Harry Potter - [The Dark Heir] Ocx? feat. Lord Voldemort x Oc

ตอนที่ 58 : The Dark Between VII: The Beginning of the End

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 607
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    17 ธ.ค. 62

STAR






ฟังเพลงไปด้วยได้อารมณ์ดีเหมือนกันนะคะ

ตรงกับเนื้อเรื่องที่สุดเลยค่ะ


The Dark Between VII: The Beginning of the End

สายลมปะทะหน้า  พร้อมกับแสงแดดอ่อนที่แทรกตัวผ่านรอยแยกของม่าน กระทบกับองศาสายตาพอดิบพอดี อีเล็กตราจึงงัวเงียตื่นขึ้นมา ในทันทีที่รู้สึกตัว สองมือก็คลำปะป่ายไปข้างกายราวกับกำลังควานหาบางอย่าง เมื่อพบว่าสิ่งที่เหลืออยู่คือผ้าปูนอนที่เย็นเยียบและว่างเปล่า ก็ทำให้ดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

ไปไหนอีกแล้ว...

มือเล็กรวบผืนผ้าห่มขาวบางมาคลุมตัว ตาสีเทาอ่อนกระพริบสามสี่ครั้ง สอดส่ายไปมาจนทั่วห้อง กระทั่งพบใครบางคนที่มองหายืนหันหลังข้าง ๆ เตียง

อยู่นี่เอง...

“จะไปไหน”

คนถูกถามยังคงไม่ตอบสนอง มือของเขาถือไม้กายสิทธิ์สีขาวซีดของตัวเองไว้ ควงผ่านข้อนิ้ว เชื่องช้าราวกับคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ ก่อนจะตอบออกไปเรียบๆ

“ไปข้างนอก”

อีเล็กตราหันหลังไปอีกทางทันควัน คำตอบที่ไม่ได้ทำให้รู้อะไรมากขึ้นแบบนี้ทำให้เธอหงุดหงิด หรืออาจถึงขั้นโกรธ นี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่คนอย่างโวลเดอมอร์เลือกจะเก็บทุกการกระทำของตนเองเอาไว้เป็นความลับ ไม่ยอมบอกใคร แม้กระทั่งเธอ

เมื่อก่อนไม่เคยคิดอยากรู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะไปไหนหรือทำอะไร ยิ่งไม่เคยรู้สึกอะไรเลยนอกเสียจากความเฉยชาเมื่อพบว่าอีกฝ่ายไม่เคยบอกอะไรให้ฟังสักครั้ง โวลเดอมอร์ก็เป็นแบบนี้ และอีเล็กตราก็เป็นอย่างนี้ คนที่มักทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวมาโดยตลอด... กับคนที่ไม่เคยคิดจะสนใจว่าชายที่เกลียดมากกว่าใครจะมีแผนการอะไรอยู่ในใจ

แต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน ที่มีอะไรบางอย่างที่อธิบายไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างกัน ความแปลกประหลาดนั้นทำให้อีเล็กตราเผลอคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไปหน่อย... ที่ดันไปคิดว่าอีกฝ่ายจะยอมบอกอะไรกับตนมากขึ้น... 

หรือ... 

ไว้ใจเธอมากขึ้น....

เตียงยวบยาบอยู่ใกล้ ๆ พร้อมกับมือเรียวยาวที่โอบกอดจากด้านหลัง ใบหน้าขาวเผือดคลอเคลียที่ต้นคอและบ่าที่เปลือยเปล่า เลื่อนขึ้นมาที่ใบหู ลากลิ้นไล้เลียอย่างหลงใหล แล้วกระซิบเบา ๆ

“ฉันจะไปฮอกวอตส์” ลมหายใจเย็นเยียบนั้นทำให้เผลอกลั้นหายใจ หรือบางที... อาจจะเกิดขึ้นเพราะเขายอมบอกเธอว่าจะทำอะไรเป็นครั้งแรกก็ได้ “ที่นั่น... ข้างทะเลสาบ มีสุสานหินอ่อนตั้งอยู่... ที่พำนักสุดท้ายของดัมเบิลดอร์”

อีเล็กตราหันหน้ามาหาเขา อยากถามคำถาม หากในทันทีที่หันมาได้  อีกฝ่ายก็ยื่นหน้าเข้าใกล้พร้อมกับบดเบียดริมฝีปากแนบชิด  จูบนี้ไม่อ่อนโยนเช่นที่ได้รู้สึกเมื่อคืน หากแต่เต็มไปด้วยความร้อนแรงอย่างที่สุด

เธอผลักเขาออก พลางต่อว่าเสียงแข็ง หน้าแดงเรื่อขึ้นมาเฉยๆ

“เป็นบ้าหรือไง!

โวลเดอมอร์ยิ้ม... กับอาการราวกับเขินอายนั้น

“เรามันก็บ้าพอ ๆ กันนั่นแหละนะ แล้วเธอว่ายังไงล่ะ ระหว่างฉันกับเธอ ใครบ้ากว่ากัน”

อีเล็กตราไม่อยากจะตอบเขา จึงถามคำถามที่คิดจะถามในตอนแรกแทน 

“ไปทำอะไรที่นั่น จะไปสุสานของดัมเบิลดอร์ทำไม”

อีกฝ่ายนิ่งเงียบไปนานพอสมควร 

ในขณะนั้น... ก็ทำให้เธอพอจะเดาได้ว่าเขาคงไม่ยอมตอบคำถามของเธอแน่ ๆ เหมือนกับครั้งก่อน ๆ ที่ทำอะไรโดยไม่บอกใครเสมอ

ทว่า...

“มันเป็นตำนาน... หรือไม่ก็นิทานที่มีอยู่จริง” โวลเดอมอร์ยอมเปิดปากในที่สุด “อาวุธทรงพลังที่สุด... ไม้กายสิทธิ์ที่มีอำนาจเหนือไม้ใดในโลก ไม้กายสิทธิ์ที่จะทำให้เจ้าของชนะการประลองเสมอ ไม้กายสิทธิ์ที่มีค่าคู่ควรแก่พ่อมดที่เอาชนะยมทูตได้--

--ไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์” อีเล็กตราแทรกขึ้นทันควัน “มันก็แค่เรื่องหลอกเด็ก นั่น นิทานของบีเดิ้ลยอดกวี ในตู้หนังสือนี่ก็มี”

“มันมีอยู่จริง” โวลเดอมอร์เสียงแข็งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “ฉันค้นพบมัน สืบย้อนรอยประวัติศาสตร์เลือดจนกระทั่งเจอเจ้าของคนล่าสุดที่ได้ครอบครองมัน... นั่นคือดัมเบิลดอร์”

ถ้าสิ่งที่พูดเป็นความจริงก็ต้องเกิดเรื่องเลวร้ายต่อจากนี้อีกมาก    อีเล็กตราเดาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายหมายจะครอบครองไม้เอลเดอร์ด้วยเหมือนกัน ความกระหายในพลังอำนาจของเขาไม่เคยมีที่สิ้นสุด สิ่งที่จะทำต่อไปต้องเป็นการแย่งชิงมันมาแน่นอน

“เมื่อฉันมีไม้นั่นอยู่ในมือ ก็จะไม่มีใครสามารถเอาชนะฉันได้ ฉันจะแข็งแกร่งที่สุด เป็นจอมพ่อมดเหนือพ่อมดคนอื่นในโลก” นั่นเป็นความต้องการที่เขาคิดมาโดยตลอด แม้แต่ตอนที่ใช้ไม้ยิวแกนกลางขนฟีนิกส์อันเดิมก็คิดแบบนี้ “แล้วฉันจะฆ่าพอตเตอร์ด้วยมือตัวเอง”

“แล้วไม้เก่าของแกล่ะ” อีเล็กตราย้อนถามอีกครั้ง มือก็เหลือบมองไม้กายสิทธิ์ที่อยู่ในมือของเขา “ภูมิใจนักหนากับไม้นี่ไม่ใช่หรือไง”

มันเป็นไม้ที่ดีและทรงพลังอำนาจ ที่เธอรู้ว่าเขาใช้มานานหลายสิบปี เรียนรู้เวทมนตร์ทุกแขนงมาพร้อมกับเจ้านายของมัน สิ่งที่มีค่าที่สุดรองลงมาจากชีวิตอมตะของตัวเองอย่างนั้น...  จะทำอย่างไรต่อไป...

โวลเดอมอร์ลุกขึ้น ไม่ตอบคำถาม เหมือนคนที่กำลังเตรียมตัวจากไป  หากก่อนไปก็ยังเดินอ้อมมาหยุดยืนตรงหน้าของอีเล็กตรา มือขยุ้มบนเส้นไหมบางเบาสีดำสนิทนั้น ค้อมตัวพร้อมก้มลงสูดดมกลิ่นหอมเบาบางจากเรือนผมที่ค่อนข้างยุ่งของอีกฝ่าย กลิ่น... ที่ไม่ว่าจะดอมดมกี่ครั้งก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อ

น่าแปลกใจเหลือเกินที่คนที่ปกติจะต่อต้านเขาในทุก ๆ เรื่องอย่างอีเล็กตรา ก็ยังปล่อยให้อีกฝ่ายทำเช่นนั้นต่อไป ไม่ผลักไสไล่ส่งเหมือนเมื่อก่อน เธอหลับตาพริ้ม ฝั่งใบหน้าลงไปกับอ้อมอกของชายตรงหน้า อีกทั้งมือเล็กยังดึงรั้งชายเสื้อของโวลเดอมอร์เอาไว้โดยไม่รู้ตัว 

พวกเขาหยุดอยู่อย่างนั้น...

เวลาผ่านไปอย่างเนิบช้า อ้อยอิ่ง ราวกับว่าทั้งสองอยากจะเก็บช่วงเวลานี้เอาไว้ให้นานที่สุด บันทึกเอาไว้ในความทรงจำ ทั้งอุณหภูมิที่เย็นเยียบและอบอุ่นของกันและกัน รวมทั้งกลิ่นกายที่อบอวลราวกับกำลังโอบกอดอีกฝ่ายเอาไว้

ทว่าสุดท้ายช่วงเวลาเหล่านั้นก็จบลง โวลเดอมอร์สัมผัสปอยผมที่ปรกหน้าของอีเล็กตราทัดไว้กับใบหู มือแตะเบา ๆ ที่ข้างแก้มอย่างลืมตัวก่อนจะผละออกไป 

“ไม่เกินสามวันฉันจะกลับมา พร้อมกับโลกเวทมนตร์ทั้งหมดที่จะเป็นของฉัน”

“ถ้าไม่กลับล่ะ” อีเล็กตราแสยะยิ้ม ท่าทีเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ราวกับเป็นคนละคน แต่นั่นไม่ได้ทำให้อีกคนที่มองอยู่แปลกใจนัก “ฉันจะไปฉลองที่ไหนดี”

เสียงหัวเราะในลำคอลอยมากับลม ทว่าไร้ซึ่งคำตอบ...

เขาหันหลังเดินห่างออกไป ร่างกายเริ่มสลายเป็นควันไฟ ลอยสูงขึ้นจากพื้นไปเรื่อย ๆ แล้วแทรกตัวผ่านช่องว่างของหน้าต่าง ออกไปนอกตัวห้อง หากชั่วขณะที่กำลังจะมุ่งหน้าไปที่ฮอกวอตส์อย่างที่ได้บอกเอาไว้ในตอนแรก เขาก็เอ่ยบางอย่างขึ้นกับเธอ

“บ้านกลางป่า... สักแห่งล่ะมั้ง”

อีเล็กตราผุดลุกขึ้นทันควัน ลากร่างกายที่เมื่อยขบพร้อมกับผ้าห่มผืนบางที่คลุมตัววิ่งไปที่หน้าต่าง ก่อนจะพบว่าที่ด้านนอกนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าเสียแล้ว

                                                   
       

Image result for decorative line png




        ไม่เกินสามวันฉันจะกลับมา...

เขาบอกกับเธออย่างนั้น

วันแรกผ่านไปโดยไร้ร่องรอยของคนพูด พร้อมกับการเรียกรวมพลครั้งใหญ่ ผู้เสพความตายและสมุนที่ภักดีทั้งหมดต่างพากันมุ่งหน้าไปที่ฮอกวอตส์ ไม่เว้นแม้แต่ครอบครัวมัลฟอยที่พึ่งจะถูกลงโทษจนเกือบตายก็หายหัวไปจนบ้านทั้งหลังแทบจะกลายเป็นบ้านร้าง ทิ้งไว้แค่เอลฟ์ประจำบ้านแก่ ๆ หนึ่งตัวเพื่อให้ดูแลเธอ

อีเล็กตราอยากรู้ข่าวคราวความเป็นไป และพยายามจะลองออกไปด้านนอก แต่ก็ได้รู้ในเย็นวันนั้นเอง ว่าตัวเธอนั้นโดนคาถาพันธนาการ จำกัดบริเวณเอาไว้ให้อยู่แต่ในห้อง ไปไหนไม่ได้เลยสักนิด

มาร่ายคาถาไว้ตอนไหน... ตอนที่เธอหลับอยู่งั้นหรือ... ไอ้บ้าเอ๊ย

มันเป็นคำก่นด่าอย่างหงุดหงิดใจ วนเวียนไปมาตลอดทั้งวัน ยิ่งโดนขังเอาไว้ในห้องอย่างนี้ยิ่งทำให้นึกคำสาปแช่งได้ง่ายขึ้นไปใหญ่

จนกระทั่งผ่านไปถึงวันที่สอง... เขาก็ยังไม่กลับมา

เฉยไว้ก่อน อีเล็กตราได้แต่บอกตัวเองอย่างนั้น เพราะถึงอย่างไรเสียก็ไม่สามารถทำอะไรที่ดีกว่านั้นได้อยู่ดี

เธอเดินวนเวียนในห้อง สลับไปมาระหว่างตู้หนังสือ โซฟาหน้าเตาผิง และเตียงนอน ใช้คำว่าหายใจทิ้งไปวัน ๆ ได้เต็มปาก จนกระทั่งแสงแรกของเช้าวันที่สามสาดผ่านหน้าต่างห้องนอน ก็ยังไม่มีวี่แววว่าคนที่พูดกับเธอตอนนั้นจะกลับมา

โดนฆ่าตายไปแล้วหรือยังไงกัน

ดี... ตายไปได้เสียก็ดีแล้ว

อีเล็กตราไม่รู้จะทำอย่างไร เธอเบื่อกับการโดนขังไว้ในห้องเหมือนนักโทษแบบนี้ นึกโทษคนที่กักบริเวณเธอโดยที่ไม่บอกอยู่ร่ำไป

ทว่าในขณะที่เอาแต่ก่นด่าสาปแช่งอยู่นั้น ก็เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดบนแผ่นหลัง ที่บริเวณตรามารขนาดยักษ์นั้น 

นั่นก็คือ...

เธอไม่รู้สึกอะไรเลย

มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทุก ๆ ครั้งเธอจะสัมผัสได้ถึงการเชื่อมโยงบางอย่างผ่านเจ้าสิ่งนี้ เธอเคยสัมผัสได้ถึงโวลเดอมอร์แทบจะในทุกช่วงเวลาที่มีสติสัมปชัญญะ หากครั้งนี้กลับมีแต่ความว่างเปล่า ราวกับการเชื่อมต่อทุกอย่างถูกตัดขาด ตรามารกลายเป็นเพียงแค่รอยสักธรรมดาสามัญที่ไร้ความวิเศษใด ๆ 

หายไปไหน...

อีเล็กตราวิ่งออกไปนอกห้อง และพบว่าเส้นเชือกมนตราที่มักจะล่ามที่ข้อเท้าทุกครั้งที่ก้าวพ้นเขตแดนที่กำหนดก็หายไปอีกเช่นกัน

เกิดอะไรขึ้น...

จากที่เคยเยือกเย็นและสงบนิ่ง กลับเปลี่ยนเป็นลนลาน ในวินาทีที่ก้าวพ้นออกมาจากห้อง เธอจึงรีบออกวิ่งอย่างรวดเร็ว ผ่านห้องหับต่าง ๆ ออกไปนอกคฤหาสน์ จนกระทั่งถึงรั้วเหล็กสีดำที่ล้อมพื้นที่ทั้งหมดเอาไว้

แต่ละก้าวที่ผ่านไปนั้นทำได้ง่ายเสียยิ่งกว่าปอกกล้วย มันไม่เคยง่ายขนาดนี้ ทุกครั้งมักจะมีนาร์ซิสซาหรือพวกเอลฟ์ดักอยู่ หรือไม่ก็เป็นเชือกที่พันธนาการเอาไว้จนไปไกลกว่านี้ไม่ได้

แต่ครั้งนี้... กลับว่างเปล่า

เธอต้องไปฮอกวอตส์...

มันคือที่โวลเดอมอร์บอกก่อนจะจากไป เขาน่าจะอยู่ตรงนั้น

แต่คฤหาสน์มัลฟอยกับโรงเรียนอยู่ไกลเกินไป ไกลมากจนไม่อาจไปถึงได้อย่างรวดเร็วหากใช้วิธีปกติ ถ้าอย่างนั้นเธอก็ต้องใช้การหายตัว หรือเครือข่ายฟลู ไม่ก็ไม้กวาดสักด้าม เพื่อย่นเวลาลง

ทว่าสามวิธีที่นึกออกก็ไม่สามารถทำได้ในการปฏิบัติจริง

เธอหายตัวไม่เป็น... และพวกมัลฟอยคงจะปิดผนึกเตาผิงทุกเตาที่ใช้ได้ไว้หมดแล้ว รวมถึงห้องเก็บไม้กวาดก็ด้วย

...เธอแค่ต้องตั้งจิตใจไว้กับมัน และยอมรับว่าไม่ว่าจะสูญเสียอะไรไปเธอก็พร้อมจะใช้ศาสตร์นี้ พร้อมกับการแลกเปลี่ยนพลังชีวิตนิดหน่อย ขอแค่นั้น แล้วเธอก็จะสามารถไปที่ไหนก็ได้ที่เธอต้องการ...

อย่างไม่ทราบสาเหตุ คำพูดของใครคนหนึ่งได้ผุดขึ้นมาจากความทรงจำ

ไม่ต้องคิดอีกต่อไป อีเล็กตราหลับ ตาตั้งสมาธิ ในตอนนี้เธออยู่ในสภาวะที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อจะไปที่ฮอกวอตส์ให้ได้เร็วขึ้น ท้ายที่สุด... ร่างกายก็เปลี่ยนเป็นเหมือนกับควันไฟ ลอยสูงขึ้นไปบนฟากฟ้า

การบินช่วงชิงพลังชีวิตของเธอไป อีเล็กตรารู้สึกเหนื่อยยิ่งกว่าคนที่กำลังออกวิ่ง แต่ถ้านี่คือวิธีเดียวที่เหลืออยู่ เธอก็ยอมแลกเปลี่ยน

นี่เป็นการออกบินครั้งแรกของเธอ เพราะอย่างนั้นทุกอย่างจึงยังผ่านไปแบบไม่ลื่นไหลนัก ทิศทางยังกำหนดได้ไม่ชัดเจน แต่ก็ยังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้เรื่อย ๆ

เธอลอยอยู่เหนือเทือกเขาขนาดใหญ่ รางรถไฟด่วนฮอกวอตส์ที่ว่างเปล่า จนกระทั่งห่างจากที่หมายแค่เพียงระยะมองเห็นเท่านั้น

อีเล็กตราบินผ่านทะเลสาบที่ขั้นเธอกับตัวปราสาทไปอย่างรวดเร็ว ฮอกวอตส์ที่เหลือเพียงเศษซากทำให้หัวใจกระตุก แต่อย่างไรเสียสถานที่ที่มีแค่ความทรงจำแห่งนี้ก็เป็นจุดสุดท้ายที่โวลเดอมอร์บอกเอาไว้

ดวงตาสีเทาอ่อนเหลือบไปเห็นห้องโถงขนาดกลางที่ร้างผู้คน กระจกแตกเป็นทางยาว ผนังทางเข้าเป็นรูขนาดใหญ่ จึงตัดสินใจร่อนลงไปตรงนั้น เพื่อจะได้แอบมาแบบเงียบ ๆ และไม่เป็นเป้าสายตาของใคร

ทว่าเหมือนเธอจะดูผิดไป ที่นี่ไม่ได้ไม่มีใครอยู่ แต่กลับมีกลุ่มคนกลุ่มเล็ก ๆ สามคนที่รวมตัวกันอย่างสามัคคี พร้อมกับชี้ไม้กายสิทธิ์มาหาเธอด้วยแววตาหวาดกลัวสุดขีด พวกเขาเนื้อตัวสกปรกมอมแมม มีเด็กสาวผมหยักศก เด็กหนุ่มตัวสูงโย่งผมสีแดงเพลิง กับคนอีกคนหนึ่งที่มีรอยแผลเป็นรูปสายฟ้าที่กลาหน้าผาก

แฮร์รี่ พอตเตอร์?

เธอเคยพบเขาเมื่อนานมาแล้ว เจมส์และลิลี่เคยพาเขามาที่ภาคีมาก่อน ในวันที่ยังเป็นเพียงทารกน้อย ๆ ในห่อผ้า ไม่ใช่หนุ่มฉกรรจ์เต็มวัยเช่นตอนนี้ แต่จากการคาดเดา นี่ต้องเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์อย่างแน่นอน

เด็กชายผู้รอดชีวิตก็ยังรอดชีวิตอยู่ตรงนี้ แล้วคนที่บอกว่าจะมาฆ่าเขาล่ะ หายไปไหน?

ดวงตาสีเทาอ่อนสะดุดกับคนอีกคนที่อยู่ห่างออกไป เป็นเด็กสาวผมดำยาวถึงกลางหลังที่มองแค่แวบเดียวก็รู้ได้เลยว่าเป็นใคร หากที่ชัดเจนยิ่งกว่านั้นก็คือร่างสูงโปร่งในชุดคลุมดำ ที่นอนอยู่ข้างกับเธอ...

ซึ่งดูจะเป็นเพียงแค่ร่างกลวงเปล่า ไม่หายใจอีกต่อไปแล้ว

เธอเดาได้มาสักระยะหนึ่ง...  ตั้งแต่ตอนที่ไม่อาจสัมผัสได้ถึงตัวตนของเขา หรือคาถาที่เสื่อมไปเองโดยไร้สาเหตุ... มันเคยเกิดเหตุการณ์คล้ายกันเมื่อนานมาแล้ว เขาเคยหายไป ตอนที่เสียอำนาจครั้งแรก แต่ความรู้สึกที่เชื่อมต่อกันก็ไม่ขาดสนิทแบบครั้งนี้

บางอย่างที่อยู่ในใจกลับบอกให้ปฏิเสธความคิดนั้น และหลอกตัวเองว่าอาจมีจุดจบที่ต่างไปไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่อย่างไรเสีย ภาพตรงหน้านี้ต่างหาก ที่ยืนยันเรื่องราวทั้งหมดได้ดีกว่าการคาดหวังลม ๆ แล้ง ๆ ของตน

ตายไปแล้ว... เขาตายไปแล้ว...

ตาย...

เฮอะ! ตายไปเสียได้ก็ดี

อีเล็กตราเยาะเขาอยู่ในใจ คนแบบนี้ไม่สมควรที่จะมีที่ยืนอยู่บนโลก เขามันเลวร้ายและต่ำทรามมากเกินกว่าจะเหมาะที่จะใช้ชีวิตอยู่ได้ต่อไป ความกระหายอยากในอำนาจและความต้องการไม่สิ้นสุดนำพาให้เขามีจุดจบแบบนี้ นอนตายอยู่อย่างโดดเดี่ยวและไร้ค่า

เขาไม่รู้จักพอ... ไม่เคยพอ

ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นเพราะเลือกเองทั้งหมด

เลือกทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตัวเอง... แม้จะนึกถึงคนที่รอคอยอยู่เบื้องหลังก็คงจะไม่เคยทำ

อีวานเจลีนเป็นเพียงคนเดียวที่ร่ำไห้เสียใจเพื่อเขา ลูกสาวที่เกือบตายเพราะความเกรี้ยวกราดเมื่อสามวันก่อน... ที่ไม่ว่าจะโดนกระทำโหดร้ายทารุนมากขนาดไหน ก็ยังเลือกที่จะรักและผูกพัน

คนเห็นแก่ตัว...

ตายแบบไร้ค่าอย่างนี้ก็สมควรแล้ว... เหมาะสมแล้ว...

ข้อสรุปของเธอเป็นเช่นนั้น หากแต่ลึกลงไปที่ไม่ว่าใครก็หยั่งไม่ถึง ภายในใจที่มีเพียงเธอคนเดียวที่รับรู้ กลับมีความรู้สึกหน่วงหนักบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายหรือจำกัดนิยามได้เกิดขึ้น...

แค่เพียงนึกว่าคนคนนี้ได้ตายจากไปแล้วจริง ๆ ตายไปแบบไม่มีทางหวนกลับคืนมาได้อีกครั้งแน่นอน ก็รู้สึกราวกับว่าหัวใจทั้งดวงได้แหลกสลายไปด้วย

จะเรียกว่าอะไรดีล่ะ

เสียใจใช่หรือเปล่า...

แล้วเธอจะเสียใจให้กับคนเห็นแก่ตัวแบบนี้ไปเพื่ออะไร เธอจะรู้สึกอย่างนั้นเพราะคนอย่างเขาทำไม มันได้อะไร นอกเสียจากน่าสมเพช...

เขาไม่เหมาะที่จะได้รับน้ำตาจากใคร คนที่เลวจากภายในแบบนั้นไม่มีทางเปลี่ยนได้ ไม่ว่าใครก็ทำให้เขาเปลี่ยนไม่ได้ วาระสุดท้ายของชีวิตจึงเป็นเพียงแค่ศพ ๆ หนึ่งที่แม้จะเอาไปรวมกับคนอื่นก็ยังไม่มีใครอยากได้ โดดเดี่ยวเดียวดายในห้องที่ว่างเปล่าเช่นนี้

ตายไปน่ะดีแล้ว... เหมาะสมแล้ว...

ใช่...  มันถูกต้องทุกอย่างแล้วจริง ๆ

                              Image result for decorative line png

“ลาก่อนแฮร์รี่ พอตเตอร์ เด็กชายผู้พิชิตจ้าวแห่งศาสตร์มืด”

อีเล็กตราได้ทำตามคำข้อร้องจากอีวานเจลีนเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็เป็นการจัดการของคนเป็นลูกเท่านั้น ว่าจะจัดการอย่างไรกับศพของเขา เธอลอยสูงขึ้นไปจากพื้น ออกจากฮอกวอตส์ ที่ที่เธอไม่อยากจะเสียเวลาอยู่ตรงนี้อีกต่อไป และหายไปอย่างรวดเร็วเหมือนตอนที่มาถึง

ป่านนี้ครีเชอร์คงกำลังเก็บกวาดบ้านเก่าของเธออยู่ อีวานเจลีนจะหยุดร้องไห้ตอนที่มองร่างกลวงเปล่าของโวลเดอมอร์ได้หรือยังนะ...

แม้ว่าครึ่งหนึ่งในตัวของอีวานเจลีนจะเป็นคนอีกคนที่เธอเกลียดแสนเกลียด... ทว่าในอีกครึ่งที่เหลือ... ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กคนนี้ก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอเช่นเดียวกัน เธอเริ่มรู้สึกเป็นห่วงลูก เป็นกังวลว่าในตอนนี้อีวานเจลีนจะแหลกสลายไปขนาดไหนแล้ว

ความคิดมากมายตีกันไปมาอยู่ในหัว เธอกังวล แต่ก็สับสน ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจจะสลัดมันให้หลุดได้ นึกถึงแต่ดวงหน้าที่คล้ายกับเธอมากเหลือเกินของลูก -- ที่มีหยาดน้ำไหลอาบสองข้างแก้ม... และดวงตาสีแดงสดที่สะท้อนแต่ความเจ็บปวดจนไม่รู้จะใช้คำไหนมาอธิบาย

ดวงตาคู่นั้น... เหมือนอย่างกับถอดพิมพ์เดียวกันมา กับคนคนหนึ่งที่โดนความอยากได้ไม่มีที่สิ้นสุดชักนำไปสู่จุดจบของชีวิต

เธอไม่อยากจะนึกถึงเขา ในเมื่อโวลเดอมอร์เลือกที่จะตายไปแบบนั้น... เธอก็ไม่ต้องการจะเอาแม้แต่วินาทีเดียวที่มีไปนึกถึง เขาจากไปแล้ว อย่างคนเห็นแก่ตัวที่ไม่เคยคิดย้อนกลับมามองเบื้องหลัง

หุบเขาสูงปรากฏแก่สายตา ดึงอีเล็กตราออกจากห้วงความรู้สึกภายในได้ชะงักงัน เธอร่อนลงไปยังใจกลางของหุบเขา ผ่านต้นสนที่เจริญเติบโตจนสูงใหญ่น่าเกรงขาม ลำธารสายยาว ทุ่งดอกไม้ป่าหลากสีที่ขึ้นกระจายเป็นบริเวณกว้าง... จนกระทั่ง ได้พบกับกระท่อมหลังเล็ก ๆ หลังหนึ่งที่ถูกปล่อยทิ้งร้างเอาไว้นานหลายปี

เธอไม่อยากมา เธอเกลียดที่นี่ ความทรงจำเลวร้ายมากมายลอยคลุ้งอยู่ในทุกอณูอากาศ

มาทำไม... เพื่ออะไร เธอหาคำตอบไม่ได้

แต่ว่า...

...บ้านกลางป่า... สักแห่งล่ะมั้ง...

คำพูดสุดท้ายนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัว สำหรับเธอกับเขา บ้านกลางป่าที่โวลเดอมอร์พูดถึงไม่มีทางเป็นที่อื่นไปได้นอกจากบ้านหลังนี้ มันเป็นสถานที่... ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ระหว่างเขากับเธอ

มือผลักประตูเข้าไปช้า ๆ กลิ่นอับชื้นและเสียงลั่นเอี๊ยดของบานพับแสดงออกอย่างชัดเจนว่าที่นี่โดนทิ้งไว้เป็นอดีตมานานมากจริง ๆ ทั่วทั้งบ้านยังมีสภาพเช่นเดิมกับครั้งสุดท้ายที่เธอเคยเห็น ทั้งข้าวของแตกกระจายและเครื่องเรือนที่ถูกทำลายย่อยยับ หากต่างไปที่ทั้งหมดเต็มไปด้วยไรฝุ่นที่เกาะหนา หยากไย่ใยแมงมุมขึ้นจนบ้านทั้งหลังเหมือนรังไหม

เธอเดินเข้าไปในห้องที่อยู่ลึกที่สุด ก้าวผ่านตู้เสื้อผ้าขนาดยักษ์ที่ล้มเอียงกระเท่เร่ ด้านหลังของตู้หลังนั้น มีช่องประตูเล็ก ๆ ซ่อนเอาไว้ เรียบไปกับผนัง ขนาดเล็กพอแค่เด็กคนหนึ่งจะเข้าไปหลบอยู่ได้โดยไม่อึดอัด อีเล็กตรานิ่งไปสักพัก ก่อนจะเปิดมันออกไปในที่สุด

เธอเห็นห่อผ้าสีดำสนิทวางอยู่ ผืนผ้าที่สะอาดสะอ้านบ่งบอกได้ว่ามันพึ่งจะถูกนำมาทิ้งไว้ที่นี่ไม่นานนัก ดวงตาสีเทาอ่อนสั่นไหวไปมา เกิดความลังเลขึ้นในใจและคำถามมากมายไม่รู้จบ

เธอควรจะหยิบมันหรือหรือเปล่า? มันคืออะไร? ทำไมจะต้องเอามาทิ้งไว้ที่นี่? 

เธอรู้ว่าสิ่งนี้เป็นของของโวลเดอมอร์ มีเพียงเขาเท่านั้น หากแต่ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าเขาจะนำบางอย่างมาทิ้งไว้ให้เธอทำไม

มือเล็กหยิบห่อผ้าออกมา มันเบามากเสียจนทายไม่ถูกว่าเจ้าสิ่งที่ซ่อนอยู่นี้คืออะไร และเธอก็ไม่คิดจะเสียเวลาเดาอีกต่อไป อีเล็กตราแกะมันออก ก่อนจะพบกับบางสิ่งที่ทำให้สมองว่างเปล่าไป...

มันคือไม้กายสิทธิ์สีซีดขาวที่เธอคุ้นตาเป็นอย่างมาก...

...แล้วไม้เก่าของแกล่ะ...

คำถามที่ไร้คำตอบในตอนนั้น กระจ่างชัดแล้วในตอนนี้ ไม้ของเขา ไม้เก่าของโวลเดอมอร์ อยู่ที่นี่ ในมือของเธอ...

คำถามมากมาย ความรู้สึกหลากหลาย ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นในหัวแทบจะพร้อม ๆ กัน เธอสับสน  ไม่คาดคิดว่าคนอย่างเขาจะทิ้งสิ่งที่มีค่าอย่างมากมายไว้ให้เธอ ไม้นี่แทบจะเป็นส่วนหนึ่งกับร่างกายของเขา อยู่กับเขา ซึมซับทุกสิ่งทุกอย่างมาร่วมกันมาเป็นเวลาหลายปี... แต่สุดท้าย... เขากลับมอบมันให้เธออย่างนั้นหรือ

มือเล็กกำเข้าหากันแน่น ด้วยไม่เคยเข้าใจได้เลยว่าในหัวของผู้ชายคนนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ เขาทำทุกสิ่งทุกอย่างที่อยากทำโดยไม่เคยสนใจความรู้สึกของเธอมาตลอด แม้กระทั่งตอนนี้ ก็ยังเลือกจะให้เธอได้รับรู้... ว่าในท้ายที่สุดแล้วเขากลับทิ้งบางอย่างไว้ให้ ก่อนจะตายไป...

เพื่ออะไรเพื่ออะไร... เพื่ออะไรกันล่ะ

เพื่ออะไร!

อีเล็กตราโยนไม้กายสิทธิ์ทิ้งไปสุดแรง ไม่อยากจะรับรู้หรือสนใจว่าเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เธอไม่ต้องการรับอะไรจากคนเห็นแก่ตัวพรรค์นั้น เขาตายไปแล้ว โดยไม่แม้แต่จะนึกถึงอะไรหรือใครเลย แล้วยังมีหน้ามาทำเรื่องอย่างนี้ไปอีกทำไม มันมีประโยชน์อะไรอีกหรือ...

เธอเลือกที่จะเดินหนี มันถึงเวลาที่จะออกไปจากที่บ้า ๆ นี่สักที เธอเสียเวลากับเรื่องไร้สาระนี้มามากเกินพอแล้ว

ไม่อยากจะใส่ใจ ไม่อยากจะสนใจ และไม่อยากจะนึกถึง

ใช่... พอสักที

แม้จะบอกตัวเองเช่นนั้น หากเพียงหนึ่งก้าวที่พ้นออกจากตัวบ้าน... ก็เป็นอันต้องหยุดชะงักลง

บ้า บ้า บ้า บ้า!

ถ้อยคำซ้ำ ๆ ก่นด่าอยู่ในใจ อีเล็กตราส่ายศีรษะ ก่อนจะเดินกลับไปหยิบมันกลับมาอีกครั้ง จับเก็บไว้ภายในชุดคลุม หงุดหงิด หัวเสีย และโกรธ... แต่โกรธตัวเอง ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำเช่นนั้น...

เธอไม่เข้าใจเขา... พอ ๆ กับที่ไม่เข้าใจตัวเอง

ทำไมถึงทิ้งไม้เอาไว้ แล้วทำไม... เธอถึงต้องเก็บกลับมาด้วย

                                        Image result for decorative line png       

               Related image

ทันทีที่กลับถึงบ้าน ก็ต้องพบกับบางสิ่งที่ทำเอาโมโหสุดขีด

ไอ้เจ้าเอล์ฟโง่ครีเชอร์!

อีเล็กตรากัดฟันกรอดเมื่อมองผลงานของเอลฟ์ชราตัวจ้อย

มันแก่จนน่าจะเอาหัวตัวเองไปเสียบไว้ที่บันไดกริมโมเพลสได้แล้ว!

เธอคาดโทษมันอย่างหนัก ดวงตาสีเทาอ่อนยังคงจ้องมองภาพตรงหน้า คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากัน ในขณะที่สมองยังคงนึกหาวิธีลงโทษเอล์ฟตัวน้อยอยู่ต่อไป -- ซึ่งถือว่าโชคยังเข้าข้างมันอยู่บ้าง ที่ซีเรียสยกสมบัติทุกอย่างรวมทั้งเอลฟ์แก่ ๆ ตัวนี้ให้กับลูกทูนหัวของเขา ไม่อย่างนั้น มันคงจะโดนเธอทำโทษจนต้องนึกเสียใจที่เห็นหน้ากันอีกแน่

ที่อื่นมีตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องเอามาไว้ที่นี่!

เธออยากทิ้งไอ้บ้าที่ทำลายชีวิตเธอไว้ตรงนั้น บนพื้นเย็นเยียบท่ามกลางผู้คนที่ยินดีสุดแสนที่เขาตายไป คน ๆ เดียวที่ไม่เคยรู้จักหยุดรู้จักพอกับการไขว่คว้าพลังอำนาจ จนพาตัวเองไปสู่จุดจบที่น่าสมเพช คนที่เธอไม่เคยเข้าใจว่าเขาต้องการอะไร จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต เธอไม่ต้องการจะรับรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาอีกต่อไป อยากปล่อยให้คนที่เหลือจัดการต่อใจจะขาด แต่พอเห็นหน้าแสนเศร้าสร้อยของอีวานเจลีน ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ก็ทำให้เธอตัดใจไม่ลง

ครีเชอร์นำร่างของโวลเดอมอร์กลับมาเก็บไว้ที่คฤหาสน์หลังเก่าของเธอตามที่ได้รับคำสั่ง แต่อีเล็กตราไม่นึก ว่ามันจะไร้สมองได้ขนาดนี้

ดวงตาสีเทาอ่อนเพ่งมองไปเบื้องหน้า ยังร่างกลวงเปล่าไร้ลมหายใจของชายคนหนึ่งที่นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง

เจ้าโง่ครีเชอร์... ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่

แค่มีโวลเดอมอร์อยู่ในบ้าน ก็หงุดหงิดจนแทบทนไม่ได้ แต่ตอนนี้ดันมาพบว่าครีเชอร์นำศพของเขามาไว้ในห้องนอนเก่าของเธอ ก็ยิ่งโกรธจนอยากจะฆ่ามันทิ้งไปให้พ้น ๆ เสีย

ความรู้สึกโกรธเคืองและเกลียดชังกรีดแทงอยู่ในใจ แม้มองก็ยังไม่อยากจะมอง เธอไม่อยากเห็นเขา ไม่อยากจะสนใจ และไม่ต้องการจะเกี่ยวข้องใด ๆ ด้วยอีกแม้สักนิด

ทว่าในทุกอย่างที่คิดในตอนนั้น... น่าแปลกที่มันกลับทำให้เธอก้าวเข้าไปใกล้กับศพเย็นชืดขึ้นอีกเรื่อย ๆ โดยที่ไม่รู้ตัว...ก็มาหยุดยืนข้างเตียงเสียแล้ว ร่างบางหย่อนกายนั่งลงใกล้ ๆ กัน ดวงตาสีเทามองไปยังร่างไร้วิญญาณนั้นอีกครั้ง

คน ๆ เดียวที่ทำลายชีวิตของเธอจนป่นปี้ย่อยยับ

ตอนเขาอยู่ เธอก็หวังให้เขาตายในสักวัน แต่พอตาย... กลับหนีตายไปคนเดียวเฉย ๆ

“แกมันเลว... ไอ้เลวเอ๊ย!” อีเล็กตราตะโกนเสียงดัง รัวฝ่ามือทุบลงบนแผ่นอกที่ไม่ไหวติงนั้นซ้ำ ๆ “แกทำลายชีวิตฉัน แกทำลายทุกอย่าง แกมันคนเห็นแก่ตัว... แก... แก...”

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาตลอดทั้งวันประเดประดังอยู่ในอกจนหายใจแทบไม่ออก ทั้งความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ที่ได้รับรู้ว่าโวลเดอมอร์ตายไปแล้ว ความโกรธเคืองที่ได้รับรู้ว่าในที่สุดอีกฝ่ายก็ยังคงเห็นแก่ตัวจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต ไปจนถึงความสับสนอย่างที่สุดว่าเพราะอะไรเขาถึงได้ทิ้งไม้กายสิทธิ์เอาไว้ให้

สำหรับอีเล็กตรา... มันมากเกินไปที่ต้องทนรับทุกอย่างพร้อม ๆ กัน

น้ำตาหยดเผาะลงหน้าตัก เธอไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันไหลออกมา 

“...แก...อึ่ก...แก...” มือเล็กปาดเช็ดน้ำตา “ แกมัน... เห็นแก่ตัว...”

Related image

ทำทุกอย่างตามที่อยากทำ... เห็นแก่ตัวตั้งแต่ต้นจนจบ...

แม้แต่วาระสุดท้ายของชีวิต ก็ยังเลือกที่จะตาย

ทิ้งทุกอย่างไป...

คนเห็นแก่ตัว...


Related image







++++++++++++++++++++++++++++++++

Writer talk : คุยกันยาว ๆ ค่ะ อยากคุยมาก

          
          
          1. เคยนึกสงสัยค่ะ ว่าหลังจากปู่ได้ไม้เอลเดอร์ไปแล้ว ปู่ทำยังไงกับไม้เก่าของตัวเอง (หรือหนังสือมีบอกนะ? ใครรู้บอกทีค่ะ) เพราะปู่ดูจะหวงไม้มากเลยนะ อย่างตอนที่เอาไม้ของลูเซียสไปเพื่อฆ่าแฮร์รี่ตอนต้นของเล่มเจ็ด ลูเซียสทำท่าเหมือนนึกว่าปู่จะแลกไม้กับตัวเอง แต่ปู่กลับตอบประมาณว่า "ไม้กายสิทธิ์ของแกกับฉันน่ะหรือ ลูเซียส ไม้ของฉันน่ะหรือ" แสดงว่าไม่คงคิดว่าไม่มีใครมีค่าพอจะใช้ไม้ต่อจากตัวเอง ทีนี้ไรต์ก็มาคิดแล้วคิดอีก ว่าสิ่งที่มีค่ากับปู่ขนาดนั้น (เอาจริงๆ ใกล้ชิดติดตัวปู่มาเกือบห้าสิบปีเลยนะ) ปู่จะทำอะไรต่อไปน้า มันก็เลยมาจบที่ทิ้งไว้ให้เอลลี่ค่ะ สิ่งสุดท้ายที่เหลือให้กัน คือสิ่งที่ปู่น่าจะคิดว่าสำคัญที่สุด เพราะอย่างนั้น เอลลี่เลยไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่ได้ บวกกับเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นมาทั้งวัน ขุ่นแม่ผู้เข้มแข็งมาตลอดก็เลยทนไม่ไหว (เคยเป็นไหมคะ เก็บเรื่องๆหนึ่งไว้ กดไว้ๆๆๆๆ จนกระทั่งระเบิดออกมา เอลลี่น่าจะรู้สึกแบบนั้นแหละค่ะ)
               2. เพลงที่ไรต์คิดว่าเหมาะกับตอนนี้ คือเพลง Faded ของ Alan Walker ค่ะ น่าจะอธิบายความรู้สึกของอีเล็กตราได้ดีมาก ๆ เลย เข้าทั้งเพลงจริง ๆ ค่ะ
++++++++++++++++++++++++++++++++

สำหรับตอนเก่าที่เคยลงมาแล้ว ไรต์ไม่ได้ขอเม้นต์ แต่ นี่คือตอนใหม่ที่พึ่งเอามาลง 

และเป็นตอนที่แต่งยากที่สุดเท่าสำหรับไรต์ ใช้อารมณ์เยอะ อาจไม่ดีเท่าคนื่น แต่ไรต์ทำเต็มที่กับตอนนี้จริงๆค่ะ

เพราะฉะนั้น เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ รวมถึงการเสนอข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะต่างๆ ดังนั้น ก็........

เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์

   เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์   

เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

690 ความคิดเห็น

  1. #654 Hiroyosha (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 07:34
    โอ้ยยยยอิเอี้ยยยยเอ้ยยยยหนวงไปหมดดดวะโวลดี้....เทอรักเมียแต่ไม่แลรูกกุสงสารคือนางเอกจริงๆ
    #654
    0
  2. #646 Stellae_Star (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 19:56

    ปวดใจอ่าา
    #646
    1
    • #646-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 58)
      22 ธันวาคม 2562 / 15:41
      ไรต์มันคนใจร้ายยยย
      #646-1
  3. #645 Summerine (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 11:58
    เข้าใจความรู้สึกนางเลย เฮ้อออ ปวดใจอยู่
    #645
    1
    • #645-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 58)
      22 ธันวาคม 2562 / 15:41
      เจ็บมากเลยค่ะ
      #645-1
  4. #644 linlana lily (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 23:20
    คือเเบบบีบใจมาเลยไรท์เเต่ปู่กับขุณเเม่ก็จะปากเเข็งใส่กันจนนาทีสุดท้ายจริงๆด้วยเราว่าขุณเเม่รู้ความสึกตัวเองเเหละเเต่ไม่อย่ากจะยอมรับส่วนปู่คือรู้ว่าคุณเเม่เป็นคนสำคัญเเต่ด้วยวิธีการที่เเสดงออกมันออกจะบิดเบียวไปเยอะเเต่สุดท้ายที่ทิ้งไม้ให้ขุณเเม่เรามองว่ามันคงเป็นเพราะปู่อย่ากให้สิ่งที่มีค่าของตัวเองกับเเม่ทั้งในคนที่ปู่ยอมรับหรือเป็นความเห็นเเก่ตัวหน่อยๆว่าต่อให้ตัวเองตายไปทุกครั้งที่ขุณเเม่ใช้ไม้ของปู่ก็คงต้องมีนึกถึงกันบ้างละเเละตรงนี้เรามองว่าปู่ใจร้ายมากนะที่จากไปโดยให้คนที่ยังอยู่ได้เเต่ตั้งคำถามเเถมยังไร้คำตอบด้วย
    #644
    1
    • #644-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 58)
      22 ธันวาคม 2562 / 15:40
      ขุ่นแม่เจ็บมากมาย กับเรื่องค้างคาใจทั้งหลายที่ไม่สามารถหาคำตอบได้อีกแล้ว งือ
      #644-1