มังกรปรปักษ์ ☯

ตอนที่ 33 : ชะตากรรมมิอาจหลีกพ้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    3 ม.ค. 63

ตอนที่ 31 :ชะตากรรมมิอาจหลีกพ้น

 

 

ขณะที่ห้องหับกำลังชุลมุนวุ่นวายอยู่นั้น ลานพิธีด้านนอกก็เริ่มคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นเต่า พยัคฆ์ หงส์  หรือมังกร ทุกคนต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน รอคอยคำทำนายที่แย้มฉายยามพระจันทร์สีเลือดเผยโฉม

 

และเหตุผลอีกประการ เป็นความสงสัยใคร่รู้ว่าการรำชี้ชะตาในครั้งนี้จะน่าหวาดหวั่นสมฉายามังกรคลั่งหรือไม่

 

ไม่มีใครรู้

จนกว่าเวลานั้นจะมาถึง

 

ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีพิสุทธิ์ยืนกอดอกพิงกำแพง สายตากวาดสอดส่องไปทั่วและมักจะหยุดตรงบริเวณหนึ่งเสมอ ที่ที่มีบันไดลับให้ผู้ร่ายรำย่างกรายออกมาจากความมืดที่โอบล้อม นัยน์ตาสีแสงจันทร์ยังคงจ้องมองอยู่อย่างนั้น ราวกับว่าหากคลาดสายตาไปเพียงชั่วครู่ จะพลาดบางสิ่งไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

 

บางอย่างที่มิอาจหาสิ่งใดมาทดแทนได้

 

อย่างไรก็ดี... ไป๋หยินพรูลมหายใจ ดูเหมือนเพื่อนสมัยเด็กจะไม่เข้าใจเท่าไรนัก

 

เซินหลานเหอเริ่มพร่ำพรรณนาเป็นรอบที่เท่าใดแล้วก็มิทราบตั้งแต่ก้าวเข้ามาในงาน ประกายตาลุกวาวประหนึ่งว่าค่ำคืนนี้เป็นผู้ร่ายรำเสียเอง “พี่รองเฮยจะต้องรำได้งดงามมากเป็นแน่ ข้ามั่นใจ ! ...ว่าแต่ไป๋หยิน สรุปแล้วพี่รองจะรำแบบไหนกันแน่ ระบำพัดรึ ? หรือจะมีผ้าแพรพลิ้ว ๆ แบบที่พวกนางรำชอบใช้กัน”  

 

คนถูกถามทำหน้าตายไม่ตอบคำ มังกรน้ำเงินก็ไม่ยอมแพ้ สองมือเขย่าแขนล่ำเต็มไปด้วยมัดกล้ามจนหางม้าสีฟ้าอ่อนปลิวสะบัด คาดคั้นหาคำตอบให้ได้

 

"ขนาดพี่ใหญ่ถาม พี่รองยังปิดปากเงียบ แต่เจ้าเป็นผู้ฝึกสอน เจ้าต้องรู้ซี่ !"

 

ระหว่างพูดเป็นน้ำไหลไฟดับ มังกรหนุ่มผู้เริงร่าก็ร้องอุทานเบา ๆ สัมผัสผ่านเนื้อผ้าเมื่อครู่นี้ บ่งบอกว่าสหายรักกำยำล่ำสันขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เซินหลานเหอรู้สึกสะท้านใจเบา ๆ มือขยับกำและคลายอยู่อย่างนั้น ก่อนรำลึกขึ้นมาได้ว่าความสามารถหลักของมังกรน้ำคือรักษาผู้คน 

 

ไม่จำเป็นต้องมีรูปร่างดีก็ได้ !

 

คิดได้แบบนั้นก็โล่งใจ เขย่าคอถามเพื่อนต่ออย่างไม่ลดละ

 

มังกรขาวคิ้วกระตุกไม่หยุด เมื่อสุดจะทนก็ตอบกลับเสียงขรึมว่า “ข้าไม่รู้” พร้อมกับปัดมือของเพื่อนทิ้งอย่างไม่ไยดี แต่ด้วยความเป็นเพื่อนกันมานาน ว่ากันว่าความหน้าหนาสามารถส่งต่อถึงกันได้ เซินหลานเหอจึงไม่แยแส ยิ่งช่วงนี้ไป๋หยินมีท่าทีอ่อนลง ความปากกล้าก็ขยันทำงานอย่างต่อเนื่อง

 

“จะหวงไปถึงไหน ?!” กล่าวจบก็ทำหน้ายุ่งบุ้ยปาก “ข้าอยากรู้นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ไม่ได้ ความเป็นเพื่อนเป็นพ้องของเรามันหายไปไหนหมดแล้ว !” 

 

หากไม่มากเกินไป มังกรลำดับห้าแห่งเหยียนหลงก็อยากจะถอนหายใจอีกสักรอบ ไป๋หยินกดสายตาแข็งกร้าวมองต่ำแล้วพูดย้ำ “หลังจากที่ข้าสอนรำให้ไม่กี่อาทิตย์ เฮยหยางก็ไม่อนุญาตให้ข้าเข้าไปชี้แนะอีกเลยจวบจนบัดนี้” 

 

"หา ??" 

 

ดวงหน้าหยกวาดยิ้มจางเมื่อนึกถึงบทสนทนาครั้งนั้น "เห็นว่าอยากให้ดูไปพร้อม ๆ กันกับทุกคนมากกว่า" อารมณ์หงุดหงิดคละเคล้ากับความอ่อนใจ อยากจะเห็นเป็นคนแรก อยากจะดูเป็นคนสุดท้าย ความเห็นแก่ตัวไร้ที่สิ้นสุด แต่ต้องจำยอมเพียงเพราะคำ ๆ เดียว

 

‘นะอาไป๋เด็กดี’ 

 

กลายเป็นงูเชื่องไร้พิษสงในพริบตา

 

มังกรน้ำเงินหายข้องใจในที่สุด ที่แท้มังกรดำมิได้เลือกปฏิบัติ นั่นสินะ... อย่าคิดว่าพี่รองเป็นไป๋หยินคนสองมาตรฐานซี่ คนละขั้วกันเลย ! “แต่ ...ไม่ว่าจะรำแบบไหน ข้าเชื่อว่าพี่รองจะทำมันได้ดี” 

 

ดวงตาสีครามทอประกายวิบวับคล้ายคลื่นทะเลที่ถูกแสงอาทิตย์ตกกระทบเมื่อพูดจบ น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นแสดงถึงความนับถือและมั่นอกมั่นใจในเวลาเดียวกัน ต่างจากคู่สมรสพระราชทานที่เอื้ยนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉยชา

 

“ข้าไม่เชื่อ” 

 

“ว่าแล้ว...” 

 

“เพราะข้ารู้อยู่แล้วว่าเขาทำได้” 

 

มังกรวารีนิ่งอึ้งไป กะพริบตาถี่ ๆ อยู่หลายครั้ง ก่อนขอตัวไปทักทายแขกเหรื่อในงานต่อด้วยวาจาทุ้มแผ่วที่ยังติดค้างอยู่ในใจ

 

ถ้อยคำนั้น... ยิ่งกว่าความเชื่อมั่นเสียอีก

 

และแล้วช่วงเวลาที่เหล่าสัตว์เทพรอคอยก็มาถึง ดวงศศินกลมโตเคลื่อนคล้อยออกจากหมู่เมฆดำแล้ว เป็นเวลาเดียวกับตอนที่ข้ายืนกระสับกระส่ายบนขั้นบันไดลับที่เพียงขึ้นไปไม่กี่ก้าวก็จะถึงลานพิธี

 

ริมฝีปากแต้มชาดดำเม้มแน่น สองมือบีบประสาน ในโสตประสาทได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำรัวเร็วยิ่งกว่ากลองที่ดังอยู่ด้านบน ทั้ง ๆ ที่เตรียมตัวเตรียมใจมาดีแล้วแท้ ๆ พอมาถึงหน้างานก็อดตื่นเต้นไม่ได้ ...ข้ายังอ่อนหัดจริง ๆ นั่นแหละ

 

ขนาดขายังก้าวไม่ออกเลย

 

เจ้าเงาน้อยคล้ายรับรู้ได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ข้าแบกเอาไว้จึงโผล่หน้าออกมาจากสาบเสื้อ ส่งปลายเส้นด้ายลูบเกี่ยวช่อผมที่ร่วงหล่นทัดหูของข้าพร้อมกล่าวปลอบขวัญเสียงนุ่มนวล

 

[ทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เฮยหยาง]

 

...ข้า

 

[ไม่ต้องกังวล ข้าจะอยู่ตรงนี้กับเจ้านี่แหละ !]

 

ข้าหลับตาลงพลางสูดลมหายใจลึก ไม่ได้รู้สึกสบายใจขึ้นแม้แต่น้อย แต่อุตส่าห์พยายามมาจนถึงวันนี้ ถ้ายอมแพ้ง่าย ๆ ทุกสิ่งที่ทำมาก็สูญเปล่าน่ะสิ ! เสียงขบกรามเล็ดลอดผ่านริมฝีปาก แรงฮึดที่มิทราบว่ามาจากไหนพลันลุกโชน

 

ข้าจะไม่ยอมให้ตัวเองขาดทุนอีกแล้ว !

 

[อ๋อ~ ...เก็บกดนี่เอง]

 

คอตั้งเชิด หลังเหยียดตรง เผยให้เห็นเนื้อผ้ากลางหลังที่บรรจงปักเป็นรูปมังกรทอง มังกรลึกลับในตำนานที่ไม่มีใครรู้ที่มา และเป็นเจ้าแห่งมังกรทั้งปวงจึงไม่น่าแปลกใจสักเท่าไรเมื่อมีงานสำคัญ ชาวมนุษย์ ไม่เว้นแม้แต่ชาวมังกร มักจะเลือกมังกรทองเป็นองค์ประกอบหลักเสมอ ชุดนี้ก็เช่นกัน

 

อีกทั้งเจ้าพวกจิ้งเหลนขาวก็หัวใสไม่หยอก ข้าเหยียดยิ้ม ค่อย ๆ คลายมือที่สอดประสานแนบลำตัว พวกมันจงใจแฝงนัยสำคัญไว้อย่างคมคายทุกฝีเข็มสีดำเปรียบดั่งปัญญาความรู้ พลังอำนาจ เมื่อผนวกรวมกับสีทองอันเป็นสัญลักษณ์ของความบริบูรณ์และสูงส่ง

 

จึงได้เป็น

สีแห่งชัยชนะ

 

ข้าเดินขึ้นไปหาแสงสว่างทีละก้าว ละทิ้งความมืดมิดไว้เบื้องหลัง แม้ว่า... แสงนวลผ่องที่อาบไล้ลงมา จะทำให้แสบตาก็ตามที แว่วได้ยินเสียงใครคนหนึ่งประกาศว่าได้เวลาอันสมควรแล้ว เสียงอึกทึกรอบด้านจึงแผ่วเบาลง ตรงข้ามกับใจข้าที่เต้นแรงขึ้นทุกขณะที่ก้าวเดิน

 

ท้ายที่สุดข้าก็ยืนอยู่กลางลานพิธี ทุกสิ่งเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจ ใบหน้าที่แต่งแต้มกลีบปากและเปลือกตาด้วยสีดำเงยขึ้นช้า ๆ ท่ามกลางสายตานับร้อยนับพันที่จดจ้อง มีเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้ข้าเหลียวมอง ในช่วงจังหวะนั้นถ้อยวจีที่เจ้าตัวเคยกล่าวเอาไว้พลันปรากฏขึ้นในความคิด

 

‘ในเมื่อท่านตัดสินใจเช่นนี้ นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะสามารถแนะนำท่านได้... หากคราใดท่านรู้สึกรำไม่ได้ดั่งใจ ประหม่าเกินกว่าจะร่ายรำออกมา โปรดจำคำข้าไว้’ 

 

‘สดับฟังเสียงดนตรี หลับตาลงนับจังหวะ ใช้หัวใจนำทาง หลอมหลวมเป็นหนึ่งเดียวกับท่วงทำนองที่ขับขาน นี่เป็นการรำของท่าน ท่านคิดเช่นไร อยากสื่อสิ่งไหน ท่านจงเผยมันออกมา’ 

 

‘ดึงดูดทุกสายตาให้จับจ้องมาที่ท่าน’ 

 

นัยน์ตาสีนิลที่หรี่ต่ำพลันลืมขึ้น แสงพราวระยับบนฟากฟ้าสะท้อนในแววตาราวกับมีหมู่ทะเลดาวนับล้านอยู่ภายใน ฝ่ามือยกขึ้นสูงเหนือศีรษะคล้ายจะคว้าดวงดารานั้น แขนเสื้อลายเกล็ดมังกรทองสะบัดชายพลิ้วเล่นลม ตัดกับสีดำมืดของเนื้อผ้าและความมืด

 

ความมืดที่ข้าคุ้นเคยดี

 

จังหวะดนตรีช่วงแรกยังคงดำเนินอย่างเนิบช้า แปลกที่ไม่น่าเบื่อ ทั้งยังละสายตาไปไม่ได้ ลืมสิ้นภาพจำของมังกรดำที่น่าสะพรึงกลัว มีเพียงบุรุษผู้หนึ่งกำลังร่ายรำอยู่ใต้แสงจันทร์ ให้ความรู้สึกไม่บอบบางดุจกระเบื้องที่เปราะแตกหักง่าย ขณะเดียวกันก็มิได้แข็งกระด้างยากที่จะเข้าถึง

 

ทุกคนมีความคิดเดียวกันโดยมิได้นัดหมาย

 

สง่างามมาก...

 

ข้าวาดขาข้างขวาก่อนย่อตัว ยกแขนเสื้อขึ้นบังใบหน้าส่วนล่างพลางกวาดสายตาไปรอบ ๆ ที่เห็นสะดุดตาเป็นพิเศษคือมังกรแห่งเหยียนหลงที่ส่งยิ้มให้กำลังใจ บรรดาลูกเต่าน้อยที่ปรบมือไม่หยุด และเสือนิสัยหมาที่วันนี้ก็มากับเขาด้วย รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นบนใบหน้า ร่างปราดเปรียวกระโดดขึ้นสูงแล้วหมุนตัวลอยคว้างอยู่กลางอากาศ  

 

!!!

 

เหล่าจิ้งเหลนจับมือประสานกันแล้วเขย่าไปมาอย่างบ้าคลั่ง ความประทับใจผสานรวมกับความปลื้มปีติถูกรินไหลผ่านน้ำตาและจมูกที่แดงก่ำ ที่ลงแรงไปนับว่าไม่เสียเปล่าเลยขอรับ !  

 

ดูหางตาคมเฉี่ยวนั่นสิ ไหนจะกลีบปากได้รูปที่ข้าน้อยเป็นคนปาดทาสีเองกับมือ จากนายท่านที่ดูดีอยู่แล้ว ยิ่งงาม เอ๊ย หนักแน่นขึงขังขึ้นไปอีก !

 

ที่สำคัญไปกว่านั้น...

 

ริมฝีปากคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มนั้นให้ความรู้สึกลึกลับอยากชิดใกล้อย่างบอกไม่ถูก นายท่านไป๋ปล่อยไอสังหารอีกแล้วขอรับ ! อ๋าาา ร้อนนนนนน !!! (屮゜Д゜)屮

 

แต่นายท่านนี่สิคงไม่รู้อะไรกับเขาหรอก ข้าน้อยลูบแขนตัวเองเบา ๆ ตัวจะไหม้เกรียมอยู่รอมร่อ นายท่านมังกรดำก็ยังคงร่ายรำได้อย่างสวยงามไม่มีติดขัด  

 

หารู้ไม่ว่าข้าเองก็รับรู้ได้ถึงบรรยากาศแปลก ๆ สีทะมึนที่แผ่ขยายออกมาจากร่างของเจ้าหยวกกล้วยอยู่เหมือนกัน พอคิดถึงสาเหตุได้ก็กลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่จึงเผลอหลุดยิ้มกว้างออกมา ไม่ได้รับรู้เลยว่าทำให้ทุกคนตาพร่าไปตาม ๆ กัน  

 

เหล่าข้ารับใช้ที่เมื่อกี้บอกว่าตัวจะไหม้เกรียมขอถอนคำพูด ตอนนี้ไหม้เป็นตอตะโกแล้วขอรับบ ช่วยด้วยยย ?!! 

 

[เหมือนจะเกิดเหตุวุ่นวายขนาดย่อมแฮะ...]

 

เจ้ากลับเข้าไปเหมือนเดิมสิ ข้าเอ็ดเสียงดุ ข้าเสียสมาธิ

 

[ชิชะ ! ] เจ้าก้อนยุ่งบ่นฮึดฮัดเสร็จก็มุดหัวกลับเข้าไปในสาบเสื้อเช่นเดิม รู้สึกช่วงนี้ไม่ค่อยได้มีบทพูดกับเขาเท่าไรเลย น่าเบื่อจริงเชียว !~ 

 

หากไม่ติดว่าข้ากำลังรำอยู่คงได้ส่ายหน้าระอาใจ

 

ปลายเท้าแตะลงสู่ผืนดิน ข้าตวัดมือรวบแขนเสื้อเข้าหาตัว ด้วยอาภรณ์ที่พลิ้วไหวทำให้มังกรทองตนนั้นเหมือนมีชีวิตขึ้นจริง ๆ แหวกว่ายอยู่บนผืนรัตติกาลอย่างองอาจ 

 

ก่อนที่จะถูกความมืดกัดกินตัวตนในที่สุด...

 

จันทราหลบโฉมแล้ว ข้าค่อย ๆ ทรุดกายลงคุกเข่า แววตาพลันเย็นเยียบ ความรู้สึกในอดีตเมื่อนานแสนนานหวนกลับคืนมา แสงสว่างดับสูญ หนทางข้างหน้าช่างเลือนราง อาจฟังดูท้อแท้และหมดหวัง สิ้นกำลังใจที่อยากจะมีชีวิตอยู่

 

แต่ข้าสร้างมันขึ้นเองได้

 

ทันใดนั้นเปลวเทียนที่ไม่ทราบว่ามาจากที่ใดสว่างวาบ คบเพลิงทั้งสี่ด้านลุกโชนเกิดเงาวูบไหว ข้าลุกขึ้นยืนด้วยรอยยิ้ม ท่วงทำนองเปลี่ยนไปแล้ว เหมือนกับชีวิตของคนเรา เดี๋ยวสว่างไสว เดี๋ยวมืดมน  

 

อยู่ที่ว่าเราจะจัดการกับมันอย่างไร

 

เส้นผมสีดำปลิดปลิวบดบังใบหน้าบางส่วน จังหวะการเคลื่อนไหวเริ่มรุนแรงประหนึ่งฟ้าคำราม คล้อยตามทำนองเพลงอันไพเราะที่บรรเลงด้วยจิตวิญญาณอันแรงกล้าของเหล่าภูติวสันต์ ผู้ชมเผลอกลั้นหายใจไปตาม ๆ กัน ยามประกายไฟลุกโชติช่วงกระทบเงาร่างที่กำลังยกมือขึ้นประสาน 

 

ทำให้การรำครั้งนี้มีมิติมากกว่าครั้งไหน

 

หญิงงามทั้งหลายกัดผ้าเช็ดหน้าด้วยความชอกช้ำใจ ได้แต่นึกแค้นเคืองว่ามังกรดำผู้งามสง่าช่างหลบซ่อนตัวเก่งเหลือเกิน หากรู้เช่นนี้คงได้แวะเวียนไปเคาะประตูวังเฮยหลงบ่อย ๆ มิปล่อยให้ราชโองการหยินหยางได้แสดงฤทธิ์เดช !

 

เหล่าข้ารับใช้ที่ได้ยินโดยบังเอิญพากันหน้าซีด ครั้งล่าสุดที่มีโฉมงามมาเยือนวังมังกร ขากลับไปสภาพนางน่าอดสูไม่น้อย เหล่าแม่นางอย่าได้คิดสั้นเป็นอันขาด !!

 

ในขณะเดียวกันหงเฟินฮวาจรดสายตามองน้องรักที่กำลังร่ายรำกลางแสงสว่างนวลตา มังกรแดงในชุดเต็มยศแย้มยิ้มละมุน “น้องหยางทำได้ดีมากจริง ๆ ” 

 

“เห็นด้วยกับพี่ใหญ่” มังกรเขียวพยักหน้าหงึกหงัก ชูจอกสุราขึ้นสูงแล้วยกดื่มอย่างเกษมสำราญ “ข้ามิคิดฝันเลยว่าพี่รองจะงดงามได้ถึงเพียงนี้” 

 

จื่อซูเหวินพูดแก้ต่างด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ลู่คง เจ้าใช้คำพูดให้มันดี ๆ หน่อย ต้องกล่าวว่าสง่าผ่าเผยดูภูมิฐานต่างหากเล่า พี่รองถึงจะดีใจ” พูดจบก็หัวเราะคิกคัก จับเสื้อที่ล่นเผยหัวไหล่ขึ้นปิดให้เรียบร้อย “น่าเสียดายแทนเจ้าหรงคุนที่บัดนี้ก็ยังออกมาไม่ได้ ก่อนหน้านี้ข้าแวะไปเยี่ยม เจ้าตัวบ่นไม่หยุดปากเลยเชียว” 

 

ลวี่ลู่คงกลอกตาหลายตลบ แต่มิได้กล่าวแย้งอะไร เพราะพูดไปมังกรม่วงมากเสน่ห์ตนนี้ก็หาข้ออ้างให้เด็กเมื่อวานซืนนั่นอยู่ดี

 

เซินหลานเหอยกมือขึ้นกุมแก้มเพ้อรำพัน “สง่างามเหลือเกิน” 

 

แสงสว่างจากเทียนไขส่องวูบวาบในดวงตาสีเงินยวง ไป๋หยินแค่นหัวเราะเสียงเย็น มองไปทางไหนก็อยากบันดาลฟ้าผ่าร่างพวกมันให้สิ้นซาก กระนั้นบนใบหน้าหล่อเหลายังคงฉาบรอยยิ้ม

 

เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนมากกว่าครั้งไหน ๆ  

 

น่าเสียดายที่ไม่มีใครเห็น ...ยกเว้นข้าเพียงคนเดียว

 

ความมืดบอดที่เข้าครอบงำจางหายไป พอดีกับแสงสุดท้ายจากเปลวเทียนที่ดับลง จันทรคราสได้มาเยือนแล้ว ข้าหยุดรำแล้วแหงนหน้าขึ้นมองพระจันทร์สีเลือดพร้อม ๆ กับทุกคน

 

ละอองแสงสีแดงอิฐลอยกระจายไปทั่วบริเวณ ก่อตัวรวมกันเป็นอักขระสีโลหิตเหนือท้องนภาดำมืดซ้อนทับกับดวงจันทร์สีเดียวกัน ข้าอ่านตาไม่กะพริบ ก่อนจะรู้สึกขนลุกซู่ไปทั่วสรรพางค์กาย หนาวเยือกตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

 

สี่สัตว์เทพเกิดการแปรผัน

 

โซ่ตรวนแห่งอดีตกาลได้คลายออก

 

บุคคลที่สวรรค์ชิงชัง นรกไม่ยอมรับจะกลับมา

 

กลับม..

กลั..

 

ทวงคืน

 

คำทำนายสีชาดเปล่งแสงเรืองรองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจางหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงเสียงฮือฮาที่ดังกึกก้องจนข้าหูอื้อตาลาย รู้ตัวอีกทีก็เดินลงจากลานพิธีศักดิ์สิทธิ์แล้ว โดยมีมังกรเพลิงยืนรอรับอยู่ใกล้ ๆ เราสองพี่น้องสบตากัน ในแววตาของพี่หงคล้ายจะบอกว่า ‘ไม่เป็นไร เจ้าทำได้ดีแล้ว’ ข้ายิ้มรับก่อนจับมือตอบ

 

[เฮยหยางของข้าเก่งที่สุดเลย !]

 

ข้าขานรับเสียงอ่อยไม่สดใสอย่างที่คิด ...เช่นนั้นหรือ ?

 

อย่างไรก็ตามแม้นคำทำนายในครั้งนี้แลดูจะไม่เป็นมงคลสักเท่าใดนัก ก็มิมีผู้ใดกล่าวโทษข้า ซ้ำยังเดินเข้ามาทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หาเรื่องชวนคุยไม่หยุดหย่อนจนข้าเริ่มเหนื่อยอ่อน อยากจะล้มกายลงนอนแทบแย่ กระทั่งเจ้าหยวกกล้วยฝ่าฝูงชนเข้ามาด้วยรังสีอำมหิต บรรดาแขกที่ล้อมรอบกายข้าก็วงแตกเป็นที่เรียบร้อย

 

ยังไม่ทันให้พักหายใจ ข้าก็ถูกมันลากเข้าไปในมุมอับสายตาแล้ว

 

พอไม่มีคนก็มีเวลาให้ขบคิด หากแปลคำทำนายตามแบบฉบับของข้าก็คงเป็น... กรงล้อแห่ง(ความบัดซบ)โชคชะตาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เตรียมตัว(ตาย)รับมือให้ดี นอกจากข้าจะดวงซวยแล้วยังเป็นตัวซวยด้วยหรือนี่...  

 

ข้าขมวดคิ้วกลุ้มใจ แย่ล่ะสิ

 

สัมผัสได้ถึงเค้าลางแห่งหายนะจาง ๆ

 

เจ้าหยวกกล้วยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มขณะลูบปลายผมสีหมึกดำ “ท่านมิจำเป็นต้องคิดมาก” 

 

“เพ้ย ! จะไม่ให้ข้าคิดมากได้อย่างไรในเมื่--” 

 

และใช่ เป็นเรื่องที่คาดเดากันได้ เจ้าลูกงูบัดซบมันเล่นทีเผลอ ปิดปากข้าด้วยปากนิ่ม ๆ ของมัน ความมืดตัวจ้อยเงียบกริบเหมือนหมดแรงที่จะกรีดร้อง ค่อย ๆ กระดืบคลานออกไปด้วยความรวดร้าวใจกับภาพบาดตาที่เห็นเป็นครั้งที่... 

 

[บัดซบ ! ฮึกก...‧º·(˚ ˃̣̣̥⌓˂̣̣̥ )‧º·˚ ข้าไม่อยากจำมันแล้วว อุแงงง]

 

ข้ากำหมัดแน่นด้วยความโมโห ตัดสินใจขบกัดปากมันแรง ๆ ทีหนึ่งบุรุษชุดขาวจึงยอมหยุดการกระทำ ไป๋หยินเลียริมฝีปากตัวเองด้วยแววตาซุกซน ข้าพลันหมดคำจะพูดเลยนิ่งงันไปสักพัก ก่อนจะร้องแหวใส่เมื่อมันยึดจับข้อมือของข้าไว้แล้วเริ่มตะโบมจูบอีกครั้ง

 

“ไป๋หยิน ?!” 

 

เจ้าของชื่อแสร้งทำสีหน้างุนงงคล้ายไม่เข้าใจว่าทำอะไรผิดไป รีบคว้ามือข้าที่กำลังเอื้อมไปดีดหน้าผากมันแรง ๆ ได้ทันก่อนแนบใบหน้าซบฝ่ามือด้วยท่าทางออดอ้อน “เหตุใดพี่หยางจึงเรียกกันห่างเหินเช่นนั้น ก่อนหน้านี้ยังเรียกอาไป๋อยู่เลยมิใช่หรือ ?” 

 

“ข้าจะเรียกเจ้าอย่างไรมันก็เรื่องของข้า แต่นี่มันข้างนอก เจ้าจะทำเช่นนี้มิได้” อันที่จริงไม่ว่าจะในที่ปิดทึบหรือที่โล่งแจ้งก็ไม่สมควรทั้งนั้น !  

 

...แต่ข้าคิดว่ามันคงจะเลยจุดที่จะแก้ไขได้ทันเสียแล้วสิ

 

ยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็อย่างเช่นเจ้าเด็กโตแต่ตัวที่รับฟังพร้อมปฏิบัติมากเหลือเกิน อา แน่นอนว่าข้าประชด พูดไปได้ครึ่งคำกลีบปากระเรื่อก็จูบข้างมุมปากของข้าเบา ๆ จนเกิดเสียงดัง

 

จุ้บ

 

“...” 

 

เจ้าหยวกกล้วยสบตาข้าด้วยรอยยิ้มพลางลูบเกลี่ยริมฝีปากมันวาวตรงหน้าอย่างนุ่มนวล “ข้าจะจูบท่านก็เป็นเรื่องของข้า ไม่ว่าจะในที่ร่มหรือกลางแจ้ง ข้าก็อยากจูบท่าน” 

 

“ข้าแค่อยากจูบท่านเท่านั้น... มิได้หรือ ?” 

 

ข้าหลับตาลงคิดรำพึงในใจ

 

จบสิ้นแล้ว..

 

“เจ้ามันลูกงูบัดซบมากเล่ห์” 

 

“แต่ก็มิเห็นท่านจะดุลูกงูบัดซบสักที” 

 

ข้าหัวเราะเย้ยหยัน มือบีบหน้ามันด้วยความหมั่นไส้เกินบรรยาย “ดุแล้วเจ้าเคยฟังด้วยหรือ ?” 

 

เจ้าตัวยิ้มรับในทันที “แน่นอนว่าไม่” ตอบเสียงทะเล้นเสร็จก็ยื่นหน้ามาป้อนจูบต่อ ถึงจะหงุดหงิดเพียงใด แต่ต้องยอมรับว่าเป็นข้าเองที่ทำให้อีกฝ่ายได้ใจ สุดท้ายก็ได้แต่ปล่อยให้มันฉกฉวยกินเต้าหู้อีกตามเคย

 

แต่ปล่อยเลยตามเลย มิได้หมายความว่าข้าจะต้องเป็นฝ่ายถูกไล่ต้อนอยู่ฝ่ายเดียว ตั้งแต่แรกข้าก็มิได้ชมชอบการถูกเอาเปรียบอยู่แล้ว คิดได้ดังนั้นมือข้างหนึ่งก็คว้าหลังคอมันให้แนบชิดกว่าเก่า เจ้าตัวบัดซบก็ทำตัวว่านอนสอนง่าย หันพลังพิงกำแพง พาดแขนโอบเอวข้าไว้หลวม ๆ อีกข้างก็ลูบสางเส้นผมที่ยาวละแผ่นหลังอย่างเบามือ

 

ปลายชิวหาตวัดโลมเลียกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ชุลมุนพันเกี่ยวอยู่เนิ่นนาน นานมากพอที่สีปากของข้าเริ่มซีดจาง ลมหายใจถี่กระชั้น ทว่าไม่อยากยอมแพ้ในเรื่องเล็กน้อยจึงจดจ่อกับการมอบสัมผัสผ่านจุมพิตจนมิทันได้ใส่ใจว่ามีคนแอบชะงักอยู่ด้านหลัง ก่อนปลีกตัวออกไปอย่างเงียบเชียบ นัยน์ตาคมสีเงินชำเลืองมองไล่หลังด้วยหางตาเพียงชั่วครู่แล้วเบนกลับมาให้ความสำคัญกับคนตรงหน้าที่เนื้อตัวเริ่มสั่นเทา

 

ท้ายที่สุดข้าก็ทนไม่ไหว ทุบไหล่มันแรง ๆ หลายทีเป็นสัญญาณสงบศึก จังหวะที่ถอนริมฝีปากออกก็โพล่งตะโกนใส่หน้ามันอย่างกราดเกรี้ยว

 

“เพ้ย นี่คิดจะจูบจนปากเปื่อยหรืออย่างไร ?!” 

 

เจ้าหยวกกล้วยตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงดั่งขุนเขาไท่ซ่าน* “ข้ามิได้พบหน้าท่านนานร่วมสัปดาห์ หากไม่คิดหากำไรเก็บทบต้นทบดอก เกรงว่าจะไม่คุ้มเสีย” 

 

  • ภูเขาไท่ซาน = ถือเป็นขุนเขาแห่งแรกของจีน (1 ใน 5 ภูเขาที่สำคัญที่สุดของประวัติศาสตร์จีน) โดยมียอดสูงสุดคือยอดจักรพรรดิหยก ทั้งยังถูกใช้เป็นสถานที่จัดพิธีบวงสรวงในรัชสมัยต่างๆ จนได้รับการขนานนามว่าเป็นเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งประเทศจีน

 

“เจ้า !” 

 

ยังไม่ทันได้อ้าปากด่าสักคำสองคำให้สาแก่ใจก็ถูกประกบปากอีกครั้ง นอกจากฉายามังกรหยกที่มันได้รับ ข้าอยากจะมอบฉายานักจูบตัวยงให้มันเพิ่ม

 

จูบ จูบ จูบมันอยู่นั่นแหละ !  

 

ปากข้ามันอร่อยนักหรือ เจ้าถึงไม่ยอมหยุดสักที !!

 

ข้าชักเริ่มหน่ายกับรสจูบที่จะว่าหวานก็หวาน หากแต่ดูไร้ที่สิ้นสุดเช่นนี้ ข้าขอถอนตัวได้หรือไม่ มันจุมพิตจนข้าเริ่มหายใจไม่ทัน สุดท้ายก็ตัวอ่อนเหลวเป๋วในอ้อมแขน ได้ยินเสียงแว่ว ๆ ชิดติดริมหูที่ร้อนฉ่า

 

“ข้าลืมบอกไป... พี่หยาง ขอบคุณที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอด” 

 

ข้ากลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่จึงมอบจูบเล็ก ๆ ข้างแก้มอาจารย์กิตติมศักดิ์หนึ่งที ก่อนเอนกายพิงไหล่ด้วยความอ่อนล้า วันนี้เหนื่อยมากจริง ๆ นั่นแหละ

 

เซินหลานเหอรีบเดินกึ่งวิ่งออกมาด้วยใบหน้าซีดเผือดแล้วฝืนยิ้มตอบกับคนอื่น ๆ ว่าเฮยหยางกำลังติดธุระอยู่ ไม่สะดวกร่วมสนทนาตอนนี้ หัวใจคล้ายจมดิ่งสู่ห้วงทะเลลึก ปวดหนึบและขมปร่า

 

 ...ข้านี่ก็ไม่น่าเลย มังกรหนุ่มหัวเราะให้กับตัวเอง ก่อนเดินเข้าไปร่วมวงสนทนาด้วยรอยยิ้มสดใส แต่แววตาไม่ได้เป็นเช่นนั้น

 

โดยมีเจ้าของนัยน์ตาสีทับทิมมองจากด้านหลัง

 

และพิธีร่ายรำก็จบลงอย่าง... อย่างไรก็มิทราบ เพราะข้าขอตัวกลับก่อน กระทั่งกลับมาถึงวังเฮยหลง เหล่าจิ้งเหลนน้อยก็ได้มีโอกาสถามข้อสงสัยที่ครุ่นคิดมาตลอดตั้งแต่เดินทางกลับ

 

“นายท่านขอรับ...” 

 

ข้าถอดเสื้อคลุมปักเหลื่อมทองเสร็จแล้วจึงขานรับ “ว่าอย่างไร ?” 

 

“เหตุใดสีปากของนายท่านจึงหลุดเล่าขอรับ” หัวหน้าข้ารับใช้เอียงคองุนงง “ตามตำราที่ข้าอ่านมาผงราตรีกาลนั้นใช้เวลานานนักกว่าจะหลุดออก แล้วนายท่านใช้อะไรล้างหรือขอรับ ถึงได้สะอาดหมดจดถึงเพียงนี้ ?” 

 

“...” 

 

“เอ่อ นายท่าน ?” 

 

บัดซบ !  

 

ข้าหันรีหันขวางหากระจกส่องใบหน้าตัวเอง แล้วเป็นจริงดั่งที่พวกมันพูดจึงเงียบไป ไร้คำตอบให้เจ้าพวกจิ้งเหลนได้คลายความสงสัยอีกเช่นเคย ข้ารับใช้มองนายท่านที่เบิกตากว้างด้วยความงงงวย ในเมื่อไม่มีคำตอบ บางทีเถ้าถ่านนี้คงเป็นของปลอมกระมัง เมื่อคิดเองเออเองเสร็จ ทุกคนต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ในขณะที่นายท่านคนดียังนั่งลูบปากตัวเองไม่เลิก

 

น้ำลายมังกรนอกจากจะช่วยสมานแผลได้แล้วยังลบสีชาดได้อีกหรือ ?!  

 

สารพัดประโยชน์มากเกินไปแล้วกระมัง !

 

 

ใจจริงเราอยากอัปวันที่ 26 ธันวา เวลา 3 ทุ่ม 15 เนื่องในโอกาสพิเศษ วันเกิดเราเองค่ะ ! กะว่าจะฉลองคืนความสุขให้คนอ่าน แต่ใช่ค่ะ ; 7 ; ดิฉันปั่นไม่ทัน 55555

 

สำหรับตอนนี้ก็แต่งไปยิ้มไป พี่หยางคือดีงามมาก ใจนุไม่ไหวแล้ว *กุมใจ* ส่วนน้องขาวก็ ....ไป๋หยินว้อยยยยยยยย !! ฟหกดก้่

 

ทอร์กนี้น่าจะยาว ถือว่าคุยกันส่งท้ายปีนะคะ (ทันไหมนะ ฮาา) หนึ่งปีที่ผ่านมาของทุกคนเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยไหมคะ ถ้าใช่ก็ขอให้หายเหนื่อยหลังอ่านตอนนี้เสร็จแล้วมีแรงไปสู้ฟัดกับมันต่อนะ !

 

...พูดซะดิบดีแต่ยังเอาตัวเองไม่รอดเลย /กัดฟัน ปี 2019 นี้สำหรับเราก็สุข เศร้า เหงา โกรธปนกันไปค่ะ ได้พบเจอ ลาจากกับคนหลายคน สารภาพว่าที่อัปช้า ไม่ใช่เพราะปั่นไม่ทันอย่างเดียว เราจูนอารมณ์ไม่ได้ ตั้งแต่วันเกิดมาเราร้องไห้ทุกวันเลย ที่พิมพ์อยู่ก็จะร้อง 5555

 

แต่พออ่านเมนต์แล้วรู้ว่านิยายเรื่องนี้มอบความสุขให้กับทุกคน เราก็ยิ้มออก อยากจะบอกว่าทุกคอมเมนต์ ทุกรีวิวก็มอบความสุขให้เราเหมือนกันค่ะ ตอนแรกคิดว่าปีนี้เป็นปีที่แบบ... ไม่ไหวเลย แต่พอได้เจอกับทุก ๆ คนมันก็ทำให้รู้สึกว่า แบบว่า

 

โอเค ร้องละ แป๊บนะคะ

 

ขอยืมคำคมพิหยางก่อน ชีวิตก็แบบนี้แหละ เดี๋ยวมืด เดี๋ยวสว่าง อยู่ที่ว่าเราจะทำยังไงกับมัน ทางออกที่ดีก็คือเปิดไฟค่ะ ปิ้งเดียวจบ สมัยนี้ไม่ต้องจุดเทียนแล้ว !

 

ตลกกลบเกลื่อนไม่เนียนเลย แฮ่ม ฮึ่บก่อน ขอบคุณทุกคนที่เป็นความสุขให้เรานะคะ ขอบคุณที่ทำให้ชีวิตเรามีความหมายมากยิ่งขึ้น ทุกครั้งที่รู้สึกแย่ แค่ได้อ่านเมนต์ของพวกคุณก็ทำให้รู้สึกว่า เออ ชีวิตก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น ยังไหวอยู่แหละ ยังอยากสานฝันของอาไป๋ให้เป็นจริงอยู่ 5555555

 

เอาล่ะ ขอปรับอารมณ์ด้วยรูป Fa สวย ๆ สักครู่ค่าา

 

ขอบคุณภาพสวย ๆ ทั้ง 2 ภาพ จากคุณ '@JibusaKung'

 

ขอบคุณภาพสวย ๆ จากคุณ ‘LuckLife’

 

แต่ใช่ว่าจะมีเรื่องทุกข์อย่างเดียวนะ ปีนี้เราก็ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ทำสิ่งที่ตั้งเป้าในปีที่แล้วได้สำเร็จแล้วก็แฮปปี้กับมันด้วย แต่ก็อย่างที่บอกแหละ หนึ่งในความสุขทั้งหมดมีคุณ ๆ ที่อยู่ตรงหน้าจอด้วยนะ ขอบคุณที่เป็นความสุขให้กันและกันค่ะ

 

แล้วก็ขอบคุณสำหรับโดเนทด้วยนะคะ T T  KwanQuanThanapornChiangrang,Jelly-Earn,WarisEarth,Anonymous,веё¨̮ ,Taime,bananaa,Walleepan ขอบคุณทุกคนมาก ๆ เลย

 

ท้ายนี้ก็

Merry Christmas ! , Happy Birthday to me and Happy New Year !!

 

คำอวยพรนี้เรามอบแด่ทุกคนค่ะ ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไง ปีนี้สองมังก็ยังไม่ได้แต่งงานกันค่ะ ขอบคุณค่า 55555555555555555555555555555555555555

 

รักนะ

 

แต่งเสร็จ(ไม่รวมตรวจทาน) : 31/12/2019

ลง : 3/01/2020

 

1 เมนต์ =∞ กำลังใจ ❤

  

#มังกรปรปักษ์

#หยินคู่หยาง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

410 ความคิดเห็น

  1. #346 แสงดาว (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 09:11

    สู้นะคะมาต่อเร็วๆนะคะ????????

    ชอบเรื่องนี้มากๆคะ????????????

    #346
    1
    • #346-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 33)
      18 มีนาคม 2563 / 20:34
      แงงง มาต่อแล้วนะคะ ;=;
      ดีใจที่ชอบน้าา
      #346-1
  2. #345 pinpin (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 21:48

    นี่ไปค้นๆอ่านคอมเม้นท์กับที่ไรท์ทวิตบ้างนิดหน่อย เห็นบางคนว่าคล้ายปรมาจารย์ลัทธิมาร แต่เราว่าเหมือนป๋อจ้านมากกว่านะ 5555 แต่เรื่องนี้แต่งมานานก่อนป๋อจ้านจะมีโมเม้นท์หวานๆแบบ ตี้ติอ้ายหนี่ มันคงจะเหมือนตรงแฟนเด็กจอมวอแวกับคนพี่ที่ชอบทำเข้ม พอน้องอ้อนมากๆก็เหลว 55555 แต่เรารู้ว่าเรื่องนี้มาก่อนมาก่อนป๋อจ้าน ดังนั้นแม้แต่การก็อปคู่ป๋อจ้านก็เป็นไปไม่ได้ อีกเรื่องคืออาจมีคนอ่านสับสนคู่วั่งเซี่ยนกับคุ่ป๋อจ้านอ่า ทวงๆไรท์ไป ไรท์อาจจะงงว่า เอ๊ะ เหมือนวั่งเซียนตรงไหนอะ? ซึ่งในฐานะคนอ่านเราว่าหยินหยางไม่เหมือนวั่งเซียนเลย เพราะหานกวงจวินไม่วอแวแบบน้องหยิน อี๋หลิงเหลาจู่ก็ไม่แพ้ทางตลอดเยี่ยงนี้ มีแต่ไปเต๊าะเขาอะคนเรา 55555

    #345
    2
    • #345-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 33)
      24 มกราคม 2563 / 13:50
      โอ้โห งั้นต้องค้นลึกน่าดูเลย แงงง T T เราอ่านเมนต์คุณแล้วน้ำตาจะไหล มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ยอมรับว่าใจเสียหลายครั้งเวลาคนบอกว่าเหมือนคู่วั่งเซี่ยน คือเข้าใจว่านักอ่านหลายคนชอบปรมจ.แล้วก็หานิยายวายจีนอ่านต่อ ซึ่งนิยายเราเองก็เป็น 1ในนั้น แต่ก็... ฮื้ออ แบบเหมือนมีคนบอกว่าลูกเราเหมือนคนนู่นคนนี้ แต่สำหรับเราที่เป็นแม่ ต้องมองว่าลูกตัวเองไม่เหมือนใครอยู่แล้ว ;; แต่ถึงแบบนั้น เราก็พยายามเข้าใจนักอ่านตลอด ไม่อยากปิดกั้นพื้นที่จินตนาการของเขา จะมองว่าเป็นคู่ป๋อจ้านก็ได้ถ้ามันทำให้อ่านแล้วอินขึ้นก็ยินดี ถึงเราจะไม่เคยมองว่าหยินหยางเป็นสองคนนั้นเลยก็ตาม ;;-;; ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์นะคะ มันทำให้เรารู้ว่าอย่างน้อยก็มีคนเข้าใจเรา ดีใจมากจริง ๆ
      #345-1
    • #345-2 pinpin (จากตอนที่ 33)
      26 มกราคม 2563 / 14:31
      เราแค่คิดว่าคล้ายป๋อจ้านตรงที่แฟนเด็กจอมวอแวกับคนพี่ที่แพ้ทางเท่านั้นค่ะ 5555 แต่นอกเหนือจากนั้นจะต่างมากๆค่ะ เพราะสำหรับเรา...ไป๋หยินจะนิ่งมากๆแม้พี่หยางจะชอบบอกว่าน้องหยินใจร้อนแต่พี่หยางคงไม่รู้ว่า...ก็ร้อนแต่เรื่องของพี่หยางนั่นล่ะ 55555 น้องหยินดูเป็นคนควบคุมอารมณ์ได้ดีนะ ดูพี่งพาได้ บางที่ก็ดูสูงส่งเกินเอื้อม ส่วนพี่หยางภายนอกดูห้าวๆแต่ไส้ในรั่วมาก ขี้บ่นเป็นที่สุดแต่ก็น่ารักมากๆในแบบที่ผู้ชายห้าวๆจะน่ารักได้ สำหรับเรานั้นความรู้สึกที่มีต่อน้องหยินพี่หยางล้วนไม่มีอิมเมจของใครเข้าแทรกเพราะคาแรกเตอร์มีอัตลักษณ์ มีความเฉพาะตัวค่ะ ส่วนในหัวมโนภาพรูปลักษณ์ตัวละครเป็นใครก็ต้องบอกว่าเป็นภาพอิมเมจที่ไรท์แนบไว้อะค่ะ ของเหล่าลี่เหมาไถงานดีจริงๆ

      ปล.เราเห็นคอมเม้นท์ที่โยงไปถึงปรมจ.ก็เห็นใจไรท์นะคะ อดที่จะมาพิมพ์บอกกันไม่ได้ เราเข้าใจนะ และอยากบอกว่าเราไม่ได้เห็นลูกๆของไรท์เป็นตัวแทนใคร หรือมีใครเป็นตัวแทน เพราะตัวละครที่สร้างมามีชีวิตชีวามากๆค่ะ น่ารักมากทั้งคู่เลย
      #345-2
  3. #344 pinpin (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 18:37

    น้องน้ำเงินชอบพี่หยางเหรอคะ? มีโมเม้นท์แปลกๆแทบทุกตอนที่น้องเจอพี่หยาง

    แต่ตอนนี้กรี๊ดหนักมาก กรี๊ดน้องหยินและ non-stop kiss ของเขาค่ะ กรี๊ดดดดดดดดดดด พี่หยางของหนูปากซึดเลยอ่า อุแง้ๆๆๆๆๆๆ//ร้องประหนึ่งเงาน้องเบอร์สอง 55555555


    HNY&HBDนะคะ <3

    #344
    1
    • #344-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 33)
      24 มกราคม 2563 / 13:39
      *เลิ่กลั่ก* นั่นสิน้าาา อาเซินนี่ยังไงกัน ?! XD 55555555 จูบจนปากซีดปากเปื่อยแล้วว อาไป๋ ! ยัยคนไม่ดี !-- 555555 ชอบความร้องประหนึ่งเงาน้อยจังค่ะ น่าร๊ากกก แฮ่ ขอบคุณนะคะ <3 เลิฟ ๆๆๆ
      #344-1
  4. #343 orora_orn (@orora_orn) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 07:45
    ไปตปท.มาเลยเพิ่งได้อ่าน แงงงงง หยินหยางสวีทกันมากตอนนี้ ขำกองเชียร์จิ้งเหลนหนักมาก555 ไว้มีเวลาจะลองวาดfanartเฮยหยางตอนรำนะคะ ท้ายตอนนี้ก็มีfanartอีกแย้ว

    นักเขียนก็สู้ๆนะคะ เราเคยเจอเรื่องแย่ๆจนสุขภาพกายจิตพังหลายปีจนตอนนี้ดีขึ้นแล้ว เข้าสู่ช่วงเริ่มสว่างสักที555 ยังไงก็ขอให้ปีนี้มีสิ่งดีๆเข้ามานะคะ สิ่งร้ายๆขอให้หายไปกับปีเก่าค่า
    #343
    7
    • #343-5 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 33)
      24 มกราคม 2563 / 13:37
      ขอโทษที่ตอบช้านะคะ งานรุมทึ้งหัวไม่ต่างกันเลยค่ะ 555555 /ในเลข 5 มีน้ำตาซ่อนอยู่
      ขอให้ปั่นงานสำเร็จนะคะ ! พูดตอนนี้จะทันไหมนะ ฮาา ยังไงก็สู้ ๆ นะคะ ! เราเป็นกำลังใจให้ <3
      #343-5
    • #343-6 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 33)
      24 มกราคม 2563 / 13:37
      ขอโทษที่ตอบช้านะคะ งานรุมทึ้งหัวไม่ต่างกันเลยค่ะ 555555 /ในเลข 5 มีน้ำตาซ่อนอยู่
      ขอให้ปั่นงานสำเร็จนะคะ ! พูดตอนนี้จะทันไหมนะ ฮาา ยังไงก็สู้ ๆ นะคะ ! เราเป็นกำลังใจให้ <3
      #343-6
  5. #342 620920312 (@620920312) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 20:46

    สวัสดีปีใหม่ค้าติดตามยุนะค้า....สุ้ๆ[^=^]

    #342
    1
  6. #338 7WITCH (@klynjj) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 11:34
    Happy new year ค่าาา คิดถึงเรื่องนี้มากกก เป็นกำลังใจให้นะคะ ติดตามอยู่เสมอจ้าาา
    #338
    1
  7. #335 fighting writeee♡ (@sedna0327) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 00:39
    แฮปปี้เบิร์ดเดย์ย้อนหลังนะคะ แฮปปี้นิวเยียร์ด้วยยย! ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ ขอบคุณที่แต่งเฮยหยางกับเจ้าหยวกกล้วยมาให้อ่านด้วยย(มาม่าจะมาหรอคะ อุแงงY-Y)
    #335
    1
  8. #334 readformind (@readformind) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 00:23
    สนุกมากกก
    #334
    1