คนละภพ (สนพ.ว้อนท์บุ๊ค, พิมพ์ครั้งที่ 2)

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 : กระดิ่งลมนำพา (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35,574
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,044 ครั้ง
    6 ก.ค. 62


 

By เฌอมา

    

ถึ ง ม้ ว ย ดิ น สิ้ น ฟ้ า ม ห า ส มุ ท ร

ไ ม่ สิ้ น สุ ด ค ว า ม รั ก ส มั ค ร ส ม า น

เ เ ม้ เ กิ ด ใ น ใ ต้ ห ล้ า สุ ธ า ธ า ร

ข อ พ บ พ า น พิ ศ ว า ส ไ ม่ ค ล า ด ค ล า


     



กระดิ่งลม


การรับประทานอาหารหลังจากนั้นดำเนินต่อไปอย่างราบเรียบ เป็นกันเอง และเจี๊ยวจ๊าวอยู่เป็นพักๆ ดูแล้วช่างผิดจากบรรยากาศการรับประทานอาหารของวังไหนๆ เพราะไร้ซึ่งคำว่ากฎระเบียบให้คอยเคร่งครัด แม้แต่ขนบแบบแผนของคำว่าเชื้อพระวงศ์ก็ถูกเจือลงแทนที่ด้วยความอบอุ่นเล็กๆ ที่คนในครอบครัวทั่วไปมีให้ต่อกัน ซึ่งแม้แต่พระองค์หญิงปั้นผู้เคยถือกฎถือระเบียบอันหนักอึ้งพวกนั้นเอาไว้ ยังยอมผ่อนลง เห็นได้จากที่พระองค์ไม่คิดตำหนิหลานชายตัวเล็กที่วิ่ง 'ทั่กๆ' ไปหาเพื่ออาสารินน้ำเย็นถวาย ตามความคิดของท่านหญิงเมฆแล้ว แม้ตัวเธอซึ่งเป็นเด็กกำพร้า ไร้พ่อขาดแม่มาตั้งแต่แบเบาะจะไม่เคยได้สัมผัสคำว่าความอบอุ่นของคนในครอบครัว แต่ก็คิดว่าสิ่งที่ได้ประจักอยู่ในขณะนี้นี่แหละคือคำๆนั้น 

ครอบครัวต้องทำให้เรารู้สึกอบอุ่นได้แบบนี้ ต้องทำให้รู้สึกสบายใจ ทำให้รู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา และเธอคิดว่าเสด็จป้าของเธอผู้ทอดพระเนตรมองรอยยิ้มของพระภาติยะและบรรดาปนัดดาทั้งสองอยู่ในขณะนี้ ก็คงคิดในแบบเดียวกัน

หลังจากทุกคนรับประทานอาหาร ตามต่อด้วยของหวานที่คุณพนักงานของวังเชิญขึ้นมาถวายจนอิ่มแปล้ ก็พากันเดินชักแถวขึ้นไปยังโถงวังฝั่งตะวันตกอย่างเช่นทุกเช้า อันเป็นกิจวัตร เป็นประเพณีแสนสำคัญที่นายหญิงเจ้าของวังเช่นหม่อมลัลนา ตั้งกฎขึ้นใหม่เพื่อให้บุตรชายได้ไปกราบไหว้พระบรมวงศานุวงศ์ตั้งแต่ต้นราชสกุลลงมาที่ห้องเก็บพระอัฐิ ซึ่งกิจนี้ตัวท่านหญิงเมฆและพระองค์หญิงปั้นเองก็เห็นดีด้วย ซ้ำทั่งสองก็ปฎิบัติตามทุกครั้งยามกลับมาพำนักที่วังนรังสรรค์

ทั้งหมดเดินพุดคุยกันไปตลอดทางโดยมีพระองค์หญิงปั้นดำเนินนำหน้า กระทั่งเข้าไปนั่งเรียงกันเรียบร้อยที่หน้าพระแท่นบูชาแล้ว เด็กน้อยสองคนก็ก้มกราบตามระเบียบการอย่างคุ้นเคยโดยไม่ต้องมีผู้ใหญ่คอยกำกับบอก ซ้ำยังไม่มีทีท่าแสดงความอึดอัดหรือเบื่อหน่ายต่อการต้องเข้ามากราบไหว้บรรพบุรุษที่ห้องนี้เลยแม้แต่น้อย 

หลังไหว้เสร็จก็ถึงทีที่หม่อมเจ้ากิตติกรจะพาคุณชายมินทร์ไปส่งโรงเรียนหลวงก่อนจะเลยไปทำงาน ส่วนหม่อมลัลนาและคุณชายภานุก็เตรียมตัวกลับบ้านบิดามารดาของหม่อมที่เยาวราช เพราะพรุ่งนี้มีเทศกาลทำขนมบ๊ะจ่าง ทั้งหมดจึงหันกลับมากราบทูลลาพระองค์หญิงปั้น เด็กๆ ไม่ลืมพุ่งตัวเข้ามาตระกองกอดท่านหญิงเมฆ ก่อนจะพากันเดินออกจากห้องเก็บพระอัฐิ โดยมีสายพระเนตรของพระองค์หญิงทอดส่ง

“เฮ้อดูสิ พอเจ้าพวกนั้นไปวังก็เงียบขึ้นมาทันตา”

ท่านหญิงเมฆยิ้มให้พระองค์หญิงย่าที่พระพักตร์ม้อยลงไปกว่าครึ่งเมื่อปนัดดาไม่อยู่ ก่อนหญิงสาวจะกวาดตามองรอบห้องเก็บพระอัฐิที่แสนเงียบเหงา ทั้งๆ ที่เมื่อครู่ ยังครึกครื้นไปด้วยชีวิตชีวาอยู่เลย

“จริงเพคะเสด็จป้า ขาดเด็กๆ พวกนั้นไปวังก็เงียบทันที”

“และเดี๋ยวหญิงเมฆก็ทิ้งป้าไปด้วยอีกคน”

“เสด็จป้า…”

ราชนิกูลสาวชะงักไปเมื่อสุรเสียงของพระองค์หญิงดูตัดพ้อน้อยใจที่ตนต้องทิ้งพระองค์ไปสอนที่โรงเรียนในวังหญิงอีกวัน

“ที่ป้าจะหมายความคือ คงดีถ้าหญิงเมฆมีหลานให้ป้าไว้เล่นอย่างชายติเขาบ้าง"

"แค่ชายมินทร์กับชายนุยังไม่พอพระทัยอีกหรือเพคะ"

"ฮื่อ! ชายติเขาไม่ได้ให้ลูกๆ ตามป้ากลับไปอยู่ที่ฝรั่งเศสเสียหน่อย แต่ถ้าหญิงเมฆมีบ้าง พอเรากลับฝรั่งเศลป้าก็จะได้ไม่เหงา ทีนี้เธอจะไปสอนที่ไหน หรือจะเรียนต่ออะไรในอนาคต ป้าก็จะไม่ง้อเธอแล้ว”

หญิงสาวหัวเราะพลางคลานเข่าเข้าชิดพระปิตุจฉาต่างราชสกุล ผู้เปรียบดั่งมารดาบังเกิดเกล้า ผู้คอยเลี้ยงดู อุ้มชู และฟูมฟักเธอมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกนับตั้งแต่ 'ทรงโสม' มารดาของเธอตายจากไป 

สำหรับท่านหญิงเมฆแล้ว หากชาตินี้เธอไม่ได้พระองค์หญิงพระองค์นี้พระกรุณาชุบเลี้ยง ป่านนี้ตัวเธอก็อาจถูกทิ้งเอาไว้ที่นอกรั้ววังมหิตธร ไม่รู้จะเป็นจะตายจะร้ายหรือจะดี หรือจะเป็นลูกผีหรือลูกคน เพราะสำหรับมหิตธร เธอก็เป็นเพียงแค่บุตรสาวนอกสมรสของพระบิดาผู้สูงศักดิ์ มารดาของเธอไม่เป็นที่ยอมรับเพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นเหตุให้พระบิดาออกนอกลู่นอกทางจนศึกษาไม่จบ กระนั้นมารดาก็ยังดึงดันที่จะให้กำเนิดเธอออกมาแล้วตายตามสวามีผู้ตรอมใจไป 

ทว่าพวกมหิตธรใจแข็งนัก แม้สูญเสียหลานชายเช่นพระบิดาเธอไปก็ยังไม่ยอมรับ ไม่แม้แต่จะชายตามองพระปนัดดาในห่อผ้าซึ่งยังไม่มีแม้แต้ชื่อ ในตอนนั้นเองที่พระองค์หญิงปั้นซึ่งมีศักดิ์พระญาติได้ยื่นพระหัตถ์เข้าช่วย ทรงขอพระราชทานทารกน้อยสายเลือดมหิตธรมาโอบอุ้มดูแลในฐานะหลานคนหนึ่ง การกระทำนั้น ทำให้ท่านหญิงไร้ค่าเช่นเธอมีน้ำหนักไม่น้อยต่อมหิตธร แม้ไม่ได้รับการยอมรับจากราชสกุลโดยตรง แต่ก็ไม่ถูกละเลยเสียทีเดียว 

พระองค์หญิงปั้นให้การศึกษาแก่เธอเฉกเช่นราชนิกูลคนอื่นๆ ไม่เคยให้เธอได้น้อยหน้าใครเพราะทรงถือว่าตัวเธอเป็นมหิตธรเช่นเดียวกับสายเลือดครึ่งหนึ่งของพระองค์ เธอขาดความรักทรงให้ความรัก เธอขาดคนโอบอุ้มทรงโอบอุ้มด้วยน้ำพระทัยที่แสนยิ่งใหญ่ ท่านหญิงเมขลามาลัยเช่นเธอจึงมีวันนี้ มีทุกอย่างเช่นเดียวกับเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ พระองค์หญิงพระองค์นี้จึงเป็นมากกว่าแม่ เธอเคารพ และถวายพระองค์เอาไว้เหนือหัว บูชาท่าน รักท่าน เสียยิ่งกว่าบิดามารดาที่แท้จริง ซึ่งเธอไม่เคยแม้แต้จะพบหน้าค่าตา

“เรื่องนั้นคงจะยากหน่อยเพคะ เนื้อคู่เมฆน่าจะอยู่ไกล พยายามมองหาเท่าไรก็ไม่เจอซักที”

พระองค์หญิงปั้นได้ฟังคำพระภาติยะต่างราชสกุลก็นึกเห็นใจ ยกหัตร์ขึ้นลูบศีรษะซึ่งปกคลุมด้วยผมนุ่มนิ่มราวเส้นไหมซึ่งทิ้งตัวเหยียดยาวไปบนแผ่นหลังบอบบางราวม่านน้ำตก

“งั้นก็ถือโอกาสวันนี้ เข้าไปขอกับพระสยามสิลูก”

“พระสยามหรือเพคะ”

พระพักตร์ของพระองค์ไหวขึ้นลงพร้อมแย้มสรวลบางๆ ก่อนเริ่มอธิบาย

"พระสยาม หรือพระนามเต็มพระสยามเทวาธิราช [1] ทรงเป็นเทวดาปกปักษ์รักษาบ้านเมืองและอยู่คู่แผ่นดินไทยของเรามาตั้งแต่โบราณกาล ในสมัยนู้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 มีพระราชดำริว่าประเทศไทยของเราล้วนมีเหตุการณ์มากมายที่เกือบต้องเสียอิสรภาพมาหลายต่อหลายครั้ง แต่เผอิญมีเหตุให้รอดพ้นภยันมาได้ตลอด คงเพราะแผ่นดินเรามีเทพยดาที่ศักดิ์สิทธิ์คอยอภิบาลรักษาอยู่แน่ๆ เราจึงสมควรที่จะทำรูปเทพยดาองค์นั้นขึ้นไว้สักการบูชาสืบไป จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หล่อเทวรูปสมมุติขึ้นด้วยทองคำ และถวายพระนามว่าพระสยามเทวาธิราช"

“คนวังในสมัยก่อนทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่น้อยคนนักที่จะได้รับพระราชทานอนุญาตให้เข้าไป เพราะสยามเทวาธิราชประดิษฐานอยู่ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในเขตพระราชฐานชั้นใน ซึ่งตามกฎมนเทียรบาลแล้ว ไม่อนุญาตให้สามัญชนหรือคนธรรมดาเข้าไป แม้แต่พระบรมวงศานุวงศ์เองก็ต้องทำเรื่องทูลเกล้าของพระราชทานอนุญาต เป็นเรื่องยุ่งยากมากทีเดียว แต่สำหรับหญิงเมฆของป้านั้นผิดกัน”

“ผิดอย่างไรหรือเพคะ”

ท่านหญิงเมฆร้องถาม ไม่ใช่เพราะเธอตื่นเต้น แต่เพราะนัยน์เนตรแพรวพราวด้วยความหวังที่หาได้น้อยยิ่งจากพระเนตรคู่นั้นขอพระองค์หญิงผู้ที่ตัวเธอทูนไว้เหนือหัวผู้นี้ต่างหาก

"ก็เพราะป้าเคยได้ยินมาว่า ทุกปีหลังจบภาคการศึกษาของโรงเรียนในวังหญิงที่หญิงเมฆถูกเชิญเข้าไปสอน  ทางโรงเรียนจะได้พระราชทานอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ ให้พานักเรียนจบใหม่ไปสักการะพระสยามเทวาธิราชในเขตพระราชฐานชั้นใน เพราะฉะนั้นเวลาที่หญิงเมฆได้เข้าไปพบท่าน ก็ขอเรื่องคู่ครองเถอะนะลูก ขอให้พระสยามโปรดประทาน ชี้นำเนื้อคู่มาให้หญิงเมฆของป้าเสียที"

ฟังจบหญิงสาวก็รู้สึกขนลุกเกรียวอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว ไม่ใช่เพราะตื้นตันใจ แต่มันเป็นความรู้สึกประหลาด รู้สึกคล้ายการรอคอยอันไร้เหตุผลที่ถูกฝังแน่นอยู่ในก้นลึกสุดกู่ของหัวใจ

ถูกตีฟุ้งขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

กระนั้นคนถูกอบรมเรื่องกิริยาอาการมาแต่น้อยก็สงวนท่าทีให้เป็นปกติได้อย่างไม่น่าเชื่อ ยิ้มตอบพระองค์หญิงปั้นทำนองไม่ขัดข้องไม่ยอมรับ ก่อนช่วยประคองอีกฝ่ายให้ประทับยืน พากันเดินออกจากห้องเก็บพระอัฐิ ทว่าในขณะที่ร่างบางกำลังจะก้าวพ้นขอบข่ายประตูห้อง

'แม่มาลัย'

เสียงแผ่วเบาดั่งมีคล้ายไม่มีกลับดังขึ้น ดังราวกับมาจากที่ใกล้ๆ แต่ก็คล้าย...จะไกลเหลือเกิน

"คะ?"

พระองค์หญิงปั้นเอี้ยวพักร์มองพระภาติยะที่จู่ๆก็ขานคำขะข๋าก่อนขมวดพระขนงสงสัย "อะไรหรือหญิงเมฆ?"

"เมฆ...เหมือนได้ยินเสียงใคร เมื่อกี้เพคะ"

คำกล่าวของคนเป็นท่านหญิงทำให้พระองค์หญิงปั้นแย้มพระโอษฐ์ ไม่ได้แสดงท่าทีตกพระทัย หรือเห็นเป็นเรื่องแปลกแต่น้อย 

"อาจเป็นพระองค์ต่างๆในห้องกระมัง ไปเถอะ ไปกราบท่านเสียหน่อย เดี๋ยวป้าจะลงไปข้างล่างกับแม่พูนเอง"

หญิงสาวมองส่งพระองค์หญิงปั้นที่เดินละจากไป ก่อนจะหมุนกายกลับมายังห้องเก็บพระอัฐิอย่างเชื่อฟัง ทว่าเพียงก้มลงกราบแล้วเงยใบหน้าขึ้นมองเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ของราชสกุลนรังสรรค์เท่านั้น สายตาของเธอกลับหยุดค้างอยู่ที่พระรูปของต้นราชสกุลอย่างไร้สาเหตุ หญิงสาวมองรูปถ่ายเท่าตัวจริงในกรอบทองสูงเท่าตัวคนที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า

ดวงพักตร์ของพระองค์หล่อเหล่า และมีเคล้าคล้ายคลึงท่านชายติผู้เป็นพระนัดดาถึงแปดเก้าส่วน ทว่าพระพักต์กลับไร้รอยยิ้มอบอุ่นใจดีอย่างพี่ชายติของเธอ พระองค์ต่างออกไป ทรงนิ่งเฉย ดุ และดูเคร่งขรึม แต่สายพระเนตรที่จ้องตอบกลับมา กลับไม่ได้แข็งกร้าวน่ากลัว

ใจเธอบอกแบบนั้น

ทรงอยู่ในชุดราชประแตนครึ่งล่างโจงกระเบน พระหัตร์ขวาถือไม้เท้าอย่างเจ้าขุนมูลนายในสมัยก่อน ที่หน้าแปลกคือ แม้รูปถ่ายนั้นจะผ่านเวลามาหลายร้อยปี แต่กลับไม่ได้ลดทอนความสง่าของ 'สมเด็จเจ้าฟ้านรังสรรค์อรุณรังษี' เช่นพระองค์ได้เลย

ท่านหญิงเมฆมองสบนัยเนตรตรงหน้าก่อนก้มกราบลงอีกครั้ง กิริยาของหญิงสาว คล้ายกำลังเข้าเฝ้าคนในรูปถ่าย ให้ความเคารพดุจฝ่ายตรงข้ามมีชีวิตอยู่จริง

"ทรงเรียกหม่อมฉันหรือเพคะ แม่มาลัยหรือเพคะ"

เสียงของท่านหญิงเมฆกังวานอยู่ภายในห้องเก็บพระอัฐิที่แสนเงียบเหงา แน่นอนว่าย่อมไม่มีเสียงใครก็ตามตอบกลับมา ทว่าเธอกลับยังนั่งอยู่ตรงนั้น จ้องมองรูปถ่ายของต้นราชสกุลนรังสรรค์ ก่อนจะยิ้มมุมปาก คิดเรื่อยเปื่อยถึงชื่อที่ตนอาจหูฝาดได้ยิน

จู่ๆก็รู้สึกว่าช่างเป็นชื่อที่ติดหูจริงๆ

แม่มาลัย...


----------------------------

[1]พระสยามเทวาธิราช เป็นเทวรูป หล่อด้วยทองคำสูง 8 นิ้ว ประทับยืนทรงเครื่องกษัตริยาธิราช ทรงฉลองพระองค์อย่างเครื่องของเทพารักษ์ มีมงกุฎเป็นเครื่องศิราภรณ์ พระหัตถ์ขวาทรงพระแสงขรรค์ พระหัตถ์ ซ้ายยกขึ้นจีบดรรชนีเสมอพระอุระ องค์พระสยามเทวาธิราชประดิษฐานอยู่ในเรือนแก้วทำด้วยไม้จันทน์ ลักษณะแบบวิมานเก๋งจีน มีคำจารึกเป็นภาษาจีนที่ผนังเบื้องหลัง แปลว่า "ที่สถิตแห่งพระสยามเทวาธิราช" เรือนแก้วเก๋งจีนนี้ประดิษฐานอยู่ในมุขกลางของพระวิมานไม้แกะสลักปิดทอง ตั้งอยู่เหนือลับแลบังพระทวารเทวราชมเหศวร์ ตอนกลางพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง




-----------------------------------------------------

ชอบไม่ชอบเม้นบอกกันได้น้า ใครมาประจำที่รอแล้วแสดงตัวกันด้วยล่ะ ฉันอยากจะรู้ว่ามีคนรอเรื่องนี้กันม้ายยยยยย

ปล.ฝากกดติดตามเพจด้วยนะแจ๊ะ อย่าให้เจ้ต้องลงมือ!





ผลงานทั้งหมดของ "เฌอมา" 



 


  ฝากเพจด้วยจ้าา 





 
___________________________________________________________________________________________________________________________________

นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นตามจิตนาการและความคิดของผู้แต่งเท่านั้น ทั้งตัวละคร เนื้อเรื่อง สถานที่ ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงบุคคลที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มอรรถรสเนื้อหาของนิยายให้มีความน่าสนใจขึ้นเท่านั้น ผู้อ่านที่รักโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ

นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 
ห้ามคัดลอก  ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งใน นิยายไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นการกระทำที่มีความผิดทางกฎหมายตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติที่ได้ระบุไว้และจ่ายค่าเสียหายตามแต่เจ้าของผลงานจะกำหนด
[ สำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ สมาคมนักเขียน ]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.044K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9,555 ความคิดเห็น

  1. #9038 Mickey&Minny (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 11:08
    แค่เริ่มอ่านก็รู้สึกว่าจะเศร้าเลยค่ะ...แต่เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
    #9,038
    0
  2. #9030 DarK DeviL (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 21:41
    มณเฑียร เขียนแบบนี้หรือเปล่า น่าจะ น่าสนใจ คงจะเขียนแบบนี้กระมัง หน้า คำนี้ น่าจะเป็นใบหน้ามากกว่าค่ะ
    #9,030
    0
  3. #8143 Phakamas2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 23:19
    ชอบค่ะได้ความรู้หลายอย่างเลย
    #8,143
    0
  4. #4611 goldpaddy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 23:41
    กรี้ดดด เค้าได้ยินเสียงกันแล้วจร้าาา
    #4,611
    0
  5. #4021 the_ZKM (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 12:00
    ติดตามค่ะ โหยหาพีเรียดไทยมากๆค่ะ
    #4,021
    0
  6. #3490 Ammiee_Ammiee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 22:23
    จะดราม่าไหมนะ
    #3,490
    0
  7. #3126 konlakon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 12:59
    ฝรั่งเศส นะคะอ่านแล้วขัดไปหน่อย
    #3,126
    0
  8. #3002 Lovebook333 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 21:12

    ชอบจังเรื่องนี้
    #3,002
    0
  9. #2276 ข้าน้อย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 09:52

    ชอบพระสยามด้วยจร้า

    #2,276
    0
  10. #2118 rujira sassana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 14:52
    รอเธอมานานแสนนานน~~😊 ไม่เจอแม่ช่อ มารอหญิงเมฆแทนก็ได้ค่า^^
    #2,118
    0
  11. #1955 pen12345 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 11:08

    คำว่ารูปถ่ายหลายร้อยปีน่าจะไม่ถูกนะคะ​ น่าจะเป็นร้อยกว่าปีน่าจะเหมาะกว่านะคะ

    #1,955
    0
  12. #1867 หนูหริ่ง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 17:28

    ภาษาสละสลวย อ่านแล้วคิดภาพตามได้ ถึงแม้จะมีคำผิดบ้างเล็กน้อยแต่โดยรวมถือว่าน่าอ่านมากทีเดียวค่ะ

    #1,867
    0
  13. #1651 MinikoSong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 15:42
    สนุกมากค่าา
    #1,651
    0
  14. #1026 MarmeawNathada (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 18:36
    ชอบนิยายแนวนี้มากเลยค่ะไรต์
    ยังมีคำสะกดตกหล่นนิดหน่อย แต่รวมๆแล้วอ่านรื่นไหล สนุกมากๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1,026
    0
  15. #516 FaiKon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 14:15
    ชอบบบบบบบบบบบบบ ฮืออออออออออ
    #516
    0
  16. #498 mamon22 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 16:17
    มาอ่านอีกรอบเเล้ว
    #498
    0
  17. #449 คุโรคิคิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 23:34
    ขนลุกอะ
    #449
    0
  18. #437 Bell-snr (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 21:44
    อ่านแต่ละตอนไม่อยากจะให้จบเลย ค่อยๆอ่าน ไล่สะกดทีละตัวเลยทีเดียว กลัวจะไม่มีให้อ่านต่อ5555
    #437
    0
  19. #389 เปีย จะบอก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 09:18
    แง้ น้ำตาจะไหลค่า ไม่กล้าเลื่อนอ่านเร็วเลยกลัวจบตอนไว อ่านแล้วก้กลับไปอ่านซ้ำอีกเพราะทับใจ TT
    #389
    0
  20. #361 poy_plk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 06:06
    เราเคยได้โอกาสเรียนที่โรงเรียนวิทยาลัยในวังหญิง และเคยได้เข้าไปกราบพระสยามเทวาธิราชเมื่อตอนจบหลักสูตรด้วย อ่านแล้วระลึกถึงวันนั้นเลยค่ะ
    #361
    0
  21. #359 me aw (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:23
    รอเสมอคะ
    #359
    0
  22. #341 connect.m (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 22:11
    รอออออออ ไม่เร่งแต่รออออออออนะเฌออ5555
    #341
    0
  23. #339 แนะนำ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 21:54
    ถ้าให้หญิงเมฆมียศเป็นหม่อมราชวงศ์ น่าจะเรียกลำลองว่า คุณหญิงเมฆนะคะ เพราะถ้าเรียกท่านหญิงเมฆ ยศต้องเป็นหม่อนเจ้าหญิงนะคะ
    #339
    1
    • #339-1 เฌอมา(จากตอนที่ 3)
      21 มกราคม 2561 / 22:18
      จ้า พึ่งเรียงผังเสร็จวันนี้ ยังไม่ได้ไล่แก้ที่แต่งไปเลย แปบน้า
      #339-1
  24. #334 0856964942 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 04:39
    มาอับเร็วๆน่ะ
    #334
    0
  25. #333 ธัญญ์ธารา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 01:16
    รอเรื่องนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้วสนุกมากเลย
    ขอบคุณไรท์มากๆค่ะ.
    #333
    0