Harry Potter - [The Dark Heir] Ocx? feat. Lord Voldemort x Oc

ตอนที่ 57 : The Dark Between VI: Together in the Darkness

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    12 ธ.ค. 62

STAR







ช่วงท้ายๆถ้าฟังเพลงไปด้วยจะดีมากค่ะ




The Dark Between VI: Together in the Darkness

Related image

แม้ว่าปัจจุบันคฤหาสน์มัลฟอยจะเป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ของกองทัพผู้เสพความตาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสถานที่แห่งนี้จะมีคนเข้านอกออกในจนกลายเป็นที่ที่พลุกพล่าน อันที่จริง จะว่าไปแล้วมันค่อนข้างจะเงียบเหงามากทีเดียว

สมุนส่วนใหญ่ไปปฏิบัติภารกิจตามคำสั่งของโวลเดอมอร์ ทั้งพวกที่ได้รับงานใหญ่อย่างการควบคุมกระทรวงเวทมนตร์ หรือไปประจำที่ ฮอกวอตส์เพื่อคอยปรามเหล่าผู้วิเศษให้อยู่ใต้อำนาจผ่านลูกหลานของพวกเขา แต่ก็มีงานระดับล่างที่ได้รับมอบหมายกันทั่วไป ซึ่งอาจทำให้ได้เลื่อนขั้นเป็นคนโปรดทันทีที่ทำสำเร็จ งานที่ว่านั่นก็คือ...

การจับตัวแฮร์รี พอตเตอร์มามอบให้กับจอมมาร

พวกลูกกระจ๊อกที่ไม่ค่อยมีผลงานต่างก็หวังว่าตนจะเป็นคนที่ทำภารกิจนี้สำเร็จ มันจะตามมาด้วยรางวัลอย่างงามและอาจดีถึงขั้นได้รับความไว้วางใจจนกลายเป็นสมุนมือขวา สองอย่างนี้คือที่สุดแห่งความปรารถนาของผู้เสพความตายทั้งหมด

เพราะอย่างนั้นคฤหาสน์มัลฟอยจึงเงียบเหงา อาณาบริเวณที่กว้างใหญ่แต่กลับหม่นมืดวังเวงทุกตารางนิ้ว ดูน่ากลัวยิ่งกว่าบ้านผีสิงเสียอีก

บ้านหลังใหญ่ที่พร้อมรองรับคนได้เป็นร้อย แต่ตอนนี้กลับมีคนอยู่อาศัยไม่ถึงสิบคน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของคฤหาสน์คนปัจจุบันอย่างลูเซียส ที่มีหน้าที่เฝ้าบ้าน พร้อมกับลูกและเมียที่โดนสถานการณ์บังคับทำให้ออกไปไหนไม่ได้ เบลลาทริกซ์ที่วนเวียนมารับภารกิจอยู่เนือง ๆ ก็มักจะอาศัยอยู่ที่นี่เมื่อทำงานเสร็จแล้ว รวมถึงอีวานเจลีนที่เอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้องจนเหมือนกับไร้ตัวตน แต่ที่สำคัญที่สุดในบ้าน ก็คงจะหนีไม่พ้น...

อีเล็กตรา แบล็ค

เธอผู้ไม่มีหน้าที่อะไรสักอย่าง แต่กลับเป็นเพียงสาเหตุเดียวที่ทำให้โวลเดอมอร์ยอมแวะเวียนกลับมาที่คฤหาสน์ในทุกสองสามวัน ดึงเขาออกจากภารกิจลับที่ไม่เคยบอกใครได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ผู้เสพความตายหลายคนอิจฉาอีเล็กตรา ที่ดูเหมือนจะมีความสำคัญบางอย่างต่อจอมมาร แต่สำหรับเจ้าตัวนั้นกลับรู้สึกตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

เธอเกลียดที่นี่ อยากหนีไปให้พ้น ไม่ต้องการที่จะเจอหน้าหรือรับรู้ถึงอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับชายที่ชื่อโวลเดอมอร์ หากแต่กลับโดนกักตัวเอาไว้ในคฤหาสน์ แค่เรื่องธรรมดาอย่างการหาอิสรภาพยังทำไม่ได้

นี่เป็นอีกวันที่หมดไปอย่างไร้ค่า การหาลู่ทางเพื่อจะหนีไปจากคฤหาสน์ไม่เคยประสบความสำเร็จเลยสักครั้ง ยังดีที่อย่างน้อยก็ยังมีเรื่องดีอยู่สักหน่อย นั่นก็คือในสองสัปดาห์ที่ผ่านมา คน ๆ เดียวที่เกลียดขี้หน้ามากกว่าใครนั้นได้หายหัวไป

โวลเดอมอร์ไม่ได้กลับมานานแล้ว อีเล็กตราแอบได้ยินนาร์ซิสซาคุยกับลูเซียส ว่าเขากำลังทำอะไรบางอย่างที่เป็นความลับมากเสียจนไม่มีผู้เสพความตายคนไหนรู้เรื่อง

เธอไม่สนใจว่าเขาหายไปไหน อยู่กับใครหรือทำอะไร สนแค่อย่างเดียวคือในช่วงเวลาดี ๆ ที่ไม่ต้องเห็นหน้ากันอย่างนี้ เธอจะหนีไปอย่างไร

ยังถือว่าโชคชะตาเข้าข้าง ที่นาร์ซิสซาซึ่งมักจะเดินอยู่ใกล้ ๆ เหมือนเงาตามตัวนั้นหายหัวไปด้วย อีกฝ่ายดูรีบร้อนเหมือนได้รับข่าวดีอะไรบางอย่าง จึงพาเธอมาเก็บไว้ในห้องก่อนจะกุลีกุจอออกไป

โชคดีสองต่อ... เหมาะแก่การหาทางหนีอย่างยิ่ง

ทว่าในขณะที่กำลังตัดสินใจจะวางแผนการออกสำรวจช่องทางหลบหนีใหม่ ๆ จู่ ๆ ความรู้สึกเจ็บแปลบก็แล่นขึ้นมาจากแผ่นหลัง ร้อนขึ้นมาเฉย ๆ เหมือนโดนสาดน้ำเดือดจัดใส่ ก่อนที่ความเจ็บปวดจะไต่ระดับขึ้นมาจนยืนไม่อยู่ ต้องพิงกับโต๊ะตัวใหญ่เพื่อไม่ให้ล้มลง

รอยสักของเธอกำลังแผลงฤทธิ์ มันมักจะร้อนเหมือนโดนนาบด้วยเหล็กเผาไฟตามที่โวลเดอมอร์ต้องการให้เป็นเสมอ แต่ตอนนี้ นอกจากความเจ็บปวดกลับมีบางอย่างที่เสียดแทรกเป็นระยะด้วย... รู้สึกได้ถึงการถูกครอบงำจากบุคคลที่อยู่แสนไกล และอาการโกรธแค้นถึงที่สุด...

โวลเดอมอร์กำลังโกรธ มีหลายครั้งที่อารมณ์ของเขาจะเชื่อมกับเธอผ่านรอยสัก และบางทีอารมณ์ความรู้สึกของเธอก็จะส่งต่อไปหาเขาโดยไม่ทันรู้ตัว เป็นการเชื่อมโยงที่ตัวเธอไม่มีสิทธิ์เลือก

จากนั้นก็รู้สึกราวกับว่าได้ยินเสียงกรีดร้องลอยมาตามลม แทรกออกมาจากผนังของคฤหาสน์มัลฟอยที่เงียบสงบวังเวงจนชวนขนลุก

อีเล็กตราเงี่ยหูฟัง แล้วสักพักก็ได้ยินเสียงโหยหวนพวกนั้นอีก เมื่อรวมกับอาการร้อนเป็นไฟที่แผ่นหลัง ก็ทำให้ได้ข้อสรุปว่าเรื่องพวกนี้จะต้องเชื่อมโยงกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง คิดได้ดังนั้นจึงรีบวิ่งไปหาจุด ๆ เดียวที่สัมผัสถึงงอารมณ์ความรู้สึกได้ชัดเจนที่สุด นั่นก็คือห้องโถงใหญ่

“เจ้านาย.... ได้โปรด... ไม่!” เสียงขอร้องอย่างน่าเวทนาดังใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ อีเล็กตราวิ่งลัดเลาะมาจนกระทั่งถึงประตูเข้าโถงที่เปิดอยู่ ได้ยินเสียงโหยหวนดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้าไป

ดวงตาสีเทาอ่อนเบิกกว้าง เมื่อเห็นภาพบางสิ่งบางอย่างที่โหดร้ายเกินกว่าจะมองตรงหน้า...

โวลเดอมอร์ยืนตรงนิ่งพร้อมกับการกดไม้กายสิทธิ์ไปเบื้องหน้าอย่างตั้งใจ แทบเท้าของเขา ปรากฏเป็นเหล่าสมุนที่ดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมานแสนสาหัส

ลูเซียสที่กำลังจะขาดใจ นาร์ซิสซาน้ำตาไหลพราก เดรโกที่เริ่มมีเลือดไหลออกมาจากดวงตา จมูกและปาก ส่วนเบลลาทริกซ์ที่นอนดิ้นพราด ๆ ก็ดูน่าสมเพชไม่แตกต่างกันนัก

โวลเดอมอร์มักจะลงโทษคนที่ทำงานพลาดอย่างหนัก ส่วนใหญ่มักจะไม่รอดและกลายเป็นอาหารให้สัตว์เลี้ยงอัปลักษณ์ของเขา เทียบกันแล้ว... ถ้าหาว่าใครกำจัดผู้เสพความตายไปมากที่สุด รายชื่อที่ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งก็คือตัวเขาเองนั่นแหละ 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเคยเห็นเขาทำโทษใคร ในทุกครั้ง อีเล็กตรามักจะเลือกยืนเฉยหรือไม่ก็เดินห่างออกมา เป็นการดีกว่าหากเธอปล่อยให้โวลเดอมอร์ฆ่าสมุนของเขาให้เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ อย่างน้อยกองทัพที่มีมากเกินกว่าเหตุนั่นก็จะลดลงไปทีละนิดเอง... จะได้มีคนจัดการฆ่าเขาได้ง่ายขึ้นอีกหน่อย

หากแต่มีคนคนหนึ่งในกลุ่มนั้นที่ทำให้ดวงตาสีเทาอ่อนต้องสะดุด เป็นภาพของเด็กผู้หญิงผมดำยาว ผิวขาวซีด... และตาสีแดงที่มองผ่านอย่างเลื่อนลอย กำลังนอนหายใจรวยรินบนพื้นห้อง

อีวานเจลีน...

“พวกแกบอกว่าจับพอตเตอร์ได้!” โวลเดอมอร์ตะโกน เขาไม่ทันรับรู้การมาถึงของอีเล็กตราด้วยซ้ำ ดวงตาสีแดงเข้มแสงขึ้นเพราะโกรธจัด ดูน่าหวาดกลัวมากกว่าเวลาปกติหลายเท่าตัวนัก “แล้วไหนล่ะมัน! ไหนล่ะพอตเตอร์! ครูซิโอ!

“จะ... เจ้า...นาย” ลูเซียสเริ่มพูดไม่เป็นภาษา นาร์ซิสซาและเดรโกที่อยู่ด้านข้างดูเหมือนคนที่สลบหรืออาจขาดใจตายไปแล้ว “ได้โ...ปรด”

อีเล็กตราเลือกที่จะยืนมองเฉย ๆ การเอาตัวเองเข้าไปขวางคนหนึ่งคนที่โกรธจัดเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ และสำหรับกลุ่มคนที่ไม่ค่อยถูกชะตากันมาตั้งแต่ต้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือ... เธอคิดเช่นนั้น...

ทว่าในทันทีที่เห็นเด็กผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มนั้นสำลักเลือดก้อนใหญ่ ปากของเธอก็ทำงานเองโดยอัตโนมัติ

“...หยุด...” อีเล็กตราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำอะไรอยู่ “พอได้แล้ว”

เสียงที่แผ่วเบาไม่ทำให้โวลเดอมอร์หยุดการกระทำตามคำสั่ง แต่ถึงแม้ว่าอีเล็กตราจะตะโกนให้ดังกว่านี้ เขาก็ยังเลือกที่จะไม่หยุด

โวลเดอมอร์โกรธมาก เขาเคยสั่งเอาไว้แล้ว สั่งมันทุกคนว่าถ้าไม่มีเรื่องสำคัญก็ห้ามเรียกเขากลับมา แต่ครอบครัวมัลฟอยกลับทำตัวโง่เง่าในเวลาที่ไม่เหมาะสมที่สุด นั่นคือเรียกตัวเขามาจากที่ที่เขากำลังจะได้เข้าใกล้อาวุธอันแข็งแกร่งที่ตามหามานานแสนนาน แต่เมื่อมาแล้วกลับพบแค่ห้องโถงที่ว่างเปล่า และหน้าซีดเผือดของพวกไร้ประโยชน์พวกนี้

“พวกมันหนีไปแล้วเจ้านาย!” เบลลาทริกซ์ละล่ำละลักในทันทีที่เห็นหน้าเขา “พอตเตอร์ นังเลือดสีโคลน ไอ้เด็กทรยศต่อเลือด แล้วก็ไอ้เอลฟ์นั่น มันพากันหนีไปแล้ว ไปแค่ไม่กี่นาทีก่อนนี้เอง--

“แต่! เดี๋ยว!” ลูเซียสที่เห็นดวงตาสีแดงสดที่เข้มแสงรีบเอ่ยห้าม ก่อนที่โวลเดอมอร์จะทันได้สาดคำสาปใส่พวกเขา “เรา... พวกเรามีไม้ของพวกมัน... เจ้านาย... ไม้ของพวกมันที่ทิ้งเอาไว้ ไม้ของพอตเตอร์”

คำว่า ไม้ของพอตเตอร์สามารถช่วยชีวิตพวกเขาได้ โวลเดอมอร์เสกเรียกไม้กายสิทธิ์ให้ลอยเข้าสู่มือ หากแต่มันกลับเป็นไม้สองอัน... ที่ไม่มีอันไหนเลยที่ใช่ไม้แกนขนหางฟินิกซ์อันนั้น

“เจ้านาย!” เบลลาทริกซ์ร้องอีกครั้ง ด้วยรู้ดีว่าไม้ที่ไม่ใช่ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่อีกฝ่ายต้องการนั้นไม่สามารถไถ่โทษที่เรียกเขากลับมาเพื่อพบกับห้องที่ว่างเปล่าได้ “เรา... พวกเราลองค้นดูว่าไม้พวกนี้เสกคาถาอะไรมาบ้าง แล้ว... แล้วเราก็ได้เห็น ว่าไม้ของนังเลือดสีโคลนนี่” เธอชี้ “เคยเสกคาถาโจมตีหนึ่งคาถา แล้วก็คาถาซ่อมแซมอีกหนึ่งคาถา...”

คนฟังเสก ไพร-ออร์ อินคานตาโต้ และพบว่าคำพูดนั้นเป็นความจริง แต่ว่า... มันก็ยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนมากพอที่จะทำให้เขากลับมาอยู่ดี

“แล้วก็นี่” เบลลาทริกซ์รีบพูดต่อ “ไม้แบล็กทอร์นอันนี้ เป็นไม้ที่ไอ้

เด็กพอตเตอร์ใช้ เขาใช้มันมาระยะหนึ่งแล้ว”

มันเป็นเพียงข้อมูลเดียวที่อาจทำให้พวกเขาไม่โดนลงโทษ ทันทีที่พวกพอตเตอร์หนีไปจากคฤหาสน์ได้ พวกเธอก็รีบหาข้อมูลทุกอย่างจากไม้กายสิทธิ์ที่ถูกทิ้งเอาไว้ทันที คาถาต่าง ๆ ที่คายออกมานั้นทำให้คาดเดากันไปได้ในแนวทางเดียว นั่นก็คือ...

“ไม้ของพอตเตอร์หักไปแล้วเจ้านาย” ลูเซียสแย่งพูด หมายจะเอาความดีความชอบจากข้อมูลที่ได้มานี้ “นังเด็กเลือดสีโคลนเป็นคนทำมันหักอย่างไม่ตั้งใจ พวกนั้นพยายามซ่อม แต่ไม่สำเร็จ พอตเตอร์เลยใช้แบล็กทอร์นที่ชิงมาได้ตั้งแต่นั้น... นานท่าน ไม้ของพอตเตอร์ที่ต่อต้านไม้ของท่าน แกนแฝดที่ไม่ยอมทำลายกันและกันมันพังไปแล้ว...”

นั่นคือทั้งหมดที่ลูเซียสและเบลลาทริกซ์สามารถรายงานได้ โดยหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะทำให้โวลเดอมอร์พอใจ และไม่ลงโทษพวกเขาที่ทำให้พอตเตอร์หนีไปได้ ทว่า...

สิ่งเดียวที่โวลเดอมอร์ทำหลังจากยืนนิ่ง นั่นก็คือการยกไม้กายสิทธิ์ชี้ตรงมาที่กลุ่มคนที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อสักครู่... กลุ่มของคนโง่ ๆ ที่ทำแฮร์รี่ พอตเตอร์หลุดมือไป ทั้ง ๆ ที่จับมาได้แล้ว เจ้าพวกปัญญานิ่มที่บังอาจเรียกเขากลับมา เพียงเพื่อให้มาฟังคำแก้ตัวแบบนี้...

“ครูซิโอ”

เขาจัดการทรมานทั้งหมด แม้กระทั่งอีวานเจลีนที่ยืนอยู่ในกลุ่มด้วยก็ไม่เว้น กับแค่เรื่องไม้ที่หักของพอตเตอร์ไม่ช่วยให้ความโกรธที่ถูกเรียกกลับมาก่อนที่จะไปถึงไม้เอลเดอร์ลดลงได้ แถมยิ่งมากขึ้นไปอีกด้วยซ้ำ เมื่อมาถึงก็พบว่าพอตเตอร์หนีไปเรียบร้อยแล้วอย่างนี้

เสียงร้องโหยหวนและร่างกายที่เกลือกกลิ้งบนพื้นไม่ทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีสิ่งไหนอีกที่จะคลายความโกรธเกรี้ยวไปมากกว่าวิธีนี้

“...หยุด...” เขาได้ยินเสียงอีเล็กตราที่ดังขึ้นด้านหลัง “พอได้แล้ว”

โวลเดอมอร์ไม่ทำแม้กระทั่งสนใจ เขาอยากจะฆ่าพวกมันทั้งหมดทิ้งไปเสีย แต่ทว่าก่อนที่จะตาย... ก็อยากให้พวกมันสัมผัสถึงความทรมานอย่างที่สุดก่อน

อีวานเจลีนที่นอนอยู่ปลายเท้าดูเหมือนจะเป็นคนที่อดทนได้ดีที่สุด ตั้งแต่เห็นหน้าเขา หรือแม้กระทั่งเริ่มทรมาน... โวลเดอมอร์ก็ยังไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องใด ๆ หลุดออกมาจากปากของบุตรสาวของตน ในขณะที่   ลูเซียสกับเดรโกนั้นเอาแต่กรีดร้องโหยหวน เบลลาทริกซ์ก็ยังดิ้นพราด หรือแม้กระทั่งนาร์ซิสซสที่ค่อนข้างจะอดทนที่สุดในครอบครัวมลฟอยก็ยังน้ำตาไหลพรากเพราะความทรมาน

เขายังไม่คิดจะหยุดแค่นี้ ยังไม่ใช่ตอนนี้ ยังอีกนานกว่าที่เขาจะยอมคลายคำสาปกรีดแทง เขาต้องการจะเห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวไม่เป็นคนของเจ้าพวกนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เสียก่อน แล้วในท้ายที่สุด... เขาจะมอบความตายให้กับพวกมัน

เขาฆ่าใครก็ได้ในโลกใบนี้ ถ้าคนคนนั้นไร้ประโยชน์เมื่อใดกี้มีโอกาสตายได้ทุกเมื่อ... ไม่เว้นแม้แต่ลูเซียสที่เคยเป็นคนโปรดเมื่อครั้งอดีต ไม่เว้นแม้แต่เบลลาทริกซ์ที่ภักดีที่สุด หรือแม้กระทั่งคนคนเดียวที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอย่างอีวานเจลีน... ก็ไม่มีสิทธิพิเศษกว่าใคร

เขาฆ่าคนได้หมดทั้งโลก...

เว้นแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น...

“หยุดสิ ฉันบอกว่าพอได้แล้ว” โวลเดอมอร์ได้ยินเสียงของอีเล็กตราที่ดังขึ้นอีกครั้ง

ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป... เขายังไม่หยุด เขายังไม่พอ และไม่คิดว่าการปล่อยพวกไร้ประโยชน์เอาไว้คือสิ่งที่คนอย่างเขาอยากจะทำ หากแต่สิ่งที่ต่างจากเมื่อครู่ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้น นั่นคือตัวอีเล็กตราเอง ที่นอกจากจะตะโกนเรียกแล้ว เธอยังวิ่งมาดักหน้าเขาไว้อีกด้วย

ราวกับพยายามจะใช้ตัวเองเป็นจุดดึงความสนใจของเขาให้ออกจากกลุ่มคนที่โดนลงโทษ... และใช่... เธอทำสำเร็จ

โวลเดอมอร์หยุดทรมานคนอื่น ๆ เสียงกรีดร้องโหยหวนเงียบลงไป สติที่กระจายไปคนละทิศทางกลับมารวมกันอีกครั้ง แม้จะไม่มีแรงลุกยืน หากแต่สายตาที่พร่าเลือนก็เริ่มชัดเจนขึ้น สิ่งแรกที่ลูเซียส เบลลาทริกซ์ และอีวานเจลีน -- สามคนที่ยังไม่หมดสติไปมองเห็น นั่นก็คือ...

อีเล็กตราที่ยืนขวางและใช้ตัวเธอกั้นโวลเดอมอร์เอาไว้ มือข้างหนึ่งเธอเอื้อมมาแตะทับลงบนมือของเขา ก่อนจะเอ่ยเบาหวิว “...ฉันอยู่นี่...”

มันเหมือนการอ้อนวอนขอร้อง ที่ใครก็ไม่เคยคาดคิดว่าคนอย่าง   อีเล็กตราจะยอมพูดออกมา จากนั้นก็ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว มืออีกข้างที่ยังว่างก็เอื้อมไปไล้สัมผัสบริเวณสันกราม... ก่อนที่จะเขย่งปลายเท้าแล้วจูบเขาเบา ๆ

หากในทันทีที่ริมฝีปากแตะโดนกัน อีเล็กตราก็ถูกเหวี่ยงไปหาผนังห้อง แผ่นหลังโดนกระแทกอย่างรุนแรงจนชาดิก ไม่ทันที่จะได้ประท้วง เขาก็ผลักเธอไปใส่เปียโนหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กัน แล้วบดเบียดริมฝีปากอย่างรุนแรงเร่าร้อน และกัดเธอ...จนได้เลือด

ความหวานล้ำและคาวเลือดผสมกันไปมาจนเริ่มสับสน แต่เธอรู้ได้โดยทันทีว่าไฟของเขาถูกจุดติดขึ้นมาแล้ว ปลายลิ้นสอดเข้าหา เกี่ยวกระหวัดพันกันไปมา รุนแรงมากขึ้น ร้อนแรงมากขึ้น... ต้องการมากขึ้น

แม้จะรู้ตัวว่ายังมีคนถึงสามคนที่ยังไม่หมดสติเฝ้ามองอยู่ ก็ไม่ทำให้โวลเดอมอร์หยุดการเคลื่อนไหว เขาโน้มตัวเข้าไปอีก กดตัวแนบชิด เสียงโน้ตเปียโนดังขึ้นตามการขยับตัวนั้น

“เดี๋ยว... พอ... หยุดก่อน” อีเล็กตราไม่ได้บ้าเหมือนกับเขา เธอไม่ได้ไร้ยางอายมากขนาดที่จะทำเรื่องแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นโดยไม่รู้สึกอะไร มือเล็กผลักไส หากในทันทีที่ขยับตัว ก็ต้องร้องลั่น...

แผ่นหลังร้อนขึ้นมาเองอีกครั้ง และร้อนมากขึ้นกว่าครั้งไหน ๆ แต่ในทันทีที่เลิกดันแผ่นอกนั้นออกไป ตรามารก็เย็นลงราวกับว่าเป็นเพียงแค่รอยสักธรรมดาเท่านั้น

โวลเดอมอร์ไม่สนใจ ต่อให้มีคนอยู่ในห้องมากกว่านี้เขาก็ไม่สน จนคนทั้งสามที่โดนทรมานเมื่อสักครู่ต้องเป็นฝ่ายปิดตาเบือนหน้าหนีกันไปเอง แต่แม้ว่าจะมั่นใจว่าพวกเขาไม่เห็นภาพตรงหน้า เสียงโน้ตเปียโนที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอเหล่านั้นก็ยังตอกย้ำถึงสิ่งที่ยังคงเกิดขึ้นอยู่ดี

เวลาผ่านไปเนิบช้าราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ จนกระทั่งในที่สุด เสียงเปียโนที่ดังอยู่ตลอดเวลานั้นก็หยุดลง

โวลเดอมอร์มองใบหน้าชื้นเหงื่อที่ขึ้นสีแดงจางของอีเล็กตรา ก่อนจะได้ข้อสรุปกับตัวเอง ว่าสิ่งที่ได้มาเมื่อสักครู่นั้น...ยังไม่พอ... เขาจัดการรวบตัวเธอเข้าแนบอก จากนั้นก็อุ้มลอยออกไปเหมือนควันไฟ ผ่านโถงทางเดินและห้องหับรายทาง จนไปถึงที่...ที่จะมีเพียงเขาและเธอสองคน

อีเล็กตราถูกโยนลงบนเตียง นิ้วเรียวยาวของเขาฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเธอจนขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วเหวี่ยงไปให้ไกลตัว อีกฝ่ายจูบสัมผัสจากหน้าท้อง ไล่ผ่านขึ้นไปเรื่อยๆ จากกระดูกไหปลาร้า จนถึงลำคอระหง เขาโน้มใบหน้าเข้าหา มองหน้าเธอ นิ่งค้างผิดปกติ หากการกระทำนั้นกลับทำให้อีเล็กตราได้เห็นบางสิ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ

เธอเห็นทุก ๆ อย่างผ่านดวงตาสีแดงสดคู่นั้น อารมณ์ความรู้สึกหลากหลายวิ่งสะท้อนไปมา ทั้งความโกรธเกรี้ยว เดือดดาล สับสน ความต้องการที่ไม่มีวันเติมเต็มได้ง่าย ๆ ไปจนถึง... ความกลัว

มีความหวาดกลัวเสี้ยวเล็ก ๆ ส่งผ่านออกมาจากแววตาคู่นั้น เกิดขึ้นในเวลาชั่ววินาทีแล้วก็หายไป แต่ว่า... เธอก็ได้เห็นว่าเขากลัว...

แต่กลัวอะไรกันล่ะ

เธอแทบไม่เคยรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร เขาแค่ทำทุกอย่างไปอย่างที่ใจต้องการคนเดียว ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะรู้ว่าสิ่งใดกันที่ทำให้จ้าวแห่งศาสตร์มืดผู้ยิ่งใหญ่ต้องหวาดกลัวแบบนี้

หากแต่ครู่เดียวก็หวนคิดไปถึงเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้ สาเหตุที่ทำให้เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ นั่นคือเด็กชายผู้รอดชีวิตที่ต่อต้านเขาอยู่เนือง ๆ คนนั้นยังไม่โดนกำจัด แฮร์รี่ พอตเตอร์รอดตัวมานานและยังรอดอยู่เรื่อย ๆ อย่างนี้

หรือว่า... เขาอาจจะกลัวว่าตัวเองจะพ่ายแพ้ในสักวันหนึ่งกันนะ

มือเล็กเอื้อมไปหาที่ใบหน้าขาวเผือดนั้น ลูบสัมผัสอย่างอ่อนโยน... และอบอุ่น... ชนิดที่โวลเดอมอร์ไม่เคยได้สัมผัสจากใครมาก่อน

เขาชะงักค้างไป  ก่อนจะพบว่าในวินาทีต่อมาคนตัวเล็กกว่าก็พลิกตัวของเธอขึ้นมาอยู่เหนือร่าง และก้มลงจูบเขา แผ่วเบาและแทบไม่มีความร้อนแรง... หากเต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างถึงที่สุด ราวกับว่า... เธอกำลังปลอบประโลมเขาอยู่

โวลเดอมอร์ขยับกายกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนหลังพิงหัวเตียง แขนของเขากอดรัดอยู่เหนือสะโพกของเธอ อีเล็กตราวางมือลงบนหัวไหล่ทั้งสองข้างของเขา ความอบอุ่นของร่างกายกำลังเติมเต็มเขาช้า ๆ เธอนิ่งค้างไปสักพัก หายใจหอบแรง ใบหน้าแดงก่ำชื้นเหงื่อ จากนั้นก็ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินต่อไปตามธรรมชาติของมัน

“อยู่กับฉันนะ” เสียงของคนที่อยู่ด้านบนเอ่ยแผ่วเบา ราวกับไม่มั่นใจว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ “อยู่กับฉัน... ที่นี่... คืนนี้... แค่เราสองคน”

โวลเดอมอร์กอดเธอไว้แน่น ขบเม้มปลายคาง ไล้เลียทรวงอกอิ่ม ฝ่ามือตะโบมลูบไปทั่วแผ่นหลังอันเป็นตำแหน่งของตรามารพิเศษที่เขาเคยมอบให้เธอเมื่อนานมาแล้วอย่าหลงใหล รับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันผ่านทุกการเคลื่อนไหวนี้

ไม่เคยมีแรงดึงดูดไหนที่มีพลังและส่งผลกับเขาได้มากเท่าเธอ ไม่เคยมีใครทำให้รู้สึกได้เท่านี้ ชีวิตที่ห่างไกลความเป็นมนุษย์มาหลายปีทำให้ไม่อาจทำความเข้าใจความต้องการทางใจหรือกระทั่งทางกายเช่นเดียวกับคนปกติได้ ยกเว้นกับเธอ เธอคนเดียวที่จุดประกายความปรารถนาของเขาให้ติดหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเธอล้วนน่าหลงใหล

ไม่ว่าความรู้สึกที่มีให้เธอจะใช้คำนิยามว่าอะไร อธิบายด้วยเหตุผลแบบใด เขาไม่เคยเข้าใจ ไม่รู้ความหมาย ไม่รู้ที่มา หรือกระทั่งจุดจบ

เขาไม่รู้อะไรเลย...

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้มีชื่อเรียกว่าอะไรกันแน่นะ?

ตอบไม่ได้... ไม่เข้าใจมันเลย

โวลเดอมอร์สับสน เขาเคยเข้าใจในทุก ๆ เรื่อง เชี่ยวชาญในทุก ๆ ด้าน แต่แค่เรื่องนี้เท่านั้น... ที่ทำให้คนอย่างเขากลายเป็นคนโง่เง่า

เขารู้ดีว่าตอนนี้พอตเตอร์ต้องพยายามต่อต้านเขา เขารู้ว่าพวกนั้นต้องทำบางอย่างเป็นเฮือกสุดท้ายซึ่งอาจกำหนดผลลัพธ์ในตอนจบได้ เขารู้ดีว่าอีกแค่เอื้อมมือก็จะสามารถเข้าถึงไม้มฤตยูที่ซ่อนตัวอยู่กับเจ้าของเดิมของมันอย่างเงียบเชียบแล้ว เขารู้ดีว่าควรจะรีบไป... เพื่อจัดการเรื่องทุกอย่างที่ยืดเยื้อมานานให้จบลงเสีย

แต่เขาก็เลือกจะอยู่ต่อ เพราะเธอขอร้องให้เขาอยู่...

อยู่กับเธอ...

สองความรู้สึกเชื่อมต่อ แทบหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว แม้กระทั่งลมหายใจ หรือเสียงหัวใจที่เต้นตุบในอกก็เกิดขึ้นพร้อมกัน อีเล็กตราที่อ่อนแรงโน้มกายเข้าหา พิงเขาไว้ หอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าแดงก่ำ ผิวกายเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลซึม เขาโอบกอดเธอ แนบแน่นราวกับหวาดหวั่นว่าอีกฝ่ายจะมลายหายไปเสียตรงนี้

มันสมบูรณ์แบบและสวยงาม ทั้งจากเธอและเขา ไม่เหมือนเช่นครั้งก่อน ๆ ที่มักจะเกิดขึ้นจากความเอาแต่ใจของเขาเพียงคนเดียว ตอนนี้ พวกเขาทั้งคู่สัมผัสได้ถึงตัวตนของกันและกันได้มากกว่าครั้งไหน ๆ รู้สึกได้ถึงอุณหภูมิในร่างกาย อารมณ์และความรู้สึกถ่ายทอดให้กันได้มากมายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

แต่ว่า... ทั้งเขาและเธอต่างก็รู้ พวกเขาสัมผัสได้ รู้สึกเช่นเดียวกัน ว่าความอบอุ่นที่ถ่ายทอดให้กันนี้ยังไม่อาจเติมเต็มความปรารถนาที่ลุกโชติช่วงอยู่ได้...

ยังไม่พอ

โวลเดอมอร์ดันแผ่นหลังของเธอให้นอนราบลงกับเตียง แผ่วเบาและอ่อนโยน จุมพิตริมฝีปากอิ่ม ค้นหาความหอมหวานที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางหมด... ครั้งแล้วครั้งเล่า

ในตอนนี้ จะมีเพียงแค่เขา โวลเดอมอร์กับอีเล็กตรา แค่พวกเขาสองคนเท่านั้น...



++++++++++++++++++++++

คุยยาวๆค่ะ


ความสัมพันธ์ของสองคนนี้

มันคืออะไรกันน้า

ไรต์ก็เรียกไม่ถูกเหมือนกัน 

แต่ตอนนี้ เหมือนจะเข้าใจกัน เปิดใจกันและยอมรับกันมากขึ้น 

แม้ทั้งคู่จะยังไม่สามารถหาคำอธิบายกับการกระทำเหล่านี้ได้  

แต่ไรต์คิดว่ามันเป็นความสัมพันธ์คลุมเครือที่ค่อนข้างชัดเจนในระดับหนึ่งค่ะ (มั้ยนะ)

สำหรับคำพูดของอีเล็กตราในตอนเก่าที่ว่า


คำว่าตอนนั้นที่อีเล็กตราว่า ก็คือตอนนี้นี่เองค่ะ

ถ้าไม่ได้ออกโรงช่วย ปู่ที่กำลังหงุดหงิดขนาดนั้นคงฆ่าทิ้งทั้งบ้านแน่

เพราะหัวร้อนมาหลายอย่าง ทั้งเรื่องแฮร์รี่ เรื่องไม้เอลเดอร์ เรื่องพึ่งโดนกรินเดลวัลดูหมิ่นมา (ในหนังสือ ปู่พึ่งไปถามที่อยู่ไม้จากกรินเดนวัลมาค่ะ ตอนนั้นหัวร้อนเอาการอยู่)

แต่ไรต์ตีความว่าที่โมโหขนาดนั้น นั่นก็เพราะอันที่จริงกำลังกลัวค่ะ

ปู่เป็นคนเชื่อคำทำนายมาก และแฮร์รี่ก็กำจัดไม่ได้สักที ไม้เอลเดอร์ก็หายากมาก หลายๆเรื่องคงทำให้ปู่กลัว กลัวมากจนพยายามปฏิเสธแล้วแปลงเป็นความโกรธ 

และอีเล็กตราซึ่งสังเกตเห็นพอดี แม้เป็นความกลัวเสี้ยวเล็กๆก็ตาม ก็เลยทำอย่างที่ทำลงไปในตอนนี้ค่ะ แต่ไรต์ไม่ขอลงรายละเอียด ว่าทำแบบนั้นทำไม ให้รี้ดเดอร์ตีความกันเองค่ะ บอกแล้วว่าคือความชัดเจนในความไม่ชัดเจน ฮาา

สำหรับตอนเก่าที่เคยลงมาแล้ว ไรต์ไม่ได้ขอเม้นต์ แต่ นี่คือตอนใหม่ตอนแรกที่พึ่งเอามาลง 

เพราะฉะนั้น เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ รวมถึงการเสนอข้อคิดเห็นต่างๆ ดังนั้น ก็........

เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์

   เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์   

เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

690 ความคิดเห็น

  1. #643 Killploy (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 22:17
    เล่มยังมีเหลือมั้ยคะเเอด
    #643
    3
    • #643-2 Killploy(จากตอนที่ 57)
      13 ธันวาคม 2562 / 23:22
      เเอดไม่ลงขายในรูปเเปป meb บ้างเหรอคะ
      #643-2
    • #643-3 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 57)
      14 ธันวาคม 2562 / 08:55
      ไม่ได้ลงค่า ขอโทษน้า
      #643-3
  2. #642 Liana-milky (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 17:45
    กว่าจะหวาน​
    #642
    1
    • #642-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 57)
      14 ธันวาคม 2562 / 09:02
      นานๆกว่าจะหวาน
      #642-1
  3. #641 HERRINNE POTTER (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 08:52
    ชอบตรงเปียนี
    #641
    1
    • #641-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 57)
      14 ธันวาคม 2562 / 09:01
      ฮ่าๆ ปู่นักเปียโนค่ะ
      #641-1
  4. #640 linlana lily (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 22:55

    ปู่ยังไงก็ทำขุนเเม่ไม่ลงงง
    #640
    1
    • #640-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 57)
      14 ธันวาคม 2562 / 09:01
      มันเป็นความรู้สึกบางอย่าง ที่ทำให้ตัดใจไม่ลง
      #640-1
  5. #638 คนสำลักน้ำลาย (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 21:04

    โอ้ยต่อจากนี้ค่อยๆเริ่มหวานได้ไ-่าพึ่งมาม่าเลย
    #638
    1
    • #638-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 57)
      14 ธันวาคม 2562 / 09:00
      อยากให้เป็นเช่นนั้นเหมือนกันค่ะ
      #638-1
  6. #637 Acali_sia (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 20:38
    โอยยยดีย์ไม่ไหวแล้วววรักไรท์​ที่สุดดดดด
    #637
    1
    • #637-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 57)
      14 ธันวาคม 2562 / 09:00
      ขอบคุณค่ะ
      #637-1