หมอกซ่อนดาว

ตอนที่ 15 : หมอกซ่อนดาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 205
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    11 ส.ค. 62

            วาโยขับรถไปรับชลธิษาที่มหาวิทยาลัยตามเวลานัด แต่แทนที่เขาจะรีบกลับเช่นทุกครั้งกลับกลายเป็นว่าเขาพาเธอไปนั่งรับลมเย็นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแทน ชายหนุ่มอุ้มร่างของหญิงสาวอย่างเบามือลงจากรถก่อนนำไปวางบนม้านั่งตัวที่ว่าง เธอรู้สึกคุ้นเคยกับสัมผัสนี้มากกว่าผู้ชายคนไหนหากนับรองจากบิดา ครั้งแรกที่เขาอุ้มเธอ เมื่อครั้งที่เธอพยายามหัดเดินด้วยไม้ค้ำยันแต่ก็ล้มหัวเข่ากระแทกลงไปบนพื้น จนไม่อาจประคองตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งบนรถเข็นได้ วาโยเข้ามาเห็นเข้าและเป็นคนอุ้มเธอไปนั่งที่รถเข็น ในตอนนั้นเธอรู้สึกขัดเขินอย่างบอกไม่ถูก แต่สายตาอาทรที่เขามีต่อเธอ ไม่ได้เผยให้เห็นถึงความคิดร้ายหรือฉกฉวยโอกาสแต่อย่างใดเธอจึงวางใจเขานับตั้งแต่นั้นมา

หากวันใดที่ผู้เป็นพี่สาวติดธุระเขาก็จะอาสาไปรับส่งเธอแทน โดยให้เหตุผลว่า เขาคล่องตัวกว่าผู้เป็นพี่ ขั้นแรกกันธิชาไม่เชื่อใจเขานัก คอยแอบสะกดรอยตามหลายครั้ง แต่พอได้สนิทสนมคุ้นเคยจนรู้จักน้ำใสใจจริงกันแล้ว กันธิชาเองเสียอีกที่มักปล่อยให้เขาทำหน้าที่รับส่งน้องสาวราวกับเป็นพี่ชายของพวกเธออีกคน

“วันนี้ดูพี่โยหงุดหงิดจังเลยนะคะ มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะถึงได้พาชลมานั่งรับลมแบบนี้ได้”

“มีแขกที่พี่ไม่อยากเจอหน้าอยู่ที่ร้านน่ะสิ ป่านนี้ไม่รู้กลับไปหรือยัง”

“ใครเหรอคะ”

“ก็คุณสุดเขตกับเพื่อนตัวก่อปัญหาของเขาน่ะแหละ มาที่ร้านเราเมื่อตอนสาย มาอยู่ได้เป็นครึ่งค่อนวัน ธารเองก็ต้อนรับเขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่นายหมอนั่นทำให้ร้านของชลกับธารเกือบเจ๊ง”

“วางใจพี่ธารเถอะค่ะ ชลเชื่อว่าพี่ธารคงมีเหตุผล”

“ท่าทางนายเธียรวิชญ์อะไรนั่นดูแปลก ๆ”

“แปลกยังไงเหรอคะ”

“พี่ก็บอกไม่ถูก รู้แต่ว่า พี่ไม่ค่อยชอบสายตาเวลาที่มันมองธาร”

“เหมือนมันคิดอะไรกับธารอยู่”

“อะไรกันคะพี่โย พี่ธารกับผู้ชายคนนั้นเพิ่งเจอกันสองครั้งเองไม่ใช่เหรอคะ”

“ก็นั่นแหละ พี่รู้สึกว่าหมอนั่นกำลังหาทางใกล้ชิดธารอยู่ นี่ธารคงไม่รู้ตัว ผู้ชายหน้าตาดี ฐานะก็ดีแบบนั้น มันน่าไว้ใจที่ไหน” สีหน้าของคนพูดงอง้ำมีเสียงถอนใจเข้าออกฮึดฮัดหลายครั้ง

“พี่ว่าชล ต้องคอยเตือนธารบ้างนะ ว่าอย่าไว้ใจหมอนั่นให้มากนัก”

ชลธิษาเหม่อมองไปยังท้องน้ำเบื้องหน้าก่อนหันมามองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มด้วยสายตาที่ปิดซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้อย่างมิดชิด

“ค่ะ ถ้าเขาเป็นคนไม่ดี ชลไม่มีทางปล่อยให้เข้าใกล้พี่ธารแน่นอน”

“รู้แบบนี้ พี่ค่อยวางใจ”

สีหน้าของคนพูดดูผ่อนคลายลงมาก เขาเหยียดปลายเท้าไปข้างหน้าจนสุด แล้วปล่อยลำตัวให้พาดลาดไปกับเก้าอี้ หญิงสาวเห็นกริยานั้นก็อดขำไม่ได้

“พี่โย เล่นเป็นเด็กเลยนะคะเนี่ย”

“พี่ก็ยังไม่แก่ซะหน่อย” คนพูดคลี่ยิ้มเบิกบาน

“นั่งแบบนี้แล้วสบายดีออก”

สายตาของหญิงสาวที่แลมองเต็มไปด้วยความสุขใจ จะมีก็เพียงอะไรบางอย่างเท่านั้นที่คอยสะกิดเบา ๆ ให้เธอประคองหัวใจให้อยู่กับตัวเอง อย่าพ่ายแพ้ต่อความดีงามของผู้ชายคนนี้ เพราะเขาไม่ได้มีหัวใจไว้เพื่อเธอแม้แต่น้อย

หลังส่งชลธิษากลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย วาโยอยู่คุยกับทุกคนไม่นานนักก็ขอตัวกลับที่พัก ชลธิษาจึงมีโอกาสคุยกับพี่สาวตามลำพัง

“ร้านเราจัดมุมใหม่แบบนี้ดูแปลกตาไปเยอะนะคะ”

“ถ้าไม่ได้คุณสุดเขตกับคุณเธียรวิชญ์ช่วยพี่ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะทำอะไรกับร้านเราดี”

“ทำไมสองคนนั้นถึงเข้ามาช่วยพี่ธารได้ล่ะคะ”

“เขาบอกว่าอยากรับผิดชอบ ที่มีส่วนทำให้ร้านเราลำบาก”

“เหตุผลแค่นี้เองเหรอคะ”

กันธิชาพยักหน้า

“ชลไม่อยากให้พี่ธารไว้ใจคุณเธียรวิชญ์อะไรนั่นมากนัก”

กันธิชายิ้มกับคำเตือนของผู้เป็นน้อง ทั้งชีวิตเหลือเพียงสองคนเท่านั้น เธอรู้ว่าน้องสาวคนนี้เป็นห่วงและรักเธอมากเพียงใด เมื่อเตือนแล้วใยจะไม่ฟัง

“ไม่ต้องห่วงนะ พี่จะระวังตัวเอง” กันธิชาดึงตัวน้องสาวเข้ามากอด “ขอบใจมากนะจ๊ะที่เป็นห่วงพี่”

 “เข้าบ้านนะค่ำแล้ว”

“พี่ธารต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะคะ คนสมัยนี้ไม่มีใครทำดีกับเราโดยไม่หวังผลตอบแทนหรอกค่ะ”

“รู้แล้วจ้ะ นี่เป็นน้องสาวพี่หรือว่าแม่กันแน่เนี่ย”

คนเป็นพี่เข็นรถน้องสาวเข้าไปในบ้าน ระหว่างนั้นก็ฉุกคิดถึงคำเตือนของคนบนรถเข็น นอกจากคนเป็นน้องแล้วคงมีคนอื่นอีกแน่ที่เป็นห่วงเธอ และใครคนนั้นก็คงรวมถึงวาโยด้วยแน่นอน ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางเบา

            ทุกคนกำลังสาละวนกับการเตรียมอาหารกลางวันที่จะนำไปส่งบริษัทของเธียรวิชญ์ และไหนจะต้องเตรียมไว้ขายให้กับลูกค้าที่ร้านอีก แม้ทุกคนจะดูเหน็ดเหนื่อยแต่ใบหน้าก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

            “เสร็จซะที เตรียมตั้งแต่ไก่โห่” วาโยบิดตัวไปมาขับไล่ความปวดเมื่อยของร่างกาย เพราะเขาเป็นลูกมือของพิกุลกับเฟื่องฟ้าตั้งแต่ตีสาม

            “ใกล้เอาไปส่ง ค่อยอุ่นอีกที ทำไงได้เราคงไม่ไปนั่งทำที่หน้าบริษัทเขาหรอกนะ” พิกุลเอ่ยพลางกระพือพัดใส่ตัวไล่ความร้อน เนื่องจากพัดลมคงไม่ทันใจนาง

“แค่นี้ก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดแล้ว” น้ำเสียงคนพูดกระแทกกระทั้น

            “แกนี่มันปากเสียจริง ๆ นังพิกุล” เฟื่องฟ้าเอ็ดน้องสาวสีหน้าจริงจัง

            “ฉันพูดอะไรผิดอีกล่ะ ทำเป็นเสียงแข็งใส่ฉัน”

            “เปล่าหรอกค่ะ ป้าพิกุลพูดไม่ผิด” กันธิชาต้องรีบห้ามทัพก่อนที่จะเกิดสงครามขึ้นกลางครัว

            “งั้นเดี๋ยวชลไปอาบน้ำเตรียมตัวไปเรียนก่อนดีกว่าค่ะ”

            “พี่ไปส่งนะ” กันธิชาเข็นรถพาน้องสาวเข้าบ้าน

            “สองพี่น้องนี่รักกันดีจริง ๆ ตั้งแต่ป้ามาทำงานที่นี่ ไม่เคยเห็นสองพี่น้องคู่นี้ทะเลาะกันเสียที”

            “จะทะเลาะกันทำไม๊ มีกันอยู่แค่สองคน”

            “นั่นสิ กำพร้าทั้งพ่อและแม่ น่าสงสาร”

            “ป้าสองคนไม่รู้เรื่องครอบครัวของธารกับชลเลยเหรอครับ”

            “ไม่เลย ก็รู้แค่ว่า หนูชลพิการเพราะว่าถูกยิง แค่นั้น ส่วนใครยิง แล้วทำไมโดนยิง เรื่องนี้ป้าไม่รู้เลย”

            “คงไม่มีใครอยากพูดถึงเรื่องเลวร้ายแบบนั้น” วาโยถอนใจ เขาเองก็ไม่กล้าเอ่ยปากถามหญิงสาวตรง ๆ เพราะเห็นเป็นเรื่องภายในครอบครัวของเธอ อีกอย่างเขาไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะไปรับรู้เรื่องส่วนตัวของพวกเธอ

+++++++++++++++++++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น