Zero เสียศูนย์​แต่อย่าสูญเสีย​

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 475 Views

  • 18 Comments

  • 7 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    42

    Overall
    475

ตอนที่ 30 : กูมาเหนื่อยเพื่ออะไร!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 เม.ย. 62



7 เมษยาน 2562

10.5 กิโลครั้งแรก  กูมาเหนื่อยเพื่ออะไรว่ะ   ผมคิดในใจในขนาดที่ขาก้าวเดินไม่หยุดมา6กิโลได้แล้ว

 

ก่อนหน้าที่จะมางานวิ่งประมาณ สองเดือนก่อนมีรุ่นพี่แกชื่อว่าพี่อัพเป็นรุ่นพี่แถวบ้านที่ใจดีมาก พี่เขาบอกว่าเร็วๆนี้จะ มีงานที่จัดวิ่งที่อำเภอบ้านเราให้ลอง ลงสิบกิโลไปเลยว่าไหวไม  จะได้ทดสอบตัวเอง ถ้าสนใจตอนนี้ไปอ่านกันก่อนได้ที่ตอน 22 คำพูดของเด็กไรเดียงสาหรือปรัญญาสอนตน

 https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1870949&chapter=22



ต้องซ้อม  คำแรกที่พุดมาในหัวเลยที่แบบอยากจะพิชิตมันให้ได้เพราะผมคิดว่าสักวันถ้าหากเราจะออกกำลังกายจะช้าจะเร็วการไปสิบกิโล ผมก็ต้องก้าวไปสิบอยู่ดีก็ลองดูสนามบ้านเราเองทำเวลาไม่ดีมากก็ไม่เป็นไร ถือว่าได้ทดสอบตัวเองว่าเราทำได้ไม 

พอวิ่งก็ได้รู้เลยครับ  สิบกิโล เชื่อเถอะว่าต่อให้เดินก็เหนื่อยเอาเหมือนกันมันสิบกิโลกว่าแต่มันก็มัน มันจริงๆตอนที่พยามที่จะสู้กับด้านมืดในตัวเองที่ว่าจะ แพ้จะชนะ จะแพ้จะ ชนะ   ไหวไมครับ สู้กันจนเอาเรื่องเหมือนกัน  ถึงแม้เวลาออกซ้อมจะมีน้อยแต่อาศัยทำเรื่อยๆ วันละนิดอย่าขาดก็ถือว่าทำให้ชนะมาได้เหมือนกัน เพราะ แต่ละคนมีเส้นชัยไม่เหมือนกัน 

 

เส้นทางเดียวกันแต่ก็ใช่ว่าจะคิดเหมือนกัน

#ZERO


ไม่มีใครเหมือนกันทุกคนมาวิ่งเพื่อสิ่งที่แตกต่างกัน  ตอนที่ผมเหนื่อจะขาดใจแต่เราเห็นเส้นชัยอยู่ข้างหน้าเราก็เลยได้เข้าใจ " เรามาวิ่งเพื่ออะไร " เพราะสุดท้ายที่ว่าท่ามสายตาที่เขามองเข้ามาเห็นเราเข้าเส้นชัยเป็นชัยชนะของคุณเอง ทุกความสำเร็จอย่าทำเพื่อที่จะให้คนอื่นชอบเพราะถ้าทำแบบนั้นคุณจะเหนื่อยเพื่อคนอื่น  ซึ่งมันไม่มีค่าที่ทำแบบนั้นเพราะชีวิตเราถ้าเรารับผิดชอบไม่ได้เราก็แพ้ แพ้ตั้งแต่ที่เราคิดว่าเราไม่ไหว เราก็โกงตัวเอง ด้วยการหลอกตัวเองบาง  ด้วยการไม่ซื่อสัตย์ต่อคำพูดตัวเองบาง หรือแม้กระทั้ง ไม่ยอมรับที่จะผิด  และที่คิดไปขนาดก็คงเพราะความเหนื่อยละม่างที่ทำให้ผมคิดได้ว่า ความลำบากมันไม่พัฒนาเลย


อย่าไว้ใจความคิด ระวังความรู้ คุณนะแหละคือ อัตตา


วิ่งในอำเภอบ้านก็เจอแต่คนรู้จักแถมโรงเรียนที่ไปวิ่งก็เป็นโรงเรียนที่ผมเรียนสมัยประถมนั้นเอง  พูดถึงก็นึกถึงวันวาน   ขอออกนอกเรื่องไปโม้วเรื่องโรงเรียนสักแปป แบบว่าไม่ได้กลับบ้านมานานหรืออย่างไร โรงเรียนเจิญมากเปลี่ยนไปมากมีสถานที่ต่างๆที่ดีขึ้นจากโรงอาหารไม้หลังเล็กๆก็กล้ายเป็นตึกปูนทรงสูงที่บังแดดได้อย่างดี  คิดถึงแค่มองไปรอบๆก็เห็นภาพตัวผมเองในวัยเด็กที่เดินไปไหนๆผ่านเพื่อนตัวเล็กๆที่มาโรงเรียนเหมือนกัน  ช่างน่ารักจริงๆ   ก่อนเริ่มวิ่งผมไม่มั่นใจมากความคิดแทบทำผมอ้วกออกมาเป็นความกลัวที่ไม่สามารถเอาชนะความไม่รู้ ที่จะไม่สำเร็จได้แต่ก็ไม่ยอมแพ้เชื่อตามสอนที่พี่ๆเขาแนะนำ 

อย่าหยุด  อย่ายอม  อย่าแพ้

#ZERO

 

ผมไปเรื่อยๆที่ละก้าว  สมัยนี้ถ้ามีแอ็บนับก้าวก็จะรู้ว่าก้าวไปแล้วเท่าไร  โครตดีเพิ่งเคยใช่แต่ก็ใช่ไม่เป็นไม่รู้ตัวคนกับโทรศัพท์ใครจะมึนกว่ากันกดอะไร ยังไง แอพที่นับก้าวหายเพราะมัวหาเพลงฟังเปลี่ยนไปเรื่อยๆไปสไลด์ทำแอพที่นับไว้เก้าไว้หายไปตอนไหนไม่รู้  ตาราบ่าวจริงๆ อยากจะลั่นหัวตัวเอง  แต่ก็อะนะตอนที่วิ่งเหนื่อยๆนี้ละผมก็คิดขึ้นมาได้ คำหนึ่งที่ผมอ่านเจอในหนังสือของพี่นิ้วกลมที่ยืมรุ่นพี่ใจดีพี่อัพให้มาอ่านเพื่อให้แรงบันดาลใจในการวิ่งจำได้ว่าตอนแรก พี่นิ้วกลมเขาที่เริ่มออกกำลังกายพี่เขาก็ ถามตัวเองเหมือนกันว่า  กูมาเหนื่อยทำไมว่ะ   น่าจะเป็นตอนที่พี่เขาปั่นจักยานก่อนจะมาวิ่งมาราธอน

ก็เลยได้เข้าใจเลยว่าทำไมพี่เขาถามตัวเองแบบนั้น  พอได้เหนื่อยมั้งผมก็พบเจอกับคำคำนี้ทันทีมันเข้ามาปะทะจะให้ล้มให้เซ จะเอาผมลงให้ได้ไม่ยอมลดละที่จะทำให้ผมยอมแพ้  ไม่ใช่แค่แพ้ที่ขานะแต่แพ้ที่ใจตัวเองด้วยแพ้ทั้งหมดเลย แต่ผมก็ไม่ยอม เดินไปเรื่อยๆ

 

ตอนนั้นสักครึ่งทางได้แล้วมั้ง  ปกติทุกงานผมเดินอย่างเดียวมาจนถึงเส้นชัยเลยนะผมเดินของผมไปเรื่อยๆ ช้าๆ สักครึ่งทางได้ ก็มีคนเดินเหมือนกัน  แสดงว่าไม่ใช่ทุกคนจะไหว ก็เข้าใจ แต่ก็ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้นเหมือนกันนะว่า 10กิโลที่เขามาวิ่งกันุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ บางคนไม่ไหวก็มีแต่ทุกคนก็พยามนะ แต่คนที่เดิน เขาก็เดินไวเหมือนเรา เขาก็เดินได้เท่าเราไม่เหมือนตอนที่ผมเดินสมัย5 กิโล มันก็เดินแบบถ้าแซงแล้วก็ทิ้งห่างเลย แบบแซงแล้วแซงเลย แต่ในโลกของ 10กิโลเนี้ย เดินกันไปก็แซงกันไปกันมาแค่นั้นเหละหน้าเดิมๆ เพราะถ้าจะหลุดจากกันได้ก็ฌต้องวิ่งแซงอย่างเดียว ใครไม่ซ้อมบอกเลยว่า เกม  ลำบากแน่ครับ  เพราะตอนที่ผมเดินสมัย 5กิโลตอนเดินคนมันเยอะเหมือนกันนะครับที่เดินไม่มีใครหยุดเหมือนกันเดินมั้งวิ่งแซงกันเบียดกันไป เบียดกันมา  ก็เพลินดี   แต่ถ้าเป็น10โลก็มีแต่คนที่เขาเริ่มจริงจังแล้วคนเดินเลยไม่ค่อยมี กลับมาเข้าเรื่อง ผมคงความเร็วการเดินของผมไปเรื่อยๆ ผ่านเข้าช่วงที่สองมาถึงในตลาด เดินไปตามเส้นทางที่มีให้วิ่งก็ผ่านไปเป็นสถาณที้คุ้นตา ตามบรรยากาศของเมืองสวรรคโลกบ้านเกิดผมมองไปที่ต่างๆมีภาพผมกับรถสีเขียวที่ไปร้านเกมหรือไม่ที่สนามบาสที่หลังสถาณีตำรวจ ก็จะมีสนามบาสแต่ก็ไมได้สังเกตว่าแป้นบาสยังอยู่ไม เพราะก้าวหน้าเดินไปเรื่อยเพราะตอนนั้นผมคิดว่าแวลาของผมไม่ค่อยดีเริ่มสายมากแล้ว   คนเริ่มมาตลาดกันแล้วเส้นทางก็จะตัดเข้าไปในตลาดสดหน้าวงเวียนที่มีเป็นรูปโลกสีทองน่าจะรูปพระแม่ธรณี  วิ่งออกตรงไปก็ได้เจอพี่ที่รู้จักตอนที่มาเที่ยวเล่นแถวๆนั้นก็อย่างว่าสิบกิโลแม้มันจะเป็นเส้นทางที่ไกลแต่มันก็ไมได้เจออะไรที่เยอะกว่าห้ากิโลและการพยามของตัวเองที่มากกกว่าเพราะเราต้องสนุกต้องรักมันในระดับหนึ่งผมว่าสนุกกับการได้มาเดินสิโล นะ  

ออกกำลังกายผมว่าดีนะ

#ZERO

 

มันไม่หอบพอผมเบาสูบบุหรี่ หยุดๆสูบๆแต่พอหยุดแล้วมันก็ เบาหอบไปเยอะเลย  เลิกได้นะถ้าหาอะไรให้ตัวเองทำไม่ออกไปนั้งสูบบ๋อยๆก็น่าจะเลิกกกิจกรรมที่ไม่เป็นประโยชน์จริงๆแล้วก็ทำมาได้สักพักเหลือแค่ตอนเมาเท่านั้นขอสักหน่อนฮ่าๆๆ  พอรู้ว่าต้องวิ่งก็รู้เลยว่าต้องเลิก จะสูบไปตลอดแบบนี้ไมได้ถ้าจะวิ่ง ต้องเลิกมันก็พยามมันงั้นตายแน่ถ้ายังสูบตลอดแล้วไปวิ่งปอดมันไม่ไหว  มันทำงานหนักเพราะสูบบุหรี่มันทำร้ายร่างกาย  รู้แต่ก็ทำ   

 

ทุกคนมักตกเป็นเหยื่อให้จินตนาการตัวเอง

 #ZERO


พอเราไม่เลิกแต่เบาได้ แต่เรายอมไม่เลิกเป็นไง

คำเดียว  จะขาดใจ  แย่แต่ก็ได้พบว่าความตั้งใจมันมีอยู่จริงนะ

เพราะ ตอนที่เราซ้อมวิ่งก็เบาสูบไปด้วยพยามเลิกไปด้วยก้สามรถที่จะเดินเป็น ชม.ได้ เดินได้ยาวขึ้นไกลขึ้น เออ " การพยามมันดีนะ " ก็ทำเปลี่ยนตัวเอง ค่อยๆแก้ไปที่ละเรื่องทำที่ละเรื่อง ช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร ดีทีเดียว 

ผมไม่ยอมแพ้  ผมเดินไปเรื่อยๆ ฟังเพลงเดินไป ทำตามที่รู้ เดินฟังเพลง  อดทนไปกับสิ่งที่รักผ่านมันไปให้ได้เพราะ

เราจะคิดว่าเราช้าเสมอเมือดูคนข้างหน้า

ตอนที่เราเดินเราว่าเราช้าเมือมองกลับไปก็ยังมีคนที่ช้ากกว่าเราเสมอ ยังมีบางคนอยู่ท้ายเราอีก นั้นไม่ใช่เพราะว่าฉันดีรแล้ว หรือคนที่ว่ิงตามฉันเขาช้ากว่านะ การวิ่งไม่ได้มาเพื่อชนะคนอื่นอย่างเดียวแต่เรามาเพื่อชนะตนเอง

เพราะจริงๆแล้วผมเชื่อว่า  " ทุกคนมีเส้นชัยเป็นของตัวเอง "

จะช้าจะเร็ว จะไวจะสวย จะหล่อจะอ้วน จะผอม จะดำจะขาว ก็จบลงที่เส้นชัยเดียวกัน



เหตุผลไม่จำเป็นต้องเหมือนกันเรามีชีวิตที่แตกต่างกันบนเส้นทางเดียวกัน

ZERO



เหนื่อยแค่ไหนพอเห็นเส้นชัยก็เข้าใจในตัวเองทันทีว่า  กูมาเพื่ออะไร  ทุกคนมีเหตุผลเป็นของตัวเองเหมือนมีเหตุผลที่จะเข้าเส้นชัยเป็นของตัวเอง ที่แตกต่างเป็นเพียงมุมมองที่ชีวิตสร้างมาแต่จุดหมายก็เหมือนกัน ต่างความคิดแต่วิ่งไปทางเดียวกัน เหมือนกับชีวิต ที่เริ่มต้นและมีไม่เหมือนกันก็จริงแต่ปลายทางก็เหมือนกันหมด เมือก่อนผมอ้วนมาก ลดมาได้ก็ภูมิใจค่อยๆทำไปเรื่อยๆ จะลดไม จะดีไมก็ไม่สำคัญเท่าว่าวันนี้ผมพยามแล้วหรือยัง ทำเรื่อยๆ 


" ความพยามไม่เคยทรยศคนคิดดี ทำดี "

ZERO

 

เพราะไม่ว่าเราเป็นคนแบบไหนคุณก็ต้องมีชีวิตเป็นของตัวเอง  ดีมั้งไม่ดีมั้งอย่างไร จะชอบไม่ชอบหรือไม เวลาไม่เอยปากถามหรอก เวลามันไปของมันเรื่อยๆ เพราะเมือเราหยิบร้องเท้ามาใส่มัดเชือกเราก็จะไปได้เอง  จอกันนะครับสนามหน้า แล้วมาเล่าผมฟังบางนะครับว่าเส้นชัยของคุณเป็นอย่างไร

-ขอบคุณสปอนเซอร์ สนับสนุนวิ่งพี่ปิงครับที่ช่วยน้องออกค่าวิ่ง ขอบคุณครับ

ขอบคุณครับผม กวีสีเทา  ZERO

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น