Zero เสียศูนย์​แต่อย่าสูญเสีย​

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 476 Views

  • 18 Comments

  • 7 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    43

    Overall
    476

ตอนที่ 26 : เริ่มรัก เริ่มเจ็บ เริ่มเข้าใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 มี.ค. 62



การเป็นโสดไมได้บอกว่าคุณอ่อนแอ่  เราก็แค่ไม่หยุดยอมแพ้ที่จะรอคนที่คู่ควร

 

ตอนที่ผมเป็นเด็กมีคนเคยบอกผมว่า ความรักถ้าอยากได้ เราต้องวิ่งไล่ตามมันเพื่อไขว่คว้า แต่ก็มีคนบอกอีกละครับว่า ความรักถ้าเราไล่หามันเราจะไม่มีวันเจอ เพราะโลกของคนที่ตามหามันกับโลกของคนที่เฝ้ารอมันคนละโลกกัน  แต่ก็นั้นละครับมันคงจะยากและมันอาจจะฟังดูขัดๆกับคำพูดที่มีคนเคยบอกว่า อยากได้อะไรต้องพยามเพื่อไขว่คว้า  เพราะความสำเร็จในคำว่ารักมันแตกต่างจากเรื่องอื่นๆตรงที่ในความสำเร็จด้านอื่นๆเราพยามทำอะไรสักอย่างที่ลงมือความจริงของปลายทางของสิ่งที่ทำนั้นๆ เราก็ยังรู้ว่าปลายทางมันจะสำเร็จแล้วเป็นอย่างไร  แต่กับคำว่ารักแล้วเรารู้แค่ว่ามันคือชีวิตคู่แต่เรากับไม่รู้เลยว่าคนที่จะป็นคนของเราเป็นของกันและกัน เรากลับไม่มีทางรู้เลยว่าปลายทางที่สิ้นสุดของการได้มีความรักอยู่ตรงไหนและจะสมหวังได้ไม

 

รักไม่มีตัวตนเรามองเห็นคนที่เรารักแต่ไม่อาจมองเห็นความรักเป็นรูปร่างคน

#zero

 

ความรักอาจเป็นสิ่งที่ดีถ้าใครมีไว้ครอบครอง แต่ก่อนที่ทุกคนจะมีความรักได้นั้น ทุกคนก็ต้องโสดก่อนทุกคน

 

การไม่มีทำให้เราพยามที่จะมี

 8

อยากได้อะไรต้องพยามไม่ใช่แค่เอาแต่ตั้งคำถามแต่ต้องลงมือ

 

พ่อผมมักจะพูดเสมอว่าเรื่องของความรัก คนที่ไม่อยากมีก็อยากจะมี ส่วนคนที่มีก็อยากจะออกหรือที่สุภาษิตไทยว่า คนในอยากออกคนนอกอยากเข้า  แล้วจะมีหรือไม่มีมันจะเป็นอะไรไมกับชีวิต  มันสำคัญไมที่ต้องรัก ทำไมการได้รับรักหรือมีรักมันถึงต้องมี

  

ความรักทำให้เราอยากไขว่คว้า มันสอนให้เราเรียนรู้ว่า เรามีมันแล้วเราจะมีความสุข แต่พอได้มีจริงๆก็ปรากฏว่ามันไม่ได้ทำให้เรามีความสุขหรือสนุกอย่างที่เราคิด  แต่อะไรละที่เป็นตัวเริ่มต้นที่ว่า ที่ทำให้บางคนสมหวัง บางคนผิดหวัง

 

เราตกหลุมรักครั้งแรกเมือไร สำคัญไมที่จะต้องจำให้ได้  จำไม่ได้หรือไม่ได้จำก็ไม่เป็นไรครับ  แต่ผมเชื่อว่าอย่างน้อยก็น่าจะพอนึกออกกันบาง ว่ารักครั้งแรกของเรามันเป็นอย่างไร  ต้องขออภัยนะครับผมไม่ได้อยากให้เพื่อนๆให้มานึกถึงอดีตแล้วเจ็บ  เจตนาของผู้เขียนก็แค่อยากให้ลองนึกดูว่า ครั้งแรกที่เราได้ตกหลุมรักใครสักคนมันเป็นความรู้สึกที่ดีประมาณไหน  การรักใครสักคนมันเหมือนกับการได้ให้ความรู้สึกของเราเป็นอิสระในใจของใครสักคน รักมันดูมหัศจรรย์เพราะมันเป็นอิสระจากการได้กำหนดมันเพราะได้ครอบครอง แต่ทว่าพอเรารักเข้าจริงๆเราก็ได้เรียนรู้ว่าความรักนั้นแท้จริงเราควบคุมอะไรไม่ได้เลย เพราะความรักมันเป็นความรู้สึก และมันไม่มีความมั่นคงในความรู้สึกมันเปลี่ยนไปตามความคิดตลอดเวลา และอะไรที่ไม่แน่นอนในตัวของมันเอง มันย่อมไม่มีความมั่นคง

 

รัก ไม่มีความมั่นคง ไม่มีในความหมาย

แต่ทว่า

คนนั้นละที่บรรยายและอธิบายกันเอาเอง

ZERO


เหตุผลที่จะทำให้เราชอบใครสักคน มันก็คงจะมีอยู่ไม่มาก จากที่ลองสืบและศึกษามามันก็มีเหตุผลอยู่ไม่มากครับที่เราจะตกหลุมรักใครสักคน

1 ก็ชอบอะ สเป็คเลย

สภาว่ะนี้ผมเรียกมันว่า สภาว่ะปิ้ง  คือเมือแรกเจอหรือได้เห็นใครสักคน ที่เข้าตาเราก็จะรู้สึกว่า เด็ดว่ะ  ชอบว่ะ เข้าท่า  และจ้องมองเขาเหมือนคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันมานานก่อนที่จะได้เจอกันด้วยซ๋ำ ผมไม่รู้ว่าสภาว่ะนี้เรียกแบบฝรั่งว่าอะไรแต่เท่าที่ผมรู้  บางคนก็เรีกยว่าพรมลิขิต หรือผีพลักอันนี้ก็แล้วแต่ท่านผู้อ่านจะพิจารณา แต่ถ้าตามหลักของวิทยาศาสตร์ก็คือ สมองในส่วนจิตใตสำนึกที่เวลาเราสนใจในตัวของใครหรืออะไรสักอย่างหรือเกิดสภาว่ะปิ๊งนี้ ก็มักจะเกิดจากคนเราเองได้ตั้งความคิดเอาไว้แล้วว่าเราต้องการสิ่งๆนั้นอย่างไรและมันควรเป็นอย่างไร สมองส่วนจดจำจะส่งความคิดที่ทำงานเมือเจอคนที่ตรงกับความคิดของเราว่า เขาคนนั้นที่ตรงสเป็คของเราคือใครมันควรจะเป็นแบบนี้ก็จะทำให้เราสนใจคนที่เดินผ่านไปมามาเป็นคนนี้  เช่น  เราอยากได้คนดีเมื่อเราเจอใครสักคนทำเรื่องดีดี เราก็จะสนใจ ส่วนจะชอบไม่ก็เรื่องของความรู้สึกเราแล้วละว่าเราจะชอบคนดีคนนั้นไม เป็นต้น

 

 

2 เธอคือส่วนที่ขาด

ความสัมพันธ์ในลักษณะที่สอง อาจจะเกิดขึ้นกับเพื่อนหรือคนที่รู้จักกันในระดับหนึ่งแล้วพัฒนาความสัมพันธ์จากเพื่อนมาเป็นแฟน  เพราะการรักของสภาว่ะนี้จะเกิดมาได้นั้นมักจะเกิดจากการตกหลุมรักในนิสัยของอีกฝ่ายมากกว่าหน้าตา ไม่ว่าจะเป็นแฟนเก่าเพื่อน  แฟนเพื่อนเก่า หรือ เพื่อนที่รู้จักกันมา  คนที่ชอบกันที่คุยๆกันมานานแล้ว   อาจจะต้องใช่เวลาในตอนเริ่มต้นที่นานหน่อยเพื่อจูนหากันแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเท่าไร เพราะเมือข้ามเฟรนโซนได้ก็หมดปัญหาไปเอง

 

ความรักมีรูปแบบที่ไม่ตายตัวอาจดูมั้วมั้วแต่กับรักไม่มีคำว่าฟลุ๊ค

 

อาจมีอีกหลายสาเหตุและหลายบริบทที่ทำให้คนเกิดความรักต่อกัน เพราะความรู้สึกดีดีและได้เป็นคนสำคัญใครก็อยากได้ แต่ก็นั้นละแต่ละคนมีความคิดที่นำพาชีวิตมาให้แตกต่างกัน และในความแตกต่างนี้ละที่ช่วยเติมส่วนที่ขาดหายไปในอีกคน

 

ความรักที่รอใครสักมาเติมเต็มมันก็เหมือนกินน้ำที่กินเท่าไรก็ไม่สามรถแก้กะหาย

 

ความรักที่คาดหวังให้เขาหั่นมาสนใจก็ไม่ต่างจากเปลวไฟที่ล่อให้แมลงเม่าให้เข้าไปตาย  มันเป็นความเจ็บของหัวใจที่ไม่ได้อะไรเลย

#zero



แล้วการรู้ว่ารักเพราะอะไร มันเกี่ยวกับ โสดยังไงเพื่อรอ

เกี่ยวเลยครับ  เพราะคนเราเวลาจะทำอะไร มันมีเหตุผลที่เราทำเสมอ แต่ที่มันดูกำกวมเพราะบางครั้งการกระทำของเราในบางเรื่องมันก็ดูไม่มีเหตุผลเอาเสียเลยที่จะเข้าใจในสิ่งที่ทำไป  แต่ผมเชื่อว่าทุกคนมีเหตุผลที่เขาทำแบบนั้นไม่มีใครไม่มีความรู้ในสิ่งที่จะทำเพราะมนุษย์ทุกคนมีเหตุผลที่จะทำอะไรเสมอ ไม่มีมนุษย์คนไหนที่ไม่ใช่ชีวิตโดยปราศจากความรู้แล้วอยู่ไม่รอด  ความรักมันมีพลังที่มักจะทำให้เราแสดงออกตรงๆหรือมักจะทำอะไรแปลกๆเพื่อต่อต้านอารมณ์ที่จะโดนควบคุมกันจากบางอย่าง แต่เทคนิคง่ายๆของการหาเหตุผลของตัวเองหลักๆก็คือการคุยกับตัวเอง  เพื่อให้เข้าใจในความคิดของตัวเองบ๋อยๆ เริ่มจากการตั้งคำถามกับตัวเองและตอบตัวเองให้ได้กับเรื่องนั้นจะช่วยให้เราไม่ทำอะไรที่ใช่ความรู้สึกมากไปเพราะการใช่แต่ความรู้สึกในชีวิตมันจะทำให้เราดูเกรียวกราดในสายตาคนอื่นได้ง่ายมาก  มันจึงเป็นสาเหตุที่ว่าบางครั้งทำไมเราถึงทำอะไรที่ตรงข้ามกับที่เราคิดไปเอง จึงเป็นที่มาของคำคมหลากหลายเช่น คิดก่อนพูด  ทำแล้วค่อยคิด วัวหายล้อมคอก เป็นต้น เพราะสติไม่มีเราก็แยกแยะความสำคัญไม่ได้ และนำไปสู่ การไม่รู้จักตัวเองให้มากพอมีผลต่อการตัดสินใจที่จะทำให้แสดงออกอย่างโลเลและหนักแน่นไม่พอที่จะยอมรับเวลาที่เราต้องสูญเสีย และมันก็อาจจะเป็นสาเหตุด้วยว่าทำไมบางครั้งเวลาที่เรารักใครสักคนเราถึงเสียใจ ก็เพราะเราคาดหวังว่ามันจะเป็นอย่างที่เราคิดแต่มันไม่ได้เป็นไปตามที่เราคิดความผิดหวังในวันที่แย่มันจึงแย่มากในความรู้สึกเพราะเราใช่ความรู้สึกในการเริ่มต้นมันก็จะจบลงที่ความรู้สึกเช่นกัน  


โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญความทุกข์ก็เช่นเดียวกัน

 

เริ่มที่ไหนมันก็จะไปจบที่นั้น


เกิดที่ใจก็จบที่ใจ

 

 

การใช่ชีวิตอยู่คนเดียวตามลำพัง  แท้จริงฉันโดดเดียวหรือเข็มแข็ง

การเดินทางผ่านการเวลาด้วยความรู้สึกด้วยตัวคนเดียว มันก็เหมือนการกินเหล้าเพียวๆที่ไม่ผสม มันคมลำบาก แต่เมาไว  เปรียบได้กับวิถีชีวิตเราที่ต้องเดินทางคนเดียวที่ต้องอดทนหับความหวันไหวในใจตนเองและผู้คนมากมายที่จะพูดถึงเราในแง่มุมต่างๆ  เราจะไม่มีความสุขเลยกับการเป็นโสดเพราะเราได้ใช่เวลาของเราไปกับการสนใจในสิ่งที่คนอื่นพูดมากกว่าการจะมาโฟกัสกับสิ่งที่ราทำ  การที่เราได้โสดมันจะทำให้เรามีเวลาที่จะฟุ่งซ่าน เพราะเราไม่ต้องแบ่งเวลาของเราไปให้ใครมันจะว่างๆ มากกว่าคนที่มีคู่ให้คุณลองสังเกตุเพื่อนๆหรือคนใกล้ตัวได้เพราะส่วนมากคนที่มีแฟน มันจะมีเวลาว่างน้อยลงมากที่จะมาเจอเพื่อนๆ แต่การที่เราได้โสดเราจะได้เวลาทั้งหมดของเรามาใช่เองและได้ควบคุมชีวิตของตนเอง    อย่าบรรทอนตัวเองด้วยความคิดว่าตนเองนั้นโดดเดียว มันจะทำให้เรารู้สึกแย่หากแต่ว่าผมอยากให้เรามองว่าการไม่มีใครตะหากที่ทำให้เรา  มีอิสระในตัวเอง

 

การไม่มีใครอาจจะดูแย่แต่เพราะคุณแคร์คนเฝ้าดูมากกว่าแคร์ความรู้สึกตัวคุณเอง

#ZERO

 

การอยู่คนเดียวป็นช่วงเวลาที่เราได้เผิชญหน้ากับความจริงได้ดีที่สุด

#ZERO

 

ความอ่อนแอ่ที่แท้จริง

ความย่ำแย่ที่แท้จริงของการไม่มีใคร คือการพ่ายแพ้ต่อใจที่เสียศูนย์ 

จากความคิด ที่ส่งต่อมายังความรู้สึกของเราเอง ความเจ็บปวดจากอดีต มาจากความคาดหวังที่ผิดหวัง และการสูญเสียก็นำไปสู้ปัญหาภายในจิตใจซึ่งมันส่งผลต่อความคิดที่นำมากลั่นเป็นความรู้สึกที่เราจะต้องใช่เพื่อปลอบตัวของเราเองในวันที่เราอ่อนแอ่ไม่เหลือใคร หรือการปลอบปะโลมตนเองในวันที่สูญเสียกำลังใจจากการได้ทุ่มเท  เพราะว่าความจริงของการเลิก เมือความรักจบลงแต่ละคนย่อมมีเหตุผลที่จะปลอบตัวเอง หรือ มองเห็นปัญหาที่แตกต่างกัน และความรู้ต่างๆที่เรารู้หรือรับมาก็จะถูกนำมากลั่นกลายเป็นพลังเพื่อ สอนตัวเองด้วยความความรู้ ที่แปลงมาเป็นความคิดที่แตกต่างกัน  ความคิดที่เราตัดสินใจรับผิดชอบต่อความรู้สึกของตัวเราเองที่เสียไปแท้ที่จริงมันสำคัญมาก เพราะสิ่งที่เราคิดเพื่อตัดสินใจในอนาคตต่อความรัก ที่จะเกิดขึ้นก็มาจากการฝั่งเมล็ดทางความคิดลงไปในจิตสำนึก ซึ่งถ้าเราฝั้งมันไปด้วยความเจ็บปวดของคำว่ารัก  เราก็อาจจะไม่อยากที่จะรักใครอีก ความหมายของการนิยามความอ่อนแอ่ที่แท้จริง การไม่ยอมรับต่อสภาวะของใจที่ขาดความมั่นคงทางความรู้สึกของการถูกทิ้ง การถูกละเลยและความรู้สักว่าตนเองไม่สำคัญจากการถูกทิ้งมันอาจจะทำให้เราจนมุมไม่เห็นความสำคัญของหัวใจและรู้สึกไม่มีค่า นำไปสู่ปัญหาของการยอมรับความจริง


การเลิกราต้องเข้าใจ

ไม่ว่าจะเป็นคนทิ้งหรือคนถูกทิ้ง เมือต้องเลิกกัน สาเหตุมันมีอยู่เพียงแค่เขาไม่ได้รักเราแล้วและความสำคัญของการ ยอมรับ ความจริงนี้สำคัญมาก เพราะมันจะมีผลต่อการปลอบตัวเองเพื่อยอมรับการสูญเสีย และไอ้การสร้างวิธีคิดเพื่อปลอบตัวเองนี้ละมันจะมีผลต่อการจะมีความรักครั้งใหม่ที่ดี หรือ จะล้มเหลวทางความรัก  เพราะการเป็นคนโสดที่เข็มแข็งก็ต้องมาจากความเชื่อต่อความรนักในใจที่ดี


 สิ่งที่เราคิดคือสิ่งที่เราเชื่อ และเมือเราเชืออะไรเราจะทำแบบนั้น

เราเชื่ออย่างไร เราจะได้อย่างที่เชื่อ

 

พยามพลิกมุมมองจากเรื่องแย่ ว่าทำไมเราต้องเลิกกัน ด้วยความจริง ไม่ใช่เหตุผล

คุณเคยได้ยินเพลงของวง EWERY ชื่อเพลง คำอธิบาย  ลองฟังดูนะครับ ในเนื้อเพลงจะมีเนือหาอยุ่ในท่อนหนึ่งที่เขียนว่า

บางสิ่งที่เธอต้องการจะบอกฉันขอไม่ฟังไม่ได้ไม  ไม่ว่าเหตุผลนั้นคืออะไรถ้าเธอต้องไป  เธอไม่ต้องหาถ้อยคำดีดี เพื่อให้ฉันนี้จะได้เข้าใจ  เมือเธอเลือกแล้วว่าเธอจะไปจะมีเหตุผลอะไรก็คงไม่สำคัญ

จากเนื้อเพลง ก็สามารถที่จะช่วยบอกและเยี่ยวยาได้ว่าแท้จริงเมือวันที่เราเลิกรากับคนที่เรารัก เมือการจากลามาถึงเราไม่จำเป็นที่จะต้องไปถามถึงความสำคัญของการจะไปเพราะเหตุผลของความเข้าใจในวันสุดท้ายของคนที่จะไปไม่ได้ทำให้เขากลับมารักเราหรอกครับ

" คุณไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ว่าเพราะอะไร รู้แค่ว่าเขาหมดใจก็เจ็บพอแล้ว "

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้เชื่อเรื่องพรมลิขิตในโชคชะตาแต่เชื่อในเรื่องว่าจริงๆแล้วความรักก็เหมือนคนรู้จักที่เข้ามาในชีวิตเรานั้นละ คนเราถ้าเขาจะชอบเราเดินมาเฉยๆเขาก็ชอบเรา แต่กับคนบางคนพยามทำทุกอย่างเพื่อเขา เขาก็อาจจะรู้สึกดีกับคุณแต่นั้นก็ไม่แปลว่าเขาจะรักคุณ

เหตุผลมากมายไม่ได้ทำให้เสียใจน้อยลง

เมือไม่รักก็คือไม่รัก   เหตุผลไม่มีประโยชน์

ความรู้สึกที่หมดใจเหตุผลอะไรก็ไม่สำคัญ

ความผิดหวังมาจากความคาดหวัง

ชีวิตถ้ามันรู้ว่าเรารักอะไรมัน  ชีวิตจะพรากมันไปเพื่อให้รู้ว่าแท้จริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องมีมัน

 

สิ่งที่เราเชื่อคือสิ่งที่เราคิด

สิ่งที่เราคิดคือสิ่งที่เรารู้

สิ่งที่เรารู้มาจากสิ่งที่เราเชื่อ

เราเชื่ออย่างไร เราจะแสดงออกอย่างนั้น

การรับความจริงเพื่อจะเข้าใจ ผมยอมรับว่ามันไมได้ทำง่ายๆ ในตอนแรกเราจะหาเหตุผลมากมายและเมือความรู้สึกเสียใจและชิงชังนั้นน้อยลง เราจะสนใจความจริงและวิธีตั้งคำถามกับความรักที่หายไปซึ่งมันสำคัญมาก เพราะมันมีผล ต่อการกล้าที่จะมีรักครั้งใหม่และเชื่อใจในตัวใครสักคน

ยอมรับว่าทุกคนอาจจะคิดว่า ทำไมต้องเลิกกัน

แต่อยากให้มองว่า  เลิกแล้วเราได้ เรียนรู้อะไร

มันไม่ง่ายเลยที่จะหยุดคิดว่า เราไม่ดีอะไร  แต่ให้ยอมรับว่า  มันจบไปแล้ว

เราไม่ใช่เจ้าของชีวิตของเขาเราต้องยอมปล่อยมันไป

ความรักไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว ถ้าเรารักเขาเราต้องเปล่อยเขาไป และการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่โลกต้องการ

 

มันอาจต้องใช่เวลาเพื่อเข้าใจปัญหา สู้ด้วย สติ + ปัญญา = เวลาที่ผ่านไปเรื่อยจนกว่า ใจเราจะเข็มแข็งพอให้ความรู้สึกปะทะความจริง


ความจริงมันจะทำให้เจ็บ เพราะถ้าไม่เข็ดเราจะทำมันอีก

zERO


การยอมรับความจริง มันยากตรงที่ต้องแบก ความรู้สึกตัวเองด้วยความรักที่มีต่อความเชื่อตนเอง ตอนโดนทิ้งคุณอาจจะคิดว่า ไม่มีหรือไม่เหลืออะไรแล้วแต่คุณยังเหลือเวลาอยู่กับตัวเอง ทำความเข้าใจกับความรู้สึกด้วยความคิดและรับความจริงของคุณด้วยใจของคุณ ทุกอย่างมีเวลาของมัน


ลองพยามดูนะครับ ผมรู้ว่ามันไม่ง่าย มันก็ไม่ง่ายสำหรับผมเหมือนกันในครั้งแรก


เมือเราปรับตัวอยู่คนเดียวได้ในระยะหนึ่งในระหว่างที่ทำใจ การเป็นโสด อาจจะทำให้เราเหงาได้ ไม่แปลกครับที่ความเหงาจะเข้ามา เพราะการเลิกกัน คือการได้เวลาของเรากลับคืนมา  อย่างตัวผมเองที่รักมายาวนานและไม่รู้ว่าเวลาเรารักใครสักคนเราต้องแบ่งเวลาของชีวิตเราไปให้ใครสักคน เลิกมาทีก็มึนไปหมดเมือเวลาว่างเราเยอะขึ้น แต่พอเราหาอะไรให้ตัวเราทำหากิจกรรมที่อยากทำหรือสิ่งที่คิดว่าอยากจะทำ มาใส่ลงไปตอนที่เราว่าง มันก็จะทำให้เราเหงาน้อยลงไปเองครับ ลองดู 

 

รักคือเสียสละคือการให้เวลาชีวิตของเราให้มีใครสักคนเข้ามาในเวลาชีวิตของเรา

 

โสดที่เข็ม กับ ใจที่แข็ง

การเป็นสายโสดมันเท่ แม้จะไม่มีใครอย่างคนอื่นก็ อย่ามองว่าไม่มีใครรักเราจึงอ่อนแอ่เพราะคนที่แพ้คือคนที่เอารักไปทำร้ายคนอื่น อย่าพยามหาใครมาแทนความว่างที่โดนความเหงาทับซ้อนในช่วงเวลานี้  แต่ถ้าอยากจะมีก็ต้องเข้าใจความรู้สึกตัวเองให้ดีดีว่าเราไม่ได้หาใครมาแทนใครในความรู้สึก ไม่งั้นเราคงจะเอาคนใหม่ไปเปรียบเทียบกับคนเก่า หรือ บางเรื่องมันก็ไม่ได้ดั่งใจเมือคนที่มาใหม่ไม่เป็นอย่างที่คิด อยู่คนเดียวแล้วพยามหาอะไรที่รัก ที่ชอบทำ เราจะว่างน้อยลงและกิจกรรมทำมากขึ้นเราก็จะหยุดคิดถึงเรื่องพวกนั้นไปเองเอาเวลาว่างมาพัฒนาตัวเองจะได้ทำให้เรามีความสุขในชีวิตที่มากขึ้น

 

อย่ามองว่าใจมันโบ๋ว หากโก๋ยังอยู่คนเดียวแล้วเฟี้ยวไม่เป็น

#ZERO

 

ความเข็มแข็งคือการไม่ย้อท้อ อดทน ขยัน

และเป็นคำวิเศษณ์ที่ใช่เสริมประโยคให้แข็งแรงสวยงาม

(ให้ความหมายโดยพจณาณุกรม GOOGLE)

 

การยอมรับความจริง มันจะช่วยให้เราเข้าใจสิ่งที่เราเผชิญอยู่กับปัจจุบันได้ดีขึ้น มันไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากที่จะทำ  การโสดแบบมีความสุข คือสุขที่มีความจริงเป็นเพื่อน เป็นบทเรียน  การเป็นคนโสดไม่เบียดเบียนไม่เดือดร้อนใคร ดูแล และได้ครอบครองเวลาที่ตัวเราเคยให้ใครไปกลับมาเป็นของตัวเราเองได้อย่างมีประสิทธภาพ มีความคุ้มค่าในการใช่เวลาที่เป็นคุณภาพของเราเองในแต่ละวัน

 

ถ้าใครเขาบอกว่าเราไม่ใช่ความรักของเขา ก็อย่าหลบให้เหงาแล้วให้รักตัวเองให้เขาดู

#zero

 

ขอบคุณครับผม #กวีสีเทา aka #zero

 

0 ความคิดเห็น