ใต้อาณัติหัวใจ

ตอนที่ 3 : 1.2 แค่เพียง เศษเสี้ยวของหัวใจ รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,068
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    7 เม.ย. 63

               สามปีก่อน...ที่บ้านอินทุอรมารดาของอินทิรา เพื่อนเธอรู้จักทัยวัตในวันนั้น เธอเองก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย  อินทิราในวัยสิบเก้าปีเพิ่งได้รับข่าวดีจากการสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง ด้วยความตื่นเต้นหญิงสาวจึงอยากจะอวดมารดาให้ท่านได้ภาคภูมิใจกระทั่งลืมคิดไปว่าผู้หญิงที่ให้กำเนิดตนนั้นไม่เคยมีแม้แต่ความเมตตาให้กับบุตรสาวคนนี้ แล้วหล่อนจะไยดีอะไรกับความสำเร็จเล็ก ๆ ของอินทิรา ทว่าเพื่อนของเธอก็ยังคาดหวังเสมอว่าความสำเร็จก้าวแรกของตนเองจะสามารถทำให้มารดาหันมองกลับมาที่ลูกสาวนอกสายตาได้บ้าง


                แต่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่อินทิราคาดหวังเพราะนางอินทุอรไม่เพียงแต่ไม่สนใจกับเรื่องน่ายินดีของบุตรสาวที่หล่อนชิงชังซ้ำยังขับไล่อินทิราด้วยน้ำเสียงประกอบกับสายตาเกรี้ยวกราดและท่าทางราวกับคลุ้มคลั่ง หล่อนด่าทอและตบตีสาวน้อยจนเขียวช้ำไปทั้งตัว  โชคดีที่ทัยวัตอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ไม่เช่นนั้นแล้วอินทิราคงมีสภาพย่ำแย่มากกว่าที่ได้รับมาเป็นแน่ ความอ่อนโยนและคำปลอบประโลมใจที่เขามอบให้เด็กสาวซึมซับเข้าสู่หัวใจที่เจ็บปวดของอินทิราอย่างรวดเร็ว


                ทัยวัตเป็นเพื่อนสนิทของอินตรา พี่สาวร่วมมารดาเดียวกันกับอินทิรา ซึ่งเพื่อนของเธอทั้งรักและเทิดทูนในตัวพี่สาวคนนี้ แต่มันเป็นความรักที่ไร้ค่าในสายตาของอีกฝ่าย ใบหน้าเย็นชากับสายตาเกลียดชังที่หล่อนใช้มองคนเป็นน้องยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของลิซ่าอย่างไม่มีวันลบลืม


                ลิซ่าถอนหายใจแรงพร้อมกับคิดถึงดวงตาอ่อนโยนของชายหนุ่ม มีเพียงทัยวัตคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้ความทรงจำวันวานของอินทิราไม่เลวร้ายเกินไปนัก ชายหนุ่มกลายเป็นความรักครั้งแรกที่ยังคงเป็นรักเดียวของสาวน้อยเรื่อยมากระทั่งถึงทุกวันนี้


                “นี่สินะต้นเหตุที่ทำให้แกเวียนหัวน่ะ” ลิซ่าหันไปส่งสายตารู้ทันมองเพื่อนที่เอาแต่ทำหน้าตาเศร้าเพราะไยดีในตัวทัยวัตมากเกินไป


                “ฉันจะกลับบ้าน” อินทิรารีบหมุนตัวหันหลังให้ภาพบาดตาตรงหน้าและตัดใจเดินห่างออกมาโดยไม่หันกลับไปมอง ไม่สนใจด้วยว่าลิซ่าจะเดินตามเธอมาหรือไม่


                “แกจะหนีความจริงไปถึงเมื่อไหร่ฮะมัทรี แกควรเลิกคิดถึงเขาได้แล้ว เลิกสนใจแล้วก็เลิกติดตามข่าวของเขาสักทีเพราะมันไม่สามารถช่วยให้เขาหันกลับมาสนใจแก”


                ลิซ่าตัดสินใจจะไม่ยอมปล่อยให้เพื่อนเอาแต่หนีท่าเดียวแบบที่ทำอยู่อีกแล้ว น้ำเสียงของสาวลูกครึ่งจึงดุและแสดงอารมณ์ไม่พอใจอย่างจริงจัง แม้จะเข้าใจว่าการแอบรักทัยวัตข้างเดียวไม่ใช่ความผิดแต่เธอก็ไม่อยากให้อินทิราปักใจอยู่ที่เขาคนเดียวแบบนี้อีกต่อไป เพื่อนของเธอควรเปิดใจมองคนอื่นที่ไม่ใช่ผู้ชายคนนี้เพียงคนเดียวเสียบ้างเพราะถึงอย่างไรความรักครั้งนี้ของมัทรีก็ไม่มีวันเป็นไปได้อย่างแน่นอน


                 “ใช่ว่าฉันจะไม่อยากทำตามที่แกพูด แต่ฉันทำไม่ได้เพราะว่าฉันรักเขาเข้าใจไหมลิซ่า ฉันรักเขา”


                 ความน้อยใจที่ไม่เคยได้รับการไยดีจากชายหนุ่มเป็นแรงผลักดันทำให้เธอเผลอแสดงอารมณ์ใส่เพื่อนทั้งที่ไม่เคยทำ


                “...ฉันขอโทษ ฉันไม่ควรเสียงดังใส่แก”


                “ช่างมันเถอะ ฉันเข้าใจแกเสมอนะมัทรี แต่ฉันก็ยังหวังดีและอยากจะเตือนให้แกตัดใจจากเขาสักที ในเมื่อแกเองก็รู้ดีพอ ๆ กับฉันว่าผู้ชายคนนั้นไม่มีวันที่จะรักลูกสาวศัตรูอย่างแกหรอก” ลิซ่าเอ่ยขึ้นอย่างอัดอั้นใจและหงุดหงิด


                ขณะที่อินทิราได้แต่ก้มหน้าซ่อนความรู้สึก ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรงขณะครุ่นคิดอยู่ในใจว่าไม่จำเป็นเลยที่จะต้องให้เพื่อนเตือนสติในเมื่อเธอซาบซึ้งแก่ใจตัวเองดีว่าทัยวัตจะไม่มีวันรักเธอได้เหมือนกับที่เธอรักเขา สำหรับเขาแล้วเธอคงไม่ใช่แค่เพียงลูกสาวของศัตรูแต่เธอยังเป็นตัวแทนของรอยมลทินและตราบาปสำหรับครอบครัวอินตราเพื่อนสาวคนสนิทของเขาอีกต่างหาก


                เพราะฉะนั้น...อย่าว่าแต่รักเธอเลย แค่ชื่อของเธอเขาคงยังไม่อยากจะได้ยินด้วยซ้ำ


                “มัทรี!


                เสียงร้องทักดังลั่นห้างของชายหนุ่มทำให้อินทิราและลิซ่าหมุนตัวกลับไปมองทำให้หัวข้อสนทนาเกี่ยวกับทัยวัตยุติลง


                “คุณยศ…”


                อินทิรากะพริบตาเบาก่อนจะแอบลอบระบายลมหายใจเนือย ๆ ออกมาอย่างแรง หลังร้องทักชายหนุ่มที่ส่งยิ้มตาปิดให้เธอและเขาก็กำลังเดินตรงมาทางที่เธอยืนอยู่ เธอยังจำเหตุการณ์ที่ทำให้ได้พบกับเจ้าของชื่อ “ยศวิน” ได้อย่างแม่นยำเพราะในช่วงปิดเทอมใหญ่เมื่อหลายเดือนก่อนเธอสมัครเข้าร่วมโครงการปันน้ำใจแด่น้อง ๆ ผู้ยากไร้ที่ทางมหาวิทยาลัยจัดทำโครงการนี้ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ให้นักศึกษาใช้เวลาว่างในช่วงปิดภาคเรียนบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมด้วยการเข้าไปทำหน้าที่ฝึกสอนเด็กด้อยโอกาสในชุมชนต่าง ๆ ตามความรู้ความสามารถของนักศึกษา


                อินทิราจึงทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนนาฏศิลป์ให้กับเด็ก ๆ ในชุมชนทำให้ได้รู้จักกับยศวิน บุตรชายคนเดียวของท่านทรงยศ เดชาหิรัญวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคนปัจจุบัน ยศวินเป็นเพื่อนนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเดียวกันกับเธอและลิซ่า


                การที่อินทิราได้รู้จักกับยศวินทำให้เพื่อน ๆ ของเธอหลายคนต่างมองว่าเธอต้องการใช้เขาเป็นบันไดให้นายปองพลบิดาของเธอ ได้มีโอกาสก้าวเข้าไปสู่การทำความรู้จักกับบิดาของชายหนุ่มเพื่อผลประโยชน์ในคดีบุกรุกที่ดินซึ่งทางรีสอร์ตของครอบครัวเธอกำลังเผชิญกับปัญหาอยู่ในขณะนี้ และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้อินทิรารู้สึกอึดอัดที่จะคบหากับยศวินในฐานะเพื่อน เธอจึงหลบเลี่ยงที่จะพบกับเขาเสมอ


                “ยศนึกว่าจะหามัทรีไม่เจอซะแล้วสิ” ยศวินรู้สึกยินดีที่หาหญิงสาวจนเจอเพราะข้อมูลจากกลุ่มเพื่อนของสองสาวที่ให้มามีเพียงทั้งคู่ชวนกันมาดูหนังที่นี่เท่านั้น


                “คุณยศมีธุระกับมัทเหรอคะ” อินทิราเอ่ยถามพร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบสายตาชายหนุ่มด้วยความสงสัย


                “มัทรีกับลิซ่ากำลังจะไปไหนกันหรือเปล่าครับ คือ...ถ้าผมจะขอคุยด้วยสักครู่จะได้ไหมครับ” ยศวินมองสองสาวพลางเอ่ยถามอย่างเกรงใจ


                “เราว่างค่ะ กำลังคิดว่าจะกลับบ้านกันอยู่พอดี” ลิซ่าไหวไหล่พร้อมกับเป็นฝ่ายตอบคำถามแทนเพื่อน


                “ถ้าอย่างนั้นเราไปหาอะไรกินแล้วก็คุยกันสักครู่นะครับ คือผมมีเรื่องอยากขอความช่วยเหลือจากคุณทั้งสองคนนิดหน่อยครับ”


                อินทิราหันไปส่งสายตาขอความเห็นจากลิซ่าซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าให้แทนคำตอบและออกก้าวเดินนำ ตรงไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเธอยืนสนทนากันอยู่ อินทิราและยศวินเดินตามเพื่อนไปพร้อมกัน ลิซ่าเลือกนั่งด้านในสุดโดยเหลือที่ว่างไว้สำหรับอินทิราส่วนยศวินนั่งฝั่งตรงข้ามสองสาว


                เมื่อพนักงานยื่นเมนูส่งให้ชายหนุ่ม เขาก็รับมันมาส่งต่อให้กับสองสาว รอจนพวกเธอสั่งอาหารเรียบร้อย พนักงานคนดังกล่าวจึงหันหลังเดินกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง


                “คือ...สัปดาห์หน้าคุณพ่อของผมท่านจะจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบรอบห้าสิบเก้าปีน่ะครับ ถ้าผมจะรบกวนให้มัทรีกับลิซ่าช่วยไปรำอวยพรในงานวันเกิดท่านจะได้ไหมครับ” ยศวินถามพร้อมกับมองสองสาวอย่างมีความหวัง


                “แต่มันจะดีเหรอคะคุณยศ งานใหญ่ระดับนั้นจะให้ฉันกับมัทรีไปรำกันแค่สองคนน่ะ” ลิซ่าแย้งขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย


                “นั่นนะสิคะ คุณยศไปติดต่อที่ชมรมของเราไม่ดีกว่าเหรอคะ” มัทรีเห็นด้วยกับเพื่อนพร้อมกับแนะนำยศวิน


                “ผมแค่อยากเซอร์ไพส์คุณพ่อนิดหน่อยเท่านั้นแหละครับ ถ้าขืนติดต่อไปกันทั้งชมรมมันคงจะเอิกเกริกจนไม่ใช่เซอร์ไพส์เล็ก ๆแน่ นะครับลิซ่า มัทรี กรุณาอย่าปฏิเสธผมเลยนะครับ” สองสาวมองหน้ากันอย่างชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง


                อินทิราถอนหายใจยาวด้วยความรู้สึกหนักอก ใจหนึ่งเธออยากจะปฏิเสธแต่ยศวินก็เป็นเพื่อนที่มีน้ำใจกับเธอ เขาอุตส่าห์มาขอร้องแบบนี้จะปฏิเสธก็ใจดำเกินไป เธอจึงจำใจต้องหันไปตอบตกลงทำให้ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มแจ่มใสขึ้นมาทันที


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

282 ความคิดเห็น