Harry Potter - [The Dark Heir] Ocx? feat. Lord Voldemort x Oc

ตอนที่ 21 : The Truth

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,414
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    29 ส.ค. 60

STAR











Image result for voldemort in the forbidden forest

XIX : The Truth

แฮร์รี่เดินไปด้วยความรู้สึกแสนหนักอึ้ง ทุก ๆ อย่างว่างเปล่า ราวกับว่าร่างกายของเขาสามารถทำงานและสั่งการตัวเองได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากสมอง ตอนนี้สำหรับเขา ไฟแห่งความหวังที่มีอยู่ในใจอย่างริบหรี่ ดับมอดลงจนเกือบไม่มีเหลือ บรรยากาศรอบตัวดูเย็นยะเยือกจนทำให้การก้าวเท้าต่อไปเป็นสิ่งที่ยากลำบากเหลือเกิน

มือที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเศษดินและรอยเลือดสกปรกดึงผ้าคลุมล่องหนให้กระชับตัวมากขึ้น ความกล้าเพียงอย่างเดียวสำหรับเขาในตอนนี้ คือการมีผู้ร่วมเดินทางอย่างพ่อกับแม่ ซีเรียส และลูปิน ที่เดินเคียงข้างเขาไปอย่างเงียบสงบเท่านั้น

เขาต้องทำเพื่อทุกๆคน

อีกนิดเดียวเรื่องก็จะจบแล้ว

การเดินทางอันแสนยาวนาน อีกแค่ไม่กี่วินาทีมันก็คงจะหยุดลง

แค่ตายเท่านั้น...

เดินต่อไปอีกแค่พักเดียวเท่านั้น ดวงตาสีเขียวที่อ่อนล้าของเขาก็มองเห็น เป็นกลุ่มชายหญิงในชุดดำที่ยืนรอบกองไฟขนาดใหญ่กลางลานโล่ง ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียด ไม่มีใครส่งเสียงอะไรออกมา บางทีอาจไม่กล้าแม้กระทั่งจะหายใจแรง ๆ ด้วยซ้ำ

แฮร์รี่เห็นกลุ่มผู้เสพความตายที่เขาทั้งรู้จักและไม่รู้จักนับสิบคน แต่ละคนต่างก็มีบาดแผลจากการสู้รบ มากน้อยแล้วแต่ความเกงกาจของแต่ละคน -- คนที่ดูจะได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้น้อยที่สุดน่าจะเป็นเบลลาทริกซ์

โวลเดอมอร์ยืนสงบนิ่งกลางวงล้อมนั้น ก้มหน้าพร้อมกับลูบไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์เอาไว้ราวกับอยู่ในภวังค์

อีวานเจลีนยืนอยู่ด้านหลังพ่อของเธอ ใกล้ๆกับตำแหน่งของกรงมนตราสีทองของนากินี

เด็กสาวดูแปลกไป เธอดูซีดเซียวและอ่อนแรงราวกับคนที่พึ่งถูกช่วยมาจากการจมน้ำ ขอบตาแดงช้ำอย่างน่าประหลาด ทั่วทั้งตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดที่เหมือนจะถูกเช็ดออกไป เธออ่อนแอและเปราะบางกว่าที่ควรจะเป็น แต่ใบหน้าสวยสง่าที่เย็นชากับตาสีแดงสดแสนน่าหวาดกลัวนั้นกลับทำให้คนอื่นที่อยู่รอบตัวไม่กล้าปริปากถามถึงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

“ฉันคิดว่าเขาจะมา” โวลเดอมอร์พูดกับบุตรสาวด้วบภาษาพาร์เซลอย่างเรียบเฉย ดวงตายังจับจ้องอยู่ที่เปลวไฟที่ลุกโชนตรงหน้าไม่กระพริบ “ฉันคาดว่าเขาจะมา”

คนอื่นๆที่ยืนอยู่รอบตัวเงียบกริบ ไม่มีใครเข้าใจสิ่งที่เข้านายของตนพูดแม้สักคน เว้นแต่เพียงนากินีในกรงทองที่ขดตัวเป็นวงในกรงมนตราที่ปกป้องตัวมันจากอันตราย และจงอางสีดำสนิทที่เลื้อยวนไปมาใกล้ๆ กับอีวานเจลีนผู้เป็นนายของมัน

รวมถึงตัวของแฮร์รี่อีกคนด้วย...

“เขาต้องมา... ท่านพ่อ...”  เธอตอบกลับอย่างสงบ ดวงตาสีแดงสดกวาดมองรอบตัว สลับกับเหลือบไปหานากินีเป็นระยะ

“ดูเหมือนว่าฉันจะ... เข้าใจผิด”

หัวใจของแฮร์รี่เต้นแรงอยู่ภายในอก เหมือนกับว่ามันกำลังพยายามเต้นให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะต้องหยุดลงไปตลอดกาล เด็กหนุ่มหลับตาลง ก่อนที่มือที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจะดึงผ้าคลุมล่องหนออก และยัดมันเข้าไปใต้เสื้อคลุมพร้อมกับไม้กายสิทธิ์

“เข้าใจไม่ผิดหรอก”

ร่างของเขาปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า พร้อมกับเสียงคำราม เสียงร้อง เสียงหัวเราะของผู้เสพความตายที่ดังแทรกกันอย่างอลหม่าน

ตาสีแดงสดของโวลเดอมอร์จ้องมองมาที่เขาไม่กระพริบ

“แฮร์รี่! อย่า! เสียงตะโกนที่คุ้นเคยดังขึ้นมา แฮร์รี่หันไปมอง เป็นแฮกริดที่ถูกมันเอาไว้กับต้นไม้ เขากำลังดิ้นรนเต็มที่

“อย่า! อย่า! แฮร์รี่! เธอจะทำอะไร --

“เงียบ”ผู้เสพความตายที่ชื่กโรลล์ตะคอก เขาสะบัดไม้กายสิทธิ์ แล้วก็ไม่มีใครได้ยินเสียงของแฮกริดอีกเลย

ดวงตาหิวกระหายนับสิบคู่จ้องมองมาที่แฮร์รี่และโวลเดอมอร์อย่างตั้งใจ ราวกับรอดูภาพประวัติศาสตร์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีจากนี้

แฮร์รี่มองไปที่นากินีครู่หนึ่ง แม้จะรู้ว่าตนมีไม้กายสิทธิ์แนบอยู่กับอก แต่ก็ชัดเจนว่าเขาคงไม่สามารถทำอะไรงูใหญ่ตัวนั้นได้ในสภาพแบบนี้ นากินีได้รับการคุ้มครองที่ดีเยี่ยมจากเจ้านายของมัน และเขาคงโดนคำสาปจากผู้คนที่อยู่รายล้อมก่อนที่จะเอ่ยคาถาเพื่อโจมตีมันด้วยซ้ำ

แต่ใกล้ ๆ กันนั้น... ยังมีอีวานเจลีน

เธอสงบนิ่ง และเขาแน่ใจว่าคงไม่มีใครในโลกที่จะสามารถมองความคิดในตอนนี้ของเธอออก แม้แต่กับพ่อของเธอที่เชี่ยวชาญด้านการพินิจใจมากที่สุดก็ทำไม่ได้

อีกเดี๋ยวทุกอย่างก็จบแล้ว

อย่างไรก็ตามเธอก็จะต้องสานต่อภารกิจของเขาได้สำเร็จ....

ใช่... เธอช่วยภาคีอย่างลับ ๆ มาโดยตลอด เธอต้องทำมันแน่

หลังจากที่เขาตายไป การคุ้มครองนากินีก็จะไม่มีอีกต่อไป เธอที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดจะเป็นเพียงคนเดียวที่มีโอกาสฆ่างูตัวนั้นได้ แล้วคนที่เหลืออาจจะพอมีทางในการฆ่าโวลเดอมอร์อีกทีหนึ่ง

ตาสีแดงสดจ้องมองแฮร์รี่อย่างสงบนิ่งผิดปกติ จากนั้นปากที่ไร้ริมฝีปากก็คลี่ยิ้มที่ดูน่าสยดสยองขึ้นมา

“แฮร์รี่ พอตเตอร์” เสียงนั้นช่างแผ่วเบาเหลือเกิน ราวกับว่ายังมีความไม่ไว้วางใจบางอย่างกระจายอยู่ในน้ำเสียง “เด็กชายผู้รอดชีวิต”

โวลเดอมอร์ชูไม้กายสิทธิ์ ชี้ตรงมาที่เขา แต่ยังไม่ได้เสกคาถาอะไรออกมา

แฮร์รี่รู้ดีว่าโวลเดอมอร์ยังไม่แน่ใจว่าเขามาหาตนเพราะมีแผนการอะไรแอบซ่อนไว้หรือเปล่า แม้จะคาดการณ์เรื่องราวทั้งหมดเอาไว้แล้ว ว่าอย่างไรก็ตามแฮร์รี่จะยอมเดิมเข้าสู่ความตายด้วยตนเอง แต่เมื่อมันเกิดขึ้นจริงๆ อีกฝ่ายกลับไม่วางใจในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนัก

แต่แล้วในที่สุดแฮร์รี่ก็เห็น ปากที่ไร้ริมฝีปากนั้นขยับไหวในเสี้ยววินาที

สิ่งสุดท้ายที่สะท้อนในดวงตาของเขาคือลำแสงสีเขียว แล้วทุกอย่างก็ดับมืดลง

Related image

ความตายเป็นแบบนี้หรือเปล่านะ?

แล้วตอนนี้เขาตายจริงหรือเปล่า?

นอกจากเขาและร่างที่เหมือนทารกใกล้ตายนั่น ยังมีใครอยู่ที่นี่อีกเหมือนกันไหม?

แฮร์รี่ถามคำถามกับตนเองมากมาย ขณะเดียวกันก็หันไปมองบางสิ่ง -- เขาไม่รู้ว่าควรจะเรียกว่าอะไร มันกำลังนอนหายใจเสียดังฟืดฟาด ดูเหมือนเด็กที่ถูกถลกหนัง ถลอกปอกเปิกและน่าเวทนา เนื้อตัวสั่นเทา  นอนอยู่ใต้ม้านั่งราวกับถูกใครบางคนแอบเอามาทิ้งไว้ให้รอคอยความตายมานานแสนนานแล้ว

แฮร์รี่ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับมัน เขาควรจะช่วยมันไหม เขาจะช่วยมันได้หรือเปล่า มันดูน่าสงสารเสียจริง และคงจะแย่ไม่น้อยที่จะปล่อยใครบางคนที่กำลังจะหมดลมไว้โดยไม่ทำอะไร แต่ทำไมเขาถึงไม่อยากเข้าใกล้มันล่ะ ทำไมเขาถึงยังไม่ทำอะไร ทำไมเขาถึงรู้สึกขยะแขยงเจ้าสิ่งนี้จนไม่อาจบังคับตัวเองให้เข้าไปช่วยเหลือมันได้

“เธอช่วยไม่ได้หรอก” แฮร์รี่หันไปตามเสียงนั้น เป็นดัมเบิลดอร์ที่กำลังเดินมาอย่างกระฉับกระเฉง “แฮร์รี่ พ่อหนุ่มน้อยมหัศจรรย์ เธอเป็นคนกล้า กล้าหาญมาก ไปเดินเล่นกันเถอะ”

แฮร์รี่เดินตามไปโดยที่ในหัวยังคงสับสน เขานั่งลงบนม้านั่งข้างอดีตอาจารย์ใหญ่ที่น่าจะตายไปนานแล้ว ก่อนจะรีบเปิดปากถามอย่างรวดเร็ว

“แต่อาจารย์ตายแล้วนี่ครับ”

“อ้อ ใช่”

“ถ้างั้น... ผมก็ตายแล้วเหมือนกันหรือ”

“อ้า นั่นเป็นอีกเรื่องที่น่าสงสัย จริงไหม แต่พ่อหนุ่มที่รัก ฉันไม่คิดเช่นนั้นหรอก”

ดัมเบิลดอร์ยิ้มกว้าง ตอบคำถามแบบอ้อม ๆ เช่นเคย

“ไม่ตายหรือครับ”

“ไม่ตาย”

“แต่...” แม้จะคาดหวังว่าตัวเองจะยังมีชีวิตอยู่ แต่พอได้รับคำตอบเช่นนั้นเข้าจริง ๆ กลับยิ่งทำให้เขาสับสนมากขึ้น เด็กหนุ่มยกมือลูบบนแผลเป็นอย่างเคยชิน “แต่ผมควรจะตายนี่ครับ ผมไม่ได้ป้องกันตัวเองเลย! ผมต้องการให้เขาฆ่าผม!

“และนั่นละ จึงทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ฉันคิดว่านะ”

ดัมเบิลดอร์ตอบกลับมาด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข เสียงของเขากังวานและมีชีวิตชีวายิ่งกว่าครั้งไหน แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำให้แฮร์รี่เข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเลย

“อธิบายด้วยครับ”

แฮร์รี่นั่งฟังดัมเบิลดอร์อธิบายทุกอย่างให้ฟังอย่างตั้งใจ เรื่องที่จะคลายความสงสัยของเขา ทั้งเรื่องที่ทำไมเขายังอยู่ สิ่งมีชีวิตประหลาดที่หายใจแผ่วลงไปในทุกวินาทีนั่นคือตัวอะไร เรื่องไม้กายสิทธิ์ของเขา ไม้เอลเดอร์ ไม้ของโวเดอมอร์ เรื่องของเครื่องรางยมทูต เรื่องแผนการทั้งหมดที่ดัมเบิลดอร์คาดการณ์เอาไว้ และ...

เรื่องของอีวานเจลีน

“เธอรู้เรื่องพวกนี้มานานแค่ไหนแล้วครับ”

“ก็นานพอดู” ดัมเบิลดอร์ถอนหายใจ หลบตา ก้มหน้ามองตักตนเองราวกับกำลังสำนึกผิด “ฉันนี่แย่นะ ที่ดึงเด็กที่อายุเพียงเท่านี้ให้เข้ามามีส่วนในเรื่องที่ใหญ่มากเสียจนผู้ใหญ่หลายคนยังทำไม่ได้... พวกเธอทั้งคู่ ฉันต้องขอโทษด้วย... อีวานเจลีนที่น่าสงสารแบกเรื่องหนัก ๆ ไว้บนบ่าและรับรู้ความเป็นไปทั้งหมดมานานแล้ว... นานกว่าเธอเสียอีกนะพ่อหนุ่ม...”

แฮร์รี่ฟังอย่างตั้งใจ

“แล้วทำไมเธอถึงเลือกอยู่ฝ่ายเดียวกับเราครับ ผมหมายความว่า... ในทางเลือกมากมาย ทำไมเธอถึงเลือกทางนี้”

“แล้วตามความคิดเธอ...  เธอคิดว่าอีวานเจลีนอยู่กับพวกเราเพราะอะไรหรือ” ดัมเบิลดอร์ตอบคำถามด้วยคำถามอีกครั้ง แฮร์รี่มองเขาด้วยความฉงน แต่ก็รีบตอบกลับไป

“เธอ...” เขาพยายามนึก “อยากจะช่วยกำจัดโวลเดอมอร์...เหมือนเราหรือครับ”

“ตามที่ฉันคิดเอาไว้ หลังจากที่เธอยอมเสียสละตัวเองให้โวลเดอมอร์ฆ่าไปแล้ว งานของอีวานเจลีนที่ต้องทำต่อคือการฆ่านากินี เพราะหลังจากนั้น ความระแวดระวังภัยของโวลเดอมอร์จะลดลง เขาจะไม่ป้องกันงูนั่น และเพียงคนเดียวที่จะสามารถเข้าใกล้มันได้ก็มีเพียงแค่อีวานเจลีนเท่านั้น เพราะอย่างนั้นสิ่งเดียวที่ฉันคิดว่าแม่หนูนั่นจะได้กำจัดก็คืองูตัวเดียว”

“แล้วโวลเดอมอร์...”

“อีวานเจลีนที่เรารู้จัก... คือเด็กผู้หญิงที่แสนสุภาพ จิตใจดี สับสนแต่มีความพยายามเต็มเปี่ยม... เธอคิดว่าคนเช่นนั้นจะสามารถฆ่าใครได้หรือเปล่า”

“ผมไม่คิดว่าเธอ...”

แฮร์รี่ตอบเสียงเบาผิดปกติ เขาหวนนึกไปถึงวันที่ดัมเบิลดอร์ถูกฆ่าตาย แล้วก็รู้สึกได้ว่าตนเองเป็นคนโง่เง่าที่มองคนไม่ออกเอาเสียเลย -- ทำไมตอนนั้นเขาถึงได้คิดว่าตัวตนของเธอที่เคยเห็นมาตลอดคือการแสดงละครตบตากันนะ

“ใช่น่ะสิ” ดัมเบิลดอร์ตอบอย่างรวดเร็ว “เธอดีเกินกว่าจะทำสิ่งที่ชั่วช้าอย่างนั้นได้ -- ฉันไม่ได้บอกว่ามีแต่ด้านดีจนเหมือนผ้าขาวขนาดนั้นหรอกนะ คงไม่มีใครในโลกนี้ที่สมบูรณ์แบบขนาดนั้น... เพียงแต่เธอเป็นคนปกติคนหนึ่งที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย -- และไม่ต้องคิดเลยว่าเธอจะสามารถทำเรื่องแบบนั้นกับคนที่เป็นพ่อของเธอได้หรือเปล่า ”

“แล้วทำไม... เธอถึงช่วยเราล่ะครับ” นั่นยิ่งทำให้แฮร์รี่อยากรู้มากขึ้นไปอีก

“โวลเดอมอร์ทำเรื่องชั่วช้าอย่างการฆ่าคนเพื่อหาทางทำให้ตัวเองเป็นอมตะ เขาฆ่าคน เพื่อฉีกวิญญาณตัวเองออกเป็นชิ้น ๆ วิญญาณของเขาพิกลพิการ นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะมีใครทำอย่างนั้นกับตัวเอง” ดัมเบิลดอร์กล่าวต่อไป โดยมีเสียงของสิ่งมีชีวิตร่างเล็กร้องครางอย่างเจ็บปวดลอยมาให้ได้ยินแว่ว ๆ “นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้วิญญาณของเขาเหมือนถูกคำสาปร้าย และชะตากรรมเดียวที่รอเขาอยู่นั้นจะเลวร้ายยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งหมด”

“แต่เขาต้องตายนี่ครับ...” แฮร์รี่แย้ง “โวลเดอมอร์ต้องตายก่อนวิญญาณเขาถึงจะเป็นแบบนั้น ถ้าเกิดผมกำจัดฮอร์ครักซ์ทุกชิ้นเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าอีวานเจลีนเลือกอยู่ฝั่งเดียวกันกับพ่อของเธอ... เขาอาจจะไม่ต้องตาย... เราอาจจะไม่ได้มานั่งคุยกันเหมือนตอนนี้ก็ได้”

“ก็จริง แต่ก็นั่นแหละนะ” ดัมเบิลดอร์ยังคงยิ้ม “ เรายังคงปฏิเสธเรื่องที่วิญญาณเขาถูกสาปจนบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติไม่ได้ แม้ว่าเขาจะตายหรือไม่ก็ตาม วิญญาณของเขาก็ถูกสาปไปแล้ว... เขาแบ่งวิญญาณของตัวเองมากเกินไป ตอนนี้เสี้ยววิญญาณส่วนอื่น ๆ ที่อยู่ในฮอร์ครักซ์ก็ถูกทำลายไปจนล่องลอยเป็นเหมือนผีระหว่างภพไปตลอดกาล... ยกเว้นก็แต่จะหาวิธีการรวมมันเข้าไว้ด้วยกันใหม่ ซึ่งฉันคิดว่าเธอคงรู้ว่าต้องทำอย่างไร”

“เขาต้องสำนึกผิด...” แฮร์รี่พึมพำ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด “หรือว่า... อีวาเจลีนพยายามที่จะช่วยโวลเดอมอร์!

“ใช่แล้วล่ะพ่อหนุ่ม แม้ว่าอีวานเจลีนจะเข้มแข็งและอดทนมากขนาดไหน... แต่ในความเป็นจริงแล้ว เธอก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่พยายามจะดึงพ่อของตัวเองไม่ให้ถลำลึกไปในความชั่วร้ายมากกว่านี้เท่านั้น... เธอก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่เป็นห่วงพ่อ และอยากจะให้เขาไม่ต้องทุกข์ทรมานกับทุกสิ่งทุกอย่างที่จะต้องเกิดขึ้นกับเขาในอนาคต เธอพยายามหาทางช่วยให้โวลเดอมอร์สำนึกผิดต่อสิ่งที่ทำลงไป เมื่อเป็นอย่างนั้นวิญญาณเขาอาจจะรวมกันกลับมาอีกครั้ง -- แม้ว่าจะเจ็บปวดแสนสาหัส แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็จะไม่ถูกสาปอีกต่อไป... และนี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พลังของความรักนี่แหละที่มีอำนาจเหนือทุกสิ่ง”

“ซึ่งเป็นสิ่งที่โวลเดอมอร์ไม่เคยมี” แฮร์รี่แย้ง “ไม่ว่าอีวานเจลีนจะทำยังไง เขาคงไม่รักลูกตัวเองมากพอจะสำนึกผิดหรอก เขารักไม่เป็นนี่ครับ”

“โวลเดอมอร์อาจรักไม่เป็นแต่ลูกของเขารักเป็น” ดัมเบิลดอร์ตอบสิ่งที่แฮร์รี่ยังไม่เข้าใจ “เธอก็รู้นะว่าเขาคือผลผลิตของยาสเน่ห์ที่ไม่อาจเข้าใจความรู้สึกรักได้ แต่อีวานเจลีนไม่ได้เกิดขึ้นมาจากยาเสน่ห์ และที่เรารู้กันคือโวลเดอมอร์นั้นรักไม่เป็น ดังนั้นลูกของเขาคงไม่ได้เกิดจากความรักแน่... แต่อาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อนกว่านั้น -- รู้รึเปล่าว่าแม่ของอีวานเจลีนเคยเป็นหนึ่งในภาคีเหมือนกันกับเรา เพียบพร้อมทุกอย่างทั้งสายเลือด ทรัพย์สมบัติ เหมือนถนนคนละสายกับโวลเดอมอร์โดยสิ้นเชิง...แต่เธอก็ได้ให้กำเนิดทายาทให้กับเขาอย่างไม่น่าเชื่อ

“จะสำนึกผิดได้หรือไม่ นั่นเป็นเรื่องเดียวที่ฉันไม่อาจเดาได้เลยล่ะพ่อหนุ่มน้อย ฉันเดาได้อย่างเดียวว่าเราจะสามารถจัดการกับฮอร์ครักซ์ทุกชิ้นของเขาได้แน่ แต่เขาจะสำนึกผิดได้ทันหรือไม่นั้นเป็นสิ่งที่เดาได้ยากเหลือเกิน แต่ก็อย่างว่าแหละนะ แม้ว่าเราจะเดาว่าร้อยทั้งร้อยแล้วโวลเดอมอร์จะไม่มีทางสำนึกผิด แต่อะไรก็อาจเกิดขึ้นได้ เหมือนที่ฉันไม่เคยคิดว่าคนอย่างโวลเดอมอร์จะมีลูก เขาก็ยังมี และเด็กคนนั้นยังเป็นคนดีมากกว่าที่พ่อของเธอเป็นหลายเท่านัก แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้ตัดสินใจมีทายาทก็ตาม”

แฮร์รี่นิ่งฟังอย่างตั้งใจ เรื่องที่อีวานเจลีนเป็นทายาทเพียงคนเดียวของโวลเดอมอร์นั้นเป็นเรื่องที่รู้โดยทั่วกันในโลกเวทมนต์มาตลอดหนึ่งปีมานี้ แต่สาเหตุที่โวลเดอมอร์เลือกที่จะมีทายาทนั้นยังเป็นปริศนาที่ไม่มีใครหาคำตอบได้ ทั้งโลกนี้อาจมีคนเดียวที่รู้ว่าทำไมคงมีเพียงโวลเดอมอร์คนเดียวเท่านั้น

เจ้าสิ่งมีชีวิตร่างเล็กที่ถลอกปอกเปิกไปทั้งตัวไอโขลกเสียงดัง แฮร์รี่และดัมเบิลดอร์หันไปมองพร้อมกัน มันตัวสั่นอย่างแรงคล้ายกำลังสำลักก้อนเลือดที่ติดค้างอยู่ในลำคอ จากนั้นเขาก็มองดัมเบิลดอร์ พวกขาทั้คู่เงียบไปราวกับกำลังสื่อสารบางอย่าผ่านทางสายตา แฮร์รี่เข้าใจทีละนิดว่าจะต้องทำอะไรต่อ

“ผมต้องกลับไปใช่ไหมครับ”

“ก็แล้วแต่เธอ”

“มีทางเลือกด้วยหรือครับ”

“อ๋อ แน่ละสิ” ดัมเบิลดอร์ตอบยิ้ม ๆ “เราทุกคนย่อมมีทางเลือกเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ถ้าเธอไม่ตัดสินใจกลับไป เธอก็น่าจะ... ลองเลือกขึ้นรถไปสักขบวนดูก็ได้นะ”

“แล้วมันจะพาผมไปที่ไหนล่ะครับ”

“ไปต่อ”

คำตอบแสนง่ายดายทำให้บทสนทนาระหว่างแฮร์รี่และอดีตอาจารย์ใหญ่ที่เขารักและเคารพที่สุดเงียบลงไปอีกครั้ง

“โวลเดอมอร์มีไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์” แฮร์รี่พูดความจริงที่เขายังหนักใจออกมา

“จริง เขามีไม้เอลเดอร์”

 “แต่อาจารย์อยากให้ผลกลับไป”

“ฉันคิดว่า เธอมีทางเลือกเสมอ ทั้งเลือกที่จะไปต่อไปเลือกที่จะกลับไป” ดัมเบิลดอร์กล่าว “ถ้าเธอเลือกกลับไป เขาก็มีโอกาสสูงที่จะถูกกำจัด แต่ฉันยืนยันให้เธอมั่นใจไม่ได้หรอก แต่ฉันรู้อยู่อย่างหนึ่งคือเธอมีเรื่องให้ต้องกลัวน้อยกว่าเขานะ ถ้าเธอเลือกที่จะกลับไป”

เจ้าสิ่งมีชีวิตที่นอนจมกองเลือดไออย่างแรงจนตัวสั่น แฮร์รี่หันกลับไปมองมัน มีแววแห่งความเวทนาปรากฎอยู่ในดวงตาสีเขียวใสของเขา

“อย่าสงสารคนตายเลยแฮร์รี่ สงสารคนที่มีชีวิตอยู่เถิด และที่สำคัญที่สุด จงสงสารคนที่มีชีวิตโดยปราศจากความรัก ถ้าเธอกลับไป เธออาจจะช่วยให้มีคนถูกทำร้ายน้อยลง มีครอบครัวที่บ้านแตกสาแหรกขาดน้อยลง หรือแม้กระทั่งเธออาจจะช่วยให้ใครกลับมาสำนึกผิดต่อสิ่งที่เขาทำลงไปได้ ถ้านั่นเป็นจุดประสงค์ที่มีค่าพอ เราก็จะกล่าวอำลากันในตอนนี้”

การกลับไปเพื่อเผชิญกับความเจ็บปวด หวาดกลัว และสูญเสียดูจะเลือกได้ยากกว่าการจากที่ที่ทั้งอบอุ่น และสงบเช่นนี้ แต่แฮร์รี่กลับตัดสินใจอยู่ครู่เดียว จากนั้นจึงยืนขึ้น ดัมเบิลดอร์ที่นั่งอยู่ด้านข้างก็ทำเช่นเดียวกัน ทั้งคู่มองหน้ากันอย่างสงบ

“บอกผมเป็นอย่างสุดท้ายเถอะครับ... ว่านี่ มันเป็นความจริง หรือมันแค่เกิดขึ้นในหัวของผมกันแน่”

แสงสีขาวสว่างขึ้นเรื่อยๆ มันจ้ามากจนแฮร์รี่ต้องหรี่ตา แต่เขากลับเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของดัมเบิลดอร์อยู่อย่างเลือนราง แต่เสียงอันอ่อนโยนที่ตอบกลับมานั้นยังคงสะท้อนก้องอยู่ในหูของแฮร์รี่

“แน่นอน มันเกิดขึ้นในหัวของเธอ แต่ถึงอย่างนั้น ทำไมมันจะไม่จริงล่ะ”

Related image

อีวานเจลีนเฝ้ามองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างตั้งใจ ดวงตาสีแดงสดของเธอจ้องเขม็งแทบไม่กระพริบ ตรงไปยังเด็กหนุ่มที่เปรอะเปื้อนไปทังตัว หน้าของเขาขาวซีดจนเหมือนกับไม่มีเลือดอยู่ในตัวอีกแล้ว

เธอคิดว่าคนอย่างแฮร์รี่จะต้องมาที่นี่ตามที่พ่อของเธอได้บอกเอาไว้ เขามาแน่ แม้ในใจจะอยากให้เขาซ่อนตัวให้ปลอดภัยแค่ไหนก็ตาม

มาเพื่อตาย....แต่ยังไงเขาก็มา

ดัมเบิลดอร์เดาเรื่องต่าง ๆ ได้ไกลถึงขนาดนี้เชียวหรือนี่

โวลเดอมอร์ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอขยับตัวเล็กน้อย เจ้าของร่างผอมสูงชูไม้กายสิทธิ์ขึ้น แต่ก็ยังรั้งรอราวกับพยายามตัดสินใจอะไรบางอย่างอยู่

และโดยไม่คาดคิด แสงสีเขียวก็สว่างขึ้นมาจากปลายไม้ พุ่งไปตรงไปยังเป้าหมายหนึ่งเดียวที่ยืนอย่างกล้าหาญต่อหน้าทุกคน และในทันทีที่คำสาปสัมผัสโดนตัว ก็เกิดแสงประหลาดที่ลุกวาบขึ้นมาอย่างไร้ที่มา กระจายตัวเป็นวงกว้างราวกับระเบิดที่ถูกจุด ก่อนที่มันจะจบลง ด้วยเสียงของบางสิ่งที่ร่วงหล่นกระทบกับพื้น

เด็กชายผู้รอดชีวิตล้มลงไป...

พร้อมกับจ้าวแห่งศาสตร์มืดที่ล้มลงไปอีกคนด้วย...

โวลเดอมอร์นอนอยู่ที่พื้น นิ่งสนิท ราวกับคนที่ถูกคาถาสะท้อนกลับใส่ตนเอง มีเสียงฝีเท้าและเสียงกระซิบอย่างตื่นตระหนกดังขึ้นหลังจากนั้น

อีวานเจลีนรีบวิ่งไปหาพ่อของเธอ ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยวางแผนเอาไว้จนหมด หน้าที่ของเธอ งานของเธอที่ดัมเบิลดอร์เคยสั่งเสียเอาไว้... เธอต้องฆ่างู ตอนนี้นากินีไม่มีกรงมนตราแล้ว มันไร้การปกป้องคุ้มครองโดยสิ้นเชิง... แต่เธอกลับไม่สนใจเรื่องนั้นอีกต่อไป

ร่างที่ขาวซีดนั้นดูเหมือนซากศพจมน้ำที่ตายมาแล้วหลายวัน โวลเดอมอร์หมดสติไปครู่หนึ่ง แต่อีวานเจลีนยังดูออกว่าเขายังหายใจอยู่ เธอก้มตัวลง ประครองชายผู้เป็นบิดาของตัวเองขึ้นมาช้าๆ -- เป็นความห่วงใยที่เธอมีให้เสมอแม้ว่าไม่อาจรู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกแบบเดียวกันหรือปล่า -- เขาปวกเปียกและไร้เรี่ยวแรงอย่างแท้จริง ในขณะที่เบลลาทริกซ์ที่อยู่ใกล้ ๆ กันพยายามส่งเสียงเรียกเจ้านายผู้เปรียบเสมือนชีวิตของเธอเบาๆ

“เจ้านาย... เจ้านาย...”

เปลือกตาที่ปิดสนิทกระตุกเบาๆ

“เจ้านายขา...”

“พอแล้ว” เสียงแหบแห้งดังแทรกขึ้นมา

โวลเดอมอร์ลืมตาขึ้นช้า ๆ อย่างหงุดหงิดใจ เขาพยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้ง โดยมีบุตรสาวของตนช่วยพยุงจนลุกขึ้นมาได้ เขาพิงอีวานเจลีนอย่างไร้เรี่ยวแรง ดูผิดปกติเกินไปจนผู้เสพความตายคนอื่น ๆ เริ่มส่งเสียงกระซิบและมองอย่างไม่ไว้ใจ

“เจ้านาย ให้ดิฉัน -- ” เบลาทริกซ์เสนอตัวช่วยอีกครั้ง แต่ก็ต้องหดมือกลับอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินเสียงที่แสนเย็นชาตัดบทกลับมาอย่างรวดเร็ว

“ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือ” ตาสีแดงสดจ้องมองไปยังร่างของแฮร์รี่ที่นอนห่างออกไปเขม็ง เขาเริ่มจะยืนได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง อีวานเจลีนจึงผละออกมา “เด็กนั่น มันตายหรือเปล่า”

ทุกคนที่ยืนอยู่รอบตัวนิ่งเฉย ตัวแข็งค้าง ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แฮร์รี่ ด้วยนึกหวาดกลัวเด็กหนุ่มที่สามารถทำให้เจ้าแห่งศาสตร์มืดต้องพลาดท่าเสียทีหลายครั้งหลายครา และแม้แต่ตอนที่ถูกคำสาปพิฆาต ก็ยังสามารถทำให้โวลเดอมอร์ล้มหมดสติไปด้วยกันได้อย่างนี้

“แก” มือขาวซีดสะบัดไม้กายสิทธิ์ มีเสียงฟาดเปรี้ยงผ่านอากาศตรงไปยังนาร์ซิสซา มัลฟอยผู้ยืนอยู่ข้างสามีของตน เธอกรีดร้องอย่างเจ็บปวด “ไปดูมันซิ บอกฉันว่ามันตายหรือเปล่า”

เธอเดินไปที่ร่างของแฮร์รี่แม้จะยังคงเจ็บปวดจากการถูกเฆี่ยนตีเมื่อสักครู่ ก้มลงใกล้ตัวเขา สำรวจตรวจสอบเพื่อดูว่าอีกฝ่ายหยุดหายใจแล้วหรือยังตามคำสั่ง และสักพักจึงลุกขึ้น ร้องบอกทุกคนให้ได้ยินทั่วกัน

“เขาตายแล้ว!

ตาสีแดงสดของอีวานเจลีนมองสตรีผมบลอนด์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกประหลาดในใจ เธอสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ส่งผ่านมาทางสีหน้าและอารมณ์นั้น และรู้ได้โดยทันที...

ว่านาร์ซิสซากำลังปกปิดอะไรบางอย่าง

โกหกหรือ...

เธอเหลือบมองโวลเดอมอร์ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ อย่างระแวดระวัง นึกแปลกใจและสงสัย เพราะเหตุใด ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกถึงความผิดปกตินี้เช่นเดียวกับเธอ เขาควรจะเป็นคนที่รู้ดีที่สุดเมื่อมีคนโกหกไม่ใช่หรอกหรือ

หรือเพราะคาสาปพิฆาตเมื่อครู่นี้ทำให้เกิดอะไรบางอย่าง จนตอนนี้อีกฝ่ายอ่อนแอจนไม่สามารถทำสิ่งที่ตัวเองเคยทำได้อย่างง่ายดายเหมือนเมื่อก่อนได้อีกแล้ว

อีวานเจลีนเดินเข้าไปบ้าง ในทุก ๆ ก้าวที่เข้าใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเห็นแววตาตระหนกตกใจของนาร์ซิสซาอย่างชัดเจน เธอซีดเผือดและหวาดกลัวราวกับคนที่รู้ว่าตนเองกำลังจะชะตาขาดในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

“ถอย” อีวานเจลีนพูดเรียบ ๆ แต่นาร์ซิสซายังยืนเฉย แต่เมื่อถูกจ้องมองด้วยดวงตาสีแดงสดอยู่สักพักเธอจึงยอมผละออกมา ร่างกายของเธอสั่นเทาอย่างไม่สามารถควบคุมได้

เด็กสาวสอดมือเข้าไปในเสื้อของแฮร์รี่ ทาบลงบนอก เหนือตำแหน่งหัวใจพอดิบพอดี

หัวใจเขายังเต้น...

แฮร์รี่ยังไม่ตาย

เธอก้มตัวลงไปใกล้ ราวกับว่ากำลังเงี่ยหูฟังเสียงหัวใจของเขา เธอรู้ว่าเขากำลังกลั้นหายใจและพยายามนอนให้นิ่งที่สุด เพื่อหลอกทุก ๆ คน

ผมดำยาวกระจายบทบังใบหน้าของแฮร์รี่จนไม่มีใครมองเห็น

แล้วจึงมีเสียงกระซิบที่แผ่วเบาดังขึ้นให้เขาได้ยินช้าๆ

“รอก่อน...”

แฮร์รี่หลับตา เชื่อฟังคำแนะนำของเธออย่างไม่โต้แย้งใด ๆ

“มันตายหรือยัง” เบลลาทริกซ์ตะโกนถาม เมื่อเห็นว่าอีวานเจลีนใช้เวลาในการตรวจสอบนานเกินความจำเป็น หล่อนชะโงกหน้ามองอย่างอยากรู้อยากเห็น แต่ไม่กล้าขยับเข้ามาใกล้เพื่อพิสูจน์ด้วยตัวเอง

อีวานเจลีนลุกขึ้น ก่อนจะตะโกนตอบ

“ตายแล้ว”

“พวกแกเห็นหรือยัง” โวลเดอมอร์กล่าวอย่างผู้ชนะ ท่ามกลางผู้ติดตามหลายสิบชีวิตที่ยืนอยู่รอบตัว “แฮร์รี่ พอตเตอร์ตายแล้ว ด้วยน้ำมือของฉัน บัดนี้จะไม่มีใครหน้าไหนคุกคามฉันได้อีก! จงดู! ครูซิโอ!

อีวานเจลีนคาดไว้แล้วว่าพ่อของเธอจะต้องทรมานศัตรูคู่อาฆาตให้เจ็บปวดแม้ว่าจะคิดว่าอีกฝ่ายนั้นได้ตายไปแล้ว เธอภาวนาให้แฮร์รี่อดทน ทำตัวเองให้เหมือนกับเปลือกหอยกลวงเปล่าเพื่อรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ ร่างของเขาถูกเสกให้ลอยขึ้นกลางอากาศและปล่อยลงมากระทบพื้น

ครั้งที่หนึ่ง แฮร์รี่ยังคงทำตัวปวกเปียกและไร้เรี่ยวแรงราวกับร่างไร้ชีวิต

ครั้งที่สอง ไม้กายสิทธิ์ที่ซ่อนเอาไว้ของเขาเริ่มเลื่อนถไลออกมาจากอกเสื้อ

และครั้งที่สาม... อาวุธเพียงชิ้นเดียวที่เตรียมมาเพื่อต่อกรกับโวลเดอมอร์กระเด็นหลุดออกไปที่โคนต้นไม้ใหญ่

“แกอุ้มมันไป” โวลเดอมอร์หันมาสั่งแฮร์กริดที่ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยแรงสะอื้นไห้ “มันจะได้สบายหน่อยในอ้อมแขนของแก แล้วทุกคนจะได้เห็นชัด ๆ ด้วย ดีไหมล่ะ ไปหยิบเพื่อนตัวเล็กของแกมาสิ แฮกริด แล้วแว่นตาล่ะ สวมแว่นตาให้มันหน่อย คนจะได้จำมันได้”

ชายร่างยักษ์เดินไปตามคำสั่ง แม้ว่าจะยังร้องไห้น้ำตานองหน้า อีวานเจลีนรู้ว่าแฮกริดจะรู้สึกเศร้าเสียใจมากแค่ไหน แต่เธอก็ไม่สามารถบอกเขาได้ว่าคนที่อยู่ในอ้อมแขนนั้นยังคงหายใจอยู่

“ไปได้”

 

Related image

        หายหน้าไปนานมาก ภาระเยอะจริง ๆ ค่ะ

       อ่านให้สนุกนะคะ เข้มข้นมากแล้ว  ใกล้จะจบแล้วค่ะ 

Related image

          คำถาม!!!

1. คิดว่าทำไมจู่ ๆ ปู่ถึงคิดจะมีลูก (ไหวอยู่เร้อ อายุอานามขนาดนี้ อิอิ)

2. แล้วทำไมแม่อีวี่ที่เป็นสมาชิกภาคีถึงมีลูกกับคนแก่ตัวขาวซีดแถมจมูกก็ไม่มีได้

Related image

จากคำถามที่เคยถามไป (เรื่องโวลดี้และแม่อีวี่) ไรต์อ่านเม้นต์แต่ละอันแล้วชอบมาก ๆ เลยค่ะ จะสั้นจะยาวก็ชอบมากค่ะ เพราะเหมือนเราได้คุยกันกับรี๊ดเดอร์อย่างสนิทสนมมากขึ้น (ฮ่า)

          คุยกันหน่อย!!!

คิดว่าแม่ของอีวี่น่าจะมีนิสัยใจคอเป็นยังไงคะ ฮ่า ถามให้อยากแล้วจากไป 

เอาตามตรงก็มีแนวคิดอยากแต่งเรื่องป๊ากับม๊า (มีในหัว แต่ยังไม่นิ่ง แก้ไปเรื่อย) แต่ยังไม่ได้เริ่มและอาจไม่ได้เริ่มเพราะงานเยอะมาก T^T 

ไรต์ก็อยากแต่งนะ แต่ก็ไม่อยากให้ความหวัง อาจจะจบแค่ส่วนของอีวี่ก็ได้ เอาเป็นว่ารอดูสถานการณ์ ว่างก็แต่ง ไม่ว่างก็รอให้ว่างแล้วอาจจะแต่ง...(เอ๊ะ)

        เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์          เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์          เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

690 ความคิดเห็น

  1. #425 panitin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 18:30
    ตอนพิเศษถ้ามีก็ดีสินะ
    #425
    1
    • #425-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      29 ธันวาคม 2560 / 09:51
      จะพยายามค่ะ แต่ก่อนอื่นต้องเอาอันนี้ให้จบก่อน ฮ่า
      #425-1
  2. #371 jingty (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 10:39
    แต่งของพ่อกับแม่ด้วย อยากอ่านนน
    #371
    1
    • #371-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      6 พฤศจิกายน 2560 / 20:58
      อยากแต่งแต่ไม่ค่อยมีเวลาเล้ยยยย เรียนมหาลัยปีสุดท้ายเลี้ยววววว
      #371-1
  3. #304 Akame (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 19:03
    ถ้าถามว่าอยากอ่านเรื่องโวลเดอร์มอร์กับแม่ของอีวี่ไหม? ขอตอบเลยว่าอยากอ่านค่ะ! แต่ก็อยากอ่านบทต่อไปมากกว่าและลุ้นมากว่าโวลเดอร์มอร์จะใจอ่อนไหม พอดีเราพึ่งอ่านเรื่อง " เห็นแก่ลูก " มา เลยภาวนาในใจว่า " เหฌนแก่ลูกเถิดนายท่าน!!! " ลุ้นมากว่าตอนสุกท้ายจะเป็นยังไง ขอบคุณ ที่ อ่าน คอมเม้นต์ เนื้อ หา มาก แต่ การ ไม่ ได้ นะ คะ ขอบคุณค่ะ
    #304
    1
    • #304-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      6 กันยายน 2560 / 00:04
      ไรต์ถึงขั้นตามไปอ่านเรื่องเห็นแกลูกเลยค่ะ แม่ลออดูรักและชื่นชมพ่อมากจริงๆ
      #304-1
  4. #303 m.ppmm (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 21:57
    ฮืออรู้สึกค้าง เข้มข้นมาก ตื่นเต้นด้วย
    #303
    1
    • #303-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      6 กันยายน 2560 / 00:03
      ไม่เข้มข้นเราไม่นอน!!!!
      #303-1
  5. #302 Pimlp_xy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 19:08
    โหดจุง โวลดี้ของหนู.... //แค่กๆ พูดไปสำลักไป555+
    #302
    1
    • #302-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      6 กันยายน 2560 / 00:02
      ของไรต์ต่างหากกกกกก
      #302-1
  6. #301 wrrt! (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 16:19
    โห้ยยย ตอนที่โวลเดอมอร์นางสาดคำสาปกรีดแทงใส่แฮร์รี่นี่ลุ้นมากค่ะว่าแฮร์รี่จะเผลอหลุดกรีดร้องหรือบิดตัวรึเปล่า ฮื่อค้างเว่อ มาต่อเร็วๆน้าาา
    #301
    1
    • #301-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      6 กันยายน 2560 / 00:01
      ระดับนี้ไม่มีร้องอยู่แล้วค่ะ ฮ่า โดนมาจนชินละ
      #301-1
  7. #300 ฺB.lin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 11:54
    รอค่ะ!!! อย่ากอ่านของป๊ากะม๊าของอีวี่อ่าาา
    #300
    1
    • #300-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      6 กันยายน 2560 / 00:01
      งื้อออออออออออ อยากแต่งแต่ไม่มีเวลาเลย T^T
      #300-1
  8. #298 magician2546 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 07:31
    ต่อไวๆน้าา ติดมาก
    #298
    1
    • #298-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      6 กันยายน 2560 / 00:00
      มาแล้วค้าบบบบบ
      #298-1
  9. #297 Linna Lily (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 23:07
    อย่ากอ่านตอนที่โวลดี้เจอกะเเม่ของอีวี่อ่าาาาประมาณว่าเเม่ของอีวี่พยายามจะช่วยหรือทำความเข้าใจโวลดี้หรือเปล่าหรือมีอะไรที่มากกว่านั้น(เป็นความสัมพันที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้สถานะของกันเเละกัน)สำหรับเราเข้าใจว่ามันเป็นความสัมพันที่ซับซ้อนน่ะ
    อาจจะรักอีกฝ่านเเต่ไม่รู้ตัวก็ได้(ซึนว่างั้น)เพราะโวลดี้ไม่รู้จักความรักเลยไม่รู้ว่ามีความรู้สึกให้อีกฝ่ายไง!จากที่อ่านมาหลายๆตอนก็เหมื่อนว่าโวลดี้จะมีเเอบเห่อลูกอยู่หน่อยๆ(นิดเดียวจริงๆน่ะ!)เเล้วตอนที่ถามถึงเอล(ใช่ป้ะจำชื่อไม่ได้)เหมืาอนกับตกอยู่ในความคิดของตัวเองหรือว่าเหม่อลอยหว่าด้วย #งานมโนล้วนๆ
    #297
    3
    • #297-2 Natacha_i-sen(จากตอนที่ 21)
      30 สิงหาคม 2560 / 20:07
      ขอตอนพิเศษของมีอากับเบนหน่อยได้ไหค่ะมันจบแบบคาใจมากๆ
      #297-2
    • #297-3 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      6 กันยายน 2560 / 00:02
      อยากแต่งมากกกก แต่ไม่มีเวลาเลยค่ะ งืออออออออ เรื่องนี้ก็ยังไม่จบเบยยยยยยย T^T
      #297-3
  10. #296 NeeVIP (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 20:07
    อาจเป็นวิญญาณส่วนหนึ่งของโวลเดอร์มอ รึเปล่า 555555
    #296
    1
    • #296-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      23 สิงหาคม 2560 / 20:53
      ฮอร์ครักซ์แอบไปกุ๊กกิ๊กกะสาว
      #296-1
  11. #291 Pitchayapak Uppakarat (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 09:06
    โดนสะกดใจ ? แต่เอาแค่หน้าท่านมาก็สะกดเราอยู่หมัดละค่ะ
    #291
    1
    • #291-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      23 สิงหาคม 2560 / 20:50
      หน้าตอนปัจจุบันใช่ไหมคะ อิอิ
      #291-1
  12. #290 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 07:48
    ประมาณรักแรกรึเปล่่
    #290
    1
    • #290-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      23 สิงหาคม 2560 / 20:49
      เห็นหนุ่มไม่มีจมูกแล้วละลายค่ะ งืออออ
      #290-1
  13. #289 Pimlp_xy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 07:19
    ไรท์.. ถามแบบนี้ไม่เกรงใจโวดี้เลย เขาต้องไหวสิคะ!! 5555+

    ดัมเบิลดอร์บอกว่าทอมเกิดจากยาเสน่ห์ ทำให้ไม่เข้าใจเรื่องความรักแต่ใช่ว่าจะมีไม่ได้จริงไหม หวังไปนั้น... ^^;
    #289
    1
    • #289-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      23 สิงหาคม 2560 / 20:44
      ไหวจริงเร้อออออออออ ต้องโด๊บก่อนหรือเปล่าาาาาา
      #289-1
  14. #288 HERRINNE POTTER (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 06:47
    แต่เมือก่อนตอนเป็นทอม ริดเดิ้ล ท่านลอร์ด หล่อมากก  ....อย่ามาว่าสามีคนที่9ของหนูนะ
    #288
    1
    • #288-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      23 สิงหาคม 2560 / 20:43
      เป็นสามีคนที่ 27 ของไรต์ ไรต์ส่าได้ค่ะ อิอิ
      #288-1
  15. #287 Killer-bova (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 04:13
    ต่อเลยนะคะ จะรอคะ
    #287
    1
    • #287-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      23 สิงหาคม 2560 / 20:43
      ปั่นอย่างด่วนเลยค่า
      #287-1
  16. #286 thaicraft93 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 01:48
    สู้ๆ ????????????????
    #286
    1
    • #286-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      20 สิงหาคม 2560 / 01:50
      สู้ขาดใจค่า
      #286-1
  17. #280 Dor_dream (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 12:45
    มาต่อนะคะะะ สู้ๆค่ะไรท์
    #280
    1
    • #280-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      17 สิงหาคม 2560 / 19:21
      รีบปั่นสุดฤทธิ์เลยค่า
      #280-1
  18. #279 m.ppmm (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 06:35
    สงสารด้วยเศร้าด้วย รอนะคะ
    #279
    1
    • #279-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      17 สิงหาคม 2560 / 19:21
      แงๆๆ ไรต์ชอบทำร้ายตัวเอก
      #279-1
  19. #276 winassholy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 22:28
    กดดันแทนเลยนะเนี่ย
    #276
    1
    • #276-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      17 สิงหาคม 2560 / 19:20
      ระเบิดกลายเป็นโกโก้ครั้นช์
      #276-1
  20. #275 พระจันทร์ยิ้ม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 19:50
    ค้างมากๆ สู้ๆนะคะไรท์
    #275
    1
    • #275-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      17 สิงหาคม 2560 / 19:19
      ปั่นอย่างเดียววววว
      #275-1
  21. #274 Linna Lily (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 15:54
    สงสารอีว ี่ฮือออออออ
    #274
    1
    • #274-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      17 สิงหาคม 2560 / 19:12
      ไรต์ใจร้ายเจงๆ
      #274-1
  22. #273 Killer-bova (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 12:32
    มาต่อเลยจร้าาาา สงสารอีวี่
    #273
    1
    • #273-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      17 สิงหาคม 2560 / 18:47
      ร้องไห้มาสดๆร้อนๆ
      #273-1
  23. #272 MintChayaTasuwan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 11:14
    สงสารอีวี่จัง //ร้องไห้แปปYoY
    #272
    1
    • #272-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      17 สิงหาคม 2560 / 18:46
      แง ฉงฉาน
      #272-1
  24. #271 Pa_riii_pie (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 10:23
    อีวี่ ฮือออออ ทำไมสงสารอีวี่จัง556
    #271
    1
    • #271-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      17 สิงหาคม 2560 / 18:46
      ไรตชอบทำร้ายอีวี่ตลอด
      #271-1
  25. #270 pudberry11 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 08:31
    รอค้าาาาาาาา
    #270
    1
    • #270-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 21)
      17 สิงหาคม 2560 / 18:46
      ปั่นๆๆๆๆๆๆ
      #270-1