บ่วงรัก บ่วงเสน่หา รีไรท์

ตอนที่ 12 : 4 สัญญาณอันตราย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,944
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    10 ส.ค. 61

พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์บันเทิงหลายฉบับลงข่าวดาราหนุ่มเจ้าเสน่ห์ อัศวิน กาญกิติแอบมีสัมพันธ์สวาทกับนางร้ายชื่อดังลับหลังภรรยากำลังเป็นที่โจษจันในวงการมายาและอยู่ในความสนใจของประชาชนเมื่อมีภาพหลุดของดาราสาวเจ้าบทบาทกับพระเอกหนุ่มจูบกันอย่างดูดดื่มในรถยนต์หรูของฝ่ายชายหน้าห้องอาหารชื่อดัง

“นี่หรือคะที่คนรักกันเขาทำต่อกัน” ปานชนกโยนหนังสือพิมพ์บันเทิงฉบับหนึ่งใส่หน้าสามี ดวงหน้าหวานเจิ่งนองไปด้วยหยดน้ำตา แววตาโศกซ่อนความคับแค้นใจไว้ไม่มิด การที่ถูกสามีที่รักทรยศต่อความไว้เนื้อเชื่อใจทำให้หัวใจเธอบีบรัดจนเกิดเป็นความยอกแสลงไปทั้งอก

อัศวินที่เพิ่งก้าวเข้าบ้านเพื่อมาอธิบายให้ภรรยาฟังถึงกลับหน้าถอดสีเมื่อถูกปาด้วยหนังสือพิมพ์“ฟังผมอธิบายก่อนได้ไหมป่าน”

“อธิบายหรือแก้ตัวกันแน่ คุณแอบติดต่อกับผู้หญิงคนนั้นลับหลังฉันมานานแค่ไหนแล้ว” น้ำเสียงเธอสั่นเพราะความโกรธผสมความคับแค้นแน่นในอก

“ผมเพิ่งคุยกับเธอแค่ครั้ง สองครั้งเท่านั้นจริง ๆ นะป่าน”

“อ้อ...คุยกันแค่ครั้งสองครั้งคุณก็จูบกับมันในรถของเราเหรอคะวิน” น้ำตาไหลเป็นสายไม่ผิดเปิดก๊อก

“ผม...”

“พอกันทีค่ะคุณวิน ป่านจะหย่า”

“ป่าน!

“เราเลิกกันเถอะค่ะ ป่านไม่อยากตกอยู่ในสภาพนี้ไปตลอดชีวิต”  เธอเอ่ยทั้งสะอื้นด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

“ไม่นะป่าน ผมไม่ยอม”

“หยุดซะทีเถอะค่ะวิน อย่าทำร้ายป่านอีกเลยได้ไหม แพรพลอยไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่ทำให้ป่านเจ็บ และป่านเชื่อว่ามันคงไม่ใช่คนสุดท้ายของคุณ ถ้าคุณยังรักป่านอยู่บ้างก็ปล่อยป่านไปเถอะนะคะ”

“ไม่ป่าน ผมรักคุณผมไม่ยอมเสียคุณไป” อัศวินโผเข้าสวมกอดภรรยาไว้แนบอกราวกลัวเธอหายตัวไปต่อหน้า ใบหน้าคมซีดเผือดไร้สีเพียงแค่คิดว่าต้องสูญเสียเธอไปจริง ๆ

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคุณวิน ฉันเกลียดความเจ้าชู้ของคุณ ฉันเคยคิดว่าความรักของเราจะทำให้คุณหยุดที่ฉันได้แต่เปล่าเลย ฉันไม่สามารถหยุดคุณได้ไม่ว่าจะรักคุณมากแค่ไหนก็ตาม”

ปานชนกพยายามดันตัวออกจากอ้อมแขนของสามีแต่แรงของเธอไม่สามารถสู้แรงกอดรัดของสามีได้ มือเรียวกำพร้อมทุบกับอกแกร่งแรง ๆ หลายครั้งเป็นการประท้วงแต่เขากลับไม่สะดุ้งสะเทือนและยังยินยอมให้เธอทุบตีโดยไม่ปัดป้อง

หัวใจของทั้งคู่คล้ายถูกมือที่มองไม่เห็นบีบคั้นให้เจ็บปวด แต่เป็นความเจ็บปวดที่ต่างกัน เพราะหญิงสาวเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าโดนสามีนอกใจ แต่ฝ่ายชายเจ็บปวดเมื่อคิดว่าอาจต้องสูญเสียหัวใจของตนไปเพราะความเจ้าชู้

“ปล่อย ฉันจะกลับบ้าน” ปานชนกพยายามดิ้นและสะบัดตัวออกห่างจากวงแขนกว้าง

“ไม่ป่าน ผมไม่ยอม”

“อย่าคิดจะทำกับฉันเหมือนเดิม เพราะฉันไม่มีวันยอมคุณอีกแล้ว”

เธอประท้วงและผลักไสใบหน้าคมคายที่พยายามจะงอนง้อเธอด้วยจุมพิตหวาม เธอไม่พร้อมคุยหรือฟังคำแก้ตัวของสามี เวลานี้เธอต้องการเพียงกลับไปซุกตัวในอ้อมกอดของครอบครัวเพื่อพักฟื้นหัวใจ ให้เวลาตัวเองไตร่ตรองกับเรื่องที่ผ่านมา อีกทั้งอนาคตของเขาและเธอที่จะดำเนินต่อไปอย่างไรดี หากยังทนอยู่กับสามีเจ้าชู้อย่างเขา เธอจะทำใจได้แค่ไหนถ้าต้องมีภาพของเขากับผู้หญิงอื่นหลุดออกมาตำตาตำใจเธอแบบนี้อีก

“ผมขอโทษที่รัก แต่คุณให้โอกาสผมอีกสักครั้งได้ไหม” เขากอดเธอแน่นไม่ยอมปล่อย

“โอกาส...คุณขอโอกาสป่านเพื่ออะไรค่ะ เพื่อทำให้ป่านเจ็บอีกอย่างนั้นเหรอ” เธอถามเสียงสั่น

“ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณเสียใจอีกแล้วนะป่าน แต่อย่าทิ้งผมไปได้ไหม”

อัศวินพยายามอ้อนวอนขอให้เธอเห็นใจและให้โอกาสเขาอีกสักครั้ง เขารู้จักปานชนกดีว่าหากเขาปล่อยให้เธอจากไปในวันนี้เขาจะไม่มีวันได้พบกับเธออีกเลย และนั่นเป็นเรื่องที่เขายอมไม่ได้อย่างเด็ดขาด

“อย่าสัญญาชุ่ย ๆ เพราะคุณไม่สามารถทำตามคำพูดของคุณได้”

“ผมทำได้ป่าน แต่คุณต้องให้โอกาสผมอีกครั้งเท่านั้น ได้ไหมป่าน” อัศวินร้องขอ

“ปล่อย” เธอเชิดใบหน้าขึ้นพร้อมกับกลั้นสะอื้น

“ไม่ป่าน ผมปล่อยคุณไม่ได้จริง ๆ” อัศวินหลับตาแน่น อ้อมแขนรัดตัวเธอไว้ไม่ยอมปล่อย

“ถ้าคุณยังไม่อยากให้ฉันฟ้องหย่าก็ปล่อยฉันซะ”

“ป่าน!

เธอสะบัดตัวออกห่าง แล้วรีบวิ่งหนีขึ้นไปบนห้อง ขังตัวเองไว้กับความเจ็บปวดลำพัง ไม่สนใจว่าสามีจะพยายามร้องตะโกนเรียกเธออยู่หน้าประตูนานแค่ไหน

ในอารมณ์ฉุนเฉียวเช่นนี้ เธอไม่พร้อมจะฟังคำอธิบายหรือแก้ตัวของเขา กระเป๋าลากใบเดิมถูกดึงออกมาทั้งน้ำตา เสื้อผ้ามากมายในตู้ถูกดึงออกมาโยนใส่ลงไปโดยไม่สนใจจะจัดพับให้เรียบร้อย เธอรู้เพียงแต่ว่าต้องกลับไปรักษาเยียวยาหัวใจตนเอง ไปให้ไกลจากคนใจร้ายอย่างอัศวินให้เร็วที่สุด

“ป่าน...ให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะนะคนดี ผมสัญญาว่าจะเลิกเจ้าชู้ คุณยกโทษให้ผมได้ไหม”

เธอทรุดตัวลงซบใบหน้ากับเข่าอยู่ข้างเตียงสะอื้นไห้ปานใจจะขาด ถ้อยคำของสามีไม่ได้ทำให้เธอเชื่อมั่นในตัวของเขาได้อีก เสียงพร่ำเตือนของมารดากลับย้อนเข้ามาในห้วงคำคิดคำนึง

เมื่อครั้งที่เธอตัดสินใจขอเลิกกับอสิรวินเพื่อมาแต่งงานกับอัศวิน มารดาของเธอพยายามขัดขวางพร้อมกับพร่ำเตือนถึงความเจ้าชู้ของชายหนุ่ม แต่ความรักแบบหัวปรักหัวปรำของเธอในคราวนั้นทำให้เธอมองข้ามเรื่องนี้ไปอย่างไม่สนใจ

เธอเคยคิดว่าความเจ้าชู้ของผู้ชายคือเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้เขาดูน่าสนใจ เคยคิดว่าความรักที่เขามีให้เธอจะสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ เธอจึงไม่สนใจถ้อยคำพร่ำสอนของมารดา เลือกที่จะก้าวไปตามเสียงเรียกร้องจากหัวใจ

เวลาเพียงแค่ปีกว่าที่เธอใช้ชีวิตร่วมกับสามีอย่างมีความสุขเริ่มจางหายเมื่อเขาเริ่มไม่ทิ้งลาย หนึ่งปีที่ผ่านมาเสืออย่างอัศวินเพียงแต่ซ่อนลายเสือไว้ภายใต้ใบหน้าหล่อเหลากับท่าทางเอาอกเอาใจต่อเธอ ปานชนกเพิ่งรู้ซึ้งถึงคำพูดแกมประชดประชันของมารดาเมื่อเธอตัดสินใจเลือกอัศวิน

สักวันแกจะน้ำตาเช็ดหัวเข่าเพราะไอ้คนเจ้าชู้อย่างนายอัศวิน ถ้าขืนแกยังโง่ดักดานอยู่กับความรักบ้าบอของแกยัยป่าน

ในวันนั้นเธอเพียงแต่ถอนหายใจแรงและเดินหนีมารดาออกมาโดยไม่ไยดี แต่วันนี้ถอยคำประชดประชันของท่านกลับกระแทกเข้ากระทบใจเธออย่างจังจนหัวใจของเธอเจ็บร้าว เสียงสะอื้นไห้เบา ๆ ของเธอไม่ได้เล็ดลอดออกไปให้คนที่กำลังทำหน้าเคร่งเครียดได้ยิน เพราะไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหน ภรรยาก็ไม่ยอมเปิดประตูต้อนรับเขาอีก

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของอัศวินดังถี่ขึ้นจนเขาต้องหยิบออกมาเปิดดูเลขหมายเรียกเข้า เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของต้นสังกัดเขาจึงจำเป็นต้องกดรับ แม้ว่าจะยังไม่พร้อมที่จะติดต่อกับใครเลยก็ตามที

“ครับพี่พจน์”

“นายรีบมาหาพี่เลยนะวิน นี่นายรู้ไหมว่านายทำอะไรลงไป เราต้องแถลงข่าวเร็วที่สุดเข้าใจไหม”

“แต่ผมยังไม่พร้อมจะไปไหนนะครับพี่พจน์ ผมต้องปรับความเข้าใจกับป่าน”

“ไม่ได้วิน นายต้องมาแก้ข่าวก่อนไม่อย่างนั้นงานของเราฉิบหายแน่ นายเข้าใจไหมวิน”

“แต่ว่าผม...”

“ไม่มีแต่อัศวิน นายเรียนผูก นายก็ต้องเรียนแก้ อย่าสร้างปัญหาทิ้งไว้แล้วโยนให้คนอื่นตามแก้ นายคงเข้าใจ”

สายถูกตัดทันทีเมื่อปลายสายพูดจบสร้างความหนักใจให้กับอัศวินมากจนกลายเป็นความลังเล เขากลัวเหลือเกินว่าหากเขาก้าวออกไปจากที่ตรงนี้ เขาจะสูญเสียภรรยาไปแต่หากเขาไม่ไป คนอื่น ๆ ก็ต้องเดือดร้อนเพราะเรื่องที่เขาสร้างไว้

เขากำมือแน่นก่อนจะตัดสินใจหันหลังให้ประตูหนาที่ไม่มีทีท่าจะเปิดรับเขาอีก เพียงครู่เดียวเขาก็นำรถออกไปจากบ้านกาญกิติ ทิ้งให้ปานชนกแอบมองตามท้ายรถของเขาไปจนลับสายตา

 

คุณอนงค์ส่งยิ้มทักทายบุตรชาย พลางสอดแขนกอดเอวของบุตรชายที่ก้มหน้ามาหอมแก้มท่านแทนคำทักทาย ชายหนุ่มหน้าดุที่บรรดาลูกน้องต่างให้ความยำเกรงเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณอนงค์  วิษณุวัสก็กลับกรายเป็นหนุ่มน้อยขี้อ้อนได้โดยไม่ขัดนัยน์ตา

“งานยุ่งหรือจ๊ะรวิส กลับมาจากกรุงเทพฯ คราวนี้ถึงอยู่ที่เกาะหลายวัน”

“นิดหน่อยครับแม่”

“เห็นผลงานของหนูลูกแพรหรือยังลูก รูปที่ถ่ายออกมาสวยจริง ๆ” คุณอนงค์ชื่นชมผลงานของหญิงสาวให้บุตรชายฟัง

“แม่ก็รู้ว่าผมไม่สนใจดาราพวกนี้” อสิรวิสยักไหล่

“แต่เราก็ต้องอาศัยพวกเขาเป็นสื่อโฆษณาสินค้าของเรานะลูก จะไม่ใส่ใจเลยทีเดียวก็ไม่ได้” คุณอนงค์ท้วง

“ก็แม่สนใจแทนผมไปแล้วนี่ครับ ผมคงไม่จำเป็นต้องสนใจอีก”

“เอาเถอะ ระวังจะคว้าดารามาเป็นสะใภ้แม่เข้าล่ะ แม่นะเห็นมานักต่อนักพวกเกลียดอะไรมักได้แบบนั้นน่ะ”

“ไม่มีทางครับแม่ ผมชอบผู้หญิงอย่างสายป่าน เรียบร้อยน่ารักไม่เสแสร้ง”

“แต่แม่ว่าคนขรึม ๆ อย่างรวิสถ้ามีแฟนเหนียม ๆ ขี้อายแบบหนู   สายป่าน ไม่นานต่างคนจะต่างเบื่อกันได้นะจ๊ะ แม่ว่าอย่างรวิสน่าจะได้สาวเปรี้ยว ๆ แบบหนูลูกแพรมากกว่า”

“โธ่...แม่ครับ ยัยนั่นมีอะไรดีแม่ถึงชอบเชียร์นักหนา ทั้งมั่ว ร่าน ตลบตะแลงแบบนั้น” อสิรวิสเน้นเสียงเมื่อกล่าวถึงผู้หญิงที่เขาขังไว้ที่เกาะตั้งแต่เมื่อวานอย่างไม่ชอบใจนัก

“ตายจริงลูกคนนี้ไปว่าน้องเขา...แม่รู้จักหนูลูกแพรนะรวิส น้องไม่มีวันเป็นอย่างในข่าวแน่ ถ้าเธอไม่ดีจริงมีหรือแม่ขวัญตาจะจ้างมาเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาโรงแรมของเขา” คุณอนงค์ค้อนบุตรชาย

“นักแสดงนะครับแม่ หล่อนก็มารยาตบตาทุกคนได้นะสิครับ นี่คงแสร้งทำเป็นคนดีหลอกคุณผึ้งกับคุณแม่ถึงได้ชื่นชมหล่อนขนาดนี้” เขาสั่นศีรษะพลางถอนหายใจแรง

“เราต่างหากที่อคติต่อน้อง หนูลูกแพรทั้งสวย เก่ง น่ารัก ที่สำคัญเธอกตัญญูมากที่ดูแลแม่ของเธอโดยไม่ปริปากบ่น ถึงงานของเธอจะดูล่อแหลมแต่แม่เชื่อว่า ลูกแพรไม่มีวันทำตัวเหลวไหลตามที่สื่อโจมตีอย่างแน่นอน” ท่านปฏิเสธแทนหญิงสาวที่ชื่นชมเต็มที่

“เอาละครับผมไม่เถียงกับแม่แล้ว ถ้าแม่ว่าดีก็ช่างเถอะครับ อย่ามาเอาสาระสำคัญกับผมจะดีกว่า”

คุณอนงค์สั่นศีรษะเล็กน้อยเมื่อบุตรชายหันหลังเดินกลับออกไปด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ เรื่องราวระหว่างบุตรชายกับอดีตคนรัก ปานชนก       โกมลหิรัญนั้น ท่านรับทราบความสัมพันธ์ของทั้งคู่มาโดยตลอด หญิงสาวเป็นบุตรสาวเพื่อนของท่าน แม้โดยส่วนตัวท่านจะชอบปานชนกมากแค่ไหนแต่ท่านก็ไม่เคยรู้สึกว่าเด็กสาวจะเหมาะสมกับบุตรชายของท่านเลยสักครั้ง แต่เมื่อทั้งคู่ตัดสินใจคบหาดูใจกัน ท่านก็ไม่ขัดขวาง

คุณอนงค์ยังจำได้ดีเมื่อปานชนกได้พบกับอัศวินครั้งแรกในงานการกุศลของทางสมาคมซึ่งท่านและมารดาของหญิงสาวเป็นแม่งาน ในวันนั้นมีการจัดละครการกุศลซึ่งดารารับเชิญคืออัศวิน พระเอกดาวรุ่งที่กำลังเป็นที่จับตามอง ส่วนนางเอกในวันนั้นคือปานชนก ซึ่งคบหาอยู่กับบุตรชายของท่าน และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฝ่ายหญิงเปลี่ยนใจไปจากบุตรชายของท่าน

“ถ้ารวิสรักหนูสายป่านจริงอย่างที่ปากพูด วันนี้รวิสคงไม่ทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สมอะไรแบบนี้หรอก” คุณอนงค์ถอนหายใจเบา ๆ

หลังกลับออกมาจากบ้านของมารดา ปลายเท้าของเขาต้องหยุดชะงักเล็กน้อยเมื่อมีเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของตน มือใหญ่ล้วงเข้าหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นดูเบอร์โชว์หน้าจอและต้องแปลกใจเมื่อปลายสายเรียกเข้าคือหญิงสาวที่เคยเป็นอดีตคนรักของเขา

“สวัสดีครับสายป่าน” เขากล่าวเสียงอ่อนโยนไปตามสาย

“รวิส...” เสียงสะอื้นแผ่วดังมาตามสาย

“เป็นอะไรไปครับป่าน ใครทำให้คุณเสียใจฮึคนดี” อสิรวิสขมวดคิ้วพร้อมถามเธอด้วยความอ่อนโยน

“คุณวิน...เขา...” เธอสะอื้นแต่ยังคงพยายามรวบรวมถ้อยคำ

“ทำไม ไอ้หมอนั่นมันทำอะไรคุณ บอกผมสิป่าน” เสียงถามกลับไปด้วยความเป็นห่วงหญิงสาวปลายสาย

“เขา...กับผู้หญิงคนนั้น...”

“ใครครับ” คิ้วเข้มขมวดด้วยความสงสัยในเมื่อผู้หญิงที่เกือบสร้างปัญหาให้เธออยู่กับเขาแล้วยังไม่ใครอีกอย่างนั้นเหรอที่ทำให้ปานชนกช้ำใจ

“แพรพลอยกับคุณวิน พวกเขาแอบนัดพบกันก่อนที่ป่านกับคุณจะไปพบ นักข่าวถ่ายภาพเขาสองคนกำลังจูบกันในรถของป่าน” ปานชนกพยายามกลั้นสะอื้นที่ขาดเป็นห้วง ๆ เพื่อเรียงถ้อยคำกล่าวกับอดีตคนรักที่กลายเป็นเพื่อนสนิท

“หยุดเถอะป่าน อย่าร้องไห้เลยนะครับ” เขาพยายามปลอบ

“ทำไมเขาต้องทำกับป่านแบบนี้ ความรักที่ป่านให้เขามันน้อยเกินไปหรือคะ” เสียงหวานดังขาดเป็นห้วง ๆ

“ใจเย็นครับป่าน อย่าร้องไห้เลยนะครับ”

“ป่านจะกลับบ้านค่ะ ป่านจะไปวันนี้เลย รวิสรอรับป่านหน่อยได้ไหมคะ”

“ได้สิครับ ผมเป็นเพื่อนป่านเสมอ”

“ขอบคุณค่ะ”

เขาถอนหายใจด้วยความรู้สึกสงสารหญิงสาว เธอคงเจ็บปวดมากถึงต้องหนีกลับมาพักรักษาใจที่บ้าน ใบหน้าคมเครียดขึงขึ้นทันทีเมื่อคิดถึงต้นเหตุแห่งความเจ็บปวดของปานชนก แพรพลอย ผู้หญิงร้ายกาจที่จ้องจะตีท้ายครัวคนอื่นเพียงเพราะความพอใจของตน

แม้เรื่องนี้จะโทษเธอคนเดียวไม่ได้ต้องโทษชายหนุ่มจอมเจ้าชู้นั่นด้วย แต่หากเธอไม่ยินยอมพร้อมใจด้วย สายป่านก็จะไม่ต้องเจ็บปวดเสียใจแบบนี้

“นังแม่มด เธอจะต้องเจ็บปวดกว่าที่ป่านได้รับ” เขาเร่งฝีเท้าก้าวเดินด้วยความเกรี้ยวกราด จุดหมายปลายทางคือเกาะส่วนตัวที่เป็นที่กักขังหญิงสาวไว้

ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังเกรี้ยวกราด แพรพลอยก็กำลังเตรียมหลบหนีเมื่อสบโอกาสที่ชายหนุ่มและการ์ดคนสนิทไม่อยู่ ประตูห้องถูกล็อกจากด้านนอกก็จริง แต่ช่องลมภายในห้องน้ำก็มีเนื้อที่กว้างมากพอที่จะทำให้เธอหลบหนีได้ด้วยการปีนผ่านออกไป

หญิงสาวค่อย ๆ จัดแจงถอดบานเกร็ดช่องลมออกช้า ๆ ด้วยหัวใจลุ้นระทึก ภายนอกมีเพียงคนงานรูปร่างผอมแกรนกับแม่บ้านร่างท้วมทำหน้าที่เฝ้าเธอไว้ตามคำสั่งของหนุ่มหน้าดุ เธอจึงรีบฉวยโอกาสอันน้อยนิดหาทางหนีทีไล่ทันที

กระจกบานเล็กถูกถอดลงวางเรียงกันไว้ข้างชักโครกจนหมด เธอรีบปีนเหยียบชักโครกส่งตัวขึ้นไปจนลำตัวสามารถผ่านออกไปเห็นวิวท้องทะเลและเกลียวคลื่น

เธอเหลียวมองไปรอบ ๆ ช้า ๆ ก่อนจะดันตัวขึ้นจนสุดแขนส่งตัวขึ้นนั่งบนช่องแคบ ๆ เพียงแค่พอตัวเธอ มือเรียวรั้งกับรางเหล็กด้านนอกพาตัวลอดผ่านช่องเล็ก ๆ ออกมาได้อย่างปลอดภัยก่อนจะทิ้งตัวลงบนพื้นทรายช้า ๆ ด้วยหัวใจลุ้นระทึก

เพียงปลายเท้าแตะพื้น แพรพลอยก็เริ่มวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปตามแนวชายหาด หวังว่าจะมีเรือสักลำให้เธอขออาศัยออกไปจากเกาะแห่งนี้ แม้จะเหนื่อยแค่ไหน ปลายเท้าของเธอก็ยังคงพยายามวิ่งไม่ยั้ง หัวใจเต้นแรงเพราะความเหนื่อยและความกลัว

เธอเหลียวหลังกลับไปมองด้วยความหวาดระแวงกลัวว่าจะมีใครตามเธอทัน แต่ไม่ว่าจะวิ่งไปไกลแค่ไหนเธอก็มองไม่เห็นเรือสักลำที่จะพาเธอกลับออกไปจากเกาะนี้ได้ ดูเหมือนเธอกำลังหลงวิ่งวนอยู่บนชายหาด

แพรพลอยนั่งลงหอบหายใจเข้าถี่พร้อมกับหัวใจเต้นแรง ใบหน้านวลแดงก่ำเพราะการออกแรงมาก ๆ เลือดจึงสูบฉีดแรงทำให้ใบหน้านวลเปลี่ยนเป็นสีมะเขือสุก

“เก่งดีนี่มาได้ไกลถึงนี่”

เสียงปรบมือดังมาจากด้านหลังที่เธอไม่คิดว่าจะได้ยินทำให้        แพรพลอยสะดุ้งสุดตัวพร้อมกับลุกขึ้นเตรียมวิ่งหนีคนหน้าดุที่มาแต่เมื่อไหร่เธอจึงไม่รู้ตัว แต่เธอก็ไม่สามารถทำได้อย่างใจคิดเมื่อความไวของเธอสู้ปลายเท้ายาว ๆ ของเขาไม่ได้

แรงกระตุกจากมือใหญ่ทำให้ร่างบางปลิวเข้ากระแทกกับอกแกร่งของเขาอย่างแรงจนเธอจุกไปทีเดียว

“อุ๊ย!

มือเรียวยกขึ้นผลักอกกว้างพร้อมใบหน้าเงยขึ้นสบตาคมด้วยดวงตาสั่นไหว ยิ่งได้สบตาคมดุของคนตรงหน้าที่มีเปลวไฟอยู่ภายใต้ดวงตาวาวของเขา ขาของเธอก็รู้สึกสั่นขึ้นมากะทันหัน อยากที่จะหนีเขาไปให้ไกลประมาณว่าไม่ต้องกลับมาเจอะเจอกันอีกเลยยิ่งดี

“ปล่อยฉันนะ”

“น้ำหน้าอย่างเธอ ถึงไม่ต้องขังก็หนีฉันไม่พ้นอยู่แล้วแพรพลอย”   อสิรวิสตวาดกร้าว

“เมื่อไหร่นายจะปล่อยฉันไปสักที ฉันทำอะไรกับนายนักหนา ถึงต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย”

“ทำอะไรอย่างนั้นเหรอ นี่เธอยังไม่รู้ตัวอีกใช่ไหมว่าสร้างความเลวระยำไว้กับใครจนเขาต้องเดือดร้อน”

เสียงกร้าวตวาดดังพร้อมกับมือหนากำแขนเรียวกระชับแน่นด้วยความโกรธ ใบหน้าคมดุกระด้างราวปีศาจร้ายที่จ้องทำรายศัตรูตรงหน้า ใบหน้าหวานของแพรพลอยจึงซีดเผือดเมื่อสัญชาตญาณเตือนให้เธอรีบหนีไปจาสถานการณ์ตรงหน้า แต่เธอจะหนีเขาพ้นได้อย่างไรนั่นคือปัญหา

“คุณก็บอกมาสิ ว่าฉันมีความผิดอะไร”

“ได้สิแพรพลอย อยากให้ฉันประจานความชั่วของเธอก็ได้เลย”

อสิรวิสแสยะยิ้มพร้อมกับลากหญิงสาวให้เดินตามด้วยความรุนแรง มือเรียวที่ถูกกำแน่นจนคล้ายกระดูกข้างใต้จะร้าว ร่างเล็กถูกลากจนแทบล้มหากโชคดีที่เธอตั้งหลักได้ทัน ไม่เช่นนั้นเธออาจโดนเขาลากไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่ลุกขึ้นยืนอย่างแน่นอน


บ่วงรักบ่วงเสน่หา
เตชิตา
www.mebmarket.com
แพรพลอย ศิลารวีหรือ ลูกแพร ดาราสาวเจ้าบทบาท นางร้ายอันดับหนึ่งของวงการบันเทิงซึ่งถูกจับตามองพฤติกรรมเพราะไม่มีใครทราบว่าเธอมีน้องสาวฝาแฝด และทุกครั้งที่เกิดข่าวคาว ๆ ขึ้นกับเธอ จึงไม่มีใครคิดว่าคนที่ก่อจะเป็นน้องสาวฝาแฝดที่ตั้งใจใส่ร้ายพี่สาวเพราะความเกลียดชัง ลูกแพรไม่เคยคิดออกมาแก้ข่าวเพราะคิดว่าในเมื่อเธอไม่ได้ทำสักวันหนึ่งทุกคนต้องเข้าใจ จนกระทั่งต้องมาพบกับ อสิรวิส วิษณุวัส ผู้ชายเอาแต่ใจ ปากร้าย บ้าอำนาจที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเธอเพราะความเข้าใจผิด อสิรวิส ซีอีโอหนุ่มแห่งบริษัทเดินเรือวิษณุวัส เขาเป็นชายหนุ่มที่มั่นคงในความรัก ซื่อสัตย์ รักษาสัญญา รวมถึงเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับคนที่รักได้ทุกอย่างทำให้เขายังเป็นห่วงอดีตคนรักที่เลิกรากันไป แม้ว่าจะเป็นเพราะฝ่ายหญิงทิ้งเขาไปแต่งงานกับดาราหนุ่มรูปหล่อ ความรู้สึกเจ็บแค้นของเขากลับทุ่มไปที่ดาราหนุ่มที่แย่งเธอไป ทำให้เขาฝังใจและเกิดเป็นความเกลียดอาชีพนักแสดงรวมถึงคนในวงการบันเทิงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และนั่นเป็นต้นเหตุให้เขาเกลียดแพรพลอย ความเข้าใจผิดก่อให้เกิดเรื่องราวมากมายที่ทำร้ายหัวใจของดาราสาวจนเจ็บช้ำ 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

762 ความคิดเห็น