Brother by Ren Ti Gu Jia (นิยายแปล) (Yaoi) (END)

ตอนที่ 23 : Brother - 23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 763
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 110 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

Brother – 23

 

          อย่าวางทรัพย์สมบัติของตัวเองไว้บนโลก ที่ที่มอดและสนิมกัดกินมันได้ และที่ที่เหล่าขโมยสามารถเข้ามาหยิบจับ แต่ให้วางสมบัตินั้นไว้ที่สวรรค์ ที่ที่ไม่มีมอดและสนิม และไม่มีขโมย ที่ใดที่มีสมบัติของคุณ หัวใจของคุณก็จะอยู่ที่นั่น

          ดวงตาคือแสงสว่างของร่างกาย ถ้าคุณมีดวงตาที่ดี ทั่วทั้งร่างกายของคุณจะสว่างไสว แต่หากดวงตาของคุณแย่ ทั่วทั้งร่างจะตกอยู่ในความมืด แต่ถ้าความมืดคือแสงสว่างในตัวคุณ ความมืดนั้นช่างยิ่งใหญ่!

–Matthew 6:19-23

 

 

          สวี่ผิงมีลายมือที่สวยมาก ขนาดที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดการเขียนลายมือบรรจงด้วยปากกาในระดับมัธยมต้น รางวัลคือสมุดบันทึก ข้างในปกมีตราประทับคำว่า “PRIZE” ขนาดใหญ่และข้อความจากครูที่ปรึกษา ขอแสดงความยินดีแก่สวี่ผิง! ขอให้เธอประสบความสำเร็จยิ่งๆขึ้นไป!’

          หลังจากนั้นสวี่ผิงก็ฉีกกระดาษทุกหน้าเพื่อสอนสวี่เจิ้งพับกระดาษ

          สวี่เจิ้งไม่ได้มีพัฒนาการช้าในการเรียนรู้เรื่องที่ไม่ต้องใช้การวิเคราะห์ พับ ดึงออก กดให้เรียบ พลิกด้านไปมา พี่น้องทั้งสองถือเครื่องบนกระดาษไปยังระเบียงและส่งพวกมันออกไปสู่ความอบอุ่นและสายลมยามบ่ายที่อ่อนโยน ดูพวกมันเหินและหมุนเหมือนปุยดอกแดนดิไลออน มีเพียงเครื่องบินลำแรกที่ไม่สำเร็จถูกเก็บไว้ สวี่เจิ้งเขียนบนปีกว่า สวี่เจิ้ง กรกฏาคม 1985และเก็บมันไว้ในกล่อง

          ยังมีของที่ระลึกอีกมากมายในกล่องนั้น

          มันคือกล่องขนมสีน้ำเงินที่ทำจากโลหะบางชนิด เป็นของขวัญจากแฟนคลับของพ่อเขา กล่องมีมูลค่าจากการนำเข้าถูกปกคลุมด้วยสคริปต์หรูหราของภาษาต่างประเทศ ลูกอมแต่ละเม็ดถูกห่อด้วยลายถักมาคราเม่ลูกไม้สีขาว พ่อของเขามอบมันให้กับน้องชายโดยไม่กินสักเม็ด แต่น้องชายก็ให้ทุกอย่างแก่เขา

          สวี่ผิงปิดฝาให้แน่นแล้วเก็บเข้าในตู้

          แสงไฟในห้องที่เขาใช้ร่วมกับน้องชายถูกปิด สวี่เจิ้งน่าจะหลับไปแล้ว

          เขาคว้าลูกบิดประตู แต่หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็ชักมือกลับ

 

 

          สวี่เจิ้งเงียบตลอดทางกลับบ้าน สวี่ผิงพยายามจะพูดด้วยหลายครั้ง แต่เหมือนกับว่าน้องชายเขาไม่ได้ยินอะไรเลย

          ปกติแล้วเขาจะทำการบ้านที่โต๊ะข้างนอก ขณะที่น้องชายฟังวิทยุในห้องนอน คืนนั้นสวี่เจิ้งนั่งอยู่บนโซฟาพร้อมกับวิทยุไม่เข้าห้องนอน ตอนแรกมันเป็นเสียงเปลี่ยนคลื่นวิทยุ จากนั้นก็กลายเป็นเสียงผู้ประกาศข่าวชายก่อนจะกลายเป็นเสียงผู้หญิงร้องโอเปร่าเพลง “My Motherland” อย่างรวดเร็ว สวี่ผิงกดปากกาลงกับกระดาษอย่างแรง หมึกเปื้อนกระจายไปทั่วจนเขาไม่สามารถเช็ดได้หมด

          สวี่เจิ้ง เข้าไปเล่นข้างใน พี่จะทำงาน

          หัวของสวี่เจิ้งสั่นหนึ่งครั้ง แต่ไม่มีปฏิกิริยากลับมา

          เสียงวิทยุเงียบไปแล้ว สวี่ผิงกลับมาสนใจข้อสอบโดยไม่สนใจน้องชายที่ถูกทิ้ง

          คำถามข้อสุดท้ายในข้อสอบเกี่ยวกับพีชคณิตที่ซับซ้อนมาก สวี่ผิงไม่ได้มีโชคกับคำสั่งที่หลากหลายนี้ หลังจากคิดไปมาสามหน้าเข้าก็ยังไม่รู้ เขาจนปัญญาจนต้องดึงผมเล่นจากศีรษะเล็กน้อย เขาเหลือบมองนาฬิกาและพบว่ามันดึกแล้ว แต่เขายังทำไม่เสร็จแม้แต่ครึ่งของแพลนที่เขาวางไว้ ความหงุดหงิดติดตามเขาไปไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนกับหนอนผีเสื้อที่เลื้อยไปทั่ว

          เขาหันไปทางน้องชาย

          ส่วนของวิทยุวางอยู่บนโต๊ะกาแฟและเก้าอี้ ไขควง คีม และสายไฟเหลืองแดงติดอยู่กับแบตเตอรี่และแผงวงจร ลำโพงถูกแยกออกจากตัววิทยุ สวี่เจิ้งไม่สนใจวิทยุ เดินเป็นวงรอบโซฟา

          เป็นอะไร?สวี่ผิงขมวดคิ้ว

          สวี่เจิ้งก้มหัวไม่ตอบอะไร

          แม้ว่าในใจของเขาบอกให้เขาไม่ต้องสนใจน้องแล้วกลับไปทำข้อสอบ แต่สวี่ผิงยังคงยืนขึ้นราวกลับเขาเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ

          นายหาอะไรอยู่? เดี๋ยวพี่ช่วยหา

          หนึ่งในสี่ของแผงวงจรตกลง ชิ้นเล็กกว่าถั่วและเคลือบด้วยสีดำ แทบจะมองไม่เห็นตอนอยู่บนพื้นซีเมนต์ เขานอนใช้แขนควานหาอยู่ใต้โซฟา สวี่ผิงหาทีละนิ้วทีละนิ้วจนเจอ ตัวเขาเปื้อนไปด้วยฝุ่น หัวเข้าเขาก็เจ็บ แต่เมื่อเขายื่นให้น้องชาย เขากลับไม่ได้รับคำขอบคุณหรือแม้แต่รอยยิ้ม

          หยิบน็อตจากมือสวี่ผิง สวี่เจิ้งที่ดูไม่ร่าเริงกลับไปนั่งบนโซฟาและทำวิทยุต่อ

          สวี่ผิงขมวดคิ้วอยากจะพูดบางอย่าง แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไร

          สี่สิบนาทีผ่านไป เขาก็ยังไม่สามารถหาคำตอบในกระดาษคำถามได้ เขาเหลือบมองนาฬิกา ถึงเวลาเข้านอนของน้องชายแล้ว คืนที่ไร้ประโยชน์ทำให้สวี่ผิงรู้สึกพ่ายแพ้

          เขาโยนปากกาลงและบอกสวี่เจิ้งด้วยเสียงอันเหนื่อยล้า ได้เวลาอาบน้ำนอนแล้ว

         

 

          ถ้าสวี่ผิงสามารถบอกได้ว่าน้องชายไม่สนใจเขาก่อนหน้านี้คือจินตนาการ ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เขาก็บอกได้ว่าสวี่เจิ้งตั้งใจไม่สนใจเขาจริงๆ

          เมื่อถอดเสื้อผ้าจะอาบน้ำ ปุ่มสองปุ่มก็โผล่ออกมาเพราะคนเด็กกว่าใช้แรงกับเสื้อมากเกินไป สวี่ผิงมองและพยายามจะช่วยแต่ถูกข้อศอกที่ยกขึ้นพอดีชนเข้าที่ตา มากกว่าหนึ่งครั้งที่บอกเด็กคนนั้นว่าอย่าเปิดน้ำร้อน แต่เมื่อสวี่ผิงหันหนี เขาก็บิดก๊อกน้ำ คนเด็กกว่าไม่เป็นอะไร แต่แขนของสวี่ผิงถูกลวกเพราะปกป้องน้องชาย สวี่ผิงรู้สึกเบื่อกับความเจ็บปวดและการอาบน้ำให้น้องชาย แต่สวี่เจิ้งก็ยังคงเคาะขวดแชมพูและสบู่ราวกับคนสมาธิสั้น

          หลังจากจับสบู่เป็นครั้งที่สาม สวี่ผิงโมโห เป็นบ้าอะไรของนาย!?”

          สวี่เจิ้งมองลงต่ำไม่ยอมพูด ผมที่เปียกชื้นแนบไปตามศีรษะ ถึงร่างกายเขาจะเหมือนผู้ชายแข็งแรง แต่ใบหน้าของเขาก็ยังคงเป็นเหมือนเด็กที่ไร้เดียงสา

          สวี่ผิงพยายามระงับความโกรธของตัวเองลง

          เขารีบนวดหนังศีรษะของน้องชายไม่ใช่รู้ว่ามันระคายเคือง แต่เขาเพียงแค่หวังจะรีบอาบและส่งน้องชายเข้านอนเร็วๆ

          วันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นหลายเรื่อง ทั้งเป็นช่วงที่เคร่งเครียดกับข้อสอบ ทำเสร็จก็ตรวจ แล้วก็ทำใหม่อีกครั้ง ทั้งเรื่องที่คุยกับคุณครูประจำชั้น ไปรับน้องชายและคุยกับคุณครูของน้องชาย เจอหัวหน้าการประท้วงของนักศึกษา หวงฟ่าน น้องชายอิจฉา รถจักรยานพัง บอกเรื่องมหาวิทยาลัยกับน้องชาย แต่น้องชายไม่ยอมรับมัน น้องชายกำลังโมโห...

          เมื่อถึงตอนนั้น ความแข็งแกร่งทางร่างกายและความอดทนด้านจิตใจของสวี่ผิงกำลังจะหมดลง สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดคือกระโดดลงใต้ผ้าห่มแล้วนอนเหมือนไม่มีวันพรุ่งนี้

          แต่เห็นได้ว่าสวี่เจิ้งไม่ได้ให้ความร่วมมือ

          สีหน้าสวี่เจิ้งแย่ลงเรื่อยๆด้านหลังสายน้ำ หมุนลูกบิดปิดน้ำ สวี่ผิงบอกให้น้องชายออกมาและเช็ดตัวให้แห้ง สวี่เจิ้งยังคงยืนอยู่ในอ่าง ตัวเปียกแฉะ เขาดึงแขนเสื้อพี่ชายแต่มองไปทางอื่น  นอนกับผม เกอเกอ

          สวี่ผิงลังเลสักครู่ก่อนจะหลุบตาลง ไม่ได้

          แต่พี่ก็ทำแต่ก่อน

          สวี่ผิงตอบอย่างเย็นชาขณะที่หยิบเอาผ้าเช็ดตัวออกจากชั้นวางแล้วสะบัดออก พี่จะไม่ทำอีกแล้ว นายต้องเรียนรู้ที่จะนอนคนเดียว และนายก็ต้องหัดอาบน้ำด้วยตัวเองด้วย พี่อยู่กับนายตลอดไม่ได้ ดังนั้นนายต้องหัดที่จะดูแลตัวเอง

          สวี่เจิ้งยังคงเงียบและก้มหน้าลง แต่ในวินาทีต่อมาเขาก็ผลักสวี่ผิงและวิ่งออกไปทั้งที่ยังตัวเปียกน้ำ

          สวี่ผิงล้มก้นจ้ำเบ้า เห็นเพียงรอยน้ำบนพื้นเมื่อเขาลุกขึ้น

          เมื่อเขาถือผ้าขนหนูและเสื้อผ้าไล่ตามน้องชายไป เขาเห็นน้องชายนั่งอยู่บนโซฟา กางขาออกกว้างจนเห็นส่วนลับ

          สวี่ผิงรู้สึกเหมือนบางอย่างขาดผึ่ง

          หุบขา! นายคิดว่าทำลังทำอะไร!?” สวี่ผิงตะโกนใส่น้องชาย

          สวี่เจิ้งจ้องกลับ

          สวี่ผิงไม่ยอมแพ้ นายมองอะไร? นายคิดว่านายทำถูกเหรอ?

          สวี่เจิ้งหันศีรษะไปรอบๆเพื่อไม่ให้มองเห็นพี่ชาย

          สวี่ผิงโยนกางเกงชั้นในให้สวี่เจิ้ง นายจะเปลือยทำไม? ใส่เสื้อผ้าสิ!”

          สวี่เจิ้งหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาครู่หนึ่ง แล้วโยนมันลงพื้น

          สวี่ผิงแข็งทื่อเมื่อความโกรธเดือดขึ้นในตัวเขา

          เก็บมันขึ้นมา

          สวี่เจิ้งเงยหน้าขึ้นมองเขา สวี่ผิงเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรกว่าน้องชายผู้มีปัญหาด้านจิตใจแสดงสีหน้าท้าทายเขา

          นายจะเก็บมันขึ้นมาไหม?

          สวี่เจิ้งหันหน้าหนีไม่สนใจ

          สวี่ผิงพูดเย้ยหยันด้วยความโกรธ

          สวี่เจิ้ง ถ้านายหยิบกางเกงชั้นในขึ้นมาใส่ พี่จะทำเป็นว่าเรื่องวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น แต่ถ้านายไม่ทำ...

          สวี่ผิงเงียบไป

          สวี่เจิ้งเอียงหัวตัดสันใจ แล้วเขาก็ลุกขึ้นจากโซฟา สวี่ผิงคิดว่าเด็กชายจะหยิบกางเกงชั้นในมาใส่ กำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอกตอนที่น้องชายวางเท้าข้างหนึ่งลงบนพื้น เด็กชายขึงตาด้วยความท้าทายแล้วกระโดดไปมาไม่หยุด

          เกอเกอโกหก! โกหก!”

          นายว่าไงนะ!?” สวี่ผิงโกรธ พูดอีกสิ!”

          สวี่เจิ้งยังคงตะโกนต่อไป ไม่สนใจ ผมไม่ใส่! พี่ไม่ชอบให้ผมใส่เสื้อผ้า! พี่ชอบจู๋ของผม! พี่จับมันตอนที่ผมหลับ! ผมรู้!”

          ราวกับสายฟ้าฟาด สวี่ผิงยืนอึ้ง อ้าปากค้าง

          หลังจากที่เขามีความฝันที่ไม่อาจบรรยายได้นั้น สวี่ผิงก็ย้ายออกจากห้องนอน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังตื่นกลางดึกเพราะความฝันที่คล้ายๆกัน จูบกับน้องชาย ถอดเสื้อผ้ากันและกัน และกอดรัดผิวเปล่าเปลือย แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เขาตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นในความฝัน เขาสามารถหลั่งน้ำตาด้วยความสุขสม เขารู้ว่ามันผิดและเก็บมันไว้ช่วงกลางวัน แต่ตอนกลางคืนมันก็ทะลักออกมา เขาจะช่วยตัวเองอย่างกระหายขณะเรียกชื่อน้องชายที่นอนอยู่ในห้อง ตราบใดที่เขาจินตนาการว่ามือที่สัมผัสรอบอวัยวะเพศของเขาเป็นของน้องชาย เขาก็สามารถสำเร็จความใคร่ได้อย่างรวดเร็ว ช่วงกลางวัน เขาต้องเล่นเป็นพี่ชายแสนดีที่ดูแลน้องชาย แต่ตอนกลางคืนเขามีอารมณ์กับร่างกายน้องชาย หลายครั้งที่เขาพยายามจะหยุดพฤติกรรมน่าอายเหล่านี้ แต่ครั้งแล้วครั้งเล่าเขาก็ทำไม่สำเร็จ

          ผมให้เกอเกอจับจู๋ของผม เกอเกอนอนกับผม!” เด็กชายที่ไม่เข้าใจโลกยังคงตะโกนต่อไป

          สวี่ผิงสั่นไปทั่วร่างขณะที่เขาประคองศีรษะไว้

          เงียบนะ

          ผมชอบตอนเกอเกอจับผม

          เงียบ!”

          เกอเกอสอดลิ้นเข้ามาจูบผมด้วย!”

          เงียบ! เงียบซะ! พี่บอกให้หยุดพูด!”

          เขาพุ่งกระโจนข้ามโซฟาเพื่อตีน้องชาย แต่เด็กชายก็หลบได้หวุดหวิด เมื่อเขาพุ่งไปข้างหน้า เด็กชายก็หลบไปด้านหลัง ทุกครั้งที่เขาคิดว่าจะจับสวี่เจิ้งได้ เด็กชายก็จะหาหนทางหลุดมือไปทุกครั้ง

          ด้วยความโกรธ สวี่ผิงคว้าที่เขี่ยบุหรี่จากชั้นวางโทรทัศน์แล้วขว้างมัน สวี่เจิ้งก้มหลบ ที่เขี่ยบุหรี่ชนกำแพง เศษของมันลอยข้ามไหล่เขาไป ทิ้งรอยยาวไว้ตรงคอ เขาเอื้อมมือไปตรงแผลที่ชุ่มไปด้วยเลือด เขาตัวแข็งด้วยความตกใจ

          สวี่ผิงใช้โอกาสนี้กระโจนใส่น้องชาย ทั้งคู่ล้มลงกับพื้น เขาชกหมัดลงไปขณะกดไหล่น้องชายไว้

          ใบหน้าสวี่เจิ้งหันไปด้านข้าง

          สวี่ผิงชกอีกครั้ง

          นายรู้อะไรบ้าง!? ไม่รู้เลย! ไอ้โง่! โง่!”

          จับใบหน้าของตัวเอง สวี่เจิ้งเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด โกรธเคือง และไม่เชื่อ

          ไม่ใช่!”

          ใช่! พี่เกลียดนาย! เกลียดที่เป็นพี่นาย!”

          สวี่เจิ้งจ้องมองพี่ชายเงียบๆครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็ปล่อยเสียงคำราม เตะสวี่ผิงออก เด็กชายที่ร่างเปลือยเปล่าขึ้นคร่อมพี่ชายและเริ่มทุบใบหน้าเขา สวี่ผิงยกแขนขึ้นมาป้องกันแต่ก็โดนผลักออกไป คนที่อายุน้อยกว่าแข็งแรงมาก เขากำข้อมือสวี่ผิงด้วยมือเดียวได้ และสวี่ผิงไม่สามารถเป็นอิสระ กำปั้นชกเข้าที่ใบหน้าสวี่ผิงซ้ำๆ และฟันของเขาเหมือนจะหลุด

          เด็กชายที่บ้าคลั่งเพียงแค่ก้มตัวชกต่อยระบายความโกรธและความเจ็บปวดด้วยแรงทั้งหมดที่มี มันเป็นเพราะการโกหก เกอเกอคนที่เขาไว้ใจและชื่นชอบ เกอเกอคนที่สัญญาว่าจะอยู่กับเขา การดำรงอยู่เพียงอย่างเดียวในชีวิตเขา แสงสว่างที่มีค่าที่สุดในโลกของเขา เขาอาจจะไม่เข้าใจว่าอะไรคือ มหาวิทยาลัยที่พี่ชายพูดถึง แต่เขารู้ว่าพี่ชายจะทิ้งเขาเพื่อไปหามัน สวี่เจิ้งรู้สึกเจ็บในอกและไม่อาจทนได้ เขาอยากจะกรีดร้อง แต่เขาทำไม่ได้ เขารู้สึกเหมือนอีกครึ่งของเขาถูกแกะออกไป แต่เมื่อเขาตรวจดูมันก็ยังครบทุกอย่าง

          แขนของเขา ขาของเขา ไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป เขาเอาชนะคนที่อยู่ใต้ร่างราวกับถูกครอบงำ เพียงแค่เห็นเลือดจากปากของสวี่ผิงก็ทำให้เขาหยุดชะงัก ภาพลวงตาของเขาก็สลายไป

          เลนส์แก้วบนแว่นของสวี่ผิงแตก และดวงตาของเขาบวม เขานอนอยู่ตรงนั้นสักพักก่อนจะค่อยๆใช้นิ้วจับตรงปาก ตรวจดูฟันแต่ละซี่ของเขา

          เช็ดเลือดที่อยู่รอบปากออก เขาพูดด้วยเสียงกระเพื่อม ขอบคุณที่ฟันยังไม่หลุด แค่กัดลิ้นเท่านั้น

          เขาหายใจเหนื่อยหอบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสะกิดน้องชายที่นั่งทับเขาอยู่ ลงไป

          สวี่เจิ้งยืนขึ้น

          ใส่เสื้อผ้าซะ

          สวี่เจิ้งหยิบกางเกงชั้นในขึ้นมาแล้วใส่เข้าในขาอย่างเงอะงะ

          เมื่อเขาหันกลับมา สวี่ผิงพยายามจะลุกขึ้น

          สวี่ผิงรู้สึกถึงอาการปั่นป่วน

          เขาหวังว่ามันจะไม่กระบทกระเทือน

          เขาหลบมือที่ยื่นมาช่วยเขา เขาจับขาโต๊ะและยืนขึ้น เดินไปสองก้าวก็รู้สึกเจ็บที่ท้อง

          สวี่เจิงที่ยืนอยู่ข้างๆแสดงออกทั้งตกใจ เจ็บปวด และกลัว

          เกอเกอ

          สวี่ผิงไม่ตอบ

          เกอเกอ

          สวี่ผิงนั่งลงบนเก้าอี้ จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นเพดานหัวเราะออกมา การกระทำนั้นทำให้เกิดความเจ็บในปาก เปลี่ยนจากเสียงหัวเราะให้เป็นปวดจนเขาต้องสูดปาก

          สวี่เจิ้งอาจจะเป็นคนที่โง่ที่สุดในโลก แต่เขาก็รู้ว่าเขาทำอะไรแย่

          สวี่ผิงประชด นายต้องดีใจสิที่ชนะ ทำไมทำหน้าย่นแบบนั้น?

          เขาพลิกแก้วบนโต๊ะและรินน้ำลงไปเพื่อล้างรสเหล็ก

          เกอเกอ

          สวี่ผิงอยากจะยืนขึ้น แต่ขาเขาอ่อนราวกับเส้นบะหมี่

          เกอเกอ

          นาฬิกาบนผนังส่งเสียงสิบสองครั้ง สวี่ผิงนึกได้ว่าวันนี้ได้จบลงไปแล้ว

          เกอเกอ

          หุบปาก!” สวี่ผิงตะคอกขณะที่ตบโต๊ะ

          สวี่เจิ้งก้มหัวลงและไม่กล้าทำเสียง

          สวี่ผิงบอกกับตัวเอง

          อย่าเป็นแบบนี้ เขาแค่บื้อ อย่าไปโกรธเขา! นายควรจะดีใจสิ! ดูสิ่งที่นายสอนเขาสิ! หลายปีมานี้นายสอนเขาไปเท่าไหร่ บอกเขาไม่ให้มีเรื่องต่อยตีไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้เขาโตแล้ว เขาดูแลตัวเองโดยที่ไม่มีนายได้แล้ว

          เขานอนเหยียดยาวไปบนโต๊ะพร้อมกับใช้มือประคองใบหน้า

          เราไม่ได้เศร้า เขาคิด เราแค่เหนื่อย เหนื่อยมาก วันนี้มันยาวนานจริงๆ เราคิดว่าเราควรจะพัก

 

 

---------------------------------------------------------------------------------

พี่น้องสองคนนี้ตีกันอีกแล้ววว

คำผิด+แปลผิดสะกิดเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ

เจอกันตอนต่อไปค่ะ

18/2/19

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 110 ครั้ง

458 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 12:29
    เกตอะ ว่าทำไมโมโหคงอายจนขาดสติอะดิ แต่ใจเย็นกันหน่อยนะลูก
    #435
    0
  2. #387 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 22:26
    ไม่รู้สิ เราไม่อยากว่าใคร ตัวเขามีเหตุผลในตัวเองทั้งนั้น
    #387
    0
  3. #251 Baeklittle (@nanoriza) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 11:31

    อย่าตีกันๆ

    #251
    0
  4. #146 แมวหง่าว001 (@graycat-nangrai) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 21:50
    ฮือออ คุยกันดีๆสิเด็กๆ
    #146
    0
  5. #145 EarlKSama (@EarlKSama) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 17:33
    เกอๆต้องเจ็บมากเเน่ๆ แค่อ่านก็เจ็บแล้วว ป.ล.เสี่ยวเจิ้งงงง
    #145
    0
  6. #144 z.tian (@hanwonhyuk) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 14:02
    ทำไมเกอเกอไม่ใจเย็นกับน้อง ก็รู้ว่าน้องไม่ปกติ
    #144
    0
  7. #143 MashiroTH (@MashiroTH) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 13:39
    ทะเลาะกันแรงจริง
    #143
    0
  8. #142 natexcle (@natexclez) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 12:21

    หน่วงใจอิช้อยเหลือเกิน งืออ
    #142
    0
  9. #141 D-Dindin (@DeenaDDindin) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 12:20
    ฮือออ ตีกันแรงมาก พอพี่จะไปมหาลัย น้องก็อาละวาดเลย ดีๆกันไว้สิ นี่แอบช็อคเสี่ยวเจิ้งหลายๆอย่าง ตั้งแต่แก้ผ้า ตะโกน เราเข้าใจนะว่าสวี่ผิงต้องสับสัน+อับอายแน่ๆ กลัวจะยิ่งทำให้คนพี่รีบอยากออกจากบ้าน มันดูเป็นความรักที่ละเอียดอ่อนกันทั้งคู่เลย ยิ่ง Incest ผิดศีลธรรมด้วย ดราม่าไปหมด หยุดอ่านไม่ได้เลยค่ะ ตอนที่น้องต่อยพี่คืออยากจะร้องไห้เลย รอติดตามตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณที่แปลมาให้ ใช้ภาษา สำนวนได้ดีมาก มันอึดอัด ไม่เข้าใจ หน่วงๆหนักๆติดกันสองตอนเลย สนุกมากค่ะ
    #141
    0