Zero เสียศูนย์​แต่อย่าสูญเสีย​

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 475 Views

  • 18 Comments

  • 7 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    42

    Overall
    475

ตอนที่ 32 : สัจจะสมมุติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 เม.ย. 62



บันทัก วันที่15 เมษายน 2562         

ตอน  “สัจจะสมมุติ

วันสงการณ์ที่เมาแล้วก็มีสงคราม กับอายุผมเองที่วิ่งไล่หลังมากับโรคภัยเพราะการเต็มที่กับชีวิตในวัยอุฉกรรณ์แบบช่วงวันรุ่นเลยเปลี่ยนไป ได้ทำให้เข้าใจว่าแท้ที่จริงแล้วตัวเราเองก็เปลี่ยนไปตามวัยเหมือนคนอื่น เราไม่ได้ต่างกัน  ถ้าเราไม่ล้มเลวหรือได้สูญเสียเนี่ย เราจะกลับตัวกลับใจทันได้ไมถ้าเราแก้ตัวแล้วไปตกหลุมพร่างที่ผิดต่อความจริงชีวิตมันจะเป็นอะไรไม หรือ ไปตกในมุมกระทบของความทุกข์เกิดไปเราจะยังคงชอบความจริงของสรณะของความเชื่อไม ในมุมที่ผมวิจารญ์ตัวเองนะครับไม่เกี่ยวกับทรรศณธคติของใคร   ความตระหนักจากการเห็นว่าอะไรรอบๆตัวก็เปลี่ยนไปเนี้ยมันก็ทำให้เรารู้คุณค่าความสำคัญของสิ่งที่เราใช่มันอยู่ทุกวันนี้ไม หรือจริงๆแล้วเราแค่ไม่ยอมรับการไม่มีมัน ทั้งที่เราทุกคนกำลังเดินทางนั้งรถ ของเวลา ขับโดยความทุกข์ไปจนตายมันใช่แนวที่ควรจะเป็นจริงๆเหรอ เราทุกคนตาย ความจริงความเชื่อ ความหวัง จะมีผลเปลี่ยนความเชื่อในสิ่งที่เรามองต่อความมีค่าของมรดกที่เรามีหรือคุณชอบหรือปล่า   ถ้าสักวันหนึ่งเราได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่ได้มาก็ไม่ทำให้คนอื่นภูมิใจในตัวเรา เราจะทำอย่างไรกับความสำเร็จที่เขาไม่ภูมิใจ หากว่าคนที่ภูมิใจนั้นไม่ใช่คนในครอบครัว  การตระหนักรู้ทำให้เราตัดสินใจได้ดีได้ดีขึ้นเพราะตัดสินคนอื่นน้อยลง  เราจะละเลยความดีหรือหมางเมินความต้องการของตนเอง การปล่อยความเชื่อที่มากับความจริงจนเราได้รู้ที่จริงทุกคนก็ต้องดูแลตัว รับผิดตัวเอง รักตัวเอง จะรวย จะโง่ จะฉลาด ต้องดิ้นทั้งนั้นไม่มีใครแตกต่างกันในสัจธรรม  ความจริงที่สรรค์สร้างความเชื่อที่กอกบฎในหัวใจ  ความสบายใจที่เราใฝ่หาแท้ๆก็อาจจะเป็นแค่ความสงบ 

 

ความเงียบมักนำพาความสงบมาสู่ใจเราเสมอ

#ZERO

 

และก่อนจะนอกเรื่องกันไปไกลก็ขอกลับมาเล่นในเรื่องวันสงการณ์กันต่อเมาเที่ยวเหล้า เมามึนก็ออกไปพบเพื่อนตามบ้านต่างๆ ก็ได้ที่ รู้เลยว่าความชราทำเราฟื้นตัวไม่ไหว เร่รอนไป ไปหาที่นอนไม่ไหวขับรถไปเดียวล้ม หาที่นอนเลยขับรถไปที่หลังโรงเรียนแต่ทว่าเมือผมไปถึงกลับพบว่ามีคุณลุง ท่านหนึ่งแก่นั้งบนเบาะมอเตอร์ไซด์นิ่งเงียบคนเดียวอยู่  สภาพรถมีราคาลุงชรานั้งหน้าไม่อมยิ้มเท่าไร  เพราะที่หลังโรงเรียนนี้ผมมาบ๋อยก็ได้เจอคนที่มาที่นี้เยอะเหมือนกัน เพราะที่ที่สวยงามมักจะเป็นที่ทุกคนนึกถึงเวลาไม่สบายใจ   บนบรรยากาศที่มีน้ำและต้นไม้ลมพัดที่เดินตลอดเวลาลานกว้างๆที่ติดริมสระน้ำหลังโรงเรียน  ผู้คนมักแวะเวียนมาผ่อนคลายบนบรรยากาศเรื่องแย่ในชีวิตกันที่ริมสระน้ำเสมอ 

 

ความงดงามของธรรมชาติทำให้เราปล่อยว่างได้เสมอ

#zero

ความไม่สบายใจผมเชื่อว่ามมีกันทุกคน ของผมความไม่สบายใจมันมาเพราะผมก็ทุกข์เหมือนกับคนเหล่านั้นละครับ เพราะความเครียด

ในจิตใจ ความสงบมันช่วยเยี่ยวยาความฝุ่งซ่านของเราได้เป็นอย่างดี ผมว่าบรรยากาศความงดงามยามเย็นที่พระอาทิย์จะตกดินเป็นเสหมือนเป็นฉากหลังของความคิดที่เป็นเบล็คกราวของความจริงที่เราทุกคนในชีวิตต้องเผิชญหน้ากับมัน   ชีวิตมีกฎเกณฑ์ที่เท่าเทียมกันในธรรมชาติ ที่ต่อให้เราเย้ยหยันหยิ่งผยองว่าสำเร็จว่าดีแค่ไหน ปลายทางของชีวิตก็เหมือนกันทั้งนั้น  ความจริงจึงกลายเป็นเรื่องที่ว่าเราใช่ชีวิตที่ว่าไปมีความสุขเพื่ออะไร  อะไรที่ทำให้เราเป็นตัวเองได้จริงๆเวลาที่เรา

ลงมือทำมัน  สร้างจากสิ่งที่เราหวังเราเชื่อ

มีมัน   ได้ครอบครอง ได้เป็นเจ้าของความสำเร็จที่ตั้งใจไว้

          หมอบมันให้มัน  ละทิ้งความเชื่อเหมือนซื่อสัตย์ต่อสัตยาบรรณของหัวใจตัวเองที่กิ๋วเกี่ยวไปโดยโซ่ตรวนของความไม่เข้าใจ

  เติมเต็มความโบ๋วที่ถูกทำให้เป็นรูเพราะความเชื่อที่มีต่อความจริงของแต่ละคนที่แตกต่างกันไม่มีใครหาคำตอบได้ดีที่สุดการค้นพบตัวเองว่ารักและชอบในสิ่งใด 

 

ข้ามา ข้าเห็น ข้าครอบครอง

#ซีซาร์

ความดีกลายเป็นนิสัย  ความกล้าจะกลายเป็นมิตร

#zero

ความรู้เรียนได้ไม่จบสิ้นแม้กระทั้งอาจารย์

#zero

1 ชม. แรก  อัตนิวิบากของการเข้าสังคม

จุดเริ่มเรื่องราวที่จะมาเขียนในวันนี้ก็จะเป็นเรื่องราวที่ผมได้พูดคุยกับลุงมา การเริ่มเป็นผู้ฟังที่ดีของผมเริ่มทำงาน แม้ทักษะการฟังของผมจะทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไร แต่ ก็กำลังแก้นิสัยตัวเองอยู่ก็พอจะทำได้บางเป็นบางครั้งบางครา ทำให้ยังไม่ค่อยชินกับการได้พูดคุยกับคนอื่นมากขึ้นแล้วมีความสุข  ผมฟังลุงล่าเรื่องในการพูดคุยกับลุงวันนั้นเกือบๆ 3ชั่วโมงครึ่งกันเลยที่เดียว เรียกได้ว่านั้งฟังนอนฟังกันเลยทีเดียวในวันนั้น แล้วได้อะไรมาบางวันนี้ก็จะมาแชร์กันครับ

ลุงยืนมองมาที่ผม ผมมองกลับก่อนจะเป็นสนทนาผมสังเกตุเห็นรอยย่นบ่นหน้ากำลังบอกผมว่าลุงยิ้มก่อนจะพูดถึงเรื่องที่ผมถามถึง ว่าคิดอย่างไรกับสังคมในปัจจุบัน               

ลุงก็พูดมาทันที่เรื่อง  กาลละเทศะ  แต่ลุงพูดไปในทำนองของ มารยาท ที่ควรมีในสังคมปัจจุบันแต่ไม่มากพอที่จะกลายเป็น ค่านิยม ที่จะทำให้เด็กรุ่นใหม่รักที่จะเครพผู้อาวุธโสที่เพียงเพราะแค่อายุมากกกว่า  ความถ่อมตนจึงไม่ใช่การอ่อนน้อมแต่เป็นปลีกหลบไปนความจำเป็นความใจเย็นในลักษณะอื่น  ที่เป็นเรื่องของการควบคุมอารมณ์ซะมากกว่า  ลุงบอกว่าการเครพถ่อมตนจะช่วยให้เรารู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่น ด้วยการไหว้ โดยลุงแก่บอกว่า ในหลายๆครั้งที่เกิดปัญหาที่ยากจะแก้ใขหรือเผชิญหน้ากับผู้คน การไหว้ก็ช่วยให้การยอมรับจากใจที่โมโหของอีกฝ่ายที่เข้ามาเพราะไม่ว่าจะได้เรื่องอะไรความโกรธของคนที่ถูกขอโทษจะลดลงจากการได้รับการให้เกียรติ  ทุกความคิดเห็นที่เกิดหลังประตู้ อัคติที่หายไปแล้วในความคิดเห็นของผู้รับสาร ก็ช่วยทำให้การเข้าใจกันแม้จะเป็นความต่างทางความคิดก็ได้รับการให้อภัย   

 

การให้อภัยคือที่มาของความสบายใจ

ความสบายใจเป็นที่มาของความพอใจ

#zero

ลุงบอกว่าการไหว้นี้เป็นเรื่องง่ายๆที่ใครก็ทำได้และไม่ใช่สตางค์ ตัวของลุงเองต้องหัดทำและฝึกมาจนเป็นนิสัยซึ่งแม้ปัจจุบันตัวลุงเองที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ยังไหว้และชื่นชอบที่จะเครพและให้เกียรติคนอื่นเสมอ

เสียงลุง   “รุ่นพี่ลุงก็ไหว้  รุ่นน้องลุงก็ไหว้

เสียงผม   “ลุงไหว้รุ่นน้องทำไมเหรอครับอายุน้อยกว่า

อ่าวทำไมละ ไอ้การไหว้เนี้ยมันมีไว้เพื่อเป็นการแสดงออกถึงการทักทายไม่ใช่เหรอไม่ใช่เป็นเพราะยศหรือเพราะอาชีพเงินเดือนแต่มันเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อที่การไหว้เนี้ยมันจะได้ทำให้เราอ่อนโยนลงและรู้จักเครพคนอื่นในความเป็นมนุษย์ที่ผู้อื่นนอกจากตัวของเราเองแล้ว เราก็ต้องรัก.

 

อยากได้อะไรให้ ให้เขาก่อน

#zero

 

เพราะความเข้าใจในความเชื่อที่ไม่มีทางยอมรับได้ว่าที่แท้เราหลงกลใจ หรือ วิธีคิด กันแน่ที่ทำให้เราหลงทางไปกับความคิดที่ไม่สบายใจของตัวเราเอง จนสุดท้ายหลุมลวงของความจริงก็ครอบสวมหัวใจของเราไว้อีกที ความอึดอัดเกินไปใครจะยืนถือแบบนั้นได้ เพราะเอาแค่ความเข้าใจในตอนสุดท้ายของเรื่องที่ลุงเล่าก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลที่ควรเครพกัน  การไหว้ที่ทำให้ความมั่นคงทางวัฒนธรรมไม่มีคำว่ายอมแพ้เพราะการได้เครพคนอื่นก็ทำให้เราได้พบคุณค่าของความรู้สึกที่ส่งต่อความจริงมาให้ เหมื่อนกับว่าลุงกำลังสอนและแนะนำเรื่องการมันดีอย่างไร

 

วิเคราะห์

ผมคิดว่าสิ่งที่ลุงพูดและทำแนะนำผมมาเป็นเรื่องดีอย่างยิ่ง  การไหว้เนี้ยมันสำคัญนะเป็นการเครพผู้อื่นและการไหว้ก็เป็นสัญลักษณ์ที่เฉพาะสำหรับเราคนไทยด้วย ผมเห็นจด้วยกับที่ได้ัเรียนรู้ว่าความอ่อนน้อม จะทำให้เรา ถ่อมตนไม่ข่มคนอื่น ความหยาบกระด้างมาจากการให้อภัยไม่เป็น เพราะความคิดคือเครรื่องมือของอัตตา ที่ตเิมให้ตัวเองกลายเป้นศูนย์กลางจักวาลจนบางครั้งเราลืมที่จะละเลยความจริงใจทีค่ควรหมอบให้ผู้อื่นบาง และการไหว้ เป็นเรืิ่องเล็กๆน้อยที่คนรุ่นใหม่มักมองข้ามทั้งที่มันเป็นการฝึกตนที่ดีแบบหนึ่งของไทยเรา

 

หากเหงาเป็นนรากของร่าง วัฒนธรรมก็เป็นเงาของประเพณี

#ZERO

 

ชั่วโมงที่ เราเป็นเราเพราะเราคือเรา

หลังจากลุงแก่ใสยับจัดเต็มกับเรื่องของการเข้าสังคมด้วยความมึนๆไม่รู้วง่าเพราะ สารให้ความเมาอย่างน้ำจันทร์จากที่ผมดื่มลงไปหรือเพราะใจที่สึกถึงจิตสำนึกที่ถูกลุงพูดกระตุ้นเตือน มือของผมยกไหว้ลงไปอีกครั้งซึ่งผมก็ไม่รู้ตอนที่เจอลุงครั้งแรกผมไหว้ไปหรือยัง  และในชัวโมงที่สองที่ลุงกำลังจะเล่าต่อ หลังจากที่พูดคุยและแบ่งฟันแนวคิดมุมมองและดูรับฟังได้และไปได้ดี  ผมก็ไม่ช้าที่จะยิงคำถามต่อไปเพื่อฟังเรื่องราวของลุงต่อ 

"อะไรละครับที่ทำให้ลุงถ่อมตนเองได้ขนาดนั้น"

ลุงยืนและมองรอดผ่านแสงยามบ่ายที่แดดแรงแต่ร้อนไม่เท่าไรสายลมจากหนองน้ำพัดเอื่อยๆมาเรื่อยๆ สายตาของลุงมองทอดไปเบื่องหน้าบึงน้ำที่มีเสียงนกและสัตว์รอบๆสระส่งเสียงคลอเบาๆ  ผมนั้งลงที่เสาต้นหนึ่งเอาหลังพึงไว้เพื่อพักกาย  สายตาผมกับลุงไม่รู้มองไปที่เดียวกันไมแต่ผมกับลุงเรามองไปตามทางเดียวกัน สุดท้ายท่ามกลางความเงียบ ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายที่ไม่อึดอัดเลย กลับเป็นความรู้สึกผ่อนคลายของบ่ายอ่อนๆที่เหมาะจะเปิดใจยอมรับในอะไรบางอย่าง  เสียงของลุงก็ดังขึ้นเหมือนเล่าเหมือนเมือหนึ่งชั่วโมงก่อนอีกครั้ง

เพราะความลำบากละมั่ง  ที่ทำให้ลุงเข้าใจ  ในสมัยเด็กลุงค่อนข่างมีฐานะยากจน การเป็นอยู่ค่อนข้างลำบากลุงโตมาในครอบครัวที่มีพ่อแม่ปกติ  เพียงแต่ว่าครอบครัวไม่ได้มั่งมีที่ดีเท่าไร ลุงบอกว่าต้นตระกูลเดิมเป็นคนจีนที่ อพยพ มาอยู่ที่ไทย เพราะฉะนั้นฐานะค่อนข้างจะลำบากแม้ว่าจะมีสมบัติไม่มากแต่ลุงก็บอกว่าพ่อแม่ของลุงเองก็เป็นคนขยันมาก ในครอบครัวมีพี่น้อง 4คน ซึ่งปัจจุบันก็โตหมดแล้วทุกคน ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปทำอาชีพของตนเอง ซึ่งความเป็นอยู่ที่ลำบากทำให้ลุงโตมาพร้อมกับการยอมรับกับการทำงานหนัก และเป็นเหมือนยาวิเศษที่ทำให้ลุงมีความมุ่งมั่นต่อความอดทนที่ต้องเผชิญกับความไม่ชอบ ความไม่สบายใจ จนโตมากลายเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ถือว่าได้รับความสำเร็จ  บิดามีอาชีพเป็นชาวนาหาปลาเก่งมาก  ตอนเช้าอย่าเรียกว่าตื่นเช้าเพราะลุงบอกว่าช่วงเวลาปกติลุงเขาตื่นตั้งแต่ตีสาม ตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อเกี่ยวข้าวเอง ช่วงเช้าเลยมาแดดออกแรงก็จะพักกินข้าวและสายๆก็นอน  พอประมาณบ่ายสาม ซึ่งลุงบอกว่าสมัยก่อนยมันไม่ได้ร้อนขนาดนี้ ซึ่งก็มีวิธีชีวิตที่เรียบง่าย  

คุณแม่ของลุงเป็นคนทำให้ท่านรัก และสนใจในการเรียนหนังสือ เพราะแม่ของลุงมักจะบอกลุงเสมอว่า พ่อแม่ไม่มีอะไรจะให้มีโอกาสได้เรียนได้ศึกษาก็ควร ขวนขวายไว้นะ  ซึ่งลุงก็บอกผมว่า แกก็เองก็ตั้งใจมากที่จะไม่ทำให้แม่ผิดหวัง  และแกก็ดีได้มาจนมีทุกวันนี้

 

ถ้าเราไมได้ ลำบากเราก็คงไม่รู้ว่า สบายคืออะไร       

#ZERO

 

วิเคราะห์ 

  อดีตไมได้เป็นตัวกำหนดปลายทางแต่เราตะหากที่ลิขิตตัวเองจนมาถึงทางที่หวัง ไม่ว่าจะอายุหรือช่วงไหนๆของชีวิต  สิ่งที่เราเป็นตอนนี้นาทีนี้ล้วนแล้วแต่มาจากตัวเราเองที่ส่งตัวเองมายืน ไม่ว่าจะเป็นปัญหา หรือโอกาส  ความเศร้าความทุกข์ ก็เป็นสิ่งที่เราเลือกเดินมาด้วยตัวเราเอง เพราะ เรานั้นละคือคนที่เลือกเป็นตัวเอง ไม่ว่าเราจะใช่ชีวิตเพื่อคนอื่นหรือใครเราก็ต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง

    

ชั่วโมงที่ ฉันและครอบครัว

หลังจากที่ลุงเล่าความเป็นมาของแก่เองว่าถึงจุดนี้ของชีวิตได้อย่างไร ชีวิตในวัยทำงานทำให้ลุงได้รับการยอมรับจากคนอื่นมากมายหรือน้อยแค่ไหนมันก็ขึ้นอยู่กับการเป็นคนดีต่อสิ่งที่ลุงเขาทำมา ลุงบอกว่า ความจริงใจเป็นเรื่องสำคัญของการได้เป็นตัวของตัวเองในสิ่งที่เราจะทำ ยิ่งเราจริงใจต่อตัวเราเองแค่ไหนเราก็จะมีความสุขต่อสิ่งที่เราจะทำมากขึ้น และนั้นก็ทำให้ลุงเห็นความหมายของการได้ทำเพื่อผู้อื่นและเสียสละ อย่างที่อาชีพลุงควรจะเป็นเพราะนั้นทำให้ลุงมีความสุขจากสิ่งที่ได้พยาม  อาชีพของลุงคือการบริการประชาชนเพราะเงินที่ได้มาเป็นค่าแรงมาจากความลำบากของประชาชนที่จะต้องเหนื่อยเพื่อแลกกับการให้ลูกหลานตัวเองมีความรู้มีทักษะที่ดีขึ้น

          หลังจากที่ได้งานก็ย้ายโรงเรียนไปสอนตามที่ต่างๆลุงเองก็ได้พบกับคนรักและมีพยานความรักของลุงมาอีกหนึ่งคน  แต่ลุงบอกว่าความไม่สบายใจหลังจากนั้นมันก็เยอะมากพร้อมกับความสุขที่งอกออกมาความทุกข์ก็เติบโตไปด้วย  และวลีเด็ดที่ลุงทิ้งไว้ให้กับเรื่องครอบครัวก็แทบจะเป็นคำเดียวกับที่พ่อผมเคยพูดให้ผมฟังบ๋อยๆ คือ  คนในอยากออกคนนอกอยากเข้า

 

ในขนาดที่ความสุขผลิใบขึ้นมา ความทุกข์ก็งอกเงยไปด้วย

#ZERO

 

          ครอบครัวเป็นทั้งกำลังใจและเป็นไฟ ให้ลุงไปพร้อมกัน ความทุกข์ความไม่สบายใจที่ส่งลุงให้ขับมอเตอร์ไซด์จนผมกับลุงได้พบกัน  ลุงแก่บอกว่าโชคดีที่ได้เจอผมมารับฟัง ผมคุยกับลุงมา หลายชั่วโมง ชื่อลุงผมก็ไม่รู้ อาชีพอะไรก็ไม่รู้ ลุงเป็นใครก็ไม่รู้ ผมรู้แต่ว่าผมรู้จักฟังคนอื่นมากขึ้นแม้ว่าเขาจะเป็นคนแปลกหน้าที่ผมไม่รู้จักเลยก็ตาม

ลุงชื่ออะไร คงไม่สำคัญเท่าลุง เป็นคนดีไม

ลุงทำอะไร คงไม่พบคุณค่า เท่าลุงทำดีไม

ลุงเป็นใคร คงไม่สำคัญเท่า ลุงเป็นตัวเองแล้วมีความสุขจริงๆไม

วิเคราะห์

บทเรียนของการได้รับฟังคนอื่นมันสอนผมมากมาย  อยากน้อยๆวันนี้ที่ผมได้ฟังเรื่องของลุง ผมก็ตกหลุมหนึ่งในวิถี ที่ผมรักอาชีพของผมที่ทำให้ผมได้ท่องเที่ยวไปในความคิดของผู้คนที่ผมพูดคุยสัมภาษณ์ ผมรู้และแบ่งปั่น โลกนั้นยังมีสิ่งดีดี    

ผมสำคัญตัวเองด้วยตัวเอง ไม่ใช่ให้คนอื่นมาให้ความสำคัญของเราด้วยคำชมหรือคำดูถูกของคนอื่น อันที่จริงสิ่งที่เราดีเราทำมันรู้อยู่แก่ใจ ยอมรับในตัวเองที่ดีอยู่แล้ว  อย่ารอให้ใครชม อย่าเรียกร้อง อย่ายอมแพ้ที่จะสู้และดีในแบบที่เป็นตัวเองเพื่อมีความสุขกับชีวิตเพื่อทำให้ตัวเองทุกขจ์ใจน้อยลง

 

ยอมรับไม่ได้แปลว่ายอมแพ้  ความจริงมีไว้ยอมรับไม่ได้มีไว้ให้ยอมแพ้

#ZERO

 

          เพราะอันที่จริงการที่เราได้รักได้เข้าใจห่วงใยในใครสักคนมันจะทำให้เราต้องการอะไรจากเขาน้อยลงในขนาดที่เรารักเขามากขึ้น เราควรทบทวนให้ดีที่แม้ว่าจะดีแค่ไหนในอำนาจ  ในความเหนื่อกว่าผู้อื่นมันก็สิ้งที่คนเราสมมุติขึ้นมาเพื่อให้เหนือกว่ากันโดยเราลืมตระหนักว่าเรากำลังใช่ชีวิตเพื่อไปตายทุกคน

เวลามีค่ามากเราผ่อนราคาของชีวิตด้วยลมหายใจ ลองทบทวนให้ดีว่า

เธอหวังดีกับเขาจริง หรือเพียงแค่อยากให้เขาทำอย่างที่ตัวเองต้องการ

ขอบคุณครับ ผม กวีสีเทา 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น