หมอกซ่อนดาว

ตอนที่ 12 : หมอกซ่อนดาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    10 ส.ค. 62

            ฝากนิยาย "เก็บใจไว้รอรัก" ด้วยนะคะ กำลังจัดโปรเหลืออีก 2 วันจ้า

    +++++++++++++++++

 บรรยากาศในร้านอาหารค่อนข้างเงียบเหงา หลังเหตุการณ์ในวันนั้นเป็นข่าวลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงด้านธุรกิจอาหารทะเลถูกลอบยิงที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แม้จะไม่เอ่ยชื่อร้าน แต่ปากต่อปากของคนที่พูดกันก็ย่อมกระจายข่าวได้เป็นอย่างดี

            “ลูกค้าเงียบแบบนี้ จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าเช่าเขาล่ะคะพี่ธาร”

            “พี่จะเอาเงินเก็บในส่วนของพี่ไปจ่ายก่อนก็แล้วกัน”

            “ไม่ได้นะคะ ขืนทำแบบนั้น แล้วเมื่อไรความฝันของแม่จะเป็นจริง”

            กันธิชาพยายามเก็บหอมรอมริบมาตลอดหลายปี เพื่อจะนำเงินไปเรียนต่อด้านการประกอบอาหารหวังพัฒนาร้านให้สู่ระดับแถวหน้าให้ได้ตามความฝันของมารดาที่อยากจะเห็นร้านเป็นได้มากกว่าครัวอาหารพื้นบ้านธรรมดา

            “แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ ก็ยิ่งห่างไกลความฝันของแม่มากขึ้นไปอีก ถ้าร้านนี้ถูกยึดคืนเจ้าของเดิม”

            “นั่นสิคะหนูชล เหลืออีกไม่กี่ปีร้านนี้ก็จะเป็นของพวกหนูสองคนแล้ว ตัดใจยอมเรียนต่อช้าหน่อย ก็ยังดีกว่าเห็นร้านนี้กลายเป็นของคนอื่นไปต่อหน้าต่อตา”

            “งั้นให้ชลช่วยอีกแรงนะคะ”

            “ไม่ได้หรอก เก็บเงินของชลไว้เรียนต่อดีกว่า มันเป็นหน้าที่ของพี่ที่ต้องแก้ปัญหานี้เอง”

            “ป้าสองคนก็ไม่รู้จะช่วยยังไง”

            “หนูไม่รบกวนป้าเฟื่องกับป้าพิกุลหรอกนะคะ แค่ทุกวันนี้ที่ป้าช่วยพวกเราก็มากพอแล้ว”

            “ลองขอคุณโยดูไหมคะ” พิกุลออกความเห็น

          “ไม่ได้เด็ดขาดนะคะ เรื่องนี้ห้ามทุกคนบอกพี่โยเด็ดขาด ไม่งั้นหนูจะโกรธจริง ๆ ด้วย”

          “เอาไว้ให้พวกเราถึงทางตันจริง ๆ ก่อนดีกว่าค่ะ ค่อยเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากคนอื่น”

            “หนูสองคนนี่แกร่งกว่าที่ป้าคิดไว้ซะอีกนะ”

            “เราก็มีจมูกเป็นของตัวเองนี่คะ จะยืมคนอื่นมาหายใจทำไม” กันธิชายิ้มลูบศีรษะน้องสาว “จริงไหมชล”

            “ค่ะ แม่เคยสอนไว้ว่าให้พวกเราเข้มแข็ง”

            ดังนั้นในเดือนนี้กันธิชาจึงตัดสินใจนำเงินเก็บไปจ่ายค่าเช่าร้านและหวังว่าในเดือนหน้ารายได้เข้าร้านน่าจะกลับมาเป็นปกติ แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นอย่างที่คิดเพราะพอย่างเข้าสู่เดือนใหม่ก็ทำท่าจะเงียบเหงาลงไปอีก

            “เดือนนี้เริ่มมีลูกค้ากลับเข้ามาบ้าง แต่ก็ยังไม่มากพอกับค่าใช้จ่ายอยู่ดี เราเปิดร้านทุกวัน ใช้ไฟ ใช้น้ำ แต่ลูกค้าเข้าร้านน้อย แล้วแบบนี้จะไหวเหรอคะ” ชลธิษาหนักใจกับยอดรายรับรายจ่าย เพราะถึงอย่างไรก็ต้องจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานอย่างน้อยก็สามคน แต่กำไรแทบไม่มีเข้าร้านเลย

          “ลูกค้าหายไปไหนกันหมด จะหวาดกลัวอะไรกันนักหนา ไม่ได้มีใครตายซะหน่อย” พิกุลบ่นอุบอิบ

            “คงไปหาร้านใหม่ ๆ ลองกัน ช่วงนี้มีร้านเปิดใหม่แข่งกันเยอะนี่คะ”

            “เราต้องหาวิธีโปรโมทร้าน” กันธิชาเผยความคิด เธอจะไม่ยอมให้ร้านขาดทุนแบบนี้ไปตลอดแน่

            “ทำยังไงเหรอคะ”

            “เราจะปิดร้านสักวันสองวัน อย่างน้อยก็ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่สองวันนี้เราต้องลงพื้นที่ทำงานหนักกันหน่อย อิฐ เธอคงต้องเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงร่วมกับฉันนะ ส่วนป้าพิกุลกับป้าเฟื่องฟ้าคอยเป็นกองหนุนอยู่แถวนี้นะคะ ชลช่วยทำประชาสัมพันธ์ร้านของเราลงเว็บไซต์ เรียกความมั่นใจของลูกค้ากลับคืนมา บอกว่าใครที่เข้ามารับประทานอาหารที่ร้านของเราในช่วงเดือนนี้จะมีบริการเมนูเพิ่มพิเศษ”

            “หนูธารเข้มแข็งเหมือนแม่ไม่มีผิด”

            หญิงสาวได้แต่ยิ้มรับด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น เธอจะไม่ยอมปล่อยให้ความฝันของมารดาต้องหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตาอย่างแน่นอน

            ลูกสองคนต้องช่วยกันดูแลร้านของเราให้ดีที่สุดนะลูก

          คำพูดสั่งเสียของมารดายังก้องกังวานอยู่ในหัวใจของสองพี่น้องมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น