บ่วงรัก บ่วงเสน่หา รีไรท์

ตอนที่ 10 : 3.2 เงามายา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    9 ส.ค. 61

อัศวินกระชากประตูรถเปิดออกแล้วดันตัวภรรยาเข้าไปในรถ จากนั้นจึงอ้อมมาขึ้นนั่งประจำที่ตนก่อนเคลื่อนรถสปอตร์ออกตัวอย่างเร็ว สีหน้าบึ้งตึง ริมฝีปากเม้มอย่างพยายามจะข่มโทสะ ขณะที่ภรรยาสาวนั่งนิ่งอย่างพยายามควบคุมอารมณ์ของตนเช่นกัน เธอไม่เอ่ยใด ๆ แม้แต่คำเดียว เมินมองข้างทางทั้งที่ไม่สามารถจับภาพใด ๆ ได้เพราะความเร็วของรถที่พุ่งพรวดไปข้างหน้าด้วยความเร็ว

“ทำไมถึงต้องออกมากับมัน” อัศวินเอ่ยถามเสียงต่ำอย่างพยายามควบคุมอารมณ์

“แล้วทำไมคุณถึงมากับแม่นางร้ายคนนั้นได้ล่ะ”

“ผมทำงานนะป่าน คุณต่างหากที่ต้องตอบคำถามของผม”

“คุณมันก็ดีแต่อ้างเรื่องงานนั่นแหละ อย่าคิดว่าฉันโง่นะคะคุณวิน”

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะสายป่าน ผมต่างหากที่กำลังเหมือนคนโง่ให้คุณกับไอ้หมอนั่นสวมเขา”

“คุณวิน!”ปานชนกสะบัดหน้ากลับมามองสามีด้วยความตกใจกับข้อกล่าวหาร้ายแรงของเขา

“หรือว่าไม่จริง”

“ถ้าคุณคิดว่าป่านเลวขนาดนั้น เราก็หย่ากันเถอะค่ะ” ปานชนกกล่าวเสียงสั่นพร้อมน้ำตาไหลนองใบหน้า

“หย่าเหรอ นี่คุณท้าผมหย่าเพียงเพราะไอ้บ้านั่นมันกลับมาอย่างนั้นเหรอสายป่าน”

ความหึงหวงทำให้อัศวินกลายเป็นคนพาลและอาละวาดใส่ภรรยาอย่างไม่ไว้หน้า ยิ่งได้ยินคำท้าทายของเธออารมณ์ร้ายของเขายิ่งทวีความรุนแรงและระบายออกด้วยการเหยีบคันเร่งให้เร็วขึ้น

“ใครกันแน่ที่หาเรื่องจนป่านต้องพูดคำ ๆ นี้”

“อ้อ เป็นเพราะผมอย่างนั้นสินะที่ทำให้คุณกล้าท้าหย่าอย่างนี้”เสียงฟันขบกันดังเพราะความโกรธ

ปานชนกเม้มปากแน่น แหงนหน้ามองเขาอย่างผิดหวังปนเสียใจอย่างแรงก่อนจะสะบัดหน้าเมินมองออกไปข้างทาง ยุติคำพูดอย่างไม่ต้องการตอบโต้คนพาล ทั้งที่เขาเป็นคนผิด ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเขามีคิวถ่ายละครอยู่ที่ใดกับใครบ้าง แต่เขากล้าโกหกว่ามาทำงานที่นี่กับผู้หญิงที่ไม่มีคิวงานแสดงร่วมกับเขาคนนั้น

ความเร็วรถเริ่มลดลงเมื่อใกล้เข้าสู่กรุงเทพมหานคร อัศวินนำรถเข้าจอดหน้าลานกว้างของบ้านแรงตามอารมณ์ร้อนก่อนจะกระชากประตูเปิดออกด้วยความแรงพอกัน

ในขณะที่ปานชนกค่อย ๆ ดึงประตูรถฝั่งของเธอออกและพยายามเดินเลี่ยงหนีคนพาลอย่างสามีของตนแต่ความไวของเธอคงยังไม่พอเพราะแค่ขยับได้ไม่กี่ก้าว มือเรียวก็ถูกรั้งไว้ด้วยฝีมือของคนขี้โมโห

“อย่าเพิ่งเดินหนีผมแบบนี้นะสายป่าน”

“ทำไมฉันต้องหนีคุณด้วย ในเมื่อฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเหมือนที่คุณทำ”

“อ้อ ไอ้การแอบไปพลอดรักกับไอ้คู่รักเก่านั่น ไม่ใช่ความผิดหรือยังไงฮะ”

“มันก็หายกันแล้วไงกับการที่คุณพาแม่ดาวร้ายนั่นไปพลอดรักกันอย่างชื่นมื่นแบบนั้น” ปานชนกกล่าวเสียงขืน

“คุณจะต้องให้ผมพูดกี่ครั้งว่านั้นเป็นเพียงงาน ทำไมคุณไม่เข้าใจผมบ้าง”

“ฉันเหรอคะไม่เข้าใจคุณ ลองคิดให้ดีอีกครั้งดีไหมว่าใครกันแน่ที่ไม่เข้าใจ” ปานชนกกล่าวเสียงเรียบเย็น

น้ำเสียงเย็นเยียบของภรรยาทำให้อัศวินเริ่มกระวนกระวาย เมื่อเธอเดินหนีเขาจึงได้แต่เดินตาม อารมณ์โกรธของปานชนกทำให้เธอทำตัวเฉยเมยเย็นชากับทุกสถานการณ์ขณะที่อัศวินร้อนรุ่มเหมือนไฟ เขาตั้งใจจะละลายน้ำแข็งก้อนใหญ่ที่ภรรยาสร้างเป็นกำแพงกั้น เมื่อไม้แข็งใช้ไม่ได้ผลเขาพร้อมจะใช้ไม้อ่อนออดอ้อนเธอ

“ป่านครับ เราคุยกันดี ๆ ได้ไหม”

“ฉันพูดอะไรไม่ดีกับคุณอย่างนั้นเหรอคะ” ปานชนกหันกลับมายกหัวคิ้วใส่สามีพร้อมสายตาเย็นชา

“ถ้าผมทำอะไรให้คุณโกรธ ผมขอโทษ แต่คุณอย่าทำเย็นชากับผมได้ไหมป่าน”

“ง่ายดีนะคะกับการนอกใจแล้วมาขอโทษอย่างนี้” เธอยิ้มเยาะตนเอง

“ผมกับเขาไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่คุณคิดนะที่รัก” อัศวินถอนหายใจแรงพร้อมจับมือเรียวกุมไว้

“ทำไมคะ ยังตกลงราคากันไม่ได้หรือยังไง” เธอเยาะหยันสามี

“อย่าประชดผมนักเลยป่าน คุณก็รู้ว่าผมรักคุณคนเดียว”

“คนรักกันเขาทำกันแบบนี้เหรอคะคุณอัศวิน” เธอสะบัดมือแล้วเร่งฝีเท้าเดินไปที่ห้องนอน จัดการลากกระเป๋าเดินทางออกมากางแต่ถูกฝ่ามือของสามีรั้งเธอไว้

“นั่นคุณจะทำอะไรน่ะป่าน”

“ฉันจะกลับบ้าน บางทีเราควรให้โอกาสกันและกันอีกครั้ง”

“หมายความว่ายังไง อ้อ หรือนี่เป็นแค่ข้ออ้างที่คุณใช้กับผมเพราะอยากกลับไปพร้อมไอ้หมอนั่นอย่างนั้นเหรอ” น้ำเสียงของเขาเริ่มขุ่นเพราะความหึงอีกครั้ง

“อย่ามายัดเยียดสิ่งที่คุณเป็นให้กับฉันนะ ถ้าตัวเองเลวก็อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะเลวเหมือนกัน” เธอผลักอกเขาด้วยความเกรี้ยวกราดแรงกลับไปพอกัน

“ใช่สิ พอชู้มาผัวอย่างผมมันก็เลวจนทนไม่ได้ขึ้นมาทันทีเลยนี่” ความหึงทำให้เขาพาลและเริ่มใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ใบหน้าคมบึ้งตึง

เพี้ยะ!!

เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าคมที่สะบัดไปตามแรง ริมฝีปากหนาขยับเล็กน้อยพร้อมกับมือกว้างยกขึ้นสัมผัสริมฝีปากตนเอง ใบหน้าตึงค่อย ๆ หันกลับมาสบตาภรรยาด้วยความกรุ่นโกรธ เขาดึงเธอเข้ามาชิดอกพร้อมประกบ  ริมฝีปากของตนเข้ากับริมฝีปากอิ่มรุนแรงตามอารมณ์ที่ปะทุขึ้นเพราะฝีมือเธอ

“ปล่อยฉันนะคุณวิน” เธอพยายามผลักสามีสุดแรง

“แค่มันมาหาคุณวันเดียว คุณตบผมไปสองครั้งแล้วและผมจะเอาคืนเท่าจำนวนครั้งที่คุณตบผมทีเดียวที่รัก”

เขาจบคำพูดด้วยการผลักร่างบางลงบนเตียงใหญ่ซึ่งเกลื่อนไปด้วยกองเสื้อผ้าของเธอที่คว้าออกมาจากตู้เมื่อสักครู่แต่นั่นไม่ทำให้เขาสนใจพร้อมกับโถมตัวตามคนตัวเล็กที่พยายามจะเบี่ยงตัวขยับหลบ และพลิกตัวลงอีกด้านของเตียง แต่ช้ากว่าร่างสมส่วนแข็งแรงของอัศวินที่ถาโถมเข้ามาทาบทับตัวเธอไว้พร้อมกับฝ่ามือที่ยื่นออกไปคว้ารอบเอวกลมกลึง รั้งตัวเธอไว้ทัน แต่คนใต้ร่างไม่ยอมศิโรราบให้ง่าย ๆ เธอทุบตีต่อต้านเขาเท่าที่จะทำได้ทั้งที่ใกล้จะหมดแรงเต็มที

อัศวินประกบริมฝีปากบดขยี้กลีบปากอิ่ม แม้ปานชนกจะพยายามต่อต้านในคราวแรกแต่เมื่อมือร้อนของเขารุกรานไปทั่วราวกับมีเปลวไฟลากผ่านในทุกจุดที่เขาสัมผัส

ริมฝีปากอิ่มก็เผลอเผยอออกเปิดรับจูบดุเดือดร้อนแรงของสามีที่แทรกปลายลิ้นร้อนเข้าสอดรัดกับเรียวลิ้นอุ่นชื้นอย่างดูดดื่มจนเธอเริ่มตอบสนองสัมผัสหวามฝ่ามือเร่าร้อนเริ่มปลดทึ้งเสื้อผ้าอาภรณ์ของเธอออกจากร่างอย่างรวดเร็ว

ฝ่ามือใหญ่เคล้นคลึงไปทั่วเรือนร่างเปลือยเปล่าของภรรยาตามแรงอารมณ์ ริมฝีปากอุ่นดูดเม้มไปทั่วทั้งซอกคอขาวเรื่อยมาจนถึงปลายถันที่ตื่นตึงตอบรับสัมผัสจากริมฝีปากร้อน

ปลายลิ้นสากแตะแต้มยั่วเย้าจนแผ่นหลังบางแอ่นสะท้านดันอกอิ่มให้ลอยคว้างแนบชิดเรียวลิ้นร้อนที่ไม่หยุดอยู่แค่ปทุมถัน ลากเอื่อยผ่านมาถึงหน้าท้องแบนราบ ยั่วเย้าอยู่กับหลุมสะดือปัดผ่านแผ่ว ๆ เรื่อยไปยังต้นขาขาว

ในขณะที่ฝ่ามือหยาบทำหน้าที่สร้างความวาบหวามให้กับกายสาว นิ้วเรียวแตะแต้มไปตามร่างบอบบางที่บิดเกร็งไปมา ยิ่งเขาขยับปลายนิ้วเธอก็ยิ่งสะท้าน ร่างบางแอ่นส่ายไปมาพร้อมเสียงครางกระเส่า

“อื้อ...คุณวิน”

“ยังจะทิ้งผมไปอีกไหมที่รัก” เขาเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหว่านเสน่ห์ให้ภรรยา

“ได้โปรด...”

“บอกผมสิป่านว่าคุณรักผม”

“ป่านรักคุณค่ะ” เธอตอบด้วยเสียงแผ่วตามแรงอารมณ์ที่ถูกเขาปลุกปั่น

“ผมรักคุณสายป่าน อยู่กับผมนะที่รักอย่าหนีผมไป ได้ไหม” เสียงถามออดอ้อนอยู่กับใบหูพร้อมริมฝีปากดูดเบา ๆ กับติ่งหูสร้างความซ่านสยิวให้กายบางที่กำลังหายใจคล้ายหอบสะอื้นอยู่ใต้ร่างแกร่ง

“ป่านรักคุณ อย่าแกล้งป่านสิคะวินขา” ร่างบางบิดส่ายพยายามกดกายแกร่งแนบลำตัวเมื่อเขาพยายามขยับหนี

“หึ ๆ คุณยังไม่สัญญากับผมเลยเมียจ๋า ว่าจะอยู่กับผมไม่หนีผมไปไหน” อัศวินหัวเราะเบา ๆ กับอาการขัดใจของภรรยา

“อื้อ...ป่านไม่ไปไหน จะอยู่กับคุณ”

“เท่านั้นแหละที่รัก”

เขาจบคำพูดด้วยรอยยิ้ม ริมฝีปากอุ่นฉกวูบเข้าประกบดูดดื่มความหวานจากเรียวปากบาง กายแกร่งขยับเสียดสี สร้างความวาบหวามอีกครั้งก่อนจะแทรกเข้าสู่ความรุ่มลึกที่ขยับตอบรับอย่างเร่าร้อนเมื่อเรียวขางามเปิดทางด้วยการรัดไว้กับเอวสอบ มือใหญ่หนุนรั้งสะโพกมนดึงเข้าชิดในขณะที่เขาเริ่มขยับ เธอก็พร้อมจะตอบโต้ได้ในจังหวะเดียวกัน

เตียงนอนสปริงชั้นเยี่ยมทำหน้าที่ได้ดียิ่งสร้างความตื่นเต้นเร่งเร้าให้ทั้งคู่ถลำตกลงไปในห้วงพิศวาสของกันและกันอย่างต่อเนื่อง

อัศวินบรรจงจูบปทุมถัน มือร้อนป่ายปัดไปทั่วสรรพางค์กายในขณะที่สะโพกสอบยังขยับเคลื่อนไหวเรียกเสียงครวญครางสะท้านจากริมฝีปากอิ่ม ปลายนิ้วร้อนกรีดไล้ไปตามกายที่บอบบางจนเธอบิดส่ายอย่างเร่าร้อน

ยิ่งเขาขยับส่ายสะโพกถี่กระชั้นให้อกอิ่มสะท้อนแรงไปตามการขับเคลื่อนเสียงหวานครางกระเส่านานอีกหลายนาทีกว่าร่างแกร่งจะหยุดขับเคลื่อนกายใบหน้าคมบิดไปตามแรงอารมณ์ อกแกร่งสะท้อนลึกเมื่อความรุ่มร้อนถูกปลดปล่อยจนสุดสิ้น

ร่างแกร่งหยุดเคลื่อนไหวแต่ร่างบางข้างใต้ยังคงขยับเบียดเสียดสีกดรั้งสะโพกสอบของสามีไว้แนบแน่นไม่ยอมให้ถอยหนีเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากริมฝีปากหนา เขาหอมแก้มภรรยาแรง ๆ ด้วยความรัก เธอค่อย ๆ ปรือตาขึ้นสบตาคมแวววาวพร้อมตอบรับจุมพิตดูดดื่มจากเขาอีกครั้ง

“คนบ้ากาม”เธอทุบอกสามีแรง ๆ

“อ๊ะ ๆ ใครกันนะที่ตอบสนองอย่างน่ารักอย่างเมื่อกี้น่ะ” เขากระเซ้าด้วยความเอ็นดู

“ใครตอบสนอง เปล่าสักหน่อย” เธอท้วงหน้าแดงปลั่ง

“นั่นสิ ใครน่ะ ต้องจับให้ได้แบบคาหนังคาเขาถึงจะยอมรับ”

เขายักคิ้วก่อนจะขยับกายเบียดไปกับต้นขาขาว ทำให้ดวงตากลมเบิกกว้างผลักอกเขาแรงเตรียมพลิกกายหนีด้วยความเขินอาย แต่สามีบ้าพลังไม่ยอมให้เธอทำได้อย่างใจคิด เขาจับเธอพลิกคว่ำลงบนที่นอนแล้วแทรกเข่าแยกเรียวขาของเธอออก ฝ่ามือกว้างรั้งสะโพกของเธอดึงขึ้น เปิดทางให้กายแกร่งสอดแทรกเข้าสู่ความบอบบางบีบรัดของเธออีกครั้ง

“โอ๊ะ...คุณวิน”

ปานชนกกรีดร้องและสะดุ้งเบา ๆ ในจังหวะที่เขาจู่โจมเข้าหาอย่างกะทันหัน ฝ่ามือเล็กค้ำยันฟูกนอน เมื่อสามีขยับสะโพกไหวแรงเป็นจังหวะดุดัน ทุกจังหวะกระแทกกระทั้นสร้างความเสียวซ่านจนเธอไม่สามารถควบคุมน้ำเสียงรัญจวนของตนไว้ได้ ฝ่ามือใหญ่ที่บีบเคล้นสะโพกกลมกลึงขณะโน้มกายแนบชิดแผ่นหลังของเธอ ดันตัวเธอแนบลงไปบนที่นอนพร้อมกับซุกไซ้   ริมฝีปากปลุกเร้าเธออย่างเร่าร้อนก่อนจะสอดปลายลิ้นเข้าไปหยอกเย้าใบหูเธอเล่น

“ยอมรับหรือยังที่รักว่าคุณเองก็ต้องการผมเหมือนกัน”

“คุณวิน...”

บทเพลงแห่งรักบทที่สองที่สามีจอมเจ้าชู้แต่รักและขี้หึงภรรยาที่สุดอย่างอัศวินบรรจงสอนและเรียกร้องให้เธอตอบสนองเขาแบบเร่าร้อนดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องสร้างความสุขสมให้กับทั้งคู่จนกระทั่งเสียงหวานแหลมผสานกับเสียงครางทุ้มสะท้อนไปทั้งห้อง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

762 ความคิดเห็น