หมอกซ่อนดาว

ตอนที่ 16 : หมอกซ่อนดาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 194
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    12 ส.ค. 62

            วาโยขับรถไปส่งอาหารกลางวันที่บริษัทของเธียรวิชญ์พร้อมกับกันธิชา เมื่อไปถึง พบสุดเขตดักรออยู่ก่อนแล้ว เขาออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

            “ออกมารอด้วยตัวเองเลยเหรอคะ”

            “ผมก็แค่พนักงานคนหนึ่งเหมือนกันครับ ทุกคนที่นี่ทำงานกันจนแยกไม่ออกว่าคนไหนเจ้านาย คนไหนลูกน้อง”

            “จะให้ตั้งโต๊ะตรงไหนครับ”

            “จัดชุดหนึ่งไว้ที่ห้องรับแขกด้านในบริษัท ส่วนที่เหลือเดี๋ยวให้คนงานมายกไปจัดการกันเองครับ” สุดเขตยกมือส่งสัญญาณเรียกคนงานสองสามคนให้มาช่วยยกอาหาร

            “เดี๋ยวเชิญพวกคุณสองคนทานข้าวกลางวันด้วยกันข้างในนะครับ”

            “คงไม่ได้หรอกค่ะ ที่ร้านเหลือแค่แม่ครัวกับเด็กเสิร์ฟ คงจะวุ่นน่าดู ต้องกลับไปดูแลร้านน่ะค่ะ”

            “อ้าว! นี่ไอ้เธียรมันตั้งใจเลี้ยงพวกคุณด้วยนะครับ”

            “จะเลี้ยงเนื่องในโอกาสพิเศษอะไรไม่ทราบ อีกอย่าง อาหารพวกนี้มันก็ของร้านเราทั้งนั้น กินจนเบื่อแล้ว” วาโยรู้สึกขัดอกขัดใจขึ้นมาทันที แค่ให้นำอาหารมาส่งก็มากพอยัง คิดจะรั้งกันไว้อีก

            “ก็เนื่องในโอกาสที่พวกเราจะทำธุรกิจร่วมกันไงครับ แต่ก็อย่างว่า ผมไม่ได้สั่งอาหารหรูจากภัตตาคารดัง ๆ มาเพราะผมเข้าใจว่า อาหารที่พวกคุณทำ รสชาติมันไม่ด้อยไปกว่าอาหารเลี่ยน ๆ พวกนั้นเลย”

เธียรวิชญ์ตอบพลางเดินออกมาทันได้ยินคำพูดของวาโยพอดี สองสายตาที่แลสบกันบ่งบอกถึงความไม่เป็นมิตรนัก

            “มันแน่อยู่แล้ว ถึงอาหารที่ร้านเราจะเป็นอาหารไทยพื้น ๆ แต่รสชาติอร่อยเหาะ”

            “เท่าที่ผมรู้มา ร้านอาหารเป็นของคุณธารกับน้องสาวแค่สองคน คุณเป็นหุ้นส่วนตั้งแต่เมื่อไร”

            วาโยย่างสามขุมเข้าใส่เธียรวิชญ์ทันที จนสุดเขตกับกันธิชาต้องรีบห้าม

            “กลับเถอะค่ะพี่โย”

            “เลยไม่ต้องคุยเรื่องธุรกิจกัน”

            “ธุรกิจอะไรคะ”

            “เอาไว้คุณมีเวลา เราค่อยคุยกัน วันนี้ถ้าคุณไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร ที่สำคัญผมอยากคุยกับเจ้าของร้านตัวจริงเท่านั้นนะครับ”

            “เอาไว้วันหลังก็ได้ครับผมรอได้”

            “ฉันต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ เรากลับกันเถอะค่ะพี่โย” กันธิชาหันไปยิ้มให้สองคนอีกครั้ง ก่อนเดินไปขึ้นรถ โดยมีวาโยตามไปทำหน้าที่คนขับ เขามองนักธุรกิจหนุ่มสองคนอย่างไม่วางใจนัก

            “พี่ว่าสองคนนั่นกำลังคิดวางแผนอะไรกันอยู่แน่ ๆ ธารอย่าหลงกลล่ะ”

            “มาแผนไหน ธารก็ไม่กลัวหรอกค่ะ สิ่งที่กลัวตอนนี้คือ กลัวป้าเฟื่องกับป้าพิกุลทะเลาะกันมากกว่า”

            วาโยคลี่ยิ้มก่อนนำรถเคลื่อนออกไป เธียรวิชญ์กับสุดเขตพากันเดินเข้าไปด้านในห้องรับแขกเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน บนโต๊ะเลขาของเธียรวิชญ์จัดเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมหมดแล้ว

            “อาหารน่ากินว่ะ” สุดเขตคว้าช้อนตักห่อหมกปลากรายเข้าปาก “รสชาติก็ไม่เลว”

            เธียรวิชญ์ได้แต่มองเพื่อนรัก ตักอาหารชิมจนครบทุกจาน

            “อร่อยทุกอย่างเลยว่ะ แบบนี้ใช่ไหมที่แกถึงอยากได้คุณธารมาร่วมงานด้วย”

            ชายหนุ่มไม่ตอบ เขาได้แต่ยิ้มพลางมองสำรวจอาหารแต่ละชนิดที่จัดวางไว้ในจานตรงหน้า

            “ตอนนี้ธุรกิจอาหารสำเร็จรูปแช่แข็งกำลังมีแนวโน้มไปได้สวย ในยุคธุรกิจเร่งรีบแบบนี้ ฉันจะเปิดเมนูอาหารสำเร็จรูปโดยใช้อาหารทะเลของเราเป็นหลัก ร่วมกับเมนูอาหารไทยอื่น ๆ เน้นที่ความสะดวก รสชาติแบบไทย ๆ และจะเพิ่มเมนูอาหารนานาชาติ โดยสิ่งสำคัญ เราต้องการความเป็นเอกลักษณ์ของอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรสชาติ รายการอาหาร หรือแพ็กเก็จจิ้ง”

            “แล้วแกแน่ใจเหรอวะ ว่าคุณธารจะยอมมาทำงานกับแก”

            “ไม่แน่ใจ แต่ฉันก็จะลองดู” ชายหนุ่มไม่ใคร่อธิบายอะไรต่อ เขาตักอาหารรับประทาน หลังจากนั้นรอยยิ้มอ่อนบางก็ฉายกระจ่างทั่วใบหน้า

            หลายวันต่อมากันธิชารวบรวมเงินค่าเช่าร้านได้ครบตามจำนวนจึงนำเงินไปชำระ แต่แล้วเธอกลับต้องพบกับความประหลาดใจอย่างคาดไม่ถึง เมื่อเจ้าของที่ดินไม่รับเงินจากเธอ แต่กลับส่งนามบัตรของคนที่เธอรู้จักดียื่นให้

            “อะไรกันคะป้า ส่งนามบัตรเขาให้หนูทำไม”

            “ผู้ชายในนามบัตรนี้ขอซื้อที่ดินแปลงนั้น ป้าก็เลยขายให้เขาไปแล้ว ตอนนี้ป้าไม่ใช่เจ้าของแล้วล่ะ”

            “ว่าอะไรนะคะป้า” กันธิชาอุทานอย่างตกใจ “ทำไมป้าไม่ถามหนูก่อนล่ะคะ หนูขอซื้อ ป้าก็ไม่ขาย แต่กลับขายให้เขา แล้วแบบนี้หนูจะทำยังไงล่ะคะ”

            “ก็หนูขอซื้อในราคาต่ำจะตาย ขืนป้าขายก็ขาดทุน”

            “แสดงว่าผู้ชายคนนี้เขาให้ราคาป้าสูงมากเหรอคะ”

            “ก็สูงกว่าท้องตลาดนิดหน่อย ป้าก็เลยตัดสินใจขาย”

            “ทำไมป้าทำกับหนูแบบนี้ล่ะคะ”

            “เรื่องเงินมันไม่เข้าใครออกใครหรอกหนูธาร อย่าโกรธป้าเลยนะ”

            “อ้อ! เจ้าของนามบัตรเขากำชับป้าว่า ถ้าหนูมีปัญหาอะไรก็ให้ไปหาเขาได้เลย”

            “หนูมีแน่ค่ะ” สายตาของกันธิชาคุโชนด้วยความโกรธ

            “เรื่องร้านอาหารมีเงินแล้วค่อยขยับขยายไปหาที่ใหม่นะ อย่าคิดมาก”

            กันธิชาแทบจะทรุดร่างลงตรงนั้นแข้งขาแทบไม่มีแรง ขยับขยายที่ใหม่ เธอจะทำได้อย่างไรในเมื่อเงินทุนทั้งหมดที่มีก็ทุ่มลงไปกับร้านที่เป็นความฝันของแม่จนหมดสิ้น นามบัตรในมือถูกกำจนยับย่น หญิงสาวยกมือไหว้ลาผู้อาวุโสแล้วรีบดิ่งตรงไปหาเจ้าของนามบัตรที่บริษัททันที เธอต้องทราบเหตุผลว่าเขาทำแบบนี้ทำไม ทั้งที่รู้ว่าที่ดินแปลงนั้นเธอเช่าทำร้านอาหารอยู่ก่อนแล้ว และหากเขาต้องการจะบีบให้เธอออกไปจากที่ตรงนั้นเพื่อทำธุรกิจส่วนตัวของเขา เธอกับเขาคงเป็นศัตรูกันไปตลอดชีวิตแน่ ดวงตาของกันธิชาวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด และความโกรธนั้นก็ถูกส่งไปที่ปลายเท้าเหยียบคันเร่งของรถที่ความเร็วแทบจะเกินกฎหมายกำหนด

++++++++++++++++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น