Caucus Race

ตอนที่ 22 : Chapter 13 ' Wailing in the fire '

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ธ.ค. 56

โกรธเกรี้ยว...... สับสน.....

 

 

 

นัตย์ตาสีโกเมนคู่สวยฉายแวววาวจโรชน์ราวกับกองเพลิงที่กำลังลุกไหม้ แผดเผาทุกสรรพสิ่งให้แหลกสลายเป็นตอตะโกได้ในพริบตาที่ตวัดไปยังสิ่งนั้น

 

 

 

 

บ้าคลั่ง....

 

 

 

 

ฝ่ามือหนาตวัดฟาดเข้ากับกำแพงอย่างโหดเหี้ยมครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งของเหลวสีแดงชาติไหลอาบทะลักออกมา แต่ร่างนั้นก็ยังคงทุบต่อไปดั่งไร้ความรู้สึก

 

 

 

 

ทรมาน....

 

 

 

 

 

ภายในห้องกว้างตกอยู่ในความเงียบสงัด จะมีก็แต่เสียงเปลวเพลิงที่ค่อยๆลุกลามทั่วตอไม้ซึ่งกำลังลุกไหม้อยู่ในเตาผิงเพียงเท่านั้น แสงไฟอ่อนๆจากมันทำให้ร่างกายของพวกเขารู้สึกอบอุ่น แต่หัวใจกลับเย็นยะเยือก...








 

 






 

 

หวาดกลัว

 

 

 

 

 

ทั้งๆที่สัญญาแล้ว.... ” เสียงทุ่มทำลายความเงียบลงพร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้าหล่อเหลา ชายหนุ่มได้เพียงแต่ปล่อยให้มันไหลต่อไป... “ ทำไมมาชิงตายไปก่อนล่ะ.... พี่ชาย ”

 

 

 

 

ร่างสูงซุดลงฮวบกับพื้นพรม มือทั้งสองยกขึ้นปิดใบหน้าไว้ ปล่อยให้น้ำสีใสไหลทะลักอย่างบ้าคลั่ง ร่างนั้นสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว โดดเดี่ยวและสิ้นหวัง...

 

 

 

 

ไม่มีเสียงใด.... ยกเว้นความเงียบสงัด

 

 

 

 

เหล่าเพลย์เยอร์ที่กระจัดกระจายกันอยู่คนละมุมห้องเหม่อมองคราวอย่างสลด พวกเขาทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากมอบความเงียบให้

 

 

 

 

ปล่อยให้คราวนั่งหมดสภาพราวกับเสียสิ่งสำคัญไปต่อหน้าต่อตา....สิ่งสำคัญที่พวกเขารู้ดีแก่ใจ!

 

 

 

 

บาปที่ตราตรึงขึ้นเป็นพันธนาการฉุดรั้งพวกเขาให้ร่วงสู่อเวจี ทั้งๆที่รู้ดี!!!

 

 

 

 

คราว.... ” ดวงตาสีฟ้าสุกใสของกีตาร์ลอบมองผ่านโซฟาที่ตนนั่งไปยังร่างสูง แต่นัตย์ตาสีโกเมนคู่นั้นกับไม่ฉายแววใดๆ คล้ายกับร่างของเขาไร้วิญญาณ

 

 

 

 

ไอริสเอือมมือไปจับไหล่กีตร์และส่ายให้เด็กหนุ่มเชิงอย่าพยายามเลย พวกเขาตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง เพียงปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้ค่า

 

 

 

 

ปังๆๆๆ!!!!!

 

 

 

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้เพลยเยอร์ทุกคนหันขวับไปมองบานประตูไม้โอ๊กสีขุ่น ไม่นานนัก เสียงของผู้มาเยือนก็เอ่ยออกมา

 

 

 

 

นี่ เปิดประตูให้ชั้นเถอะ ขอร้องล่ะ อย่ากักขังตัวเองไว้แบบนี้อีกเลย ” ใช่! กักขังตัวเอง! ฟังดูตลกเนอะ ทุกร่างได้แต่พึมพำในใจ และไม่มีใครขยับ เหมือนกับที่ผู้มาเยือนยังคงพยายามเรียกพวกเขาอยู่

 

 

 

 

ได้โปรด!! ไอริส แอตลาส กีตาร์ คราว ให้ชั้นเข้าไปเถอะนะ ” Alaxia มองประตูไม้โอ๊กสลักชั้นดีด้วยแววตาเศร้าสร้อย ได้โปรดอย่าเป็นแบบนี้เลย!! ทำไมทุกอย่างถึงแย่ไปหมด...

 

 

 

ขอร้องล่ะ... ” ชายหนุ่มพูดเสียงเบาราวกับหมดหวัง เพื่อนๆของเขากำลังทรมาน ครอบครัวของเขากำลังเจ็บปวด จะให้เขานิ่งดูดายได้ยังไง!!!

 

 

 

 

“ ….. ” เหล่าเพลย์เยอร์นั่งนิ่ง เสียงของ Alaxia ทำให้หัวใจพวกเขากระตุกวูบ แต่มันยากที่จะยอมรับความจริง

 

 

 

มันยากเกินไป....

 

 

 

 

ขอร้องล่ะ ได้โปรด ถ้าพวกนายเจ็บปวดก็แบ่งเบามันมาให้ชั้น....ชั้นจะคอย...รับมันไว้เอง เพราะฉะนั้น... ” เสียงของชายหนุ่มหยุดลง และสมาชิกในห้องกว้างยังคงไม่พูดอะไร

 

 

 

แอตลาสเหม่อมองเข้าไปในเตาผิง ไม่ต่างจากไอริสที่นั่งกุมมือเงียบบนโซฟานุ่ม กีตาร์ยกมือขึ้นปิดหูราวกับไม่อยากได้ยินอะไรอีก และคราวที่ปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลจนแทบไม่เหลือ...

 

 

 

ขอร้องล่ะ... พวกนายคือครอบครัวของชั้น ” เสียงอ้อยอิ่งของร่างนั้นเบาราวกับพึมพำ Alaxia นั่งลงพิงหลังกับประตูบานนั้น ซึมซับความอบอุ่นจากห้องกว้าง รวมถึงความเจ็บปวดที่แผ่ขยายออกมา

 

 

 

และในขณะนั้น บานประตูก็เปิดออก!

 

 

 

 

Alaxia หันขวับไปหาหนุ่มน้อยผมบลอนด์ทองที่เป็นคนพุ่งมาเปิดประตูให้เขา ร่างสูงคว้าหมับกีตาร์เข้ามากอดแน่น เด็กน้อยร้องไห้ออกมาพลางซบอ้อมกอดอบอุ่นของคนตรงหน้า

 

 

 

 

ชายหนุ่มกวาดมองรอบห้องพลางลูบหัวกีตาร์ไปเรื่อยๆ เขาสบตาแอตลาสที่ยิ้มจางๆให้เขา และในที่สุดไอริสค่อยๆเดินมาหาเขาแล้วเข้าสวมกอดแน่นไม่ต่างจากกีตาร์

 

 

 

 

ลุง ผะ....ผมกลัว ” กีตาร์ซบแผงอกกว้างของชายหนุ่มพลางสะอึกสะอื้น มันทำให้เขานิ่งเงียบไปทันที มือทั้งสองลูบหัวของร่างบางอย่างปลอบโยนพลางเอ่ยเสียงเบา

 

 

 

 

ชั้นก็กลัว... กลัวจะเสียพวกนายไปอีก... ” คนแล้วคนเล่าที่เขาสูญเสียไป...

 

 

 

 

ชายหนุ่มเดินไปที่โซฟาแล้วปล่อยให้ทั้งสองนั่งลง เขาหันไปมองแอตลาสที่ส่ายหน้าเชิงไม่เป็นไร ชายหนุ่มผมดำชี้ไปที่คราว แต่อย่างไรก็ตามร่างนั้นยังคงนิ่งเงียบ

 

 

 

 

Alaxia ลุกพรวดไปยังจุดที่คราวนั่งนิ่งอยู่ เขานั่งลงแล้วค่อยๆสบตาสีโกเมนคู่สวย มือเรียวยาวเอื้อมไปสัมผัสฝ่ามือที่ชุ่มไปด้วยเลือดของอีกฝ่าย

 

 

 

 

เจ็บมั้ย ” ชายหนุ่มลูบแผลนั้นเบาๆ ในตอนนั้นเองคราวหลุบตาลงต่ำ ร่างสูงเพียงเอ่ยเสียงแหบแห้ง

 

 

 

 

ไม่เจ็บ...แต่เจ็บตรงนี้ ” มือนั้นชี้ไปที่อกข้างซ้ายของตน ชี้ไปที่มัน...และจิ้มลงไปถี่ๆราวกับบอกย้ำใครทุกคนได้รู้ว่า หัวใจของเขามันแทบแตกสลายแหลกเละไปหมดแล้ว!

 

 

 

คราวมันไม่ใช่ความผิดของนาย! ” Alaxia รีบคว้ามือของร่างสูงที่พยายามทุบอกของตัวเองอย่างบ้าคลั่งไว้ มือนั้นสั่นเทา.....อย่างหวากกลัว

 

 

 

 

มันเป็นความผิดของผม อาคาซึกิคงไม่ต้องตายถ้าผมอยู่ตรงนั้น! ถ้าผม... ”

 

 

 

 

ไม่ใช่นะ! นายทำดีที่สุดแล้ว ถ้าจะมีคนผิด มันต้องเป็นชั้น ที่ทำอะไรไม่ได้เลย... ” ชายหนุ่มมองน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้าอีกฝ่าย

 

 

 

 

 

แต่....เพราะผมประมาท เพราะผมหนีมาก่อน....ถ้าผมร่วมสู้อยู่ตรงนั้น ไม่มีทางที่เขาจะตาย!! ”

 

 

 

 

 

เดี๋ยวก่อนนะ ขอสรุปอะไรหน่อย ” เสียงของแอตลาสที่เงียบไปนานเอ่ยขัดขึ้น แววตาสีครามคู่นั้นดูจริงจังราวกับเป็นคนละคน รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลือเพียงสีหน้าราบเรียบไร้อารมณ์ “ เพราะชั้นเสนอที่จะกินยานั้นดูก่อนอาจทำให้ชั้นไม่ค่อยรู้เรื่องว่าในเหตุการณ์ตอนนั้นจริงๆเกิดอะไรขึ้น แต่จากที่เราไปขอดูภาพในเกมจากเฮดิสเมื่อกี้ก็รู้ได้นี่ว่าเกิดอะไรขึ้นน่ะ! ”

 

 

 

 

ทุกคนนิ่งเงียบ ใช่แล้ว....พวกเขาไปขอร้องให้ Alaxia และเฮดิสเปิดภาพในเกมที่พวกเขาออกมา เมื่อบุคคลที่กลับมาจากเกมคนสุดท้ายเหลือเพียงกีตาร์...

 

 

 

 

ภาพจากกล้องทุกมุมในเกมฉายชัดทุกฉาก..... เลือดสีแดงที่สาดกระเซ็นไปทั่วของร่างบาง จนร่างนั้นหมดลมหายใจ

 

 

 

 

เราก็รู้นี่ว่าใครผิด!!! ” นัตย์ตาสีครามตวัดมองกีตาร์อย่างไร้หัวใจ “ มันก็แกไม่ใช่รึไง กีตาร์ ”

 

 

 

 

อะ...อะไร ” เด็กหนุ่มตอบเสียงสั่น กีตาร์ขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายไม่ต่างจากคนอื่นที่มองเขาอยู่

 

 

 

 

ที่พวกเราทุกคนวางใจแล้วรีบออกมาจากเกมกันที่ละคน เพราะพวกเราเชื่อว่าทุกคนต้องรอด! ” แอตลาสเอ่ยเสียงแข็ง “ แต่ที่แผนมันผิดพลาดก็เพราะแกไง!! ”

 

 

 

 

เดี๋ยวสิ ทำไมต้องเป็นเพราะกีตาร์ล่ะ ที่มันผิดเพราะเราออกมาก่อนไม่ใช่รึไง! ” ไอริสเปิดฉากเถียงบ้าง บรรยากาศรอบๆตัวของพวกเขาเริ่มทวีคูณความกดดันจนแทบทำให้บ้าคลั่งกันได้ง่ายๆ

 

 

 

 

หึ! ” ชายหนุ่มแค้นเสียง “ ก็สิ่งที่ทำให้แผนมันพังก็เพราะไอ้เด็กนี่มันอ่อนแอ! ” แอตลาสเดินเข้าไปดันหัวกีตาร์จนร่างนั้นเซถอยหลังไป

 

 

 

 

“ …. ” เด็กหนุ่มมองหน้าแอตลาสด้วยสายตาที่เริ่มพล่ามั่วเพราะน้ำตาที่ไหลออกมา

 

 

 

 

ทุกคนปืนกำแพงนั้นขึ้นมาได้! ยกเว้นแก ถ้าแกปืนได้ อาคาซึกิคงไม่ตาย!! ทุกคนคงจะรอดแล้ว ”

 

 

 

 

เฮ้! อย่าไปโทษกีตาร์คนเดียวสิ!!! ”

 

 

 

 

เงียบไปซะ ไอริส!! ” แอตลาสตวาดเสียงดังลั่น ชายหนุ่มหันขวับกลับมาหากีตาร์อีกครั้ง “ เพราะแกคนเดียวนั้นแหละ หึ! คิดให้ดีสิ ตั้งแต่เกมแรกแล้ว ทุกคนมันตายเพราะแก ”

 

 

 

 

ฮือ.... ” กีตาร์ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด เขากลัว!! เขากลัวมากๆ

 

 

 

 

เพราะแกไง เพราะแกทำให้คนอื่นจะตายกันหมด ด่านต่อไป ให้ตายชั้นก็ไม่ขอร่วมทีมกับไอ้เด็กเวรนี่! ”

 

 

 

 

แอตลาส!!! ” Alaxia เริ่มตวาดขึ้น นี่มันชักจะบ้ากันไปใหญ่แล้ว ทุกคนกำลังหวาดกลัว ทำให้เป็นแบบนี้!

 

 

 

 

หรือจะบอกว่าไม่จริง!? ” ชายหนุ่มกีดยิ้มอย่างท้าทาย “จะบอกว่าที่เราพลาดมาตลอดไม่ใช่เพราะมันรึไง! ”

 

 

 

 

“ ….. ”

 

 

 

 

ด่านแรกก็มาเจ็บให้คนอื่นพาหนี ไหนจะที่ไม่เคยสู้อะไรกับเขาได้ ภาระ!!! เกะกะ!!! สุดท้ายยังจะทำให้อาคาซึกิตาย!!! แกนี่มันตัวซวย!! ”

 

 

 

 

“ ….. ”

 

 

 

 

แกมันทำให้คนอื่นตาย แกทำให้คนที่แกรักตาย เรเวนตายเพราะแก!!! ”

 

 

 

ไวกว่าคิด!!! เมื่อแอตลาสที่กำลังพูดถูกมือของร่างบางที่กล่าวหาปะทะเข้าใส่เต็มแรง!!

 

 

 

 

แค่เรื่องนี้.... ” แอตลาสหันกลับไปมองร่างที่ต่อยเขาและก็ต้องตกใจเมื่อแววตาคู่นั้นมองเขาอย่างโกรธเกรี้ยว “ แค่เรื่องนี้!! ที่ชั้นไม่มีวันยอมให้แกพูด!!! ”

 

 

 

 

หึ! ก็ต่อยเป็นนี่ ถึงจะเบายังกับตุ๊ดตบก็เหอะ ” ชายหนุ่มเอื้อมขึ้นถูส่วนที่โดนต่อยด้วยท่าทางล้อเลียน

 

 

 

 

แกไม่มีสิทธิมาว่าหรอก!!! ต่อให้ชั้นอ่อนแอแค่ไหน ยังไงชั้นก็รู้ดีแก่ใจว่าคนที่ฆ่าเรเวนมันคือแก!!! ชั้นไม่มีวันลืม คนที่ฆ่าเขาคือแก ไอ้ฆาตกร!! ” มือเรียวเล็กรีบดึงมีดเล่มนึงออกมาจากเอวที่เขาแอบเก็บไว้ มืดของเรเวน...

 

 

 

 

นี่แก... ” แอตลาสมองกลับด้วยสายตาแบบเดิม “ ถ้าแกมีอาวุธอยู่ ทำไมไม่ใช้มันช่วยอาคาซึกิสู้เล่า!!! ”

 

 

 

 

ก็เพราะชั้นมันอ่อนแอไง!!!! เพราะอ่อนแอ... ” กีตาร์ปราดน้ำตาที่ไหลอาบบนหน้าตน “ เพราะอ่อนแอไง!! จะทำไมเล่า ชั้นไม่ได้เกิดมาเก่งแบบพวกนายนะ!! ชั้นมันก็แค่เด็กอายุ 16 ธรรมดาๆคนนึง จะให้...ฮึก จะให้สู้เก่งได้ยังไง หัดมองความจริงซะบ้าง!!! ”

 

 

 

 

เรื่องแบบนั้นมันก็ต้องฝึกไม่ใช่รึไง!! ไม่มีใครเก่งมาแต่เกิดหรอกเว้ย!! คนอย่างแกน่ะ ชั้นเกลียดที่สุด ไอ้ลูกคุณหนูโสมมที่อยากได้อะไรก็ได้ เกิดมาสบายแบบนั้นน่ะ ชั้นล่ะเกลียดที่สุด!! ”

 

 

 

 

แกมีสิทธิอะไรมาคิดแบบนั้นเล่า!! ชีวิตใครชีวิตมันสิ! ก็ชั้นทำไม่ได้นี่!! ”

 

 

 

 

แล้วแกจะอยู่ให้เป็นภาระทำไมวะ!! ทำตัวให้มีประโยชน์บ้างสิ!! ”

 

 

 

 

กีตาร์ แอตลาส พอ!! ” ไอริสพุ่งเข้าไปห้ามทั้งสองที่พยายามจะพุ่งไปปะทะกัน แต่แอตลาสก็พลักไอริสออก ทำให้Alaxia ต้องรีบวิ่งเข้ามารั้งร่างแอคลาสไว้ และให้ไอริสจับกีตาร์ไว้

 

 

 

 

ปล่อย!!! ให้ชั้นฆ่าไอ้เด็กบ้านั้นเถอะ!! มันเป็นตัวซวย! ”

 

 

 

 

ปล่อยชั้นซะ ไอริส ไม่ต้องมายุ่ง!!! ” กีตาร์พยายามดิ้นแต่แขนของไอริสก็ล็อกแน่นไม่ต่างจากร่างสูงที่รั้งแอตลาสไว้เช่นกัน

 

 

 

 

พอทั้งคู่แหละ!!! ” Alaxia ตวาดลั่น เมื่อเห็นทั้งสองหยุดเงียบจึงพูดต่อ “ พวกนายจะเอาเวลามาทะเลาะกันเองทำไม หา!!! ”

 

 

 

 

นายก็รู้ว่ามันผิด มันนั้นแหละ!!! ”

 

 

 

แกต่างหากที่ผิด แกฆ่าเรเวน แกมันชั่ว!!! แกหวังจะฆ่าทุกคนล่ะสิ! หึ! ไอ้สารเลวเอ้ย!! ”

 

 

 

ไอ้!!!! ”

 

 

 

หยุดทั้งคู่นั้นแหละ!!!!! ” ทุกร่างหันกลับไปมองที่ต้นเสียง ร่างสูงที่นั่งเงียบกับพื้นลุกขึ้นพร้อมเดินมาหยุดตรหน้าทุกคน “ คนที่ผิดมันผมเอง ”

 

 

 

 

ไม่ใช่นะคราว คนที่ผิดมันไอ้เวรนี่!! ”

 

 

 

แกนั้นแหละ มาทำเป็นพูดี!!!!! ”

 

 

 

ผมผิดเอง ผมผิดเอง!!!!! ”

 

 

 

 

พอเถอะ....” ไอริสมองทุกคนด้วยแววตาสลด ทุกคนไม่เป็นตัวของตัวเองอีกแล้ว พวกเขากำลังบ้าคลั่ง!

 

 

 

แกน่ะยอมรับว่าตัวเองเป็นตัวซวยแล้วไปตายซะเถอะ” แอตลาสยังไม่หยุด มือนั้นชี้หน้ากีตาร์อย่างคาดโทษ

 

 

 

 

ไม่!! ชั้นจะฆ่าแกให้ได้!! ”

 

 

 

 

บอกให้หยุดไง ทั้งหมดเป็นความผิดผม!!!!! ”

 

 

 

เพราะแก!! แกมัน.. ”

 

 

 

หัดดูตัวเองซะมั้ง รู้ซักทีว่าตัวเองผิด..... ”

 

 

 

 

บอกว่ามันเป็นเพราะผมไง คนอื่นก็เลือกมายุ่งซะที!!! ”

 

 

 

 

หยุด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ”

 

 

 

ทุกร่างหยุดเคลื่อนไหวทันชั่วขณะ เปลวไฟในเตาผิงยังคงเดือดพล่านอย่างร้อนระอุ นัตย์ตาสีม่วงเข้มของผู้พูดขึ้นตวัดมองทุกคนด้วยแววตาหลากหลายความรู้สึก

 

 

 

 

พวกนายทำแบบนี้แล้วคิดว่าคนที่ตายไปจะดีใจเหรอ.... ” ทุกคนต่างมองไปคนละทาง เพราะรู้ดีแก่ใจ...

 

 

 

 

“ …... ”

 

 

 

 

ทำแบบนี้แล้วคิดว่าเพื่อนที่ตายไปจะดีใจรึไง!! พวกเขาตายไป....มันเป็นการเสียสละ! เพื่อพวกนายที่รอดมา!! แต่พวกนายกลับเอามันมาพังทิ้งแบบนี้เนี่ยนะ!!! ”

 

 

 

 

“ ….... ”

 

 

 

 

 

ทั้งโฮโนกะ เรเวน อาคาซึกิ ถ้าพวกนั้นกำลังมองพวกนายอยู่ พวกเขาต้องสมเพชพวกนายแน่!! ทั้งที่อุสาห์ยอมเสียสละมากมาย แต่ความสัมพันธ์ตลอดมามันไม่มีความหมายรึไง!!!! ”

 

 

 

 

 

“ …... ”

 

 

 

 

สิ่งที่ทุกคนร่วมสร้างกันมามันคืออะไร!! เราคือครอบครัว!! เราจะรอดไปได้เมื่อเราอยู่ด้วยกัน ” Alaxia กวาดมองทุกคน “ เกมที่แล้วๆมาเรารอดมาได้ แต่เราก็ต้องเสียพวกเขาไป และตอนนี้ ยังเหลืออีก 2 ด่าน!! ทุกคนอยากเสียใครไปอีกมั้ย? หา???? ”

 

 

 

 

ไม่.... ”

 

 

 

 

งั้นทำไมต้องมาฆ่ากันเอง คิดว่ามันดีแล้วรึไง! ร่วมกันสู้สิ! ช่วยกัน ผ่านอุปสรรค2 ด่านสุดท้ายไปให้ได้ ไม่ใช่แค่เพื่อตัวพวกนาย เพื่อชีวิตแห่งอิสระ!!! เพื่อเรา เพื่อพวกเขาที่ตายไป!! ”

 

 

 

 

เพราะฉะนั้นเลิกโทษตัวเองได้แล้ว ” ชายหนุ่มฉีกยิ้มขึ้น ไม่รู้ทำไมพวกเขาถึงรู้สึกอบอุ่นขนาดนี้ เพียงแค่มองรอยยิ้มนั้น Alaxia ปราดมองเพลยเยอร์ที่ละคนก่อนจะพูดต่อ“ กีตาร์นายไม่ใช่คนผิดที่ทำให้ใครตาย นายต้องพยายามและไม่เป็นภาระของทุกคน เพื่อเรา! ไอริสนายต้องใช้ความสามารถของนายที่มีช่วยทุกคนอย่างสุดความสามารถ เราควรช่วยกันเป็นทีม ไม่ใช่ลุยเดี่ยว! แอตลาสอย่าใช้อารมณ์ตัดสิน อย่าเอาตัวเองเป็นตัวตั้ง นายเป็นมันสมองของกลุ่ม เพราะงั้นนายควรใช้มันเพื่อทุกคน คราว นายคือความหวัง นายสู้เก่ง และมันน่าทึ้งมากๆ เพราะงั้นสิ่งที่นายทำคือคอยปกป้องดูแลทุกคน ชั้นขอแค่นี้พวกนายทำให้ได้มั้ย? ”

 

 

 

 

ราวกับทุกคนคิดเหมือนกันในใจ เมื่อสิ้นสุดคำพูดของชายหนุ่มพวกเขารู้สึกใจสงบลงมาก เหมือนว่าเมื่อกี้ไม่ได้เกิดเรื่องเลวร้ายแบบนั้นขึ้น รู้สึกเหมือนจิตใจทุกคนเชื่องโยงอีกครั้ง

 

 

 

 

ที่ทุกคนออกมาจากเกมที่แล้วก่อน ก็เพราะทุกคนเชื่อมั่นใช่มมั้ยล่ะ เพราะทุกคนเชื่อมั่นในตัวอาคาซึกิ เพราะฉะนั้นไม่มีใครผิดหรอกนะ” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ

 

 

 

“ ….... ”

 

 

 

 

เรื่องในอดีตคือสิ่งที่ผิดพลาดและเราควรทำใจ แต่มันคือสิ่งที่จะเป็นแรงพลักดันให้พวกนายก้าวต่อไป! เพื่อที่จะผ่านอุปสรรคพวกนั้นไปด้วยกัน รอดไปด้วยกัน …..ชนะไปด้วยกัน” เขาพูดประโยคสุดท้ายพลางมองหน้าคราวอย่างเข้าใจกันเอง และคราวก็ยิ้มกลับมา

 

 

 

 

เอาล่ะ นี่มันไม่ใช่เวลามาซึhงอะไร ชั้นรู้ชั้นพูดไม่เก่งหรอก ชั้นไม่เคยมาดูแลใครแบบนี้ เพราะงั้นสิ่งเดียวที่ชั้นให้พวกนายได้คือ ความหวัง ”

 

 

 

 

 

“ ….. ”

 

 

 

 

พวกเราคือครอบครัว ” Alaxia ก้าวเข้าไปกอดเพลยเยอร์ทุกคนเอาไว้ ทุกคนเองก็ขยับเข้ากอดกันราวกับเป็นแม่เหล็กที่ถูกดูดเข้าหาด้วยขั้วที่แตกต่าง ถึงเราทุกคนจะต่างกันแต่เราก็อยู่ด้วยกันได้ เพราะเราคือครอบครัว..

 

 

 

 

 

พวกเขากอดกันกลมแน่นราวกับไม่อยากปล่อยให้เวลาความสุขนี้ผ่านไป มือของแต่ละคนสอดประสานกันล้อมรอบร่าง Alaxia ที่อยู่ตรงกลางเอาไว้ แต่ละมือส่งทอดความอบอุ่นให้แก่กัน

 

 

 

 

เฮ้ ร้อนอ่ะ! ” ทุกคนหลุดหัวเราะออกมาเมื่อ Alaxia แอบบ่นอุบอิบ พวกเขาฉีกยิ้มให้กันก่อนจะถอนอ้อมกอดนั้นออกแล้วสบตากันอีกครั้ง จากนั้นก็หลุดหัวเราะต่อ

 

 

 

 

หมดฟิลเลยแฮะ นายนี่มันจริงๆเล้ย เอล็กซี่ ” แอตลาสเอื้อมมือไปขยี้ผมชายหนุ่มอย่างอดไม่ได้ ทุกคนหัวเราะกันไม่หยุด เสียงหัวเราะเริงร่าดังไปทั่วห้องที่ถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟอันอบอุ่น

 

 

 

 

เฮ้อ ไปกินข้าวกันเหอะๆ หิวโครตตตตต ” กีตาร์ทำหน้าบู้บี้พลางยกมือขึ้นลูบท้องตัวเอง สุดท้ายก็อดทำตาเป็นประกายใส่พ่อครัวประจำกลุ่มไม่ได้ “ คราวอยากกินเนื้อ มื้อนี้จัดเต็มหน่อยสิ!!! น้าๆ”

 

 

 

 

 

' งั้นวันนี้ทำสตูเนื้อกับมิทโลฟ (เนื้อบดที่ผสมเครื่องเทศ มักกินกับขนมปัง ) แล้วกันเนอะ! ” คราวทำท่าครุ่นคิดก่อนจะหัวเราะเมื่อจะได้แสดงฝีมือเต็มขั้น

 

 

 

 

นายนี่มัน หิวได้หิวดี ” แอตลาสโยกหัวกีตาร์เล่นจนอีกฝ่ายหันมาทำแก้มป่องแล้วพูดต่อ

 

 

 

 

ก็คนมันหิวๆๆๆๆๆ ”

 

 

 

 

อะจ้าๆ ” สุดท้ายเขาก็ต้องทำหน้าเอือมๆรับกระเพราะช้างไอ้เด็กนี่ให้ได้สินะ = =

 

 

 

 

งั้นชั้นรีบไปห้องครัวดีกว่า ” พูดจบคราวก็รีบชิงออกไปด้วยความเริงร่า (พลังงานแม่ศรีเรือนเต็มเปี่ยม! )

 

 

 

 

ไปอาบน้ำดีกว่า ” กีตาร์พูดพร้อมหมุนตัวไปมา ทำให้คนอื่นหัวเราะกับท่าทีของเด็กหนุ่มจอมซน

 

 

 

 

งั้นเดี๋ยวอาบด้วย ” แอตลาสกีดยิ้มเจ้าเล่ห์ขั้นมาทันที

 

 

 

 

โนววววว ไม่ต้องการ!! อาบคนเดียวได้ ไม่ใช่เด็ก =^= ” ร่างบางทำปากงุ่มใส่อีกฝ่าย แต่ไม่ทันได้เดินหนี

แอตลาสก็วิ่งเข้าไปอุ่มกีตาร์ขึ้นพาดบ่าแล้วโบกมือให้ไอริสกับ Alaxia

 

 

 

 

ขอไปอาบน้ำก่อนนะ :) ” ร่างทั้งสองหายวับไปทันทีเมื่อสิ้นสุดประโยค

 

 

 

 

 

ทำให้ร่างทั้งสองทีเหลือยืนหัวเราะกับการกระทำของแต่ละคนอย่างอดไม่ได้

 

 

 

 

ตอนนี้แม้ว่าเตาผิงนั้นแผ่แสงออกลงไปบ้างแล้ว แต่กลับอบอุ่นเหลือเกิน....

 

 

 

 

นี่ Alaxia ” ไอริสเหม่อมองแสงไฟถี่อ่อนของเตาผิงพลางเอ่ยเสียงเบา

 

 

 

หืม ทำไมเหรอ ” ตัวเขาเองก็กำลังมองไปที่จุดเดียวกับเด็กหนุ่ม

 

 

 

ขอบคุณนะ ”

 

 

 

หืม? ”

 

 

 

ขอบคุณที่ทำให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม ขอบคุณที่คอยดูแลทุกคน”

 

 

 

นั้นเพราะพวกนายรักกันต่างหาก เพราะจริงๆแล้วพวกนายก็ต่างเป็นห่วงกันเสมอ เพียงแต่ไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง ”

 

 

 

แต่เพราะคุณ เหตุการณ์เมื่อกี้ถึงผ่านมาได้ ” ไม่รู้ว่าเมื่อไหร....มือของทั้งสองเข้าประสานกันอย่างไม่รู้ตัว

 

 

 

“ ….. ”

 

 

 

ขอบคุณนะ Alaxia ” ดวงตาสีฟ้าอ่อนสะท้อนเป็นภาพเขา ชายหนุ่มเหม่อมองไปที่ร่างบางพร้อมกีดยิ้ม

 

 

 

อืม ขอบคุณที่เราเป็นครอบครัว ขอบคุณที่ได้เจอพวกนาย ” Alaxia ประสานสายตากับไอริส พลันมือนั้นกุมกัน

 

 

 

เปลวไฟอ่อนจางยังคงแผ่ความอบอุ่น ไม่ต่างทั้งสองที่ยังคงมอบความอบอุ่นผ่านไปยังมือฝ่าย มืออีกข้างเลื่อนเข้าสัมผัสกันแน่น

 

 

 

Alaxia กุมมือของทั้งสองของไอริสขึ้นมาประทับจูบลงอย่างนุ่มนวล มือเรียวเล็กสัมผัสกับริมฝีปากบางสวยนั้นทำให้ร่างบางกระตุกเล็กน้อยด้วยความเขินอาย

 

 

 

นี่ Alaxia ” ร่างบางเรียกเขาไว้อีกครั้ง Alaxia เพียงตอบ ' หืม ' แต่ก็ยังไม่เงยหน้าจากมือของร่างบาง ทำให้ไอริสพูดขึ้นต่อ “ ผมน่ะเป็นคนรัสเซีย คุณก็คงรู้ ”

 

 

 

อืม ชั้นรู้ คนรัสเซียดุ โหด แล้วก็เซ็กซี่ ” เขาพูดพลางงับมืออีกฝ่ายเล่นเบาๆพร้อมหัวเราะ

 

 

 

 

แล้วคุณรู้มั้ย ว่าวัฒนธรรมทักทายของเราคือการจูบ เพราะฉะนั้น ผมก็จูบกับผู้ชายมาเยอะแล้ว มันเป็นเรื่องปกติที่เราจะทักทายกันแบบนั้น เอ่อ...เพราะงั้น ผมเลยอยากรู้ว่า ที่คุณจูบผมนี่...เป็นแค่การทักทายรึป่าว ”

 

 

 

 

เมื่อได้ยินแบบนั้นชายหนุ่มรีบเงยหน้าขึ้นมาฝ่ามือนุ่มขาว ก่อนที่จะมองหน้าไอริสเงียบๆแล้วค่อยๆเลื่อนริมฝีปากคู่สวยไปประทับจูบอีกฝ่าย สัมผัสนั้นดำเนินไปอย่างเนินนาน ทั้งอ่อนหวานและนุ่มนวล

 

 

 

ราวกับจะช่วงชิงความหวานของอีกฝ่าย....Alaxia ไร้ริมฝีปากมาบนปากนุ่มนิ่มของเด็กน้อยอย่างมีชั้นเชิง ราวกับกำลังโหยหาไม่สิ้นสุด

 

 

 

สัมผัสนุ่มนวลทำให้ไอริสรู้สึกเคลิ้มจนเหมือนไม่รู้สึกตัวเมื่อริมฝีปากของอีกฝ่ายผละออกไปเพียงเสี้ยววิ

 

 

 

นี่ไม่ใช่การทักทายหรอก ชั้นไม่ใช่คนรัสเซีย และไม่ได้คิดว่ามันเป็นการทักทายด้วย แถวบ้านชั้นน่ะเรียกมันว่า..การแสดงความรัก ” ไม่ทันได้คิดอะไร ชายหนุ่มผลักร่างบางให้นั่งลงบนโซฟาโดยที่เขาคร่อมเอาไว้แล้วจึงปิดปากไอริสอีกคร่า ริมฝีปากนุ่มนวลประทับจูบอีกฝ่ายคล้ายกับกำลังกินขนมหวาน....ขนมหวานที่กินเท่าไหรก็ไม่พอ...

 

 

 

ปากบางสวยสีชมพูหวานของไอริสนุ่มราวกับมาชเมลโล่ชั้นดี ยิ่งช่วงชิงเท่าไหรยิ่งได้รับความหวานหอมจากมันมากเท่านั้น มันทำให้เขาแทบไม่อย่างหยุด

 

 

 

 

ชอบใช่มั้ยครับ เด็กดี ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงยวนใจ ราวกับกำลังกลั่นแกล้งอีกฝ่าย

 

 

 

 

ลิ้นของร่างสูงเริ่มไร้เข้าไปหยอกล้อในปากเด็กหนุ่มจนเขากระตุบวูบ แต่ก็เพียงปล่อยให้ชายหนุ่มสัมผัสมันต่อไป

 

 

 

สัมผัสที่เนิ่นนานหยุดลงเมื่อ Alaxia รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายเริ่มหายใจไม่ทัน เหมือนเขาจะเผลอจูบนานไป..

 

 

 

ริมฝีปากคู่สวยผละออกจากกันอย่างอ้อยอิ่งราวกับไม่ยอมออกห่าง นัตย์สีฟ้าอ่อนมองชายหนุ่มด้วยแววตาเคลิบเคลิ้มราวกับกำลังอยู่ในความฝัน ดวงตาสีม่วงราวกับท้องฟ้ายามราตรีที่ลึกลงไปจนไม่อาจค้นหาได้ มันทำให้เขาหลงรัก...

 

 

 

ทั้งคู่สบตากันอยู่จน Alaxia ถอยออกจากร่างไอริส เขาลุกพรวดออกจาโซฟาตัวนุ่มพร้อมกีดยิ้มให้ร่างบาง

 

 

 

ไว้เจอกันที่ห้องอาหารนะ ”

 

 

 

อืม ” เด็กหนุ่มมองหลังของ Alaxia ที่ก้าวออกไปพร้อมใบหน้าที่แดงระเรื่อง สองมือยกขึ้นจับแก้มอุ่นๆของตัวเอง เสียงหัวใจที่เต้นถี่รัวจนแทบทะลุออก ร่างบางหลุดยิ้มหวานก่อนจะพึมพำเสียงเบา “ อย่างกับคนบ้า ”

 

 

 

ชายหนุ่มรีบก้าวออกมาจากห้อง สัมผัสนุ่มนิ่มของร่างบางยังคงติดอยู่ เขารีบเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น

 

 

 

ร่างของ Alaxia ก้าวไปหยุดที่ห้องมุมสุด ซึ่งเป็นห้องของเขา ชายหนุ่มเดินเข้าไปที่เตียงของตนก่อนจะนอนลงแผ่หลา นัตย์สีม่วงเข้มเหม่อมองเพดานเงียบๆ

 

 

 

 

ก่อนที่จะยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ มันยังอุ่นๆอยู่ ยังเหลือสัมผัสเมื่อกี้อยู่เลย....

 

 

 

ชายหนุ่มลืมใบหน้าขาวใสของร่างบางไม่ได้แม้แต่เสี้ยววินาที ใบหน้าแดงๆน่ารักเวลายิ้มให้เขา ใบหน้าเคลิ้มๆเวลาเขากอด ใบหน้าอ่อนหวาน น่ารัก...เวลาเขาสัมผัส...

 

 

 

 

ทุกภาพตราดตรึงอยู่ในใจของเขาตลอดเวลา

 

 

 

 

Alaxia นั่งไปซักพักก่อนจะยกมือขึ้นถูปากตัวเองแรงๆ แต่สัมผัสนั้นก็ยังคงอยู่...

 

 

 

มันก็แค่แผนการ.... ” ร่างนั้นหลุดพึมพำออกมา ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างหัวเสีย

 

 

 

ใช่แล้ว! แผนการ! Alaxia ย้ำกับตัวเอง

 

 

 

มันก็แค่แผนการ.... ” ชายหนุ่มลุกขึ้นมนั่ง เขามองซองจดหมายที่ถูกส่งมาด้วยสายตาเรียบนิ่ง เขานึกถึงใครบางคนคิดมาในใจ ใครคนนั้นที่ทำให้เขาคอยตอกย้ำให้ตัวเองอยู่ในแผนการเสมอ ใครบางคนที่เขาเอาแต่เฝ้าห่วงตลอดเวลา ใครที่กำลังทำให้เขารู้สึกวุ่นวายไปหมด

 

 

 

เขาไม่มีทางรักไอริส!!! ไม่มีวัน...

 

 

 

มันก็แค่แผนการ ไม่ต่างอะไรกับละครที่แสดงขึ้นมา …...แต่มันจริงเหรอ? ความรู้สึกที่มีต่อทุกคนเป็นเรื่องโกหก

เหรอ? ความรู้สึกที่มีต่อไอริสไม่ใช่เรื่องจริงเหรอ? ทำไมเขารู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน...

 

 

 

 

Alaxia สะบัดไล่ความคิดทั้งหมดออกจากหัวตน

 

 

 

ทุกอย่างก็เพื่อ.........

 

 

 

' เขาคนนั้น '

 

 

 

มันก็แค่แผนการ...ผมไม่มีวันทรยศคุณ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อิ่มชะมัด แต่อร่อยโครตๆๆๆๆ > < ” กีตาร์ยังอดโวยวายในห้องนั่งเล่นไม่ได้ หลังจากที่เขาได้กินมิทโลฟสุดอร่อยของคราวไปแล้ว เด็กน้อยลูบท้องป่องๆของตัวเองแต่ก็ยังกระโดดไปมาอยู่

 

 

พอเลย ไอ้อ้วน! มานั่งนี่ = = ” แอตลาสทำหน้าเอือมใส่อีกฝ่ายก่อนจะดึงร่างบางเข้ามานั่งข้างๆเมื่อเด็กหนุ่มทำท่าจะอ๊วก เพราะดิ้นเยอะไป

 

 

 

อยากอ๊วก T^T ”

 

 

 

ใครบอกให้ดิ้น! ” ชายหนุ่มอดทำหน้าเอือมไม่ได้ ให้ตายสิ ไอ้เด็กนี่ วุ่นวายจริงๆ “ ผมก็ยังไม่แห้ง มานี่เลย! ”

 

 

 

คร้าบๆ =^= ” กีตาร์นั่งลงอย่างว่าง่าย ปล่อยให้แอตลาสดึงผ้าเช็ดตัวที่คราวส่งมาให้เช็ดผมสีบลอนด์ทองนั้น คราวหัวเราะกับการกระทำของทั้งสองแล้วจึงส่งแก้วชาให้ไอริส

 

 

 

ขอบคุณ ” ไอริสรับมันมาจิบเงียบๆพลางมองกีตาร์ที่โดนแอตลาสแกล้งเอาผ้าเช็ดตัวรัดหน้า

 

 

 

อ๊ากก ปล่อยน้าาาา ”

 

 

 

ฮะๆๆๆๆๆ ” แอตลาสยังคงแกล้งแบบหมั่นเขี้ยวจนกีตาร์หยุดดิ้นอย่างยอมแพ้ เขาดึงผ้าเช็ดตัวออกพร้อมขยี้หัวของเด็กน้อยจนฟูฟ่อง

 

 

 

ปล่อยเลย!! หึ! ใครสั่งสอนให้มาเล่นหัว หา! =^= ” ร่างบางเอื้อมมือขึ้นจัดทรงผมตัวเองให้เข้าที่ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของแอตลาสที่ขำอยู่

 

 

 

ก็แกล้งนายมันสนุกนี่ ฮะๆๆๆๆ ” ไม่วาย มือนั้นขยี้ผมอีกฝ่ายต่อ

 

 

 

พอๆ ผมกีตาร์ทุเรจไปล่ะ ” ไอริสหลุดหัวเราะใส่กีตาร์ ร่างบางทำหน้ามุ่ยแล้วยื่นมือไปขยี้ผมแอตลาสแทน

 

 

มานี่เลยๆๆ ” มือของกีตาร์โดนแอตลาสดึงไว้ เด็กน้อยจึงได้แตนั่งเงียบๆอย่างยอมแพ้

 

 

 

นี่ถามจริง ทำไมถึงไว้ยาวล่ะ ” เมื่อเงียบไปสักพักกีตาร์ก็เอ่ยขึ้น “ ผู้ชายผมยาวมันหายากนะ แบบถ้าบ้าๆอย่างเฮดิสยังเข้าใจ หมอนั้นไว้ซะเป็นราพันเซล ฮะๆๆๆ แต่นายนี่สิ ไว้ทำไมอ่ะ ”

 

 

 

มือของร่างบางดึงผมนุ่มสลวยสีดำสนิทของอีกฝ่ายเล่น แอตลาสฉีกยิ้มนิดๆจนพูดขึ้น

 

 

 

คนสำคัญ....บอกให้ไว้น่ะ หมอนั่นชอบผมของชั้น เลยบอกว่าอยากให้ไว้ยาวๆ ” เพราะงั้นเขาเลยไว้ผมให้มันยาวเลยบ่ามาแบบนี้...เพราะจูปิเตอร์ชอบ ร่างบางมักเล่นผมของเขาเสมอแถมบอกว่าชอบสีของมันมากๆ เลยให้ไว้มาจนยาวแบบนี้ แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ชินกับมัน(บวกกับการขี้เกียจตัด) เขาเลยไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร เพราะยังไงร่างบางก็ชอบมัน เขาจึงไว้มาเรื่อยๆ แม้ว่าตอนนี้จูปิเตอร์จะตายไปแล้วก็ตาม....

 

 

 

ลาส....แอตลาส! ” กีตาร์สะบัดมือผ่านหน้าชายหนุ่มไปมาจนแอตลาสกระพริบตาปริบๆพร้อมหันไปตอบ

 

 

 

หือ? มีอะไรเหรอ? ”

 

 

 

นายเหม่ออะไรเนี่ย? ”

 

 

 

อ่อ ชั้นเหรอ? ”

 

 

 

คุณดูเหม่อๆนะ เป็นอะไรมั้ย ”คราวกับไอริสเองก็หันมามองแอตลาสอย่างเป็นห่วง และชายหนุ่มก็ฉีกยิ้มขึ้น

 

 

 

เปล่าหรอก แค่คิดอะไรเพลินๆขึ้นมาน่ะ ”

 

 

 

อ่อ อืม จะว่าไป ผมมีเรื่องอยากจะขอทุกคน ” คราววางแก้วชาลงแล้วพูดต่อ “ คือ ผมอยากจะไปเก็บของในห้องอาคาซึกิซักหน่อย คือ จริงๆก็ไม่ใช่แค่ห้องอาคาซึกิหรอก ทั้งห้องเรเวน แล้วก็โฮโนกะด้วย คือ บางทีถ้าในห้องพวกเขาเหลือของอะไรอยู่ ผมคิดว่าถ้าเราชนะเกมนี้ออกไปกัน ผมอย่างเอาของพวกนั้นไปให้ครอบครัวของพวกเขาน่ะ พวกคุณคิดว่าไง? ”

 

 

อืม ก็ดีนะ ” ทุกคนฟังคราวร่ายยาวพร้อมพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

 

 

งั้นเราไปห้องเรเวนกันก่อนเลย ป่ะๆ ไปกัน ” กีตาร์ลุกขึ้นอย่างร่าเริง เด็กหนุ่มรีบเดินนำขบวนโดยมีเสียงหัวเราะของสมาชิกคนอื่นดังตามหลังมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ห้องเรเวนไม่มีอะไรเลยแฮะ นอกจากเสื้อผ้าแล้ว ” กีตาร์บ่นพึมพำเบาๆ เมื่อพวกเขาเดินออกมาจากห้องอาคาซึกิเมื่อครู่

 

 

 

ห้องอาคาซึกิยิ่งกว่าอีกนะ ว่างเปล่า นี่พวกนี้มันกินข้าวของตัวเองเป็นอาหารกันรึไง!! ฮะๆๆๆ ” แอตลาสพูดแบบติดตลก

 

 

 

เอาเถอะ ก็เหลือแต่ห้องโฮโนกะแล้วแหละ ” ไอริสพูดขึ้นบ้าง

 

 

 

รีบไปกันเถอะครับ ดึกแล้วด้วย ” พวกเขาเผลอเล่นกันในห้องเพื่อนนานไปสินะเนี่ย =_=

 

 

 

กีตาร์ที่เดินนำเพื่อนคว้าประตูห้องโฮโนกะก่อนจะเปิดแล้วรีบพุ่งเข้าไป

 

 

 

แต่ก็ไม่ทันที่ร่างบางจะได้เข้าไปเหยียบในห้อง กีตาร์ก็รีบถอยออกมาอย่างตกใจ พร้อมประตูห้องที่เปิดจนสุด

 

 

กลิ่นเน่าเหม็นบางอย่างแผ่ทะลักออกมาจากห้องที่ปิดตายมานาน

 

 

 

นี่มัน.... ” คราวเอื้อมไปเปิดสวิทซ์ไฟพลางเบิกตากว้าง

 

 

 

เกิดอะไรขึ้นในห้องนี้กันเนี่ย”

 

 

 

เพลย์เยอร์ทุกคนเหม่อมองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจ กำแพงสีเคยขาวสะอาดเหมือนห้องอื่นๆเต็มไปด้วยตัวหนังสือเขี่ยๆที่เขียนแต่คำว่า 'ตาย ' ที่น่าตกใจกว่าคือตัวหนังสือพวกนั้นเขียนด้วยเลือกที่แห้งสนิทไปนานแล้ว

 

 

 

บนพื้นเต็มไปด้วยข้าวของที่กระจัดกระจาย เตียงที่ถูกกีดจนนุ่นทะลัก เศษอาหารที่เน่าเหม็นเรี่ยลาดอยู่เต็มพื้น และสุดท้ายตุ๊กตาคนตาโตๆที่ถูกมีดทำครัวเสียบทะลุกลางหัว

 

 

 

 

นรกชัดๆ ” ไอริสเผลอพูดออกมา กีตาร์มองภาพตรงหน้าพร้อมทำท่าอยากจะอ๊วกเลยรีบเดินออกไปจากห้อง

คราวและแอตลาสมองสภาพห้องกว้างพลางครุ่นคิด

 

 

 

 

จะว่าไปผมก็สงสัยมาได้สักพักแล้วล่ะ ” คราวเอ่ยเสียงเรียบ “ ช่วงหลังๆโฮโนกะไม่เคยลงมากินข้าวเลย มันคงเกิดอะไรบางอย่างขึ้นกับเขา ”

 

 

 

 

นั้นสินะ ” แอตลาสก้าวผ่านกองขยะมากมายเข้าไปที่เตียง ชายหนุ่มเอือมไปหยิบตุ๊กตาตัวนั้นออกมาพร้อมดึงมืดออก แล้วส่งมีดให้คราว

 

 

 

 

จะว่าไป....ช่วงก่อนมีดทำครัวหายไปเล่มนึง ”คราวปราดมองเล่มในมือ

 

 

 

เด็กนั้นเอามืดมาทำอะไร? ” แอตลาสตั้งคำถามขึ้น เขามองตุ๊กตาหน้าเละๆในมือ หัวของมันแบะออกเป็นสองฝากเพราะมีด เขาเขย่าตุ๊กตานั้นเบาๆ จนได้ยินเสียงบางอย่าง

 

 

 

มันเป็นตุ๊กตาอัดเสียง ” คราวเอื้อมไปจับตุ๊กตาที่แอตลาสถือ ที่มือของมันมีสวิตซ์กดสำหรับอัดเสียงอยู่ ชายหนุ่มลองกดมันดูพลางเงียบฟัง

 

 

 

และไม่นานนักเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น

 

 

 

 

' ผมรักพี่ รักพี่ที่สุดเลย รักมากกว่าอะไร ฮะๆๆ ผมจะ....ฆ่าพวกนั้นให้หมด คนที่ฆ่าพี่ คนที่ทำให้พี่ตาย เนอะ พี่ครับ พี่...... '

 

 

 

 

เสียงกีดร้องอย่างบ้าคลั่งดังทะลุออกมาจนทุกคนต้องยกมือขึ้นปิดหูตนเอาไว้ และมองหน้ากันเมื่อตุ๊กตานั้นไม่ส่งเสียงใดๆต่อแล้ว

 

 

 

 

อะไรกันเนี่ย ไอ้เด็กนี่มันบ้าชัดๆ ” แอตลาสโยนตุ๊กตานั้นใส่กองขยะ ในขณะที่กีตาร์เดินกลับเข้ามาที่ห้อง

 

 

 

นั้นมันเสียงอะไรน่ะ ”

 

 

 

ตุ๊กตาเวรนั้น ”

 

 

 

เมื่อกี้เหมือนเขาจะพูดถึง พี่? นั้นหมายถึงพี่ชายของเขารึเปล่า ” คราวเอ่ยขึ้น

 

 

 

หมอนั้นมีพี่เหรอ? ” กีตาร์ถามบ้าง “ ดูถ้าจะเป็นบราค่อน (พวกหลงรักพี่ชายน้องชาย) สุดๆ ”

 

 

 

พี่ชายเหรอ... ” ไอริสเงียบไปทำให้ทุกคนหันไปมอง

 

 

 

มีอะไรงั้นเหรอ ไอริส ”

 

 

 

คือ ไม่อาจแปลกๆซักหน่อย แต่ผมเป็นชอบสังเกตคนอื่นๆตลอดเวลา และ เอ่อ....คือ ผมอยากบอกว่าบางครั้งโฮโนกะก็มีตาสีไม่เหมือนกัน ”

 

 

 

หา? มันใส่คอนแทคป่าว? ” กีตาร์เอียงคอ

 

 

 

ปกติแล้วคนเราไม่หยิบคอนแทคออกมาใส่เล่นแบบนั้นหรอก ”แอตลาสแทรกขึ้น “ จริงๆแล้วชั้นก็ใส่ แต่เพราะเวลาเข้าไปในเกมมันจะค่อนข้างน่ารำคาญเลยถอดออก ชั้นเข้าใจดีเลยล่ะ ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่คนจะใส่ได้ทั้งวัน”

 

 

 

 

พูดถึงสีตาที่เปลี่ยน ผมก็สังเกตอยู่อย่างนึง ”คราวที่เงียบไปเริ่มเปิดประเด็น “ ผมชอบสังเกตทุกคนเวลากินข้าว เพราะอยากรู้พฤติกรรมของแต่ละคนว่าชอบยังไง คือ ช่วงนั้นผมก็ยังไม่ค่อยได้คุยกับพวกคุณเท่าไหร และในช่วงด่านแรกผมเห็นโฮโนกะใช้มือซ้ายเวลาหยิบจับของเสมอ แต่พอด่านหลังๆมา ผมเห็นเขาใช้มือขวาน่ะ ”

 

 

 

เขาถนัดสองมือรึเปล่า? อาจจะได้บาดแผลจากในเกมเลยใช้อีกมือแทน? ”

 

 

 

 

นั้นก็เป็นไปได้ แล้วจะพูดยังไงเกี่ยวกับการวางช้อนส้อมล่ะ คนเราน่ะมีนิสัยติดตัวนะ มันคือความเคยชิน การวางช้อนส้อมหลังกินข้าวก็เป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่คนเราจะทำตามความเคยชิน และมันไม่ได้เปลี่ยนง่ายๆหรอก ผมสังเกตมานานแล้วว่า ช่วงหลังเขาเลือกที่จะวางแยก ทั้งๆที่เมื่อก่อนจะเอามันซ้อนกันเสมอ” เมื่อคราวพูดจบ ทุกคนก็เงียบไปจนแอตลาสพูดขึ้นมา

 

 

 

พูดถึงบาดแผลในเกมแล้ว ในด่านแรกที่ชั้นไปกับโฮโนกะ เขาได้แผลที่หน้ามา และพอกลับมา ตอนที่ชั้นไปทักเขาอีกที แผลนั้นก็หายไปแล้ว... ”

 

 

 

นี่พวกนายกำลังจะพูดอะไร ชั้นงงหมดแล้ว ” กีตาร์หันไปมองทุกคน

 

 

 

ถ้าเป็นแบบที่ผมคิดล่ะก็... ”

 

 

 

โฮโนกะคงจะมีฝาแฝด! ” แอตลาสรีบตัดบทสรุปขึ้น

 

 

 

 

หา! มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน?? ” กีตาร์แทรกขึ้น “ แล้วแบบนั้นทำไมเขาไม่โผล่อมาพร้อมกันล่ะ? ”

 

 

 

อาจเพราะไม่อยากให้ใครรู้ ”

 

 

 

“ ….. ”

 

 

 

อาจจะมีเหตุผลบางอย่างถึงต้องปิดเป็นความลับไว้ ” เพลย์เยอร์ทุกคนมองหน้ากันเงียบๆ

 

 

 

จะว่าไป... ” คราวทำท่าเหมือนคิดอะไรขึ้นได้ “ ตอนที่ผมช่วยกีตาร์ทำหลุมศพให้เรเวนน่ะ ช่วงหลังผมคอยไปดูแลหลุมศพนั้นเสมอ ผมกับกีตาร์คอยผลัดเวรกับเอาดอกไปให้ ” คราวมองกีตาร์ และร่างบางก็พยักหน้าเชิงว่านั้นเป็นเรื่องจริง

 

 

 

แล้วมันทำไมเหรอ?”

 

 

 

จริงๆแล้ว เมื่อเร็วๆนี้ ผมเจอหลุมศพอยู่หลุมนึงอยู่ใกล้ๆแถวนั้น ตอนแรกผมคิดว่าคงเป็นของใครทำเล่นไว้ จนไปเห็นว่าโฮโนกะเอาดอกไม้ไปวางที่นั้น ”

 

 

 

 

หรือนั้นจะเป็นหลุมศพของพี่เขา”

 

 

 

ก็เป็นไปได้ ” ไอริสพยักหน้าเห็นด้วย “ จะว่าไป ตอนด่านที่ 2 น่ะ ระหว่างทีมที่ 1 กำลังไปที่ปราสาท เหมือนอาคาซึกิจะบอกว่าได้กลิ่นเลือดหรืออะไรซักอย่างนี่แหละ ”

 

 

 

หรือพี่เขาจะตายตอนนั้น? ” แอตลาสกุมขมับพลางคิด

 

 

 

 

คิดว่าคงใช่ อ่า...จะว่าไป ตอนนั้น...ตอนด่านอลิส ผมหลงไปที่บ้านของช่างทำหมวก และเจอโฮโนกะ ตอนนั้นช่างทำหมวกถามชื่อผมด้วย พวกเขาเล่นเกมงี่เง่า และใช่! ตอนนั้นช่างทำหมวกเรื่องโฮโนกะว่า...คามาระ”

 

 

 

คามาระเหรอ....”

 

 

 

ถ้าแบบนั้นเขาทำไมต้องปิดบังเราล่ะ นั้นแหละที่ยังไม่เข้าใจ ” คราวกวาดมองรอบห้องอีกครั้ง

 

 

 

 

เหตุผลที่บอกไม่ได้งั้นเหรอ....บางที่ถ้าบอกอาจจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา ถ้าโฮโนกะตายตั้งแต่ด่าน 2 จริงๆ งั้นคนที่อยู่กับตลอดมาคงเป็นเด็กที่ชื่อคามาระ ตอนที่เขาอยู่กับเรา เราก็เรียกเด็กว่า โฮโนกะนี่น่า ”

 

 

 

สวมรอยเป็นพี่ตัวเอง คุณคิดไง? ” ไอริสหันไปถามทุกคน

 

 

 

เพราะงั้นถึงต้องโกหกชื่อ ”

 

 

 

แต่เพราะสถานการณ์ตอนบ้านช่างทำหมวกอาจทำให้เขาเครียดเลยเผลอบอกชื่อจริงออกไป ” ไอริสสรุปกับตัวเอง

 

 

 

อืม เฮ้อ มันคงจะเป็นแบบนั้น ” คราวเหม่อมองตุ๊กตาที่นอนนิ่งกับพื้น “ น่าสงสารนะ ตายทั้งพี่นั่งน้อง ”

 

 

 

เรากลับกันเถอะ ห้องนี่มันสยองชะมัด ” กีตาร์ดึงแขนเสื้อของแอตลาสให้เดินออกมา คราวและไอริสเองก็รีบเดินตามโดยไม่ลืมปิดประตูห้องนั้น

 

 

 

โอ๊ะ ใช่สิ! ” กีตาร์เผลออุทานเสียงแหลมจนโดนแอตลาสตบเกรียนไปที

 

 

 

อะไร =_= เสียงดังซะ ไอ้นี่ ”

 

 

 

ตอนก่อนที่จะออกมาจากด่านที่แล้วอ่ะ จำน้ำที่ทำให้เราออกมาจากเกมได้มั้ย” ทุกคนพยักหน้า กีตาร์จึงพูดต่อ

ตอนนั้นที่ชั้นอยู่บนหอคอยกับอาคาซึกิ มันมีอะไรแปลกๆอยู่อย่าง เรื่องน้ำนั้น ”

 

 

 

แปลกยังไง? ”

 

 

 

ตอนแรกที่นายปืนขึ้นไปน้ำมีกี่ขวดอ่ะ? ” กีตาร์หันไปถามแอตลาสที่เป็นคนปืนหอคอยไปคนแรก เขาครุ่นคิดซักพักพลางตอบ

 

 

 

5 ขวดน่ะ ”

 

 

 

นั้นไงล่ะ เพราะตอนนั้นที่อาคาซึกิขึ้นมา ก่อนที่เขาจะบังคับให้ชั้นดื่มน้ำ เขาบอกว่ามีอีกขวดสำหรับเขา ”

 

 

 

แล้วมันแปลกตรงไหน? ก็มีพอดีคน แต่เพราะทหารไพ่ทำลายขวดนั้นทิ้ง อาคาซึกิถึงได้... ” แอตลาสยังทันพูดจบเสียงกีตาร์ก็เอ่ยขัดดังลั่น

 

 

 

เพราะงั้นไงมันถึงได้แปลก!!! แล้วขวดของคามาระหายไปไหน....”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภายในห้องเงียบสงัดซึ่งอยู่ลึกที่สุดในคฤหาสน์ ห้องกว้างทุกปิดไฟมืดสนิท เห็นดีจะมีเพียงแสงจากจอมอร์นิเตอร์ที่ทำให้สามารถมองเห็นพื้นห้องได้

 

 

 

เก้าอี้หมุนแบบบุหนังชั้นดีตั้งตระง่านอยู่กลางห้องเช่นเคย โดยมีร่างหนึ่งนั่งอยู่ เศษขยะในห้องยังคงเละไม่ต่างจากเดิม นัตย์สีเงาทองเป็นประกายราวกับดวงดาวที่สุกสว่างจองมอจอภาพไปกระพริบ

 

 

 

ห้องนี้ควรจะเงียบ ถ้าหากไม่มีชายหนุ่มผมขาวยาวสลวยที่กำลังฮัมเพลงอย่างสนุกสนานไม่ถามใจเจ้าของห้องเลยซักนิด

 

 

 

เฮดิสมองโต๊ะหมากรุกตรงหน้าพลางทำท่าครุ่นคิดก่อนจะเดินตัวหมากไป แต่ทว่าตัวหมากนั้นไม่ใช่คิง ควีน หรือม้า แต่อย่างใด พวกมันเป็นตุ๊กตาสัตว์สีสันสดใสไม่เหมาะกับกระดานแบบนี้เลยซักนิด...

 

 

 

ชายหนุ่มกระแทกตุ๊กตานกสีแดงลงไปบนช่องนึงอย่างพอใจ เขากวาดมองเงียบก่อนจะหันไปมองเจ้าของห้องที่ยังนิ่งไม่ขยับ เพราะเขากำลังจ้องมองเหล่าผู้เล่นอยู่....จากจอมอร์นิเตอร์นี่ ตลอดเวลา...

 

 

 

 

ภาพ Alaxia กำลังจูบกับไอริสไม่ได้ทำให้คนบนเก้าอี้สั่นไหวแม้แต่นิด เจ้าตัวเพียงแกะขนมถุงใหม่ขึ้นมาแล้วหยิบเข้าปากเคี้ยวกร๊วมๆเท่านั้น เพราะเขารู้ดีว่า Alaxia ไม่มีวันทรยศเขา....

 

 

 

นัยต์ตาสีทองมองใบหน้าหล่อเหลาของ Alaxia ไม่กระพริบ และมันเต็มไปด้วยความหลงไหล...

 

 

 

 

หืม มอง Alaxia ตาไม่กระพริบเลยนะ แหมๆ ก็ไม่แปลกนี่เนอะ ” เฮดิสเอ่ยปากแซวอย่างสนุก แล้วสุดท้ายก็กลับไปเดินตัวหมากต่อ

 

 

 

คนบนเก้าอี้ไม่ตอบอะไรแต่เพียงนั่งกอดเข่าแน่น ภาพในจอดำเนินไปเรื่อยๆ จนถึงฉากที่เหล่าเพลย์เยอร์รู้ความลับของโฮโนกะเข้า

 

 

 

 

ทั้งหมดมันเป็นความผิดของ Alaxia นะ ที่หมอนั่นปล่อยให้เด็กที่ชื่อโฮโนกะเข้าไปในเกมด่านที่ 2 ” เฮดิสเดินไปหยิบไม้คิวขึ้นมาถูชอล์กพร้อมเดินไปที่โต๊ะสนุ๊กเกอร์ที่อยู่อีกฝั่ง

 

 

 

 

ชายหนุ่มก้มลงแทงไม้คิวอย่างคล่องแคล่ว ลูกสนุ๊เกอร์ต่างพุ่งกระจายกันไปคนละทางโดยที่เฟรมยังคงไม่เปลี่ยน ชายหนุ่มมองดูลูกสีดำร่วงหล่นลงรูไป เฮดิสฉีกยิ้มก่อนจะพูดขึ้นต่อ

 

 

 

ถ้าเขาไม่ทำแบบนั้นเกมคงจะไม่ล่ม ” ทว่าขณะที่เฮดิสกำลังพูดถุงขนมก็ลอยมากระทบหน้าอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง

 

 

 

ห้องกว้างกลับไปสู่ความเงียบเช่นทุกที และมีเพียงเสียงชายหนุ่มที่หัวเราะเบาๆเท่านั้น

 

 

 

แตะไม่ได้เลยนะ หึๆ” ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดอะไรต่อนัยต์ตาสีดำก็ไปหยุดที่จอมอนิเตอร์ ภาพนั้นคือเหล่าผู้ทุกคนกำลังคุยกันอยู่หน้าห้องของโฮโนกะ และกีตาร์ก็พูดขึ้น

 

 

 

' เพราะงั้นไงมันถึงได้แปลก!!! แล้วขวดของคามาระหายไปไหน.... '

 

 

 

คนบนเก้าอี้หันขวับมามองเขาราวกับจงใจ แล้วก็ได้เพียงรอยยิ้มของชายหนุ่มกลับมาเท่านั้น

 

 

 

ใช่แล้วล่ะ....ผมเป็นคนทำมันเอง ” เมื่อเห็นสีหน้าเหมือนจะถามของร่างปริศนา เฮดิสก็เลยชิงตอบก่อน ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปนาน ชายหนุ่มก้าวไปข้างๆร่างบนเก้าอี้

 

 

 

 

เขาลากเก้าเก้าอี้ตัวนึงมาก่อนจะนั่งลงข้างๆร่างนั้น

 

 

 

ที่ขวดน้ำของโฮโนกะคุงหายไปน่ะ ผมเป็นคนทำเอง โดยที่ Alaxia ไม่รู้ซะด้วย ” ดวงตาสีดำสนิทปราดมองร่างบางบนเก้าอี้ที่ยังคงนั่งนิ่ง ขนมในมือไม่มีแล้วเพราะพึ่งโยนใส่เขาไป เหลือเพียงแต่เจ้าตุ๊กตานกโดโด้สีชมพู ที่ร่างนั้นกอดมันไว้แน่น

 

 

 

 

จะถามว่าทำไมงั้นเหรอ? อ่อง่ายๆ เพราะเกมมันน่าเบื่อไงล่ะ เพราะผมรู้ว่าถ้ามีขวดน้ำอีกขวดนั้นอยู่อาคาซึกิคุงคงจะรอด เพราะงั้นผมเลยลบมันทิ้ง แล้วผลก็ออกมาดี! เด็กนั้นตาย ฮะๆๆๆๆ ” ราวกับเป็นเรื่องตลก...

 

 

 

 

คนบนเก้าอี้ยังคงมองจอภาพไม่สนเขา เฮดิสก็ยิ้มแบบเคยชินแล้วพูดต่อ

 

 

 

 

ถ้าไม่มีใครตายก็ไม่สนุกน่ะสิ :) นี่แหละเกมของผม ” มือเรียวยาวเอื้อมไปหยิบถุงขนมถุงใหม่ที่ถูกวางทิ้งไว้ใต้เก้าอี้ขึ้นมาแกะ เขาหยิบขนมขึ้นมาชิ้นนึงแล้วจึงยื่นให้ร่างบาง

 

 

เกมที่ผมคุมนะ ต้องมีคนตาย หึๆ....แบบนี้สิถึงจะสนุก คุณอนุญาติใช่มั้ย? ” ร่างนั้นไม่ตอบ ในเมื่อไม่ปฎิเสธก็ถือว่าได้ล่ะมั้ง? เฮดิสสรุปกับตัวเอง “ เอาเถอะ ไม่ว่าไงเกมต่อไปก็ต้องมีคนตายอยู่ดี ”

 

 

 

“ …....” นัตย์ตาสีทองลอบมองเฮดิสเงียบ มือเรียวเล็กยังกอดตุ๊กตาโดโด้ไว้แน่น จนในที่สุดชายหนุ่มก็ลุกขึ้นไปหยิบแก้วไวน์ที่ตั้งอยู่บนบาร์ซึ่งอยู่สุดห้อง พร้อมหยิบขวดไวน์แดงรสเลิศขึ้นมารินใส่แก้วใส

 

 

กลิ่นหอมหวานของไวน์ชั้นดีลอยฟุ่งไปทั่วห้อง ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาพลางหมุนแก้วเล่น นัตย์ตาสีดำฉายแววตาสนุกสนาน เขายกมันขึ้นตรงหน้า ไปทางอีกฝ่ายพร้อมเอ่ยเสียงเบา

 

 

 

 

"แด่เกมแห่งความตาย " 

 

 

 


 

 
















มาม่าๆๆๆๆๆ มาม่าแล้วไงนั้น!!!!!

เข้าใกล้บทสรุปแล้ว >w<

อย่าลืมเม้นน้า~~

 

 

 

 

 

 

 

41 ความคิดเห็น

  1. #19 _FaY_ (@noael) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2556 / 16:53
    รู้สึกอยากฆ่าเฮดิสขึ้นมาทันควัน= =
    #19
    0
  2. #18 Woofpy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2556 / 19:48
    มาม่าอืดแว้ววววววววว ;^;

    งอนเฮดิส แว้ววววว ;3;~
    #18
    0