บ่วงรัก บ่วงเสน่หา รีไรท์

ตอนที่ 11 : 3.3 เงามายา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,777
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    9 ส.ค. 61

แพรจันทร์ น้องสาวฝาแฝดของแพรพลอยรู้ว่าพี่สาวมีคิวถ่ายละครที่นี่ในวันนี้จึงจัดแจงนัดอัศวินมาพบ เพราะหวังจะสร้างสถานการณ์น่ารังเกียจให้แพรพลอยรับเคราะห์และน้องสาวของเธอก็ทำสำเร็จ หลังจากสร้างเรื่องทิ้งไว้ให้วุ่นวาย แพรจันทร์ก็รีบเผ่นออกไป ขณะที่ความบังเอิญชักนำเธอมาพบกับอสิรวิสที่กำลังหงุดหงิดแทน

“นังตัวดี” เขากัดฟันกรอดเมื่อเห็นต้นเหตุกำลังจะเดินสวนกลับเข้ามาในห้องอาหารขณะที่เขาเตรียมเดินออก อสิรวิสเดินเข้าไปคว้าตัวเธอไว้

“อุ๊ย!” แพรพลอยอุทานเสียงดังอย่างตกใจ

“เป็นบ้าอะไรของคุณฮะ!” แพรพลอยตวาดลั่นด้วยความโมโห

“เธอกล้ามากนะแพรพลอย” เขาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟันเกรี้ยวกราด มองเธอแววตากร้าว

“กล้าอะไร ฉันไปทำอะไรให้คุณอีกฮะคุณอสิรวิส” แพรพลอยพยายามดึงแขนออกจากฝ่ามือร้อน

“เธอนี่มันหน้าด้านกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะทีเดียว”  ริมฝีปากหนาแสยะยิ้มร้าย นัยน์ตาวาวขุ่นด้วยความกรุ่นโกรธ

“คุณสิหน้าด้าน พูดเท่าไหร่ ๆ ก็ไม่รู้เรื่อง ทางทีดีคุณอย่ามายุ่งกับฉันจะดีกว่า”  เธอสะบัดหน้าเมินหลบดวงตากระด้างแล้วรีบเดินออกห่างอย่างไม่สนใจสายตาดุกระด้างที่มองตามแผ่นหลังเหยียดตรงของเธออย่างเกรี้ยวกราด

อสิรวิสหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเบอร์โทร.ที่จำได้แม่นยำ โทร.หาการ์ดคนสนิทหลังหญิงสาวเดินลับไปจากสายตา “มาหาฉันภายในครึ่งชั่วโมง”

ชาญชัยรีบเดินทางมาพบเจ้านายหลังได้รับคำสั่งแค่สั้น ๆ

“เอาตัวแพรพลอยไปให้ฉันบนเรือ”

“ครับนาย”

จบคำสั่งเขาก็สตาร์ทเครื่องยนต์มุ่งสู่ท่าเรือส่วนตัวของบริษัทวิษณุวัสทันที ทิ้งให้การ์ดหนุ่มทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายต่อ ใบหน้าคมเคร่งขรึม หัวคิ้วขมวดเป็นปม ความโกรธที่มีต่ออัศวินกำลังจะถูกระบายลงที่ดาราสาวอย่าง อยุติธรรม

 

ชาญชัยรอจังหวะที่จะนำตัวหญิงสาวไปส่งมอบให้กับเจ้านายอย่างใจเย็น เมื่อโอกาสมาถึงทันทีที่แพรพลอยแยกกับทีมงานกองถ่ายเพื่อเดินทางกลับลำพังโดยรถยนต์ส่วนตัว เขาแล่นรถเบียดขนาบรถยนต์ของหญิงสาวรวดเร็วทันทีที่ถึงถนนสายเปลี่ยว เวลาพลบค่ำทำให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างง่ายดาย เมื่อรถของเธอเสียหลักตกลงข้างทาง เขาทำทีเป็นแสดงความรับผิดชอบจอดรถเดินลงมาหาหญิงสาวที่รีบเปิดประตูก้าวลงมาทันทีเช่นกัน

“ขับรถภาษาอะไรของคุณนี่” แพรพลอยถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“ขอโทษครับ”

ชาญชัยเอ่ยพร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กที่เตรียมมาพร้อมกับคว้าดึงร่างระหงไว้โดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ใช้ผ้าโป๊ะเข้าที่กึ่งปากกึ่งจมูกของเธอ ทุกอย่างเป็นไปอย่างว่องไวจนคนตัวเล็กตกใจและไม่สามารถขัดขืน ไม่นาน ดวงตากลมจึงค่อย ๆ หรี่ปรือก่อนจะหลับกลางอากาศในอ้อมแขนแข็งแรงของการ์ดหนุ่มซึ่งรีบช้อนตัวหญิงสาวอุ้มวางในรถของหญิงสาวจากนั้นจึงโทร.สั่งเพื่อนที่ตามมาให้นำรถตนกลับโดยไม่ทันสังเกตุว่ามีสายตาอีกคู่หนึ่งจับจ้องทุกการกระทำของเขาอยู่ห่าง ๆ ดวงตาฉายแววตื่นเต้นสมหวัง

จากนั้นเรือสำราญของวิษณุวัสมุ่งหน้ากลับสู่จังหวัดกระบี่ตามคำสั่งของอสิรวิสพร้อมกับแพรพลอยที่ถูกพาตัวไปแบบมัดมือชกโดยที่ไม่ทราบเลยว่าน้องสาวของเธอ แพรจันทร์เห็นเหตุการณ์ที่เธอถูกชาญชัยจับตัวมาแต่ไม่คิดจะหาวิธีช่วยเธอ มิหนำซ้ำยังสวมรอยปลอมตัวเป็นเธอกลับไปยึดครองทุกอย่างของเธอแทนอีกต่างหาก

“ช่วยไม่ได้นะลูกแพร เธออยากรนหาเรื่องใส่ตัวเอง ฉันก็ไม่รู้ว่าไอ้หมอนั่นมันจับเธอไปทำไมแต่ฉันจะช่วยทำงานต่อจากเธอให้ก็แล้วกันนะพี่สาว” แพรจันทร์กล่าวลอย ๆ ไปกับสายลม

 

ขนตางอนขยับเบาราวผีเสื้อขยับปีกดวงตาหวานเปิดขึ้นช้า ๆ คล้ายคนมึนงง สมองของเธอขาวโพลนเมื่อเพิ่งฟื้นคืนสติก่อนจะค่อย ๆ ทบทวนความทรงจำและนั่นทำให้ดวงตากลมเบิกโพลงพร้อมสปิงตัวขึ้นกวาดตามองรอบกายอย่างรวดเร็ว

“ไม่ต้องรีบลุกพรวดพราดก็ได้เพราะถึงยังไงเธอก็มีเวลาว่างพอที่จะนอนเล่นอยู่ในนี้ได้อีกนานโข” เสียงเยาะหยันดังเรียกความสนใจจากเธอให้หันกายกลับไปมองทันที

“คุณจับฉันมาอย่างนั้นเหรอ” เสียงหวานแหลมตวาดถามดังลั่น

“ใช่! รู้อย่างนี้แล้วมีปัญญาจะทำอะไรฉันได้ไหมล่ะ” รอยยิ้มแสยะเย้ยหยันกับสายตาดูถูกเหยียดหยามทำให้เธอรู้สึกเดือดพล่านจนแทบควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่

“นายต้องการอะไร” แพรพลอยพยายามทำใจดีสู้เสือ

“สิ่งที่ฉันต้องการและเคยบอกเธอไปแล้ว แต่ดูเหมือนเธอมันเป็นพวกไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตานี่นะ”

“เรื่องอะไร...ฉันไปทำอะไรอีกอย่างนั้นเหรอ” แพรพลอยเริ่มกลืนน้ำลายลงคอ

“นังแม่มด...เธอนี่มันเลวกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีกนะ ฉันเห็นกับตายังกล้ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องอย่างนั้นเหรอ” เขาขบฟันพร้อมกับกำมือแน่น

“แต่นั่นมัน...” แพรพลอยลังเลที่จะปฏิเสธเพราะความเป็นห่วงในตัวน้องสาวจนละล้าละลัง อย่างไรเธอก็รักและห่วงใยแพรจันทร์เกินกว่าจะปล่อยให้คนร้ายกาจอย่างเขาตามราวีน้องของเธอ

“มันจะอะไรถ้าไม่ใช่มารยากับความปลิ้นปล้อนของเธอที่มันคงเป็นสันดานไงล่ะ” อสิรวิสกล่าวเสียงหยัน

“แล้วคุณจะเอายังไงถึงจับฉันมาแบบนี้ฮะ” ใบหน้าสวยเชิดขึ้นแม้จะกำลังกลัวเกรงคนตรงหน้ามากก็ตามที

“เก่งดีนี่ ดูไม่เกรงกลัวอะไรทั้งที่อยู่ตามลำพังกับฉันแบบนี้”

รอยยิ้มหยันของชายหนุ่มทำให้เธอเม้มริมฝีปาก พร้อมกับสะบัดหน้าหนี ซ่อนความรู้สึกหวาดกลัวไว้ไม่ให้เขาเห็นแต่ใบหน้ามนกลับถูกมือกว้างบีบแรงรั้งให้หันกลับมามองเขาอีกครั้ง

ดวงตาคมดุกวาดมองเครื่องหน้าพริ้มเพราของเธอด้วยสายตาชนิดที่ทำให้ขนแขนของเธอลุกชันเพราะความหวาดกลัว สายตาคมทำให้เธอแน่ใจว่าเขาไม่มีทางปล่อยเธอไปอีกครั้งแน่ ๆ และนั่นทำให้เธอรู้สึกกลัวขึ้นมาจนเย็นวาบไปทั้งตัว

แพรพลอยได้แต่คิดวนไปวนมาว่าอะไรเป็นสาเหตุให้ชายหนุ่มโกรธเคืองเธอถึงขนาดนี้ น้องสาวของเธอไปทำอะไรให้ผู้ชายคนนี้โกรธนักโกรธหนาถึงได้กราดเกรี้ยวดูน่ากลัวถึงขนาดนี้ แพรจันทร์สร้างความเดือนร้อนให้เธออีกครั้งและครั้งนี้คงเป็นครั้งที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่แพรจันทร์เคยทำกับเธอเลยทีเดียว

“ในเมื่อเก่งขนาดนี้ แถมยังกร้านโลกถึงกับจะคิดแย่งผัวชาวบ้านทั้งที่รู้ว่าเขามีครอบครัวแล้ว ลูกน้องของฉันคงช่วยสนองตัณหาให้กับเธอได้ดีจนเธอต้องขอบคุณฉันทีเดียวแพรพลอย”

เขาจบคำพูดพร้อมกับผลักใบหน้านวลแรง ๆ จนเธอเซไปก้าวหนึ่ง รอยมือที่บีบแรงกับแก้มนวลของเธอเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้เห็นถึงความโหดร้ายของชายหนุ่ม น้ำใสเอ่อคลอหน่วยตากลม ใบหน้าหวานซีดเผือดพร้อมกับสั่นศีรษะปฏิเสธถ้อยคำร้ายกาจของเขารัว

“ไม่นะ คุณจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ” เธอร้องเสียงสั่น

“ทำไมจะไม่ได้ ในเมื่อตอนนี้เธอเป็นเชลยของฉัน” เขาหัวเราะเยาะเบา ๆ พร้อมก้าวเข้าหาเธอช้า ๆ ราวกับราชสีห์หยอกล้อกับเหยื่อที่จับได้

“แต่ผู้หญิงที่คุณเห็นอาจไม่ใช่ฉันก็ได้นะ”

“ตอแหล เธอเห็นฉันโง่มากหรือไงถึงได้กล้าโกหกเอาตัวรอดง่าย ๆ แบบนี้”

อสิรวิสตวาดเสียงกร้าวจนแพรพลอยสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าหวานซีดเผือดในขณะที่ใบหน้าคมดุ ดวงตาวาวโรจน์ดังมีไฟโชนแสงสะท้อนออกมาเพื่อเผาร่างของเธอให้มอดไหม้

“อย่าทำอะไรฉันนะ” ดวงตาหวานปิดแน่นด้วยความกลัว มือเรียวยกขึ้นพนมเพราะความตกใจ

“ถ้าเธอไม่ดื้อแล้วยอมเชื่อฟังคำสั่งของฉัน เธอคงไม่ต้องเจอฉันในวันนี้ก็ได้”

“แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้เลยจริง ๆ นะ คุณปล่อยฉันไปได้ไหม” เธอเริ่มสะอื้นด้วยความกลัว

“ฉันถามจริง ๆ เถอะ เธอหลงลีลาไอ้หมอนั่นมากหรือไง ถึงอยากแย่งมันมาจากสายป่านแบบนั้น”

“ฉันเปล่านะ ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นกับคุณอัศวินเลยสักครั้ง”       แพรพลอยสั่นศีรษะโดยเร็ว

“เงียบ!หยุดพล่ามซะที”

เขาตวาดลั่นจนเธอสะดุ้งอีกครั้ง เขาขบกรามแน่นพร้อมกับคิดทบทวนว่าควรทำอย่างไรกับหญิงสาวคนนี้ดี เขาไม่อยากให้เธอสร้างความเดือดร้อนให้กับปานชนกได้อีก

“แต่ฉันไม่ได้ทำนี่”

เธอเถียงกลับด้วยความกดดันที่ถูกเขาสร้างให้แต่เพียงสิ้นเสียงหวานแหลมของเธอ มือหนาก็คว้าแขนเรียวกระชากเข้าหาตัวแรงจนปะทะอกก่อนที่มืออีกข้างจะยกขึ้นบีบแน่นที่แขนอีกข้างของเธอ แพรพลอยรู้สึกกลัวจนอยากจะเป็นลมไปเสียเดี๋ยวนี้เพื่อหนีใบหน้าโหดของคนตรงหน้า

“ถ้ายังไมเลิกพล่ามและอยู่อย่างสงบล่ะก็ วันนี้เธอได้มีผัวพร้อมกันทีเดียวหลายคนแน่”

กล่าวจบเขาก็ผลักเธอแรงจนล้มไปกองกับพื้นพร้อมกับส่งสายตา   สาสมใจระคนไปกับความโกรธก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากห้องทิ้งให้เธอจมอยู่กับความหวาดกลัวและความวิตกกังวลกับการหาทางหนีทีไล่เพื่อหลุดพ้นไปจากที่นี่เพียงลำพัง...

ชาญชัยถอนหายใจเมื่อผู้เป็นนายปิดประตูปังใหญ่ตามแรงอารมณ์ ใบหน้าเกรี้ยวกราดของนายหนุ่มทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงหญิงสาวที่ต้องตกเป็นเหยื่ออารมณ์ของอสิรวิส

“นายครับ”

“มีอะไรชาญ” เขาหันกลับมาถามลูกน้องเสียงเย็นเพราะกำลังควบคุมอารมณ์ของตนเองอยู่

“นายจะขังเธอไว้จริง ๆ เหรอครับ”

“นายมีปัญหาอะไรอย่างนั้นเหรอ”

“ผมแค่สงสารเธอ”

“นี่อย่าบอกนะว่านายหลงเสน่ห์แม่นี่” อสิรวิสถามเสียงห้วน

“เปล่าครับนาย ผมแค่เห็นว่าเธอดูต่างกับผู้หญิงคนที่เราเจอ”

“นายก็รู้นี่ชาญ ว่าหล่อนเป็นนักแสดง และแค่เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับหล่อนเลย”

“แต่ผมว่า...”

“พอเถอะชาญ ไม่ว่าหล่อนจะเป็นยังไง ฉันก็ไม่ยอมปล่อยหล่อนให้กลับไปทำร้ายครอบครัวป่านแน่ ๆ”

“แล้วแม่ของเธอละครับ ถ้าเราจับเธอไว้แบบนี้ แม่ของเธออาจจะ...”

“ให้คนดูแลแม่ของเธอ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดฉันจะจัดการเอง” อสิรวิสสรุป

“แต่เธอจะหายไปเฉย ๆ ได้ยังไงครับนาย ในเมื่อเธอยังมีงานที่ต้องทำแบบนี้” ชาญชัยพยายามค้าน

“นายมีหน้าที่ทำให้ทุกคนเลิกสงสัย ไม่ใช่กลับมาถามฉันเข้าใจใช่ไหมชาญ” เขากล่าวเสียงเย็น

“ครับ” ชาญชัยถอนหายใจแรงเมื่อเหตุผลนานาประการของเขาไม่สามารถเปลี่ยนใจนายหนุ่มได้ เขาจึงได้แต่ก้มหน้ายอมทำตามคำสั่งเจ้านายอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

 

ทางด้านกองถ่ายละคร แพรจันทร์ลงทุนเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูเหมือนแพรพลอยมากที่สุดเพื่อสวมรอยครอบครองทุกอย่างของพี่สาว เธอทำได้ดีจนไม่มีใครสงสัยรวมถึงเพื่อนรักอย่างส้ม แต่เรื่องการแสดงละครไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับแพรจันทร์ ข้ออ้างของเธอก็คือการบอกทุกคนว่าเธอไม่สบายทำให้การถ่ายทำถูกยกกองเพื่อให้นางร้ายชื่อดังอย่างแพรพลอยได้พักผ่อน

“เป็นอะไรไปลูกแพร ฉากง่าย ๆ แบบนี้เราถึงแสดงไม่ได้” ส้มถามด้วยความรู้สึกแปลกใจ

“แพรปวดหัวน่ะพี่ส้ม คั่นเนื้อคั่นตัว เลยเบลอ ๆ ไปบ้าง” แพรจันทร์ทำตาปรือใช้มือกุมศีรษะแกล้งแสดงอาการ

“อย่างนั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นพี่ว่าลูกแพรไปพักผ่อนก่อนดีกว่า” ส้มพยักหน้าทั้งที่ยังไม่คลายความสงสัยนัก

“ขอบคุณค่ะพี่ส้ม”

ลับหลังสายตาทุกคู่ แพรจันทร์เบะริมฝีปากเหยียด ไม่ว่าอย่างไรเธอจะต้องแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้ได้ จะต้องไม่มีใครจับได้ว่าเธอไม่ใช่แพรพลอย เพราะต่อไปนี้เธอจะเป็นแพรพลอยเธอแน่ใจว่าแฝดผู้พี่ไม่มีวันได้กลับมาอีกแล้ว หรือหากกลับมาจริงก็คงไม่กล้าเปิดโปงเธอเช่นเดิม

เธอและแพรพลอยถึงแม้จะเป็นคู่แฝดกันแต่นิสัยไม่มีส่วนคล้ายกันกันเลย เธอเกลียดแพรพลอยที่เป็นคนเก่งมาตั้งแต่เด็กในขณะที่เธอพยายามเท่าไรก็ไม่สามารถสู้พี่สาวได้

ใคร ๆ ต่างก็รุมรักและชื่นชมแพรพลอยนำพี่สาวมาเปรียบเทียบให้เธอช้ำใจทำให้เธอรู้สึกอิจฉาพี่สาวจนกระทั่งกลายมาเป็นความเกลียดชัง เมื่อแพรพลอยก้าวเข้ามาสู่วงการมายาเธอจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อทำให้    แพรพลอยเสื่อมเสียชื่อเสียง และเธอก็ทำสำเร็จเรื่อยมา

เธอรู้ว่าแพรพลอยไม่มีทางบอกเรื่องการมีคู่แฝดให้ใคร ๆ ทราบเพราะคำขอร้องจากเธอตั้งแต่แรกที่แพรพลอยเข้าสู่วงการมายาด้วยข้ออ้างว่าไม่อยากถูกรบกวนความเป็นส่วนตัวรวมถึงไม่อยากถูกนำมาเปรียบเทียบกับแพรพลอย

แฝดผู้พี่ของเธอเข้าใจดีว่าเธอเจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องจมปลักอยู่กับการถูกเปรียบเทียบความไม่เอาไหนของตนเองกับพี่สาว เธอจึงมั่นใจว่าไม่ว่าอย่างไรแพรพลอยจะไม่มีวันเปิดโปงเธออย่างแน่นอน

“ช่วยไม่ได้นะแพรพลอย ฉันก็แค่อยากลองเป็นดาราแบบเธอบ้างแค่นั้นเอง ไว้เธอกลับมาเมื่อไหร่ฉันก็จะคืนมันให้ แต่ฉันไม่รับรองนะว่าเธอจะยังกล้ากลับมาอยู่ในวงการนี้อีก” แพรจันทร์ยิ้มหยันให้กับเงาตนเองในกระจก

แพรจันทร์จัดแจงเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นบุคลิกลักษณะท่วงท่าการเดินและการพูดจา เปลี่ยนจากแพรจันทร์เป็น    แพรพลอยได้อย่างแนบเนียน ถ้าแพรพลอยแสดงเป็นนางร้ายในจอแก้วได้ดี แพรจันทร์ก็เป็นนางร้ายในชีวิตจริงได้ดียิ่งกว่า หากไม่มายืนเปรียบเทียบกันจริง ๆ แล้วล่ะก็ เชื่อว่าไม่มีใครสามารถจับผิดเรื่องที่เธอไม่ใช่แพรพลอยได้อย่างแน่นอน

 

ชาญชัยรู้สึกแปลกใจเมื่อไม่มีข่าวการหายตัวไปของดาราสาว แต่เขาสันนิษฐานว่าเป็นการปิดข่าวของบรรดาเพื่อนฝูงและต้นสังกัดของ      แพรพลอย บอดี้การ์ดหนุ่มจึงเลิกติดตามข่าววงการมายาหันไปให้ความสำคัญกับเรื่องมารดาที่ป่วยของแพรพลอยก่อน เขาจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายและคนดูแลหญิงชราตามที่นายหนุ่มสั่งมา

“สวัสดีครับคุณน้า” ชาญชัยยกมือไหว้หญิงชรา

“สวัสดีค่ะ คุณ...”

“ผมชาญชัยครับ เป็นเพื่อนร่วมงานของคุณแพรพลอย” ชาญชัยอธิบาย

“อ้อ...” คุณเพชรลัดดามองใบหน้าชายหนุ่มอย่างพิจารณา

“ตอนนี้คุณลูกแพรรับเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัทวิษณุวัสซึ่งต้องเดินทางไปถ่ายแบบที่กระบี่ เธอเลยมอบหมายให้ผมช่วยดูแลคุณน้าแทนครับ” ชาญชัยกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม

“แล้วทำไมลูกแพรไม่โทร.บอกน้าล่ะ” คุณเพชรลัดดาขมวดคิ้ว

“ผมว่าเดี๋ยวเธอคงโทร.มาครับ หรือไม่คุณน้าจะโทร.หาเธอก็ได้ครับ”

“จริงสินะ”

คุณเพชรลัดดาหยิบโทรศัพท์ต่อหาบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง แม้ชายหนุ่มตรงหน้าจะดูสุภาพและท่าทางน่าเชื่อถือแค่ไหน ท่านก็อยากฟังจากปากของแพรพลอยเองว่าเรื่องที่ชายหนุ่มกล่าวมานั้นเป็นจริงหรือไม่ แต่ไม่ว่าท่านจะติดต่อลูกสาวกี่ครั้ง ท่านก็ไม่สามารถติดต่อบุตรสาวได้เนื่องจากไม่มีสัญญาณตอบรับจากโทรศัพท์ของหญิงสาว

“ทำไมใยลูกแพรปิดเครื่องนะ” ใบหน้าของท่านเป็นกังวล

“คุณน้าไม่ต้องกังวลครับ ผมรับรองได้ว่าคุณลูกแพรปลอดภัยจริง ๆ ครับ” ชาญชัยก้มศีรษะเล็กน้อยให้หญิงชรา

“แต่ถ้าไม่ได้ยินเสียงลูก น้าก็อดเป็นกังวลไม่ได้หรอกค่ะ”

“สัญญาณมือถือของเธอคงไม่มีครับ พอดีที่ ๆ เราถ่ายแฟชั่นกันอยู่ไกลแถมยังเป็นเกาะอีกต่างหากครับ”

“แล้วทำยังไงน้าถึงจะได้คุยกับลูกแพรล่ะคะ”

“เรารอให้เธอติดต่อมาดีกว่าครับ ผมคิดว่าพรุ่งนี้เธอคงติดต่อคุณน้าอย่างแน่นอน”

บ่วงรักบ่วงเสน่หา
เตชิตา
www.mebmarket.com
แพรพลอย ศิลารวีหรือ ลูกแพร ดาราสาวเจ้าบทบาท นางร้ายอันดับหนึ่งของวงการบันเทิงซึ่งถูกจับตามองพฤติกรรมเพราะไม่มีใครทราบว่าเธอมีน้องสาวฝาแฝด และทุกครั้งที่เกิดข่าวคาว ๆ ขึ้นกับเธอ จึงไม่มีใครคิดว่าคนที่ก่อจะเป็นน้องสาวฝาแฝดที่ตั้งใจใส่ร้ายพี่สาวเพราะความเกลียดชัง ลูกแพรไม่เคยคิดออกมาแก้ข่าวเพราะคิดว่าในเมื่อเธอไม่ได้ทำสักวันหนึ่งทุกคนต้องเข้าใจ จนกระทั่งต้องมาพบกับ อสิรวิส วิษณุวัส ผู้ชายเอาแต่ใจ ปากร้าย บ้าอำนาจที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเธอเพราะความเข้าใจผิด อสิรวิส ซีอีโอหนุ่มแห่งบริษัทเดินเรือวิษณุวัส เขาเป็นชายหนุ่มที่มั่นคงในความรัก ซื่อสัตย์ รักษาสัญญา รวมถึงเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับคนที่รักได้ทุกอย่างทำให้เขายังเป็นห่วงอดีตคนรักที่เลิกรากันไป แม้ว่าจะเป็นเพราะฝ่ายหญิงทิ้งเขาไปแต่งงานกับดาราหนุ่มรูปหล่อ ความรู้สึกเจ็บแค้นของเขากลับทุ่มไปที่ดาราหนุ่มที่แย่งเธอไป ทำให้เขาฝังใจและเกิดเป็นความเกลียดอาชีพนักแสดงรวมถึงคนในวงการบันเทิงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และนั่นเป็นต้นเหตุให้เขาเกลียดแพรพลอย ความเข้าใจผิดก่อให้เกิดเรื่องราวมากมายที่ทำร้ายหัวใจของดาราสาวจนเจ็บช้ำ 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

762 ความคิดเห็น