

 

 

 

เพลยเยอร์ทั้งสามพุ่งตัวออกมาถึงหลังปราสาท ตรงหน้าของพวกเขาเป็นเขาวงกรตกว้างสุดลูกหูลูกตา ไม่ทันได้ทำอะไรพวกเขาก็ได้ยินเสียงเอะอะจากอีกทาง พร้อมร่างของคราวและอาคาซึกิที่วิ่งมาตามด้วยทหารไพ่กลุ่มใหญ่

 

 

 

พวกเขาทุกคนพุ่งตัวเข้าไปในเขาวงกรต ขาเรียวยาวรีบก้าวผ่านพุ่มไม้สีเขียวที่มีรูปร่างคล้ายกันไปหมดจนน่าเวียนหัว เสียงทหารไพ่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

 

 

 

 

ทางนี้ทางตัน ” คราวที่วิ่งนำหน้ารีบตะโกนบอกเพื่อนเมื่อพวกเขาวิ่งเขามาทางช่องนึง เพลยเยอร์ทั้ง 5 วิ่งสวนออกไปทางพุ่มไม้เขียวก่อนจะเลี้ยวซ้ายผ่านอีกทางไป

 

 

 

สมาชิกทุกคนทุกคนรีบพุ่งตัวผ่านทางแคบ ขานั้นยังเร่งความเร็วไม่หยุด ไม่ต่างจากเหล่าทหารไพ่ที่เคลื่อนพลตามมาติดๆ

 

 

 

 

เฮ้ ทางนี้ ” คราวกวักมือเรียกทุกคนอีกครั้ง และเมื่อพวกเขาวิ่งโผล่พ้นพุ่มหญ้าสุดทางไปก็ต้องเผลอเบรกค้างเมื่อตรงหน้าของพวกเขาเป็นทางตันกว้าง พุ่มไม้เขียวกว้างขวาอยู่ตรงหน้าพวกเขา

 

 

 

 

ชายหนุ่มพยายามจะรีบหันหลังกลับไป แต่ทหารไพ่ก็เข้ามาใกล้เรื่อยๆ

 

 

 

 

ด้านนอกพุ่มไม้นี่มีหอคอย คงเป็นที่ๆกระต่ายขาวบอกแน่ๆ” อาคาซึกิเหลือบมองหลังพุ่มไม้ตรงหน้าพวกเขาพร้อมตะโกนขึ้น เมื่อเห็นแบบนั้นเหล่าเพลยเยอร์ที่เหลือจึงรีบกระโดดผ่านพุ่มหญ้าตรงหน้าไป

 

 

 

พวกเขาปืนออกมาจนพบกับหอคอยตรงหน้า หอคอยเก่าทรงโบราณดูโทรมไม่น้อย เถาวัลย์เลื้อยรอบทำให้รู้ได้ว่าไม่มีใครเข้าไปในหอคอยแห่งนี้นานแล้ว

 

 

 

มันล็อค! ” แอตล่าเดินไปหยุดที่หน้าประตูของหอคอย บานประตูเก่าที่มีเถาวัลย์เลื้อยพันอยู่มีแม่กุญแจสีแดงอันใหญ่แขวนเอาไว้ พวกเขาเดินอ้อมอีกทางพร้อมมองขึ้นไปด้านบน

 

 

 

หน้าต่างนั้นไม่สูงมาก น่าจะขึ้นไปได้ ” คราวชี้ไปที่หน้าต่างบนยอดหอคอยซึ่งไม่สูงนัก เมื่อเห็นสมาชิกมารวมกันครบ ชายหนุ่มผมเงินจริงหันไปบอกทุกคนอีกครั้ง “ ผมจะลองปืนขึ้นไปดูก่อน ”

 

 

 

ว่าจบคราวก็ดันตัวกับกำแพงหอคอย มือเรียวยาวคว้าหมับเข้าที่เถาวัลย์โดยขาทั้งสองรีบถีบเข้าที่ตัวหอคอยอย่งแรงจนร่างสูงกระโดดขึ้นไปคว้าบานหน้าต่างได้อย่างคล่องแคล่ว

 

 

 

 

ชายหนุ่มปืนเข้าไปด้านในได้สำเร็จ ภายในหอคอยไม่มีอะไรเลย ทั้งตัวหอคอสเป็นเพียงบันไดขึ้นมาถึงชั้นบน ดูราวกับที่สังเกตการณ์ทำนั้น

 

 

แต่แล้วเมื่อชายหนุ่มหันไปที่ใต้หน้าต่างที่เขาปืนขึ้นมาก็มีบางสิ่งว่างเรียงอยู่

 

 

 

ขวดน้ำขวดเล็กรูปทรงน่ารักด้านในบรรจุน้ำหวานสีสดใสเอาไว้ คราวมองมันเงียบๆก่อนจะรีบหยิบมันขึ้นมาดู ที่ปากขวดมีป้ายเล็กๆเขียนตัวหนังสือไว้ว่า

 

 

 

' Drink me to wake up '

 

 

หรือว่า... ” คราวหยิบขวดน้ำสีสวยขึ้นมาดูพลางนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “ เฮ้ ขึ้นมาบนนี้เร็ว เจออะไรด้วย ”

 

 

 

โอเค เดี๋ยวชั้นขึ้นไปดู ” แอตลาสรีบโบกมือให้คราว เขายันตัวเสากับเสาอย่างคล่องแคล่ว แม้ว่าหอคอยนี่มันจะแอบปืนอยากสุดๆ และเขาก็ไม่คล่องแบบคราว แต่มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น

 

 

 

ไอริสที่ยืนอยู่ข้างๆเขาเอามือดันตัวเขาขึ้น ทำให้ร่างสูงพุ่งตัวไปคว้ากำแพงหน้าต่างของหอคอยได้

 

 

แอตลาสปืนเข้าไปพลางมองขวดน้ำสีสวยที่คราวถืออยู่

 

 

 

มันคือ.... ” ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปซักพักแล้วจึงเอ่ยเสียงเรียบ “ สิ่งที่จะทำให้เราออกไปจากเกมได้? ”

 

 

 

ผมก็ไม่แน่ใจ แต่บางทีมันก็อาจจะใช่ บางทีผมควรลองดื่มมันดู ” คราวเสนอ

 

 

 

ไม่ ชั้นลองเอง ถ้ามันเป็นยาพิษล่ะก็... ”

 

 

 

แต่... ” คราวทำท่าจะห้ามแต่แอตลาสก็เพียงส่งยิ้มบางๆมาให้เท่านั้น ชายหนุ่มผมเงินจึงได้แต่เงียบและมองอีกฝ่ายด้วยนัตย์ตาสีโกเมนของตน

 

 

 

แอตลาสดึงฝาขวดออกก่อนที่จะยกน้ำสีสวยขึ้นดื่มรวดเร็วหมด

 

 

 

ไม่นานร่างสูงก็ค่อยหายวับไปทันที! คราวมองเหตุการณ์นั้นเงียบแล้วจึงแน่ใจได้ว่านี่คงเป็นสิ่งที่ทำให้ออกนอกเกม

 

 

เฮ้ ทุกคน ขึ้นบนนี้เร็ว น้ำนี่ทำให้เราออกนอกเกมได้ ” คราวชูน้ำสีหวานให้ทุกคนดูพลางหันไปนับจำนวนขวดน้ำหวานซึ่งมันมีจำนวนเท่าพวกเขาพอดี

 

 

 

เราควรรีบขึ้นไป ” เมื่อเห็นแบบนั้นไอริสจึงพยักหน้าให้กับอาคาซึกิและกีตาร์ ร่างบางรับกระโดดไปคว้าเถาวัลย์อย่างคล่องแคล่ว มือเรียวเล็กคว้าขอบหน้าต่างเอาไว้ โดยมีคราวรอช่วยดึงอยู่แล้ว

 

 

 

เอ่อ คือ ” กีตาร์มองไอริสที่กระโดดขึ้นอยู่เงียบๆแล้วจึงเอ่ยขึ้นบ้าง

 

 

 

อะไรเหรอ ” อาคาซึกิซึ่งยืนอยู่ข้างๆหันไปมองร่างบาง

 

 

 

เอาตรงๆ เราคงขึ้นไปไม่ได้หรอก ”

 

 

 

หา? ” เด็กหนุ่มในชุดผ้าคลุมสีแดงเอียงคองง

 

 

 

คิดดูสิ พวกนั้นเป็นผู้ใหญ่ ไม่ดิ เด็กโต แถมเมพยังกะจาพนม ไม่ก็ 007 แล้วดูชั้นดิ นายอีก เด็กแบบพวกเราเนี่ย ปืนไม่ได้หรอก!!! ” กีตาร์ทำหน้าสิ้นหวัง ก็จะเป็นไปได้ไงล่ะ สำหรับคนอื่นมันอาจเป็นเรื่องง่าย แต่หอคอยสูงแบบนั้น เขาจะไปปืนได้ยังไงกัน! =[]=

 

 

 

ขาก็เจ็บ ท้องก็เจ็บ เอวก็เคล็ด หน้าก็กระแทกอะไรมาไม่รู้ แค่เดินยังแทบไม่ไหวเลย

 

 

 

นี่... ” อาคาซึกิมองกีตาร์ที่โวยไม่หยุดแล้วจึงยิ้มบางๆ “ มีอย่างนึงที่นายควรรู้.... ”

 

 

 

หา? =[]= ”

 

 

 

ชั้นไม่ใช่เด็ก และ..... ” ไม่ทันพูดจบ อาคาซึกิรีบคว้าหอกของทหารไพ่ที่พุ่งมาแล้วโยนกลับไปใกล้มันจนล้มไป ร่างบางหันมายิ้มอีกครั้ง “ และชั้นปืนหอคอยนั้นได้สบาย”

 

 

 

=[]= ” กีตาร์ยืนนิ่งค้าง โว๊ย!!! เด็กตรงหน้าเขาพึ่งจัดการทหารไพ่ไปราวกับมันเป็นเรื่องง่ายๆ

 

 

 

 

เฮ้ อาคาซึกิ กีตาร์ มาเร็วๆ ทหารไพ่มาทางนี้แล้ว ” ไอริสรีบตะโกนเรียกทั้งสองผ่านหน้าต่าง คราวเองก็ยื่นมือออกมาราวกับจะรอรับทั้งสองขึ้นไป

 

 

 

คราว ไอริส ไปก่อนเลย เดี๋ยวชั้นกับกีตาร์จะตามขึ้น แค่นี้สบายมาก ” เมื่อได้ยินแบบนั้นคราวและไอริสก็มองหน้ากันเงียบๆ ไอริสดึงฝาขวดน้ำสีหวานออกพร้อมดึงจนหมดขวด

 

 

 

 

ไม่ต่างกับคราวที่หยืบขวดน้ำขึ้นมา ชายหนุ่มหันไปมองอาคาซึกิด้วยนัตย์ตาสีโกเมนคู่สวย

 

 

 

รีบๆตามมานะ ” อาคาซึกิและกีตาร์ต้องไม่เป็นอะไรแน่ๆ โดยเฉพาะอาคาซึกิเขาเก่งมาก ร่างกายนั้นก็แข็งแกร่งเกินมนุษย์ปกติหลายเท่า

 

 

 

ตลอดเวลาที่พวกเขาฝึกมาด้วยกัน เขารู้ดี อาคาซึกิต้องไม่เป็นอะไรแน่ๆ

 

 

 

เราจะชนะไปด้วยกัน!! ” ร่างบางยิ้มกว้างพลางมองชายหนุ่มด้วยแววตามุ่งมั่น

 

 

 

ชนะไปด้วยกัน! ” เขารู้ดี เขาไว้ใจอาคาซึกิ เราจะชนะไปด้วยกัน “ พี่ชาย ”

 

 

 

ชายหนุ่มดื่มน้ำสีสวยเข้าไป ร่างกายของเขาหายวับออกไปจากเกมโดยที่อาคาซึกิยังคงยิ้มอยู่ เด็กหนุ่มหันไปมองทิศที่ทหารไปไพ่ใกล้เข้าแล้วจึงหันไปมองกีตาร์ที่ยังกระวนกระวายไม่หยุด

 

 

 

 

เอ่อ ชั้นรู้ นายเมพ นายโครตเมพ แต่ชั้นจะปีนยังไง! ” กีตาร์ขยี้ผมสีบลอนด์ทองของตนอย่างหัวเสีย

 

 

 

นายไม่ต้องปีน ” แต่เด็กน้อยได้แต่ตอบกลับมาเงียบๆ

 

 

 

หา? หมายความว่ายังไง ไม่ต้อง....หวา!!!! ” ไม่ทันสิ้นสุดคำพูด อาคาซึกิเดินเข้าไปกระชากร่างบางขึ้นมาอุ้มไว้ เด็กน้อยฉีกยิ้มกว้างพลางพูดต่อ

 

 

 

ห่อไหล่เอาไว้ หดขา ยื่นมือไปข้างหน้า ไป!!! ” ร่างบางโยนกีตาร์ให้พุ่งทะยานขึ้นไปอย่างสุดแรง ร่างนั้นพุ่งพรวดขึ้นไปจน...

 

 

 

หมับ!!!!

 

 

กีตาร์คว้าบานหน้าต่างเอาไว้และค่อยๆตะเกียตะกายขึ้นไป เด็กหนุ่มถอนหายใจแฮกๆราวกับหัวใจจะวาย

 

 

 

คราวหน้าไปเอาแบบนี้แล้วนะ ฉี่จะราด T^T ”

 

 

 

ฮะๆๆๆ ” อาคาซึกิหัวเราะให้กับคำพูดของอีกฝ่าย เด็กหนุ่มหุบยิ้มเมื่อทหารไพ่เริ่มเข้ามาใกล้

 

 

 

 

ร่างบางเห็นแบบนั้นจึงเดินถอยหลังไป 2-3 ก้าวก่อนจะพุ่งตัวด้วยความเร็วและกระโดดขึ้น เพียงครั้งเดียวร่างบางสามารถคว้าบานหน้าต่างไว้ด้วยแรงมหาศาล!!!

 

 

 

แต่แล้ว....หอกแหลมคมก็พุ่งเข้าเสียบทะลุตัวเด็กหนุ่มเข้าอย่างจัง!!!!!

 

 

 

ร่างบางของอาคาซึกิร่วงหล่นลงไปปะทะกับพื้นหญ้า

 

 

 

ม่าย!!!! ” กีตาร์เบิกตากว้างอย่างตรงใจ เด็กพยายามจะปืนลงไปช่วย แต่มันก็สูงเกิน

 

 

 

ร่างบางในชุดผ้าคลุมสีแดงค่อยๆพยุงตัวขึ้นมาพลางปราดเลือดที่ไหลออกมาจากมุมปาก เด็กพยายามจะยืนขึ้นอีกครั้งแต่ทหารไพ่ก็พุ่งเข้ามาเสียบหอกทะลุตัวเด็กหนุ่ม!!!!!

 

 

 

 

กีตาร์นิ่งค้างตะโกนสุดเสียงกับเหตุการณ์ตรงหน้า ทหารไพ่กูกันเข้าแทงหอกใส่ร่างบางอย่างโหดร่าง ของเหลวสีชาติไหลอาบทุ่งหญ้าสีเขียว

 

 

 

ร่างนั้นนอนนิ่งราวกับหมดลมหายใจไปแล้ว น้ำตาสีใสของกีตาร์ไหลอาบท่วมใบหน้าขาวใส เด็กหนุ่มยกมือขึ้นปิดปากอย่างรับไม่ได้ อาคาซึกิต้องตายเพราะช่วยเขา....

 

 

 

 

ไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้นั่งเศร้าสลดต่อ ดวงตาคู่สวยก็หันไปหยุดที่ทหารไพ่ตัวนึงที่วิ่งตามมารวมพล มันถือลูกกุญแจสีแดงสดมาด้วย ทหารไพ่ตัวนั้นรีบเดินอ้อมมาทางประตูของหอคอยก่อนที่จะไขกุญแจที่ล็อคอยู่!!!

 

 

 

กีตาร์ยืนมองอย่างตกใจ พวกมันกำลังจะขึ้นมา!!!

 

 

 

ทำยังไงดี!! เขาก้มมองร่างอาคาซึกิที่นอนนิ่งอีกครั้งแล้วจึงรีบคว้าขวดน้ำสีสวยขึ้นมา เด็กหนุ่มพยายามจะเปิดฝาขวดออก แต่มันดันแข็งมากๆ!!!!

 

 

 

บ้าเอ๊ย!! เปิดสิ! ” กีตาร์ร้องด้วยความหวาดกลัว มือนั้นพยายามดึงฝาขวดออก แต่ก็ไม่ขยับ

 

 

 

เด็กหนุ่มเบิกตากว้างเมื่อเขาได้ยินเสียงทหารไพ่วิ่งขึ้นบันไดมา

 

 

 

ไม่นะ พวกมันมาแล้ว!!!!!

 

 

 

เปิดสิ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ” กีตาร์ร้องลั่นพร้อมดึงมันด้วยสุดแรง แต่แล้วฝาขวดก็ถูกดึงออก!

 

 

 

เด็กหนุ่มยิ้มกว้างและพยายามจะยกมันขึ้นดื่ม

 

 

 

ทันใดนั้น ร่างของทหารไพ่ก็พุ่งตัวเข้ามา กีตาร์ได้แต่นิ่งค้าง หอกแหลมคมกำลังพุ่งเข้ามาที่ตัวเขา เด็กหนุ่มรีบหลับตาลงและได้แต่ภาวนา!

 

 

 

 

นัตย์ตาสีฟ้าค่อยๆลืมขึ้น ภาพตรงหน้าทำให้เขาค้าง....

 

 

 

 

อาคาซึกิที่เนื้อตัวชุ่มไปด้วยเลือดกระชากทหารไพ่ตัวที่จะพุ่งมาทำร้ายลงไปฉีกกระชาก เด็กหนุ่มหันไปต่อยทหารอีกตัวที่วิ่งขึ้นมา ผ้าคลุมสีแดงสดที่ใส่อยู่ประจำฉีกขาดไม่เหลือสภาพเดิม

 

 

 

ดื่มซะ!!!! ” อาคาซึกิตะโกนลั่นในขณะที่ยังสู้ไม่หยุด

 

 

 

แต่ นาย.... ” กีตาร์จับขวดด้วยมืออันสั่นเทา....

 

 

 

 

ชั้นไม่เป็นไร เหลือน้ำอีกขวดเดี๋ยวชั้นจะขึ้นไปดื่ม!!! ” ร่างพูดพร้อมถีบร่างทหารไพ่ให้ล้มลงไป มือนึงกระชากร่างอีกตัวขึ้นแทงหอกทะลุร่างนั่นแล้วทุ่มมันใส่พวกที่เหลือ

 

 

 

 

ไม่!! ชั้นจะไม่ไป ถ้านายไปไม่!! ” กีตาร์กัดฟันกรอด เขาจะไม่ยอมทิ้งใครอีกแล้ว!!! เราต้องรอดไปด้วยกัน

 

 

 

และมันสำเร็จ อาคาซึกิหยุดสู้กับทหารไพ่แล้วรีบวิ่งขึ้นมา เด็กหนุ่มพุ่งตัวมาทางกีตาร์ซึ่งกำลังรอดื่มน้ำหวานอยู่

แต่เด็กหนุ่มผมดำกลับไม่เดินไปหยิบขวด เขากระชากขวดน้ำจากกีตาร์แล้วบีบคางของเด็กหนุ่มไว้

 

 

 

 

อาคาซึกิ ไม่นะ ม่าย!!! ” มือนั้นกรอกน้ำเข้าปากของเด็กหนุ่มจนไม่นานร่างนั้นก็หายวับไป เหลือเพียงเขาและทหารไพ่ที่กำลังพุ่งพลเข้ามา

 

 

 

 

Akazuki talk

 

 

ผมรู้ว่ามันงี่เง่ามาก แต่สิ่งแรกที่ผมจะทำคือให้พวกพ้องปลอดภัย ถ้าผมไม่ทำแบบนั้นกีตาร์ก็คงไม่ดื่มแน่ๆ ทหารไพ่ก็ขึ้นมาแล้ว แบบนี้เด็กนั่นจะได้ไม่เป็นอะไร

 

 

 

โล่งใจขึ้นเยอะ! เรี้ยวแรงของผมเริ่มไม่เหลือแล้ว ผมเสียเลือดไปมากเกิน

 

 

 

 

ตอนนี้ก็เหลือแค่ต้องดื่มน้ำหวานนั้น! มือของผมรีบพุ่งคว้าขวดน้ำนั้นมาไว้ แต่ไม่ทันที่จะได้กรอกมันเข้าปากทหารไพ่หลายตัวก็พุ่งตัวมาทับผมไว้!!!

 

 

 

หนึ่งในนนั้นเดินอ้อมมาตรงหน้าผมและแทงหอกลงที่ขวดน้ำหวานจนมันแต่ละเอียด!!! น้ำสีสวยไหลอาบกับพื้น...

 

 

 

ผมเบิกตากว้างมองเหตุการณ์ตรงหน้า....จบกัน

 

 

 

!!!!! ” ผมนิ่งไปซักพักก่อนที่จะถีบร่างทหารไพ่ที่ทับผมอยู่ออก มือของผมหมุนไปคว้าตัวที่แทงขวดน้ำหวานมาฉีกมันจนขาดแล้วโยนมันใส่อีกกลุ่มนึงที่กำลังพุ่งขึ้นมาจนพวกมันล้มลงไป

 

 

 

 

ชั้นยังไม่ตาย!!! ชั้นจะสู้ได้!!! ขึ้นมาเลย!!! ” ผมตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ผมไม่สนอะไรอีกแล้ว ถ้าจะตาย ขอตายแบบสู้เต็มที่ ผมจะไม่ยอมแพ้ แม้วินาทีสุดท้าย...

 

 

 

 

การต่อสู้ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ผมแย่งหอกมาจากทหารตัวนึงและตวัดใส่เหล่าพลไพ่ที่พุ่งเข้ามา พวกมันโยนหอกขึ้น

ผมรีบตีลังกาหลบไปอีกทางและตวัดขาใส่มันจนปลิว มืออีกข้างคว้าร่างพวกมันและกดมันเข้ากับกำแพงหอคอยจนแทบทะลุ

 

 

 

 

ผมคว้าร่างทหารไพ่ที่พุ่งมาเข้าบี้เข้ากับกำแพงจนแหลก อีกหลายตัวที่กูกันเข้ามาถูกขว้างหอกไปใส่เข้าอย่างจัง ผมกระโดดพุ่งตัวลงจากบันไดไปเหยีบกพวกมัน ขาของผมยันร่างมันเข้ากับพื้น โดยที่มือง้าวหมัดใส่ไม่ยั้ง

 

 

 

 

ผมรู้สึกราวกับกำลังเป็นสัตว์ร้ายที่หิวกระหาย.....หิวกระหายการต่อสู้

 

 

 

 

เลือดที่อาบลงมาทำให้ผมรู้สึกชาไปทั้งตัว ภาพตรงหน้าเริ่มพล่ามัวไปเรื่อยๆๆ

 

 

 

 

ทหารไพ่นับร้อยพุ่งตัวเข้ามาล้อมหอคอยเอาไว้ ผมหันไปปะทะกับพวกมันและพยายามจะพุ่งตัวออกไป ผมพุ่งออกไปนอกหอคอย แต่หนึ่งในนั้นก็ก็โยนหอกแหลมมาทางผม หอกทะยานพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วจนเสียบทะลุร่างกายผม...

 

 

 

 

ของเหลวสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากปากอีกคร่า ผมตวัดสายตาไปมองทางพวกมัน แต่หอกจำนวนมากก็พุ่งเข้ามาเสียบทะลุร่างผม ครั้งแล้ว ครั้งเล่า....

 

 

 

 

ร่างผมทรุดฮวบลงกับพื้น แขนและขาไม่สามารถขยับได้อีกต่อไป นัตย์ตาสีแดงสดของผมมองเหล่าทหารที่เดินเข้ามาล้อมผมไว้ พวกมันระดมแทงหอกเข้าใส่ร่างผมอย่างโหดร้าย

 

 

 

ผมเจ็บไปทั้งตัวจนแทบไม่รู้สึกอะไรเลย.....

 

 

 

เมื่อเห็นผมหยุดขยับเขยื้อนแบบนั้นพวกมันจึงค่อยๆถอยห่างออกไป มันหันไปมองกันสักพักแล้วจึงทยอยแยกย้ายกับปราสาทเมื่อเห็นว่าผมคงไม่มีทางรอด

 

 

 

 

ผมเหม่อมองเหล่าทหารไพ่ที่หายลับไป หญ้าที่ผมนอนซบอยู่ชุ่มไปด้วยเลือดจนกลายเป็นสีแดงสด ผมเหม่อมองพื้นหญ้านั้นจนไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง

 

 

 

บางอย่างที่ผมเห็นและรีบเอื้อมมือไปทางนั้น

 

 

 

นาฬิกาของผม.....นาฬิกาที่โมชิให้ผมไว้

 

 

 

ของสำคัญที่สุดในชวิตของผม มันเป็นสิ่งที่ทำให้รู้ถึงความสำคัญที่ผมรอดมาจากเหตุการณ์ตอนเด็กได้ เพราะเขาช่วยชีวิตผมไว้....ไม่งั้นผมคงตายไปแล้ว มันเลยเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ

 

 

 

ผมพยายามคลานเข้าไปใกล้นาฬิกาเรือนนั้น มันคงตกไปตอนสู้กับพวกทหาร ร่างกายผมชาจนไร้ความรู้สึก นัตย์ตาเริ่มพล่ามัวจนแทบไม่เห็นอะไร แต่นาฬิกาเรือนนั้นยังแจ่มชัดอยู่ในสมองของผม

 

 

 

มันอยู่ข้างหน้าแล้ว อีกนิดเดียว!!

 

 

 

ผมเอื้อมมือไป อีกนิดเดียว!!! แต่แล้วเรี้ยวแรงของผมก็หมดลง ร่างกายของผมหยุดขยับ อาการชาวาบไปทั้งตัวราวกับไร้ชีพจร นัตย์ตาผมเหลือบมองไปที่นาฬิกาเรือนสวย อีกแค่เพียงไม่กี่เซน

 

 

 

ผมอยากกลับไป....อยากกลับไปกินข้าวอร่อยๆของคราว อยากไปนั่งหัวเราะสงครามของกีตาร์และแอตลาสที่ป่วนกันเสมอ อยากไปเห็นไอริสและAlaxia ที่สวีตหวานกันตลอดเวลา อยากไปบอกกีตาร์ว่านายไม่ได้ไร้ประโยชน์เสมอไป อยากชนะเกม อยากกลับไปหาโมชิแล้วบอกเขาว่าผมคิดถึงมากๆ

 

 

 

แต่มันไม่มีอีกแล้ว ไม่มีวัน....

 

 

 

นัตย์ตาของผมปิดลง ลมหายใจดับวูบไป.....โดยที่นาฬิกาเรือนนั้นจะคงหมุนตามเวลา.....

 

 

 

 

 







จบไปอีกตอนแล้ว~~~~ เรียกไปว่าเป็นตอนที่ใช้เวลาคิดอยู่นานกว่าจะเขียนได้

ฉากสู้ของอาคาซึกิมันมากๆ สู้จนสุดชีวิตและจบแบบดราม่าสุดขีด

หวังว่าทุกคนจะติดตามต่อไป อย่าลืมเม้นด้วยนะ ><




R.I.P Akazuki & Kamara


 

 

 

41 ความคิดเห็น

  1. #17 _FaY_ (@noael) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2556 / 20:25
    อาคาซึกิT[]T~~~~~ ม่ายยยยย ทำไมอาคาซึกิต้องตายด้วยอ้าาาาาา แงงงง
    #17
    0
  2. #16 Woofpy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2556 / 20:24
    ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    คนแต่งใจร้ายยยยยยยย ฮือออออออออ

    Crying for two men is died.

    R.I.P ;;
    #16
    0