Harry Potter - [The Dark Heir] Ocx? feat. Lord Voldemort x Oc

ตอนที่ 63 : Before the Dark IV: The Prophecy

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 311
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    31 ธ.ค. 62

STAR








Before the Dark IV: The Prophecy


หลายเดือนที่ผ่านไป ชีวิตของเธอต่างจากนรกแค่ไหนกัน?

เดาว่าน่าจะไม่ต่าง

อยากจะหนี ก็โดนคาถาบ้าบอจำกัดบริเวณเอาไว้ ไปได้ไกลสุดก็แค่ประตูห้อง โดนล่ามเอาไว้เหมือนหมาตัวหนึ่งที่มีหน้าที่ทุเรศ ๆ แค่อย่างเดียวเท่านั้น

พออยากจะตาย แต่ก็ตายไม่ได้ เธอจะไม่ยอมฆ่าตัวตาย ชีวิตนี้เป็นชีวิตที่พ่อกับแม่ของเธอยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้อง เธอจะไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง ตราบใดที่ยังไม่มีโอกาสเห็นไอ้ปิศาจนั่นตายกับตา เธอจะยังไม่ยอมทิ้งชีวิตตัวเองไปอย่างน่าสมเพชแบบนี้เด็ดขาด

โวลเดอมอร์ทำกับเธอเหมือนเป็นแค่เครื่องมือของเขา วันแล้ววันเล่าที่เฝ้าเพียรเวียนมาหา ตักตวงทุกอย่างที่ค้นเจอจนหมด แล้วก็จากไป จากนั้นวันต่อไปก็กลับมาใหม่ วนเวียนอย่างนี้เรื่อย ๆ จนกระทั่ง...

หายหน้าไปเลย...

ถ้าคิดแค่ว่าไอ้ปิศาจคนนั้นไม่มาหาเธออีกแล้ว ก็พอจะมองในแง่ดีได้ แต่กับความรู้สึกรังเกียจและขยะแขยงตนเองที่เพิ่มขึ้นนี้ เธอคงจะต้องบอกว่าเธอยอมให้เขามาหาเหมือนเมื่อก่อนเสียยังดีกว่า

อย่างน้อยในครั้งนั้น เมื่อโวลเดอมอร์ได้ในสิ่งที่ต้องการ... ก็จะไป

แต่ตอนนี้แม้ว่าจะไม่เห็นเจ้าของร่างขาวซีดที่แสนน่ารังเกียจนั้นร่วมเดือน เธอกลับรู้สึกแย่ราวกับว่าเขาขลุกตัวอยู่กับเธอทั้งวันทั้งคืน

ใช่สิ... มีบางส่วนของเขาอยู่กับเธอตลอดเวลา

เพราะมีไอ้ตัวประหลาดที่อยู่ในท้องนี่ไง

มันกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ กัดกินเธอจากข้างใน อีเล็กตรารู้สึกเหมือนร่างกายนี้ไม่ใช่ของเธออีกต่อไป มันเป็นแค่ภาชนะเพาะเลี้ยงปิศาจอีกตัวหนึ่งที่กำลังจะเกิดมาเท่านั้น เธอไม่เคยรู้สึกขยะแขยงที่จะมองตัวเองมากเท่านี้มาก่อน

แค่ถูกจับมา... แค่ถูกทำอย่างนั้น... แค่ไอ้รอยบ้าที่ฝังอยู่กลางหลัง อะไรพวกนี้ก็แย่เกินพอ ตอนนี้ยังต้องมาตั้งท้องให้จอมปิศาจอย่างนั้นอีก

เธอเกลียด... เกลียดโวลเดอมอร์ เกลียดตัวเองที่แพ้เขาทุก ๆ ครั้ง เกลียดภาคีที่ไม่เคยตามหาเธอเลย เกลียดเด็กที่ยังไม่เกิดมาคนนี้ เกลียด

ทุก ๆ อย่างที่เป็นอยู่ เกลียดไปทั้งหมด

เธอไม่ควรจะมีชีวิตแบบนี้ เธอควรจะอยู่ข้างนอก มีชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่ใช่แค่เครื่องมือผลิตปิศาจอีกตัวหนึ่งอย่างที่เป็นอยู่ ไม่ควรเลย

ตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้ว่าท้อง เธอก็สาบานกับตัวเองว่าจะทำทุกวิถีทางที่จะกำจัดมันทิ้ง ถ้าฆ่าตัวพ่อไม่ได้ ก็ต้องพยายามฆ่าตัวลูก เธอจะไม่ยอมให้มีตัวประหลาดต้องลืมตาดูโลกอีกคนหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวประหลาดที่จะต้องเป็นคนคลอดออกมาเองด้วยอย่างนี้ เธอยอมไม่ได้เด็ดขาด

แต่แม้ว่าจะคิดอย่างนั้น ดูเหมือนแผนการต่อต้านของเธอก็ยังถูกขัดขวาง แม้ว่าโวลเดอมอร์จะไม่ได้มาหาเธออีกเลยหลังจากที่รู้ว่าเธอกำลังท้อง เขาก็ยังส่งเอลฟ์ประจำบ้านมาเฝ้าเธอตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เธอทำร้ายตัวเอง หรือลูกที่ยังไม่เกิดมาของเขา

อีกทั้ง... ได้แต่งตั้งใครบางคนเพื่อมาควบคุมและดูแลความปลอดภัยแทนตัวเองอีกด้วย

“นั่งคร่ำครวญอะไรอีกล่ะ” เสียงแหลมสูงดังขึ้นที่ด้านหลัง แววรังเกียจที่สอดแทรกในทุกอณูนั้นทำให้รู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร

เบลลา

เป็นเบลลาทริกซ์แน่นอนอยู่แล้ว หล่อนมีหน้าที่ดูแลเธอพร้อมกับเด็กปิศาจที่เป็นลูกของเขาให้สมบูรณ์แข็งแรง ทว่าแม้จะได้ทำหน้าที่รับใช้เจ้านายอย่างสูงที่สุดแบบนั้น อีเล็กตราก็ยังรู้สึกได้ถึงความเกลียดชังและริษยาที่เปี่ยมล้นจนปิดไม่มิดนั้นอยู่ดี

พอจะรู้มาว่าคนเลว ๆ อย่างโวลเดอมอร์ยังมีคนบ้ามาหลงรัก จน

ถึงเทิดทูนบูชา แต่ก็ไม่นึกว่าเบลลาทริกซ์จะเป็นคนที่ตามืดบอดคนนั้นไปเสียได้ คงจะนึกอยากย้อนอดีตวันละหลายหนอยู่แน่ ๆ ที่ดันตัดสินใจแต่งงานกับโรโดลฟัสไปก่อนอย่างนั้น

มีคนที่พร้อมจะทำหน้าที่นี้อยู่กับตัวอยู่แล้ว... ทำไมจะต้องเลือกเธอด้วย

“ได้เวลาอาหารของทายาทของจอมมารแล้ว”

อีเล็กตรายังไม่ยอมขยับ ก่อนจะทำสีหน้ากวนประสาทใส่ “ยกมาเสิร์ฟสิ มีหน้าที่ดูแลฉันไม่ใช่หรือไง หืม”

ใบหน้าคมสวยของหล่อนขึ้นสีจัดด้วยแรงโทสะ ก่อนฝืนยิ้มพลางแค่นเสียงโต้กลับไป “ฉันมีหน้าที่ดูแลทายาทของท่าน ไม่ใช่เธอ อย่าสำคัญตัวผิดไปนะเอลลี่

“อ้าวเหรอ ก็หลงนึกว่าสำคัญอยู่เชียว” การต่อสู้ทางวาจายังดำเนินต่อไป อย่างไม่มีใครยอมใครเสียด้วย “เพราะว่าช่วงก่อนหน้านั้นเนี่ย... เจ้านายที่รักของเธอมาขลุกอยู่กับฉันตลอดเวลา อยู่ด้วยกันทั้งคืนแล้วก็ทุกวันอย่างนั้น แถมกว่าจะยอมผละไปได้ก็...เกือบเช้า...ทุกทีสิ”

มันเป็นเรื่องที่เธอไม่อยากจะนึกถึงแม้แต่วินาทีเดียว แต่ถ้านึกแล้วทำให้เบลลาทริกซ์หัวฟัดหัวเหวี่ยงได้ ก็ถือว่าคุ้มค่า

เอาใจฉันแทบจะทุกแบบที่คิดได้ เธอนึกไม่ออกหรอก ต้องลองไปขอร้องเขาดูนะ แต่เอ... ฉันลืมไปว่าไอ้ปิศาจนั่นไม่คิดจะเอาใจเธอนี่นา”

ใบหน้าของคนฟังเป็นสีม่วงเข้มด้วยความโกรธสุดขีด อีเล็กตรารู้ดีว่าเบลลาทริกซ์แทบจะห้ามตัวเองไม่ให้เสกคำสาปพิฆาตใส่เธอเกือบไม่

ไหว แต่หน้าที่ที่ค้ำคออยู่ก็ยังทำให้ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น

“วันนี้เธอต้องลงไปกินที่ห้องอาหาร” หล่อนพยายามจะดึงเข้าจุดประสงค์

“ไม่ไป”

“นี่เป็นคำสั่ง” เบลลาทริกซ์ไม่ได้มาเพื่อฟังคำปฏิเสธ หรือการออกความเห็น ดังนั้นเมื่อบอกว่าอีเล็กตราต้องลงไปที่ห้องอาหาร ก็หมายความว่าเธอต้องลงไปห้องอาหารโดยไม่มีการโต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้น “จอมมารสั่งให้เธอไปเดี๋ยวนี้”

ร่างทั้งร่างของอีเล็กตราลอยสูงอยู่ในอากาศทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ เธอรู้สึกว่าเบลลาทริกซ์น่าจะร่ายคาถาที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวไว้ด้วย ร่างกายที่ชาดิกไปทั้งตัวตอนนี้คือหลักฐานที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด

เบลลาทริกซ์พาเธอมา นานหลายนาทีที่ขยับไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็ร่วงผล็อยลงบนเก้าอี้นั่งหน้าโต๊ะอาหารเสียงดังพลั่ก

“เดี๋ยวไอ้เด็กนรกนี่ก็ตายหรอก” เมื่อกลับมาพูดได้ อีเล็กตราก็รีบตอกกลับโดยทันที “ระวังจะทำให้เจ้านายสุดที่รักต้องมาฆ่าเธอซะล่ะ”

คนฟังชะงัก เมื่อรู้สึกตัวได้ว่าเมื่อครู่นั้นอาจทำรุนแรงกับอีกฝ่ายมากเกินไปจนอาจส่งผลต่อทายาทของโวลเดอมอร์ ถ้าเกิดบังเอิญว่าหล่อนเผลอทำให้เด็กที่อยู่ในท้องของอีเล็กตราตายไป ก็นึกสภาพศพของตัวเองเมื่อจอมมารรู้เรื่องไม่ออกเลยจริง ๆ

“กินซะ” เบลลาทริกซ์พยายามเปลี่ยนเรื่อง “อย่าพูดมาก”

แค่ทำให้คู่ต่อสู้ล่าถอยไปได้ก็รู้สึกพอใจ  อีเล็กตราจึงพักรบระหว่าง

เธอกับลูกพี่ลูกน้องคนโปรดเอาไว้เพียงเท่านี้ ดวงตาสีเทาอ่อนหันมามองโต๊ะอาหารที่ตั้งอยู่ตรงหน้า แล้วก็พบว่ามันเป็นมื้อที่จัดเตรียมได้หรูหรามากที่สุดเท่าที่เคยเห็นตั้งแต่ได้มาอยู่ที่นี่

โต๊ะยาววางเรียงรายด้วยอาหารมื้อใหญ่เต็มพื้นที่ ราคาทุกอย่างคงแพงมากถึงขั้นซื้อบ้านหลังเล็กสักหลังได้อย่างสบาย ๆ และทำให้คนปกติอิ่มท้องได้มากถึงสามสิบคน

อีเล็กตราไม่ได้รู้สึกทึ่งกับภาพที่เห็นตรงหน้านี้เท่าไร   ตระกูลแบล็ก

ร่ำรวยล้นฟ้า แม้ว่าจะใช้ชีวิตโดยไม่มีพ่อกับแม่ ทรัพย์สมบัติที่ทิ้งไว้ก็ทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างหรูหราและสะดวกสบายโดยไม่ต้องหาเพิ่ม ทว่าสิ่งที่ทำให้แปลกใจ กลับเป็นท่าทีของคนอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ต่างหาก

เบลลาทริกซ์มีหน้าที่ดูแลเธอก็จริง แต่ก็เป็นการดูแลแบบแวะเวียนมาดูแล้วก็หายหน้าไป โดยปกติแล้วหล่อนจะส่งเอล์ฟประจำบ้านมาคอยเฝ้าเพื่อให้ทำงานแทน เพราะอย่างนั้นจึงไม่ปกติเอาเสียเลย ที่หล่อนจะยังยืนอยู่ตรงนี้เพื่อควบคุมให้เธอทานอาหาร

ราวกับว่ากำลังรอคอยใครสักคน...

หรือว่า...

“กินเยอะ ๆ นะ” เสียงแหบต่ำดังขึ้นพร้อมกับฝ่ามือที่แตะลงบนหัวไหล่ทั้งสองข้าง ไม่ทันที่จะได้หันไปมอง คนที่พึ่งมาถึงก็เดินไปนั่งที่หัวโต๊ะ ก่อนจะจิ้มเนื้ออบคำเล็ก ๆ แล้วยื่นมาให้ “เอ้า กินสิ”

ความไม่ไว้วางใจทำให้อีเล็กตรายังนั่งนิ่งอยู่เฉย ภายในหัวยังตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะทำตัวอย่างไรกับเขา คนที่ไม่ได้เจอกันมานานเป็นเดือน ๆ แล้วมาทำตัวแปลกอย่างกับเป็นคนละคนอย่างนี้

ควรจะต่อต้านดีไหม ตอนนั้นเธอต่อต้านเขาแต่ก็ต้องจบด้วยความพ่ายแพ้แล้วก็โดนทรมานร่างกายเสียทุกที หรือว่าจะอยู่เฉยไม่สนใจ ทำเหมือนอีกฝ่ายเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไร้ค่า หรือควรโอนอ่อนไปกับเขาจนกว่าจะหาจังหวะดี ๆ ได้จะเหมาะกว่าไหมนะ?

แม้จะยังตัดสินใจไม่ถูก แต่อีเล็กตราก็กินอาหารที่โวลเดอมอร์ป้อนมาให้โดยไม่ขัดขืน หากแต่ก็ยังไม่ลดท่าทีระแวดระวังลง ดวงตาสีเทาอ่อนหรี่มองอย่างไม่ไว้วางใจ แต่ก็นิ่งเงียบเฉย ๆ เท่านั้น

โวลเดอมอร์ป้อนอาหารคำต่อไปให้อีก คราวนี้เธอเบือนหน้าหนี พร้อมกับความคิดแปลกประหลาดว่าสิ่งที่ไอ้ปิศาจนี่กำลังทำ...

คือการเอาใจเธอ?

“ไม่กินแล้วหรือ” เขาทำสีหน้าประหลาดใจ “อาหารไม่อร่อย หรือกินไม่ลง นี่คือไอ้ที่เขาเรียกกันว่าแพ้ท้องหรือเปล่า เธอคลื่นไส้ใช่ไหม”

มันยิ่งแปลกขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าอีกฝ่ายกำลังเอาใจเธอ แต่ที่ยังลังเลอยู่ คือไม่แน่ใจว่าที่เขาทำอย่างนี้ ก็เพราะว่าเขากำลัง...

เห่อลูกคนแรกหรือเปล่า

อย่างไอ้ปิศาจคนนี้น่ะหรือจะห่วงใคร?

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง... ก็แสดงว่าตอนนี้ เธอมีอำนาจต่อรองที่มีแต้มต่อมากเลยไม่ใช่หรือ?

“ก็มีบ้าง” อีเล็กตราตอบคำถามอย่างสงวนท่าที เพื่อรอเหมาะสม

“แพ้อะไรบ้างล่ะ หรือมีอะไรที่อยากกินมากไหม”

“... เหม็นหน้า... เบลลา” ว่าพลางชายตามองลูกพี่ลูกน้องของตัวเองอย่างถือดี คนที่ตอนนี้หน้าเปลี่ยนเป็นแดงเข้มด้วยความโกรธที่เก็บไม่มิด “เห็นแล้วกินอะไรไม่ลง”

โวลเดอมอร์หัวเราะในลำคอ ตาสีแดงพลันสุกสว่างขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ “งั้นก็เดาว่าเธอคงจะต้องแพ้ท้องต่อไป เอาอะไรที่ง่าย ๆ อย่างสิ่งที่อยากกินเป็นพิเศษดีกว่า ฉันจะได้ให้คนจัดไปให้”

อีเล็กตราไม่ได้อยากกินอะไรเป็นพิเศษ และเธอก็ไม่ได้แพ้ท้องอะไรมากมายอย่างที่โวลเดอมอร์คิด ยังทานอาหารได้เกือบปกติจากที่เคยทานได้ เว้นก็แต่เวลาที่เบลลาทริกซ์มาเฝ้าคุมในแต่ละมื้อเท่านั้นที่จะกลืนไม่ค่อยลง ซึ่งก็คงจะตรงกับคำว่า เหม็นหน้า อย่างที่บอกเมื่อครู่นี้ที่สุดแล้ว

ดวงตาสีเทาอ่อนลอบมองอาหารนับสิบชนิดที่วางเรียงรายบนโต๊ะ และสะดุดเข้ากับเนื้ออบถาดยักษ์ที่ตั้งอยู่ริมขอบอีกด้านหนึ่ง ข้างกันกับถาดเนื้อนั้น มีส้อมอันใหญ่... แล้วก็มีดปลายแหลมสำหรับหั่นวางอยู่...

น่าสนใจ

“เนื้ออบตรงโน้น” คิดได้ดังนั้นก็ชี้นิ้วสั่งทันที “น่ากิน”

“เบลลา” โวลเดอมอร์เอ่ยเรียกเบลลาทริกซ์ ที่ตอนนี้เปลี่ยนสถานะเป็นเด็กเสิร์ฟอาหารไปเสียแล้ว หล่อนทำตามคำสั่งโดยการเสกถาดอาหารที่อีเล็กตราต้องการให้ลอยมาวางอยู่ตรงหน้า แต่ก็ยังไม่วายจิกกัดลูกพี่ลูกน้องของตัวเองอีกหนึ่งที

“กินช้า ๆ ล่ะ ระวังติดคอตาย”

ทว่าอีเล็กตราก็สวนคืนได้อย่างรวดเร็วทันใจ “ถ้าฉันตาย ศพเธอก็ไม่เหลือหรอกเบลลา”

เบลลาทริกซ์หน้าบึ้ง อารมณ์โกรธพุ่งทะลุเพดาน แต่เมื่อเห็นดวงตาสีแดงสดของโวลเดอมอร์ที่มองมา ก็ทำให้หล่อนต้องรีบนับเลขในใจเพื่อข่มความรู้สึก แล้วเดินกลับไปยืนที่มุมห้องในทันที

มือขาวซีดหยิบมีดมาหั่นเนื้อแบ่งเป็นชิ้นเล็กแล้วตักใส่จานให้อีเล็กตรา ที่ตอนนี้มองทุกการกระทำของเขาโดยไม่กระพริบตา ทว่าก็ยังไม่ทำอะไรที่มากกว่าการนั่งเงียบ ๆ

จนกระทั่งในวินาทีที่เห็นโอกาส เธอก็แย่งมีดออกมาจากมือเขา!

อีเล็กตราผุดลุกจากที่นั่ง ขยับหนีไปให้ไกลจากโวลเดอมอร์

“ปล่อยฉันไป ไม่อย่างนั้น... ฉัน-จะ-ฆ่า-มัน!

อีเล็กตราพูดช้าและชัดเจนทุกถ้อยคำ เธอกดปลายมีดลงที่ท้องน้อยของตนเพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเธอเอาจริง

“อย่าได้บังอาจทำร้ายทายาทของนายท่าน นังขยะ!” เบลลาทริกซ์กรีดเสียง ใบหน้าเป็นสีม่วงเข้มด้วยแรงโทสะ

“ฉันจะฆ่ามัน” เธอกดปลายมีดลงไปอีก “ปล่อย-ฉัน-ไป

ในขณะที่เบลลาทริกซ์ร้อนรนและเป็นกังวลต่อความปลอดภัยของทายาทของเจ้านายของหล่อน แต่ตัวโวลเดอมอร์กลับไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมาสักนิด เขานั่งมองอีเล็กตราจากทางหัวโต๊ะ ด้วยดวงตาสีแดงที่เย็นเยียบไร้ความรู้สึกใด

“ฉันไม่ได้ขู่นะ!” อีเล็กตราพูดอีกครั้ง “ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้”

“แก๊! … ” เบลลาทริกซ์โกรธจัด แต่ไม่กล้าขยับตัว เธอหันไปมองโวลเดอมอร์ ก่อนจะนิ่งไปเมื่อเห็นนายของตนค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาโบกมือสั่งให้เธออยู่ในความสงบ ก่อนจะเดินเข้าไปหาแม่ของลูกของตัวเองอย่างเชื่องช้า ราวกับงูใหญ่ที่เลื้อยเข้าหาเหยื่อ

“เธอจะฆ่ามันงั้นสินะ” โวลเดอมอร์เอ่ยเสียงเรียบ “มันคือลูกของฉัน ที่กำลังเป็นกาฝากอยู่ในตัวของเธอ เติบโตขึ้นทุกวินาที อีกไม่กี่เดือนก็คงคลอด” ดวงตาสีแดงสดจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีเทาอ่อน “ฉันคิดว่าเธอไม่ได้ขู่ฉันนะ เธออยากจะฆ่ามันจริงๆ ตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่ามีมันอยู่ในตัวเธอแล้วถ้าอย่างนั้น จะรออะไรละ ลงมือเลยสิ”

อีเล็กตราสะอึก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะไม่แยแสถึงความปลอดภัยของลูกของตัวเองขนาดนี้ แล้วที่ทำเหมือนสนอกสนใจเมื่อครู่นี้คืออะไร

หรือว่าเจ้าปิศาจตัวนี้กำลังปั่นหัวเธออยู่?

“ฉันจะฆ่ามัน!” อีเล็กตราพูดเสียงดังจนเกือบจะเป็นการตะโกน

“ตามสบาย”

อีเล็กตรามองร่างขาวซีดตรงหน้า จ้องเขม็ง กำมีดที่อยู่ในมือแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว เธอกดปลายมีดลงที่ท้องน้อยของตนเองลึกขึ้นกว่าเดิม และเหลือบมองดวงหน้าที่ไร้ความรู้สึกของอีกฝ่ายเป็นระยะ

มีดฝังลงไปลึกขึ้นเรื่อยๆ

ดวงตาสีเทาอ่อนสั่นระริก ท้องของเธอกำลังมีแผลขนาดใหญ่เกิดขึ้น มันเจ็บ แต่เธอทนได้ ถ้าเพียงแค่เธอสามารถกำจัดสัตว์ประหลาด

ที่อยู่ในตัวออกไปได้

ปิศาจที่เป็นลูกของเขา...

ลูกของเขา...

และ....

ของเธอ

ปลายมีดหยุดลงในเสี้ยววินาที...

ลูกของเธอ?

นี่เธอกำลังจะฆ่าลูกของตัวเองอย่างนั้นหรือ ถึงแม้ว่าจะเป็นลูกของโวลเดอมอร์ แต่อีกครึ่งหนึ่งของเด็กคนนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของเธอ

พ่อกับแม่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอมีชีวิต แล้วเธอจะเป็นคนฆ่าลูกตัวเองแบบนี้ได้ยังไง แม้ว่าจะเกลียด แม้ว่าจะชิงชัง แต่อย่างไรเสีย...

เด็กคนนี้ เขาก็แค่อยากจะเกิดมาไม่ใช่หรือ

เกิดเสียงบางอย่างตีกันไปมาอยู่ในหัว เธอกำมีดแน่น กดลงไปที่หน้าท้อง และหยุด กดลงไปอีก แล้วก็หยุด วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาอย่างยากจะตัดสินใจ ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันแน่น เธอสบถคำหยาบออกมาหนึ่งคำอย่างเกรี้ยวกราด ก่อนจะโยนมีดลงพื้นอย่างผู้พ่ายแพ้

โวลเดอมอร์เดาะลิ้น เขาเดินมาใกล้ มืดเรียวยาวขาวซีดเอื้อมมาจับที่บริเวณท้องน้อยของอีกฝ่ายไว้ -- อีเล็กตราขืนตัวหลบ แต่ก็เป็นการขัดขืนที่ไร้ประโยชน์เหมือนกับเรื่องต่างๆที่ทำมาตลอดเวลาที่ถูกจับมาอยู่ที่นี่ -- มือเย็นเยียบวางลงที่หน้าท้อง ลูบเบา ๆ บริเวณรอยแผล ดวงตาสีแดงชาดมองเข้าไปในตาของเธอ ก่อนจะเหยียดยิ้มที่น่าสยดสยอง

“ไม่ต้องพินิจใจ ฉันก็ดูออกว่าเธอคิดอะไร” เขาพูดเรียบ ๆ อีกครั้ง “ในตอนแรกเธออยากจะฆ่ามัน เธออยากฆ่าลูกของฉัน ฉันรู้สึกได้ แต่สักพักมันก็เปลี่ยนไป ความรู้สึกบางอย่างแทรกเข้ามาระหว่างความเกลียดชัง มันคือความผูกพัน... ความรัก” โวลเดอมอร์ทำเสียงเย้ยหยัน เต็มไปด้วยความรังเกียจ “ความเป็นแม่ทำให้เธอไม่กล้าฆ่าลูกตัวเองสินะ”

“ฉันจะพยายามทุกทาง...” อีเล็กตรากัดฟัน “ทุกวินาทีนับจากนี้ฉันจะพยายามหนีไปจากที่นี่ ไปกับลูกของฉัน และแกจะไม่มีวันได้เจอพวกเราอีก... ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่...ฉันจะหาทางฆ่าแกให้ได้”

โวลเดอมอร์เหยียดยิ้ม เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ อีเล็กตราเบือนหน้าหนี -- แต่ก็เช่นเคยที่ทำอะไรไม่ได้มากนัก -- ริมฝีปากของเธอถูกทาบทับ รู้สึกขยะแขยงและอยากอาเจียน มือเล็กผลักอกอีกฝ่ายออกอย่างบ้าคลั่ง เมื่อสัมผัสได้ถึงปลายลิ้นที่เกี่ยวกระหวัด เขากัดอย่างแรง รสชาติของคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในปาก และแล้วทุกอย่างก็หยุดลง

อีเล็กตราเช็ดริมฝีปาก คายก้อนเลือดที่ค้างอยู่ในลิ้นลงที่พื้น หายใจหอบถี่ จ้องมองมาที่เขาอย่างเคียดแค้น

“นั่นคงเรียกว่าความรักของแม่อย่างนั้นสิ” โวลเดอมอร์มองเธอ ดวงตาสีแดงนั้นหรี่ลง ราวกับกำลังหวนนึกถึงบางอย่าง “ความรักของแม่ทำให้เธอฆ่าลูกของเธอไม่ได้สินะ” เขาเดาะลิ้นราวกับสมเพช “งั้นเธอก็ยังไม่เกลียดมันมากพอ

เป็นคำพูดท่อนท้ายที่แปลกประหลาดจนสองสาวจนะกูลแบล็กที่ยืนฟังอยู่ชะงักไปพร้อม ๆ กัน

“...หมายความว่ายังไง” อีเล็กตราย้อนถาม

“หมายความว่า เพราะความรักของแม่ที่เธอมีทำให้เธอไม่สามารถฆ่าลูกตัวเองได้ แต่รู้อะไรไหม...” ดวงตาสีแดงวาวโรจน์อย่างน่าสยดสยอง เหลือบมองมีดที่วางนิ่งอยู่ที่พื้น ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะสะบัดปลายไม้กายสิทธิ์ของตัวเองอย่างรวดเร็ว “เธอฆ่ามันไม่ได้ แต่ฉันทำได้

มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด สับสนไปหมดที่อยู่ดี ๆ อีกฝ่ายก็พูดเรื่องน่ากลัวนี้ออกมาด้วยตนเอง ทว่าหลังจากนั้น ไม่ทันเข้าใจด้วยซ้ำว่าสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อนั้นคืออะไร ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าท้อง และในเสี้ยววินาทีต่อมาก็เจ็บร้าวขึ้นอีกครั้งในจุด ๆ เดิม

อะไร?

ดวงตาสีเทาก้มลงมองที่ท้องน้อย พบว่ามีดที่เธอโยนมันทิ้งไปเมื่อครู่กำลังปักอยู่ในตัวของเธอจนมิดด้าม และก่อนที่จะได้โต้ตอบหรือป้องกันตัว ร่างทั้งร่างก็ร่วงผล็อยลงแทบเท้าของอีกฝ่ายอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง

ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นก่อนที่จะไร้สติ คือโวลเดอมอร์ที่ปรายตาสีแดงสดมองเธออย่างสมเพช ทุก ๆ อย่างพร่าเลือน พร้อมกับร่างของเขาที่หันหลังเดินจากไป 

 

 


อีเล็กตราลืมตาตื่นขึ้นบนเตียงอย่างอ่อนล้า หอบหายใจอย่างหนักเมื่อนึกถึงฝันร้ายเมื่อสักครู่ เธอขยับร่างกายที่เมื่อยขบอย่างไร้เรี่ยวแรง จู่ ๆ ความรู้สึกเจ็บแปลบกลับแล่นขึ้นมาจากบริเวณท้องน้อย พุ่งตรงเข้าสู่สมองเสียเฉย ๆ

ความหวาดกลัวปรากฏขึ้นมาบนใบหน้า

อย่าบอกนะว่า...

มือเล็กผลักผ้าห่มออกจากตัว และพบกับภาพที่ทำให้หัวใจบีบรัดในอกอย่างหนัก

ท้องน้อยที่พันผ้าพันแผลเอาไว้ มีเลือดไหลทะลุผ้าบาง ๆ ออกมา มันเจ็บ เจ็บมาก แต่คงไม่มากเท่ากับใจที่แหลกสลายไม่มีชิ้นดีในตอนนี้

หยาดน้ำเอ่อคลอที่ขอบตา ก่อนจะร่วงผล็อยบนหน้าตัก

ลูก... ลูกของเธอ

ไม่.... ไม่ มันเป็นไปไม่ได้

“... อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก...”

  

 

ป่านนี้ไอ้เด็กไร้ประโยชน์นั่นคงตายไปแล้ว...

อีเล็กตราคงเสียใจจนทำอะไรไม่ถูก แล้วก็คงจะแค้นเขาเจียนคลั่ง

แต่ว่า... เขากลับไม่รู้สึกอะไรเลย ไม่เลยแม้แต่นิดเดียว

มันว่างเปล่าไปหมด ถ้าคนปกติรู้ว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกตายไปแล้ว มันจะเป็นยังไง

จะเศร้าโศกเสียใจเหมือนกับที่อีเล็กตรากำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้หรือเปล่า จะโกรธแค้นคนที่มาฆ่าลูกของตัวเองเหมือนกับเธอไหม หรือจะไม่เป็นอะไรเลยอย่างเขากันล่ะ?

ไม่เข้าใจเลย

มือเรียวยาวควงไม้กายสิทธิ์ในมือ ดวงตาเหม่อลอยพร้อมคิดเรื่องบางอย่างในหัว... เรื่องที่มีเพียงเขาแค่คนเดียวเท่านั้นที่รู้

ทุก ๆ อย่างดำเนินไปอย่างที่เขาต้องการ ตั้งแต่เรื่องที่อีเล็กตราตั้งท้อง การปล่อยให้เด็กคนนั้นเติบโตขึ้นอีกสักหน่อย จนกระทั่งถึงมื้อเย็นเมื่อสักครู่ ก็อยู่ในแผนของเขาทั้งหมด

เขาแสร้งแสดงละครให้เธอเห็นว่าเป็นห่วงเป็นใยเด็กคนนั้น ให้      อีเล็กตรารู้สึกว่าเธอสามารถใช้ชีวิตน้อย ๆ นั่นมาต่อรองกับเขาได้ และผลักดัน ให้คนที่เป็นแม่ต้องลองฆ่าลูกตัวเอง

การตัดสินใจลงมือเป็นสิ่งที่ทำได้ยากที่สุด แม้จะโกรธแค้นและชิงชัง จนถึงขั้นสาบานกับตัวเองว่าจะฆ่า แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องทำ คนหลายคนก็ไม่สามารถตัดสินใจพรากชีวิตของคนอื่นไปได้ เหมือนกับที่    อีเล็กตราไม่อาจทำใจฆ่าลูกของเธอกับเขาในวินาทีสุดท้าย

เพราะในความเกลียดชัง ก็ยังมีความรักแฝงเร้นอยู่ลึก ๆ

ความรักของแม่...

เหอะ เรื่องที่มีแต่คนอ่อนแอเท่านั้นที่จะรู้สึกได้

โวลเดอมอร์ค่อนข้างจะผิดหวัง เขาอุตส่าห์ทำการคัดเลือกคนที่จะมาตั้งท้องให้เขาอย่างพิถีพิถันขนาดนี้ แม้แต่คนที่ตรงกับคุณสมบัติที่สุดอย่างอีเล็กตรา ก็ยังพลาดไปได้ น่าเสียดายที่สุด

แต่เอาเถอะ อย่างน้อย การฆ่าลูกไปก็ทำให้เธอเกลียดเขามากขึ้น บางที ถ้าลองเริ่มใหม่อีกครั้ง มันอาจจะสำเร็จก็ได้

มือเรียวโบกสะบัดไม้กายสิทธิ์    จากนั้นในอีกไม่ถึงวินาที   ก็มีวัตถุ

กลมมนแปลกประหลาดลอยเข้าสู่มือ ดวงตาสีแดงมองเจ้าสิ่งนั้นนิ่งเงียบ ก่อนที่ภายในวัตถุนั้น จะค่อย ๆ ปรากฏเป็นกลุ่มควันสีเทาจาง ที่ขยับไหวได้ราวกับมีชีวิต

ลูกแก้วพยากรณ์

ควันที่ลอยวนเปลี่ยนรูปร่างอย่างรวดเร็ว มันกลายเป็นรูปร่างของคนที่ส่องสว่างในนั้น และส่งเสียงที่มีเพียงเขาที่ได้ยิน

...ทายาทของจ้าวแห่งศาสตร์มืดที่กำเนิดขึ้นจากความเกลียดชัง...จะสืบทอดพลังอำนาจของเขาอย่างไม่มีใครคาดคิด...ฝ่ายใดก็ตามที่ได้ตัวทายาทของจ้าวแห่งศาสตร์มืดไป...จะเป็นผู้ที่ได้รับชัยชนะตลอดกาล...

ทุกสรรพเสียงรอบตัวเงียบลงไป เหลือเพียงโวลเดอมอร์ที่ยังนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น ทว่าในทันทีที่ได้ฟังคำพยากรณ์นั้นจบอีกครั้ง ก็รู้สึกราวกับว่าแผนทั้งหมดที่วางเอาไว้กำลังจะประสบความสำเร็จในไม่ช้า

เกลียดสิ เกลียดเขา เกลียดให้มากขึ้น เพื่อที่เด็กที่เกิดมาคนนี้จะได้เป็นทายาทที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่โลกเวทมนตร์เคยเห็นมา

 



+++++++++++++

ฆ่าได้ทุกคนเว้นแค่เธอคนเดียว มันคือความจริง!!

เด็กในท้องไม่ใช่อีวานเจลีนค่ะ ว่ากันตามตรงคือลูกคนแรกที่ไม่มีโอกาสลืมตาดูโลกค่ะ ฉะนั้นอีวี่เลยเป็นคนที่สอง อีริดานัสคนสุดท้อง (อีเล็กตรานับว่าตัวเองมีลูกสามคนค่ะ แต่ปู่นี่ไม่รู้จะนับไหม) ถ้าคนโตยังอยู่ ไรต์อยากให้เป็นผู้ชายค่ะ อารมณ์พี่ชายดูแลน้องๆ แต่ก็นะ มันจำเป็น (เหรอ..?) เพื่อเสริมความเลวของปู่ให้หนักขึ้น เฮ้อ... ขอโทษนะหนู

อันที่จริง ตอนนี้เคยลงให้อ่านเเล้วประมาณ40% ทำให้เจ้าใจผิดว่าปู่เห่อลูก แต่แท้จริงแล้วนั้น... ขุ่นแม่เลยโดนทำร้ายจิตใจตามระเบียบ เฮ้อ

ความรู้สึกของปู่ที่มีให้เอลในพาร์ท before จะไม่เหมือนในพาร์ท between ค่ะ ช่วงนี้คงอารมณ์ของเล่นสักชิ้นที่ชอบมากกว่าชิ้นอื่นนิดหน่อย 

อย่าลืมสิ่งสำคัญที่สุดน้า...นั่นคือ

เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์

   เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์   

เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

690 ความคิดเห็น

  1. #661 noo-na (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 16:09
    ตกใจ นึกว่าอีวี่

    HNY นะคะไรต์
    #661
    1
    • #661-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 63)
      3 มกราคม 2563 / 23:08
      พี่ชายอีวี่จ้าาาาา สวัสดีปีใหม่ค่า
      #661-1
  2. #660 rekioz (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 22:07

    happy new yearค่ะ
    #660
    1
    • #660-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 63)
      3 มกราคม 2563 / 23:08
      ขอบคุณมากค่า สวัสดีปีใหม่ค่ะ
      #660-1
  3. #659 Death Davil (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 15:03
    ตอนแรกนึกว่าอีวี่ใจหายหมดเลย แต่ว่าตอนนี้...เกลียดปู่!!!!
    HNYนะคะไรท์
    #659
    1
    • #659-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 63)
      3 มกราคม 2563 / 23:08
      สวัสดีปีใหม่ค่าาาา
      #659-1
  4. #658 Stellae_Star (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 11:21

    รอนะคะ
    HNY ล่วงหน้าค่ะ ขอให้สุขภาพแข็งแรง มีความสุขค่ะ!!
    #658
    1
    • #658-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 63)
      3 มกราคม 2563 / 23:08
      สวัสดีปีใหม่ค่า
      #658-1