มาลาคีรี | KOOKMIN

ตอนที่ 4 : มาลาคีรี 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 856
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 175 ครั้ง
    1 เม.ย. 64




วันฝึกซ้อมพิเศษสำหรับโซเลมและเหล่าภูตจะถูกจัดขึ้นหนึ่งวันก่อนการทดสอบจริง การฝึกซ้อมจะเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่และจบลงเมื่อตะวันบนโลกมนุษย์ตกดิน โดยตลอดทั้งวันโซเลมและภูตประจำกายจะแยกกันไปฝึกซ้อมโดยมีเจ้าหน้าที่พิเศษประจำปราสาทอะเมทิสเป็นผู้ควบคุมและดูแล



หลังจากการฝึกปราณและสมาธิในช่วงเช้า เหล่าภูตประจำกายก็เดินตามผู้ควบคุมการฝึกไปยังสนามฝึกซ้อมอีกแห่งหนึ่งทางทิศตะวันตกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สองข้างทางรายล้อมไปด้วยพรรณพืชสีสันสดใสที่เติบโตแค่บนแดนสวรรค์ เหล่าเทพธิดานางฟ้าตัวน้อยบินว่อนหยอกล้อกันไปมาบนเกสรดอกไม้ มินอสที่เดินอยู่เกือบจะท้ายแถวพูดคุยกับเทพธิดาตัวน้อยเหล่านั้นผ่านจิตใจพลางยิ้มหัวเราะอย่างสนุกสนาน ไม่สนใจสายตาเคลือบแคลงของภูตประจำกายตนอื่นๆ ที่เดินตามหลังมาพร้อมกับมองเด็กหนุ่มราวกับมองคนประหลาด



เช่นเดียวกับภูตสายมาลีและพรรณพืชตนอื่นๆ ภูตดอกไม้ภูเขาสามารถสื่อสารกับเทพธิดาตัวน้อยๆ เหล่านี้ได้ แตกต่างกับภูตชั้นสูงที่มักจะถือครองพลังอำนาจที่เป็นนามธรรม จับต้องไม่ได้ กระแสพลังที่ไม่ตรงกันทำให้ไม่สามารถสื่อสารหรือเข้าใจสิ่งที่เทพธิดาเหล่านี้กำลังพูดถึง



เกิดเสียงพูดคุยกันในแถวแผ่วเบา เป็นเพราะที่ศาลากว้างใหญ่ภายในสวนทางขวามือไม่ใกล้ไม่ไกลจากทางที่กำลังเดินผ่าน เหล่าโซเลมกำลังนั่งฟังคำแนะนำเกี่ยวกับการทดสอบอย่างสงบนิ่งและตั้งอกตั้งใจ จากตรงนี้สามารถมองเห็นใบหน้างดงามที่ซึ่งกำลังจดจ่อไปยังเทพบุตรผู้บรรยายอยู่กลางศาลาของอิกอรัสได้อย่างถนัดตา หัวใจของมินอสเต้นรัวเร็วอย่างไม่คาดคิดว่าจะได้เจอกันระหว่างฝึกซ้อม จ้องมองไปยังบุรุษผู้ส่องประกายราวกับโซเลมตนอื่นๆ เป็นเพียงแค่ฉากหลังสีจางๆ ด้วยสายตาเคลิบเคลิ้ม



อิกอรัสในชุดสีดำเข้ารูปสำหรับฝึกซ้อมทำให้ในหัวของภูตมาลาคีรีเต็มไปด้วยภาพจินตนาการต่างๆ เสียจนรู้สึกว่าเท้าเริ่มไม่ติดพื้น ราวกับจะเสียการทรงตัวไปเสียอย่างนั้น



วินาทีต่อมาจึงรู้ตัวว่าเสียการทรงตัวจริงๆ เพราะเอาแต่มองข้างทางทำให้ไม่ทันสังเกตเห็นรากไม้ที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นเล็กน้อย มินอสสะดุดรักอิกอรัสแบบรูปธรรม ถลาล้มไปข้างหน้าจนดึงภูตแห่งห้วงเวลาที่เดินอยู่ข้างหน้าล้มลงไปด้วยกัน เกิดเสียงดังโกลาหลขึ้นในพริบตา



“โอ๊ย! เจ้าเป็นอะไรของเจ้ากันเนี่ย! เจ้าดอกไม้ภูเขา!



ลูเธอร์ร้องโวยวายอย่างหัวเสียพร้อมกับยันตัวขึ้นยืนแทบจะในทันที ภูตตนอื่นๆ ส่งเสียงหัวเราะในขณะที่มินอสกำลังค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างเหนียมอาย ถึงจะเจ็บหัวเข่าที่กระแทกกับพื้นแต่ก็ต้องข่มความเจ็บนั้นไว้ขณะส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับเหยื่อความซุ่มซ่ามของตนอย่างรู้สึกผิด



“ขะ ข้าขอโทษจริงๆ...ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ”



“แน่นอนว่าเจ้าต้องไม่ตั้งใจอยู่แล้ว!! หากไม่เป็นเช่นนั้นข้าจะ--!



“เอะอะโวยวายอะไรกัน ไม่เห็นหรือว่าโซเลมกำลังตั้งใจฟังบรรยายกันอยู่!!



เสียงหวานของเทพธิดาผู้รับผิดชอบควบคุมการฝึกซ้อมของภูตประจำกายดังขึ้นจากหัวแถวอย่างโกรธเกรี้ยว ในตอนนั้นเองผู้มีปากเสียงทั้งคู่จึงหันไปมองที่ศาลา พบว่าเหล่าโซเลมรวมถึงเทพบุตรที่ให้การบรรยายกำลังหันมามองทางนี้ด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้ปนรำคาญใจ



เมื่อสบสายตาประหลาดใจของอิกอรัสมินอสก็รู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าไหลปลาบไปทั่วร่าง รีบหันหน้าไปอีกทางพร้อมกับหลับตาแน่นอย่างอับอายปนขัดเขิน ทั่วทั้งใบหน้าร้อนวูบวาบขึ้นมา



“เสียเวลามากพอแล้ว รีบเดินกันต่อได้แล้ว”



เทพธิดาผู้เข้มงวดออกคำสั่งก่อนจะหันหลังนำขบวนเหล่าภูตทั้งหกเดินหน้าต่อ ลูเธอร์จ้องมองสีหน้ารู้สึกผิดของคนข้างหลังของตนเองอย่างคาดโทษก่อนจะยอมหันกลับไปก้าวเดินโดยไม่ลืมที่จะถอนหายใจฮึดฮัดอย่างหงุดหงิดใจ บรรยากาศสับสนอลหม่านเมื่อครู่จางหายไปในความเงียบสงบตามเดิมอย่างช้าๆ แต่หัวใจของภูตมาลาคีรีก็ยังคงเต้นตึกตักหนักแน่นจนควบคุมความอับอายทางสีหน้าเอาไว้ไม่อยู่




นี่ข้ากำลังทำอะไรอยู่เนี่ย ตั้งสติหน่อยสิเรา!



 

 


ภูตทั้งหกถูกนำทางไปยังลานกว้างใหญ่ที่ใช้สำหรับฝึกฝนพลังเวทมนตร์ เป็นลานรูปวงกลมที่รายล้อมด้วยรั้วไม้สูงพอประมาณ รอบด้านเปิดโล่งแต่มีอาคมเวทที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าล้อมรอบสูงขึ้นไปลิบๆ เพื่อป้องกันไม่ได้เกิดความเสียหายรอบนอก อุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกซ้อมถูกจัดเตรียมให้เหมาะสมกับพลังของภูตแต่ละตนเอาไว้เพื่อให้ฝึกฝนและทดลองเวทของตนเองได้อย่างเต็มที่ตามใจต้องการ



มินอสตาเป็นประกายเมื่อเห็นลานดินที่ถูกเตรียมไว้เพื่อการฝึกซ้อมพลังเวทของเขา เด็กหนุ่มวิ่งเตาะแตะไปยังลานดินสีดำรูปสามเหลี่ยมขนาดใหญ่พร้อมกับภาพในหัวที่จินตนาการถึงสวนสวยขนาดกะทัดรัดหลากหลายรูปแบบที่ตนจะได้จัดวันนี้ หัวใจของภูตหนุ่มเบิกบานขณะเริ่มนั่งยองกับพื้นแล้วร่ายเวทเนรมิตมาลาของตนขึ้นเพื่อดึงสวนเล็กๆ ในหัวออกมาเป็นภาพความจริงที่จับต้องได้



ในขณะที่ภูตตนอื่นๆ เริ่มใช้เวทบทต่างๆ ทำลายหุ่นฝึกซ้อมที่ทำจากไม้และฟาง ยกวัตถุต่างๆ ขึ้นลอยบนอากาศ ฝึกซ้อมการประลองกับอสูรจำลองที่เคลื่อนไหวเร็วเกือบเทียบเท่าอสูรตัวจริง...มินอสกำลังสร้างสวนเล็กๆ ของตนอย่างเพลิดเพลินใจพร้อมรอยยิ้มสดใสจนตาปิด พวงแก้มกลมขึ้นสีแดงจางๆ



ยามเมื่อห่อตัวนั่งยองก็ยิ่งดูตัวเล็กมากกว่าเดิม ลูเธอร์และเบ็นที่ซึ่งฝึกซ้อมส่วนของตนเองไปได้ครู่หนึ่งก็เดินมานั่งกับพื้นและพูดคุยกันเพื่อพักยก ภูตแร่โลหะสะกิดแขนเพื่อนหนุ่มให้หันไปมองแผ่นหลังเล็กๆ ที่กำลังขยับไปทางนั้นทีทางนี้ทีขณะสร้างสวนเล็กๆ ของตนลงบนลานดินผืนใหม่



เบ็นแค่นหัวเราะอย่างปลงตก “คนอื่นเขาฝึกฝนจริงจัง เจ้านั่นมานั่งปลูกผักซะงั้น ข้าล่ะสงสารอิกอรัสจริงๆ”



ลูเธอร์ย่นจมูกอย่างหมั่นไส้ “จริงของเจ้า ท่าทางสบายใจเฉิบเสียด้วย”



“นี่ เจ้าลองแกล้งแหย่มันดูสักหน่อยสิ”



“ไม่ล่ะ ข้าขี้เกียจสนทนากับมัน”



“ก็ไม่ต้องคุยสิ! นี่อย่างไร เจ้าก็แค่...”



ทั้งสองขยับเข้าใกล้กันเพื่อที่เบ็นจะได้กระซิบอะไรบางอย่างข้างหูลูเธอร์ เมื่อฟังจบสองหนุ่มจึงมองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างนึกสนุก แปะมือกันเป็นสัญญาณบอกว่าเอาด้วย

 

 




มินอสชื่นชอบดอกไม้สีขาวและชมพูอ่อน เพราะเวลาอยู่กับใบไม้หญ้าสีเขียวสดจะให้ความรู้สึกอ่อนโยนสบายตา อีกทั้งยังสวยงามไปในเวลาเดียวกัน เด็กหนุ่มอารมณ์เบิกบาน ลืมเรื่องหนักใจเมื่อสองสามชั่วโมงก่อนไปทันตาเมื่อเห็นว่ามีลานดินหลากหลายรูปแบบถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้ ทำให้เขาสามารถใช้พลังเวทของตนเองสร้างสรรค์สวนสวยเล็กๆ ขึ้นมาเท่าที่ใจเขาต้องการ จนตอนนี้ถึงกับรู้สึกอยากจะอยู่ที่ลานฝึกนี้จนมืดค่ำ ไม่อยากกลับปราสาทอะเมทิสไปเลยทีเดียว



จดจ่ออยู่กับการสร้างสวนตรงหน้าจนไม่ได้ทันได้สังเกตหรือได้ยินเสียงฝีเท้าของใครอีกคนที่เดินเข้ามาใกล้จากด้านหลัง จนกระทั่งร่างสูงเดินมาชันเข่าข้างหนึ่งนั่งอยู่ข้างกาย มินอสจึงหันไปมองคนข้างๆ ก่อนที่รอยยิ้มบนใบหน้าจะถูกแทนที่ด้วยสีหน้าตกใจแทน



“ตะ ตกใจหมดเลย มีอะไรเหรอ...” เอ่ยถามออกไปพร้อมเบิกตากว้าง จ้องมองสีหน้ายกยิ้มสบายๆ ของลูเธอร์ที่อยู่ก็เดินมานั่งข้างๆ อย่างประหลาดใจปนระแวง ดวงตาสีเขียวมรกตของชายหนุ่มข้างกายจ้องมองสวนเล็กๆ ที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดีก่อนจะพยักหน้าเบาๆ



“จัดสวนเก่งดีนี่ แต่ที่นี่เราไม่จัดสวนแข่งกันหรอกนะ เจ้าดอกไม้ภูเขา”



มินอสมุ่ยหน้าเบาๆ “มายุ่งอะไรกับข้าล่ะ ไปฝึกส่วนของเจ้าเสียสิ”



ลูเธอร์หัวใจกระตุกด้วยความหงุดหงิดเบาๆ เมื่อถูกตอบกลับมาแบบนั้นโดยภูตชั้นกลางผู้อ่อนแอ หันมาจ้องหน้าเด็กหนุ่มพร้อมกับยกมือขึ้นจับไหล่เล็กข้างหนึ่งของมินอสเอาไว้แน่นจนเจ้าตัวสะดุ้ง ถดกายหนีอย่างตกใจ



“จะ จะทำอะไร! อย่ามาจับนะ!



“ข้าก็แค่อยากมาดูสวนของเจ้าชัดๆ ทำไมต้องพูดจาแบบนั้นกับข้าด้วยล่ะ”



มินอสขมวดคิ้วมุ่นอย่างสับสนพร้อมกับจ้องมองดวงตาสีมรกตของอีกฝ่ายตอบ ภายในดวงตาของลูเธอร์มีประกายบางอย่างกำลังเคลื่อนไหว ชักชวนให้มินอสเผลอจ้องมองมันราวกับเหม่อลอยไปชั่วครู่ รู้สึกราวกับห้วงเวลาหยุดนิ่งไปฉับพลันโดยไม่ทันได้ตั้งตัว



ก่อนจะรู้สึกราวกับมีอะไรบางอย่างไหลกลับเข้ามาในตัว...เมื่อกระพริบตาหนึ่งครั้งลูเธอร์ก็หายวับไปจากเบื้องหน้าแล้ว รวมถึงทุกคนที่เคยฝึกซ้อมอยู่ในบริเวณนี้ก็หายไปด้วย ในตอนนี้มีเพียงมินอสคนเดียวที่นั่งอยู่ในลานฝึกแห่งนี้ด้วยอาการมึนงงราวกับหัวไปกระแทกของแข็งมา



ท้องฟ้าจากที่เคยเป็นสีฟ้าสดใสกลับกลายเป็นสีส้มปนม่วงของยามสนธยา มินอสขมวดคิ้วครุ่นคิดกับตัวเองพร้อมกับพยายามตั้งสติ นี่ไม่ใช่เวทสะกดใจหรือภาพมายา แต่มันคืออะไรกันแน่ ทำไมอยู่ๆ เวลาจึงเดินเร็วผิดปกติจนกลายเป็นโพล้เพล้ใกล้ค่ำเพียงชั่วกระพริบตาครั้งเดียว...



ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ลูเธอร์เป็นภูตแห่งห้วงเวลา หากถูกจ้องตาโดยตรงก็เท่ากับเปิดโอกาสให้เล่นงานเต็มที่ และตัวเขาเพิ่งจะจ้องมันไปจังๆ โดยไม่ฉุกคิดอะไรเลย!



ภูตหนุ่มไม่สนใจจะทำสวนต่อแล้ว รีบลุกขึ้นยืนแล้วออกตัววิ่งกลับไปยังปราสาทอะเมทิสที่คาดว่าตอนนี้ทุกคนคงจะไปรวมตัวกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หัวใจเต้นรัวตุบๆ ด้วยความโกรธที่ถูกแกล้งให้นั่งอยู่คนเดียวตรงนั้นจนจะมืดค่ำแบบนี้




หน็อยแน่ เจ้าลูเธอร์! เจ้าคนนิสัยไม่ดี ข้าจะสาปให้มีดอกไม้งอกจากรูจมูกซะ!!

 

 




☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼

 

 




ใช้เวลาวิ่งจากลานฝึกกลับมายังปราสาทอะเมทิสประมาณสิบห้านาที มินอสก็หยุดหอบแฮ่กๆ อยู่ที่หน้ารั้วปราสาท หลังจากนี้ตั้งใจจะทำเพียงแค่เดินเข้าไปแบบธรรมดาๆ พร้อมกับพยายามควบคุมลมหายใจของตนให้เป็นปกติ



ในหัวคิดว่าวุ้นใจเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อครู่...หมายความว่าทุกคนคงเห็นเขานั่งเหม่อลอยอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหนจนกระทั่งฝึกซ้อมเสร็จ แล้วก็เดินทางกลับโดยไม่คิดจะเข้ามาเรียกเขาเลยสักคำน่ะสิ ทั้งน่าโมโหทั้งน่าอาย ในตอนนั้นเขาต้องดูหน้าโง่มากแน่ๆ เจ้าลูเธอร์ทำเกินไปจริงๆ ครั้งหน้าจะไม่พูดด้วยแล้วแม้แต่คำเดียว! จะไม่มองหน้าด้วย อย่าหวังเลยว่าจะได้เล่นงานข้าอีกเป็นครั้งที่สอง เจ้าภูตห้วงเวลางี่เง่า!



“เจ้า...เจ้าหมาหัวเน่าเอ๊ย!



หันไปร้องตะโกนใส่สนามหญ้ากว้างไกลข้างทางเดินอย่างเหลืออด ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากเมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดคำด่าที่หยาบคายที่สุดเท่าที่เคยพูดออกมา กลอกตามองรอบข้างอย่างหลุกหลิก ก่อนจะหลุดหัวเราะคนเดียวเบาๆ อย่างสะใจปนตื่นเต้น



“ใช่แล้ว ข้าด่าเจ้าว่าหมาหัวเน่า! เจ้าภูตหมาหัวเน่าเพื่อนไม่รัก! เจ้าบ้า!!



“มายืนด่าทอตัวเองอยู่คนเดียวทำไมกัน”



เสียงหนึ่งดังขึ้นห้วนๆ จากข้างหลังจนเด็กหนุ่มสะดุ้งโหยง รีบหันขวับไปมองว่าคนที่เข้ามาขัดจังหวะการระบายอารมณ์ของเขานั้นเป็นใคร



ก่อนจะเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกสั่นไหว...อิกอรัสกำลังยืนกอดอก จ้องมองมาทางภูตประจำกายของตนด้วยสีหน้าเรียบเฉยหากก็คาดโทษอยู่กลายๆ



“ข้าไม่ได้ด่าตัวเอง ข้าด่าเจ้าลูเธอร์ต่างหาก!



ไหนๆ ก็ได้ยินไปแล้วจึงไม่คิดจะแก้ตัว ตอบกลับไปเสียงหนักแน่น อิกอรัสเลิกคิ้ว เอียงศีรษะเล็กน้อย



“งั้นเหรอ โทษทีละกัน พอได้ยินคำว่าเพื่อนไม่รักข้าก็เลยนึกถึงใครอื่นไม่ออกนอกจากท่าน”



มินอสเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง หันมาเผชิญหน้ากับคนสูงกว่าอย่างเต็มตัว



“ขะ ข้าไม่ได้เพื่อนไม่รักเสียหน่อย! ข้ามีเพื่อนมากมาย แต่พวกเขาแค่ไมได้อยู่ที่นี่เท่านั้นเอง”



“ครับๆ รับทราบ เข้าไปข้างในกันได้หรือยัง”



“ขะ ข้าไม่เข้า! เจ้าว่าข้าว่าเพื่อนไม่รักนี่นา ข้าไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย”



อิกอรัสที่กำลังจะเดินไปอีกทางกลับมาจ้องหน้าหงิกงอไม่พอใจของภูตตัวเล็กกว่าตรงหน้าด้วยสายตาไม่ยินดียินร้าย



“จะไม่เข้าไปหรือ แต่ข้าหิวแล้ว อยากกินข้าว”



สีหน้าของมินอสอ่อนลงเล็กน้อยขึ้นมาทันตา “อ้าว? เจ้ายังไม่ได้กินอะไรเลยรึ ทำไมล่ะ นี่น่าจะเลยเวลามื้อเย็นมาสักพักแล้วนี่”



“...”



ร่างสูงนิ่งเงียบไปกะทันหัน จ้องมองสีหน้าสงสัยและเป็นกังวลของมินอสนิ่งราวกับกำลังใช้ความคิด



ภูตหนุ่มขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิมเมื่อนึกอะไรขึ้นได้ “หรือว่า...พวกเขาก็แกล้งเจ้าเหมือนกันหรือ แบบว่า ไม่ยอมให้เจ้ากินข้าว”



อิกอรัสขมวดคิ้วเบาๆ “ใครจะกล้าแกล้งข้า ไร้สาระน่ะ”



“แล้วทำไมเจ้ายังไม่กินอะไรเลย รออะไรอยู่งั้นหรือ”



“...”



อิกอรัสเงียบไปอีกครั้ง ก่อนจะยกมือขึ้นบีบจมูกของคนขี้สงสัยจนมินอสต้องหดคอหนี



“สมน้ำหน้าท่านแล้วล่ะที่ถูกลูเธอร์แกล้ง”



พูดจบร่างสูงกว่าก็ออกเดินไปอีกทางเพื่อกลับเข้าไปในปราสาทโดยไม่คิดจะรอหรือหันกลับมามองภูตด้านหลังอีก มินอสได้ฟังก็หน้าบูดสนิท แสดงออกชัดว่ารู้สึกเสียใจกับคำพูดเมื่อครู่



“สมน้ำหน้าเนี่ยนะ...ไม่อยากจะเชื่อเลย เจ้าคนพวกนี้...”



ตัดพ้ออยู่คนเดียวอย่างไม่พอใจ ก่อนจะเดินกระแทกส้นตามโซเลมธาตุอัคคีของตนไปแม้จะยังรู้สึกขัดแย้งในใจที่จะต้องกลับเข้าไปในปราสาทหลังใหญ่โอ่อ่าอลังการนั้น

 

 




เมื่อกลับเข้ามาในปราสาทก็พบว่าคนอื่นๆ แยกย้ายกันไปพักผ่อนหลังมื้ออาหารเรียบร้อยแล้วตามที่คาดไว้จริงๆ ภายในห้องอาหารจึงมีเพียงมินอสและอิกอรัสที่รับประทานอาหารเย็นร่วมกันแม้จะมีเพียงภูตมาลาคีรีที่พูดคุยเจื้อยแจ้วอยู่ฝ่ายเดียวก็ตาม โซเลมผู้สง่างามทำเพียงนั่งฟังขณะทานอาหารของตนเอง เมื่อทานจนหมดก็เดินออกจากห้องอาหารไปพร้อมกับบอกเหล่าเทพธิดาผู้ปรนนิบัติรับใช้ว่าอยากอาบน้ำอุ่นผสมน้ำมันหอมเสียหน่อย



หลังจากจัดการอาหารของตนเองเสร็จ มินอสจึงเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อเตรียมตัวชำระร่างกายภาในห้องของตนเองเช่นกัน เป็นโถงวางกลมกว้างใหญ่ที่พื้นที่ตรงกลางใช้สำหรับทำกิจกรรมยามว่างต่างๆ ร่วมกัน รายล้อมไปด้วยห้องของโซเลมและเหล่าภูตทั้งสิบสองห้อง บนพื้นปูด้วยหินอ่อนสีชมพูอ่อนปนขาวนวล ตรงกลางบุด้วยพรมอ่อนนุ่มสีเหลืองอ่อนเป็นพื้นที่กว้างที่สะอาดหอม สามารถนอนเอกเขนกพักผ่อนได้



และบนพรมนั้นในตอนนี้ก็มีภูตและโซเลมสามสี่คนกำลังนอนเล่นอ่านหนังสือและพูดคุยกันอยู่ หนึ่งในนั้นคือลูเธอร์ที่กำลังนั่งขัดสมาธิในชุดนอนสีฟ้าอ่อนที่ตัดเย็บจากฝ้าฝ้ายเนื้อนุ่มเบาสบาย เมื่อเห็นมินอสเดินบันไดขึ้นมาที่ห้องโถงกว้างนี้ก็หันมามองก่อนจะส่งยิ้มล้อเลียน



“กลับมาแล้วหรือ ดอกไม้ภูเขา”



ส่งเสียงทักเสียงดังจนคนอื่นๆ หันมามองด้วย มินอสย่นจมูกให้อย่างไม่ชอบใจ ทำเมินเสียงทักทายนั้นแล้วก้าวเดินหมายจะไปที่ห้องของตนเอง



“ท่านพี่อิกอรัสต้องออกไปข้างนอกตอนใกล้ค่ำก็เพราะความอ่อนแอของเจ้า อีกทั้งยังไม่ยอมทานอาหารเพราะไม่เห็นเจ้ากลับมาอีก รู้หรือยังว่าเจ้าน่ะมันเกินเยียวยาแค่ไหน”



แวนโฮซาร์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นวมเอ่ยปากขึ้นอย่างใส่อารมณ์ มินอสหูผึ่งกับคำพูดนั้นของโซเลมเฌอ หันกลับมาเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจขณะถามซ้ำ



“จริงเหรอ”



แวนโฮซาร์ส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างขัดใจ “อะไรกัน สีหน้าแบบนั้น มันไม่ใช่เรื่องน่าดีใจนะ เจ้าภูตบ๊อง”



เด็กหนุ่มรีบขมวดคิ้วทันควัน “ขะ ข้าก็ไม่ได้ดีใจเสียหน่อย”



เสียงแค่นหัวเราะดังขึ้นจากอีกคนที่นั่งอยู่บนพรมหนานุ่ม “เดี๋ยวปานก็ขึ้นที่หน้าผากอีกหรอก”



มินอสหรี่ตาจ้องมองลูเธอร์พลางความรู้สึกขุ่นเคืองก็หวนกลับมาอีกครั้ง “เจ้า...ข้ายังไม่ลืมที่เจ้าทำก่อนหน้านี้หรอกนะ”



ภูตดอกไม้ภูเขาสืบเท้าเข้าไปใกล้ภูตแห่งห้วงเวลาอย่างหมายมาด ท่าทางขึงขังนั้นทำให้ลูเธอร์รีบยันกายขึ้นยืน ก้มมองคนตัวเล็กกว่าพร้อมส่งยิ้มเย้ยหยัน



“แล้วอย่างไร? จะเอาคืนข้างั้นรึ”



มินอสแสยะยิ้ม “เจ้าได้ร้องไห้หาแม่แน่”



สิ้นคำพูดของเด็กหนุ่ม ลูเธอร์ก็รู้สึกราวกับมีอะไรบางอย่างผุดขึ้นมาอุดตันที่รูจมูกทั้งสองข้าง ชายหนุ่มก้าวถอยหลัง ยกมือขึ้นปัดหน้าตัวเองพัลวัน แต่บางอย่างที่ผุดขึ้นมานั้นก็ไม่ยอมหลุดออกไป



“เฮ้ย! ลูเธอร์ จมูกเจ้า!” เคออส โซเลมธาตุวายุที่นั่งอยู่ด้วยกันร้องขึ้นมาพร้อมกับชี้มาที่จมูกของภูตหนุ่ม ก่อนที่เสียงหวานของภูตเงาสะท้อนหรืออะความารีนจะย้ำเตือนสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตื่นเต้น



“มีดอกไม้ตรงจมูกด้วย น่ารักจัง!



สิ้นเสียงของนาง คนอื่นๆ ก็พากันหัวเราะครืน บางคนถึงกับขำกลิ้งตกเก้าอี้นวม ในขณะที่มินอสยืดอกอย่างพึงพอใจในผลงาน จ้องมองลูเธอร์ที่ยกมือขึ้นปิดจมูกของตนเองเอาไว้พร้อมใบหูทั้งสองข้างที่แดงเรื่อขึ้นมาอย่างอับอาย



“หน็อยแน่ เจ้า! อยากประกาศสงครามกับข้านักใช่ไหม!



มินอสมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่าสงคราม “มะ ไม่ใช่นะ ข้าไม่ได้อยากทำสงคราม กะ ก็เจ้าทำข้าก่อน...”



แกร๊ก



ประตูห้องห้องหนึ่งถูกเปิดออกในตอนนั้นจนทุกคนหันไปมอง ก่อนจะมีสีหน้าตื่นตกใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าเป็นโซเลมธาตุอัคคีในสภาพผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันรอบเอว มือข้างหนึ่งกำลังเช็ดผมที่เปียกหมาดๆ ของตนด้วยผ้าขนหนูผืนเล็กอีกผืนที่คลุมศีรษะอยู่ ภูตมาลาคีรีเผลอจ้องมองกล้ามหน้าท้องเรียงตัวสวยนั้นอยู่เสี้ยวนาทีก่อนจะรีบหันหลังให้ภาพนั้นด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะสังเกตเห็นสีหน้าร้อนรนและใบหน้าที่แดงเถือกของตนเอง



ใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้านฉายแววรำคาญใจเล็กน้อยพลางเอ่ยเสียงเรียบ



“เกรงใจคนอื่นๆ เสียบ้างสิ คนที่อยู่ที่นี่ไม่ได้มีแค่พวกเจ้านะ”



ไม่มีใครโต้เถียงอะไรกลับไปเมื่อถูกอิกอรัสผู้นั้นดุเข้าให้ ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าลูเธอร์ที่ยืนเอามือประสานไว้ที่หน้าตัวจนเผลอลืมปิดจมูกตัวเองไว้



“ลูเธอร์...นั่นฝีมือมินอสรึ”



ภูตหนุ่มรีบพยักหน้า “ใช่แล้ว มันสาปให้ดอกไม้งอกในจมูกข้า”



อิกอรัสถอนหายใจหนักๆ หนึ่งครั้ง ยังไม่ทันจะได้อธิบายอะไร เสียงหนึ่งก็ดังกังวานไปทั่วทั้งโถงกว้าง เป็นเสียงของเทพธิดาผู้แจ้งข่าวสารต่างๆ ภายในปราสาทแห่งนี้ให้ได้ยินกันทั่วทุกคนไม่เว้นคนที่อยู่ในห้องของตนเอง



ภูตดอกไม้ภูเขาใช้เวทมนตร์สาปภูตตนอื่นนอกเหนือเวลาฝึกซ้อมและเวลาทดสอบ โซเลมอิกอรัสถูกหัก 100 คะแนน คงเหลือ -100 คะแนน



น้ำเสียงนั้นหวานกังวานใสฟังสบายหู แต่เนื้อหาที่เพิ่งพูดออกมานั้นทำเอาทุกคนในห้องโถงต่างอยู่ในอารมตกตะลึง ก่อนจะหันมามองที่มินอสเป็นสายตาเดียวกัน



โซเลมเฌอยกมือขึ้นเกาศีรษะพลางถอนหายใจ “จริงสิ ตอนฟังบรรยายก็มีการระบุกฎข้อนี้ไว้ด้วย ข้าลืมไปได้อย่างไรกัน...”



มินอสถึงกับทำหน้าไม่ถูก รีบหันไปมองโซเลมของตนด้วยสายตาสำนึกผิดหากก็พูดอะไรไม่ออก อิกอรัสทำเพียงถอนหายใจหนักๆ อีกครั้ง กลอกดวงตาคมมาจ้องมองเด็กหนุ่มกลับด้วยสายตาที่แข็งขึงกว่าเดิมเล็กน้อย



“ข้ารู้สึกขำไม่ค่อยออกขึ้นมาแล้วสิ”



ทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้น ก่อนที่ประตูห้องจะถูกปิดลงเสียงดังจนมินอสสะดุ้งเบาๆ อย่างตกใจ



ทุกคนในห้องโถงต่างมองหน้ากันไปมา ลูเธอร์หันกลับมาจ้องมินอสด้วยสายตาหงุดหงิดใจก่อนจะยกมือขึ้นดันไหล่เด็กหนุ่มเบาๆ



“ถอนคำสาปแล้วรีบไปขอโทษเขาเลยนะ เจ้าบ้า!



“ถะ ถ้าข้าถอนคำสาปจะได้คะแนนคืนหรือเปล่า”



“จะเอาจากไหนมาคืนเล่า! โดนหักไปแล้วก็คือโดนหัก เอาคืนมาไม่ได้หรอก” คำถามนี้แวนโฮซาร์เป็นผู้ตอบ



มินอสมุ่ยหน้า “มันจะหายไปเองตอนรุ่งเช้า ระหว่างนั้นเจ้าก็อยู่แบบนี้ไปก่อนก็แล้วกัน”



“อะไรนะ? นี่ หยุดเดี๋ยวนี้นะ มินอส!



เด็กหนุ่มรีบวิ่งปรู๊ดหายเข้าไปในห้องของตนเองก่อนที่จะโดนจับตัวเอาไว้ได้ ปิดประตูลงกลอนเอาไว้จนลูเธอร์ทำได้แค่ทุบประตูปึงปัง แต่ทำได้แค่สองสามครั้งก็ถูกคนอื่นๆ ห้ามปรามเอาไว้เพราะกลัวจะรบกวนโซเลมตนอื่นๆ ภูตแห่งห้วงเวลาจึงได้แต่กล้ำกลืนความหงุดหงิดใจแล้วล่าถอยไปจนบรรยากาศกลับมาเงียบสงบตามเดิม



มินอสล่าถอยออกจากประตูเมื่อแนบหูฟังแล้วแน่ใจว่าสถานการณ์สงบลงแล้ว หัวเราะสะใจกับตนเองเบาๆ ก่อนสีหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นเป็นกังวลเมื่อนึกถึงเรื่องของใครอีกคนขึ้นมา



เดินไปนั่งลงบนเตียงของตนเอง สีหน้าเป็นกังวลฉายชัดถึงความเศร้ามากกว่าเดิมเพราะรู้ตัวว่าได้สร้างปัญหาให้กับอิกอรัสเสียแล้ว ถึงจะรู้สึกดีที่ได้แก้แค้นเจ้าภูตนิสัยไม่ดี แต่หากรู้ตั้งแต่แรกว่ามันจะมีผลกระทบต่อคะแนนสะสมของโซเลม มินอสก็คิดว่าตัวเขาคงจะไม่มีทางทำแบบนั้นลงไปเด็ดขาด แม้จะต้องถูกล้อเลียนหรือหัวเราะเยาะต่อไปก็ตาม



รู้ตัวว่าคงทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้อีกนอกจากการขอโทษ หากก็กลัวเสียจนไม่กล้าไปพบอีกฝ่ายตอนนี้ มินอสครุ่นคิดอยู่กับตัวเองอย่างว้าวุ่นใจ สีหน้าของอิกอรัสยังคงติดตาอยู่จนถึงตอนนี้ คนที่เอาแต่หัวเราะและทำหน้าราวกับไม่ยินดียินร้ายเรื่องใดๆ พอรู้ตัวว่าถูกหักคะแนนตั้งแต่ยังไมได้เริ่มการทดสอบก็มีสีหน้าขึงตึงขึ้นมาทันที เด็กหนุ่มถอนหายใจครั้งที่ร้อย เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทันรู้ตัว แต่เมื่อเดินออกไปจากห้องก็พบว่าไม่มีใครอยู่ที่โถงแล้ว ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนตั้งแต่ตอนไหนไม่อาจทราบ



โถงกว้างถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง หากภูตประจำกายมีธุระกับโซเลมของตนเองก็ต้องเดินผ่านโถงไปยังอีกฝั่งหนึ่ง มินอสหัวใจเต้นรัวเร็วขณะก้าวเดินผ่านพื้นหินอ่อนเย็น เมื่อมาหยุอยู่ที่หน้าประตูสีขาวบานหนึ่งก็ทำใจรวบรวมความกล้าอยู่อีกครู่ใหญ่



เอาไว้ค่อยขอโทษพรุ่งนี้ได้ไหมนะ? คิดขึ้นมาในใจก่อนจะรีบส่ายหน้า ไม่ได้สิ แบบนั้นไม่มีความจริงใจเลย ตัวเขารู้สึกผิดจริงๆ ก็ต้องรีบขอโทษตอนนี้ คิดได้ดังนั้นจึงยกมือขึ้นเคาะประตูเบาๆ



ก๊อกๆๆ



หลังจากลงมือเคาะไปไม่นาน ประตูห้องก็ถูกเปิดออกโดยคนข้างใน มินอสเบิกตากว้าง หลบสายตาไปอีกทาง...แต่งตัวเตรียมเข้านอนแล้ว แต่ทำไมยังไม่ใส่เสื้ออีกล่ะเนี่ย!







☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼






             
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 175 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #400 Kbexm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 04:40
    อิกอรัสแอบไปตามมินอสอยู่นี่หน่าเป็นห่วงเขาแหละดูออก มินอสขอให้ขอโทษสำเร็จส่วนเพื่อรๆเหล่าภูติอย่าแกล้งน้อนเอ็นดูน้องด้วย
    #400
    0
  2. #152 minnie_KS (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 13:52
    อย่าแกล้งมินอสกันสิ มินอสไปขอโทษอิกอรัสเร็วว แล้วทำไมคุณเค้ายังไม่ใส่เสื้ออีกนะ
    #152
    0
  3. #85 นิ้ง.นิ้งหน่อง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 20:36
    โอ้ยยยยย เป็นครั้งแรกที่อยากตีน้องมินอส หนูต้องตั้งใจฝึกแล้วก็มีสมาธิมากกว่านี้นะคะ เป็นไงล่ะ แบบนี้อิกอรัสโดนติดลบไป100คะแนนแล้ว แต่ชอบความออกไปตามหากับไม่ยอมกินข้าวถ้ามินอสยังไม่กลับมาของอิกอรัสจังเลย แอบเป็นห่วงเค้าอยู่ใช่มั้ยล่ะ แล้วจะไปขอโทษเค้า เจออิกอรัสสภาพแบบนั้นเข้าไป จะได้ขอโทษมั้ยฮึ 55555555
    #85
    0
  4. #64 baimikm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 13:03
    อย่าดุมินอสเลยนะงื้อ
    #64
    0
  5. #59 Helio (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 20:19

    สวัสดีปีใหม่ค๊าบบบคูมไรท์ ~~ สงสารมินอส โดนแกล้งตลอดเลย แต่น้องก็ใสซื่อมากๆ อ่ะ หวังว่าน้องจะได้โชว์สกิลเร็วๆ นี้นะ เอาใจช่วยหนู !!

    #59
    0
  6. #56 bambuboo27 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 20:22
    เอ็นดูเจ้าน้องจังเลยยยย ทำไมน้องน่าเอ็นดูได้ขนาดนี้ แงงง ;-;
    #56
    0
  7. #55 Seoky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 17:51
    ตั้งใจกว่านี้นะมินอสสสส
    #55
    0
  8. #54 icechanapa2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 17:10
    น้องน่ารักมากเลย ความจริงแล้วอิกอรัสก็แอบชอบน้องอยู่เหมือนกันใช่มั้ย!!
    แล้วก็น้องมาเป็นภูติคู่โซเลมได้เพราะอิกอรัสขอ อะไรแบบนี้/เพ้อ
    #54
    0
  9. #53 wshinatip (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 16:16
    น่ารักอะ ฝึกฝนตัวเองให้เก่งขึ้นนะลูก
    #53
    0
  10. #52 jjacksonn7 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 16:05
    แงงงงงน้อง ต้องมีสติตั้งใจกว่านี้นะลูก
    #52
    0
  11. #51 Paployz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 15:53
    อิกอรัสสสสดีมากเลย จริงๆก็แอบเป็นห่วงน้องมินอสนี่นา ส่วนน้องมินอสก็นะ น่าเอ็นดูจริงๆ ในใจแอบอยากให้น้องตั้งใจมากกว่านี้
    #51
    0
  12. #50 im_lalin1m (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 15:45
    น้องฮืออออเอนดูมากๆทำพี่เขาโกธรเข้าให้แล้ว
    #50
    0