Brother by Ren Ti Gu Jia (นิยายแปล) (Yaoi) (END)

ตอนที่ 24 : Brother - 24

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 102 ครั้ง
    2 มี.ค. 62

Brother – 24

 

 

สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​แล้ว​จะ​เกิด​ขึ้น​อีก

และ​สิ่ง​ที่​ทำ​ไป​แล้ว​จะ​มี​คน​ทำ​อีก

ไม่​มี​อะไร​ใหม่​ภาย​ใต้​ดวง​อาทิตย์

มี​อะไร​ไหม​ที่​ทำ​ให้​คน​เรา​พูด​ได้​ว่า ดู​สิ นี่​คือ​สิ่ง​ใหม่”?

ทุก​อย่าง​มี​มา​นาน​แล้ว และ​มี​อยู่​ก่อน​สมัย​ของ​เรา​อีก

ไม่​มี​ใคร​นึก​ถึง​คน​รุ่น​ก่อน

ไม่​มี​ใคร​จด​จำ​คน​รุ่น​ถัด​มา

และ​ไม่​มี​ใคร​คิด​ถึง​คน​รุ่น​ต่อ​ไป

–Ecclesiastes 1:9-11 (Cr. https://bit.ly/2tt7fpr )

 

 

          สวี่ผิงคิดว่าเขาจะนอนบนเตียงเฉยๆจนกว่าพระอาทิตย์จะขึ้น แต่ในความเป็นจริงเขาหลับตั้งแต่หัวแตะถึงหมอนแล้ว

          เขาไม่ได้ฝัน เขานอนบนเตียง วางมือทั้งสองไว้บนหน้าท้องและไม่ขยับตัวตลอดทั้งคืนราวกับหุ่นยนต์หมดพลัง

          เมื่อเขาตื่นขึ้น เขาได้ยินเสียงเครื่องทำความสะอาดถนนกำลังทำงาน

          เดือนพฤษภาคมใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว

          ดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าเร็วขึ้นและเร็วขึ้น อุณหภูมิก็สูงขึ้นเช่นกัน ฤดูใบไม้ผลิที่ชุ่มชื้นค่อยๆหายไปช้าๆราวกับนกกระจอกที่กระพือปีกท่ามกลางต้นไม้ ขณะที่ดวงอาทิตย์ในฤดูร้อนยังคงอ่อนแรงภายใต้ลมจากทิศตะวันออกเฉียงใต้

          มีหลายสิ่งที่ต้องทำในช่วงสุดสัปดาห์ระหว่างฤดูกาล คงต้องเก็บเสื้อแขนยาวและเอาเสื้อแขนสั้นออกมาแทน ผ้าห่มหนาๆต้องถูกซัก แผ่นไม้ไผ่และรองเท้าแตะก็ต้องถูกนำออกไปที่ระเบียงเพื่อขับไล่ความชื้นที่สะสมในช่วงฤดูหนาว

          เขาจ้องไปยังรอยแตกเก่าที่ไม่คุ้นชินบนเพดาน หลังจากกระพริบตาสองสามทีเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเขาย้ายมาห้องของพ่อนานแล้ว

          แสงแดดส่องผ่านระหว่างผ้าม่าน วันใหม่เริ่มต้นขึ้นโดยที่ไม่สนใจถึงความต้องการของเขา

          สวี่ผิงค่อยๆลุกจากเตียงและเอื้อมมือไปโต๊ะข้างๆเพื่อหาแว่นตา ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น น้องชายของเขาทำมันแตกเมื่อวาน

          เขาหดมือกลับมา นั่งเงียบๆสักพักก่อนจะหยิบเสื้อจากพนักเก้าอี้แล้วเริ่มแต่งตัว ประตูห้องนอนของน้องชายยังคงปิดอยู่

          เขาเดินเข้าห้องน้ำ บีบยาสีฟันออกมา เปิดก๊อกแล้วใช้แก้วรองน้ำ จากนั้นเขาก็เริ่มแปรงฟัน

          ภาพในกระจกเหนืออ่างสะท้อนเงาคนที่มีผิวขาวซีด คางแหลมนิดๆและดวงตาที่สดใส อาจจะเป็นเพราะพันธุกรรม ผิวของสวี่ผิงจึงขาวผ่องและไม่มีสิวแม้เขาจะนอนดึกก็ตาม

          ลำคอของเขาเรียวยาวผิดจากปกติของผู้ชาย แนวกรามจากด้านข้างนั้นงดงามเกินบรรยาย แม้ว่าเขาจะไม่ได้หล่อเหลาเหมือนพ่อและน้องชาย แต่ก็มีส่วนที่งดงามหมดจดราวกับไม่ใช่คนที่อยู่ในโลกมนุษย์นี้

          สวี่ผิงบีบโฟมออกมาแล้วใช้น้ำพรมหน้าเล็กน้อย ตรงที่น้องชายต่อยเขาเมื่อคืนยังคงเจ็บอยู่ มุมตาด้านซ้ายของเขาบวมคล้ำ ริมฝีปากของเขายังไม่หายเจ็บและกลายเป็นสีม่วงเข้มวันนี้

          เขาซับน้ำบนใบหน้าเบาๆด้วยผ้าขนหนู จากนั้นเขาก็จ้องมองตัวเองในกระจก เขาชะงักไปครู่หนึ่งแล้วหันหนีด้วยความรวดเร็วอย่างรังเกียจ

          ดวงตาเศร้าสลด เขาดึงประตูห้องน้ำแล้วก้าวออกมา กระแทกเข้ากับร่างกายที่อบอุ่น

          คงด้วยเหตุผลบางอย่างน้องชายเขาจึงยืนตัวเปลือยเปล่าอยู่หน้าห้องน้ำ

          สวี่ผิงรีบหลังถอยกลับ

          ทั้งคู่เงียบ

          จากนั้นสวี่ผิงก็หัวเราะเบาๆ เอาล่ะ รีบไปอาบน้ำ พี่จะไปทำข้าวเช้า

          ตามองลงพื้น เขาผลักน้องชายไปด้านข้างและเดินผ่านออกไป

          เมนูอาหารเช้าของวันนี้คือข้าวต้มและเครื่องเคียงอื่นๆ หม้อข้าวต้มสีเหลืองวางอยู่ข้างจานแตงกวา หน่อไม้และหมี่กึง

          สวี่เจิ้งมีความอยากอาหารมากและปกติเขาจะกินอาหารทุกชิ้นจนหมด แต่เช้านี้เขาแค่ใช้ช้อนกวนข้าวต้มในถ้วย ดูไม่ค่อยหิว

          สวี่ผิงเอาแต่มองถ้วยข้าวต้มของตัวเองและจัดการมันหมดก่อนน้องชาย เขายืนขึ้นและเก็บชามส่วนของตัวเอง ค่อยๆกินล่ะ พี่มีงานต้องทำ

          เขากำลังจะเดินผ่านน้องชายขณะที่น้องชายจับข้อมือของเขา

          สวี่ผิงบิดมือออกพลางถาม อะไร?

          เกอเกอต้องพาผมไปวิ่งวันนี้

          สวี่ผิงเม้มริมฝีปาก ขอโทษที พี่ลืม

          เขาลืมไปแล้วจริงๆ เขาลืมกิจวัตรที่ทำมานาน

          สวี่เจิ้งพยายามจับเขาอีกครั้ง แต่เขาก้าวถอยหลังพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบหันไปทางห้องครัว เราหยุดวันนี้ได้ไหม? พี่มีสิ่งที่ต้องทำเยอะมาก

          ขณะที่เขาเริ่มเดินเข้าไปในครัวพร้อมกับถ้วยในมือ น้องชายเขาก็พุ่งเข้าไปกอดเอวเขาไว้

          แกร๊ง! ถ้วยตกลงบนพื้น

          ทั้งคู่แข็งทื่อ ตกใจ

          สวี่ผิงผละตัวออกจากน้องชายแล้วย่อตัวลงเก็บถ้วยกระเบื้อง พึมพำว่า ดูสิ่งที่นายทำสิ! ถ้วยแตกหมดแล้ว อย่าวิ่งมากอดพี่แบบนี้อีก ไปกินของตัวเองให้หมด วันนี้เราจะไม่ไปวิ่ง

          สวี่เจิ้งไม่พูดอะไร

          เขารู้ว่าคนเด็กกว่ายังจ้องเขาอยู่ แต่สวี่ผิงไม่อยากหันกลับไป

          เขาได้ยินเสียงน้องชายนั่งลงบนเก้าอี้และจับช้อนขึ้นมา

          เขาต้องใช้ชีวิตต่อไปแม้มันจะเจ็บปวด คนด้านหลังของเขาคือน้องชายผู้ที่เกี่ยวข้องกันด้วยสายเลือดที่มองไม่เห็น เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาก็รู้สึกเหมือนอากาศในห้องบีบตัว เขารีบออกไปยังห้องครัวพร้อมกับถ้วยในมือ

 

 

          ช่วงเช้าข้ามผ่านไปพร้อมกับเสียงติ๊กต็อกของนาฬิกา

          สวี่ผิงขังตัวเองไว้ในห้องและทำข้อสอบเสร็จไปสองชุด เขาแก้โจทย์ปัญหาที่ท้าทายเขาเมื่อคืนได้อย่างง่ายดาย ยิ่งเขามีปัญหาทางอารมณ์มากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งจดจ่อได้มากเท่านั้น ราวกับว่าเขาได้ถ่ายทอดความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายออกมาทางหมึกผ่านปลายปากกา

          น้องชายของเขาไม่ได้เคาะประตูเลย เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ในขณะเดียวกันเขาหน้าอกของเขาก็รู้สึกบีบอัดราวกับเป็นโรคหอบหืด ไม่สามารถรับออกซิเจนได้เพียงพอแม้เขาจะหายใจทางปาก

          มื้อเที่ยงก็ตกอยู่ในความเงียบ

          น้องชายของเขานั่งอยู่ตรงข้าม ใส่เสื้อยืดสีขาวตักข้าวเข้าปากอย่างซึมกระทื่อ ไม่มีคาบเรียนเนื่องจากเป็นวันหยุด และดูเหมือนวันนี้จะยาวนานกว่าทุกวัน

          เสียงบางอย่างลอดเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดอยู่ หนึ่งในเพื่อนบ้านได้ซื้อตู้เย็นใหม่ และผู้ซื้อก็ตะโกนใส่คนงานเพื่อให้ขนย้ายเครื่องใช้ขึ้นไปอย่างระมัดระวัง

          สวี่ผิงล้างชามอย่างเอื่อยๆในห้องครัว ขณะที่น้องชายนั่งดูสารคดีสัตว์โลกช่วงบ่ายที่โซฟา

          ประเด็นที่นำเสนอในวันนี้คือการสืบพันธุ์ของสิงโต

          สิงโตตัวเมียจะเข้าสู่ช่วงเจริญพันธุ์หนึ่งครั้งต่อสองปี และสิงโตตัวผู้จะตามพวกเธอราวกับเงา การมีเพศสัมพันธุ์แต่ละครั้งใช้เวลาไม่กี่นาที แต่จำนวนครั้งในแต่ละวันสามารถเกิดขึ้นได้เกินห้าสิบครั้ง...

          หลังจากล้างมือแล้ว สวี่ผิงก็ถอดผ้ากันเปื้อนแล้วแขวนไว้ที่ประตูห้องครัว

          สายตามองลงต่ำ เขาจัดแขนเสื้อขณะพูดกับน้องชาย พี่จะออกไปข้างนอกแป๊บหนึ่งนะ

          สวี่เจิ้งหันกลับมาแล้วถามช้าๆ เกอเกอจะไปไหน?

          ไปเอาชีทเรียนที่บ้านเพื่อนน่ะ

          สวี่เจิ้งลุกขึ้นจากโซฟา

          พี่จะไปคนเดียว นายไม่ต้องไปหรอก

          สวี่เจิ้งชะงัก คิดครู่หนึ่งก่อนจะทำคอตก อ้อ

          สวี่ผิงเม้มริมฝีปากแต่ยังเตือนว่า นายอยู่บ้าน โอเคไหม? พี่จะเอากุญแจไปด้วย เพราะงั้นอย่าเปิดประตูให้คนอื่นถ้ามีคนมาเคาะ พี่จะกลับมาจัดการเอง

          สวี่เจิ้งแสดงท่าทียอมรับ

          การแสดงออกทางสีหน้าของเด็กชายเหมือนสุนัขที่ถูกทอดทิ้งจากเจ้าของ นั่นทำให้สวี่ผิงเจ็บปวด เขารีบหันศีรษะไปทางอื่น

         

         

          ริมฝั่งแม่น้ำเรียงรายไปด้วยต้นหลิวมากมาย ใบสีเขียวอ่อนเอนไหวไปตามสายลม

          จักรยานพังไปแล้ว ตอนที่เขาเดินออกมา เขาเพิ่งนึกได้ว่าโซ่ด้านหลังล้อหล่นลงไป ดังนั้นเขาจึงต้องเดิน

          สวี่ผิงยืนอยู่บนหินริมแม่น้ำ สายลมที่พัดผ่านแม่น้ำมาทำให้ผมของเขาพลิ้วไหวและสร้างระลอกคลื่นสีทองในน้ำสีเขียว

          ด้านหลังของเขาคือคุณแม่ยังสาวที่ผลักรถเข็นไปตามทางเดิน คู่รักสองคนคลอเคลียกันอยู่บนม้านั่ง และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยใกล้ๆนี้วิ่งผ่านไปพร้อมกับกระเป๋าสะพายบนหลัง

          สวี่ผิงหยิบก้อนกรวดขึ้นมาแล้วเหวี่ยงมัน ก้อนหินแล่นแฉลบน้ำไปสองสามครั้งก่อนจะตกลงในน้ำ

          น้องคะ ช่วยถ่ายรูปให้เราหน่อยได้ไหม?

          สวี่ผิงพยักหน้าและรับกล้องมา

          มันเป็นภาพครอบครัวสามคนที่ออกมาผจญภัยในวันที่สภาพอากาศดี เด็กชายตัวน้อยใช้แขนโอบรอบคอของแม่ ขณะที่หล่อนอุ้มเขาไว้ในอ้อมแขน

          พร้อมนะครับ หนึ่ง สอง สาม!”

          ตอนที่เขานับสาม คู่รักทั้งสองเริ่มยิ้ม แต่เด็กอายุสองขวบกลับก่อความวุ่นวายโดยไม่รู้สาเหตุ

          เป็นอะไรคะ?ผู้เป็นแม่ถามเสียงนุ่ม

          พุทราเชื่อม!” เด็กน้อยกรีดร้อง

          ได้จ๊ะ ได้จ๊ะ แม่จะซื้อให้หนึ่งอันนะหล่อนสัญญา

          ไม่ได้นะ! คุณทำแบบให้กับเขาอีกแล้ว เขาถูกอุ้มไม่ได้เดินด้วยซ้ำ พอเขาเห็นอะไรเขาก็อยากกินแล้วก็เริ่มร้องไห้ มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเขาติดเป็นนิสัย?

          โอ้ งั้นก็ออกจากที่นี่! คุณแค่ไม่อยากใช้เงิน! เขายังเด็ก! ถ้าเขากินพุทราเชื่อมแล้วยังไง? ฉันจะซื้อเองถ้าคุณไม่ยอมจ่ายให้ลูกตัวเอง!” ผู้หญิงที่ใจดีและอ่อนโยนต่อลูกชายหันมาตำหนิสามีของเธอทันที

          คุณจะรู้อะไร!? คุณหมายความว่ายังไงที่ผมไม่อยากใช้เงิน!? ผมแค่อยากจะยกตัวอย่างดีๆแก่เขา! แม่ของเขาก็เอาแต่ตามใจ แล้วเราก็รู้ว่าไม่มีอะไรดีจากการตามใจเด็กมากเกินไป! คุณเข้าใจไหม?

          เมื่อการโต้เถียงมาถึงจุดสูงสุด ลูกชายก็ร้องไห้เสียงแหลม ทั้งคู่รีบหันไปหาและปลอบเขาอย่างรวดเร็ว

          บทสนทนาเล็กน้อยนี้ทำให้สวี่ผิงรู้สึกอ้างว้าง เขาคืนกล้องกลับไปแล้วเริ่มออกเดินช้าๆไปตามริมฝั่ง

          การบอกน้องชายว่าเขาจำเป็นต้องไปเอาชีทข้อสอบคือข้ออ้างสำหรับเขาที่จะออกจากบ้าน มันเป็นเหมือนกับน้ำวนที่เกิดขึ้นทุกที่ที่มีสวี่เจิ้ง มันดูดอารมณ์และพลังงานของเขาไปจนหมดสิ้น แต่ยิ่งเขาสู้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งจมเร็วขึ้นเท่านั้น ราวกับมันกำลังยึดกินพื้นที่รอบตัวเขา และดูดเอาอากาศหายใจของเขาออกไปทีละเล็กทีละน้อย แต่เขาจะบอกถึงความเจ็บปวดของเขาต่อใครในโลกนี้?

          เขายืนอยู่บนถนน มองไปรอบตัว และพบว่าเขาไม่มีที่ให้หันหลังกลับ

 

 

------------------------------

หน่วงกันไปยาวๆๆๆๆ T^T

เมื่อไหร่จะรักกันน้อ? ตอนที่53ค่ะ...

คำผิด+แปลผิดสะกิดเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ

เจอกันตอนต่อไปค่ะ

19/2/19

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 102 ครั้ง

458 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 12:33
    โอ้ยหน่วงเด้อ
    #436
    0
  2. #156 แมวหง่าว001 (@graycat-nangrai) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 01:54
    อย่าโกรธกันเลยลู้กกก คืนดีกันๆ ;___;
    #156
    0
  3. #151 natexcle (@natexclez) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 19:30

    ขอบคุณไรท์ที่ชี้เป้า แต่ก็บับบ QAQ
    #151
    0
  4. #150 Chayeanalie (@ningkanut) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 19:02
    เราจะต้องหน่วงไปอีก 20 กว่าตอนเลยรึ....
    #150
    0
  5. #149 than15 (@than15) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 18:41
    งั้นขอข้ามไปตอนที่ 53 เลยได้มั้ยยย
    #149
    0
  6. #147 lkeee (@kkeamee) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 17:19
    ...53 หนูจะรอให้ถึงตอนนั้นเลยรึ ไม่นะะ
    #147
    0