หมอกซ่อนดาว

ตอนที่ 17 : หมอกซ่อนดาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 195
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    12 ส.ค. 62

   รักแฟน fav ของไรท์จัง 555 มีน้อยนิดเหลือเกินกับเรื่องนี้ แต่ไรท์เชื่อว่ายิ่งอ่านจะยิ่งหลงรักนิยายเรื่องนี้เหมือนที่ไรท์รัก เป็นนิยายรักเรื่องยาว ตอนนี้ลงขายในอีบุ้คแล้วกำลังจัดโปรลดราคาเหลือ 139 หมดโปรเหลือ 190 หมดโปร 21 สิงหาคมนะคะ ใครอยากอ่านแบบเต็ม ๆ ไปอุดหนุนกันน๊า ขายถูกมาก เพราะความสุขของไรท์คือการมีคนอ่านงานของเรา เม้าท์มอยงานเรา 555

   +++++++++++

            กันธิชาเข้าไปติดต่อที่แผนกต้อนรับของบริษัท เธอถูกเชิญให้ขึ้นไปรอที่ห้องรับแขกส่วนตัวของเธียรวิชญ์ก่อน เพราะเขากำลังติดประชุม หญิงสาวรู้สึกกระวนกระวายใจ อยากคุยกับเขาให้รู้เรื่องโดยเร็วที่สุด เวลาผ่านไปสิบห้านาทีซึ่งยาวนานเกินพอสำหรับคนรอ เขาก็เข้ามาพบเธอ

            “ผมกำลังรอคุณอยู่พอดี”

            “หมายความว่ายังไงคะ”

            “คุณมีเรื่องอะไรจะพูดกับผมครับ” เขายิ้มก่อนยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างอารมณ์ดี ไม่มีทีท่าเดือดร้อนไปกับเธอแม้แต่น้อย อารมณ์ของหญิงสาวคุกรุ่นอยู่ภายใน พยายามเก็บกลั้นมันไว้อย่างยากลำบาก แล้วในที่สุดก็ระเบิดมันออกมา

            “คุณก็รู้ว่าฉันเช่าที่ดินนั่นทำร้านอาหารอยู่ แต่คุณกลับซื้อที่ดินตรงนั้น คุณทำแบบนี้ทำไมคะ คุณต้องการจะบีบฉันเพื่ออะไร ฉันทำมาหากินบนที่ดินผืนนั้นมาเกือบสิบปี ถ้าคุณไล่ฉัน แล้วฉันจะไปอยู่ตรงไหน การเริ่มต้นใหม่ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ” คนโมโหร่ายยาวเป็นชุดระบายความอัดอั้นที่คับอยู่ในอกอย่างต่อเนื่อง

            “คุณจะเอาที่ดินแปลงนั้นไปทำอะไร ฉันไม่คิดว่าคุณจะเป็นนักธุรกิจหน้าเลือดได้ถึงขนาดนี้ คุณใจร้ายใจดำกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีก การที่คุณทำดีกับฉัน เข้าไปช่วยฉันที่ร้านก็เพราะหวังผลประโยชน์ตรงนี้ใช่ไหมคะ” กันธิชาโมโหจัด เธอต่อว่าเขาทั้งที่ยังไม่ทราบเหตุผลแท้จริง

            “ฉันคิดว่าคุณเป็นเพื่อนคุณสุดเขตก็น่าจะมีนิสัยที่ดีไม่แตกต่างกัน แต่เปล่าเลยฉันมองคุณผิดไปจริง ๆ”

            เธียรวิชญ์สบตาหญิงสาวอย่างอ่อนโยน และเพราะความอ่อนโยนในดวงตาคู่นั้น ไฟที่คุกรุ่นในอกหญิงสาวจึงบรรเทาลงอย่างรวดเร็วราวกับโดนน้ำเย็นมหาศาลสาดซัดเข้าใส่

            “ผมยังไม่ได้บอกสักคำว่าจะไล่คุณออกจากที่ดินแปลงนั้น” ริมฝีปากหนาสวยเผยรอยยิ้มอย่างไม่ปิดบัง

            หญิงสาวมองเขาด้วยสายตาค้นหา

            “หมายความว่ายังไงคะ” น้ำเสียงของหญิงสาวอ่อนลง ความโกรธที่มีเริ่มมลายหายไป

            “ที่ผ่านมา คุณเช่าที่ดินผืนนั้นอย่างเสียเปล่า ผมเห็นว่ามันจะดีกว่า ถ้าคุณจะได้เป็นเจ้าของที่ดินผืนนั้นจริง ๆ”

            “หนึ่งปีต่อจากนี้ คุณจ่ายค่าเช่าที่ดินให้ผมเท่าที่เคยจ่าย ครบหนึ่งปีคุณได้ที่ดินนั้นไปเลย ตกลงไหม”

            “หรือถ้าคุณหาเงินได้เร็วก่อนกำหนด จะนำมาชำระผมเลยก็ไม่ว่า”

            หญิงสาวได้ยินข้อเสนอของเขาแล้วถึงกับเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง นี่เธอหูฝาดไปหรือเปล่า

            “อันที่จริง ถ้าผมโอนที่ดินให้คุณไปเลย คุณก็คงไม่รับอยู่แล้ว ผมเข้าใจถูกใช่ไหม”

            “ค่ะ” หญิงสาวตอบรับแผ่วเบาราวกับไม่ได้สติ ดวงตายังจ้องมองเขาไม่กระพริบ

            “คุณต้องการอะไรกันแน่คะ” กว่าจะได้สติเวลาผ่านไปนานเท่าไรมิอาจรู้ได้ เห็นเพียงถ้วยกาแฟของเขาว่างเปล่าเสียแล้ว

            “ผมไม่ต้องการอะไร จะว่าไม่ต้องการก็คงไม่ถูกนัก เพราะผมอยากให้คุณมาช่วยงานผม”

            “ฉันเนี่ยเหรอคะ จะช่วยงานคุณ”

            “ครับ เป็นคุณ ผมกำลังจะเปิดธุรกิจด้านอาหารสำเร็จรูป ผมอยากให้คุณเข้ามาช่วยผมในด้านนี้”

            “แต่ฉัน...จะช่วยอะไรคุณได้”

            “คุณช่วยผมได้มาก เพราะผมต้องการคนคิดด้านสูตรอาหาร ผมทราบคร่าว ๆ ว่าคุณเรียนมาทางนี้”

            “แต่ฉันเรียนไม่จบ”

            “ความสามารถของคุณ มีค่ามากกว่าใบปริญญา ในขณะที่คุณช่วยงานผม ที่ร้านของคุณก็ยังเปิดขายอาหารตามปกติ คุณจะมาทำงานที่บริษัท หรือจะทำที่บ้านก็ได้ แล้วแต่คุณ”

            กันธิชาพยายามค้นหาปริศนาที่ซ่อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น แต่กลับไม่พบอะไรเลยนอกจากความอ่อนโยนจริงใจ

            “คุณมีอะไรสงสัยอีกไหมครับ”

            “ตอนนี้ยังไม่มีค่ะ”

            “ถ้าอย่างงั้น คงอีกสักพักกว่าผมจะหาทีมงานได้ครบ ระหว่างนี้คุณก็คิดสูตรอาหารไปพลาง ๆ ก่อนก็แล้วกัน”

            “อีกอย่างผมทราบว่าคุณกำลังจะขยายร้าน ผมขอเป็นหุ้นส่วนกับคุณด้วยได้ไหม ผมลงทุน คุณลงแรงคอยดูแล”

            กันธิชามองหน้าเขา อีกฝ่ายจึงเผยรอยยิ้มละมุน

            “ผมแค่อยากช่วยคุณ ผมทำให้ร้านของคุณประสบปัญหา ขาดทุนไปตั้งหลายบาท ถ้าผมจะช่วยคุณฟรี ๆ คุณก็ไม่รับ แล้วผมก็ไม่อยากขาดทุน ดังนั้น ผมพร้อมจะสนับสนุนเงินทุน ส่วนคุณก็ลงแรงแบ่งผลกำไรตามสมควร”

            “ตกลงตามนี้นะครับ”

            “คุณต้องการอะไรกันแน่ คุณพูดกับฉันตามตรงดีกว่า”

            ในดวงตาของหญิงสาวยังไม่วางใจเขาแม้แต่น้อย ชายหนุ่มจึงได้แต่อมยิ้มกับสีหน้าที่เห็น

            “ผมว่าแทนที่คุณจะเอาเวลามานั่งคิดหวาดระแวงผม สู้คุณไปนั่งคิดสูตรอาหารหรือไม่ก็แผนงานพัฒนาร้านของคุณจะดีกว่าไหมครับ”

            “วางใจผมเถอะครับคุณ...ธาร ผมไม่ใช่คนที่คุณต้องหวาดระแวงหรือคลางแคลงใจอะไรเลย” เขายื่นใบหน้าใกล้เข้ามาดวงตาเปล่งประกายวาววับ หญิงสาวพยายามไม่สบตาเขา

            “คนแปลกหน้าที่มาทำดีต่อกัน มันยากที่จะไว้ใจค่ะ”

            ชายหนุ่มผละตัวเองห่างจากหญิงสาวออกมา เอียงศีรษะน้อย ๆ มองเธอ

            “คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจมีถมไปค่ะ”

            “อีกหน่อยผมก็จะไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับคุณ” น้ำเสียงนุ่มทุ้มเต็มไปด้วยความหนักแน่น สายตายังคงจับอยู่ที่ใบหน้าของหญิงสาวไม่วาง กันธิชารู้สึกอึดอัดและอยากพาตัวเองออกไปให้พ้นสายตาเขาเสียที

            “ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ” หญิงสาวยังไม่เลิกกังวลสงสัย แต่ก็ปราศจากคำถาม เธองุนงงกับสิ่งที่ได้รับรู้ในวันนี้ จากความโกรธเกรี้ยวกลายเป็นความเคลือบแคลงหวาดระแวง และค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความซาบซึ้งในน้ำใจที่เขามอบให้ หากเขาไม่มีสิ่งใดแอบแฝง เธอจะไม่ลืมบุญคุณของเขาในครั้งนี้เลย แต่จะเป็นไปได้อย่างไร จะมีใครทำดีกับเธอโดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ เลยย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่ผลตอบแทนอะไรกันที่เขาต้องการจากเธอ นี่เป็นสิ่งที่ติดค้างในใจของหญิงสาวตลอดเวลา...

+++++++++++++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น