หมอกซ่อนดาว

ตอนที่ 8 : หมอกซ่อนดาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    4 ส.ค. 62

            บทเพลงจากเครื่องดนตรีในมือของหญิงสาวยังคงบรรเลงเพลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากเพลงแรกจบลงก็มีบทเพลงอื่น ๆ ตามมากลายเป็นบทเพลงที่หลายคนคุ้นหู น่าแปลกที่คราวนี้บนใบหน้าคนเล่นกลับมีรอยยิ้มละไมไปตามอารมณ์เพลงเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ยามเมื่อเธอเล่นเพลงรักรอยยิ้มก็หวานละมุน ดวงตาแจ่มใสชวนมอง แต่ทำไมบทเพลงแรกเจ้าตัวถึงได้ดูเศร้านักหนา คงรักกันมากละมั้ง

            “ก็น้องสาวคุณธารที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์เป็นเพื่อนกับยัยเพียง เธอขาพิการเดินไม่ได้”

            “ตอนฉันไปส่งยัยเพียงที่มหาวิทยาลัย เคยเจอคุณธารก็เลยรู้จักกัน แต่ก็ไม่สนิทนักหรอก เจอกันแค่ครั้งสองครั้ง”

            “แค่นั้นเหรอวะ” คนถามเลิกคิ้วเข้มข้างซ้ายขึ้นอย่างกวน ๆ

          “รู้สึกแกจะซักไซ้เรื่องของคุณธารผิดปกติ ทำไม สนใจหรือไง”

            เธียรวิชญ์จิ้มกุ้งตัวหนึ่งเข้าปากไม่รู้เพราะต้องการจะรับประทานอยู่แล้วหรือเพราะต้องการ กลบเกลื่อน

          “เปล่า! ก็แค่สงสัย แล้วทำไมถึงเดินไม่ได้ พิการมาแต่กำเนิดหรือว่าอุบัติเหตุ”

            “ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่ามีกันสองคนพี่น้อง ฟังแล้วอยากเข้ามาดูแลรึเปล่าวะ” สุดเขตถามยิ้ม ๆ ลอบมองเพื่อนหวังจะเห็นรอยพิรุธ ก็แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเห็นเจ้าเพื่อนตัวดีสนใจใคร่รู้เรื่องของผู้หญิงคนไหนเหมือนอย่างวันนี้ คนนี้

            “ไอ้บ้า! คนพูดกระตุกยิ้มมุมปากก่อนชำเลืองมองไปยังนักดนตรีหนึ่งเดียวของร้านเป็นระยะ เธียรวิชญ์ตอบตัวเองไม่ได้เช่นกันว่าเหตุใดจึงชอบมองรอยยิ้มเศร้า ๆ บนใบหน้าของหญิงสาวนัก ยิ่งมองก็ยิ่งตรึงใจ...


            การรับประทานอาหารพร้อมกับฟังดนตรีเบา ๆ ไปด้วยทำให้การรับประทานอาหารมีรสชาติมากขึ้นอย่างประหลาด ลูกค้าในร้านเริ่มหนาตาเพราะใกล้เวลาอาหารเย็น สุดเขตเตรียมเรียกพนักงานมาเก็บเงิน เพราะเห็นว่านั่งกันมานานพอสมควรแล้ว

            “กลับกันรึยังวะ คุณธารคงไม่มีเวลาเข้ามาคุยกับลูกค้า เพราะคงเล่นเพลงไปอีกสักพัก”

            “อืม” เธียรวิชญ์รับคำสั้น ๆ แต่ความคิดของเขาไปไกลกว่านั้นสายตายังคงจับจ้องไปที่เจ้าของเสียงเพลง ต่อเมื่อเสียงห้าวห้วนของชายแปลกหน้าอีกคนดังขึ้นใกล้ ๆ ทำให้เธียรวิชญ์ต้องหันมามองด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจนัก

          “หกร้อยสามสิบห้าบาท” น้ำเสียงของคนพูดติดไปทางกระด้าง ผิดกับพนักงานบริการคนอื่น ๆ เธียรวิชญ์หยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มพลางมองสำรวจชายหนุ่มรูปร่างพอ ๆ กับเขา แต่วัยน่าจะอ่อนกว่าหลายปี คิ้วเข้มพาดโค้งรับกับใบหน้าคมสันต์ นับเป็นผู้ชายหน้าตาพอใช้ได้คนหนึ่ง แต่เสียอย่างเดียวอะไรบางอย่างบนใบหน้าของชายหนุ่มรุ่นน้องคนนี้ทำให้เธียรวิชญ์รู้สึกว่า ไม่ค่อยชอบหน้า ทั้งที่ก็เพิ่งเห็นหน้ากัน

            “คุณวาโยมาดูแลเองเลยเหรอครับ” สุดเขตยิ้มทักทายพลางส่งเงินค่าอาหารให้ แต่สายตาของวาโยกลับลอบมองเธียรวิชญ์อย่างไม่เป็นมิตรนัก ก็เขารู้มาจาก อิฐ เด็กเสิร์ฟที่รับเข้ามาแทนหรั่งว่า ชายหนุ่มที่มากับสุดเขตพูดถึงกันธิชาไม่ดีนัก เขากล่าวหาว่า เธอเป็นใบ้แล้วก็เสียงแหบเหมือนเป็ดถึงไม่กล้าร้องเพลง ถือดีอย่างไรกล้ามาวิพากษ์วิจารณ์

คนของเขา

            “ช่วยอะไรได้ก็ช่วยกันไปครับ” น้ำเสียงอ่อนลงเมื่อกล่าวตอบสุดเขต วาโยพอจะคุ้นหน้ากับสุดเขตอยู่บ้างตอนไปส่งชลธิษาที่มหาวิทยาลัย เขาเคยเห็นชายหนุ่มไปส่งเพียงดาวเพื่อนสนิทของชลธิษา

            “ฝากชมคุณธารด้วยนะครับ ว่าเล่นเพลงได้เพราะมาก ผมไม่ค่อยได้มาที่นี่ วันนี้โชคดีได้ฟังคุณธารเล่นเพลง ผมกับเพื่อนประทับใจมาก” สุดเขตเอ่ยชมจากใจจริง แล้วมองหน้าเพื่อนที่มาด้วย เขากำลังจิบเครื่องดื่มในแก้วฆ่าเวลา ฟังผู้ชายสองคนสนทนากันโดยปราศจากความคิดเห็นจากเขา อีกทั้งสุดเขตก็ไม่ได้แนะนำให้เขารู้จักกับอีกฝ่าย

            “ครับ แล้วผมจะบอกให้ แต่ว่า ธารไม่ได้เป็นใบ้นะครับ เสียงก็ไม่ได้แหบเหมือนเป็ด” คำพูดของวาโยทำให้เธียรวิชญ์แทบสำลัก พอจะเข้าใจถึงที่มาของน้ำเสียงและแววตาที่ไม่เป็นมิตรของอีกฝ่ายขึ้นมาทันที

            “คุณวาโยช่วยงานที่ร้านตลอดเลยเหรอครับ” สุดเขตชวนคุย เพราะเห็นว่าเพื่อนน่าจะยังอยากฟังเพลงต่อ

            “ไป ๆ มา ๆ ครับ ต้องกลับไปดูแลงานที่บ้านด้วย รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมไปนำเงินมาทอนให้”

          “ไม่เป็นไรครับคุณวาโย ถือเป็นทิปให้เด็ก”

            “ร้านเราไม่มีนโยบายรับทิปจากลูกค้าครับ ขอโทษด้วย”

            มุมปากของเธียรวิชญ์ยกยิ้มเป็นเชิงเยาะให้เพื่อน พอคล้อยหลังวาโยสุดเขตก็ถลึงตาใส่คน ปากดี ทันที

            “เห็นไหมแก เด็กนั่นคงได้ยินแกพูดถึงคุณธาร มิน่าคุณวาโยถึงมองแกแปลก ๆ”

            “ฉันไม่ได้ตั้งใจนี่หว่า แค่แซวเล่น แตะต้องกันไม่ได้เลยสินะ”

            “เป็นใครจะทนได้วะ มีคนว่าแฟนตัวเอง” สุดเขตเข้าใจตามที่เห็น ผู้ชายที่คอยกุลีกุจอมาช่วยงานในร้าน แถมยังออกแรงปกป้องถ้าไม่คิดอะไรลึกซึ้งก็คงไม่ทำ

            “แฟน?” เธียรวิชญ์เลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ “ผู้ชายเมื่อกี้คือแฟนผู้หญิงคนนั้นเหรอวะ”

            “คงใช่ ก็เห็นมาช่วยงานที่นี่บ่อย ๆ ไม่ใช่แฟนแล้วจะเรียกว่าอะไรวะ” สุดเขตสรุปตามสิ่งที่เห็น

            “เล่นดนตรีถึงแฟนเก่า ให้แฟนใหม่ฟัง พิลึกว่ะ” เธียรวิชญ์ยักไหล่ สีหน้าของเขาดูเครียดขึ้น

            “แกรู้ได้ยังไงว่าคุณธารเล่นดนตรีถึงแฟนเก่า ไม่มีใครรู้สักหน่อยว่าเพลงนั้นหมายถึงใคร”

            “ฉันกับแกก็วิเคราะห์และเข้าใจกันไปเอง ฉันก็ลืมนึกถึงคุณวาโย”

            “คนรักเก่าไหนเล่าจะมีความหมายเท่าคนในปัจจุบัน” เธียรวิชญ์เหยียดยิ้มไม่สดใส

            ไม่ทันได้พูดอะไรต่อวาโยก็นำเงินมาทอนให้

            “ผมกับเพื่อนคงต้องขอตัวกลับก่อนนะครับ”

            “โอกาสหน้าเชิญใหม่ครับ” วาโยชำเลืองมองเธียรวิชญ์ อีกฝ่ายไม่ได้สนใจจะยิ้มแย้มทักทายแต่ประการใด วาโยก็หมดความสนใจในตัวลูกค้าหนุ่มเช่นกัน เขาเดินไปหากันธิชาที่หยุดพักจากการเล่นเพลง สายตาของเธียรวิชญ์จับจ้องที่นักดนตรีสาวอีกครั้งก่อนที่เธอจะหันมาเห็นเขาเข้าพอดี รอยยิ้มเศร้า ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้านั้นเป็นการทักทายตามมารยาท

            “คุณธารหยุดพักพอดี และกำลังทักทายกับลูกค้า รอพบเธอหน่อยไหม” สุดเขตเอ่ยชวน

            “ตามใจแกสิ” เธียรวิชญ์ตอบโดยไม่ต้องใช้เวลาคิด เพราะเขาเองก็อยาก พบเธอเช่นกัน

            สองหนุ่มจึงตัดสินใจลงนั่งที่โต๊ะอาหารอีกครั้ง กันธิชายิ้มแย้มทักทายแขกในร้านเรื่อยมาจนมาถึงโต๊ะของพวกเขา สายตาของเธียรวิชญ์มองผ่านทำทีไม่สนใจใคร่เห็นอะไรนัก ตรงข้ามกับความรู้สึก ภายในอย่างสิ้นเชิง     

“ขอบคุณนะคะที่มาอุดหนุนอาหารที่ร้านของเรา” กันธิชาเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป

            “อาหารอร่อย ดนตรีก็เพราะ วันหลังจะมาอุดหนุนอีกนะครับ” สุดเขตมองหน้าเจ้าของร้านสาวก่อนหันไปแนะนำเธียรวิชญ์ให้รู้จัก  

“นี่เพื่อนผมเองครับชื่อเธียรวิชญ์ เพิ่งเคยมาที่นี่ เขาชอบคุณธารเล่นดนตรีมากครับ”  

สีหน้าของเธียรวิชญ์เข้มขึ้น ก็สู้อุตส่าห์ปกปิดสายตาและความรู้สึกชื่นชม แต่เพื่อนรักของเขากลับพูดซะหมดเปลือก

            “ขอบคุณค่ะ” กันธิชาเอ่ยตอบสั้น ๆ สองสายตาสบประสานกันเพียงไม่กี่วินาที ก่อนที่หญิงสาวต้องขึ้นไปเล่นดนตรีอีกครั้งตามเวลา  

“ฉันต้องไปเล่นดนตรีต่อแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ ตามสบายค่ะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น