Caucus Race

ตอนที่ 20 : Chapter 11 ' Follow the white rabbit '

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 99
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 ธ.ค. 56

เงียบงัน.....

 


 

นัตย์ตาสีโกเมนคู่คมปราดมองไปที่ดอกกุหลาบสีขาวสะอาดที่เบ่งบานแตกช่ออย่างงดงามตรงหน้าของเขา เพียงแต่กลีบของมันละเลงไปด้วยของเหลวสีชาติไหลอาบอยู่

 


 

เลือด....

 

 

 

 

คราวแอบคิดรำคาญใจเล็กน้อย เมื่อเขาพยายามจะเด็ดกุหลาบมาแต่ดันโดยหนามแหลมของมันแทงเข้าจนเลือดท่วมนิ้วแบบนี้ กลีบดอกสีขาวยังคงเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด แม้ว่าเจ้าตัวจะยกมือขึ้นเลียแผลบนนิ้วของตัวเองแล้วก็ตาม

 

 

 

 

ครั้งนึงเขาเคยได้ยินคุณหนูของเขาเล่าถึงเรื่องดอกไม้ สีของมัน กลิ่นของมัน ความหมายของมัน เขาล้วนจำมันได้ทุกอย่าง แต่ไม่อาจทราบได้ว่าวันเวลาอันเต็มไปด้วยความสุขแบบนั้นจะเกิดขึ้นอีกมั้ย?

 

 


 

เขาจะได้กลับไปรึป่าว?

 

 

 

 

นั้นคือเสียงที่ดังกังวาลอยู่ในใจเขาเรื่อยมา....

 

 

 

วันนี้เขารู้สึกสังหรใจแปลกๆ มันจะเกิดอะไรขึ้นมั้ยนะ? ความรู้สึกกังวลมากมายถาโถมเข้ามาไม่หยุด

 

 

 

คราวนิ่งไปชั่วครู่ก่อนที่จะหันหลังให้ดอกกุหลาบช่องาม แล้วหมุนตัวจากไป

 

 

ปล่อยให้กลีบดอกของมันชุ่มไปด้วยเลือด.....






 

 

 









 

 

 

พวกเราเลือก Alice's wonderland ” ไม่รอช้า เมื่อกระดานสีใสคุ้นตาปรากฎตรงหน้าของพวกเขา เสียงแอตลาสดังขึ้นพร้อมหันไปพยักหน้าให้สมาชิกคนอื่นๆซึ่งปรึกษากันมาแล้วเชิงเข้าใจกัน

 

 




 

mission 3 Alice's wonderland start!!!” เมื่อสิ้นเสียงของ Alaxia ภาพตรงหน้าก็หายวาบไป เพียงไม่ถึงเสี้ยววิทุกอย่างก็ปรากฎขึ้นอย่างรวดเร็ว

 




 

 

ผู้เล่นทุกคนต่างกวาดมองป่าเขียวทึบอย่างงุนงงและได้แต่หันขวับไปฟังคำอธิบายของชายหนุ่มผมน้ำเงินทันที

 




 

 

 

ด่านนี้จะแตกต่างกับด่านอื่นนิดหน่อย ” Alaxia กวาดมองทุกสายตาที่จ้องเขาแล้วจึงพูดต่อ “ กติกาหลักของด่านไม่ใช่หาของ หรือให้ฆ่าอะไร แต่คือการไล่ตาม ”

 



 

 

ไล่ตาม? ” กีตาร์เอียงคอมองพลางเอ่ยทวน

 

 

 



 

ใช่ ไล่ตาม! ฟังดูง่ายๆ ไม่มีอะไรมาก แค่ตามให้ทัน และเมื่อถึงเส้นชัยก็ชนะ ” เฮดิสเปิดฉากเสริมด้วยเสียงร่าเริง จนรู้สึกได้ถึงรังสีอัมหิตจาก Alaxia ที่โดนแย่งซีนอยู่ข้างๆเขา แต่เจ้าตัวก็ได้แต่รำคาญและหันไปพูดต่อ



 

 

 

 

ก็อย่างที่เฮดิสบอก ขอแค่พวกนายไล่ตามให้ทัน ไม่หลง ก็ชนะแล้ว ”




 

 

ตามอะไร? ” เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยไม่หยุดของเหล่าผู้เล่น เฮดิสจึงฉีกยิ้มกว้างพร้อมเฉลยข้อสงสัยนั้น

 



 

 

กระต่ายไงล่ะ ”

 

 



 

กระต่าย!!? ”



 

 

 

กระต่ายขาวแห่งดินแดนมหัศจรรย์ ตัวปุยๆนุ่มๆ ขนฟู ใส่เสื้อกักพร้อมนาฬิกางี่เง่าในมือ ไงล่ะ ฟังดูน่าไล่จับดีมั้ย”



 

 

 

อ่า นั้นไม่ได้ไขข้อสงสัยชั้นเลยนะ เฮดิส = =”

 



 

 

สำหรับกลุ่มที่ชนะด่านที่แล้วมารับคำใบ้หน่อยสิ ” ไม่รอให้เกิดสงครามของกีตาร์กับเฮดิส Alaxia ก็รีบกวักมือเรียกผู้เล่นทั้ง 3 ให้เดินต้อยๆ มาไม่ห่างนัก

 



 

 

ก่อนที่เขาจะยืนแผ่นกระดาษสีขาวขุ่นให้ทั้ง 3 โดยไม่ลืมเอ่ยกำชับอีกครั้ง

 



 

 

นี่คือคำใบ้ มันจะช่วยสำหรับด่านนี้ ไม่มีกฏห้ามว่าพวกนายจะไปบอกสมาชิกที่เหลือมั้ย จะบอกพวกเขา หรือจะไม่บอกก็ได้ ยังไงก็ตาม ขอให้ทำตามคำใบ้นี้ให้ดี โชคดีนะ ”



 

 

 

ขอบคุณนะ เอล็กซี่ ” แอตลาสยกมือขึ้นเกาะไหล่ชายหนุ่มอย่างสนิทสนม แม้จะรู้ว่าเป็นหน้าที่ แต่พวกเขาก็รู้ดีว่าชายหนุ่มเป็นห่วงพวกเขาจริงๆ



 

 

 

ไม่เป็นไรหรอก เอาล่ะไปประจำที่ได้แล้ว ” Alaxia ยกมือขึ้นเรียกสมาชิกที่เหลือให้มารวมตัว แววตาสงสัยของสมาชิกที่เหลือกวาดมองสิ่งที่อีกกลุ่มได้แต่ก็ไม่เอ่ยทักอะไรขึ้น

 



 

 

 

ทุกคนพร้อมที่จะเริ่มเกมแล้ว

 

 



 

ชายหนุ่มกวาดมองผู้เล่นแต่ละคน เรื่องคำใบ้นั้นเป็นสิทธิการตัดสินใจของคราว แอตลาส และคามาระเอง พวกเขาจะบอกเลเยเอร์คนอื่นหรือจะเมินเฉยนั้นก็เป็นสิทธิ์ของเขา

 

 



 

นัตย์ตาของคราวปราดมองไปที่อาคาซึกิแล้ว ผิดกับแอตลาสที่เก็บกระดาษแผ่นบางเข้ากระเป๋ากางเกงอย่างเงียบๆเมื่อเหมือนจะเข้าใจคำใบ้นั้นแล้ว คามาระยังคงจ้องกระดาษแผ่นนั้นราวกับไม่ค่อยเข้าใจ กีตาร์ที่มองคนรอบๆไปมา หรือแม้แต่ไอริสที่จ้อง Alaxiaไม่หยุด



 

 

 

Alaxia เห็นแบบนั้นแล้วจึงเลื่อนมือไปสัมผัสกระดานสีใสตรงหน้า 2-3 ครั้งก่อนที่ร่างของเขาและเฮดิสจะหายออกจากเกมไปด้วยได้แต่ภาวนาในใจเงียบๆเพียงลำพัง

 



 

 

ขอให้พวกเขาปลอดภัยด้วยเถอะ.....

 

 

 



 

 

ไม่เห็นจะมีอะไรเลย ” กีตาร์เริ่มหันไปหันมาหลังจากที่ผู้คุมทั้งสองออกไป นัตย์ตาสีฟ้ามองไปยังเพลย์เยอร์คนอื่นที่มองไปมาเช่นเดียวกับเขา

 


 

 

ไหนล่ะ กระต่าย! ”


 

 

หรือเราต้องหา? ” อาคาซึกิเอื้อมมือขึ้นดึงผ้าคลุมสีแดงสดของตนแล้วจึงเอ่ยถาม

 


 

งั้นเราลองแยกกันดูมั้ย ”

 

 

 

เดี๋ยวก่อน ทุกคน... ” มือเรียวยาวของคราวยกมือห้ามทุกคนพลางส่งสัญญาณให้สมาชิกคนอื่นเงียบ ร่างของผู้เล่นทุกคนหยุดเคลื่อนไหวพลางหันซ้ายหันขวาช่วยกันมองสิ่งที่กำลังจะปรากฎขึ้นมา

 

 

 

บางอย่างกำลังเข้ามาใกล้!!!

 

 

 

เสียงอุ้งเท้าเล็กๆสัมผัสกับพื้นหญ้าด้วยความรวดเร็วจนเกิดเสียงเป็นจังหวะดังถี่ๆ

 

 

 

เพลย์เยอร์ทุกคนหันขวับไปมองข้างหลังตนตามเสียงอย่างพร้อมเพียง พลางรอลุ้นสิ่งที่จะโผล่มาตรงหน้า และแล้วพุ่มไม้ที่สั่นไหวอยู่นานก็ขยับรุนแรงกว่าเดิมพร้อมร่างสีขาวที่พุ่งตัวออกมาอย่างว่องไว

 

 

 

สายแล้วๆๆๆๆๆ ” แล้วทุ่มเล็กๆของร่างตรงหน้าเรียกให้สายตาผู้เล่นทุกคนมองค้างไปที่มัน

 

 

 

กระต่าย ” กีตาร์เผลอพึมพำออกมาหลังจ้องสิ่งมีชีวิตตรงหน้าอยู่นาน

 

 

กระต่ายสีขาวขนปุยน่าสัมผัสในชุดเสื้อกักสีน้ำเงิน หูของมันกระดิกเล็กน้อยพร้อมก้มมองนาฬิกาในมือ เจ้ากระต่ายเบิกตากว้างก่อนที่จะตะโกนขึ้นอักครั้ง

 

 

 

ไม่นะ สายแล้วๆ แบบนี้ราชินีต้องโกรธแน่ๆ ”

 

 

 

กระต่ายสีขาวมองไปมารอบตัวอย่างกระวนกระวาย มันก้มมองนาฬิกาอีกครั้งด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ท่ามกลาง


 

เพลย์เอยร์ทั้ง 6 ที่ยังได้แต่ยืนมองอย่างงงๆ

 



 

เอ่อ คือ คุณกระต่าย ” กีตาร์โบกมือไปมาตรงหน้าร่างปุยแต่มันก็ยังบ่นพึมพำคำเดิมออกมา ร่างบางจึงหันไปหาสมาชิกที่เหลือซึ่งทยอยกันเข้ามาล้อมมันไว้

 


 

 

เฮ้ กระต่าย นายจะไปไหนน่ะ ” ไอริสนั่งลงสบตากับดวงตากลมโตสีดำสนิทตรงหน้า ทำให้กระต่ายขาวค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาแล้วเอ่ยเสียงเล็ก

 

 

 

 

ขอโทษที แต่ชั้นไม่ว่าง สายแล้วๆๆ ” พูดจบมันก็รีบกระโดดพรวดออกไปอย่างรวดเร็ว ร่างของเพลย์เยอร์ทุกคนรีบออกวิ่งตามไป กระต่ายขาวกระโดดผ่านพุ่มไม้เล็กใหญ่ที่ขว้างอยู่ตรงหน้า มันยังคงมองนาฬิกาของตนพลางพึมพำตลอดเวลา







 








 

 

เฮ้ กระต่ายขาว ” แอตลาสและคราวที่ออกวิ่งตามเจ้ากระต่ายมาติดๆรีบกวักมือเรียกเพลย์เยอร์คนอื่น ร่างของกระต่ายขนปุยหยุดหันซ้ายหันขวาหาทางพลางกระโดดไปต่อ มันตรงไปหยุดตรงหน้าต้นไม้ใหญ่ซึ่งตรงลำต้นมีโพลงกว้างลึกเข้าไปอยู่ ก่อนที่มันจะกระโดดฮวบเข้าไปทันที

 




 

 

เอาจิงดิ ” แอตลาสแอบสบถเบาก่อนจะตามเข้าไปในโพลง ตามด้วยร่างของคราวและอาคาซึกิ ไอริส คามาระ และปิดท้ายด้วยกีตาร์

 



 

 

ป่าทึบกว้างตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับว่าเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ร่างของเพลย์เยอร์ทุกคนร่วงหล่นลงไปในโพลงกว้างที่มืดสนิท

 


 

ลึกลงไป.....

 

 

 












 

Crown talk

 

ผมลืมตาขึ้นมาจากความมืดพลางเลื่อนมือขึ้นสัมผัสเหนือขมับตนเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบ ของเหลวสีแดงสดทำให้ผมรู้ได้ว่าหัวของผมคงกระแทกเข้ากับอะไรซักอย่าง และเมื่อเงยหน้าขึ้นไปก็เจอคำตอบทันที!

 


 

 

เหนือหัวของผมเต็มไปด้วยความมืดสนิท แต่ที่น่าเหลือเชื่อกว่านั้นคือชุดสิ่งมันลอยกลับหัวอยู่ ทั้งโซฟา เตียง ตู้ โต๊ะ ทุกสิ่งมันลอยกลับด้านอยู่

 

 

 

ผมพยายามกวาดมองรอบๆตัวเอง รอบตัวผมมีประตูนับร้อยบานอยู่รายล้อม สีและขนาดของมันแตกต่างกันเยอะแยะไปหมดจนน่าเวียนหัว นัตย์ตาสีโกเมนของผมหยุดลงที่ร่างในชุดผ้าคลุมสีแดงกำลังนอนฟุบอยู่ไม่ไกลนัก นั้นมันทำให้ให้ผมรีบลุกพรวดออกไปทันที

 

 

 

อาคาซึกิ!!! ” ผมคว้าร่างบางขึ้นมาเขย่าแต่นัตย์ตาคู่สวยยังคงปิดสนิทไม่กระพริบ ทำให้ผมต้องรีบยกมือขึ้นกดเหนืออกซ้ายของเขา

 

 

หัวใจยังเต้นอยู่...

 

 

 

อาคาซึกิยังไม่ตาย ผมรีบวางร่างบางให้นอนเรียบกับพื้นแล้วออกแรงเขย่าร่างบางอีกครั้ง แต่ไม่ทันที่จะได้เขย่าอีกคร่า ร่างนั้นก็สำลักออกมาเบาๆ ก่อนจะลืมตาอย่างเชื่องช้าพลางชำเลืองมองมาที่ผม

 

 

 

คราว.... ” อาคาซึกิเอ่ยเสียงเบา แต่มันทำให้ผมอุ่นใจมากๆ ผมรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกมาจากกระเป๋าเสื้อก่อนจะบรรจงเช็ดคราบเลือด(ของผม)ที่เปื้อนหน้าอาคาซึกิอยู่

 

 

 

คุณเป็นอะไรมั้ย ” ร่างบางได้แต่ส่ายหน้ากลับมาแล้วมองไปรอบๆกายเท่านั้น

 

 

ที่นี่ที่ไหน? ”

 

 

 

ผมคิดว่าคงจะเป็นภายในโพลงกระต่ายนะ หลังจากที่เราตกลงมา เราก็มาโผล่ที่นี่ ” ผมตอบร่างบางพร้อมเดินไปลองเปิดประตูหลายบานตรงหน้า แต่มันก็ล็อคอยู่!

 

 

 

เราต้องออกไปให้ได้ ”

 

 

 

เป็นไงบ้าง เปิดได้มั้ย อ่า.... เราจะทำยังไงดี แบบนี้จะตามกระต่ายไปได้ยังไงกัน ” ร่างบางครุ่นคิดอย่างกังวลพร้อมเงยหน้ามองประตูนับร้อยบานที่ผมกำลังพยายามเปิดอยู่

 

 

 

ไม่หรอก เราตามกระต่ายไปได้แน่ๆ เพียงแต่... ” ผมหยุดพูดไปพลางหยิบกระดาษคำใบ้ขึ้นมา

 

 

เราต้องไขคำใบ้นี่ให้ได้” ดวงตาสีแดงสดมองผมเงียบใต้ผ้าคลุมสีเดียวกัน ร่างนั้นหันหลังกลับไปมองประตูตรงข้ามตนและเอ่ยเสียงเบา

 

 

 

นั้นมันของทีมที่ชนะ นายไม่ควรบอกผมนะ ”

 

 

 

แต่ก็ไม่ได้ห้ามบอก! ” ผมรีบเถียง

 

 

 

แต่... ”

 

 

 

ไม่มีแต่ ” ผมก้าวยาวๆเข้าไปตรงหน้าร่างบาง เจ้าตัวพยายามจะเถียงแต่ก็ได้เพียงก้มหน้ามองพื้น ผมเลยเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าขาวใสนั้นและจับให้เขากลับมามองทางผม “ เราบอกว่าจะชนะไปด้วยกันไม่ใช่เหรอ ”

 

 

 

อืม.... ”

 

 

 

เพราะฉะนั้น เรามาช่วยกันไขคำใบ้นี่เถอะ จะได้รีบตามทุกคนไป เราจะชนะไปด้วยกัน ”

 

 

 

อื้ม!” เด็กน้อยฉีกยิ้มกว้าง ทำให้ผมแอบรู้สึกใจกระตุกวูบไปชั่วครู่ อ่า.....นี่มันเด็ก ไม่สิ นี่มัน พี่นะๆ! เราคือพวกพ้อง ผมมามัวบ้าอะไรอยู่เนี่ย = =

 

 

 

อาจเพราะใบหน้าไร้อารมณ์ที่ได้มาตั้งแต่เกิดแบบนี้ทำให้คนอื่นเข้าใจเสมอว่าผมเย็นชา แต่ไม่เลย ผมก็คิดอะไรอยู่ตลอดเวลา และพวกคุณไม่รู้แน่ๆว่าผมรู้สึกอะไร

 

 

 

ผมคี่กระดาษสีขาวที่พับอยู่ออกก่อนจะยื่นมันไปให้อาคาซึกิดู ผมคิดไว้แต่แรกแล้วแหละว่าจะให้อีกทีมดูคำใบ้ด้วย

 

 

แน่นอนว่าผมไม่คิดจะเก็บไว้คนเดียวหรอก ก็ตอนนี้เราคือครอบครัวเดียวกันนี่น่า!

 

 

 

ไม่ว่าคนอื่นจะรู้สึกแบบนั้นหรือไม่ แต่ผมก็ไม่อยากให้ใครตายอีกแล้ว....

 

 

 

ผมหันไปมองหน้าอาคาซึกิที่ยิ้มให้ผมอยู่ก่อนจะก้มมองคำใบ้บนกระดาษพร้อมกัน

 

 

 

' Follow the White rabbit don't get lost

One hundred doors around you

Don't trust the lair cheshire

Watch out for Mat hatter's game

Don't eat any cake or soft drink

Keep walking don't believe a sign

The red castle is the end....... '

 

 

 

 

ประมาณว่าให้ตามกระต่ายงั้นเหรอ? ” อาคาซึกิเงยหน้าขึ้นจากกระดาษพลางเอ่ยถาม

 

 

 

อืม ประตู คงหมายถึงที่อยู่รอบๆเรานี่ งั้นอย่างแรกเราควรออกไปจากที่นี่ให้ได้ ” ผมว่าจบร่างบางก็พยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วจึงแยกกันไปหาประตูที่จะออกไปได้

 

 

 

หลังจากที่พยายามเปิดมาเกือบสิบบาน ผมก็เจอประตูบานที่เปิดได้

 

 

 

อาคาซึกิ บานนี้เปิดได้! ” ผมรีบโบกมือเรียกให้ร่างให้ผ้าคลุมสีแดงวิ่งตรงมาที่ผมก่อนที่พวกเราจะเปิดประตูออกไปพบกับแสงสว่างจ้าตรงหน้า

 

 

 

ผมรีบยกมือขึ้นบังแสงที่สาดส่องเข้ามาแล้วจึงค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆพร้อมมองไปรอบตัว

 

 

 

ที่นี่มันที่ไหนกัน....

 

 

 

ต้นไม้และดอกไม้หลากสีสันเต็มไปหมด ท้องฟ้าสดใสที่มีเหล่าผีเสื้อปีกขนมปังบินว่อน สัตว์ตัวเล็กๆส่งเสียงหัวเราะคิกคักพร้อมวิ่งไปมา ผมหันกลับไปมองอาคาซึกิที่ค้างอยู่เช่นกันแล้วจึงเอ่ยขึ้น

 

 

 

เราควรไปทางไหนต่อดีล่ะ ”

 

 

 

ถ้าเป็นตามคำใบ้ล่ะก็ คงต้องไปปราสาทของราชินีแดงนะ ” ร่างบางมองกระดาษคำใบ้อีกครั้ง ผมปราดมองไปรอบๆตัวจนไปเห็นป้ายแปลกประหลาดไม่ไกลนักจึงรีบวิ่งเข้าไปดู

 

 

 

รูปร่างของมันประหลาดมากจริงๆ กลางป้ายเป็นรูปกระต่ายตาโปนๆ ยิ้มร่าอย่างสดใสพร้อมสลักตัวหนังสือว่า

 

 

 

' Welcome to wonderland '

 

 

 

 

เลื่อนลงมาเป็นป้ายเล็กรูปลูกศรชี้ไปทางซ้าย กลางป้ายมีคำว่า

 

 

Mat hater's home

 

 

 

ต่อมาเป็นป้ายรูปมือชี้ไปทางขวาที่สลักไว้ว่า

 


 

Red castle

 





 

นั้นไงล่ะ ทางไปปราสาท ” ผมชี้ไปที่ป้ายรูปมือนั้น อาคาซึกิเองก็พยักหน้ากลับมานิดๆ


 

 

รีบไปกันเถอะ ”

 


 

อื้ม ” ผมรีบวิ่งตรงดิ่งไปทางขวามือทันที โดยไม่ได้หันกลับมองด้านหลังเลยแม้แต่น้อย

 

 

 


 

 

เมื่อร่างทั้งสองค่อยวิ่งห่างออกไปเรื่อยๆ ป้ายนั้นก็ค่อยๆขยับเลื่อนขึ้นช้าๆ ป้ายบอกทางหมุนสลับกลับมาทางด้านเดิมที่ๆมันเคยอยู่ เสียงแหลมเล็กหัวเราะลั่น

 

 

ราวกับกำลังสนุกสนานกับทางนรกที่ชี้ให้กับเพลย์เยอร์ทั้งสอง....

 

 

 

 

 

 

 

 

I-ris talk

 

 

 

หืม ที่นี่มัน ” ผมกระพริบตาถี่ๆพลางยันตัวขึ้นมาอย่างช้าๆ

 


 

 

นี่มัน โซฟา? ผมก้มมองโซฟาสีครีมนุ่มที่ตนนั่งอยู่แล้วจึงกวาดมองไปรอบๆ


 

 

ที่แปลกกว่าคือโซฟานี่มันลอยอยู่แถมกลับด้านซะด้วย!!!

 


 

 

ถ้าจำไม่ผิดล่ะก็ เราเข้ามาในโพลงกระต่าย!!



 

 

ผมครุ่นคิดพลางกระโดดลงมาจากโซฟานั้น โดยไม่ลืมเงยหน้าขึ้นมองเหล่าเฟอร์นิเจอร์ลอยฟ้าแล้วแอบนึกสยองนิดๆไม่ได้ แต่ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้โซฟานั้นมารองรับผมไว้ผมคงตรงลงมากระแทกกับพื้นเข้าอย่างจังแน่ๆ

 



 

 

หลังจากพิศวงกับไอ้โต๊ะ ตู้ ต่างลอยฟ้าแล้วรอบตัวผมตอนนี้ก็เต็มไปด้วยประตูหลากสีหลากไซต์รายล้อม

 


 

เอาไงล่ะเนี่ย ” ให้ตายสิ! นี่มันบ้าชัดๆ ผมได้แต่มองประตูพวกนั้นอย่างเซ็ง

 



 

แบบนี้ผมควรจะออกบานไหนกันนะ!




 

 

อ่า....ผมจะได้กลับไปเจอ Alaxia มั้ยนะ.... ป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้าง

 

 

 

ให้ตายสิ ผมหยุดคิดถึงเขาไม่ได้เลย... Alaxia เสียงของเขา มืออุ่นๆของเขา ริมฝีปากนุ่มๆนั้น....

 



 

 

แต่นี่มันไม่ใช่เวลามาพรรณนาความรัก!!! ถ้าอยากเจอก็ต้องชนะสิ!

 

 


 

คิดได้ผมก็หันกลับไปมองประตูรอบกายก่อนจะตัดสินเลือกบานสีฟ้าที่ใกล้ตัวที่สุดแล้วลองบิดลูกบิดดู

 

 



 

มันเปิดได้!

 


 



 

ผมพลักประตูออกไปพบกับแสงสว่างจ้าจนต้องยกมือขึ้นปิดหน้าตน และเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกที รอบๆตัวผมก็กลายเป็นป่ามืดๆซะแล้ว

 

 




 

ผมหันไปมารอบๆตัว และก็เจอแต่ต้นไม้ แสงอาทิตย์ที่เล็ดรอดผ่านต้นไม้ใหญ่มาทำให้ผมรู้ได้ว่าพื้นที่ผมเหยียบอยู่มันเป็นดินชุ่มน้ำนิดๆ ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบสงัดทำให้ผมตัดสินใจเดินไปเรื่อยๆโดยไม่คิดหวาดกลัวความมืดนั้นแม้แต่น้อย

 


 

 

อาจเพราะมันมืดมากทำให้ผมมองแทบไม่เห็นทาง ต้นไม้รอบๆก็เหมือนกันไปหมดจนน่าเวียนหัว มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนเดินวนกลับมาที่เดิมหลายรอบ

 


 

 

บ้าเอ๊ย! ” ผมสบถกับตัวเองพลางเตะต้นไม้อย่างหัวเสีย แต่ก็ไม่ทันที่จะได้เตะเข้าอีกรอบเสียงนึงก็ดังขึ้นทำให้ผมรีบหันไปมอง

 

 


 

เฮ้ย เด็กน้อยนั้นน่ะ หลงทางเหรอ~~~~ ” เสียงทุ้มแหลมลากยาวจนแอบทำให้ผมขนลุกเล็กน้อย ด้วยสัญชาตญาณผมคว้าซิกซาวเออร์ที่เหน็บเข็มขัดซ้ายขึ้นมาจ่อไปทางเสียงนั้นอย่างรวดเร็ว

 

 

 

ใครน่ะ!!! ” เสียงตะโกนของผมดังลั่นไปทั่วป่าทึบ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาจากทางที่เล็งปืนใส่ และมันก็ต้องทำให้ผมกระตุกวูบ เมื่อเสียงนั้นดังขึ้นข้างหลังผม!!!!

 



 

 

เด็กน้อย หลงทางเหรอ ” เป็นไปยังไงกัน!!! ไม่มีใครเดินผ่านผมไปเลย ทางก็แคบๆแค่นี้ แล้วเจ้าของเสียงตรงหน้าจะหายตัวมาอยู่อีกด้านได้ยังไง

 


 

 

หายตัว.....

 



 

 

ไง เหม่ออะไรอยู่ได้ ”

 


 

 

เฮ้ยยยยยยยยยยยย!!!!!! ” ผมร้องลั่นเมื่อความคิดของผมหยุดลงด้วยการปรากฎตัวของร่างตรงหน้า ผมเบิกตากว้างมองตาแมวสีม่วงลอยอยู่บนอากาศห่างจากหน้าผมไม่กี่เซน....

 

 

 

แถมมีแต่หัว!!!

 

 

 

อย่าตกใจไป ที่รัก ร้องเป็นไก่อ่อนไปได้ ” เจ้าแมวสีม่วงฉีกยิ้มกว้างโชว์เขี้ยวแหลมๆจนน่าตกใจก่อนจะหมุนหัวไปมาในอากาศ



 

 

 

นาย....แมว ” ผมพยายามรวบสติเอาไว้ก่อนจะจ่อซิกซาวเออร์คู่ใจไปทางหัวสีม่วงนั้น มันหันมามองผมด้วยรอยยิ้มพร้อมจ้องมองผมด้วยนัตย์ตาสีสีฟ้าอมเหลืองสุกใสคู่โตอย่างมีเล่ห์นัย

 



 

 

ใช่แมว! ชั้นคือเชสเตอร์ ” มันบอกพลางลอยไปมา “ อ่า รู้สึก ตกใจอะไร โทษที ลืม ' ตัว ' ” ว่าจบร่างท่อนล่างของมันก็ปรากฎขึ้นทำให้เห็นลำตัวอ้วนๆกลมๆลายสีม่วงสลับชมพูเข้มที่กำลังสบัดหางไปมาอยู่

 



 

 

อ่า คือ ถ้าไม่ว่า อะไร ผมกำลังรีบและคงต้องไปแล้ว ” ดูท่าจะหาประโยชน์จากไอ้แมวบ้านี่ไม่ได้ เขาควรรีบไปดีกว่า ป่านนี้ทุกคนไปอยู่ไหนกันแล้วไม่รู้!!!


 

 

 

หืม เดี๋ยวก่อนสิ ” ไม่ทันที่ผมจะได้เดินไปไหน ร่างนั้นก็หายวูบมาปรากฎตรงหน้าผม



 

 

นี่แกว๊าบได้ก็ไม่แปลว่าผมจะยิงแกไม่ได้นะ - - ” ได้โดนปืนลูกพ่อสอยจนพลุนแน่

 



 

ใจเย็นๆ ” มันยกมือขึ้นห้าม “ ชั้นจะบอกว่าสามารถบอกทางให้นายได้ต่างหาก ”



 

 

ทาง??? ”



 

 

ใช่ นายกำลังหลงทางใช่มั้ยล่ะ งั้นชั้นจะบอกทางให้นายก็ได้ ”

 

 

 

แลกกับอะไร? ” ผมถามขึ้นเสียงแข็ง

 



 

แลก? ไม่เห็นจำเป็นต้องแลก แค่บอกทางเด็กน้อยที่หลงทาง ”

 

 

 

 

ไม่มีทาง สิ่งมีชีวิตบนโลกน่ะ มีแต่ความเห็นแก่ตัว โลภ ทุกสิ่งที่ทำล้วนมีจุดประสงค์ ” ใช่แล้วล่ะ ผมโดนหลอกมาตลอด ชีวิตผมมันตกอยู่ในอันตรายมาตั้งแต่เด็ก และผมจะไม่มีวันเชื่อใจใคร ยกเว้นแต่....

 


 

 

หืมๆๆ นายนี่มันซีเรียสชะมัด”

 


 

จะเอาอะไรว่ามา ”

 


 

 

ชื่อของนาย.... ”


 

 

หา? ชื่อ ” ผมรีบถามทวนอย่างอดสงสัยไม่ได้

 

 

ใช่ ชั้นอยากรู้ชื่อนาย ”

 

 

แค่นั้นเนี่ยนะ ” ไอ้แมวนี่มีอะไรแน่ๆ = =

 

 

แค่นั้นจริงจริ๊ง ”

 

 

ไอริส ”

 


 

ไอริส~~~ แหม ชื่อน่ารักเหมาะกับหน้าตา... ” มันรีบหายวับหลบกระสุนที่ผมสาดไปอย่างทันควันก่อนจะลอยผ่านไปด้านหลังผมแล้วหัวเราะอีกครั้ง

 



 

อย่ามามากเรื่อง บอกทางมา ” เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของผมไอ้แมวนั้นก็แอบทำหน้ามุ่ยแล้วพูดขึ้น

 



 

แหมๆ หนูโหดนี่ ก็ได้ ๆ ทางซ้ายมีเนี่ย เดินตรงไปเรื่อยๆ นายก็จะเจอบ้านของช่างทำหมวก ถึงปกติเขาจะบ้าๆบอๆก็ตามที แต่เขาช่วยนายได้ ”



 

 

โอเค ขอบคุณ ” ผมรีบเดินไปทางที่เชสเตอร์บอกแล้วจึงรีบสาวเท้าผ่านไปอย่างรวดเร็วจนไม่ได้ยินสิ่งที่มันบอกตามหลังมา....

 

 

 

 

 

 

เดินตรงมาไม่ไกลนักอย่างที่เชสเตอร์บอก ผมหลุดออกมาจากป่าทึบนั้นได้แล้ว ตรงหน้าของผมเป็นกระทอมหลังเล็กที่มีสภาพโทรมๆไม่น้อย ผมเหลือบมองรั้วที่หักเป็นชิ้นแต่มันก็ยังถูกปักเรียงไว้ตามพื้นราวกับเจ้าของบ้านกำลังเล่นสนุก แต่ก็ไม่ทันที่ผมจะได้คิดอะไรเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเรียกความสนใจของผมไป



 

 

 

ว้าว! เรามีแขก!!!! ” เสียงนั้นดังขึ้น ผมรีบหันควับไปมองโต๊ะน้ำชาขนาดใหญ่ที่ตั้งตระง่านยาวจนสุดสนามหน้ากระท่อม บนโต๊ะนั้นเต็มไปด้วย แก้วชา เค้ก ดอกไม้ น้ำตาลก้อน และขนมมากมายวางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะ



 

 





 

ขอต้อนรับสู่ปาร์ตี้น้ำชา หึๆๆๆๆ ” ผมมองไปที่เจ้าของเสียงที่อยู่สุดหัวโต๊ะ เขาน่าจะเป็นช่างทำหมวก ชายหนุ่มร่างสูงจ้องผมด้วยดวงตาสีเขียวคู่นั้น ผมสีส้มสดของเขาถูกทับไว้ด้วยหมวดทรงสูงซึ่งถูกประดับตกแต่งไว้อย่างอลังการ


 

 

 

เพื่อนร่วมของเขามีเพียงกระต่ายสีน้ำตาลขนฟูที่เอาแต่นั่งหัวเราะคิกคักกับเจ้าหนูตัวเล็กนี่นอนอยู่บนถ้วยน้ำชานั้น เก้าอี้นับสิบทีว่างไม่ทำให้ผมตกใจเท่าเห็นใครอีกคนนึงที่นั่งอยู่ข้างๆช่างหมวก

 


 

 

โฮโนกะ ” ผมเผลอพูดชื่อเขาออกมา ทำให้เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมามองผมก่อนจะเอ่ยตอบอย่างกระตุกระตัก

 

 

 

งะ ไง คุณ ไอ....ไอริส” ร่างบางก้มจิบชาเงียบๆต่อราวกับเมินผม



 

 

นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน ” ผมตรงดิ่งไปที่โฮโนกะแต่ก็ถูกช่างทำหมวกที่รีบวิ่งอย่างกระดี้กระด้ามาดันผมให้นั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามโฮโนกะ


 

 

 

ผมพยายามจะหันไปด่า แต่ช่างทำหมวกก็ยื่นแก้วน้ำชามาให้ผมพลางเอ่ยถาม

 


 

 

น้ำตาลมั้ย ”

 

 

 

เอ่อ ไม่ ” ผมตอบอย่างงงๆ และเมื่อเขาได้ยินแบบนั้น เขาเลยคว้ากระปุกใส่น้ำตาก้อนมาโยนใส่พื้นพร้อมหัวเราะลั่น อะไรของมัน!!!!!!! =[]=

 



 

 

เอาล่ะ เธอชื่ออะไร ” ช่างทำหมวกนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆผมพลางเอียงคอถาม

 

 


 

ไอริส ” แปลกแฮะ ทำไมที่นี่มีแต่คนชอบถามชื่อ

 

 

 

หืม ไอริส.....ไอริส ” เขาทวนชื่อผมไปมา “ โอ้ ไอริส นี่เป็นวันดี เราไม่ได้เจอแขกมานานแล้ว วันนี้ดีใจจริงๆที่ไอริสและคามาระคุงมาดื่มชากับเรา ” เขามองผมสลับกับโฮโนกะ

 

 

 

 

เอ่อ แต่ผมคงต้องรีบไป... ” ผมทำท่าจะลุกขึ้นแต่ก็ถูกช่างทำหมวกดันไว้

 



 

 

ไม่เอาน่า นี่มันปาร์ตี้นะ จริงมั้ย ” เขาหันไปหาสมาชิกร่วมโต๊ะทีเหลือ ซึ่งเจ้ากระต่ายสีน้ำตาลหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกลับมาพร้อมยกถ้วยขึ้นทุบหัวตัวเองจนสลบ ต่างกับหนูตัวเล็กที่นอนกลิ้งๆไปมาจนตกเข้าไปในกาน้ำชา

 



 

 

ไอ้พวกนี้มันบ้า.... =_=


 

 

 

เป็นเกียรติจริงๆที่พวกนายทั้งสองมาที่นี่ เอาเลยๆ ดื่มชาเร็วเข้า เดี๋ยวมันจะเย็นหมด ” ร่างนั้นฉีกยิ้มให้ผมพร้อมเดินกลับไปนั่งที่เดิม ผมมองโฮโนกะเงียบๆ เขากำลังจิบชาอยู่เช่นกันผมเลยดื่มชานั้นเข้าไป รสชาติมันอร่อยใช้ได้เลย เพียงแต่มันเย็นไปหน่อยเท่านั้น

 



 

 

ผมดื่มชานั้นจนหมดแก้วก่อนจะมองไปที่โฮโนกะอีกครั้ง และคราวนี้เขากำลังก้มมองอะไรบางอย่างอยู่ใต้โต๊ะทำให้ผมแอบชะโงกมองเขานิดๆ

 


 

 

นายทำอะไรน่ะ ”

 

 

ป่าว ผมแค่... ”

 

 

 

นั้นอะไรน่ะ ในมือนาย ” ผมเห็นเขารีบซ้อนบางอย่างไว้ แม้จะพยายามเก็บมันเข้ากระเป๋ากางเกงแต่เมื่อผมพูดขึ้น นัยต์ตาสีม่วงอ่อนมองมาที่ผมอย่างระแวง ผมจึงลุกพรวดเดินอ้อมไปทางเขา

 



 

 

“ …... ” โฮโนกะเงียบไป เขาพยายามหลบตาผม ในมือของร่างบางกำอะไรบางอย่างอยู่แน่น เจ้าของผมสีบลอนด์อมชมพูพยายามจะบิดตัวไปทางอื่นแต่ผมก็จับตัวเขาเอาไว้แล้วรีบแย่ง 'บางอย่าง' ในมือเขามา

 

 


 

มันคือกระดาษ!

 

 

 

ถ้าจำไม่ผิดอาจจะเป็นสิ่งที่ทีมที่ชนะได้...

 

 

 

เอาคืนมานะ!!! ” เด็กน้อยมองผมด้วยสายตาแค้นอาฆาตและผมก็มองกลับด้วยสายตาเย็นๆเท่านั้น

 

 

หืม ” ผมก้มลงอ่านข้อความภายในกระดาษเล็กก็ต้องสะดุดเข้ากับถ้อยคำนึง



 

 

 

Watch out for Mat hatter's game

 

 

 

 

เฮ้ พวกนาย ตื่นได้แล้วๆ เสียมารยาทจริงๆวันนี้มีแขกนะ ถ้าพวกนายไม่ตื่นจะเสียใจ!! เพราะว่า.... ” ไวกว่าความคิด ผมแทบช็อคสนิทเมื่อสิ่งที่ผมกำลังอ่านมันเกิดขึ้นตรงหน้า “ ได้เวลาเล่นเกมแล้ว ”

 

 


 

ห้ามเล่นเกมของช่างทำหมวก.....

 

 

 

ข้อความเตือนไว้แบบนั้น ผมนิ่งค้างไปทันที แม้ร่างกายพยายามจะรีบลุกหนี แต่มันกลับไม่ขยับ!

 

 



 

นี่มันอะไรกัน” ผมหันไปมองหน้าช่างทำหมวกซึ่งเขากำลังยิ้มอยู่

 



 

 

ยาพิษไงล่ะ ” ร่างนั้นตอบพร้อมหัวเราะลั่น “ พวกชั้นกลัวว่าพวกเธอจะไม่สนุกเลยใส่ยาพิษเข้าไปในน้ำชานั้น เป็นไงล่ะ เร้าใจดีมั้ย ฮะๆๆๆๆๆๆๆๆ ” เขาหัวเราะขึ้นพร้อมกับกระต่ายและหนูที่ตื่นขึ้นมา



 

 

 

บ้าเอ๊ย ”

 

 

 

อ๊ะๆ แต่วิธีถอนพิษน่ะมีอยู่ เอาง่ายๆพวกนายต้องเล่นเกมกับเราถ้าอยากได้ยาถอนพิษ ”


 

 

เกมอะไร? ” คราวนี้โฮโนกะรีบถามขึ้นบ้าง

 


 

ตอบคำถาม ง่ายๆ ข้อเดียว ” ช่างทำหมวกยกนิ้วชี้มาตรงหน้าพวกผมก่อนจะเอ่ยต่อ “ แต่ระวังถ้าตอบผิดคือตาย!”

 

 

 

“ ….. ” ผมและโฮโนกะนิ่งเงียบสนิท ให้ตายสิ!!! นี่มันบ้าอะไรกัน

 

 

 

เอาล่ะ ได้เวลาคำถามโลกแตกมหาสนุกของชั้นคนนี้ ทาด้า!!!! ” เขาปรบมืออย่างสนุกสนานกับพวกกระต่ายและหนู ผิดกับพวกผมที่นั่งเงียบเป็นป่าช้า


 

 

 

ทำไมอีกาถึงอยู่ในโต๊ะหนังสือ!! ”

 


 

หา? ” ผมร้องลั่น “ อะไรนะ ”

 


 

 

ทำไมอีกาถึงอยู่ในโต๊ะหนังสือ!!!! ” เขาทวนคำถามให้ผมฟังอีกครั้งแต่มันก็ยิ่งทำให้ผมงง “ เวลามีนิดเดียวนะ ยาออกฤทธิ์เร็วมากๆ ชั้นให้เวลาพวกนาย 10 วินาที ติ๊กต๊อกๆๆ ”

 

 


 

ไม่ๆๆ ผมไม่อยากตาย ” โฮโนกะยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองพร้อมร้องลั่น ผมเองก็นั่งครุ่นคิดด้วยความเครียดกับไอ้คำถามไร้สาระนั่น

 

 


 

ติ๊กต๊อกๆๆ ”ช่างทำหมวกรัวเสียงไปมาอย่างสนุกสนานราวกับกำลังแกล้งเด็ก



 

 

ฮือ ไม่ๆๆๆ ผมไม่อยากตาย ทำยังไงดีๆ ” โฮโนกะปราดน้ำตาที่ไหลอาบมาด้วยความกลัว

 




 

แค่ตอบคำถามหนูน้อย เอิ๊กๆๆๆๆๆ ” กระต่ายขนฟูหันมาตอบแล้วก็หัวเราะ ทำให้โฮโนกะยิ่งกลัวไปใหญ่ แน่สิ! ผมก็รู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก ทำอะไรไม่ได้เลย...


 

 

ฮึก....ผม ” โฮโนกะหันไปทางช่างทำหมวกพร้อมเอ่ยเสียงเบา “ บะ บางทีมันอาจจะ...ทำรังใน...นั้น ”



 

 

 

สิ้นสุดเสียงของเด็กน้อยทุกคนก็เงียบลง ผมหันไปมองช่างทำหมวกเงียบ เขาหุบยิ้มไปไม่ถึงเสี้ยววิก่อนจะยิ้มกว้างพร้อมตะโกนขึ้นด้วยเสียงสดใส

 


 

 

ผิด!!!!!!!!!!!!! ”

 

 



 

อะไรนะ ไม่ๆๆๆๆ ” โฮโนกะพยายามลุกพรวดออกจากเก้าอี้ ร่างบางปราดน้ำตาสีใสที่ไหลอาบอาบท่วมใบหน้า แต่ไม่ทันที่จะได้ทำอะไรโฮโนกะก้มล้มลง มือเล็กพยายามตะเกียตะกายดึงผ้าคลุมโต๊ะเอาไว้

 




 

ร่างบางอาเจียนออกมาเป็นเลือดไหลท่วมข้างกายผม ก่อนที่น้ำตาสีใสจะพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงสดไหลอาบลงมาแทน

 

 

โฮโนกะกระตุกอยู่หลายรอบ และยังสำลักออกมาไม่หยุด

 

 


 

ผมมองภาพตรงหน้าอย่างสยดสยอง เด็กน้อยดิ้นทุรนทุรายก่อนจะสิ้นใจลงไปข้างกายผม โดยที่นัตย์ที่เบิกกว้างจ้องค้างมา....

 


 

 

ความกลัวพุ่งขึ้นถึงขีดสุด.... ผมกลัว! ผมกำลังจะตายแบบนั้นเหรอ



 

 

 

“ ….. ” ช่างทำหมวกและเพื่อนของเขายังคงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากราวกับมันเป็นเรื่องสนุกจนผมขนลุกวูบ จนในที่สุดนัตย์ตาสีเขียวนั้นหันมาจ้องผม

 



 

 

แล้วไอริสล่ะ ไอริสๆ จะตอบว่าอะไร ติ๊กต๊อกๆๆ ” เสียงนั้นทำให้ผมยิ่งกดดัน...



 

 

 

ผมกำลังจะเป็นบ้า กำลังจะตายแบบโฮโนกะ ให้ตายเถอะ!!!

 



 

คือ... ” ผมอึกอักไปทันที คำตอบคืออะไรกันล่ะๆๆๆๆ

 

 

 

ติ๊กต๊อกๆๆๆ ”

 

 

 

คือ.... คำตอบ... คือ ” ผมคิดไม่ออก ทำยังไงดี ทำไมอีกาถึงอยู่ในโต๊ะหนังสือกันเล่า!!?

 

 

 

ติ๊กต๊อกๆๆๆๆๆๆ ”

 

 

 

ผม.....ผมไม่รู้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ” นี่ผมต้องมาตายตรงนี้เหรอเนี่ย.....

 



 

 

ทั้งโต๊ะนั่งจ้องหน้ากันเงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไร ไอ้กระต่ายน้ำตาลนั่งทำปากพะงาบๆ ไอ้หนูนั้นก็ทำตาโตแบบตกใจ สุดท้ายช่างทำหมวกที่ทำหน้าบึ้งพร้อมกระแทกแก้วชาลงบนโต๊ะจนมันแตก เขาเดินเข้ามาที่ผม พร้อมก้มลงมาใกล้และ......................

 



 

 

ถูกต้อง!!! ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน ก๊ากกกกกกก ฮะๆๆๆๆๆๆ ” อะไรนะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! =[]=

 



 

 

เอ๊ะ แต่ เอ่อ.... ” ผมตั้งสติไม่ถูก อะไรกันเนี่ยยยยย

 

 

 

หึๆๆๆ นั้นแหละคือคำตอบ เอาไป เค้กถอนพิษ ” เขายื่นเค้กสีชมพูหวานมาตรงหน้า ผมจึงหยิบมันมากินจนหมดและเริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่หนักอึ้งแล้ว

 

 

 

เอาล่ะ ปาร์ตี้น้ำชาจบแล้วสิ~~~~ ” ช่างทำหมวกหัวเราะลั่นและเต้นรำกับเหล่าเพื่อนร่วมโต๊ะของเขา ผมเลยรีบลุกพรวดออกมาโดยไม่ลืมหยิบกระดาษคำใบ้ที่แย่งมาจากโฮโนกะไว้



 

 

ก่อนที่ผมจะก้มลงอ่าน หาสถานที่ๆผมควรจะไปต่อ

 



 

 

จุดจบคือปราสาทของราชินีแดง.....

 

41 ความคิดเห็น

  1. #15 Woofpy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2556 / 20:09
    คราวก่ะอาคาซึกิคู่นี้มุ้งมิ้งจังงง
    #15
    0
  2. #14 _FaY_ (@noael) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2556 / 20:22
    อ่า...คำตอบช่าง...= =^ แต่ว่าแอบรู้สึกว่าคราวเคะแปลก? น่ารักดี(มั้ง?) คามาระตายอนาถดี= =''' มีคำผิดบ้างเล็กน้อย เช่น นัตย์ ต้องเปลี่ยนเป็น นัยน์
    #14
    0
  3. #13 Zero (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2556 / 19:06
    คำถาม.. สุดยอด=_= นี่หรือคำถาม.. คำตอบก็อลังเวอร์~
    #13
    0