ตอนที่ 6 : ตอนที่ 4 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 805
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    21 พ.ย. 60



นิยายเรื่องนี้จะลงให้อ่าน 7 ตอนจากทั้งหมด 14 ตอน ฉบับเต็มเรื่องสามารถอ่านได้ที่ Mebmarket ค่ะ


เล่ห์รักในเพลิงพรหม
กระดาษทรายแก้ว
www.mebmarket.com
เพราะน้องสาวคนเดียวของเขาถูกคู่หมั้นเธอทำลาย เธอจึงกลายเป็นเหยื่อในไฟแค้นของเขา...“ฉันยังติดค้างอะไรคุณอีกเหรอคะ?”แก้มสากกระตุกเล็กน้อยกับสิ่งที่ได้ยิน“คุณคิดจะยืนหันหลังให้ผมอยู่อย่างนั้นน่ะเหรอ?”“ถ้าคุณไม่ต้องการจะพูด ก็เชิญคุณกลับไปเถอะค่ะ ฉันยังมีงานต้องทำอีก”“คุณพูดเหมือนเราเป็นคนอื่นคนไกลอย่างนั้นแหละ ไม่รู้หรือไงว่าหัวใจผมเจ็บนะที่ถูกตัดรอนอย่างเย็นชาแบบนี้ บอกตามตรงว่าผมไม่ชอบสักนิดกับท่าทางแกล้งทำเป็นเย็นชาของคุณ ผมชอบตอนที่คุณเร่าร้อนมากกว่า”******นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายแนว โรมานซ์-ดราม่า ต้นฉบับถูกเขียนตั้งแต่ช่วงปี 2555 และได้ตีพิมพ์ในชื่อเดียวกันคือ "เพลิงแค้นอสูร" จัดพิมพ์และจำหน่ายโดยสนพ. อินเลิฟ กระดาษทรายแก้วได้นำเรื่องนี้ มารีไรท์ใหม่อีกครั้งในรูปแบบของ ebook


Chapter 4

 

 

 

แกไปไหนมา!” เสียงตวาดลั่นของผู้เป็นพ่อดังขึ้นแทบจะทันทีที่ธารินีย่างเท้าผ่านประตูบ้าน เมื่อหันไปก็พบกับบิดาที่ยืนเด่นอยู่กลางโถงกว้าง ฉันถามแกไม่ได้ยินหรือไง?”

ได้ยินค่ะ

ได้ยินก็ตอบมาสิ!” ผู้เป็นพ่อตวาดลั่นอีกครั้ง หากเป็นยามปกติธารินีคงสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจไปแล้ว

แต่วันนี้เสียงตวาดนั้นกลับไม่มีผลใดๆ ต่อเธอแม้แต่น้อย

เพราะตอนนี้หัวใจเธอด้านชาจนไม่สามารถจะรู้สึกอะไรได้อีกแล้ว

บอกฉันมาหน่อยสิว่าทำไมแกถึงเบี้ยวนัดกินข้าวกับนิธิศอีกแล้ว แล้วทำไมแกถึงหายหัวไปทั้งคืนแบบนี้!

เมื่อวานน้ำมีธุระสำคัญจริงๆ ค่ะ พอดีว่าเพื่อนน้ำป่วย แล้วไม่มีใครไปอยู่เป็นเพื่อน น้ำก็เลย...

เพียะ!

ใบหน้าของหญิงสาวสะบัดหันตามแรงจากฝ่ามือของผู้เป็นพ่อทั้งที่ยังเอ่ยไม่จบประโยค แรงที่ถูกสะบัดใส่นั้นไม่เพียงทำให้ใบหน้าหวานสวยชาจนแทบไม่รู้สึก แต่ยังทำให้เธอเซถลาไปชนโต๊ะเหล็กหนาตัวเล็กที่จัดเอาไว้ตั้งโชว์แจกันใบใหญ่อีกด้วย

ไหล่มนกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะพอดีส่งผลให้แขนซ้ายทั้งข้างชาและหมดความรู้สึกแทบจะทันที

แต่โชคดียังเป็นของธารินี ที่แจกันล้ำค่าของผู้เป็นพ่อไม่ได้ตกลงมาแตกหรือเสียหาย ไม่อย่างนั้นเธอคงโดนความผิดบวกเข้าไปอีกหนึ่งกระทงแน่ๆ

ฉันเคยเตือนแกหรือเปล่ายัยน้ำ ฉันบอกแกหลายหนแล้วว่าเพื่อนแกไม่ใช่ข้ออ้างให้แกผิดนัดกับนิธิศ แกรู้ไหมว่าเขาโมโหมากที่ถูกยกเลิกนัดกะทันหันแบบนั้น แกจะต้องทำให้ฉันหงุดหงิดแค่ไหนถึงจะพอใจ หรือแกจะต้องบีบบังคับให้ฉันต้องหยุดจ่ายเงินให้กับโรงพยาบาล

อย่านะคะ!” เสียงหวานร้องขึ้นทันที ก่อนจะต้องกัดริมฝีปากแน่นอย่างอัดอั้นขมขื่น น้ำจะไปขอโทษนิธิศ เย็นนี้หลังเลิกงานน้ำจะไปกินข้าวกับเขา

อย่าทำให้ฉันต้องใช้วิธีนี้มาขู่แกอีกนะยัยน้ำ

ค่ะ น้ำขอโทษ น้ำจะจำเอาไว้ค่ะธารินีตอบกลับไปด้วยเสียงแผ่วเบา ใบหน้าหวานก้มต่ำมองพื้น พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะสกัดกั้นเขื่อนทำนบน้ำตาไม่ให้รินไหล

ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าของแกซะ แล้วรีบกลับไปประชุมที่บริษัทได้แล้ว ผู้เป็นพ่อเอ่ยด้วยเสียงที่แสดงชัดถึงความเหยียดหยัน สายตาจ้องมองผู้เป็นลูกสาวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า อย่ามาทำตัวสกปรกในบ้านฉัน

ค่ะ ธารินีรับคำเบาๆ แม้จะรู้ดีว่าผู้เป็นพ่อไม่มีทางได้ยิน เพราะเขาเดินไปไกลแล้ว

ร่างบางสั่นสะท้านอย่างแรง ฟันขาวสวยกัดย้ำริมฝีปากตัวเองแน่นจนรับรู้ได้ถึงรสเลือดจางๆ ที่ปลายลิ้น หากแต่หญิงสาวก็ไม่ได้ใส่ใจ มือน้อยทั้งสองกำแน่นจนขึ้นเส้นขาวซีด หลังจากพยายามระงับอารมณ์อยู่ครู่ใหญ่จึงเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

ใบหน้าหวานสวยนั้นเชิดสูง ก่อนที่ขาเรียวสวยจะก้าวเดิน

ธารินีใช้เวลาเพียงไม่นานนักในการอาบน้ำชำระล้างร่างกายและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ เครื่องสำอางอย่างดีถูกแต่งแต้มลงบนใบหน้าอย่างชำนาญ ปิดท้ายด้วยลิปสติกสีแดงสดทาวาดลงที่ริมฝีปากทำให้มันดูเซ็กซี่ชวนมอง ปกปิดรอยเห่อบวมจากการถูกบดขยี้มาทั้งคืน

เทคนิคการแต่งหน้าง่ายๆ ที่ธารินีเรียนรู้มาเนิ่นนานในการดึงสายตาคนอื่นจากส่วนอื่นๆ ของใบหน้าให้มาหยุดที่ริมฝีปากแดงจัด หากไม่สังเกตดีๆ ก็ไม่มีทางรู้ว่าใบหน้าของเธอถูกพอกทาด้วยรองพื้นอย่างหนาเพื่อปกปิดร่องรอยบางอย่าง

เมื่อพอใจกับภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาแล้ว ธารินีก็เอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าและกุญแจรถ ออกจากบ้านไปยังบริษัทเพื่อจะเข้าประชุมสำคัญในช่วงบ่าย

 

ด้านรฐนนท์ เขากลับมายังบ้านไม้สองชั้นด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึมกว่ายามที่ออกไปเมื่อวานมาก ใบหน้าคมที่เครียดจัดจนคนสนิทอย่างลุงเกิดเองก็ยังไม่กล้าเข้าไปเอ่ยถาม ได้แต่ปล่อยให้ผู้เป็นนาย  ขังตัวเองอยู่ในห้องทำงานนั้นเพียงลำพัง

ภาพของธารินีเด่นชัดในความคิด สัมผัสของเรือนร่างหอมกรุ่นที่เบียดชิดแนบเรือนร่างเขายังคงติดตรึงอยู่ทั่วทุกส่วนของร่างกาย และเมื่อคิดถึงท่านอนซุกเบียดราวกับแมวตัวน้อย รวมทั้งใบหน้าใสที่ปราศจากเครื่องสำอางกำลังหลับพริ้มอยู่แนบอกทำให้ชายหนุ่มอดที่จะคลี่ยิ้มออกมาไม่ได้

ใครจะคิดเล่าว่าธารินี จรุงเลิศทรัพย์สาวสวยจัดจ้านในสังคม คนที่แต่งตัวราวนางยั่วที่ผ่านสมรภูมิมาแล้วอย่างจัดจ้านคนนั้น แท้จริงแล้วกลับไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน

เป็นเขาที่ได้ครอบครองเรือนร่างที่แสนบริสุทธิ์นั้น ความคิดนั้นก็ทำให้รฐนนท์อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

แต่รอยยิ้มนั้นกลับต้องชะงักค้างทันที เมื่อภาพใบหน้าสวยไร้ที่ติที่เปียกชื่นและนองไปด้วยหยาดน้ำตา คำพูดประชดประชันเจ็บแสบทุกประโยคยังคงดังชัดในหูเขา

คำพูดที่เหมือนจะพูดเพื่อฝังตัวเองให้ต้อยต่ำจมดิน เหมือนคนที่น้อยใจในโชคชะตาชีวิตของตัวเอง

รฐนนท์ไม่สามารถลืมดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดคู่นั้นได้เลย มันทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองชั่วช้าไม่ต่างจากผู้ชายที่ทำร้ายน้องสาวของเขาเอง

บัดซบ!!” เสียงทุ้มเข้มสบถลั่นกับความสับสนของตัวเอง

เขาไม่ควรจะมารู้สึกสับสนแบบนี้ไม่ใช่เหรอ เขาควรจะรู้สึกสะใจไม่ใช่เหรอ จริงอยู่ที่เขาทำลายผู้หญิงบริสุทธิ์คนหนึ่ง แต่คู่หมั้นของผู้หญิงคนนั้นก็ทำเหมือนที่เขาทำไม่ใช่หรือ ในเมื่อธารินีปกป้องคู่หมั้นของเธอ แล้วทำไมเขาจะทำแบบเดียวกันเพื่อปกป้องน้องสาวเขาบ้างไม่ได้

ทำไมเขาต้องมานั่งสับสนแบบนี้ด้วย!

การเอาคืนที่สมน้ำสมเนื้อแล้ว ตาต่อตา ฟันต่อฟัน นั่นคือสิ่งที่เขาคิดเอาไว้ตั้งแต่ตอนแรกแล้วไม่ใช่เหรอ ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้ว ตั้งแต่ตอนที่สั่งให้คนไปสืบประวัติของนิธิศ

แต่ถึงจะพยายามบอกตัวเองอย่างนั้น ในความเป็นจริงแล้ว  รฐนนท์กลับไม่สามารถสลัดภาพดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดคู่นั้นออกจากใจได้เลย

บ้าเอ้ย!” เสียงทุ้มเข้มสบถลั่นอีกครั้ง ก่อนจะตะโกนเรียกหาคนสนิท

ราวกับชายสูงวัยคอยยืนเฝ้าตลอดเวลาที่ชายหนุ่มหมกตัวอยู่ในห้อง ทันทีสิ้นเสียงตะโกนเรียกของรฐนนท์ เสียงเคาะเบาๆ สองครั้ง ก็ดังขึ้น ประตูถูกเปิดออก ลุงเกิดเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าผู้เป็นนาย

ผมต้องการให้ลุงไปสืบประวัติของธารินี จรุงเลิศทรัพย์อีกครั้ง

ครับ?”

ผมคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติ ผมต้องการรู้ทุกเรื่องของผู้หญิงคนนั้น ข้อมูลทุกอย่างอย่างละเอียดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ชายหนุ่มเอ่ยสั่งด้วยเสียงจริงจัง

เขาต้องการรู้ว่าเหตุใดธารินีจึงยอมหมั้นและยอมเอาตัวเองลงไปคลุกโคลนเน่าเหม็นของนิธิศ ที่มาของคำพูดประชดประชันพวกนั้นมาจากไหน อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เธอพูดคำเหล่านั้นออกมา

แม้จะไม่เข้าใจความคิดผู้เป็นนาย แต่ลุงเกิดก็ไม่ซักถามอะไรมาก

นายต้องการด่วนแค่ไหน?”

เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แล้วก็พรุ่งนี้เอารถคันเก่าไว้ให้ผมด้วย

ผมจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด ลุงเกิดรับคำก่อนจะขอตัวออกจากห้องไป

เมื่อประตูห้องถูกปิดลง ความคิดในหัวของรฐนนท์ก็กลับไปวนเวียนอยู่ที่ร่างหอมกรุ่นนวลเนียนอีกครั้งอย่างไม่สามารถห้ามตัวเองได้

 

อีกฟากหนึ่งของนครหลวงที่ไม่เคยหลับใหล

วันนี้คุณดูเหมือนจะว่าง่ายจริงนะ เสียงเย้ยหยันดังขึ้นจากคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะอาหาร

ธารินีเพียงเหลือบสายตาขึ้นมองคนพูดเล็กน้อยก่อนจะก้มลงสนใจกับจานอาหารตรงหน้าตัวเองต่อ

ร้านอาหารที่เธอกับนิธิศกำลังนั่งอยู่นั้นเป็นภัตราคารอาหารหรูราคาแพง สถานที่ตั้งอยู่บนยอดตึกสูงที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ในยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจน แสงสีรอบด้านทำให้ภัตราคารแห่งนี้มีบรรยายที่โรแมนติกเหมาะกับการเดตยามค่ำคืนของคู่รัก

แต่บรรยากาศหรือรสชาติอาหารจะล่ำเลิศแค่ไหนมันก็ไม่สามารถช่วยทำให้สะอิดสะเอียนในใจของธารินีลดน้อยลงไปได้ ตอนนี้สิ่งที่หวังมีเพียงอย่างเดียวคือให้อาหารมื้อนี้จบลงเสียที เธอจะได้กลับไปบ้าน กลับไปพักผ่อนในห้องนอนส่วนตัวที่จะไม่มีใครเข้าทำลายความเป็นส่วนตัวของเธอได้

คุณจะโกรธผมไม่ได้หรอกนะน้ำ คุณควรจะเรียนรู้ตั้งแต่ครั้งแรกแล้วว่าอย่าขัดใจผม คุณเองก็รู้ดีอยู่แล้วว่าพ่อคุณเป็นคนโมโหร้ายขนาดไหนนิธิศเอ่ยขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงประโยคสุดท้ายนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าธารินีไม่ตอบโต้อย่างเผ็ดร้อนเหมือนที่เคย

จะว่าไปแล้ววันนี้ดูเหมือนคู่หมั้นสาวของเขาจะเงียบจนผิดปกติ ก่อนจะมาเขาบอกว่าให้เธอทิ้งรถตัวเองเอาไว้ที่บริษัทแล้วมารถเขา ธารินีไม่โต้แย้ง ยอมทำตามแต่โดยดี ทั้งๆ ที่หลายครั้งก่อนหน้านี้หญิงสาวแทบจะไม่ยอมขึ้นรถเขาด้วยซ้ำถ้าบริเวณนั้นไม่มีพ่อของเธออยู่ด้วย

นิธิศพอจะเดาได้ว่าการหายตัวไปของธารินีเมื่อวานทำให้เธอโดนอะไรบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังดูผิดปกติมากอยู่ดี   

น้ำคุณไม่สบายหรือเปล่า?”

ธารินีเงยหน้ามองเขา ดวงตาคู่สวยไม่ฉายแววใดๆ ทั้งสิ้นจนนิธิศเองอดใจหายไม่ได้

มีบางอย่าผิดปกติอย่างแน่นอน นิธิศสามารถบอกได้แค่นั้น แต่เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร

คุณพ่อทำอะไรคุณ?”

มันฟังดูแปลกนะคะที่คุณจะมาเป็นห่วงฉันทั้งๆ ที่คุณเองเป็นคนไปฟ้องคุณพ่อแบบนั้น

น้ำ เสียงนิธิศเข้มขึ้นทันที พร้อมกับความโกรธที่ค่อยๆ กรุ่นขึ้น คุณจะมาโทษผมได้ยังไง คุณยกเลิกนัดของผมแล้วหายตัวไปทั้งคืน ถึงผมไม่ไปบอกให้พ่อคุณรู้ ท่านก็ต้องรู้อยู่ดี อย่ามาพูดเหมือนผมเป็นพวกขี้ฟ้องหน่อยเลย คุณทำตัวเองทั้งนั้น

มุมปากของธารินีขยับยกนิดๆ เพราะคำพูดของนิธิศไม่ได้ต่างไปจากที่เธอคาดการณ์เอาไว้สักนิด

คนเห็นแก่ตัวยังไงก็ยังเห็นแก่ประโยชน์ตัวเอง ไม่เคยคิดจะยอมรับความผิดของตัวเองอยู่แล้ว

อย่ามองเหมือนผมเป็นคนผิด เราต่างรู้ดีว่าคุณเองที่เป็นฝ่ายดื้อดึง ถ้าคุณไม่ต่อต้าน เรื่องคงไม่รุนแรงแบบนี้

ค่ะ ธารินีรับคำง่ายๆ ก่อนจะก้มหน้าลงจัดการอาหารในจานตัวเองต่อ

อาหารที่ถูกนำมาเสิร์ฟทุกชนิดถูกปรุงแต่งมาอย่างเลิศรสด้วยฝีมือของเชฟระดับชาติ แต่มันกลับไร้รสชาติในปากของธารินี

รสชาติเพียงอย่างเดียวที่เธอรับรู้คือ ความขมขื่น เท่านั้น

นิธิศไม่พูดอะไรอีก เขาได้แต่จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความขุ่นเคืองใจ เขารู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่เขาไม่อยากจะถามให้เสียน้ำลาย เพราะรู้ดีว่ามันรังแต่จะทำให้เขาและธารินีปาลูกไฟแห่งความโกรธเกลียดใส่กันมากขึ้นเท่านั้น

เมื่อทั้งคู่กินอาหารกันเสร็จแล้ว นิธิศก็ขับรถมาส่งหญิงสาวที่บ้าน ทันทีที่ถึงบ้าน ธารินีก็บอกลาและเดินตัวปลิวกลับขึ้นไปบนห้องตัวเองโดยที่ไม่เหลียวหลังกลับมามองชายหนุ่มผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่หมั้นเลยสักนิด

ทิ้งให้นิธิศได้แต่มองตามแผ่นหลังของร่างบางที่เดินหายขึ้นไปชั้นสองของตัวบ้านหลังใหญ่โอ่อ่า ห้าปีที่ผ่านมาเขาพยายามจะทำความเข้าใจธารินีมาโดยตลอด แต่กลับกลายเป็นว่า ยิ่งเขาพยายามเข้าใกล้ ธารินีก็ยิ่งอยู่ไกลจากเอื้อมมือเขามากขึ้น

ห้าปีก่อนนิธิศได้รับเชิญให้มากินข้าวที่บ้านหลังนี้ เขาได้พบกับธารินีที่เพิ่งกลับมาเมืองไทยหลังเรียนจบ เพียงครั้งแรกที่เห็นนิธิศก็ต้องมนต์เสน่ห์ยวนใจของหญิงสาวแทบจะทันที

เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาใจธารินีนับตั้งแต่นั้น รวมถึงการเอาใจพ่อของหญิงสาวด้วย หากแต่คนที่เขาชนะใจมีเพียงพ่อของเธอเท่านั้น ไม่ว่าเขาจะทำดีเท่าไรก็ดูเหมือนไม่มีค่าอะไรเลย สายตาที่มองเขาอย่างเฉยเมยนั้นทำให้นิธิศอยากเอาชนะนัก เขาต้องการให้สายตาที่มองตรงมาที่เขามีแต่ความหลงใหลเสน่หา

แต่เขาไม่เคยได้เลยสักครั้ง ยิ่งนับวัน ดวงตาคู่สวยที่จับจ้องมองมาที่เขามันก็รังแต่จะยิ่งเพิ่มความเกลียดชังมากขึ้น จนเขาเองก็อดที่จะโมโหไม่ได้เหมือนกัน

จะมีไหมสักวันที่ดวงตาคมสวยคู่นั้นจะหันมามองเขาอย่างจริงจังเหมือนที่เขาเฝ้ามองเธอมาตลอดห้าปีที่!!

 

อีกด้าน เมื่อประตูที่กั้นเธอออกจากโลกภายนอกถูกปิดลง ร่างบางก็ทรุดลงที่หน้าประตูนั้นเอง อารมณ์และความรู้สึกต่างๆ ที่สั่งสมมาตั้งแต่เมื่อวานระเบิดออกมาพร้อมกับหยาดน้ำใสๆ ที่ไหลรินเอ่อล้นจากขอบตาทั้งสองข้าง

 

ความรู้สึกภายในอัดแน่นหลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งเจ็บใจ น้อยใจรวมถึงสมเพชในโชคชะตาของตัวเอง

แต่แม้น้ำตาจะรินไหลราวกับสายน้ำหาก ก็ไม่มีเสียงสะอื้นแม้สักนิดจะหลุดลอดจากริมฝีปากบางที่เม้มสนิท ธารินีเรียนรู้มาตั้งแต่เป็นเด็กแล้วว่าการแสดงความอ่อนแอหรือน้ำตาให้คนอื่นเห็น ไม่ได้ทำให้เธอได้รับการปลอบประโลม ตรงกันข้ามการเห็นน้ำตาของเธอมีแต่จะทำให้ผู้เป็นพ่อยิ่งสะใจมากขึ้นเท่านั้น เพราะมันหมายความว่าเธอจดจำคำสอนของเขาแล้ว

ตั้งแต่ที่รู้แบบนั้นธารินีก็ไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็นอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นต่อหน้าพ่อหรือแม้แต่นิธิศ ไม่ว่าเขาจะทำร้ายร่างกายหรือพูดจาดูถูกเหยียดหยามหยาบคาย ข่มขู่เธอแค่ไหน ธารินีก็ไม่เคยเสียน้ำตาให้เขาแม้แต่หยดเดียว นิธิศเป็นผู้ชายประเภทเดียวกับพ่อของเธอ เพราะฉะนั้นการกระทำของเขาไม่ใช่สิ่งที่เดาได้ยากนักหรอก

ทั้งๆ ที่สัญญากับตัวเองเอาไว้แล้วว่าจะไม่ร้องไห้ต่อหน้าใครหน้าไหนทั้งนั้น แต่เช้านี้เธอร้องไห้ต่อหน้าผู้ชายคนนั้น

ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนจะขาดสติต่อหน้าเขา แสดงความอ่อนแอให้ผู้ชายคนนั้นเห็น

ตอนนั้นธารินีแทบควบคุมสติตัวเองไม่ได้ เธอรู้ว่าตัวเองกำลังจะสุญเสียการควบคุม ตัวเองกำลังจะแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็น สิ่งเดียวที่คิดได้ในเวลานั้นก็คือเธอจำเป็นต้องมีเกราะป้องกันตัวเอง และสิ่งที่เธอเลือกใช้คือก็คือคำพูดประชดประชันอย่างไม่ยีหระ

มันใช้ได้ผลกับผู้ชายสองคนในชีวิตเอ แต่ไม่ใช่กับผู้ชายคนนั้น

ธารินีไม่รู้ว่าเพราะอะไร หรือเขาทำได้อย่างไร แต่เขาทำให้เกราะของเธอแหลกสลายในพริบตา

ดวงตาคมคู่นั้นที่มองเธอด้วยความสงสาร เขาต่อว่าเธอทันทีที่เธอพูดจาว่าร้ายตัวเอง มันทำให้หัวใจดวงน้อยหวั่นไหว เพราะไม่เคยมีใครมองเธอด้วยสายตาแบบนั้นมาก่อน

หยุดคิดถึงคนแบบนั้นซะธารินี เขาเองก็ไม่ต่างจากนิธิศหรอก เขาบังคับให้เธอกินยาอุบาทว์นั้นเพื่อแก้แค้นที่นิธิศทำลายน้องสาวเขา คนอย่างนั้นไม่มีทางเข้าใจเธอหรอก!!! หญิงสาวก่นด่าตัวเองในใจ ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความหนักอึ้งอ่อนล้าในร่างกาย รินไหลไปพร้อมกับน้ำตา

แม่คะ หนูคิดถึงแม่เหลือเกินเสียงหวานพึมพำแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

2 ความคิดเห็น