Fic Naruto Angel heart หัวใจนางฟ้า

ตอนที่ 6 : บทที่4 อดีตของสองเรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 283
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    4 พ.ย. 61

 

หลังจากที่อิทาจิลากซาโซริให้ออกมาไกลจากที่พักพอสมควรแล้วจึงตัดสินใจเข้าเรื่อง

“ดูเหมือนว่าจะมีคนที่ใช้พลังพิเศษได้เหมือนเด็กคนนั้นด้วยนะ”

“จริงดิ”หนุ่มหัวแดงสะดุ้ง”ยังจะมีอีกเรอะ”

“ตอนนี้ดูเหมือนว่าเด็กคนนั้นจะไม่รู้อะไร เราควรจะคุมเด็กคนนั้นไว้ก่อน อย่าให้แสงอุสาหรือพวกโอโรจิมารุรู้จะดีกว่า ไม่งั้นยุ่ง ระหว่างนี้นายก็อย่าไปขัดใจเด็กนั่นก็แล้วกัน ไม่งั้นนายน่าจะรู้นะ”

ซาโซริกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก เมื่อเห็นเด็กสาวสร้างเปลวเพลิงและควบคุมแม่เหล็กได้ งานนี้เค้าควรจะระวังให้มาก คิดได้ก็บ่นลอยๆ”ขนาดเป็นนินจายังร้ายขนาดนั้นแล้วถ้าเป็นพวกใช้พลังจะร้ายขนาดไหน”

“นายกลัวรึ”

“เปล่าแค่ไม่อยากเสี่ยง เพราะตอนนี้ร่างของชั้นมันเป็นร่างเนื้อจริงๆไม่ใช่หุ่นอีกแล้ว”

“ชั้นเข้าใจ เอาเป็นว่าเรากลับไปเฝ้าเด็กคนนั้นก่อนเถอะ เดี๋ยวเกิดอะไรขึ้นไม่รู้ด้วยนะ”

“อื้ม”

อีกด้าน

เด็กหนุ่มผมชมพูที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วแสงบ่นกับตัวเอง“ท่าทางด้านมืดกำลังเริ่มต่อต้านแล้วสินะ ถ้าเกิดคลุ้มคลั่งอีก..พวกนั้นถึงขนาดส่งเจ้ารูอิมาเองแบบนี้”จมูกไวดีแฮะ แต่ถึงยังไง ชั้นก็จะไปถึงก่อนอยู่ดี”

ทางด้านซากุระที่ตอนนี้พยายามข่มตาให้หลับแต่ดั๊นไม่หลับเพราะกังวลเหลือเกินว่า พรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีก แค่นี้สำหรับเธอมันก็คือฝันร้ายดีๆนั่นแหละ แค่ต้องไปเจอผู้หญิงคนนั้นเธอก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบๆแล้ว เด็กสาวพลิกตัวไปมาอยู่นานสุดท้ายความง่วงก็เข้าครอบงำแล้วเข้าสู่ห้วงนิทรา

เวลาเดียวกัน

รูอิที่ไล่ตามหา เด็กสาวคนนั้น ต้องหยุดชะงัก”ออกมาบลังก้า”

ร่างบอบบางของเด็กสาวผมสีเงินตัดสั้นเข้ากับดวงหน้ารูปไข่สวย ผิวขาวเนียน ในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน ตาสีแดงดั่งทับทิมสวยจ้องมองมาที่เค้า”ท่านผู้นั้น ต้องการให้นายไปที่ท่าเรือทางใต้”

เค้าเดาความคิดผู้เป็นนายออก“แผนเปลี่ยนสินะ”

“ใช่ เอ้า นี่คือจดหมายที่ท่านผู้นั้นส่งถึงนาย ชั้นบอกคนของเราแล้ว พวกนั้นไปรอที่ท่าเรือทางใต้แล้ว”บลังก้ายื่นจดหมายส่งให้ชายหนุ่มผิวเข้ม”เดี๋ยวชั้นจะกลับไปรายงานท่านผู้นั้นก่อน”

“ไปเถอะ”

รูอิเปิดจดหมายคำสั่งมาดู “ไอรีนจะไปที่นั่นจริงเหรอ?”ว่าจบก็แหงนหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำที่ดวงจันทร์วันนี้ดูกระจ่างใส”ตอนนี้เธอคงจะกำลังหลับอยู่สินะไอรีน”

อีกด้านทางโคโนฮะจำต้องเดินทางกลับหมู่บ้าน

สำหรับนารูโตะนั้นแทบจะทำใจไม่ได้ที่ต้องโกหกเรื่องซากุระตายเพราะโดนแสงอุสาสังหารส่วนซาสึเกะหนีไปได้ ทั้งหมดก็เพื่อปกป้องซากุระ

นารูโตะทำได้แต่ร้องไห้ในใจ เค้าแสนจะเจ็บปวดที่สุด ทำไมต้องเสียเพื่อนรักไปอีก

ในตอนนี้ทุกคนกำลังพักเอาแรง

นารูโตะนั้นซึมพูดแบบถามคำตอบคำ คิบะบ่น”เจ้านารูโตะไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนี่นา”

ชิโนะออกความเห็น”ช่วยไม่ได้ก็เค้าเสียคนที่รักไปนี่นา เป็นใครก็ทำใจลำบาก แต่ขืนไล่ตามซากุระไป พวกเราอาจจะแย่ พวกผู้ใช้พลังพิเศษไม่ได้มีแค่คนเดียว”

ยังไม่ทันที่สองหนุ่มจะสนทนากันต่อ ก็มีคนๆหนึ่งเดินมา คนๆนั้นคือรูอิ

หนุ่มผิวเข้มยิ้มให้อย่างจริงใจ”ผมมีบางอย่างอยากจะบอกพวกคุณครับ”

คาคาชิเอ่ยถาม”เรื่องอะไร”
“เรื่องของไอรีน อีกหนึ่งอาทิตย์เธอจะไปที่ท่าเรือทางใต้”

ยามาโมโตะนึกถึงท่าเรือทางใต้ที่อยู่ใกล้ที่สุด”ท่าเรืออามิกิ”

“ถูกแล้ว อีกหนึ่งอาทิตย์ไอรีนจะไปที่ท่าเรืออามิกิ ถ้าอยากได้เธอคืนตอนนี้เธอยังคงเป็นมนุษย์อยู่”

คาคาชิเอ่ยถาม”ดูเธอมั่นใจเรื่องนี้มากเลยนะ”

หนุ่มเข้มหันหลังพลางแสยะยิ้ม”เพราะว่าคนๆนั้นกำลังเรียกเธอครับ ถ้าอยากได้เธอคืนก็ไปชิงตัวเธอที่ท่าเรืออามิกิซะ! ลาก่อน เดี๋ยวเราได้เจอกันที่ท่าเรืออามิกิ”ว่าจบรอบๆร่างของรูอิก็เกิดพายุหิมะขึ้น และแล้วร่างของชายหนุ่มก็ค่อยๆสลายหายไปขณะที่ร่างของรูอิกำลังหายไปนั้นเค้าได้เอ่ยบางอย่าง

”ถ้าถามว่าทำไมผมถึงมาบอก ก็เพราะถ้าไม่มีพวกที่ไปขัดขวาง ก็ไม่สนุกน่ะสิ การแสดงฉากใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นอย่าลืมไปชมล่ะครับ ถือซะว่านี่คือคำเชิญ”ว่าจบชายหนุ่มหายไปราวกับอากาศธาตุ

นารูโตะโพลงขึ้น”เราเดินทางไปที่ท่าเรือนั่นเถอะ”

จิไรยะแย้ง”ช้าก่อนนารุโตะ ลางสังหรณ์ของชั้นบอกว่าเจ้านั่นมีจุดประสงค์บางอย่าง ทางที่ดีอย่าไปดีกว่านะ”

คาคาชิใช้เหตุผลเข้ากล่อม”จริงของท่านจิไรยะ นารุโตะ ชั้นว่าพวกเราเหมือนไปเป็นแค่เครื่องมือของเจ้านั่นมากกว่า”

“ผมไม่สน ผมจะพาซากุระจังกลับมา ผมไปคนเดียวก็ได้”

“เดี๋ยวก่อนนารุโตะ มันอันตรายเกินไปนะ”ยามาโตะร้องห้าม

ซาอิสนับสนุน”ถูกแล้วครับ ผมว่าเรากลับไปตั้งหลักก่อนเถอะ ไม่รู้ว่าคนๆนั้นคิดอะไรอยู่”

ชิโนะเสนอทางออก”งั้นเรารอกำลังเสริมก่อนดีกว่า คนยิ่งมาก ยิ่งดีนะ”

คาคาชิคิดอยู่ครู่ ก่อนจะทำการอัญเชิญสุนัขนินจาของตนมา”เราจะแบ่งออกเป็นสองทีม ให้ฮินาตะ ยามาโตะ ซาอิ คิบะ ไปกับนารูโตะ ส่วนที่เหลือรอกำลังเสริมที่นี่ ระวังตัวด้วย”

จิไรยะเอ่ยขึ้น”งั้นชั้นไปกับนารูโตะด้วยก็แล้วกันนะ”

“ครับ ท่านจิไรยะ”

ทั้งหมดทำการแยกย้าย ชิโนะถามขึ้น”ทำไมอาจารย์คาคาชิเสนอแบบนี้ล่ะครับ”

คาคาชิจึงเฉลย”เพราะว่าห้ามนารูโตะไปก็ห้ามไม่อยู่หรอก เผลอๆจะแอบหนีไป ให้ไปโดยที่มีพวกเราไปด้วยน่าจะดีกว่า อย่างน้อยน่าจะพอช่วยกันได้บ้างนะ”

“อย่างนี้นี่เอง”

ทางด้านอิทาจิ

หลังจากที่คุยกับซาโซรินั้นก็กลับมาเฝ้าเด็กสาวที่นอนอยู่ในห้อง ในยามหลับของเด็กสาวช่างไร้เดียงสา เค้าแทบไม่น่าเชื่อว่าเธอจะมีพลังอันแสนร้ายกาจ เค้าอดยิ้มไม่ได้นี่เราจะเป็นโลลิค่อนเหมือนเจ้านั่นเข้าไปทุกทีๆสินะในตอนนี้เค้าต้องหาทางพาเธอไปอยู่ที่ๆปลอดภัยซะก่อน

ฉับพลันคนที่คิดว่าหลับอยู่กลับลืมตาโพลง อิทาจิทัก”นอนไม่หลับรึไง”

“ไม่ค่ะ พี่อิทาจิหนูมีเรื่องอยากจะถามช่วยตอบตามความจริงด้วยนะคะ”

“ว่ามาสิ”

“คนที่ชื่ออุจิวะ คิชิโร่ยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหมคะ”

บุคคลที่เด็กสาวถามถึงทำเอาอิทาจิ อึ้งไปเล็กน้อย”ไม่รู้สิ พี่ไม่ได้เจอเจ้านั่นมาตั้งเจ็ดแปดปีแล้ว แต่เจ้านั่นมันก็หัวแข็งตายยากอยู่นะ”

“เหรอคะ”

“หรือว่าเธอจะเป็นเด็กคนนั้น”

“หือ”

“ก่อนเจ้านั่นจะออกจากหมู่บ้านไปเจ้านั่นช่วยเด็กผู้หญิงไว้คนหนึ่ง ท่านรุ่นสามได้หาครอบครัวให้เด็กคนนั้นและเจ้านั่นก็ออกจากโคโนฮะ มันมาร่ำลาชั้นเป็นคนสุดท้าย”

“เหรอคะ และพี่คิชิโร่นิสัยดีมั้ย”

“อืมถ้าชั้นเป็นดวงจันทร์หมอนั่นก็เป็นดวงอาทิตย์ล่ะมั้ง เป็นคนที่มีรอยยิ้มสดใส รักพวกพ้อง”

เด็กสาวยิ้มพลางมองถุงมือของตน”พี่คิชิโร่เหมือนดวงอาทิตย์จริงๆนั่นแหละค่ะ”

“งั้นเราคือเด็กคนนั้นนี่เอง”อิทาจิยิ้มน้อยๆ”ไม่นึกว่าจะมาเป็นนินจานะ”

“ก็พี่คัทสึยะให้เป็นนี่คะ”

“เธอรู้จักหมอนั่นด้วยเหรอ”

“ค่ะ ก็เมื่อวานก่อนพี่คัทสึยะเพิ่งฝากถุงมือคู่นี้มาให้หนูนะคะ ในจดหมายบอกว่า พี่คิชิโร่ซื้อให้”

“แล้วทำไมเราถึงถามเรื่องที่เจ้านั่นมีชีวิตอยู่รึเปล่า ล่ะ”

“ก็ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา พี่คิชิโร่ไม่เคยมาที่โคโนฮะเลย มีแต่พี่คัทสึยะมาก็เท่านั้น”

“เหรอ พี่ว่าเราหลับเถอะนะ”ว่าจบก็ดึงผ้าห่ม ห่มให้เด็กสาว แต่เหมือนจะนึกบางอย่างได้”ว่าแต่เราไปเจอกับคิชิโร่ได้ยังไงน่ะ”

“ตอนนั้น

เมื่อเจ็ดปีก่อน

กลางทะเลอามิกิ มีซากเรือลอยอยู่มากมาย และมีร่างของเด็กหญิงวัยแปดขวบที่เกาะซากเรือนอนอยู่ อุจิวะ คิชิโร่ วัยสิบห้าที่กำลังเดินทางกลับโคโนฮะอยู่นั้นเห็นร่างน้อยที่กำลังจมรีบคว้าร่างนั้นไว้ได้ทัน

เค้าตรวจชีพจรดูก็พอรู้ว่าเด็กน้อยยังมีลมหายใจอยู่เค้าจึงพาเธอไปหาหมอทันที(ป..นินจาเดินบนน้ำได้นะจ๊ะ) เดินทางกันสักพัก เด็กน้อยในอ้อมแขนลืมตา นินจาหนุ่มเอ่ยถามด้วยความห่วง”เป็นยังไงบ้าง”

เด็กน้อยรู้สึกงุนงงเล็กน้อย คิชิโร่จึงยื่นกระติกน้ำให้”ดื่มซะ”ร่างสูงค่อยๆบรรจงป้อนน้ำให้เด็กน้อยที่อ่อนเพลีย เมื่อดื่มเสร็จ

“ขอบคุณค่ะ”น้ำเสียงของเด็กหญิงตัวน้อยทำให้ชายหนุ่มหน้าขึ้นสี น้ำเสียงช่างไพเราะเหลือเกิน

“ไม่เป็นไรจ้ะ”

หลังจากนั้นคิชิโร่จึงได้รู้ว่าเด็กน้อยนั้นความจำเสื่อม จำไม่ได้แม้แต่ชื่อของตน เค้าจึงตั้งชื่อให้เธอว่า ซากุระ

ทั้งสองเดินทางไปเรื่อยๆ โดยที่คิชิโร่จะแบกเด็กน้อยใส่หลังไป ตลอดการเดินทางเค้ามักจะเล่าเรื่องราวของนินจาให้เด็กสาวฟัง จนกระทั่ง เค้าพาเธอมาหาท่านโฮคาเงะรุ่น3 พอท่านสามารถหาครอบครัวที่สามารถรับเลี้ยงเธอได้  จากนั้นเค้าและเธอก็จากกัน หลังจากนั้นเค้าคนนั้นก็ไม่ได้พบเจอกันอีกเลย มีเพียงจดหมายที่เค้าคนนั้นฝากเพื่อนมาให้เธอ

“เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ”

“เหรอ”มือหนาลูบแก้มนวลอย่างเบามือ”นอนเถอะ”

พอนินจาหนุ่มได้ออกมาจากห้อง

สักพักเพื่อนผมแดงก็วิ่งกระหืดกระหอบมา”ชั้นสัมผัสจักระของน้องแกได้ มันกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้”

“ซาโซริ นายพาซากุระหนีไปก่อน ชั้นจะรับมือซาสึเกะเอง”ว่าจบเค้าก็เข้าไปในห้องแล้วปลุกเด็กสาวให้ตื่นขึ้น”ตื่นๆซากุระ”

“อะไรคะ”

“รีบหนีไปกับซาโซริซะ พี่จะรับมือกับซาสึเกะเอง”

“ไม่นะคะ เค้าฆ่าพี่แน่ เราหนีไปด้วยกันเถอะ”

“ไปซะ เดี๋ยวพี่จะตามไป”

เด็กสาวเม้มริมฝีปาก“สัญญากับหนูได้ไหม”เธอเว้นช่วงเล็กน้อย”ว่าจะตามมา”

“สัญญาจ้ะ”ว่าจบอิทาจิก็ฉุดร่างบางให้ลุกขึ้น แล้วพาไปเจอซาโซริ”ฝากด้วยล่ะ”

“เออ ไปกันได้แล้ว ยัยหนู”

อิทาจิมองสองร่างที่วิ่งไปไกลแล้วจนลับตา”ขอโทษนะซากุระ พี่อาจจะผิดสัญญากับเราก็ได้”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น