Zero เสียศูนย์​แต่อย่าสูญเสีย​

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 475 Views

  • 18 Comments

  • 7 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    42

    Overall
    475

ตอนที่ 31 : นิยามเพื่อไม่นิยาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 พ.ค. 62



อย่าพยามตามหาคนที่ดีอย่างที่ใจคิด

แต่

ให้ตามหาคนที่เป็นมิตรและไม่ทำร้ายเรา

#ZERO

 

บางอย่างสำคัญ แต่ ไม่จำเป็น  หรือบางอย่าง มันจำเป็น แต่ก็ ไม่สำคัญ เราจะแยกของที่อยากได้กับของที่อยากชอบออกจากกันได้อย่างไร  คนที่เข้ามาหาเรา เราจะแยกออกได้อย่างไร ว่าเขามาเพราะอยากช่วยเหลือเราอย่างจริงใจกับเราจริงๆ หรือแท้ที่จริงเขาเข้ามาเพราะผลประโยชน์ของเขา มันคงยากและยาวนานที่จะเอาไม้บรรทัดจากความคิดแต่ละคนมาวัด  ผมจึงบอกว่า แทนที่เราจะพยามจะตามหาคนดีอย่างที่ใจคิด ให้ลองตามหาคนที่เป็นมิตรและไม่ทำร้ายเรา

แนวคิดการตามหาคนดีนี้มาจากความเข้าใจโลกว่าแท้ที่จริงโลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ

ก่อนจะแยกแยะคนที่เรารู้ผ่านเข้ามาในชีวิตธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนต่างก็พยามแยกแยะคนที่เข้ามาด้วยตัวเองได้อยู่แล้วตามวิจารณญาณที่มีโดยสัญชาตญาณของแต่ละคนได้อยู่แล้วโดยธรรมชาติ  นำไปสู่การให้ความหมาย  การตีความ  การให้วิธีคิด การจดจำ  ซึ่งเราเรียกการระทำแบบนี้โดยทั่วไปว่า  การนิยาม

 

 

นิยามหรือการจำกัดความหมาย

"นิยาม" ให้กับอะไรก็ตามที่เรารู้ มันจะทำให้เรา เข้าใจสิ่งนั้นนั้น เรื่องนั้นนั้น  เหตุนั้นนั้น  มากขึ้นในผ่านมุมมองความรู้ที่กลั่นมาเป็นวิธีคิดของเราที่มีต่อ ความเข้าใจ สิ่งนั้นนั้น  เรื่องนั้นนั้น  เหตุนั้นนั้น  เพื่อที่ผู้นิยามจะได้สามารถส่งต่อข้อมูลเพื่อสือสารไม่ว่าจะด้วย คำอธิบาย บอกต่อ หรือ เล่าเรื่อง  ผ่านการให้คำนิยามที่มีต่อสิ่งที่ คนนิยามรับสารมาแล้วเข้าจะตีความด้วยตนเอง

   

  การนิยามจะเกิดขึ้นเพื่อเข้าใจ  และมันก็เป็นการเข้าใจที่ตัดสินไปด้วยเพราะ ไม่มีอัตลักษณ์เพราะอัคติแห่งการนิยาม ไม่ได้มาจากคุณธรรม แต่ผู้นิยามจะสร้างคำจำกัดความนั้น มาจากความรู้ความเข้าใจจากปราสบการณ์ของผู้นิยาม ซึ่งมันมีผลต่อตรรกะ ความเข้าใจที่ว่า  ดีหรือไม่ดี ถูกหรือผิด

 

การนิยามคือการทำให้มันมีความหมาย

#ZERO

 

เรานิยามหรือให้ความหมาย ในอะไร  ทำไม

เหตุที่เราต้องนิยาม เพราะมนุษย์ไม่สามรถจำเรื่องราวทั้งหมดของชีวิตได้ สมองจะเลือกจดจำเป็นเฉพาะส่วน โดยจำแนกการจดจำ เฉพาะส่วนของข้อมูล  การนิยาม คือการสร้างภาพจำรูปแบบหนึ่งที่ทำให้ง่ายกว่าจะจำจดจำไปทั้งหมดคืออะไร   เหมือนเจอหน้าเพื่อนเราก็จะจำได้ว่าเพื่อคนนี้เราเรียกว่าอะไร ก็เอกลักษณ์ของเพื่อนที่เราเลือกที่จะจดจำคนคนนั้น  หรือ  บางครั้งเจอเพื่อนแล้วจำไม่ได้แต่พอได้ยินฉายาที่เรียกกันมาในวัยเด็กก็นึกออกทันที ว่าอ่อที่แท้ ก็ คน คนนี้   หรือเธอคนนั้นเอง เพราะการเรียกผู้อื่น ด้วย ฉายา  ก็ถือเป็นการนิยาม เพื่อช่วยให้จดจำ รูปแบบหนึ่ง

 

ทุกสิ่งที่นับได้ไม่ได้แปลว่ามันจะมีความหมาย

และ

ทุกสิ่งที่มีความหมายก็ไม่ได้แปลว่ามันจะนับได้

#ZERO

 

การตั้งข้อสงสัยให้สิ่งที่อยากรู้ ก่อนจะตั้งคำถาม เพื่อทำความเข้าใจก่อนจะให้ความหมาย  มันก็มีการหมุนวนของความรู้สึกก่อนจะคิดสังสัย ทำให้เราเข้าใจว่าแท้ที่จริงคำถามมันถูกตั้งจากความอยากรู้หรือที่ชาวตะวันตกเรียกว่าความฉลาดที่จะสงสัยว่าแท้ที่จริงนัยยะต่อความจริงที่เราจะสื่อ ของ ความไม่รู้มันมาจาก ไม่รู้จริงๆ หรือ รู้แต่ไม่เข้าใจ 

เพราะ   คนเราตั้งคำถามจากความฉลาด

แต่              

ตอบคำถามจากความรู้

ใช่ครับ เราถามเพราะ อยากรู้ จึง ต้องคิดก่อนถาม  ความคิดจะสร้างสิ่งที่ต้องการถามเพื่อที่จะได้มองหาความจริงในสิ่งที่เราอยากจะถาม

 

การนิยาม  คือ การทำความเข้าใจจากสิ่งที่รู้

ความเข้าใจ จากการนิยามจะถูกใช่เพื่อจำและนำไปใช่

เช่น

นิยามชื่อ  สร้าง  ฉายา

นิยามรัก  สร้าง  ความเชื่อเกี่ยวสิ่งไม่มีตัวตนเพื่อมีวิถีปฎิบัติ ตามที่รู้

นิยามชีวิต  สร้างวิถีตัวเองเพื่อเป็นตัวของตัวเอง เพื่อความสุข ความสบายใจจากการได้เป็นตัวของตัวเองตามความเชื่อของตัวเอง

และจริงๆยังมีการนิยามอีกหลายแบบ ซึ่งแต่ละคนใช่แตกต่างกัน ตามแต่จะนิยาม

 

 

นิยาม

เพื่อเข้าใจในสิ่งที่เรารู้การสร้างการจำกัดความทำให้เข้าใจง่าย มันเหมือนกับ การอ่านหนังสือเพื่อจับใจความ ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องไหน ตอนไหนไม่สำคัญ การนิยามชีวิต มีที่มีที่ไปในตัวเองเสมอ เพราะชีวิตยิ่งอายุมาก ความเข้าใจที่เรามีต่อโลก และ ต่อตัวเรามากขึ้น ความหนักเบา แห่งการนิยาม ช่วยให้ทรรศนะคติเติบโตไปตามนิยาม ซึ่งผู้ดำเนินชีวิตต้องการ เป็นวงจรของการเป็นตัวของตัวเองในสิ่งที่คิด 

เราคิดอะไรจากสิ่งที่รู้   เรารู้เราลงมือคิดอย่างไร   คิดแล้วนำเราไปสู่การลงมืออย่างไร

 

เรามีชีวิตตามความเข้าใจของตัวเราเองเสมอ

#ZERO

 

บางเรื่องไม่จำเป็นต้องนิยามก็ได้

ขนาดที่การนิยามจำเป็นแต่ก็มีอีกวิธีคิดเหมือนกันที่ส่วนทางกับการนิยามคือ

จะไปนิยามทำไม การนิยามคือการมีข้อกำหนด

เราพูดถึงข้อดีของการนิยามมาแล้วว่านิยามเพื่ออะไร แต่การไม่นิยามเลยก็ดีเหมือนกัน เหมือนคุณค่าของคำหรือความหมายนั้นมากจากตัวเราเอง ไม่ใช่จากคำพูดคนอื่น การนิยาม คือการให้คำจัดกัดความรู้ เนื่อความเข้าใจ ซึ่งบางนิยามที่ไม่ว่าจะมีต่ออะไรก็ตาม เมือผู้สร้างนิยามพูดออกมาก็มี  บัณฑิต(ผู้ใฝ่รู้)ไม่มากที่จะเข้าใจในความหมายของแต่ละคนที่นิยามในสิ่งต่างๆที่ไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละคนมีประสบการณ์ความชอบ และความรู้ที่ไม่เหมือนกันความหมายที่ให้ในแต่ละคำที่อยู่ในคำนิยามมาจากความเข้าใจในมุมมองที่แตกต่างกัน

เช่น  การนิยามความรัก  ว่ารักคือการให้  คำนิยามนี้ผมเชื่อว่าทุกคนเคยได้ยิน ไม่รู้ใครนิยามมาแต่สมัยไหนเพราะนั้นไม่ใช้ประเด็น ปัญหามันเกิดขึ้นเมือ คนที่ใช่นี้ละ  ตีความและนำไปใช่ บางคน ให้สิ่งของ บางคนให้ความรู้สึกแบบแคร์ไม่อยากให้คนรักเสียใจ  บางคนให้ใจ แบบใจแลกใจ ซึ่งเห็นไมครับว่าแค่ ให้ คำเดียวกัน แต่ละคนต่างก็มีการให้ที่แตกต่างกัน   ไม่มีใครบอกได้ว่าให้แบบไหนดีที่สุด เพราะการตีความที่แตกต่างกันไปไม่ว่าจะมาจากประสบการณ์ หรือปัจจัยร่วมอะไร การนิยามก็มาจากความเข้าใจ มันเหมือนกับมือที่มองไม่เห็นที่บ่งการความคิดเราให้คิดและตัดสินใจไปตามนิยามที่มีความเชื่อ  หรือที่เรียกความรู้สึกในความคิดนั้นว่า

 ความเข้าใจ   

 

ไม่มีความแน่นอนในความหมายเพราะชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน

#ZERO

 

ความแตกต่างนำมาซึ่งเรื่องราวใหม่ๆ

การตีความ นำไปสู่ ความเข้าใจ   เพื่อนำไปใช่ ปฎิบัติ ในชีวิต

ความเชื่อ  ทำให้เราไว้ใจ  ความคิด 

ความคิด  ทำให้เรา  เข้าใจ  เพราะเราคิดว่า เรารู้

การนิยามทำให้ง่ายเพื่อนึกถึงและเข้าใจ

ต่ออะไรก็ได้ที่เราคิดถึง แต่กระนั้น มันก็เป็นการตีกรอบให้กับตัวเองเหมือนกันว่า รู้แล้ว เข้าใจแล้วในสิ่งที่รู้ ทำให้เราไม่ฟังหรือยอมรับในความจริงของคนอื่นที่มองมาในมุมที่ไม่เหมือนกัน

 

ในขนาดที่ความไม่แน่นอนคือธรรมชาติ ความแน่นอนคือสิ่งที่มนุษย์เราทุกคนค้นหา

#ZERO

 

แล้วการไม่นิยาม กับนิยาม มันใช่ต่างกันอย่างไร

การนิยาม ใช่เพื่อให้เราได้เข้าใจในความหมายอะไรก็ได้ที่เราจำ

แต่ทว่าบางครั้งการที่เราพูดเพื่อให้ความหมาย มันไม่มีประโยชน์​นิยามมันกลับถูกใช่มันตัดสินคนอื่น  นิยามเพื่อเข้าใจให้เข้าถึงความจริง  มิใช่  นิยามเพื่อทำร้ายกัน ตัดสินกันว่า  ใครฉลาดกว่ากัน ใครดีกว่ากัน  เพราะแท้ที่จริงการพูดถึงอะไรก็ตามที่ใครนิยามความหมายได้ใกล้เคียงความหมายที่แท้ของสิ่งที่จะสื่อได้มากกว่ากัน  เพื่อท้าทายมุมมองที่มีต่อสิ่งต่างๆหรือเรื่องราวต่างๆที่ไม่เหมือนเดิมก็เหมือนกำลังท้าทายมุมมองของคนอีกตคนที่มีต่อมุมมองที่จะนิยาม  โลกเปลี่ยนแปลงไปเสมอและคำนิยามหรือวลีเด็ดของใครที่เข้าถึงแก่นแท้ของสัจธรรมมากกว่ากันก็จะไม่จำเป็นต้องแก้ใขเพราะมีความเข้าใจที่บัญญัติอย่างลึกซึ่งในเนื้อหาและคำที่สร้างขึ้นมาเป็นวลีเด็ด

 

การไม่นิยามเลย  คืออิสระของพันธะ ไม่มีข้อแม้ที่จะทำร้ายกัน

#ZERO

 

บ่อยครั้งที่ผู้คนมักเอาความคิดตนเองไปตัดสินคนอื่นผ่านการเข้าใจของตนเองเพื่อพิสูจน์ผลการนิยามหรือการให้ความหมายของตนเองว่าจะเป็นที่ยอมรับของผู้อื่นไม หรือ เพื่อพิสูจน์ภูมิความรู้เของตนว่าจะทำจะมีผลทำให้คนอื่นเข้าใจสิ่งที่พูดจากคำนิยามไม  และหากแม้นไม่ได้รับการเห็นคุณค่าก็อาจจะทำให้เราไม่อยากเชื่อ หรือถ้าไปโดนล้มล้างวิธีคิดมาก็อาจจะไม่เหลือความมั่นใจในตนเองนำมาสู่การขาดความเชื่อมั่นของตนเองที่มีต่อความรู้ ความเข้าใจในตนเอง

 

การนำเรื่องพวกนี้ไปถกเถียงกันในการสนทนาหากกล่าวด้วยเหตุผลแม้จะเป็นการโต้เถียงก็เป็นปัญญา แต่ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองและการคิดระดับการวิเคราะ พิจารณาของผู้สนทนาว่าอะไรกันแน่ที่นิยามได้เข้าเป้าและเหมาะสม

สรุปคือไม่หรอกครับ คำนิยามที่เข้าถึงในสิ่งนั้นๆได้จริงๆ  เพราะแต่ระคนมีความจริงที่มัมุมมองแต้แต่ละเรื่องละอย่างที่แตกต่างกันไม่มีใครที่ไม่มีเหตุผลเป็นของตนเอง

 

นิยามแค่สือความหมายในอารมณ์ที่รู้สึกถึงความจริงจากกการตระหนักรู้

มิได้มีไว้  เพื่อรู้เพื่อตัดสินคำคนหรือค่าของใดใดว่าเป็นภาระของตรรกะมนุษย์

 

การทำความเข้าใจ มีไว้เพื่อให้เราเมตตาต่อสิ่งที่เรารู้จัก ยอมรับสิ่งนั้นๆด้วยใจที่เข้าใจจากสิ่งที่มันเป็น

การเข้าใจไม่ได้มีไว้พูดเพื่อปลอบว่าเข้าใจทั้งที่ยังไม่เคยผ่านหรือเจอมากับตัวเอง ความเข้าใจไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อตัดสินคนอื่น ว่า รู้แล้ว คุณรู้ยัง  แบบนั้นคือการเอาความเข้าใจที่ดีดี  มาอวดดี  ซึ่งมันเป็นเรื่องไม่สมควรทำ เพราะความระเริงกับความดีก็ไม่ต่างจากรอาความสุขของเราไปทุบตีคนอื่นแล้วบอกไม่เจ็บ

นิยาม เหมือนยาม เฝ้าความจำ

นิยามคือ คำ ที่ให้ความหมาย 

แต่ทว่าชีวิตก็มีบางมุมที่บอกเราเสมอว่า

บางครั้งไม่จำเป็นต้องมีคำนิยามทุกเรื่องก็ได้

การแสดงออกในเรื่องนิยาม หรือไม่นิยาม เกี่ยวอะไรกับการดูคน

กลับมาที่วลีที่ผม ขึ้นต้นไว้ ว่า

อย่าพยามตามหาคนที่ดีอน่างที่ใจคิด

แต่

ให้ตามหาคนที่เป็นมิตรและไม่ทำร้ายเรา

 

บางสิ่งที่เราคิดอาจไม่เป็นอย่างที่เชื่อ บางสิ่งที่เชื่อก็อาจไม่เป็นอย่างที่เราคิด

ความจริงกลายเป็นความเชื่อที่ทำให้เรานิยามตีคาวามหมาย ตีค่าของคน

ประสบการณ์สร้างกรอบ สิ่งที่เราคิดไว้ กลายเป็นความเชื่อที่เรานิยาม  ทั้งที่บางสิ่งบางอย่าง บางคน เขาอาจไม่เป็นอย่างที่เราคิด 

ให้โอกาสสิ่งที่เราไม่รู้บาง เพราะสิ่งที่เราคิดบางทีมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด

แทนที่จะมองลึกซึ้งเพื่อให้ลึกพอจะเข้าใจในมนุษย์ บางครั้งการที่มีคนเข้ามาเป็นมิตรสุภาพจริงใจ ไม่ได้เสแสร้งปัญหามันอยู่ตรงที่เราไม่รู้ว่าใคร กันแน่ที่เสแสร้งแกล้งดี จริงๆผมว่ามันดูไม่อยากไม่นะ  ไม่มีใครดกหกสิ่งที่เป็นได้ตลอดหรอกครับ  เช่นตอนเวลาโกรธหรือโมโห  หรือโดนอะไรที่ทำให้ไม่พอใจ ก็ให้เราลองสังเกตวิธีที่เขารับมือกับความไม่พอใจ ว่าเขาเป็นอย่างไร  การตัดสินไปเลยไม่ต่างจากการนิยามมาแล้ว

การกำหนดสิ่งที่ต้องการ อาจทำให้เรารู้สึกมีอำนาจที่รู้และควบคุมอะไรได้แต่ความจริงโลกนี้ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ไม่มีความจริงที่เที่ยงตรงในความคิดที่เล็กประจิดริดในชีวิตมนุษย์ เราไม่มีทางรู้ว่าสิ่งที่เราเชทื่อและรู้มาของเราจะเป็นเรื่องไม่จริงของใครได้บาง การไม่รู้หรือการไม่นิยามก็อาจจะมีไว้เพื่อยอมรับและเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ อย่านิยามเพื่อตัดสินแต่ นิยามไว้เพื่อเข้าใจเพราะความจริงมาจากความจริงไม่ใช่เพียงประสบกาณ์ 

 

การเรียนรู้ที่จะนิยามเพื่อไม่นิยาม

#ZERO

 

สุดท้ายผู้เขียนอยากถามผู้อ่านได้นิยามอะไรไว้บางและไม่นิยามเรื่องอะไรบาง  นิยามตัวเองกันไม หรือนิยามคนสิ่งของต่างๆหรือป่าว  หรือ คุณไม่นิยามอะไรเลย หวังว่าแนวคิดนรี้จะช่วยทำให้ผู้อ่านเข้าใจมุมมอง และการเข้าใจความคิดวิธีคิดเพื่อเข้าใจโลกและเป็นพลังให้ตัวเองได้คิดและก้าวต่อไปได้ดีขึ้นไม่มากก็น้อย รักผู้อ่านนะครับ

ขอบคุณครับ

0 ความคิดเห็น