Harry Potter - [The Dark Heir] Ocx? feat. Lord Voldemort x Oc

ตอนที่ 64 : Before the Dark V: Ring

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    3 ม.ค. 63

STAR







Before the Dark V: Ring

Image result for tom riddle ring

ตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตใหม่ในนามของลอร์ดโวลเดอมอร์ เขาก็แทบหาคนที่กล้าต่อต้านเขาไม่ได้อีกเลย หลายปีมานี้ นอกจากพวกฝ่ายตรงข้ามซึ่งก็มีน้อยแสนน้อย ก็มีแต่คนที่เข้าหาเขาด้วยความยำเกรงเหมือนสัตว์ที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้ล่า

ทว่ากับคน ๆ หนึ่ง ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น

เมื่อหลายเดือนก่อน เขาได้รับคำทำนายเกี่ยวกับการมีทายาท แม้ว่าการพยากรณ์จะถือเป็นศาสตร์ที่หาคนที่มีความสามารถในด้านนี้อย่างแท้จริงได้ยากมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งกับเหล่าผู้สืบสายเลือดของนักพยากรณ์ผู้มีชื่อเสียงเมื่อหลายร้อยปีก่อนก็ตาม

ทว่าคนที่เขาเจอ คน ๆ นั้นเป็นของจริง มันคือคำพยากรณ์ที่แท้จริง ที่คนพยากรณ์โดนปลิดชีพไปทันทีที่พูดจบ จึงมีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้

เพราะอย่างนั้น... เขาถึงได้เริ่มออกคำสั่งให้ผู้เสพความตายออกไปหาคนที่จะทำหน้าที่อุ้มท้อง โดยมีคุณสมบัติที่ต้องการเพียงสองอย่างก็คือ หนึ่งเป็นพวกสายเลือดบริสุทธิ์ และสอง ต้องเป็นคนที่เกลียดเขา ยิ่งเกลียดมากก็ยิ่งดี

พวกสมุนหน้าโง่ไม่มีใครรู้ว่าเขาต้องการจะทำอะไร เพราะเขาก็ไม่คิดจะบอกแผนการในใจให้ฟัง คิดกันเองแค่เพียงว่าเขาต้องการหาคนมาเพื่อฆ่าทิ้งเล่น เพื่อจะกระจายข่าวสารในสังคมผู้วิเศษรู้ถึงความน่ากลัวของเขา ทว่าก็คิดกันผิดถนัด

เขาแค่ต้องการสร้างเด็กที่เกิดขึ้นมาจากความเกลียดชัง เพราะอย่างนั้น คนที่ตรงตามคุณสมบัติเพียงคนเดียวที่หาได้ นั่นก็คือ อีเล็กตรา

เธอไม่กลัวเขา เขาหาความหวาดกลัวจากดวงตาสีเทาอ่อนคู่นั้นไม่เจอเลยสักครั้ง แม้กระทั่งตอนที่เจอกันในวัยเจ็ดขวบ หลังจากที่เขาฆ่าพ่อกับแม่ของเธอ ก็ยังไม่เห็นความหวาดกลัวสักนิดเดียว

ยิ่งกว่านั้น นอกจากไม่กลัว อีเล็กตรายังเกลียดเขามากกว่าใครในโลก เธอพร้อมฆ่าเขาได้ตลอดเวลา และแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเกลียดเขา ไม่ว่าจะอย่างไรก็ยังเกลียด

เพราะอย่างนี้ เธอถึงเป็นคนที่เหมาะสมที่สุด

ทว่าแม้ว่าจะเหมาะสมแค่ไหน ในท้ายที่สุด อีเล็กตราก็ยังมีความรักในฐานะแม่ขึ้นมาจนได้

เขารู้ว่าเธอเกลียดเขา เกลียดมากจนอยากจะฆ่าให้ตาย แล้วก็ยังเกลียดไปถึงลูกที่อยู่ในท้อง แต่ไม่ว่าอย่างไร เศษเสี้ยวความรักและความห่วงใยที่มีให้กับชีวิตน้อย ๆ นั่นก็มีมากพอจนทำให้เธอไม่อาจเกลียดเด็กคนนั้นจนตัดใจฆ่าได้

ฉะนั้นแล้ว เด็กคนนี้ จึงไม่ใช่เด็กที่เกิดขึ้นมาจากความเกลียดชัง สำหรับอีเล็กตราอาจจะยอมมองว่าเป็นลูก แต่สำหรับเขา ก็เป็นแค่ก้อนเนื้อก้อนหนึ่ง ที่ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ต่อไป

เขาถึงได้ตัดสินใจฆ่าทิ้ง...

ในเมื่ออีเล็กตรายังไม่สามารถให้กำเนิดเด็กที่เกิดจากความเกลียดได้ จึงต้องทำให้เธอเกลียดเขามากขึ้น แล้วเริ่มทุกอย่างใหม่อีกครั้ง

โวลเดอมอร์หวังว่าการฆ่าก้อนเนื้อนั่นจะส่งผลให้เธอยิ่งแค้นเขามากขึ้น ทว่าในตอนนี้ กลับรู้สึกว่ามันไม่เป็นเช่นนั้นเสียแล้ว

หลังจากที่ร่างกายของอีเล็กตราหายจากอาการบาดเจ็บ เขาได้เริ่มกลับไปหาเธออีกครั้ง แล้วก็พบ ว่าความเกลียดชังที่สะท้อนอยู่ในดวงตาสีเทาอ่อนคู่นั้น หายไปจนแทบไม่มีเหลือ

เธอไม่ได้รู้สึกดีกับเขามากขึ้นหรอก อันที่จริง อีเล็กตราแทบจะไม่แสดงออกว่ามีความรู้สึกอะไรเลยกับเขาอีกแล้ว

ว่างเปล่า เขาเหมือนกับเป็นอากาศ และผู้หญิงคนนี้ก็แทบจะกลายเป็นแค่ร่าง ๆ หนึ่งที่ไร้ชีวิตจิตใจ บอกให้ทำอะไรก็ทำตามง่ายไปเสียหมด ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนที่แค่คิดว่าเขาจะออกคำสั่งกับเธอ ก็มักจะถลึงตามองแล้วก็สู้เสียขาดใจ ทั้งร้องห้ามทั้งก่นด่า ยิ่งดื้อยิ่งต่อสู้ก็ยิ่งทำให้น่าสนใจมากขึ้น พอเป็นอย่างนี้ก็พาลหมดอารมณ์ไปทุกครั้ง

เขาอาจเผลอทำลายเธอไปแล้วก็ได้

ดังนั้นตอนนี้ก็ยอมรับได้เลย ว่าโวลเดอมอร์ก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไร ที่จะปล่อยให้ของเล่นชิ้นโปรดต้องแหลกสลายย่อยยับไปอย่างนี้ เพราะฉะนั้น เขาคงต้องทำอะไรสักอย่าง

แต่มันแย่ตรงที่ยังนึกวิธีไม่ออกนี่สิ...

“เอ่อ... เจ้านาย” เสียงหนึ่งเอ่ยเรียก ทำให้พึ่งรู้ตัวว่าในตอนนี้ ไม่ได้มีแค่เขาที่อยู่ในห้องอีกแล้ว

“ลูเซียส”

ใบหน้าเสี้ยมแหลมนั้นยกยิ้ม โค้งหลังอย่างอ่อนน้อม ก่อนเดินมาใกล้ขึ้น “เจ้านาย ไม่ทราบว่าท่านอยากให้กระผลรับใช้อะไรหรือขอรับ”

โวลเดอมอร์ขยับตัวเล็กน้อย พลางหยิบบางอย่างที่วางไว้บนโต๊ะมาถือเอาไว้ “ฉันมีของจะให้”

ลูเซียสเดินเข้าไปหา สีหน้าภูมิอกภูมิใจในฐานะสมุนคนโปรด ที่มักจะได้รับความไว้วางใจจากโวลเดอมอร์มากกว่าใครทั้งหมด เขาเอื้อมมือมารับสิ่งที่อีกฝ่ายยื่นให้มาถือไว้ จากนั้นก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

มันเป็นสมุดบันทึกเล่มเล็กบาง หน้าปกเป็นหนังราคาถูกสีดำสนิท ที่มีตัวหนังสือประดับเอาไว้ ซึ่งพอจะอ่านได้ว่า...

TOM MARVOLO RIDDLE

“เก็บเอาไว้ดี ๆ มันสำคัญมาก”

แม้ว่าจะยังสงสัยว่าสิ่งที่ได้รับมานั้นคืออะไร และยิ่งสงสัยมากขึ้นว่าความเป็นคนโปรดของตนเองหมดลงไปจนได้ของไร้ประโยชน์มาอยู่กับตัวแล้วหรือ แต่ลูเซียสก็เก็บบันทึกนั้นไว้ แล้วค้อมตัวอย่างนอบน้อม

ดวงตาสีแดงสดมองตามแผ่นหลังที่ค่อย ๆ หายลับไป

โวลเดอมอร์กลับเข้าสู่ภวังค์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับไม่ใช่ภวังค์ที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ทว่ากลับเป็นการหวนไปนึกถึงเรื่องของคำทำนาย ที่เกี่ยวข้องกับคนที่จะมากำจัดเขา นั่นก็คือเจ้าเด็กน้อยพอตเตอร์

เขาเกือบจะไปถึงตัวพวกมันหลายครั้ง แต่พวกมันก็พากันหลุดรอดไปจากมือได้อยู่ร่ำไป ดังนั้นจึงต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างในอีกทางหนึ่งเสริมเข้าไว้ อย่างเช่นการหาคนทรยศในหมู่คนดี กับการเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับตัวเองเพิ่มไปอีก

เขาคิดมาได้สักระยะหนึ่ง ว่าควรจะจัดการอย่างไรกับฮอร์ครักซ์พวกนี้ มันมีที่อยู่ที่ดีในแต่ละชิ้นอยู่แล้ว เหลือก็เพียงแค่ของสามชิ้นที่เขายังเก็บไว้เองกับตัว แล้วก็ได้ข้อสรุปว่าควรจะฝากบางชิ้นไว้กับสมุนคนโปรดที่ทำงานดีมาตลอดให้ช่วยเก็บไว้ให้

เขาส่งมอบถ้วยของฮัฟเฟิลพัฟให้เบลลาทริกซ์ดูแลเมื่อวาน แล้วก็ในวันนี้คือบันทึกของเขาที่ยกให้ลูเซียส เหลือก็เพียงแค่ของชิ้นหนึ่งที่ยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะให้ใครจัดการต่อให้

ดวงตาสีแดงจ้องมองแหวนทองที่สวมอยู่ ส่วนที่ควรเป็นอัญมณีเหมือนเช่นแหวนทั่วไปแทนที่ด้วยหินทรงเหลี่ยมสีดำสนิท มันเป็นเครื่องประดับเดียวของเขา แถมยังเป็นฮอร์ครักซ์ชิ้นแรกที่ลองสร้างขึ้นมา จากการสังหารบิดารวมถึงปู่แล้วก็ย่ามักเกิ้ลสกปรกของตัวเองอีกด้วย

เขาคิดไม่ออกสักทีว่าจะส่งมอบต่อให้ใคร ในทั้งหมดนี้ ที่เหลืออยู่ก็คงเป็นโรโดลฟัส ที่ทำงานดีพอ ๆ กับลูเซียสและเบลลาทริกซ์ แต่ว่าการจะให้เสี้ยววิญญาณสองชิ้นไปอยู่ในความดูแลของคนที่เป็นสามีภรรยากัน ก็ดูเหมือนว่าจะอันตรายเกินไปหน่อย

ไม่สามารถเก็บไว้กับตัวได้ แต่ก็ไม่รู้จะเอาไปให้ใคร น่าจะเป็นปัญหาที่คิดไม่ตก พอ ๆ กับเรื่องที่จะทำอย่างไรที่จะทำให้อีเล็กตรากลับมาเกลียดเขาเหมือนเดิม

มือเรียวลูบสัมผัสที่แหวนของตัวเอง ดวงตาเหม่อมอง หลุดไปอยู่ในภวังค์ แล้วในที่สุด ก็นึกอะไรบางอย่างออก

รู้แล้วว่าควรทำยังไง...

 

 


ฤดูใบไม้ร่วงมาถึงได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่น่าแปลกที่สามวันที่ผ่านมาฝนกลับตกติดต่อกันไม่ได้หยุด และในที่สุด วันนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เห็นแสงอาทิตย์สาดลงมาในตอนเช้า

แม้สภาพการบาดเจ็บทางกายจะดีขึ้นจนหายสนิทแล้ว แต่อีเล็กตราก็แทบไม่ได้ลุกออกจากเตียงมาเลยถึงระยะหนึ่ง หากวันนี้ ด้วยเพราะแสงที่ส่องผ่านหน้าต่างมาอย่างเบาบางนั้นช่างดึงดูดอย่างน่าประหลาด เลยทำให้เธออยากจะลองลุกออกมาดูทิวทัศน์ที่ต่างไปจากในห้องบ้าง จึงเดินลากเท้า เหมือนไม่มีเรี่ยวแรง พาตัวเองมายืนที่ขอบหน้าต่างอย่างเหนื่อยล้าในที่สุด

 ยังมีหยดน้ำเกาะพราวอยู่ตามกิ่งก้านของของต้นไม้ ใบที่แห้งแก่ร่วงหล่นจนย้อมพื้นให้กลายเป็นเฉดสีน้ำตาล ทัศนียภาพภายนอกสวยงามราวกับเป็นภาพวาด พาให้จิตใจที่แห้งเหี่ยวไม่แพ้พืชพันธ์ในฤดูใบไม้ร่วงกลับมาชุ่มชื้นอีกครั้ง ทว่าอย่างไรเสีย ความเป็นจริงที่เธอก็ยังติดอยู่ในสถานที่ที่ไม่ต่างอะไรกับนรกอยู่ทุกวี่วันนั้นก็กระชากเธอออกจากความสุขเล็ก ๆ ได้เร็วอย่างคาดไม่ถึง

เธอตัดสินใจกลับไปนอนเหมือนเดิม ทว่ายังไม่ทันที่จะหมุนตัวได้แค่เพียงสักองศาเดียว  ร่างของเธอก็ถูกสวมกอดจากด้านหลัง ไม่ต้องหันไปมอง ก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าของท่อนแขนนี้เป็นใคร

“อยากออกไปเดินข้างนอกหรือ”

คนถูกถามนิ่งเงียบ ไม่อยากจะสนใจหรือตอบสนองใด ๆ ต่อท่าทีของเขา ไม่ว่าโวลเดอมอร์จะมาหาเธอในรูปแบบไหน จะร้าย... หรือดีเหมือนวันนี้ เธอก็ไม่อยากจะข้องแวะใด ๆ ต่อกันอีก

เธอว่างเปล่าไปแล้ว ตั้งแต่วันนั้น ที่การสูญเสียทำลายเธอไปอย่างย่อยยับจนไม่เหลือชิ้นดี จนไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงสำหรับไปคิดอะไร แม้กระทั่งความโกรธแค้นต่อบุคคลที่พรากลูกไปจากเธอ ก็ยังไม่มีแก่ใจจะนึกถึง

โวลเดอมอร์สอดมือข้างหนึ่งกอดเอวของเธอให้แนบแน่นขึ้น ใบหน้าคลอเคลียที่ลำคอ ก่อนที่มืออีกข้างจะสอดผ่านชายกระโปรงชุดนอน ลูบไล้วนเวียนอยู่ที่ต้นขา ทว่าอาการต่อต้านและรั้นสุดตัวอย่างเคย  กลับเปลี่ยนเป็นยืนนิ่งสนิทเหมือนกับท่อนไม้ ไม่ว่าจะทำอะไรที่มากกว่านี้ เธอก็คงจะตอบสนองเขาราวกับเป็นศพตายด้านศพหนึ่งเท่านั้น

พอเป็นอย่างนี้ก็พาลจะหมดอารมณ์ซะอีก...

เขาเปลี่ยนมาอุ้มเธอ พามานั่งที่ปลายเตียง แล้วก็ยืนมองนิ่ง ๆ ดูดวงตาสีเทาอ่อนที่ไม่โฟกัสที่ตัวเขา ทำราวกับเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไร้ตัวตน 

จากนั้น... ก็คุกเข่าลงตรงหน้า

ดวงตาสีแดงสดมองขึ้นมาจากระยะที่ต่ำกว่า เขาลองมาหมดทุกอย่าง บางทีน่าจะลองอะไรที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อน อย่างเช่นความอ่อนโยน แล้วในที่สุด...

นั่นไง มองมาแล้ว

แม้จะยังไม่ทำอะไรมากกว่าการจดจ้อง แต่นั่นก็ทำให้รู้ว่ามีบางสิ่งที่ทำแล้วได้ผล เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงเริ่มดำเนินการในแผนการต่อไปในทันที

มือขาวเผือดเอื้อมมากุมที่ฝ่ามือข้างซ้ายของอีเล็กตรา

“ฉันมีอะไรจะให้”

อีเล็กตราเอาแต่มองดูการกระทำผิดประหลาดนั้นด้วยความสับสน โวลเดอมอร์ดึงมือเข้าไปหา เธอรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่สัมผัสที่ข้อนิ้ว เมื่อเขาผละออกไป ก็เห็นถึงบางสิ่งแปลกปลอมที่เพิ่มขึ้นมา

นิ้วนางข้างซ้ายประดับไว้ด้วยแหวนสีทองสลับดำวงหนึ่ง

“มันเป็นแหวนประจำตระกูลของฉัน” ในความงุนงงเหล่านั้น คนที่ทำให้เกิดเรื่องทั้งหมดกลับยังพูดทุกอย่างได้อย่างน่าตาเฉยที่สุด “มันสำคัญกับฉันมาก ฉันเก็บไว้กับตัวตลอดเวลา... แล้วตอนนี้ ฉันอยากมอบมันให้เธอ คิดเสียว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของฉันก็แล้วกัน”

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ที่ทำให้เขาคิดว่าควรจะมอบส่วนหนึ่งของวิญญาณที่มีค่าของเขาให้กับเธอ แต่เพราะการไม่ตอบสนองกันเลยในทุกสถานการณ์อย่างที่เป็นอยู่ กลับทำให้เลือกที่จะลองทำสิ่งที่ดูจะบ้าดีเดือดอย่างนี้ดูบ้าง

มีแค่เขาคนเดียวในโลกที่รู้ว่าแท้ที่จริงเจ้าสิ่งนี้คืออะไร เธอจึงไม่รู้แน่ว่ามันเป็นฮอร์ครักซ์ และอาจคิดแค่ว่ามันเป็นแหวนประจำตระกูล แต่อย่างน้อยก็อาจทำให้นึกได้ว่า แหวนวงนี้สำคัญกับเขามากแค่ไหน

ซึ่งตอนนี้... กลับมามอบให้เธอ

ดวงตาสีเทาอ่อนสั่นระริก ในช่วงแรก อีเล็กตราได้แต่นึกว่าตัวเองกำลังฝันอยู่ หรือบางที ด้วยท่าทีไร้การตอบสนองใด ๆ มาตลอดนี้อาจทำให้เขาหงุดหงิดมากเกินไปจนตัดสินใจฆ่าเธอทิ้งไปแล้ว ใช่ เธอต้องตายไปแล้วแน่ ๆ ถึงได้เห็นภาพหลอนอยู่อย่างนี้

แต่ไม่... นี่เป็นความจริง

ดวงตาสีแดงสดที่มองกลับคืนมายังคงจดจ้องอยู่ที่ตัวเธอ เขายังคุกเข่าอยู่อย่างนั้น แล้วจู่ ๆ โวลเดอมอร์ก็ทำสิ่งที่ไม่เคยนึกฝันมาเขาจะทำเข้าอีกครั้ง...

ฝ่ามือเอื้อมหา อีเล็กตราสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายได้เอนตัวมาใกล้ ใบหน้าแนบชิดอยู่แถวหน้าตักพร้อมกับกุมมือเธอเอาไว้ จากนั้น ก็จุมพิตที่หลังมือ ตำแหน่งเดียวกับแหวนที่นิ้วข้างซ้าย

อะไร?

เกิดอะไรขึ้น...?

โวลเดอมอร์ที่คุกเข่าพร้อมกับจูบมือในตอนนี้ ใช่คน ๆ เดียวกับคนที่ชอบทารุณกรรมทั้งร่างกายและจิตใจของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าจริง ๆ หรือ คนที่ชั่วช้าไม่มีที่สิ้นสุดอย่างนั้น จะทำเรื่องแบบนี้ไปได้อย่างไร

จับเธอมา บังคับให้ตั้งครรภ์ลูกของเขาอย่างไม่เต็มใจ แสดงละครราวกับห่วงใยเด็กในท้อง จากนั้นก็ฆ่าทิ้งอย่างเลือดเย็น ทำร้ายกันสาหัสครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วพอมาวันนี้... ก็มาทำดี จะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร?

เขายังต้องการอะไรจากเธออีก

ทำไม ทำไม ทำไม?

“แก... แกจะเอาอะไรจากฉันอีก!” อีเล็กตราผุดลุกขึ้นยืน ถอยห่างไปจากเขา จ้องมองมาอย่างเคืองแค้น กำหมัดแน่น เล็บจิกลงบนฝ่ามือจนห้อเลือด “กับทุก ๆ อย่างที่ผ่านมา แกยังต้องการอะไรจากฉัน”

เธอพยายามจะถอดแหวนที่ได้รับมาออกจากข้อนิ้ว หากไม่ว่าจะทำอย่างไร ก็ถอดไม่ออกสักที มันทำให้โมโหจนแทบคลั่ง ภูเขาไฟที่ปะทุกดดันอยู่นี้ต้องได้รับการระบายออก ความโกรธเกรี้ยวและเดือดดาลในใจทำให้เธอคว้าเอาแจกันดอกไม้ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ มาโยนใส่เขาเต็มแรง!

ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจ ว่าแค่สะบัดไม้กายสิทธิ์เพียงเล็กน้อยก็ทำให้แจกันที่โยนใส่ลอยไปอีกทางหนึ่งได้ แต่เพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรถึงจะหายโมโห จึงทำได้เพียงขว้างของชิ้นต่อ ๆ ที่หาได้ไปใส่เขาไปโดยไม่ยั้ง

ด้วยแรงนี้ ทำให้มันพุ่งไปกระแทกกับผนังจนแตกกระจาย

ท้ายที่สุด ก็ไม่มีอะไรเหลืออีกต่อไป

โวลเดอมอร์เดินเข้ามาหา โดยที่ไม่รู้ตัว อีเล็กตรากลับถอยร่นไปในทุกจังหวะที่เขาก้าวเท้า จนกระทั่งหยุดอยู่ที่มุม ๆ หนึ่งของห้อง ใบหน้าขาวเผือดยื่นมาหาพร้อมกับการแสยะยิ้ม จากนั้นรอยสักที่แผ่นหลังของเธอก็ร้อนผ่าวขึ้นมา เขาไม่ได้ทำให้มันร้อนจนแทบทนไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน แต่ทำเพียงเพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะไร้เรี่ยวแรงต่อต้านเขาเท่านั้น

อา... ในที่สุด อีเล็กตราคนเดิมก็กลับมาแล้ว

 โวลเดอมอร์ค่อนข้างพอใจ เขาเดินเข้าไปใกล้ขึ้น บดเบียดร่างกายเข้าแนบชิด กดจูบลงบนริมฝีปากอิ่ม จากช่วงหลายเดือนที่เธอกลายเป็นเพียงเปลือกที่ว่างเปล่าซึ่งทำให้ไม่อยากแตะต้อง ทว่าในตอนนี้ รสสัมผัสที่ได้รับนั้นมีชีวิตชีวา และอาจเพราะห่างหายไปนานหรือเปล่า ที่ทำให้โวลเดอมอร์คิดว่าเธอนั้นมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าแต่ก่อนมากทีเดียว

ฝ่ามือสอดประสานเข้ากับมือของเธอ แล้วก็ดึงมาจุมพิตลงบนแหวนอีกครั้ง

“เอาไอ้แหวนอัปลักษณ์นี่กลับไปเลย!” อีเล็กตราตะโกนใส่อย่างเกรี้ยวกราด พยายามสะบัดมือหนี แต่ก็ยังไม่หลุดจากการเกาะกุมอยู่ดี “ฉันไม่ต้องการอะไรจากแก! ออกไปไกล ๆ เลยไป”

ทว่าสิ่งที่เธอทำกลับยิ่งทำให้โวลเดอมอร์ชื่นชอบมายิ่งขึ้น 

ไม่

“ฉันไปทำอะไรให้แกนักหนา ทำไมไม่ฆ่าทิ้งไปซะ จะทรมานฉันแบบนี้ทำไม! ฆ่าสิ ฆ่าให้ตาย ๆ ไปซะไอ้บ้าเอ๊ย!

“ฉันจะฆ่าเธอได้ยังไงล่ะเอล” ว่าพลางคลอเคลียที่แก้ม “เธอต้องมาเป็นแม่ของลูกฉันอยู่นี่”

“ฉันจะไม่ท้องกับแกอีก” อีเล็กตราเบือนหน้าหนี “ไอ้ตัวประหลาดแบบแก มีแค่คนเดียวก็เกินพอแล้ว”

โวลเดอมอร์แสยะยิ้ม “...เดี๋ยวก็รู้”

ดวงตาสีแดงสดที่จ้องมองมานั้นแสดงออกได้อย่างชัดเจนว่าเขาเอาจริง และสำหรับการตั้งครรภ์ครั้งก่อน ก็ยืนยันว่าไม่ว่าเธอจะขัดขืนสักเพียงใด ในสักวันหนึ่ง มันก็จะต้องเกิดขึ้นอีกครั้งแน่นอน

เธอเกลียดเขา หลังจากที่ยอมรับชะตากรรมของตัวเอง และหมดแล้วซึ่งกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ ทำให้เธอหยุดความคิดที่จะต่อต้านหรือรู้สึกข้องเกี่ยวใด ๆ ด้วยอีก อยากจะทำอะไรกับเธอ หรือจะฆ่าทิ้ง เธอก็ไม่คิดว่ามันสำคัญอีกต่อไป

ทำร้ายกันอย่างไม่น่าให้อภัย แต่ในตอนนี้ กลับมาทำดีด้วย สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือความไม่เข้าใจและสับสน จนกระทั่งแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ รู้สึกโกรธแค้นที่เขาเห็นเธอเป็นเพียงของเล่น ที่จะทำอย่างไรด้วยก็ได้แค่เพียงอยากจะทำ

“ฉันเกลียดแก!” เธอตะโกน “ถ้าแกจะให้ฉันท้อง ฉันก็จะฆ่าไอ้ปิศาจตัวนั้น ฉันจะทำทุกทางไม่ให้มันได้เกิดมา” ดวงตาสีเทาอ่อนจ้องเขม็ง “แต่ถ้าเกิดว่ามันดันรอด... ถ้ามันไม่ยอมตาย ถ้าฉันต้องคลอดมัน... ฉันจะสอนมัน... ใช่! ฉันจะสอนให้มันเกลียดแกเหมือนที่ฉันเกลียด ฉันจะทำให้มันอยากฆ่าแกเหมือนที่ฉันอยากฆ่า ฉันจะเลี้ยงดูมันแต่ฉันจะเกลียดมัน และมันจะไม่มีวันได้รับความรักจากฉัน!

มันคือคำปฏิญาณที่เธอสัญญาว่าจะทำให้กับเขา ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เธอจะเกลียดเด็กที่จะต้องเกิดมาในอนาคตนี้ รวมถึงเกลียดพ่อของมันด้วย

โวลเดอมอร์ที่อมยิ้มกับทุกคำก่นด่า ยื่นหน้าเข้าหา บดเบียดริมฝีปากอย่างเร่าร้อนและรุนแรง ฝ่ามือตะโบมลูบไปทั่วทั้งร่างอย่างหลงใหล แล้วก็ถอนจูบออกมา ดวงตาสีแดงสดที่มองมาอยู่นั้นยิ่งทำให้เกลียดชังได้มากกว่าเก่า

อีเล็กตราพูดไปเยอะมาก อาจเป็นการพูดคุยที่ยาวที่สุดที่เคยพูดกับโวลเดอมอร์ แม้ทั้งหมดที่ออกจากปากจะมีเพียงคำก่นด่า แต่การที่ทำเช่นนั้น เธอก็หวังเล็ก ๆ ว่านั่น อาจทำให้อีกฝ่ายโกรธเคืองและสังหารเธอให้จบ ๆ ไปเสีย

ทว่า... เธอคิดผิดถนัด

โวลเดอมอร์ทำเพียงตอบว่า...

เยี่ยม

 

 



ค่ำแล้ว...

ไอ้ปิศาจ

อีเล็กตราก่นด่าเขาในใจ หลังจากฟื้นขึ้นจากนรกที่พึ่งผ่านพ้นถึงค่อนวันนั้น พื้นที่นอนอยู่เย็นเยียบ จนร่างกายเปลือยเปล่าสั่นสะท้าน แต่ก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะพาตนเองให้ลุกไปไหนได้

แสงจันทร์ที่สาดลงมาเบาบางทำให้มองไม่เห็นอะไรชัดเจนนัก ในห้องมืดไปหมด ไม่รู้ว่าโวลเดอมอร์ออกไปตอนไหน...

อีเล็กตรานอนหมดอาลัยตายอยากอยู่อย่างนั้น หวังเพียงว่าถ้าเป็นไปได้ ถ้าผล็อยหลับไปอีกครั้ง ก็ไม่อยากที่จะตื่นขึ้นมาอีก

หยาดน้ำหยดเล็ก ๆ ไหลออกมาจากหางตา

เมื่อไรมันจะจบลงสักที...





++++++++++++++++++++++++++

Will you marry me?

มันควรจะให้อารมณ์สุขสันต์สิ ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้นะปู่

เรื่องแหวน เราใส่เข้ามาให้ปู่มอบให้อีเล็กตราค่ะ ซึ่งในตอนหน้าจะดึงไปเข้ากับหนังสือแบบเเว้บๆด้วย

รอติดตามค่าาาาาาาาาาาา

 นับถอยหลังอีก 3 ตอนจะครบเท่าที่บอกว่าจะลงให้อ่านแล้วค่ะ 

อย่าลืมสิ่งสำคัญที่สุดน้า...นั่นคือ

เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์

   เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์   

เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

690 ความคิดเห็น

  1. #663 noo-na (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 12:40
    โกรธปู่ สงสารเอลลี่
    #663
    0
  2. #662 Aom_1204 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 23:46
    เรื่องนี้สงสารอีวานเจลีนสุด น้องเป็นสนามอารมณ์ทุกฝ่ายเลย
    #662
    0