ตอนที่ 7 : ตอนที่ 4 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 790
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    23 พ.ย. 60

 เดี๋ยวพี่เบญช่วยเอาเอกสารพวกนี้เข้าไปเก็บในตู้ทีนะคะ แล้วก็เอาบัญชีของไตรมาสถัดไปมาให้น้ำด้วย ถ้าคุณวิสุทธิ์มาถึงแล้ว ให้เขาไปรอน้ำที่ห้องประชุมได้เลย เอกสารทุกอย่างน้ำเตรียมเอาไว้พร้อมหมดแล้ว ธารินีเอ่ยขณะที่มือทั้งสองข้างเปิดเอกสารตรวจดูตัวเลขในบัญชีเบิกจ่ายประจำเดือนอย่างรวดเร็ว

เอกสารนี้ไม่ควรจะมาอยู่ในมือเธอ มันควรจะเป็นหน้าที่ของผู้จัดการฝ่ายที่ต้องตรวจเช็กความถูกต้อง ไม่ใช่หญิงสาวซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารฝ่ายการเงิน

พี่ไม่เห็นความจำเป็นที่คุณน้ำจะต้องรื้อเอกสารพวกนี้มาตรวจสอบใหม่เลยนี่คะ เอกสารพวกนั้นคุณน้ำตรวจตั้งหลายรอบแล้วก่อนจะเซ็นรับรองเบญจรีเอ่ยแย้ง แล้วเอกสารเบิกจ่ายพวกนี้มันก็เป็นหน้าที่ของผู้จัดการที่ต้องเช็คความถูกต้องนะคะ แค่งานปกติคุณน้ำก็ยุ่งจะแย่อยู่แล้ว คุณน้ำยังจะเอาของพวกนี้มาดูอีกทำไมคะ?”

ก็แค่ตรวจเช็กน่ะค่ะ ไม่มีอะไรหรอก แล้วน้ำก็ไม่ได้งานยุ่งสักหน่อยหญิงสาวตอบกลับ พร้อมปั้นยิ้มกว้างให้อีกฝ่าย

แต่มันไม่สามารถหลอกคนที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากกว่าอย่างเบญจรีได้ เธอติดตามทำงานกับหญิงสาวมาเนิ่นนาน เพราะฉะนั้นเธอไม่มีทางไม่สังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น

ความผิดปกติที่เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ธารินีเข้าบริษัทมาตอนช่วงบ่ายในสภาพอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด พอวันรุ่งขึ้นหญิงสาวก็มาทำงานแต่เช้าตรู่ ทำทุกอย่างเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ แล้วสั่งให้เธอไปขนเอกสารบัญชีของไตรมาสที่ถูกปิดไปแล้วมาตรวจสอบใหม่อีกครั้ง

คุณน้ำทำงานหนักเกินไปนะคะ ดูซูบลงไปด้วยเบญจรีตั้งข้อสังเกต

พี่เบญคิดมากไปหรือเปล่า น้ำน่ะดูจะอ้วนขึ้นเสียด้วยซ้ำ ธารินีตอบกลับไปโดยที่ไม่ได้เงยหน้าสบตาอีกฝ่าย

พี่ไม่ได้คิดไปเองหรอก สองวันมานี้คุณน้ำไม่ออกไปทานข้าวกลางวันด้วยซ้ำ ขนาดพี่ซื้อขนมมาให้คุณน้ำก็ไม่แตะสักนิด ทำงานหักโหมแบบนี้จะป่วยเอาเปล่าๆ นะคะเบญจรีพูดขึ้นเพราะอดเป็นห่วงไม่ได้ ทำงานด้วยกันมานานทำให้เธอรักหญิงสาวไม่ต่างจากน้องสาวคนหนึ่ง คุณน้ำก็รู้ว่าคุณน้ำปรึกษาพี่ได้เสมอ

ธารินีลอบสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะเงยหน้ามองเลขาคนสนิทพร้อมใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง

แหม สารภาพก็ได้ค่ะ จู่ๆ น้ำก็รู้สึกกังวลเรื่องงานขึ้นมา อยากตรวจสอบเอกสารพวกนี้อีกรอบ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ได้ตกหล่นตรงไหนเท่านั้นเอง

แต่พี่ว่าไม่ใช่หรอก คุณน้ำดูเปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่ไปกินข้าวคุณนิธิศวันนั้น เบญจรียังไม่ยอมแพ้

โธ่ พี่เบญดวงตาคู่สวยฉายประกายขบขันเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางเป็นห่วงจัดของเบญจรี พี่เบญดูจะเครียดกว่าน้ำอีกนะคะเนี่ย

ยังจะมาโธ่อีก เรื่องคุณนิธิศจริงๆ ใช่ไหมคะ?”

เรื่องของคนพรรค์นั้นจะทำให้น้ำกลุ้มใจได้เหรอคะ พี่เบญเคยเห็นน้ำใส่ใจผู้ชายคนนั้นตั้งแต่เมื่อไรกัน

เบญจรีมองใบหน้าหวานของเจ้านายสาวแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะรู้ดีว่าเธอไม่มีทางง้างปากของธารินีได้แน่ๆ แม้ว่าหญิงสาวจะมีเรื่องกลุ้มใจเจียนตายก็ตาม แค่เรื่องที่เจ้านายสาวไม่ได้ชื่นชอบนิธิศผู้เป็นคู่หมั้นเลย เบญจรีก็ต้องใช้เวลาตั้งเกือบปีครึ่งกว่า  ธารินีจะยอมรับ

เฮ้อ พี่ยอมแพ้คุณจริงๆ นะคะเบญจรีถอนหายใจเสียงอ่อน เอาเถอะค่ะ คุณน้ำบอกว่าไม่กลุ้มก็ไม่กลุ้ม แต่พี่จะไม่เอาเอกสารไตรมาสที่แล้วมาให้แล้วนะคะ ส่วนเอกสารนี้ก็ควรจะเป็นหน้าที่ของผู้จัดการฝ่าย อย่าไปแย่งหน้าที่ของเขาเลยค่ะ แค่นี้คุณผู้จัดการฝ่ายก็กลัวตัวเองจะตกงานแย่แล้ว เบญจรีพูดพร้อมเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะของหญิงสาวมา ก่อนจะขอตัวเดินออกจากห้องไป

ธารินีมองประตูห้องที่ถูกปิดลง กับโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่าของตัวเองสลับกัน ก่อนที่ริมฝีปากบางนั้นจะคลี่ยิ้มออกมาช้าๆ

เธอคงทำให้พี่เบญเป็นห่วงมากจริงๆ

ขณะที่หญิงสาวกำลังยิ้มกับความคิดนั้น เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น ไฟสัญญาณติดขึ้นในตำแหน่งหมายเลขหนึ่ง     บ่งบอกว่าเป็นสายที่ต่อตรงเข้ามาจากโต๊ะเลขาหน้าห้อง

ค่ะพี่เบญ คราวนี้จะสั่งให้น้ำไปนอนพักด้วยเลยหรือเปล่าคะหญิงสาวรับและกรอกเสียงสดใสกลับไป

มีคนชื่อรฐนนท์มาขอพบคุณน้ำค่ะ

ชื่อที่ได้ยินนั้นทำเอาหัวใจของธารินีกระตุกวูบ มือที่จับหูโทรศัพท์สั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม

คุณน้ำ?” เสียงเบญจรีดังมาจากด้านปลายสาย

เอ่อ...บอกเขาว่าน้ำไม่ว่างนะคะ บอกเขาว่าน้ำกำลังจะไปประชุม

ค่ะ เบญจรีรับคำ เธอบอกต่อคำสั่งของเจ้านายให้กับพนักงานประชาสัมพันธ์ด้านล่างที่ต่อสายขึ้นมาให้รู้ แต่ก่อนจะทันได้วางหู เบญจรีก็ได้ยินเสียงทุ้มลึกดังขึ้นจากกระบอกโทรศัพท์

“บอกเจ้านายคุณว่าผมจะไม่ไปไหน ถ้าไม่ได้พบเธอ”

“คุณธารินีไม่ว่างจริงๆ ค่ะ ถ้าคุณสะดวกดิฉันจะจดนัดหมายให้ กรุณารอสักครู่นะคะ”

คิ้วหนาของรฐนนท์ขมวดเป็นปมแน่น ก่อนเขาจะเลือกใช้คำพูดใหม่

”คุณใช่คนดูแลภัทรฑิราตอนฝึกงานหรือเปล่า?”

เบญจรีชะงัก ก่อนหน้านี้เธอก็รู้สึกคุ้นชื่อของเขาอยู่ แต่นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินที่ไหนเท่านั้นเอง

“คุณเป็นพี่ชายของภัทรฑิรา”

“ครับ ผมมาวันนี้เพราะจะมาเก็บของของน้องสาวผม ถ้าเจ้านายคุณไม่อยากพบผมก็ไม่มีปัญหา แค่คุณอนุญาตก็พอ”

เบญจรีมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย แต่จะว่าชายหนุ่มไม่มีข้ออ้างก็ไม่ใช่ เพราะยังมีของบางอย่างที่ภัทรฑิรายังไม่ได้เก็บกลับไปจริงๆ

“ตกลงค่ะ ส่งสายคืนให้พนักงานประชาสัมพันธ์ ฉันจะบอกให้เธอพาคุณขึ้นมา”

มุมปากของรฐนนท์กระตุกเล็กน้อย เขาส่งโทรศัพท์คืนให้พนักงานประชาสัมพันธ์สาว เธอขอให้เขานำบัตรประชาชนมาแลกบัตรเข้าออก รฐนนท์ก็ไม่เรื่องมาก เมื่อจัดการติดบัตรที่หน้าอกเรียบร้อย พนักงานสาวก็เดินนำเขาเข้าไปด้านใน

ระหว่างทางรฐนนท์ไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว เบญจรียืนคอยชายหนุ่มอยู่ก่อนแล้ว เธอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นรฐนนท์เต็มชัดสองตา ในใจอดคิดไม่ได้ว่า ภัทรฑิราช่างไม่เหมือนพี่ชายของเธอจริงๆ

เด็กคนนั้นน่ารักอ่อนหวาน แต่คนที่อ้างว่าเป็นพี่ชายกลับดูเหมือนพวกค้าของเถื่อนในละครหลังข่าว เบญจรีส่งสายตาไปมองทางพนักงานสาว เป็นเชิงถามว่าดูไม่ผิดแน่เหรอ

พนักงานสาวพยักหน้าอย่างจริงจัง ก่อนหน้าที่จะวางสายเบญจรีได้สั่งให้เธอตรวจเช็คชื่อและนามสกุลของชายหนุ่มคนนี้อย่างละเอียด เธอทำตามทุกอย่าง ก่อนจะพาเขาขึ้นมา

“คุณเป็นคงดูแลยัยภัทรใช่ไหมครับ?”

“ค่ะ ฉันเป็นเลขาของคุณธารินี น้องภัทรมาฝึกงานเป็นผู้ช่วยของฉันค่ะ”

“ขอบคุณที่ดูแลน้องสาวผมนะครับ”

เบญจรีได้แต่ยิ้มเฝื่อน ไม่อยากรับคำนี้สักเท่าไรนัก

“ของของน้องภัทร ฉันเก็บเอาไว้ให้แล้ว เชิญคุณ... คุณคะ!!!” เบญจรีเพียงแค่เหลียวหลังไปหยิบของของภัทรฑิรา พอหันมาอีกทีร่างสูงก็เห็นขยับไปที่ประตูห้องทำงานของเจ้านายเธอแล้ว

ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกพร้อมเสียงร้องแหลมของเบญจรีทำให้ร่างบางที่กำลังยืนกอดอกมองเหม่อท้องฟ้าสีฟ้าสดใสด้านนอกต้องหันกลับมามอง

กึก!

จังหวะหัวใจพลันกระตุกรัดในช่องอกเมื่อเธอพบว่ากำลังมองสบตาดวงตาคมคู่หนึ่งอยู่

“คุณเข้ามาไม่ได้นะคะ!” เบญจรีเอ่ยด้วยน้ำเสียงโมโห “กรุณาถอยออกไปเถอะค่ะ ไม่อย่างนั้นฉันจำเป็นต้องเรียกรปภ.”

รฐนนท์ไม่ขยับ เขาไม่ถอยออกไปตามที่ถูกบอก ไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว เพียงแค่จ้องมองตรงไปยังร่างบางตรงหน้าเท่านั้น

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

2 ความคิดเห็น