ตอนที่ 28 : ประสบการณ์ VS ความรู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 มี.ค. 62



ประสบการณ์มีค่ามากกว่าความรู้

 

ในอดีตเคยมีคำกล่าวว่า ความรู้นั้นใครมีมันถือได้ว่าเปรียบเสมือนสมบัติที่ล่ำค่า  แต่ทว่าเหล่าปราญ์เมธีในอดีตคงไม่มีทางรู้เลยว่าปัจจุบันความรู้นั้นมีมากมายหาได้ง่ายและไม่สิ้นสุด ไม่ว่าจะจากทาง อินเตอร์เน็ต หรือหนังสือ หรือจะจากยูทูบและคลิบสาระต่างๆที่เข้าถึงได้ง่ายเพียงปลายนิ้วขยับ ผมว่าถ้า อริสโตเติลหรือโซเครติสฟื้นขึ้นมาจากหลุมพวกเขาคงไม่เชื่อว่ากล่องสี่เหลียมที่เปลี่ยนโลกที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์จะบรรจุความรู้มากมายมหาศาลได้ขนาดนั้น

 

วิวัฒนาการนั้นมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเสมอ ทุกครั้งที่มีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นย่อมมีอีกสิ่งหนึ่งหายไป

 

การพัฒนาเกิดขึ้นตลอดในช่วงหนึ่งอายุใขของคน พ่อผมเคยบอกว่าแกไม่เคยคิดเลยว่าสมัยนี้ต้องซื้อน้ำเปล่ากิน  ไม่คิดว่าvdo หรือม้วนหนังที่มีในอดีตจะหายไปจนยากที่เชื่อได้เลยว่าปัจจุบันเด็กรุ่นน้องที่เกิดหลังผมไม่กี่ปีพวกเขาก็ไม่รู้จักแล้วว่าvdoมันมีหน้าตาอย่างไร จากหนังที่มีความยาวเพียง สามสิบนาที กลายมาเป็นหนังที่บรรจุใส่ในแผ่น ที่ดูได้ถึงสองชั่วโมง  การพัฒนานี้ทำให้ผมเห็น ร้านเช่า vdo ที่มาแบบร้านเช่าที่เชื่อว่าในอดีตนั้นเป็นงานธุรกิจแบบเสื้อนอนกินที่ว่าใครเปิดก็สบายก็ล้มสลายหายไปต่อหน้าต่อตาปัจจุบันร้านที่เปิดเช่าภาพยนตร์ก็แทบจะหาไม่ได้แล้ว ใครก็พากันดูออนไลน์กันได้หมด  อะไรก็ตามที่เคยคิดว่ามันจะมีจะพอแบบนั้น ก็ปรากฏว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า ยังมีสิ่งมที่ดีกว่านี้ถูกสร้างขึ้นมาทดแทนกันเพื่อนพัฒนาให้มันดีขึ้น

 

การเปลี่ยนแปลงคือความจำเป็นของโลกใบนี้

 

ความรู้ก็เช่นกันในอดีตเราเคยเชื่อว่าโลกแบนแต่โคลัมบัสก็ได้พิสูจน์ไปแล้วว่าทษฏีนี้ไม่จริง  ความรู้ ที่สร้างความคิดแม้จะเป็นรายลักษณ์อักษรก็ยังมีการพิสูจนย์มาแล้วว่าบางอย่างมันก็ไม่เป็นไปตามที่รู้ คนป่าในอดีตเชื่อว่าฟ้าผ่าฟ้าร้องเพราะมีเทพเจ้าอาศัยอยู่บนฟ้า แต่นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันบอกว่าเกิดจากการเสียดสีของภูมิอากาศ เพราะฉะนั้นความรู้เองหากไม่พัฒนาหรือสนใจที่จะเรียนรู้มันตลอดเวลาสักวันมันก็จะเก่าและล้าสมัย และสร้างพื้นฐานความคิดให้ตัวเราเองแบบเก่าๆที่ไม่มีประโยชน์ต่อปัจจุบัน

ยกตัวอย่างเช่น

ตอนที่ผมเป็นเด็ก ผมได้เข้าใจว่าคนที่สูบบุหรี่หรือมีรอยสักเป็นคนนิสัยไม่ดี

แต่ พอผมได้โตมาและเป็นคนที่สูบบุหรี่เองผมก็ได้เข้าใจว่า จริงๆมันไม่ใช่แบบนั้นคนที่ทำอะไรไม่ดีไม่ได้แปลว่าเขาเป็นคนไม่ดี เขาแค่ทำอะไรที่ผิด ไม่ได้ทำเรื่องแย่หรือเลวร้ายเดือดร้อนใคร ความคิดที่เราคิดว่าคนที่แสดงออกมาไม่ดีก็แปลว่าเขานิสัยไม่ดี ซึ่งจริงๆ เขาอาจะเป็นคนดีที่ทำงานหนักและดูแลหาเงินเลี้ยงครอบครัวด้วยตัวคนเดียวเพียงแต่เขาชอบสูบบุหรี่  หรือผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องต่อสู้ชีวิตมาด้วยตัวคนเดียวรับผิดชอบตัวเองหาเลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่เด็กแต่เธอมีรอยสัก ก็อาจจะไม่ได้แปลว่าเธอเป็นคนที่เกเรเป็นนักเลงเป็นผู้หญิงที่ไม่รักตัวเอง หรือทำงานที่ไม่ดี 

นั้นล้วนแล้วแต่เป็นการเอาสิ่งที่เรารู้มาตัดสินคนอื่น แบ่งคนอื่นเป็นประเภทเพื่อที่จะได้ง่านต่อตัวเองจะได้ไม่ไปยุ่งกับคนแบบนั้นตามที่เราคิด แต่ก็นั้นละครับ    

สิ่งที่คุณเชื่อวันนี้ พรุ่งนี้มันอาจไม่จริง คนเขาบอกรักคุณวันนี้พรุ่งนี้เขาก็อาจจะไม่รักคุณแล้ว

 อีกสักตัวอย่าง ของเรื่องการคิด 

เช่น ผมยกตัวอย่าง โค้กหนึ่ง กะป๋อง

-         ว้าวเยี่ยมเลยของกิน

-         ขยะใครเอามาทิ้งไว้นะ  คนที่ทำนี้แย่ชะมัด

-         มันยังมีเหลือให้ฉันกินไมนะ

-         เก็บเอาไปไว้ขายดีกว่า นี้มันเงินชัดๆ

นี้แค่ตัวอย่างง่ายๆที่คนเรามักจะคิดและตัดสินอะไรก็ตาม ตามสิ่งที่เรารู้  ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะความคิดเราที่มีต่อสิ่งๆหนึ่งนั้นก็มักจะมาจากทรรศณะชีวิตของเราที่คิดได้ขึ้นอยู่กับว่าเราจะตัดสิน ความคิดที่กลั่นตัวมาจากความรู้เพื่อจะเอาไว้ตัดสินใจต่อสถาณ์และต่อสิ่งนั้นมากน้อยแค่ไหนก็ตาม

 

ความรู้ มีค่า แต่ทว่าประสบการณ์ มีราค่าสูงกว่ายังไง

สิ่งหนึ่งที่ ประสบการณ์ให้ไม่เหมือนความรู้เลยก็คือ น้ำตา  เพราะเราคิดว่าเรารู้แล้ว แต่ความรู้นั้นก็แค่รู้สิ่งที่ผ่านมาและเราคิดว่ารู้เพื่อประเมินหรือตัดสินสิ่งที่เป็น อยู่ เกิด คือ เท่านั้น  ความรู้ไม่อาจรู้ใจคน หรือการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ เพราะความเข้าใจที่มีขอบเขตเพราะ เราไม่สามารเข้าใจผ่านทางเลือกที่เราไม่ได้เลือกได้

เช่นเราคิดว่าคนรักเราคงจะทิ้งเราไปหรือ คนใกล้ตัวคงยังไม่มีใครมาจากไป ความเชื่อความสบายใจที่เกิดขึ้นจากความพอใจในสถานณ์การณ์ในปัจจุบัน ซึ่งคงความเชื่อว่า มันดีแล้วมันใช่แล้ว ความรู้ที่มีต่อสิ้งนั้นเวลานั้นในตอนนั้นอยากจะเก็บมันไว้และการคิดว่า สิ่งนั้น ไม่ว่าเป็นคนวัตถุหรือสิ่งของนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลงหรือหายไปเพราะความรู้มันจะทำให้เราอยากรักษาความรู้สึกที่เราคิดว่าดีนี้ไว้

 

และเมือ คนรักที่เคยคบหามาเลิกราหรือคนใกล้ชิดสนิทมาที่ถูกอะไรบางอย่างมาพรากจากไป ความรู้ต่อความรู้สึกความคิดที่มีต่อคนคนนั้นหรือความรู้สึกที่เรามีต่อของสิ่งนั้น ถึงแม้มันจะหายไป เราจะสูญเสียคนหรือของสิ่งนั้นไป ความรู้ที่ได้มาที่เคยทำให้รู้มันก็จะกลายมาเป็นประสบการณ์  กลายเป็นผนึกทางความคิดที่ปลูกฝั้งให้ตัวตนในจิตใต้สำนึกของตัวเราเองเชื่อว่าถ้าเรารู้และคิดแบบนี้ มันก็เกิดและกลายเป็นแบบนั้นอีก และความกลัวก็เข้ามาแทนที่ในส่วนที่เคยมีความเข้าใจในความรู้อาศัยอยู่ ความรู้จะกลายเป็นประสบการณ์ได้ก็ต่อเมือเรารับปัญหาที่เจอได้ว่า มันเป็นความจำเป็นของสิ่งที่เกิดขึ้น เช่นคนรักที่จากเราไปแท้จริงเราอาจไม่สามารถเป็นความสุขหรือเป็นความสบายใจให้เขาได้แล้วสาเหตุที่ต้องเลิกลาที่แท้จริงอาจจะมาจากตัวของเราเองก็เป็นได้ เรารับได้เราคิดว่าเออ ฉันผิดเองและถ้าเราได้โอกาสที่เราจะรักใครอีกครั้งในโอกาสหน้าเราจะไม่ทำแบบนี้อีก ความรักที่เป็นอดีตที่ผ่านมาก็จะกลายเป็นอดีตที่ฝั้งใจและเมือเรานึกถึงเราก็จะได้อดีตเป็นบทเรียนว่าถ้าเราไม่อยากจะเจ็บปวดอีกก็อย่าทำและการแก้ใขจะเป็นคนที่ดีและเป็น

 

อดีตมีไว้เพื่อเรียนรู้ว่าอย่าทำแบบนั้น

 

ถ้าเราไม่เรียนรู้จากอดีตเราจะผิดพลาดอีกครั้ง

 

เจ็บกว่าก็ตรงที่เจ็บแล้วเจ็บอีก

 

 

ปัญญา คือสิ่งที่อัศจรรย์ที่ช่วยให้มนุษย์ได้คิดได้เรียนรู้จากอดีตของตนเองหรือแม้กระทั้งเรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเองที่เคยทำไป

ตามหลักการเรียนรู้ของมนุษย์  มีทั้งหมด ห้าขั่นตอนดั่งนี้

ใช่ชีวิต เราจะได้ ประสบการณ์

ประสบการณ์ สร้างเป็น  ความรู้

ความรู้ ที่ผ่านการกลั่นตกตะกอนมาเป็น  ความคิด

ความคิด นำไปสู้การนำไปใช่กลายเป็นการลงมือ

การลงมือทำตามที่รู้ เราเรียกว่าความคิดที่นำมาใช่จากความรู้ นั้นว่า ปัญญา  

 

 

ปัญญา

คือสิ่งที่ทำให้เราดีกว่าสัตว์ชนิดอื่นเหรอ ไม่มีนิยามในความรู้ที่เป็นเอกเพียงหนึ่งในคำถามแห่งปัญญาอย่างเป็นสัจธรรมเหรอ ความหมายที่แท้จริงในเชิงนิยามอาจมีบรรยัดไว้เพื่อให้เข้าใจในการนำคำไปใช่แต่  สิ่งที่แท้จริงของปัญญา อาจจะคิดว่ามันคือเครื่องมือใช่ในการแก้ปัญหาจากการนำความรู้ที่มีด้านด้านต่างๆของตนเองมาเชื่อมโยงเรื่องข้อมมูลต่างๆเข้าด้วยกันเพื่อหาวิธีที่จะทำให้ตนเองมีความสุข ความสบาย ความพอใจ ไม่ว่าจะทำให้กายสบายหรือทำให้ใจมีความสุข  ความชาญฉลาดแท้จริงมันอาจคือเรื่องของการเชื่อมโยงนำความรู้มาบ๋มเพาะเป็นความคิดที่ต่อยอดกันจนเราสารถนำไปใช่ชีวิต

 

ความรู้ คืออาวุธ   ปัญญา คือการใช่อาวุธ  

ความรู้ ก็ต้องใฝ่หาปัญญาก็ยังต้องใช่

 

การเรียนรู้ที่เราจำที่สุดมักจะเป็นเรื่องที่เราเคยผ่านมาด้วยตัวเอง คุณจะเห็นใจเพื่อนที่อกหักก็เมือคุณเองก็เคยอกหักเหมือนเพื่อนคนนั้นจริงๆ  คนจะรู้สึกแย่ที่แค่ได้ฟังหรือได้เห็น เมือมีคนที่เขาต้องเผชิญหน้าปัญหาเหมือคุณ  เพราะนั้นเป็นเพราะการที่คุณเข้าใจในสิ่งที่ผ่านมานั้นด้วยตัวเองแล้วว่ามันรู้สึกอย่างไร  การเห็นใจจากการพยามพูดว่าผมเข้าใจคุณในขนาดที่ไม่เคยเจอปัญหาเหมือนเขามันอาจจะเป็นเพียงประโยคปลอบโยนที่อยากให้คนที่เราบอกสบายใจว่าเขาไม่ใช่คนเดียที่ต้องเผชิญเรื่องราวแย่ๆเพียงคนเดียว  ไมใช่เพื่อทำตัวว่าผ่านมามากหรือโออวดตัวเองเป็นผู้มีประสบการณ์ที่แก่กล้า  คำว่าเข้าใจ ที่ผู้เป็นมิตรบอกเราในวันที่เราใจสลายเพียงเพราะเขาอยากให้คุณหั่นมามองหัวใจของคุณมากกว่าโฟกัสที่ความรู้สึก ว่าท้จริงแล้วคุณไม่ได้โดดเดียวบนโลกใบนี้

 

ความรู้ หรือ ประสบกาณ์  สิ่งไหนมีความจำเป็นและมีค่ามากกว่ากัน คงเหมือน มือขวาที่ทะเลาะกับมือซ้ายว่าใครจำเป็นสำหรับชีวิตมากกกว่ากันเพราะความจริง  ทั้งสองอย่างล้วนเป็นสิ่งจำเป็นของการเรียนรู้ในชีวิต  ในชีวิตคนเราจะเจอคนที่บอกว่าเรารู้อะไรผิดๆหรือความคิดของเรานั้นยังดีไม่พอความจริงมันก็แค่อาจจะเป็นแค่ความรู้จากความคิดของใครสักคนที่มีเขารู้สึกและคิดว่าสิ่งที่เราบอกมาว่าไม่มีค่าสำหรับเขา เรื่องยากของเราอาจจะง่ายสำหรับเขา เรื่องง่ายของเราอาจจะยากสำหรับเขา เพราะความจริงมันก็อาจจะเป็นประสบการณ์ของคนที่รู้แล้วเล่าออกมาจากสถาการณ์ที่ยากลำบากกว่าจะได้ความรู้นี้มาเป็นประสบการณ์ เพราะความยากใรสิ่งที่เจอนั้นแตกต่ารงกัน คนที่ทำและเจออะไรเหมือนกันมันก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะคิดได้เหมือนกันกัน หรือได้มุมมองความคิดที่เหมือนกัน  ความคิดนั้นไม่มีใครบอกได้ว่าใครผิดใครถูก นักคิดที่ดีต้องมีการยอมรับในความผู้อื่นเช่นกันยอมรับและเครพในความรู้ของผู้อื่นที่พูดคุยด้วย เพราะ ความสนุกการได้รู้คือการได้เรียนรู้   คงแล้วแต่ว่าแต่ละคนใข่ชีวิตเพื่ออะไร แต่ละคนล้วนแล้วแต่มีความรู้และประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกันเป้าหมายแนวทางที่แตกต่างกัน  จะรู้หรือไม่รู้ จะสุขหรือทุกข์ ไม่ว่าจะยังไง เราทุกคนต่างก็ต้องมีชีวตอยู่บนโลกใบเดียวกัน  ความรู้มีค่า ประสบการณ์มีราคาที่ต้องจ๋ายเพื่อได้มา แต่มนุษย์นั้นยิ่งใหญ่กว่าสิ่งเหล่านั้น เมือสูญเสียความมั่นใจในสิ่งที่รู้อย่าโกรธอย่าทำร้ายตัวเอง 

คุณมีควรรู้แบบคุณ คุณจึงอยู่รอดมาได้จนปัจจุบัน อย่าพยามรู้แบบคนอื่นแต่ให้ใช่ชีวิตแบบที่คุณรู้ว่าคุณรู้อะไรและเป็นตัวเองในแบบที่คุณเข้าใจเพื่อตัวคุณเอง 

 

ไม่จำเป็นต้องรู้อย่างที่เขารู้เพื่อให้เรารอด

 แต่จงรู้อย่างที่เรารู้เพื่อลิขิตเส้นทางตามที่รู้ด้วยประสบการณ์ของคุณเอง

ขอบคุณครับ #ผมกวีสีเทา  

0 ความคิดเห็น