Fic Naruto Angel heart หัวใจนางฟ้า

ตอนที่ 5 : บทที่3 มารร้ายลืมตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    4 พ.ย. 61

ในตอนนี้ซากุระนั้นไร้เรี่ยวแรงเจ็บทั้งแผล อกซ้ายและที่หลังคอ ในตอนนี้ซาอิ ยามาโตะ คิบะ ชิโนะต่างช่วยนารูโตะและคาคาชิสู้กับซาสึเกะ  ฮินาตะคอยเฝ้าคุ้มครองสาวผมชมพูผู้เป็นศัตรูหัวใจ

ฮิวงะ ฮินาตะนั้นเดิมทีก็ไม่ได้เกลียดซากุระหรอกหากแต่เพราะชายคนที่เธอรักนั้นไม่เคยเหลียวแลเธอเลย เค้าสนใจแต่คนที่กำลังนอนหายใจรวยระรินนี้เท่านั้น

ในตอนนี้ซากุระรู้สึกทรมานเหลือเกิน

ทรมานสินะ

ใครน่ะ

ชั้นจะช่วยเธอเองนะ

เธอจะทำอะไร

มาเถอะ มาทางนี้เลย

จิตใจของซากุระเหมือนถูกดึงเข้าไปในบ่อน้ำที่ลึก

ท่ามกลางเหตุการณ์ที่กำลังต่อสู้อยู่ต้องหยุดลงเพราะเปลวเพลิงสีรัตติกาลที่โพยพุ่งออกมาจากร่างของเด็กสาวผมชมพู ฮินาตะต้องถอยออกมา ด้วยความหวาดกลัว สามารถเรียกความสนใจจากกลุ่มคนที่กำลังสู้

ร่างที่โดนเปลวเพลิงห่อหุ้มกำลังแสยะยิ้มแล้วหัวเราะ” ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ ”แล้วค่อยๆลุกขึ้น

นารูโตะรู้สึกว่าเพื่อนสาวของตนในตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว มันไม่ใช่ตัวเธอเลย เค้าเอ่ยชื่อเธอขึ้น ”กะ..เกิดอะไรกับเธอ..เหรอ..ซากุระจัง”

ร่างในเปลวเพลิงเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะฉีกยิ้ม”ภาษาเอเชียนี่แยกแยะลำบากจังนะ ไม่ได้ตื่นซะนานเลย”เปลวเพลิงที่ห่อหุ้มร่างนั้นได้แยกออก ปรากฏร่างเป็นร่างบอบบางดั่งเดิมแต่สิ่งที่เปลี่ยนคือตาสีมรกตงามนั้นแปรเปลี่ยนเป็นสีโลหิตดั่งปีศาจร้าย รอยยิ้มที่งดงามแต่แฝงรังสีอำมหิต ใบหน้านั้นยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีพลางบิดตัว”ชั้นจะให้รางวัลพวกเธอนะ เอาเป็นว่า”จากรอยยิ้มที่อ่อนหวนก็แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มเหี้ยม”ให้พวกแกเลือกเอาว่าจะตายแบบไหน”ร่างบางนั่งลงเพลิงสีดำแปรสภาพเป็นบัลลังก์สีดำขนาดใหญ่ แล้วเพลิงสีดำอีกสองลูกก็พุ่งเข้าทำร้ายทุกคน ทำเอาทุกคนต้องหนีกันอุตลุด โดยที่ร่างที่นั่งไขว่ห้างบนบัลลังก์เปลวเพลิงนั้นกำลังหัวเราะอย่างเริงร่า ราวกับว่ากำลังชมการแสดงที่แสนสนุก

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ หนีกันเข้าไป พวกแกเลือกเองนะว่าอยากตายแบบเป็นตอตะโกหรือสุกๆ หรืออยากจะได้แบบไม่เหลือเศษซาก ฮ่าๆๆๆๆๆ โชว์สนุกจริงๆ”

ฮินาตะนั้นกำลังจะโดนเพลิงสีดำนั้นเผา”กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!”แต่แล้วโล่น้ำแข็งก็ปรากฏขึ้นคิบะได้ช่องอุ้มตัวเพื่อนร่วมทีมหลบเพลิงสีดำได้อย่างฉิวเฉียด

“ไม่เป็นอะไรนะ ฮินาตะ”

“อืมจ้ะ”

นารูโตะพยายามตะโกนเรียกสติเพื่อน”ซากุระจางงงได้สติทีเถอะ”

คาคาชิเตือนในขณะที่ตนกำลังหลบเปลวเพลิงสีดำ”พอเถอะนารูโตะ”

“รุ่นพี่ ไม่มีทางหนีแล้ว เราโดนเพลิงนั่นล้อมไว้หมด”ยามาโตะรีบเข้ามา”คาถาน้ำยังดับไม่ได้ เพลิงนี้มันร้ายกาจจริงๆ”

เจ้าของเปลวเพลิงสีดำขมวดคิ้ว “คุณสมบัติน้ำแข็งรึ? ใครกัน”

ชายหนุ่มผิวคล้ำหน้าตาคมคาย ผมสีขาวรูปร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำกางเกงยาวสีขาว รองเท้าหนังอย่างดี ก้าวเข้ามา ชายหนุ่มไม่พูดอะไร ทำแต่สะบัดแขนก็ปรากฏแท่งน้ำแข็งพุ่งเข้าหาร่างที่นั่งอยู่บนบัลลังก์หากแต่กระสุนน้ำแข็งไม่อาจเข้าถึงเธอได้ เพราะมันได้ถูกเพลิงสีดำแผดเผาไปเสียก่อน

“เก่งดีนิ”เด็กสาวยิ้มแย้มก่อนจะหุบยิ้ม”แต่แกบังอาจขัดความสำราญของชั้น  แกต้องตาย!”สิ้นเสียงในมือขวาของเด็กสาวก็ปรากฏเพลิงสีดำที่แปรสภาพเป็นเคียวสีดำอันใหญ่

หนุ่มผิวเข้มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน”ไอรีน ได้สติเถอะ”

ขณะเดียวกันซาสึเกะที่หลบเพลิงสีดำแล้วชักดาบออกมาจะจัดการร่างบางที่ถือเคียว หากแต่”เจ้าโง่ จงตายด้วยอาวุธของตัวเองซะเถอะ”นิ้วเรียวสวยของเด็กสาวขยับ ดาบในมือของซาสึเกะก็ไล่ฟันตัวเค้าจนหลบเลี่ยงแทบไม่ทัน เด็กสาวหันไปหาหนุ่มผิวเข้ม พลางกระชับเคียวในมือให้มั่น”ขอโทษที่ให้รอ ชั้นมาฆ่าแกแล้ว”

“สมกับเป็นเจ้าหญิงแห่งรัตติกาลจริงๆ สมแล้วคืนไอรีนมาเถอะ ผมขอร้อง”หนุ่มผิวเข้มอ้อนวอน

“เรื่องอะไร ชั้นติดอยู่ในนี้ตั้งสิบกว่าปี ชั้นไม่ยอมกลับไปแน่ เว้นเสียแต่ว่าแกจะโค่นชั้นได้!”ว่าจบร่างบางก็ถือเคียวอันใหญ่เข้าปะทะกับหนุ่มผิวเข้ม

ฉึก!’

แสงสีขาวได้พุ่งทะลุเข้าที่ไหล่ขวา “ใครกัน!”ร่างบางทรุดลงพลางกุมไหล่แต่ความเจ็บปวดไม่อาจทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปเลย”ช่างลอบกัดเก่งจริงๆ”

ก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งผมสีชมพูใบหน้านั้นสวมหน้ากากจิ้งจอกขาวที่เดินผ่าเข้ามาในเปลวเพลิงสีดำ และหันไปทางพวกนารูโตะ”ถ้าไม่อยากโดนย่างสดก็ไปซะ ชั้นเปิดทางให้แล้ว ไปเร็ว”

“จะไม่มีใครไปไหนทั้งนั้น”สิ้นเสียงเด็กสาวถือเคียวยักษ์สีดำก็พาดเคียวลง เด็กหนุ่มถอยออกมาทันที ”เก่งดีนี่”

ร่างสูงยิ้มน้อยๆ“เธอเองก็ใช่ย่อย ไม่ได้ออกมานานนะตอนนี้คืนยัยนั่นมาได้แล้ว!

ร่างบางฉีกยิ้มหวาน“ไม่คืน ให้นังนั่นมันหลับอยู่ในนี้ดีกว่า”

เด็กหนุ่มสวมหน้ากากพุ่งเข้าจู่โจมก่อนโดยนำปืนสั้นสีขาวสองกระบอกออกมายิงรัวๆ ร่างบางใช้เคียวปัดกระสุน”ไม่ใช่เหล็กสินะ”

หนุ่มผิวเข้มเอ่ย”ปืนเซรามิก”

“ถูกแล้ว ทั้งปืนและกระสุนไม่มีส่วนผสมของแม่เหล็ก ทำจากเซรามิก100% เธอก็ใช้คุณสมบัติพลังแม่เหล็กไม่ได้แล้ว”

ร่างบางยิ้มเยาะ”คิดว่าไม่มีพลังแม่เหล็กแล้วชั้นจะจัดการพวกแกไม่ได้น่ะ”

คลื่นน้ำมหาศาลจากมือของเด็กหนุ่มสวมหน้ากากพุ่งมาทางร่างบาง เช่นเดียวกับเสือน้ำแข็งจากหนุ่มผิวเข้มที่พุ่งเข้ามาทางเธอ หากแต่เพลิงสีดำได้กลายมาเป็นเกราะที่ปกป้องเธอ ทั้งคลื่นน้ำและเสือน้ำแข็งไม่อาจทำอะไรร่างบางที่ถือเคียวได้เลยสักนิด

“ช่างโง่เง่าจริงๆ”

ทางซาสึเกะที่หลบดาบของตัวเองนั้นจำต้องใช้คาถาเคลื่อนย้ายมิติไปจากบริเวณนั้น ดาบที่เคลื่อนไหวจึงหยุด “นี่ชั้นทำให้เธอเป็นอย่างนี้เหรอซากุระ”

เด็กหนุ่มสวมหน้ากากจึงนำปืนคู่มาประกบกัน ปืนคู่สีขาวได้เปลี่ยนเป็นธนู แล้วจู่โจมด้วยธนูแสง ร่างบางใช้เคียวปัดป้อง ส่วนหนุ่มผิวเข้มก็ใช้กระสุนน้ำแข็งเข้าจู่โจม

ทางด้านกลุ่มนารูโตะที่ออกมาจากเปลวเพลิงได้

สำหรับนารูโตะนั้นไม่นึกว่าเพื่อนสาวที่ตนรู้จักจะกลายเป็นปีศาจร้าย ไวเท่าความคิดนารูโตะกลับเข้าไปในวงล้อมเปลวเพลิงอีกครั้ง หากแต่ฮิวงะสาวเข้ามาขวางไว้”อย่านะ นารูโตะคุง นั่นไม่ใช่ซากุระนะ นั่นเป็นปีศาจ”

“ไม่ใช่นั่นคือเพื่อนชั้น คนที่ชั้นรัก”

คำว่ารักที่มีต่อเพื่อนสาวในทีมนั้นทำเอาฮินาตะสะอึกไม่นึกว่าจะได้ยินคำนี้จากปากของนารูโตะ  ฮินาตะนึกแค้นอยากจะให้ฮารุโนะ ซากุระหายไปเหลือเกิน

กลับมาทางด้านร่างบางที่ถือเคียวดำ ในตอนนี้เธอต้องปัดลูกธนูแสงและกระสุนน้ำแข็ง ทำให้เธอไม่สามารถโต้กลับได้ รอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนดวงหน้า”พวกแกสองคนเล่นกับเจ้านี่ไปก่อนก็แล้วกัน”ว่าจบเคียวในมือของเด็กสาวก็แปรเปลี่ยนเป็นสุนัขสามหัวสีดำขนาดมหึมา เข้าจู่โจมสองหนุ่ม

แล้วกระโดดไปขวางหน้า พวกนารูโตะพลางยิ้มหวานหากแต่มันเป็นรอยยิ้มที่ชวนขนลุกเหลือเกิน”รอนานไหมจ๊ะ อย่านึกนะว่าพวกแกจะรอด”หากแต่ร่างบางเดินไปไม่กี่ก้าว

ฉึก

เด็กหนุ่มสวมหน้ากากใช้ดาบที่ทำจากแสงแทงเข้าที่อกซ้ายของร่างบาง

ร่างที่ถูกแทงกระอักเลือกปริ่มๆ”กะแก รอดจากเพลิงขะ..ของชั้นได้ยังไง”

“อาศัยความเร็วแสงยังไงล่ะ เอายัยนั่นคืนมา”ว่าจบเด็กหนุ่มก็ยิ่งฝังดาบลึกจนทะลุอกซ้าย

“หึหึหึ อย่านึกว่าชั้นจะหยุดอยู่แค่นี้ ชั้นจะกลับมาอีกแน่ จะกลับมาฆ่าพวกแก ทุกคน!!”ร่างบางหัวเราะอย่างคลุ้มคลั่ง และร่างนั้นก็หมดสติเช่นเดียวกับดาบแสงได้หายไป เด็กหนุ่มสวมหน้ากากเข้าพยุงร่างบาง เพลิงสีดำที่เคยแผดเผาบัดนี้ได้หายไปแล้วมีสิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือท้องทุ่งที่ถูกเพลิงดำแผดเผาจนกลายเป็นทุ่งร้าง

พวกนารูโตะรีบวิ่งเข้ามาหาเด็กหนุ่มสวมหน้ากาก พวกเค้าต้องแปลกใจที่อกของเพื่อนสาวตนไม่มีรอยแผลเลย จะมีก็มีแต่แผลที่โดนมีดคุไนปักอยู่ เด็กหนุ่มค่อยๆดึงคุไนที่ปักไหล่ขวาออกอย่างเบามือเพราะมีดคุไนที่ปักอยู่ที่ไหล่นั้นมันลึกมาก

หนุ่มผิวเข้มจึงปล่อยกระสุนน้ำแข็งออกมา  แต่ก็ไม่อาจทำอะไรเด็กหนุ่มสวมหน้ากากได้เพราะกระสุนน้ำแข็งได้แตกสลายกลายเป็นผงไปแล้ว

“ปล่อยมือจากเธอ”

“อ้าว ชั้นนึกว่าแกตายไปแล้วนะรูอิ”

“พอดี ผมหนังเหนียวน่ะ”หนุ่มผิวเข้มยิ้มแย้มและแล้วสีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด”ส่งเธอมา”

หนุ่มสวมหน้ากากกอดร่างบางไว้แน่น”ขอปฏิเสธ ถ้าอยากได้ ต้องฆ่าชั้นซะก่อน”ว่าจบก็ผลักร่างบางไปหาคาคาชิที่อยู่ใกล้ที่สุด”ฝากด้วย” จบคำสองหนุ่มก็เข้าห่ำหั่นกันด้วยพลัง

กลุ่มโคโนฮะจำต้องถอยออกมา คาคาชิดูอาการร่างในอ้อมแขนที่แน่นิ่งไป”ยังหายใจ”

นารูโตะเข้ามาถาม“เอาไงดีครับอาจารย์คาคาชิ”

“กลับโคโนฮะก่อน เรื่องซาสึเกะค่อยว่าทีหลัง”

“ครับ/ค่ะ”

แต่แล้วก็มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้น”แต่ชั้นขอตัวเด็กคนนี้ไปก่อนนะ”

คาคาชิรู้สึกตัวว่าใครบางคนยืนอยู่ข้างหลัง พอนินจาก๊อบปี้หันไปร่างในอ้อมแขนก็ถูกพาตัวไปเสียแล้ว

“หยุดนะโว้ย!!”เด็กหนุ่มสวมหน้ากากโวยในขณะที่หนุ่มผิวเข้มละจากการต่อสู้ไล่ตามชายชุดเมฆแดง

ส่วนซาสึเกะเองก็รีบเก็บดาบแล้วพยายามไล่ตามไปหากแต่ แส้แสงได้พุ่งเข้ามารัดคอเค้าเข้า เด็กหนุ่มสวมหน้ากากกระชากอุจิวะหนุ่มกระแทกพื้นเต็มแรง”จะ-หนี-ไป-ไหน ขอชั้นตื้บแกซักป้าบก่อนเด้!”ว่าจบเด็กหนุ่มสวมหน้ากากก็ระดมเท้ากระทื้บที่ใบหน้าของอุจิวะหนุ่มชนิดไม่ยั้ง

นารูโตะเข้ามาห้าม”พอได้แล้วนาย”

“ไม่!มันบังอาจทำให้ฝาแฝดของชั้นเจ็บ มันก็ต้องเจ็บด้วยเป็นร้อยเท่า!

“ฝาแฝด”คาคาชิงงเป็นไก่ตาแตก

หนุ่มสวมหน้ากากใช้มือข้างหนึ่งปลดหน้ากากออก อีกข้างยังคงใช้เชือกแสงรัดคอซาสึเกะอยู่

ใบหน้าของเด็กหนุ่มทำเอาทุกคนตะลึง ใบหน้าที่ซ่อนภายใต้หน้ากากนั้นช่างเหมือนกับซากุระเหลือเกินหากแต่ต่างกันก็แค่เพศและสีตาก็เท่านั้น โดยเด็กหนุ่มคนนี้มีตาสีฟ้า ที่แฝงประกายเหี้ยมในตัว

”ชั้นคือพี่ชายฝาแฝดยัยนั่นชัดไหม!

คาคาชิจึงเข้ามาไกล่เกลี่ย”ชั้นว่าเราตามไปช่วยซากุระก่อนเถอะ”

“ค่อยตามไปก็ได้ หลังจากอัดเจ้านี่ หนำใจแล้วนะ”นั้นเสียงของเด็กหนุ่มแฝงไว้ด้วยความอำมหิตจนคนอื่นต้องถอยห่าง

เด็กหนุ่มผมสีหวานยิ้มแย้มก่อนจะมองร่างที่อยู่ใต้เท้าของตน”นายนี่หน้าคุ้นๆนะ เหมือนเจ้านั้นจริงๆแต่นิสัยคนละอย่างเลยแฮะ”เด็กหนุ่มหัวเราะคิกๆก่อนจะเอ่ยต่อ”เจ้านั้นน่ะ ให้เกียรติ์ผู้หญิงเสมอถึงแม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นศัตรูก็ตาม”

นารุโตะเข้าห้ามเมื่อเด็กหนุ่มผมชมพูจะกระทืบเท้าใส่เพื่อน”หยุดเถอะเดี๋ยวก็ตายหรอก!

เด็กหนุ่มผมชมพูตวาดกลับ”และทีเพื่อนของแกทำกับน้องของชั้นล่ะ!เมื่อกี้โชคดีแค่ไหนแล้วที่คลุ้มคลั่งจนตาย”

“คลุ้มคลั่ง?”โคโนฮะทุกคนงุนงง

อีกด้าน

อิทาจิที่กำลังพาร่างในอ้อมแขนหนีอยู่นั้น เค้ามองดูแล้วในตอนนี้เธอน่าจะหมดพิษสงไปแล้ว”แต่ยังวางใจไม่ได้แฮะ”เมื่อเค้าเห็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาโดยตลอด แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเพลิงสีดำที่มีพลังมหาศาลมากกว่าเทวีสุริยานั้นจะเป็นฝีมือของร่างในอ้อมแขนของเค้า แถมแผลที่โดนคุไนปักไว้ก็ค่อยๆสมานตัว “อย่างกับพวกพลังสถิตร่าง แต่ไม่ใช่”เด็กคนนี้ดูอันตรายกว่า

ภายในใจของซากุระ

ร่างบอบบางของเด็กสาวผมสีชมพูยาวปะบ่าในชุดกระโปรงสีขาวยืนอยู่ที่รกร้างในสภาพเหม่อลอยแต่แล้วเธอก็รู้สึกว่ามีของเหลวมาสัมผัสที่เท้าของเธอ ดวงตาสีมรกตเบิกกว้าง นั่นคือเลือด และที่อยู่ตรงหน้าของเธอคือศพมากมายที่อวัยวะถูกฉีกกระจัดกระจายไปทั่ว จนเธอร้องไม่ออก

“ชอบรึเปล่าล่ะ นี่น่ะแค่ภาพลวงตานะ”เสียงแหลมเอ่ยขึ้น

ซากุระหันไปมองทางต้นเสียง ร่างนั้นนั้นคือผู้หญิงดำผมยาวผิวขาวซีดใส่ชุดประโปรงสีดำที่เธอเคยเจอมาแล้ว สาวผมดำแสยะยิ้ม”ถ้าเธออยากจะทำให้มันเป็นจริง ก็ง่ายๆเพียงแค่เธอยกร่างเธอให้ชั้น”

ซากุระปฏิเสธเสียงแผ่ว”ไม่ชั้นไม่ต้องการแบบนี้

“เธอน่ะ มันไม่ใช่มนุษย์หรอกนะ

“ไม่ๆ ชั้นเป็นมนุษย์”

“ฮิ ฮิ ฮิ อย่าปฏิเสธเลยน่า

“ไม่ๆ ม่ายยยยยยยยยย!

เด็กสาวลืมตาโพลง ในตอนนี้เธอรู้สึกว่าเธออยู่ในห้องเล็กๆ ร่างบางชันกายขึ้นแต่แล้วอาการปวดที่ไหล่ขวาก็แปล๊บขึ้นมา”อุ้บ”

“ฟื้นแล้วรึ? แหมนึกว่าตายซะแล้ว”เสียงยียวนอันคุ้นเคยดังขึ้น

ซากุระข่มความเจ็บมองไปทางต้นเสียง”นี่แก..ยังไม่ตายเหรอ”ที่มาของเสียงคือ อากาซึนาโนะ ซาโซริ

ซาโซริมองร่างที่เพิ่งฟื้นพลางควงคุไนเล่น “ย่าชั้นเป็นยังไงบ้างล่ะยัยหนู”

“ตายแล้ว”คำตอบที่ห้วนๆของเด็กสาวทำเอานินจาหนุ่มนิ่งไปครู่

“ดีจัง ชั้นจะได้ไม่เปลื้องมือฆ่าอีแก่นั่น”

คำพูดอันไร้หัวใจของซาโซรินั้นทำให้ซากุระฉุนจัด จึงจ้องที่คุไนในมือของซาโซริ

มีดคุไนหลุดออกจากมือของนินจาหนุ่ม มันกลับพุ่งเข้ามาหาเค้าหมายจะเอาชีวิต ทำให้เค้าต้องหลบ ใช่แล้วตอนนี้ร่างกายของเค้าหาใช่หุ่นไม่หากแต่มันคือร่างกายที่แท้ของเค้าที่มีเลือดเนื้อจริงๆเป็นร่างจริงที่เค้าเก็บรักษามันไว้ อายุจึงถูกหยุด”ยัยเด็กบ้า ทำอะไรน่ะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ!

อิทาจิที่เข้าห้องมาพร้อมกับจานข้าวปั้นตกใจมากที่เพื่อน?ผมแดงกำลังหลบคุไนที่พุ่งมาอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำให้เค้าต้องใช้เนตรวงแหวนย้ายซาโซริไปที่มิติอื่นแทน มีดคุไนที่เคลื่อนไหวจึงหยุดทันที

อิทาจิก็หันไปถามเด็กสาว”หิวไหม กินนี่ก็แล้วกัน ไม่เป็นอันตรายหรอก”

ซากุระยังคงนิ่ง เธอนึกแปลกใจคนๆนี้ต่างจากที่เธอคิดไว้มากเลยทีเดียว ดูแล้วท่าทางสุภาพและอ่อนโยนกว่าซาสึเกะเยอะ….ใช่พี่น้องร่วมท้องพ่อท้องแม่กันจริงๆรึเปล่าเนี่ย

“มีอะไรรึเปล่า ขอโทษนะที่ตอนนี้มีแต่ข้าวปั้นน่ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณ”ซากุระรับข้าวปั้นมากัดกิน มันช่วยให้เธอมีเรี่ยวแรงมาก

หลังจากกินข้าวปั้นไปหมดก้อน อิทาจิยิ้มให้อย่างอ่อนโยน”กินอีกสิ เธอคงจะไม่ได้กินอะไรมานาน”

“ไม่ล่ะคะ ขอบคุณ ข้าวปั้นก้อนใหญ่ขนาดนี้หนูกินไม่หมดหรอก”

ทั้งคู่นิ่งเงียบไปนานจนอิทาจิเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน

“เธอจำอะไรได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”ชายหนุ่มส่งน้ำให้เด็กสาวดื่ม

เด็กสาวส่ายหน้าแล้วดื่มน้ำไปอึกใหญ่”จำได้แต่ตอนที่โดนคุไนปาเข้ามาโดนไหล่เนี่ยแหละ จากนั้นมันก็วูบไปน่ะค่ะ”

เป็นอย่างที่คาดไว้เลยเราต้องพยายามอย่าให้เด็กคนนี้หงุดหงิดเด็ดขาด”เมื่อกี้รู้ตัวรึเปล่าว่าทำอะไรลงไป”

“รู้”

“รู้ว่าทำอะไรเหรอ”

“รู้ว่าชั้นบังคับคุไนให้จัดการเจ้านั่น คนแบบนั้นน่าจะตายๆไปซะ”น้ำเสียงของเด็กสาวแฝงไว้ด้วยความเคียดแค้น

“เอาเถอะๆ สงบอารมณ์ก่อนนะ”อิทาจิว่าจบก็ใช้เนตรวงแหวนพาซาโซริกลับมาก่อนจะลากนินจาหัวแดงให้ออกห่างพลางกระซิบ”นายน่ะ สงบปากไว้ อย่าให้เด็กนั่นอารมณ์เสียนะ”

ซาโซริพยักหน้าหงึกๆ

ถึงแม้ว่าจะอยู่ไกลพอสมควรแต่ซากุระกลับได้ยินสิ่งที่อิทาจิพูดอย่างชัดเจนตอนแรกกะจะทักหากแต่เด็กสาวนึกบางอย่างออก เธอจึงเลือกที่จะเงียบไว้ดีกว่า

ซาโซริตรงมานั่งจ้ำปุ๊กตรงข้ามกับเด็กสาว”ขอโทษชัดพอป่ะ”

เด็กสาวแสร้งยิ้มอย่างไร้เดียงสา(หรือร้ายเดียงสากันแน่อ่ะ)”ขอโทษเรื่องอะไรเหรอ?”

หน้าของซาโซริหงิกลงหากแต่เค้ายังไม่อยากโดนยัยเด็กตรงหน้าเล่นอะไรแผลงๆใส่อีก”ที่พูดไม่ดีกับเธอ”

“เหรอ แหม ชั้นนึกว่าในปากนายจะมีแต่หมาอยู่นะ”

อิทาจิจึงเข้าแทรกกลาง”เธอ ชั้นมีเรื่องอยากจะทดสอบหน่อย”

“อะไรรึคะ”

คำพูดที่ดูแล้วเด็กสาวจะเคารพอิทาจิมากกว่า ซาโซรินั้นทำให้อดหมั่นไส้ไม่ได้แบบนี้มัน2มาตรฐานชัดๆ

อิทาจิตัดสินใจเอ่ยขึ้น”เธอลองนึกว่าในมือของเธอมีไฟสีดำดู”

เด็กสาวงุนงงมาก หากแต่อิทาจิยังคงยืนยันคำเดิม”ลองทำดู”

“ได้ค่ะ” เด็กสาวถอดถุงมือหนังข้างหนึ่งก่อนจะหลับตานึก ฉับพลับท่ามกลางความเงียบเพลิงสีดำก็ปรากฏบนมือของเด็กสาว หากแต่เพลิงนั้นกลับไม่ทำอันตรายแก่เธอเลย”ไฟมายาเหรอ”

“ไม่ใช่”อิทาจิแย้งก่อนจะนำคุไนเล่มหนึ่งออกมาจ่อที่ไฟในมือ คุไนนั้นลุกไหม้ดีที่อิทาจิมือไวปาคุไนไปตรงอื่น เพลิงสีดำนั้นเผาคุไนจนไม่เหลือซาก ซากุระมองเพลิงสีดำในมือด้วยท่าทางสงบนิ่ง ผิดกับสองหนุ่มที่ตะลึง

ภาพความทรงจำอันเลือนรางมันค่อยๆผุดเข้ามาในหัว จนเพลิงดำหายไป เด็กสาวเอามือกุมศีรษะด้วยความเจ็บปวด

อิทาจิถามด้วยความห่วง”เป็นยังไงบ้าง”

“ปวดหัว..นิดหน่อย”

“นอนพักก่อนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราสองคนจะพาไปที่ๆปลอดภัย”

“ที่ปลอดภัย”

อิทาจิอธิบาย“เธอโดนโอโรจิมารุหมายหัวอยู่ มันต้องการนินจาแพทย์ไปฟื้นตัว ถ้ามันฟื้นตัวได้แสงอุสาจะลำบาก โคโนฮะเองก็เช่นกัน”

เด็กสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจจึงล้มตัวนอน หากแต่เธอทำเพียงแต่หลับตาลงเท่านั้น พอรู้สึกว่าคนสองคนออกไปจากห้อง เด็กสาวก็ถอนใจอย่างโล่งอก เธอไม่รู้เลยว่าทำไมเธอถึงได้ยินเสียงกระซิบอย่างชัดเจน ตั้งแต่ตอนที่อิทาจิลากซาโซริไปคุยด้วยเราต้องค้นหาความจริงแล้วสินะ  ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอกันแน่

 

ทางด้านพวกโคโนฮะ

ในตอนนี้พวกโคโนฮะจำต้องรอทีมเสริมคือทีมสิบ เนื่องจากมีคนได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะซาสึเกะที่โดนขนมตุ้บตั้บชนิดไม่ยั้งจากหนุ่มผมชมพูที่เป็นฝาแฝดของซากุระ

ซาสึเกะในตอนนี้ถูกมัดด้วยเชือกภาพเขียนของซาอิ ส่วนหนุ่มผมชมพูกำลังนั่งอยู่อีกทาง คาคาชิจึงถามทันที”เธอชื่ออะไร และความคลุ้มคลั่งที่ว่ามาน่ะคืออะไรกันแน่”

หนุ่มผมชมพูยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตรผิดกับตอนก่อนหน้านี้ที่แฝงความอำมหิต”ผมชื่อ อเล็กซ์ เป็นพวกใช้พลังพิเศษสายเลือดแท้ ความคลุ้งคลั่งที่ว่าน่ะคือ การระเบิดพลังที่ไม่ใช้มานาน น้อยคนนักที่จะรอด เพราะการคลุ้มคลั่งนั้นก็เทียบได้เหมือนการระเบิดของภูเขาไฟ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับระดับพลังของแต่ละคนด้วย  หากคนที่มีพลังมาก การคลุ้งคลั่งอาจจะฆ่าผู้ใช้พลังไปก็ได้”

คาคาชิยังถามต่อ”สาเหตุ”

“เพราะไอรีนไม่ได้ใช้พลังมานาน ตั้งเจ็ดปีแล้วนี่นา ไม่แปลก พลังจึงเริ่มต่อต้านและไปปะทุตอนที่ร่างกายได้รับบาดเจ็บด้วย ดีที่ไม่ตาย”

ซาอิถามบ้าง”พวกพลังพิเศษนี่คืออะไรล่ะครับ”

“พวกที่มีพลังเหนือกว่าคนธรรมดาอย่างพวกนายยังไงล่ะ สามารถใช้ได้ไม่มีขีดจำกัด ควบคุมได้อิสระ สายเลือดแท้จะเป็นพวกที่เกิดจากบรรพบุรุษที่มีพลังมาก่อนจะมีได้ถึงสามพลัง ส่วนพวกได้รับการถ่ายทอดพลังมาจะมีได้แค่พลังเดียวเท่านั้นเพราะสภาพร่างกายรับไม่ไหว จะต่างกันตรงที่ พวกได้รับการถ่ายทอดพลังมาถ้าไม่ได้ใช้พลังนานๆพลังก็จะสลายไป สำหรับไอรีน เพลิงสีดำถือเป็นเพลิงที่พิเศษ”

ยามาโตะออกความเห็น”ขอเดา มันสามารถเผาได้แม้กระทั่งน้ำและน้ำแข็งใช่ไหม”เพราะจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา มันยืนยันได้ชัดเลยน่ะสิ

“ถูกต้อง และจะเกิดกับคนในตระกูลผมแค่ร้อยปีเกิดที เพลิงสีดำไม่มีขีดจำกัดในการใช้ ยิ่งถ้ายัยนั่นสามารถควบคุมพลังได้มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเก่ง”

คาคาชิคิดถ้าแสงอุสานำซากุระไปใช้ประโยชน์ล่ะก็”เธอพอจะช่วยเราได้ไหม”

“ได้สิครับ แต่มีข้อแม้”

“ข้อแม้?”คาคาชิเลิกคิ้ว

“ไอรีนต้องไปกับผม ผมจะพาเธอกลับบ้าน ตอนนี้เราควรจะรีบตามเธอไปเพราะพวกนั้นเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว”

นารูโตะทวนคำ“พวกนั้น?”

“อย่าสนเลย เรารออะไรอยู่ล่ะ”

คาคาชิเป็นคนตอบ”กำลังเสริม”

อเล็กซ์ประชดพลางเอนหลัง“ช้าจังนะ เอาเถอะ ช้าๆได้พร่าเล่มงาม”ก่อนจะปรายตามองไปยังซาสึเกะที่ยังสะบัดสะบอม”สรุปตกลงไหม เมื่อเจอไอรีน ชั้นจะพาเธอกลับไปกับชั้นทันที “

คาคาชินึกตรึงตรองอยู่ครู่ใหญ่”ตกลง”

แต่เด็กหนุ่มผมชมพูมองไปที่กลุ่มโคโนฮะอยู่ครู่”ผมเปลี่ยนใจแล้ว พวกคุณกลับบ้านไปเถอะ”

โคโนฮะทุกคนต่างตะลึง

อเล็กซ์ยิ้มน้อยแล้วเอ่ยเสียงเรียบ“ พวกคุณไม่ควรยุ่งกับเรื่องนี้ สงครามกำลังจะเกิด  ผมไปล่ะ”ว่าจบเด็กหนุ่มก็จากไปด้วยความเร็วแสงแล้ววิ่งจากไปโดยที่ไม่มีใครมองทัน

คิบะที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้น”ไวจัง”อากามารุครางหงิงๆ”อากามารุบอกว่า คนๆนั้นอันตรายนะแต่ไม่มีจิตสังหารเลย แถมเจ้านั่นยังเอาอะไรก็ไม่รู้มาแปะที่ท้องของซาอิ”

ซาอิลูบหน้าท้องของตนก็พบว่ามันคือกระดาษแผ่นหนึ่งแปะไว้อยู่”มันเขียนว่า บอกเจ้าหัวเม่นด้วย ถ้ายังบังอาจมายุ่งกับฝาแฝดชั้น แกได้สมองเละแน่ แน่นอนไม่ใช่ฝีมือชั้น เพราะถ้าเป็นฝีมือชั้น ชั้นจะบดกระดูกแกให้เป็นก้อนเนื้อ ถ้าแกโชคร้ายเจอพี่ชายของเรา เค้าคงจะจัดการแกชนิดไม่เหลือซากแน่ เค้าโหดกว่าชั้นเยอะ แหม เป็นแฝดสามเหรอเนี่ย”

นารูโตะโวย”นี่ยังมีพี่ชายอีกเหรอ”

คาคาชิตรองอยู่ครู่”เราน่าจะกลับโคโนฮะดีกว่า “

นารูโตะเอ่ยถาม“ทำไมล่ะ อาจารย์คาคาชิ”

“ขืนอยู่โคโนฮะ แคว้นอื่นก็ต้องหาทางชิงตัวซากุระไปแน่ ถ้าพวกนั้นรู้ว่าเด็กคนนั้นมีพลังอะไร ใครๆก็อยากได้ ไม่ใช่แค่แคว้นอื่น แสงอุสา โอโรจิมารุ ให้ซากุระกลับสู่ครอบครัวที่แท้จริงเถอะ แบบนั้นน่ะดีที่สุด ที่โคโนฮะก็ไม่เหลือใคร แบบนี้น่ะดีแล้ว”

นารูโตะเอ่ยขึ้น”เราจะเชื่อใจเจ้าบ้านั่นได้ยังไง”

คาคาชิถอนใจ”หน้าตาเหมือนกันออกขนาดนั้น แถมเป็นคนต่างชาติเหมือนกัน มีพลังพอๆกัน”

นารูโตะถามต่อ”แล้วทำไมซากุระจังถึงมีพลังจักระได้ล่ะ”

เสียงหนึ่งที่คุ้นเคยเป็นฝ่ายตอบ”นั่นก็เพราะว่าเด็กคนนั้นกินสิ่งนี้เข้าไปทุกๆปียังไงล่ะ”

“ท่านจิไรยะ/ตาเซียนลามก”

จิไรยะเดินเข้ามาสิ่งที่อยู่ในมือนั้นก็คือขวดยาขนาดเล็กบรรจุของเหลวสีฟ้าใส”ยานี่คือยาสร้างจักระ ที่จะสามารถให้กับร่างกายคนธรรมดาได้แค่หนึ่งปีเท่านั้น พอดีไปเจอมาระหว่างทาง”

นารูโตะงุนงง”หมายความว่า”

จิไรยะอธิบาย”พื้นเดิมของซากุระไม่ใช่คนญี่ปุ่น ไม่มีระบบจักระ ตามประวัติอันเก่าก่อนที่โอโรจิมารุจะมาถล่มหมู่บ้าน เด็กคนนี้น่ะถูกพามาที่โคโนฮะตั้งแต่เมื่อเจ็ดปีก่อน  แถมยังสามารถพูดและอ่านเขียนได้หลายภาษาทำให้เดาสัญชาติที่แท้จริงไม่ได้ และมีคนนำยาตัวนี้มาให้เด็กคนนั้นกินทุกปี ร่างกายจึงมีพลังจักระเหมือนนินจาธรรมดายังไงล่ะ”

ฮินาตะที่เงียบไปนานจึงถามบ้าง”ยานั่น ท่านพ่อเคยบอกว่ามันอยู่ที่สึนะ ยากที่จะเข้าไปเอา ต่อให้เป็นระดับโจนิน แล้วใครกัน”

“หลานบุญธรรมของสึนาเดะ นาเมะงุจิ คัทสึยะ พวกนายคงจะเคยได้ยินชื่อนี้นะ คาคาชิ ยามาโตะ”

นารูโตะหันไปถาม”ใครกันครับ”

คาคาชิอธิบาย”เค้าเป็นนินจายอดอัจฉริยะมีฝีมือระดับโจนินไม่สิมากกว่า แต่จู่ๆเค้าก็ออกจากหมู่บ้าน ไม่มีใครรู้เหตุผล”

จิไรยะเสริม”พอดีชั้นเจออเล็กซ์คุงเข้าก็นึกว่าเป็นซากุระนะ เจ้านั่นเลยถามชั้นเรื่องของเด็กคนนั้น พอคุยกันเสร็จเค้าก็เดินทางมาเนี่ยแหละไม่นึกว่าจะเป็นผู้ใช้พลังพิเศษนะ”

นารูโตะยังงุนงง ชิโนะที่แทบจะไม่พูดจึงพูดขึ้น”ก็เมื่อกี้ เค้าเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสงนี่นาจะนำท่านจิไรยะมาได้ก็ไม่แปลก เค้าไวมากๆ แถมแมลงของชั้นยังบอกเลยว่าคนๆนี้ไม่ได้โกหก ขนาดแมลงยังรู้เลย”

ซาอิพอรู้ว่านารูโตะชอบซากุระเค้าจำต้องเอ่ยขึ้น”นารูโตะคุง ผมรู้ว่าคุณชอบคุณซากุระนะครับแต่การที่ฉุดรั้งเค้าไว้แล้วทำให้เค้าเดือดร้อนมันก็ไม่ดีเลยนะครับ ถ้าเกิดเค้าควบคุมตัวเองไม่ได้ โคโนฮะไม่แย่เหรอครับ เราต้องนึกถึงส่วนรวมมาก่อนนะครับ”

นารูโตะหมดปัญญาจะเถียงจำต้องยอมกลับหมู่บ้าน คิบะโวยวาย”ซาสึเกะหาย”

“เฮ้ย!

ทางด้านซาสึเกะ ในตอนนี้เค้ากำลังตามล่าอิทาจิ ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึงสักทีเวลาที่เค้าจะล้างแค้นให้กับตระกูล


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น

  1. #1 kanrayakorn46 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 15:39

    สนุกๆ รออ่านยุ่น้ะ ≧∇≦

    #1
    0