มังกรปรปักษ์ ☯

ตอนที่ 34 : เทศกาลมังกรเชิดเศียร (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 572
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    2 มิ.ย. 63

ตอนที่32 : เทศกาลมังกรเชิดเศียร (1)

 

 

ก๊อก ๆ...

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของบ่ายวันหนึ่ง โดยฝีมือของหัวหน้าข้ารับใช้ที่พยายามแง้มเปิดประตูให้เกิดเสียงเบาที่สุด แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าต่อให้เสียงเบายิ่งกว่ายุงเพียงใด นายท่านก็ได้ยิน

 

กระนั้นความพินอบพิเทาอยู่ในสายเลือด แค่นี้ข้าน้อยก็กลัวจนหัวหดแทบขดตัวกลับไปฟักอยู่ในไข่แล้วขอรับ!

 

หากไม่ติดว่ามีเรื่องสำคัญ ไหนเลยจะกล้าเข้ามารบกวนเจ้านายถึงตั่งนอน!

 

ข้าน้อยกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาด ๆ ขณะย่างเท้าเข้าไปใกล้ บานประตูห้องหับไม่ได้ลงกลอน เนื่องด้วยนายท่านสั่งเอาไว้ว่าหากมีธุระเร่งด่วนให้เข้ามาแจ้งได้ทุกเมื่อ แต่เวลานี้กลับไม่มีใครกล้าสู้หน้านายท่านเฮยหยางเลยสักคน

 

เพราะอะไรน่ะหรือ ? ก็เพราะช่วงนี้น่ะนายท่านน่ากลัวที่สุดเลย !

 

ข้าน้อยต้องเกริ่นก่อนว่านายท่านเฮยก็เหมือนคนปกติอย่างเรา ๆ นี่แหละขอรับ ตื่นเช้ามางัวเงียนิดหน่อยก็ลุกขึ้นไปทำกิจวัตรประจำวันได้ไม่มีขาดตกบกพร่อง

 

เพียงแต่... หลังจากรำชี้ชะตาในครั้งนั้น ข้าน้อยก็พบว่านายท่านนอนเยอะและนอนบ่อยเป็นพิเศษ ไม่ลุกขึ้นพิงขอบหน้าต่างมองเดือนมองตะวันเช่นทุกครั้ง ไหนจะสภาพผมเผ้าของนายท่านที่ยุ่งเหยิงปรกใบหน้าสีขาวซีดยามตื่นนอน...

 

บรื๋อออ นึกแล้วยังสยองอยู่เลย!!

 

เท่าที่หัวสมองน้อย ๆ จะนึกไตร่ตรองได้ น่าจะเป็นเพราะที่ผ่านมานายท่านเคี่ยวกรำตัวเองอย่างหนัก ทำสิ่งที่ไม่ถนัดอย่างการรำจนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ดังนั้นเมื่อไร้พันธะเหนี่ยวรั้งจึงไม่แปลกเลยที่นายท่านคนดีจะนอนหลับอุตุอยู่บนเตียง

 

หลับชนิดที่ว่าแทบไม่กระดิกตัวไปไหน...

 

อะแฮ่ม! ถึงพวกเราจะเยินยอสรรเสริญว่านายท่านเป็นมังกรดำผู้น่าเกรงขามอย่างนู้นอย่างนี้ แต่ข้าน้อยไม่เคยลืมว่าแท้จริงแล้ว... นายท่านก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่เหนื่อยเป็นเหมือนกัน

 

ฉะนั้นสิ่งเดียวที่ข้าน้อยพอจะทำได้คือปรนนิบัติรับใช้ให้นายท่านรู้สึกสบายที่สุด ! วังต้องสะอาด เสื้อผ้าต้องดี อาหารการกินต้องพร้อม!

 

ติดอยู่แค่อย่างเดียว... คือนายท่านเฮยไม่ยอมลุกออกจากเตียงเลย !?

 

ใบหน้าหมองคล้ำของนายท่านคล้ายมีคำว่า 'ห้ามรบกวน คนจะหลับจะนอน' แปะอยู่จนเหล่าข้าราชบริพารเกี่ยงงานกันไปมาว่าใครจะเป็นคนปลุกนายท่านให้ลุกขึ้นมากินข้าวกินปลาบ้าง มิใช่หลับเป็นตายอยู่แบบนี้!

 

ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ยังแย่งงานกันอยู่เลยแท้ ๆ!!

 

ฮึก สุดท้ายก็ไม่พ้นข้าน้อย หัวหน้าจิ้งเหลนดำผู้รักเจ้านายยิ่งชีพ ต้องเสียสละให้พวกพ้องอยู่แล้วขอรับบบ ;;__;;

 

คิดแล้วก็เศร้าใจนัก ข้าน้อยรึก็เป็นห่วง เกรงว่านายท่านจะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อการรบ ถึงมังกรดำจะสงบศึกกับมังกรขาวแล้ว ใช่ว่าจะมิได้รับศึกในรูปแบบใหม่ (?) แต่พอข้าน้อยบอกเหตุผลไป กลับถูกมองด้วยหางตาเสียอย่างนั้น !

 

ข้าน้อยแค่เป็นห่วงนายท่านแท้ ๆ พร้อมกันนั้นก็ยกมือปาดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริงเบา ๆ

 

แต่คราวนี้ธุระด่วนจริง ๆ นะขอรับ! จะเสียเวลาไปมากกว่านี้ไม่ได้ จิ้งเหลนดำสูดลมหายใจลึกแล้วกลั้นใจเรียกนายท่านเสียงแผ่ว

 

"...นายท่านเฮยหยางขอรับ"

 

สิ้นเสียงของข้ารับใช้ผู้ขลาดเขลา ดวงตาสีนิลที่ปิดสนิทจึงเผยอเปิดขึ้น แพขนตากะพริบถี่ ๆ อยู่สองสามครั้ง คนบนตั่งนอนจึงยันตัวเองลุกขึ้น ทว่าก็มิได้ขานรับอะไรตอบ เพียงแค่ชำเลืองมองเป็นเชิงถามว่า 'มีเรื่องบัดซบอันใด ถึงกล้ามารบกวนเวลานอนของข้า?!' ด้วยคิ้วที่ขมวดขึงไม่ซ่อนเร้นความหงุดหงิด

 

หัวหน้าจิ้งเหลนได้แต่ร่ำไห้ในใจ ก็เป็นนายท่านมิใช่หรือขอรับที่บอกว่าหากมีเรื่องก็แจ้งได้ทันที อย่าได้เกรงใจน่ะ !

 

แม้จิตใจจะชอกช้ำ ปากก็รายงานต่อไป

 

"หน้าประตูวังมีแม่นางผู้หนึ่งขอพบท่านขอรับ ข้าน้อยไล่ แค่ก เชิญออกไปเท่าไรก็มิยินยอม ส่งเสียงเอะอะน่ารำคาญเป็นอย่างยิ่งขอรับ!" เจ้าจิ้งเหลนทำเสียงขึ้นจมูกหลังเอ่ยจบ จะงดงามเพียงใด หากแต่มารยาททรามเช่นนี้ หัวเด็ดตีนขาดก็อย่าหวังจะได้ย่างกรายเข้ามาในวังเลย ฮึ!

 

บุรุษเจ้าของตำหนักนวดคลึงใบหูตัวเองเบา ๆ ...ก็ว่าอยู่ เหมือนช่วงสายได้ยินเสียงแมลงน่ารำคาญตลอดเวลา ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง

 

ข้าพยักหน้ารับรู้เรื่องราวแล้วสะบัดมือไปมา "ไล่นางไปให้ได้ จะใช้วิธีการใดก็แล้วแต่เจ้า" พร้อมกับล้มตัวลงนอนต่อ ความเกียจคร้านเข้าครอบงำ ข้าหลับตาลงอีกครั้ง ครู่ต่อมาจึงพูดสำทับไปอีกประโยคว่า "ถ้าจะให้ดี เจ้าขู่ไปด้วยว่าระวังมังกรไม่รู้จักโตจะฆ่าเอา... หากเสียใจที่เอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ภายหลัง ข้าก็ไม่รับรู้แล้ว"

 

นี่ข้าเตือนด้วยความหวังดีนะนี่ เมื่อก่อนไม่มีหรอก โดนฟ้าผ่าลูกเดียว

 

"ขอรับ!" มันรับคำเสียงขันแข็งคล้ายอดทนรอไม่ไหว ทันทีที่ละสายตาก็รีบสับขาวิ่งออกไป ทว่าเสียงฝีเท้าที่ดังไปไกลแล้วกลับหยุดชะงัก ร่างผอมแห้งวิ่งวนกลับมาที่เดิมด้วยใบหน้าชื้นเหงื่อ วางจดหมายฉบับหนึ่งไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงแล้วจากไป

 

ข้าลูบปลายจมูกตัวเองเล็กน้อย อันที่จริงก็มิได้อยากเป่าวัว*สักเท่าไร แต่หลังจากพิธีร่ายรำในครั้งนั้น ข้าก็รู้สึก... เนื้อหอมเป็นอย่างมาก

 

  • เป่าวัว; คุยโวโอ้อวด ขี้โม้

 

ความมืดตัวจ้อยที่เพิ่งกลับมาจากห้องครัว หลังแอบไปลักขนมมากินได้ยินความในใจอันเปิดเปลือยนี้เข้าก็สำลัก เค้นเสียงถามอย่างเหลือเชื่อว่า [นี่เจ้าเพิ่งรู้ตัวเรอะ?!]

 

...เจ้าพูดเช่นนั้น หมายความว่าอย่างไร ?

 

เจ้าเงาน้อยสำลักอีกรอบ[ไม่มีอะไร ๆ เฮยหยางอย่าใส่ใจเลย ข้าก็พูดไปเรื่อยเปื่อยน่ะ.. จริง ๆ นะ!]

 

ข้าเลิกคิ้วพลางยักไหล่ ว่าไปแล้วครั้งนี้เป็นสตรีจากบ้านใดไม่ทราบ เพราะช่วงที่ผ่านมามีคนแวะเวียนมาเคาะประตูหน้าวังเฮยหลงไม่ขาดสาย จากที่ข้าเร้นกายเฝ้าดักฟังมา ล้วนแต่เป็นเรื่องไร้สาระ ไม่ควรค่าแก่การใส่ใจ ปล่อยไปสักพัก พวกเขาก็คงเบื่อกันไปเอง

 

อย่างไรก็ตาม ใครบางคนดูเหมือนจะไม่ได้คิดแบบนั้น

 

ก็อย่างที่ข้าบอก วังของข้าไม่เคยเปิดรับแขกนิรนามเหล่านี้ มิใช่เพราะความไร้มารยาท ถือดีว่าเป็นมังกรสูงส่งมาจากไหน

 

แต่เป็นเพราะทุกครั้งจะมีคนคอยเตรียมการต้อนรับให้อยู่แล้วต่างหาก

 

ใช่.. ต้อนรับด้วยสายฟ้าเสียด้วย

 

สองมือที่ประสานวางอยู่บนอกพลันยกขึ้นก่ายหน้าผาก ข้าก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าหยวกกล้วยถึงรู้ว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยี่ยมวังของข้า หากจะกล่าวว่ามีหนอนอยู่ในวังล่ะก็...

 

แทบไม่ต้องนึกให้เสียเวลา ภาพในหัวปรากฏเป็นรอยยิ้มเซ่อ ๆ ของเหล่าจิ้งเหลนดำโดยพลัน ข้าสัมผัสได้ถึงหัวคิ้วที่กระตุกไม่หยุด สุดท้ายได้แต่ลูบหน้าทอดถอนใจ

 

หนอนเยอะยั้วเยี้ยเสียขนาดนี้ จะจับมือใครดมได้

 

อีกอย่างมีคนคอยจัดการเรื่องหยุมหยิมให้ก็นับว่าไม่แย่ ข้าคลี่ยิ้มบางเบา ถึงจะต้องเสียค่าน้ำชารับแขกชุดขาวก็เถอะ

 

แต่ช่างเรื่องนั้นไปก่อน ข้าหยัดกายพิงตัวกับหัวเตียง หางตาปรายมองจดหมายที่ยังไม่ถูกแกะผลึก ไล่มาจนถึงตราประทับสีเขียวประกายฟ้า... เพิ่งจบงานไปได้ไม่นาน ก็มีงานใหม่ให้ทำต่ออีกหรือนี่

 

ข้าดึงกระดาษข้างในออกมาอย่างเชื่องช้า ไม่มีกะจิตกะใจอ่านแม้แต่น้อย

 

อะไรมันจะยุ่งยากปานนั้น-- หือ ??

 

มือข้างที่กำลังลูบสางเส้นผมที่พันกันจนยุ่งเหยิงหยุดชะงัก ดวงตาเรียวเบิกโพลง อ่านจดหมายในมืออีกครั้งด้วยรอยยิ้มกว้าง

 

ถึงเสี่ยวหยาง

คาดว่าก่อนที่เจ้าจะเปิดอ่านสารนี้ คงทำหน้าเหม็นเบื่อเป็นแน่แท้ ต้องขอโทษด้วยที่มีงานให้เจ้าทำอีกแล้ว ข้างานล้นมือเกินกว่าจะสะสางด้วยตัวเอง จึงวานขอให้มังกรดำช่วยเหลือ แต่... อย่าเพิ่งหงุดหงิดไปเลย ภารกิจครั้งนี้ง่ายนิดเดียวหากเทียบกับหน้าที่ที่เจ้าเคยรับมา ข้าขอให้มังกรคู่หยินหยางลงไปยังพื้นพิภพในวันขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๒ ดลบันดาลหมู่ฝนสร้างความอุดมแก่โลกหล้า อ่านถึงตรงนี้แล้ว ดวงตาของเสี่ยวหยางคงลุกวาวดุจอัญมณีน่าชม เที่ยวเล่นได้ แต่อย่าลืมทำหน้าที่มังกรผู้ปกปักด้วย ข้าต้องไปทำงานต่อแล้ว ฝากที่เหลือไว้กับพวกเจ้าด้วย

จาก ประมุขมังกร

ชิงหลง

 

ข้านิ่งงันไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนกระแสความยินดีจะปริล้นจนมือสั่นเทา มิอาจสรรหาคำพูดใด ๆ มาบรรยายได้ นอกจากคำว่า ด้วยความยินดีเป็นล้นพ้นขอรับ ท่านอาชิง!

 

เจ้าเงามืดเอียงตัวซบคอเรียวพลางชะเง้ออ่านเนื้อความในสารไปด้วย ก่อนจะจับสังเกตได้ว่าเวลาที่เฮยหยางดีใจ สรรพนามเก่า ๆ ที่เคยใช้เมื่อครั้งอดีตจะกลับมาพูดอีกครั้งด้วยความชินปาก

 

ซึ่ง...

เป็นอะไรที่น่ารักมาก (♡´艸`)

 

ฮึ แต่ข้าไม่บอกหรอก เจ้าก้อนกลมเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ขืนพูดออกไป มีหวังชาตินี้คงไม่ได้ยินอีกแน่! ส่วนภารกิจอะไรนั่นก็จิ๊บ ๆ คิดว่าจะหาอะไรกินในงานจะเป็นการสร้างสรรค์กว่า!

 

[ที่เทศกาลมังกรเขียวเริ่มช้ากว่าทุกปี คงเป็นผลจากไอเย็นของแดนเต่าล่ะนะ] เจ้าตัวซุกซนว่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น [แต่ตอนนี้พื้นดินคลายความหนาวแล้ว มนุษย์จะได้เริ่มต้นไถหว่านเมล็ดต้อนรับฤดูใบไม้ผลิเสียที!] ก่อนมันจะร้องเอ๊ะเบา ๆ เมื่ออ่านถึงบรรทัดถัดมา[อะไรคือมังกรคู่หยินหยาง... นี่อย่าบอกนะว่าเจ้างูหน้าเหม็นนั่นต้องไปกับพวกเราด้วย?!! อ๋าาา แย่ที่สุด เฮงซว--]

 

ก่อนที่ถ้อยผรุสวาทจะเปล่งออกมาให้อารมณ์ขุ่นมัว ข้ารีบยกมือบอกปัดด้วยแววตาเป็นประกาย จะอย่างไรก็ช่าง ข้าจะลงไปโลกมนุษย์เดี๋ยวนี้แหละ !

 

กลุ่มก้อนเส้นด้ายนิ่งอึนไปครู่หนึ่ง ก็โล่งใจอยู่หรอกที่ท่าทางเซื่องซึมเหมือนคนหมดแรงตลอดเวลาของเฮยหยางเปลี่ยนเป็นกระตือรือร้น แต่มิใช่ว่า...[ช้าก่อนนนน เทศกาลนั่นมันเริ่มอีกสองวันข้างหน้ามิใช่หรืออออ ?!?!!]

 

หนึ่งวันของมังกรดำก็เป็นเช่นนี้เอง

 

ใจของข้าส่งเสียงกู่ร้อง วิงวอนขอให้วันเทศกาลมาถึงโดยเร็ว และในไม่ช้า... วันนั้นก็มาถึงจนได้!

 

ข้าที่สวมหมวกไม้ไผ่กันลมฝนเดินชมร้านรวงคึกคักอย่างกระฉับกระเฉง ไม่ต้องบอกเลยว่าคนที่ร่าเริงที่สุด ณ ที่นี้คงเป็นข้า เฮยหยางผู้ซึ่งหลงใหลการพเนจรในดินแดนแห่งนี้

 

และคนที่หน้าตาบูดบึ้งเป็นที่สุด ก็คงไม่พ้นเจ้าหยวกกล้วยที่เดินตามต้อย ๆ อยู่ข้างหลัง ขณะที่สองขาก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่มีหยุดพัก โสตประสาทคล้ายได้ยินเสียงเรียกของใครคนหนึ่งดังไล่หลัง

 

"พี่หยาง..." ด้วยน้ำเสียงเหงาหงอยเป็นที่สุด

 

และถามว่าข้าสนใจไหม ...ก็ไม่

 

นิ้วมือชี้ไปที่ร้านขายบะหมี่ข้างทาง ต้นตอของกลิ่นหอมหวานยั่วน้ำลายตั้งแต่เหยียบเท้าเข้ามาในงาน "เดี๋ยวค่อยคุยกัน ! ข้าขอแวะร้านนั้นก่อน" ว่าจบก็ยัดขนมเชิงเยาเกา*เข้าปาก เช็ดมือเสร็จก็ตบบ่าไป๋หยินหนัก ๆ เป็นมั่นเหมาะด้วยรอยยิ้มไปถึงตา "ฝากจ่ายเงินให้ข้าด้วยนะ"

 

[ใช่ ๆ! เอาให้หมดตัวไปเลยยย!!]

 

  • ขนมเชิงเยาเกา= ทำมาจากขนมเหนียนเกา นำมาหั่นเป็นแผ่นเล็กทอดด้วยน้ำมัน เชื่อว่าคนที่กินขนมชนิดนี้ (โดยเฉพาะผู้หญิง) จะทำให้ทรวดทรงองค์เอวงดงาม

 

"...."

 

ความรู้สึกอับจนคำพูดเป็นเช่นนี้เอง บัดนี้ไป๋หยินได้รู้ซึ้งแล้ว เช้านี้ที่พบกัน มิมีหรอก การสนทนาพาที มังกรดำหายวับเข้าไปในงาน เหลือทิ้งเพียงฝุ่นตลบอบอวลไว้เบื้องหลังพร้อมกับร่างของบุรุษชุดขาวที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง

 

มังกรหน้าหยกปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า และสาวเท้าเดินตามไป ชั่วขณะนั้นคล้ายได้พบกับสัจธรรมข้อหนึ่งคือความกระหายนั้นเป็นสิ่งที่ยากแท้หยั่งถึง

 

ทั้งยังน่าน้อยใจเป็นอย่างยิ่ง...

 

หากต้องพ่ายแพ้ให้กับอาหารเลิศรส ชาตินี้จะเกิดมาเป็นมังกรเพื่อสิ่งใด

 

ถึงจะไม่พอใจอย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดก็ควักตั๋วเงินในถุงออกมาจ่ายอยู่ดี ข้าอดยิ้มเอ็นดูไม่ได้ เมื่อเห็นคนจ่ายเงินเสร็จแล้วก็คว้าแขนลากเข้าไปภายในร้านบะหมี่ชื่อดังที่ลูกค้าแน่นขนัดแทบไม่มีช่องทางให้แทรกตัว

 

ทว่า... อาจจะด้วยรังสีบางอย่างที่แผ่ขยายออกจากร่างสูงจึงทำให้พวกเราได้ที่นั่งอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ว่ากะพริบตาเดียวก็มีที่ว่างเลย ข้าหยิบตะเกียบออกมาสองคู่ คู่หนึ่งยื่นให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ความสัมพันธ์แบบข้ามีหน้าที่กิน เจ้ามีหน้าที่จ่ายยังคงดำเนินต่อไปด้วยบรรยากาศสบาย ๆ

 

แต่จะไม่สบายก็เพราะเจ้าหมวกบัดซบนี้นี่แหละ!

 

ข้าที่กำลังอ้าปากงับเกี๊ยวน้ำจิ๊ปากขัดใจกับหมวกฟางที่ชอบเลื่อนขยับอยู่เรื่อย เหตุที่ใส่หมวกมาวันนี้เพราะเทศกาลไถหว่านฤดูใบไม้ผลิ เป็นช่วงที่มนุษย์ต้องการน้ำฝนจำนวนมาก เพื่อให้เมล็ดพันธุ์ที่หว่านไปนั้นเจริญงอกงาม จนถึงขนาดมีคำกล่าวว่า "ฝนฤดูใบไม้ผลิมีค่าดุจน้ำมัน" เลยทีเดียว

 

แล้วถ้าฝนตก ตัวก็เปียก อีกอย่างแม้โลกนี้จะไม่กว้างใหญ่เท่าแดนสัตว์เทพ แต่พื้นที่ก็มิใช่น้อย ๆ กว่าจะทำภารกิจเสร็จ ทั้งตัวคงได้เปียกฝนมะล่อกมะแล่กเป็นลูกหมาตกน้ำ

 

อันที่จริงข้าก็มิได้รังเกียจสายฝนหรอกนะ มันเป็นพลังที่ข้าภาคภูมิใจ เพียงแต่... ช่วยเข้าใจข้าหน่อย ข้าขี้เกียจเช็ดผม ผมยิ่งแห้งยากอยู่ ที่เลือกใส่หมวกก็เพราะเหตุผลนี้

 

แต่ถ้ารู้ว่ามันขวางการกินของข้าตั้งแต่แรก ข้าก็ไม่ใส่มาหรอก

 

เกะกะ!

 

ว่าไปแล้วก็มีตำนานกล่าวถึงที่มาที่ไปของเทศกาลนี้เหมือนกัน แต่อย่างที่รู้ ๆ กัน ข้าเข็ดขยาดการท่องจำ แค่เห็นตัวอักษรยาว ๆ เรียงติดกันเป็นพืดก็พานไม่อยากอ่านต่อแล้ว จึงทราบแค่รายละเอียดคร่าว ๆ ถ้าอยากรู้ก็ให้เงาน้อย-- [ถ้าสนใจก็ไปหาอ่านกันเอาเอง! ข้าจะกินขนม อย่ามายุ่งกับข้านะ!] เจ้าก้อนนุ่มนิ่มตวาดลั่น เขมือบอาหารอันโอชะเข้าไปคำใหญ่

 

อา... ก็นั่นแหละ มนุษย์โลกเชื่อว่าผู้ที่บันดาลลมฝน ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ต่าง ๆ ทางธรรมชาติ เป็นฝีมือของพวกเราชาวมังกร (ซึ่ง.. ใช่ พวกเจ้าเข้าใจได้ถูกต้อง เก่งมาก)

 

หลักฐานความศรัทธาก็ชัดเจนอยู่แล้ว มิเช่นนั้นเทศกาลนี้คงมิได้อุบัติขึ้น

 

และอย่างที่ตำนานเขาเล่ากันไว้ว่ามังกรเป็นสัตว์เทพผู้มีใจเมตตา คำขอเพียงเล็กน้อย ไหนเลยพวกเราจะมอบให้ไม่ได้

 

ซึ่งก็ไม่พ้นหน้าที่ของข้าอีกนั่นแหละ

 

อย่างไรก็ตาม อาจจะมีคนนึกสงสัยว่า'อ้าว แล้วทำไมไม่ให้มังกรฤดูใบไม้ผลิมาทำหน้าที่นี้ เขาเองก็มีพลังน้ำมิใช่หรือ ?' ข้าจึงขอแก้ต่างให้น้องหกสักเล็กน้อย

 

เซินหลานเหอ เป็นมังกรแห่งวสันตฤดูก็จริง แต่หน้าที่หลักของเขาคือดูแลผืนสมุทรอันไพศาล หน้าที่รองเป็นหมอเทวดารักษาผู้คน ทั้งสองหน้าที่ล้วนเป็นงานที่หนักและมีความสำคัญ ไหนเลยจะปลีกตัวออกมาสร้างฝนเย็นฉ่ำได้ หรือถ้าจะออกมาเที่ยวได้ก็ต้องมีคนช่วยเหลือ...

 

ทุกคนล้วนมีหน้าที่ของตนเอง ถึงข้าจะขี้เกียจไปบ้าง แต่ช่วยได้ก็จะช่วย

 

นั่นล่ะ ด้วยเหตุผลทั้งปวง ข้าเลยต้องเป็นผู้เนรมิตหยาดพิรุณให้ทั่วแผ่นดินนั้นชุ่ม ดวงตาสีรัตติกาลหรี่ลงเมื่อคิดถึงสิ่งที่ตามมา นอกจากพืชผลนานาพันธุ์มีชีวิตชีวาพร้อมเก็บเกี่ยวแล้วเป็น...

 

รอยยิ้มดีใจของคนทำงานหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน

 

แต่กว่าจะถึงเวลานั้น ขออิ่มหนำสำราญให้เต็มที่ก่อนล่ะ

 

เมื่อจัดหมวกให้เข้าที่เรียบร้อย ข้าก็ช้อนตามองเจ้าของเรือนผมสีพิสุทธิ์ที่จู่ ๆ ก็พูดกระซิบเสียงเบาคล้ายกำลังขบคิดอะไรบางอย่าง

 

"บางทีข้าก็ไม่แน่ใจว่าแท้จริงแล้ว... มนุษย์นั้นยำเกรงพวกเราจริง ๆ หรือไม่ ?"

 

ข้าย้อนถามทั้ง ๆ ที่ปากยังเคี้ยวหงับ ๆ "เพราะ ?"

 

"อาหารทุกชนิดในงานเติมคำว่ามังกรต่อท้ายเสมอ ไม่เว้นแม้แต่ชามบะหมี่ที่ท่านกำลังกินอยู่ พวกเขาก็เรียกเป็นบะหมี่หนวดมังกร เกี๊ยวนั่นก็เหมือนกัน เรียกว่าหูมังกร สรุปแล้วพวกเขาเคารพเรา หรืออยากกินเราเข้าไปกันแน่ ?"

 

ข้าถึงกับสำลักหูมังกรที่กำลังกินอยู่ หลังจากไอจนตัวโยนหลายครั้งก็รีบยกชามซดซุปแก้ฝืดคอ อดคิดตามไปไม่ได้ว่าก็จริง...

 

ไม่ ๆ ต้องไม่ใช่แบบนี้สิ !

 

[ว่าไปรูปทรงของเกี๊ยวก็เหมือนกับหูมังกรจริง ๆ เนอะ...]

 

หุบปาก!

 

ข้าบีบมือเรียกสติตัวเองกลับคืนมา พยายามนึกหาเหตุผลอื่นมาหักล้าง ขืนปล่อยเอาไว้แบบนี้ เกรงว่าสายตาที่ข้ามองเกี๊ยวกุ้งแสนอร่อยโรยด้วยต้นหอมซอยเล็กน้อยจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 

"เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ที่พวกเขาเรียกกันเช่นนั้น เพื่อระลึกถึงบุญคุณของมังกรที่คอยปกป้องคุ้มครองต่างหาก อย่าคิดเล็กคิดน้อย" ข้าพูดเสียงขรึมก่อนคว้าข้าวเพียงชามเดียวของมันมากินต่อ โดยมือแอบดันถ้วยบะหมี่เลื่อนไปข้างหน้าอย่างเนียน ๆ

 

อย่าหาว่าข้าแย่งข้าวเด็กเลย ก่อนหน้านี้เป็นเพราะข้าสองจิตสองใจ อยากกินทั้งบะหมี่และข้าวสวยร้อน ๆ แต่ก็กลัวว่าจะทานเหลือทิ้ง คิดไปคิดมาจนเสี่ยวเอ้อร์หน้าหงิก ไป๋หยินก็เป็นคนตัดสินใจว่าสั่งมาแค่อย่างละชามแล้วแบ่งกันคนละครึ่ง จะได้ทานได้หลายอย่าง

 

ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ชาญฉลาดมาก ขอชื่นชมจากใจ

 

แต่แล้วจู่ ๆ ดวงตาคู่งามที่เคยเรียบสงบกลับเปล่งประกายวาววับ เจ้าหยวกกล้วยนั่งเท้าคางมองข้ากินอย่างเอร็ดอร่อยด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ พอข้าเงยหน้ามอง มันถึงพูดยิ้ม ๆ ว่า "แล้วพี่หยางไม่รู้สึกอะไรหน่อยหรือ ทั้ง ๆ ที่กำลังกินมังกรของข้าอยู่แท้ ๆ"

 

เมล็ดข้าวสวยที่คีบอยู่ร่วงตกลงไปในชามเหมือนเดิม พร้อมกับเสียงไอค่อกแค่กเหมือนก้างติดคอของเจ้าเงาน้อย

 

*หมายเหตุ ในเทศกาลนี้การกินข้าวก็จะเรียกว่ากิน "มังกร"

 

ดวงหน้าขาวซีดใต้หมวกฟางสีอ่อนขึ้นสีแดงระเรื่อ มิใช่เพราะความเขินอาย แต่เลือดขึ้นหน้าจนควันออกหู! ปากคอข้าสั่นจนหาเส้นเสียงไม่เจอ หากทำได้ก็อยากจะข้ามโต๊ะไปเขย่าคอถามว่า'ในหัวของเจ้ามีแต่เรื่องสัปดนอย่างเดียวหรือไงหาา ??!'

 

ข้าได้แต่ถลึงตาและกัดฟันตอบกลับไป "คราวที่แล้วข้ายังมิได้คิดบัญชีกับเจ้าเลย คิดจะสร้างเรื่องไปถึงไหน?!"

 

มันยิ้มตาหยี ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ตราตรึง

 

...ตราตรึงใจเสียจนอยากจะประทับฝ่าเท้าลงบนหน้าหล่อ ๆ นั่น

 

"พี่หยางโปรดระงับอารมณ์ อย่าคิดบัญชีกับข้าเลย เพราะต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิต ข้าเกรงว่า...คงสะสางไม่ได้หมด"

 

[ดู ดูมันนน!!!]

 

"...."

 

ข้าข่มอารมณ์นานัปการที่พวยพุ่งจากก้นบึ้งของจิตใจ กดให้มันจมหายภายใต้รอยยิ้มระอา โมโหก็โมโห แต่ก็อดใจอ่อนไม่ได้

 

ข้ารู้ตัวดีและยังคงปล่อยให้เป็นเช่นนั้น

 

เจ้าก้อนยุ่งคล้ายรับรู้ถึงความลังเลบางอย่างที่เกิดขึ้นในใจของลูกรัก จึงรีบละล่ำละลักบอกเสียงหลง[เฮยหยางอย่ายอมนะ--]

 

เช่นนั้นเจ้าก็จ่ายมื้อนี้สิ

 

[..ยอม ๆ บ้างก็ได้ ขะ ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก ฮึก...] หากมีกรามให้ขบ ข้าก็จะขบกรามจนแหลก(*´罒`*) ได้แต่ชักดิ้นชักงอแบบนี้มันไม่สง่าเอาเสียเลย ฮือออ

 

"...พี่หยาง ?"

 

ข้าเผยสีหน้าจนใจโดยไม่รู้ตัว "ข้ากำลังคิดอยู่ว่าจะทำยังไงกับเจ้าดี"

 

"นั่นควรจะเป็นคำพูดของข้ามากกว่ามิใช่หรือ" เจ้าตัวหัวเราะเสียงเบา นัยน์ตาสีเงินหรี่โค้งคล้ายพระจันทร์เสี้ยวที่ข้าชอบเหม่อมอง "ไม่จำเป็นต้องคิดสิ่งใด แค่นั่งกินข้าวไปด้วยกันเรื่อย ๆ ก็พอแล้ว"

 

ข้าหลุบตาต่ำเก็บซ่อนความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมา ก็ฟังดูรื่นหูอยู่หรอก แต่...

 

"แค่นั้นก็พอแล้ว ?"

 

เจ้าหยวกกล้วยบัดซบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน "จริง ๆ ก็ไม่หรอก แต่โลภมากมักลาภหาย... ข้าเองก็รู้จักประมาณตนเหมือนกัน"

 

เพียงเท่านั้น เสียงหัวเราะใสกังวานก็ดังขึ้นอย่างห้ามเอาไว้ไม่อยู่ ข้านั่งขำจนปวดท้อง โดยมีสายตาของคนตรงหน้าที่จ้องเขม็งด้วยท่าทางไม่พอใจ ปากเรียวงองุ้มบ่นพึมพำว่าน่าขำตรงไหนกัน ข้าจริงจังนะอะไรทำนองนั้น

 

แล้วจะไม่ให้ข้าขำได้อย่างไร ในเมื่อคนที่พูดคำนี้น่ะดันเป็นคนเดียวกับคนที่ปล้นจูบข้าจนปากเปื่อยน่ะซี่!

 

ช่างพูดออกมาได้ไม่อายปาก ทีแรกว่าจะใจอ่อนแล้ว แต่เจอแบบนี้ชักกรุ่น ๆ มาให้ข้าบีบแก้มเสียดี ๆ!

 

"พี่หยาง...."

 

"หยุด ข้าไม่อยากฟัง"

 

"ข้าแค่... เจ็บ ๆ ข้าขอโทษ ปล่อยมือก่อนพี่หยาง อาหารจะเย็นหมดแล้ว ท่านรีบกินก่อนเถิด"

 

เหอะ คิดจะเอาของกินมาล่องั้นรึ ไม่ได้ผลหรอก... งับ

 

อร่อยดีแฮะ

 

แต่สุขได้ไม่นานก็มีเรื่องเกิดขึ้นจนได้ ข้ากุมขมับอยากจะทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่า ความโชคร้ายมันวิ่งเข้าหาข้าจริง ๆ ด้วย! บัดซบบ

 

 

พอเจอคนที่ชอบก็อยากอาหารขึ้นเป็นธรรมดาอ่ะเนอะ :3

 

หวาน ๆ รับวาเลนไทน์55555 ไม่รู้ว่าลงทันไหม แต่Happy valentine's day นะคะทุกคน ขอให้ทุกคนแฮปปี้ดี๊ด๊ากับความรักทุกรูปแบบ !

 

แอบหายไปนาน เราคิดถึงทุกคนมากๆ เลย แต่ไม่ไหว ฝุ่น pm 2.5 ทำพิษค่ะ;/; แต่งนิยายนาน ๆ ไม่ได้ + เรื่องเข้าใกล้ปมหลักไปทุกที เรายิ่งเครียด กลัวทำได้ไม่ดี ดันเขียนไม่ออกกว่าเดิมซะอย่างนั้น /ร้อง

 

แต่กลับมาแล้วนะคะ! ตอนนี้คิดได้แล้วว่าต้องทำให้ตัวเองมีความสุขก่อน ถึงจะเขียนนิยายให้คุณนักอ่านมีความสุขได้ ช้าไม่เป็นไร ค่อย ๆ ปรับ ค่อย ๆ แก้ เราจะไม่รีบเร่งหรือกดดันตัวเองแบบที่ผ่านมา=)

 

ขอบคุณ คุณCatty_Mania, จินเจอร์YZ , ja_renn, 961122zi , BeemKwsd , Jelly-Earn ,Mind Khap ,Ren Pm , pidchayanin ที่โดเนทด้วยนะคะ3 มีเงินซื้อช็อกโกแลตให้ตัวเองแล้วว;u;/ รัก

 

แล้วก็มีอีกเรื่องที่เราอยากขอบคุณทุกคนมาก ๆ ที่เมนต์ทวงนิยายกันแบบน่ารัก ทวงแบบไม่ให้รู้ว่าทวง(?) 55555 บอกว่าคิดถึงนะ รออยู่ มันเป็นตาฮักน้อ ใจผมมันนุ่มฟูไปหมดด

 

มีแรงปั่นต่อเพราะคุณ ๆ รู้ไว้ด้วย!

 

เมื่อก่อนเราเคยโดนทวงนิยายหนักมากค่ะ วันต่อวัน ประมาณว่า -เมื่อไรจะอัปๆๆ- เลยกลายเป็นว่า... เราไม่ได้อัปเรื่องนั้นอีกเลย /ซับ ดังนั้นทุกคนทำถูกแล้วค่ะ จงทำต่อไป-- แฮ่ รักน้า เลิฟยูออลนะคะ

 

ป.ล. จริง ๆ มีภาพFA อยากแปะมากเลย เป็นครั้งแรกเลยที่มีคนวาดอาเซิน! แต่คุณนักอ่านไม่ตอบอะไรเลยไม่กล้าแปะ;=; ขอบคุณที่วาดให้อีกครั้งนะคะ luv

 

SEE U SOON เจอกันหลังสอบจ้า XD

 

1 เมนต์=∞ กำลังใจ❤

 

#มังกรปรปักษ์

#หยินคู่หยาง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

410 ความคิดเห็น

  1. #391 CB_____17 (@CB_____17) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 00:16
    เจ้าเล่ห์มากอาไป๋!!
    ส่วนคนพี่ก็ขี้ใจอ่อนจริงๆ
    #391
    0
  2. #354 KYXIII (@csrtkld) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:51
    น้องมันร้าย!! ร้ายมาตลอดเลยนะไป๋
    #354
    1
    • #354-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 34)
      18 มีนาคม 2563 / 20:37
      รว้ายแบบนี้ ชอบม้า ๆๆ XD
      #354-1
  3. #353 pinpin (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:39

    แต่ก่อนพี่หยางบ่นอะไรก็จะทีมพี่ตลอดนะ แต่ ณ ตอนนี้ต้องทีมน้องหยินแล้วแหละ เปย์เก่ง!!!!!!

    #353
    1
    • #353-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 34)
      18 มีนาคม 2563 / 20:37
      ทะ ทำไมเปลี่ยนฝั่งแบบนี้ล่ะ !! พี่หยางร้องไห้แน้ววว 555555
      #353-1
  4. #352 Apollo01 (@art2442) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:31

    อยากอ่านฉากหวานๆจัง
    #352
    1
    • #352-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 34)
      18 มีนาคม 2563 / 20:37
      XD ไม่นานเกินรอคร้าบบ
      #352-1
  5. #351 orora_orn (@orora_orn) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:37
    อ่านแล้วยิ้มแก้มปริเลยค่ะ สำหรับสวามีชะตากรรมเปย์ให้ศรีภรรยา?นี่หนีไม่พ้นจริงๆ555

    ปล.เข้าใจเลยเรื่องกดดันตัวเองกับต้องให้ตัวเองมีความสุขก่อน คนเราถึงจุดหนึ่งก็ต้องพักบ้างเนอะ >~<☆
    #351
    1
    • #351-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 34)
      18 มีนาคม 2563 / 20:37
      ดีใจที่ทำให้ยิ้มได้นะคะ แฮ่ :D เป็นชะตากรรมที่หลายครอบครัวเจอบ่อยมากค่ะ 5555
      ป.ล. คุณเองก็อย่ากดดันตัวเองมากนะคะ <3 พักผ่อนเยอะ ๆๆ ดูแลสุขภาพด้วยน้าา
      #351-1
  6. #350 0988687528 (@0988687528) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:02
    กำลังคิดถึงพอดีเลย
    #350
    1
    • #350-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 34)
      18 มีนาคม 2563 / 20:36
      คิดถึงเหมือนกันนะคะะ :3
      #350-1
  7. #349 CatZakaWaii (@CatZakaWaii) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:17
    เป็นมังกรที่น่าสงสารมาก555555555ไป๋หยินเอ๋ยเจ้าเป็นมังกรที่สู้ของกินในใจเฮยหยางไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
    #349
    1
    • #349-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 34)
      18 มีนาคม 2563 / 20:36
      วงวารน้องนะคะ /ซับ แต่ของกินสำคัญกว่าจริง ๆ ค่ะ 55555
      #349-1
  8. #348 fighting writeee♡ (@sedna0327) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:11
    มาแน้วววววววววว
    #348
    2
    • #348-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 34)
      18 มีนาคม 2563 / 20:35
      มาต่อแล้วด้วยยย
      #348-1