กลร้ายเล่ห์รัก

ตอนที่ 33 : 9 สมรสไม่สมรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,150
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    13 พ.ค. 63

ร่างงดงามราวนางอัปสราของสองศรีพี่น้องอัครเกตุที่กำลังเยื้องย่างลงมาจากด้านบนทำให้ท่านชายธเนศวรที่เสด็จเข้ามาพร้อมท่านชายนคเรศถึงกลับตะลึงมองชื่นชมความงามของเจ้าสาวอยู่ครู่หนึ่งก่อนพระเนตรคมจะเหลือบมองไปยังพี่สาวของเธอที่ก้าวตามหลังลงมาพร้อมกัน โชติรสทำให้พระหทัยสะดุดได้แต่กระพริบเนตรตะลึงมองเธอนิ่งงัน พระเชษฐาเองก็ไม่ต่างจากพระอนุชานักเพียงแต่ท่านชายนัฏไม่เหลือบแลทางใดเลยนอกจากดวงตากลมวาวของเจ้าสาว ทรงคลาดไม่ถึงว่าชินานางจะงดงามได้ขนาดนี้ ดวงตาคมหวานออกแววเฉลียวฉลาดสบเนตรท่านไม่หลบ เธอสบเนตรท่านอย่างคนที่เท่าเทียมกันไม่มีอาการเคอะเขิน ใบหน้านวลนิ่งราวรูปสลักของนางอัปสรจำแลง ท่านชายนัฏก้าวบาทออกไปโดยไม่รู้องค์ ทรงยื่นหัตถ์รับมือเจ้าสาวจากโชติรสทั้งที่ไม่จำเป็นที่ท่านจะต้องทำเช่นนั้น


โชติรสถอนหายใจนิดหนึ่ง เธอทราบว่าท่านชายเองก็ไม่ทรงเต็มพระทัยกับการเสกสมรส เพียงแต่หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าราชสกุลที่ต้องทำตามพินัยกรรม แต่ศักดิ์ศรีของท่านก็ทำให้ทรงอดขัดเคืองพระทัยไม่ได้ที่ต้องมีหม่อมที่มีฐานะมากกว่า โชติรสแน่ใจว่าที่ท่านนัฏทำเป็นไม่ใส่พระทัยที่จะติดต่อกับชินานางเป็นเพราะยังทรงตะขิดตะขวงใจเท่านั้น ไม่ใช่เพราะทรงรังเกียจน้องสาวของเธออย่างแน่นอน


“เชิญครับ” ท่านชายทรงพยุงหญิงสาวลงนั่ง


“ขอบพระทัยเพคะ” ชินานางนั่งลงในที่ซึ่งจัดไว้สำหรับรดน้ำสังข์ในขณะที่ท่านชายทรงประทับลงข้าง ๆ กัน


ดูเหมือนจะทรงลืมนาถนารีไปเลยทีเดียวนับตั้งแต่เห็นหน้าเจ้าสาวอย่างชินานาง ทรงก้มพักตร์สำรวมมองหัตถ์ที่ยกอยู่ในท่าพนมของตนเองซึ่งบรรดาแขกเหลื่อและผู้ใหญ่ทั้งเจ้านายหลายองค์เรียงรายเข้ามาหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ให้ท่านและชินานาง แต่ถึงพระเนตรจะไม่ได้เบือนเหลือบแลข้างพระวรกายแต่ยังทรงนึกถึงแต่วงหน้าที่ถูกแต่งแต้มไว้อย่างงดงามของเจ้าสาวที่นั่งอยู่ข้างวรกาย


หลังเสร็จพิธีรดน้ำสังข์ ชินานางจึงเพิ่งสังเกตเจ้าบ่าวของเธอได้เต็มตา วันนี้ท่านชายทรงสูทสีเข้มทั้งชุดทำให้ทรงดูงามสง่าราวเทพบุตรกรีกจนเธออดรู้สึกทึ่งในความงามสง่าของท่านไม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นหรือยินดีกับงานแต่งงานในวันนี้แม้แต่น้อย ท่านชายทรงเป็นราชนิกุลที่หยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างที่เงินไม่มีทางจะซื้อท่านได้อย่างแน่นอนแต่ที่ต้องเสกกับเธอก็ด้วยความกตัญญูต่อพระชนกและทรงคิดถึงข้าเก่าเต่าเลี้ยงของวิษณุรังสรรค์ต่างหาก ท่านชายทรงคุ้นกับการเป็นผู้บังคับบัญชา ส่วนเธอเองก็เคยแต่เป็นเจ้านายไม่เคยยอมลงให้กับใครนอกจากบิดาเพียงคนเดียว  และถ้าเธอกับท่านจะต้องขัดแย้งกันในระหว่างที่ยังมีพันธะอยู่ด้วยกันแล้วใครกันล่ะจะเป็นฝ่ายยอม ชินานางลอบผ่อนลมหายใจเบา ๆ ด้วยความหนักใจกับเหตุการณ์ที่คิดไปก่อนล่วงหน้า

 

นาถนารีควงคู่มากับนายกิติศักดิ์โดยไม่สนใจสายตาหลายคู่ที่จ้องมองและหันไปซุบซิบกันอย่างไม่เกรงว่าเธอจะเห็นซะด้วยซ้ำ ใบหน้าสวยงอง้ำก่อนจะเชิดขึ้นไม่ใส่ใจทุกสายตาแต่ภาพท่านชายนัฏในชุดสูทงามสง่าที่ทรงสวมนั่งเคียงอริสาวยิ่งทำให้เธอราวโดนไฟริษยาเผาผลาญ ยิ่งยามพระเนตรเหลือบตามองคนข้างพระวรกายบ่อยครั้งเธอยิ่งรู้สึกขัดใจ อดจะมองท่านชายอย่างหมั่นไส้ไม่ได้ทั้งที่ทรงเคยให้คำมั่นสัญญาไว้กับเธอว่าจะไม่สนทัยหม่อมที่ไม่ทรงเต็มพระทัยอภิเษกอย่างชินานาง คำรับสั่งของท่านคงเชื่อถือไม่ได้เป็นแน่แท้เพราะเพียงวันแรกของการเสกสมรสก็ทรงทอดเนตรชินานางไม่เหลือบแลใครเลย แม้แต่เธอก็ไม่อยู่ในสายพระเนตรเสียด้วยซ้ำ


ไฟริษยาเผาใจเธอให้ร้อนราวอยู่กลางกองฟืนท่วมไฟจริง ๆ อย่างนั้นทีเดียวยิ่งยามสบตากับวฤกที่ส่งยิ้มเยาะทั้งริมฝีปากและนัยน์ตามาถึงเธอยิ่งทำให้เธอแค้นจนแน่นอกจนต้องคิดหาวิธีทวงคำสัญญาจากท่านชาย เธอจะไม่ยอมเสียดวงหทัยของท่านให้กับคู่อริอย่างชินานางเด็ดขาด พระเนตรที่จ้องแต่เจ้าสาวราวกับชินานางเป็นหญิงสาวที่สวยนักสวยหนาทั้งที่เธอมั่นใจว่าเธอสวยและโดดเด่นกว่าชินานางมากนักเพราะฉะนั้นท่านชายจะต้องไม่สนพระทัยชินานางมากกว่าเธออย่างแน่นอน


ส่วนวฤกก็อดรู้สึกสมเพชนาถนารีไม่ได้ ใบหน้าที่ถึงจะดูสวยแต่สำหรับเขาเธอดูไร้เสน่ห์สิ้นดีเมื่อเทียบกับชินานางยิ่งเห็นท่าทางของท่านชายนคเรศที่ตะลึงมองเจ้าสาวตั้งแต่แรกเห็นหญิงสาวก้าวลงมาพร้อมโชติรสยิ่งทำให้เขาค่อนข้างแน่ใจว่าหลังจากวันนี้ท่านชายนคเรศไม่มีวันทิ้งชินานางได้อย่างแน่นอน เขาเอาศักดิ์ศรีของคำว่าเสือผู้หญิงรับรองเลยทีเดียว หากไม่ทรงมีรสนิยมเบี่ยงเบนทางเพศอย่างที่เขาเคยแซวเจ้าสาวแล้วล่ะก็ ไม่มีทางที่จะทรงขึ้นจากหลุมเสน่ห์ของเธอได้อย่างแน่นอน


วฤกเชื่อมั่นว่าท่านชายนคเรศแค่หลงความงามปั้นแต่งของนาถนารีเท่านั้นไม่ใช่ความรักอย่างที่ทรงเข้าพระทัย เพราะเท่าที่เขาทราบมาท่านชายเป็นคนจริงพระทัยและมุ่งมั่นแต่กับการเรียนโดยไม่ทรงเคยใช้ชีวิตวัยหนุ่มไปกับการเที่ยวเตร่สนุกสนานทำให้ท่านชายไม่ทรงทันเล่ห์เหลี่ยมผู้หญิงมากมารยามากเล่ห์อย่างนาถนารีต่างจากท่านชายธเนศวรพระอนุชาที่รักการเที่ยวเตร่มาแต่สมัยยังทรงเยาว์


เขาทราบจากเพื่อนที่เป็นพระสหายสนิทของท่านชายนคเรศอย่างภควัตว่าท่านนัฏทรงชื่นชมความนิ่มนวลอ่อนหวานของมารดา และนาถนารีก็จับพระทัยท่านแต่แรกพบเพราะความอ่อนหวานนุ่มนวล ทำให้ทรงคิดว่าหญิงสาวจะมีนิสัยเหมือนมารดาของท่านและนั่นเป็นเหตุที่ทำให้ทรงทุ่มพระทัยลงไปอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง แม้ท่านชายพระอนุชาจะทรงเตือนอยู่บ่อยครั้งแต่เพราะความมั่นพระทัยว่าจะไม่ทรงมองคนผิดทำให้ทรงไม่ฟังคำเตือนใด ๆ ของท่านชายธเนศวร


ทางด้านท่านชายธเนศวรเองก็กำลังทอดเนตรนาถนารีเช่นกัน ทรงเห็นเธอจ้องมองบ่าวสาวด้วยดวงตาวาว ทรงเหลือบตามองคู่ควงรุ่นพ่อของเธออย่างสมเพชแต่กลับทรงยินดีที่พระเชษฐาหลุดรอดมาจากผู้หญิงร้อยเล่ห์อย่างเธอได้ ถึงตอนนี้ในพระทัยของพระเชษฐาอาจยังมีเงาของนาถนารี แต่ทรงเชื่อว่าหลังจากวันนี้ เงานั้นจะเริ่มลางเลือนลงไปเรื่อย ๆ ชินานางจะสามารถเป็นดังแสงอาทิตย์ที่ส่องสว่างกลางพระทัยพระเชษฐาให้ได้ทรงรู้ทัยองค์เองในอีกไม่นานอย่างแน่นอน


ท่านชายธเนศวรไม่ทรงแน่พระทัยนักว่าอะไรทำให้นาถนารีตัดสินใจแต่งงานกับเศรษฐีแก่คราวพ่ออย่างกิติศักดิ์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความขี้เหนียวสุด ๆ แม้ว่าจะมีฐานะเรียกว่าร่ำรวยก็ตาม แต่สมบัติส่วนใหญ่ของนายกิติศักดิ์ถูกถ่ายโอนให้บุตรสาวเพียงคนเดียวของเขาแทบจะทุกอย่างแล้ว ท่านชายธเนศวรค่อนข้างมั่นพระทัยว่านาถนารีคงไม่รู้เรื่องนี้ เพราะมีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ และที่ท่านชายทรงทราบก็เป็นเพราะว่าท่านทรงเป็นเพื่อนกับบุตรสาวของนายกิติศักดิ์นั่นเอง ในวันนี้ท่านชายทรงรู้สึกยินดีที่ไม่ทรงเปลี่ยนองค์เพื่อเสกสมรสกับชินานางแทนพระเชษฐา เพราะนอกจากจะต้องเสียพระทัยเมื่อได้พบโชติรส พระเชษฐาก็ต้องติดบ่วงของนาถนารีอยู่ไม่เสื่อมคลาย

 

พิธีการต่าง ๆ ดำเนินมากระทั่งถึงช่วงเวลาสำคัญที่สุดเมื่อนายอำเภอส่งยิ้มให้คู่บ่าวสาวพร้อมกับกระดาษบาง ๆ สองแผ่นตรงหน้า ท่านชายนัฏไม่อิดออดที่จะเซ็นพระนามลงบนกระดาษทั้งสองแผ่นในขณะที่ชินานางเอาแต่ถอนหายใจบ่อยครั้งก่อนจะตัดใจจรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงในทะเบียนสมรสที่ท่านชายทรงเซ็นแล้ว เธอเงยหน้าขึ้นสบเนตรคมอีกครั้งหลังจากตัดสินใจเซ็นขื่อตัวเองลงไปเพื่อแสดงฐานะทางกฎหมายว่าในวันนี้เธอไม่ใช่ชินานาง  อัครเกตุอีกต่อไป แต่เป็น หม่อมชินานาง  วิษณุรังสรรค์ ในหม่อมเจ้านคเรศ  วิษณุรังสรรค์


“ยินดีต้อนรับร่วมราชสกุลวิษณุรังสรรค์ครับพระนาง” ท่านชายธเนศวรทรงแย้มพระโอษฐ์ให้หม่อมของพระเชษฐา


“ขอบพระทัยเพคะ” ชินานางยิ้มตอบให้ท่านชายธเนศวรแต่ไม่มองท่านชายที่เป็นสวามีของเธอเลย


“ยินดีด้วยนะพระนาง” กรวิกและบรรดาเพื่อน ๆ ต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับชินานาง ซึ่งถึงแม้ว่าเธอจะไม่เห็นว่าควรจะยินดีตรงไหน แต่เธอก็ได้แต่ยิ้มรับกับคำกล่าวของเพื่อน ๆ


“กระหม่อมต้องแสดงความยินดีกับฝ่าบาทและพระนางอย่างจริงใจอีกครั้งกระหม่อม” วฤกกล่าว


“ขอบใจ” ท่านนัฏทรงพยักพักตร์


“พระนางเป็นผู้หญิงที่คู่ควรแก่คำว่าหม่อมของท่านที่สุดแล้ว กระหม่อมแน่ใจว่าฝ่าบาทเองก็ทรงเห็นชอบด้วยใช่มั้ยหม่อม” วฤกยิ้มมุมปาก


ไม่ทรงรับสั่งแต่ทรงทอดเนตรมองหญิงสาวข้างพระวรกายอีกครั้งอย่างชื่นชมในความงามของเธอ


“กระหม่อมฝากลูกสาวด้วย หวังว่าจะทรงเอ็นดูรักใคร่และไม่ทรงทำให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจ” คุณจรัญเดินเข้ามาสวมกอดบุตรสาวพร้อมฝากฝั่งกับท่านชาย


“ผมสัญญาว่าจะดูแลเธอให้ดีที่สุดครับ” ทรงพยักพักตร์


“ฝากน้องสาวหม่อมฉันด้วยนะเพคะฝ่าบาท หนักนิดเบาหน่อยก็ขอโปรดทรงอภัย ชินานางยังเด็กนักแถมยังต้องแต่งงานแบบกะทันหัน อาจทำอะไรให้เป็นที่ขัดเคืองพระทัย ฝ่าบาทอย่าทรงถือสาเลยนะเพคะ” โชติรสกล่าวสำทับ


“ผมสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจพระนางแน่นอนครับ ไม่ต้องเป็นห่วง”


“ขอบพระทัยเพคะ” โชติรสไหว้ท่านชายอย่างอ่อนน้อมจนท่านชายอีกองค์มองด้วยเนตรวาวอย่างหมายมาด

 

Thumbnail Seller Link
กลร้ายเล่ห์รัก
เตชิตา
www.mebmarket.com
หม่อมเจ้านคเรศ  วิษณุรังสรรค์ผู้หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีและ รักเกียรติขององค์เหนือสิ่งใด จะทำเช่นไรเมื่อพินัยกรรมของพระชนกระบุให้ท่านซึ่งเป็นพระโอรสอ...
Get it now
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,509 ความคิดเห็น

  1. #2481 JNie (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 11:21
    รอตอนต่อไปนะคะ^^
    #2,481
    0