Zero เสียศูนย์​แต่อย่าสูญเสีย​

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 478 Views

  • 18 Comments

  • 7 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    45

    Overall
    478

ตอนที่ 27 : หวังโดยไม่คาดหวัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 พ.ค. 62



เคยมีนักปราญ์ท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า  " จงมีความหวังแต่อย่าคาดหวัง "


ถ้าทำอะไรแล้วเจ็บแสดงว่าเรายังคาดหวังจากมัน

ZERO

 

เป็นไปได้ไมที่เราจะใช่ชีวิตอย่างมีความหวังโดยไม่คาดหวัง  นี้เป็นวิธีคิดที่เป็นได้แค่คำสวยหรู หรือแนวปรัญญาที่ทำได้จริง

หลายคนมักชอบมองว่า ความรู้จะทำให้เราฉลาดขึ้น แต่ในมุมของผม ผมกลับมองว่าทุกครั้งที่เราเชื่อว่าเรารู้เรากำลังโง่ลง เพราะผมเชื่อว่าทุกครั้งที่เราไม่รู้อะไร  เราก็จะได้เรียนรู้มากขึ้นเสมอ  เหมือนกับการการฟังเพื่อเข้าใจ จะแตกต่างจากการฟังเพื่อให้รู้เรื่อง การฟัง เพื่อเข้าใจจะทำให้เราเข้าถึงความรู้สึกและเจตนาขอบงผู้พูดที่ต้องการรู้นั้นเป็นการฟังอย่างมีเจตนาที่จะมองหาความจริงหรือจุดบกพร่องทางความคิดของผู้สื่อสารที่เราได้คุยด้วย  ฟังเพื่อเข้าใจกับฟังเพื่อเพื่อรู้แท้จริงมันถูกสร้างมาใช่ในเจตนาที่แตกต่างกัน  มันจึงขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ความสนใจไปที่ผู้พูดหรือเนื้อหาที่เขาพูดเพื่ออธิบายเจตนาที่ผู้พูดต้องการสื่อสารความเข้าใจ

 

มุมมองล้วนแตกต่าง มุมมองมีผลต่อวิธีคิดชีวิตที่เราเพื่อตัดสิน

ZERO

 

หนึ่งในคำถามที่เปลี่ยนวิธีคิดและมุมมอง ชีวิตผม คือคำถามที่ผมไปถามคนอื่นว่า ความสุขของผมคืออะไร

ผมว่ามันเป็นคำถามที่โง่ที่สุดในชีวิตผม เหมือนคนที่ไม่รู้ชีวิตตัวเองว่าความสุขของผมคืออะไร เหมือนว่าผมไม่รู้จักตัวเองดีพอ จึงต้องไปถามหาความสุขของผมจากคนอื่นว่ามันคืออะไร และก็เพราะคำถามนี้นั้นละครับที่เปลี่ยนวิธีคิดและมุมมองของผมไปเลยหลังจากวันนั้นที่ถามจนวันนี้นาทีนี้ที่ผู้อ่านนั้งอ่าน และผมเขียนออกมาเพราะหลังจากที่ถามก็นำสิ่งที่เพื่อนบอกไปทำและชีวิตผมก็เปลี่ยนไป

 

เรียนรู้หนะดีแล้ว แต่ รู้แล้วทำย่อมดีกว่า

#zero

 

เพื่อนๆที่พูดคุยกันก็เป็นเพื่อนสนิทที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเด็ก มีความสนิทกันในระดับหนึ่ง ผมจึงกล้าขอคำแนะนำ กับเพื่อนๆว่า ความสุขของผมคืออะไร

การเป็นตัวของตัวเองละมั้ง  เพื่อนหนึ่งในกลุ่มบอกผม

การได้ช่วยคนอื่นรึเปล่า เห็นเมิงชอบทำ

ผมนำสิ่งที่เพื่อนบอก จากแง่คิดต่างๆ ที่เพื่อนบอกว่าเรามีความสุขจากอะไร ผมก็นำมาปรับใช่ และ นำมาขบคิด จนตกผลึกว่าควรลงมือทำแบบไหน ที่เพื่อนบอกว่ามันจะเป็นความสุขของเรา

 

เรียนรู้และนำไปใช่ คือการก้าวต่อไปทางจิตวิญญาณ

#ZERO

 

และดูเหมือนว่าเมือได้นำมาใช่ก็ดูจะไม่ยากเท่าไรเพราะสิ่งที่เพื่อนบอกพอลองทำตามที่เขาพูดก็ทำให้ผมมีความสุขดีจากสิ่งที่ทำ  เพราะปัญหามันไม่ได้เกิดจากการใช่ชีวิตภายนอกครับแต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในใจ  ปัญหาในใจมันเกิดขึ้นที่ว่าทำไมเราทำตามสิ่งที่เพื่อนแนะนำว่าเราควรทำอย่างไรถึงจะมีความสุขแต่ทำไมเราไม่ได้รับการยอมรับความคิดหรือสิ่งที่เราทำ  ทำไมกันน่าหรือว่าความสุขของเรามันไม่ดีกับเพื่อนเหรอ 

 

ทำไมเป็นตัวของตัวของตัวเองแล้วเพื่อนไม่ยอมรับ

ผมใช่เวลาคิดอยู่นานพอสมควรว่ามันเป็นเพราะอะไร  เรื่องของการยอมรับมันเป็นมาจากที่ผม ไม่มีมารยาททางสังคมหรือ สาสนาความเชื่อ  ความคิดของผมมีอะไรที่ผิดต่อมโนธรรมคนอื่นหรือปล่าว  คิดมากสาระตะจนเครียดก็ตกพลึกทางความเข้าใจว่าแท้ที่จริงแล้ว ปัญหาของการเป็นแบบนั้นไม่ใช่ เพื่อนผม หรือการกระทำของผมไม่ดี

ผมกำลังคาดหวัง 

ใช่ครับผมกำลังคาดหวังการยอมรับจากเพื่อนว่าจะเป็นความสุขปลายทางของความสำเร็จที่จะชื่นชมเรา เหมือนดั่งเก่าก่อนที่จะเคยผ่านมาในอดีต มันจึงเป็นสาเหตุตั้งต้นที่ผมถามเพื่อนผมไปว่า  ความสุขของผมคืออะไร  เพราะผมต้องการให้เพื่อนยอมรับในตัวของผม เหมือนอดีต นั้นจึงเป็นปัญหาเพราะว่าผม ยังคงจมอยู่กับความคิดของอดีตว่าเพื่อนจะต้องยอมรับผมเหมือนดั่งเก่าก่อน และการที่คิดและเชื่อดั่งในอดีตมันก็แปลว่าผมยังอยู่กับอดีตนั้นก็แปลว่าผมไม่ได้ใช่ชีวิตอยู่กับความเป็นจริงในโลกปัจจุบันและผมกำลังเสียเวลาของตนเองไปกับความคิดที่เป็นความเชื่อจากอดีตที่ไม่มีทางกลับคืนแก้ใขอะไรได้ในปัจจุบัน  โดยรวมของปัญหาก็คือผมยังคิดถึงแต่คนอื่นมากกว่าตนเองและคาดหวังให้ผู้อื่นยอมรับเพราะคิดว่ามันเป็นความสำเร็จในหมู่เพื่อนด้วยกัน

 

คำตัดสินของคนอื่นที่มีต่อเราเป็นสิทธิ์ของเขา

แต่

วันนี้เราเป็นคนดีหรือยังอันนี้เป็นเรื่องของเรา

#zero

 

เรามีความหวังเพื่อพัฒนาตัวเองให้ไปถึงแต่เราต้องไม่คาดหวังแค่ลงมือทำอย่างตั้งใจให้เต็มที่ก็พอ

ชีวิตทุกคนเกิดมาพร้อมกับการคาดหวัง

ตั้งแต่เกิดจนตายเราทุกคนก็เติบโตมาจากการคาดหวัง เราถูกคาดหวังจากทั้งคนที่รักเรา หรือแม้กระทั้งคนที่เรารัก  เราถูกสอนให้เชื่อและคิดแบบคนอื่นและคาดหวังว่ามันจะเป็นได้จากการโดนเติมเต็มความเชื่อจากความคิดของคนอื่น  ไม่ว่าจะจากพ่อแม่ ญาติพี่น้องคนเลี้ยงดู พอเราโตขึ้นมาเริ่มมีความคิดที่จะเป็นตัวของตัวเอง เราก็เริ่มคาดหวังแม้กระทั้งในตัวของเราเอง เราคาดว่าเราจะมีชีวิตที่ดีขึ้น  เราคาดหวังว่าทำแบบนี้แล้วเราจะเป็นคนดี  เราคาดหวังว่าเราจะเป็นที่ยอมรับ  เราคาดหวังว่าเราจะประสบความสำเร็จและดูแลครอบครัว  มีบ้านมีรถ  เราคาดหวังมากขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว รู้แต่ว่าเขาก็มี เขาบอกว่ามีแล้วดี

 

ความหวังคือพลังยิ่งใหญ่

แต่

ความคาดหวังสร้างความทุกข์ขนาดใหญ่เช่นกัน

#ZERO

 

ความหวังให้พลังใจที่ลงมือดั่งเปลวเพลิงที่เผาฟื้นให้รถจักรวิ่งไปตามรางของความฝัน ความสำเร็จของความสุข มาจากการเข้าใจว่าความสบายคือสิ่งพิเศษมากกกว่าลำบาก เหมือนกับว่าเรารู้มากขึ้นเพื่อเพื่อฉลาด  ความขี้เกียจนั้นจะทำให้เราลำบากถ้าหากเราคิดแต่จะสบาย เราก็จะเชื่อว่าความสำเร็จคือการทำให้ตัวเองได้มีความสุขจากการคาดหวังการยอมรับจากสิ่งอื่นหรืออย่างอื่นที่ไม่ได้มาจากการมีความสุขที่มาจากใจตนเอง เหมือนกับตัวของผมเองที่ยึดติดอยู่กับความคิดความเชื่อจากครั้งในอดีตแล้วใช่มันเพื่อตัดสินเพื่อว่าถ้าทำตามที่แนะนำและทำได้คงจะทำให้เราได้รับการเข้าใจและยอมรับจากผู้อื่น   ความเหนื่อยล้า ความไม่สบายใจความทุกข์ทรมานในจิตใจ  จากการรับแรงกดดันจากการถูกคาดหวังไม่ว่าจะมาจากคนอื่นหรือตัวเราเอง  นำมาซึ่งความทุกข์ ความไม่สบายใจ ความกังวลของความเชื่อที่เวลาสิ่งที่คาดไว้ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคิดนำความทรมานในความรู้สึกที่เรามีต่อตัวเราเองที่ทำไม่ได้ และ ต่อตัวของผู้อื่นที่เราคาดหวังไว้   จึงเปรียบได้ว่าการคาดหวังไม่ต่างไปจากการรอคอยที่จะได้รับ แต่การเชื่อมันจะทำให้เราลงมือทำเพื่อให้ได้มากกกว่า

 

อย่าตัดสินอะไรจากสิ่งที่เห็นเหมือนผูกชีวิตไว้กับเชือกของลิขิตไม่

เพราะมันจะทำให้เราคิดว่าเราไม่สามรถควบคุมชะตาของเราเองได้

ผมเรียก สิ่งนี้ว่า  ภาพลวงแห่งการควบคุม

 

ความหวังคือการ  รอเพื่อได้รับ

ความเชื่อคือ การลงมือเพื่อได้มา

 

และเมือสิ่งที่คาดไว้มันใช่เวลาเพื่อค่อยที่จะได้มาหรือพยามที่จะมีมันได้มาถึงจุดที่ มีตามที่คิดเมือมันไม่เป็นไปอย่างที่หวังหรือไม่ตรงตามที่คาด เราก็อาจจะทำร้ายตัวเอง หรือคนอื่นที่เราคาดหวังว่าเขาจะทำตามที่เราคาดไว้  เพราะมันไมได้เป็นไปอย่างที่เราต้องการ ความผิดหวังของการเชื่อในสิ่งที่คาดจึงไปลงที่ตัวของเราเอง หรือที่คนที่เราคาดหวังไว้ เพราะต้องมีคนผิดจากความไม่สำเร็จและเหตุผลที่คนส่วนมากมองมักไม่ใช่ตนเองและคนที่โทษตนเองก็มักจะหมดพลังที่จะเห็นคุณค่าในตนเอง

 

ความผิดหวัง นำไปสู่  ความแค้น

ความแค้น มีต้นต่อมาจาก  ความเสียใจ

ความเสียใจ มาจาก การไม่เป็นไปอย่างที่คิด

 

การรู้สึกว่าตนไม่มีค่าไม่ได้สามารถเป็นพลังให้ใครหรือได้ช่วยเหลือ

หรือได้รับความไว้วางใจจากคนที่คาดหวังมากพอที่เขาจะทำสิ่งที่เราเชื่อให้สำเร็จ

ความสุขเลยกลายเป็นเรื่องที่ต้องไขว่คว้าเพราะเราไม่เห็นคุณค่าของตนเอง

นอกจากนั้นความคาดหวังที่ใช่กับคนอื่นจะเป็นการสร้างพลังแห่งการกดดันว่าคนที่ถูกคาดหวังจะต้องเป็นไปอย่างที่เราคิด คนคนนั้นอาจจะไมได้เรื่องไม่มีความสามารถในมุมของเราเราจึงคาดหวังว่าเขาน่าจะเป็นคนที่พึงพาได้และคิดได้มากกว่านี้ เช่นถ้าเราใช่ความคาดหวังกับคนรัก เราคาดหวังว่าคนรักจะไม่ทิ้งเราไปแต่เมือวันหนึ่งความรักไม่เป็นอย่างใจและคนรัก ก้เปลี่ยนแปลงไปในความสัมพันธ์ ผิดจากที่คาดหวังไว้ เราก้จะเสียใจเพราะคนคนนั้นไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคาดหวัง ความเสียจากการเชื่อ สร้างความทุกข์จากความผิดพลาดจากสิ่งที่รู้และเชื่อ

 

เจ็บดอกแรกคือสิ่งที่คิดไม่เป็นไอย่างที่รู้

เราว่าเรารู้แต่เราก็ไม่รู้

เจ็บดอกที่สอง คือสิ่งที่หวังจากคนที่หวังไม่เป็นอย่างที่คิด

อะไรก็ตามที่ให้ไปแล้วเจ็บแสดงว่าเรายังคาดหวังจากมัน

 

เอาสู่วิธีความจริง การมีความหวังโดยไม่หวังคงเป็นเรื่องยากที่ไม่รู้สึกมีหวังโดยไม่หวังผลของมัน การหวังโยไม่หวังมันคือความซับซ้อนแต่ก็ไม่ลึกจนยากที่จะไม่เข้าใจเพราะแท้ที่จริง การหวังโดยไม่หวังคือการมีชิวตอยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด เพราะเราจะคาดหวังน้อยลงคิดน้อยลงเมือเราลงมือทำ มุ่งมั่นสนใจอยู่กับสิ่งที่ทำมากกว่าสิ่งที่คิดความกังวลจะลดลงไปตามความมั่นใจของความสำเร็จของผลงานในปัจจุบัน

 

ความหวัง ทำให้เราเติมไฟในใจที่เชื่ออย่างเป็นรูปธรรมในการลงมือทำ

หวัง ทำให้ฝัน  

ฝันทำให้เชื่อ 

เชื่อทำให้เราลงมือ 

การลงมือสร้างทางไปสู้ความสำเร็จ

 

เราจะหวังอย่างไร  โดยคาดหวังจากมันน้อยลง

ทำครับลงมือทำ   ยิ่งทำความสังสัยในสิ่งที่ทำจะยิ่งลดลงแต่จะเจอปัญหาจากสิ่งที่ทำมากขึ้น เพราะปัญหามันจะเข้ามาขว้างไม่ให้สิ่งที่เราทำไปต่อไม่ได้ ที่นี้เราก็จะโฟกัสไปที่การทำผลงานมากกว่านั้งคิดคาดหวังว่ามันจะจริงๆ ว่าเราจะทำสำเร็จไม หรือ ใครจะพูดอะไรไมหลังจากที่เราลงมือทำไปแล้ว การคิดก่อนทำเป็นสิ่งที่ดีแต่การคิดมากไปเลยไม่ทำอันนั้นมันจะไม่มีวันทำให้เราได้ดี  ความกังวลทำให้เราเห้นปัญหาเพื่อสร้างแผนการมารับมือกับปัญหาเราเลยต้องมีความกังวล  แต่ถ้ามันมีความกังวลมากไปในชิวติมันกก็จะนำเราไปสู่ การคิดมาก และกลายเป็นความเครียด  การทำอะไรโดยไม่มั่นใจหรือดโลเลในตัวเองมันจะนำมาสู่ความคาดหวังที่เป็นภาระจากความกังวลว่าจะสำเร็จไมมาเป็นภาระความรู้สึก

ขอยกตัวอย่างอีกครั้บเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น

1 ทำเพราะความกล้าแต่ว่าขาดความรู้ ก็เป็นแค่การเปิดประตู้ให้ความเครียดมาเป็นเพื่อน

  ทำอย่างคาดหวัง เรื่องนี้อุปมาโดยเปรียบเทียบกับคนที่ ปีนกะไดลิง    เพราะทุกครั้งที่คุณทำคุณจะเชื่อว่าปีนสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เมือมองลงมามันก็จะให้คุณหวาดกลัวเพราะถ้าพลาดตกลงไประหว่างปีนก็อาจจะต้องสูญเสีย ว่าจะทำสำเร็จไม เมือมองขึ้นไปก็สูงมากเพราะมันเป็นการเดินทางของชีวิตนั้นคือทางยาวไม่มีทางลัด  มองแง่ดีความกล้าๆกลัวที่ทำไปก็อาจทำให้คุณกล้าหาญมากขึ้นแต่เพราะความลำบากความยากของการทำระหว่างที่ปีนกะไดลิงไปเรื่อยๆก็อาจทำให้เกิดบ๋มนิสัยไม่เอาใครเพราะเราคาดหวังจากทางลำบากที่เราพยามปีนป่ายไปแต่คนที่ไม่เชื่อไม่คิดเหมือนเราก็จะโดนเราตัดสินว่าไม่ควรทำแบบนั้นและที่ไม่ทำก็เป็นเพราะคุณไม่กล้าพอที่จะเปลี่ยนแปลง ยิ่งสูงยิ่งหนาวจึงเป็นคำที่เหมาะกับคนกลุ่มนี้เชื่อมากเมือความสำเร็จของเขามาถึงเส้นชัย

กังวลแล้วทำก็กล้าหาญดีแต่ไม่ดีในระยะยาว

 

 

2 มั่นใจแล้วทำอยุ่กับปัจจุบันสำคัญกว่า

มีความหวังแต่ไม่คาดหวัง คนที่เลือกที่จะทำด้วยความมั่นใจ จะเหมือนเดินขึ้นบรรไดธรรมดาที่ไม่ต้องปีนแต่คือการเดินไปเรื่อยๆอย่างมั่นคง  เหมือนกับว่าพวกเขาจะใช้เวลาที่มีปัจจุบันในการทำผลงานเวลาถูกใช่ไปกับการลงมือทำให้มากพอที่จะทำให้เราเองเชื่อใจในผลงานของเรา ความพอใจที่ลงมือทำวันนี้จะส่งผลต่อความกล้าในวันต่อไป เพื่อก้าวเดินไปตามทางที่ชอบที่เชื่ออย่างมั่นคง  ไม่สงสัยในอนาคตเพราะฉันทำวันนี้ดีแล้ว  ไม่มองอดีตจนทุกข์เพราะความผิดพลาดของเมือวานถูกแก้ใขด้วยงานของวันนี้แล้ว 

ก้าวอย่างมันใจมันจึงสบายกว่าพยามปีนเพื่อขึ้นไป

 

วิธีคิดนั้นสำคัญ ถ้าตั้งต้นมาไม่มีอะไร เมือใช่ชีวิตผ่านไปเราจะต้องถามหามัน

ความสำเร็จไม่ใช่ความสมบรูณ์แต่มันคือความพร้อม

การทำสิ่งที่มันพิเศษไม่ได้แปลว่าต้องเป็นคนพิเศษแล้วทำแต่เป็นเพราะคนธรรมดาคนนั้นเขาเชื่อว่ามันพิเศษสิ่งนั้นมันจึงมีพิเศษสำหรับคนธรรมดา

ZERO

 

จะทิศทางไหน จะหวัง จะฝัน  จะเชื่อ จะเป็นอย่างไหน สิ่งใดใดที่เราจะเป็น เวลามีไว้เพื่อให้เรารู้ว่าเรามีจำกัดการตระหนักรู้ว่าอะไรมีค่าและควรรักษาทำให้เราอยากตื่นขึ้นมามีชีวิตทุกวัน ความสุขเงินซื้อไม่ได้วันนี้เต็มที่กับมัน  ผมเชื่อว่าทุกคนรู้ว่าเกิดมาต้องตายแต่ก่อนจะตายเรามีความสุขหรือยัง ก่อนลมหายใจจะหมดเรากำลังใช่เวลาเพื่ออะไร  การตระหนักรู้ในตนไม่ใช่เริ่มที่คนอื่นแต่เริ่มที่ตัวเอง  


รู้อะไรก้ไม่เท่ารู้งี้ 

#ZERO

ขอบคุณครับผมกวีสีเทา ขอบคุณคนที่อ่านนะครับรักนะครับคนอ่านมีอะไรคอมเม้นไว้ได้นะอ่านแล้วจะคิดต่างคิดไม่เหมือนผมก็ไม่เป็นไร แค่ขอให้คุณคิดที่จะมีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปก็พอ 

 

0 ความคิดเห็น