มาลาคีรี | KOOKMIN

ตอนที่ 5 : มาลาคีรี 4 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 958
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 231 ครั้ง
    1 เม.ย. 64




แกร๊ก!



ประตูบานสีขาวสะอาดถูกกระชากเปิดออกอย่างติดเคืองๆ เล็กน้อย คนตัวเล็กกว่าที่หน้าประตูหันหน้าไปอีกทาง หลบสายตาจากกล้ามเนื้อหน้าท้องและผิวพรรณขาวสะอาดของชายหนุ่มตรงหน้าด้วยท่าทางตื่นๆ



“...”



อิกอรัสจ้องมองภูตประจำตัวของตนเองด้วยสายตาเรียบเฉยราวกับกำลังรอให้อีกฝ่ายแถลงไขว่ามาทำอะไรตรงนี้กันแน่ มินอสพยายามรวบรวมสติและความกล้าให้มั่นคง ครั้งนี้จะทำอะไรงี่เง่าออกไปไม่ได้อีกแล้ว เมื่อหัวใจเริ่มเต้นเป็นจังหวะมากกว่าเดิมแล้วจึงค่อยๆ หันมาส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับโซเลมธาตุอัคคี



“จ- จะนอนแล้วหรือ”



“...”



อิกอรัสถอนหายใจจนอกไหวหนึ่งครั้ง แล้วกลอกดวงตากลับมาจ้องมองสีหน้าเลิ่กลั่กของมินอสอีกครั้ง ทว่าก็ยังไม่คิดจะตอบอะไรอยู่ดี



ทำเอาคนตัวเล็กกว่าพูดอะไรต่อไม่ออกตามไปด้วย...อะไรกันเนี่ย ถอนหายใจใส่กันเฉยเลย แบบนี้คงมีแต่ต้องขอโทษออกไปตรงๆ เลยสินะ



มินอสยกมือขึ้นประสานกันที่ระดับใบหน้า “ระ เรื่องที่ทำให้ถูกตัดคะแนนเมื่อกี้นี้...ข้าคงทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากขอโทษจากใจจริง ขอโทษจริงๆ นะอิกอรัส”



กล่าวคำขอโทษออกไปตรงๆ ด้วยน้ำเสียงหงอยอ่อนเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ว่ารู้สึกผิดจริงจัง ไม่ลืมที่จะส่งสายตาออดอ้อนไปให้ด้วย อิกอรัสเห็นท่าทางแบบนั้นก็เลิกคิ้วเบาๆ



“ท่านขอโทษไป คะแนนของข้าก็ไม่กลับมาเสียหน่อย”



มินอสเม้มปากแล้วพองลมในแก้ม นั่นถูกต้องที่สุดเลย พูดออกมาตรงๆ แบบนี้เขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อกันพอดีสิ



“ละ แล้ว...การทดสอบวันพรุ่งนี้ จะทำให้มันกลับมาได้หรือเปล่า”



อิกอรัสหลุดหัวเราะ “อะไรนะ?”



“กะ การทดสอบวันพรุ่งนี้อย่างไร! ข้าจะช่วยเจ้าเอาคะแนนที่เสียไปกลับมาเอง!” ดวงตากลมคู่สวยเป็นประกายขึ้นมาในบัดดลด้วยความตั้งใจอันแรงกล้า แต่ร่างสูงกว่าตรงหน้ากลับเหม่อมองไปข้างหน้าพร้อมกับถอนหายใจอย่างปลงตก



“ช่างมันเถิด มันคงเป็นโชคร้ายของข้าเอง”



“ข้าต้องทำอะไรบ้าง บอกข้าได้เลยนะ ข้าจะช่วยเอาคะแนนกลับมาเยอะๆ เลย”



“ลืมมันไปเถิด กลับไปนอนได้แล้ว”



ประตูห้องถูกดึงปิดแต่มินอสก็คว้าเอาไว้ทันแล้วรีบแทรกตัวเข้าไปในห้องนอนของชายหนุ่มด้วยท่าทางกระตือรือร้น



แกร๊ก!



อิกอรัสเบิกตาจ้องมองคนตัวเล็กที่ใจกล้ากว่าที่คิดด้วยสีหน้าประหลาดใจเมื่อประตูถูกปิดลงอีกทั้งอีกฝ่ายยังยืนขวางเอาไว้อีก



“อย่าเข้ามาตามใจชอบสิ”



“จะ เจ้าก็บอกข้ามาก่อนสิว่าข้าต้องทำอะไรบ้าง ข้าอยากช่วยเจ้าจริงๆ นะ”



อิกอรัสมีสีหน้าเหมือนจะขบขันหากก็เหนื่อยใจอยู่ในที “ท่านต้องได้ช่วยแน่อยู่แล้ว แต่ตอนนี้ต้องพักผ่อนก่อน”



“นี่ข้าไม่ได้ล้อเล่นนะ ที่ข้าบอกว่าไม่รู้ก็คือไม่รู้จริงๆ แบบนี้ข้าจะสู้ภูตตนอื่นๆ ได้อย่างไรกันล่ะ”



อิกอรัสเดินไปนั่งลงบนเตียงท่าทางสบายๆ “เราไม่ต้องแข่งกับใครทั้งนั้น แค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็พอ”



มินอสสืบเท้าตามเข้าไปใกล้ที่ข้างเตียง “แล้วหน้าที่ที่ว่ามันคืออะไร”



อิกอรัสเงยหน้าขึ้นมองสีหน้ามุ่งมั่นตั้งใจของภูตมาลาคีรีประจำกายของตน ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ หลังจากที่ทำหน้านิ่งเฉยมาสักพัก



“ก็แค่ให้ข้ายืมพลังของท่านเพื่อทำภารกิจให้ลุล่วง ไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอก”



“พลัง? พลังของข้าน่ะเหรอ”



คนถูกถามพยักหน้า “ใช่แล้ว การฝึกวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง ราบรื่นดีไหม”



มินอสเหลือบตามองไปทางอื่นพร้อมกับหัวเราะเบาๆ อย่างเก้อๆ “กะ การฝึกเหรอ...เอ่อ ก็ดีนะ ดีมากเลย ข้าสนุกมาก...”



“สนุก?” อิกอรัสแทรกขึ้นพร้อมกับเลิกคิ้วสงสัย ภูตหนุ่มรีบเบิกตากว้างแล้วยกมือขึ้นโบกพัลวัน



“มะ ไม่ใช่สนุกแบบนั้นหรอกนะ ขะ ข้าหมายถึง...สนุกที่ได้ใช้พลังอย่างเต็มที่น่ะ”



เมื่อได้ฟังคำอธิบายแบบละล่ำละลักก็พยักหน้าช้าๆ อย่างไม่ใส่ใจอะไรมากนัก โซเลมอัคคีเอนกายเท้าแขนทั้งสองข้างกับเตียงหนานุ่มของตนเองอย่างย่ามใจ ในขณะที่มินอสเหม่อมองออกไปอีกทางด้วยสีหน้าที่ปิดไม่มิดถึงความเป็นกังวล



อย่างที่คิดเลย โซเลมต้องใช้พลังของภูตประจำกายจริงๆ ด้วย...แล้วนี่ข้ามีพลังอะไรเด็ดๆ กับเขาบ้างไหมเนี่ย ในภารกิจต้องปลูกต้นไม้หรือจัดสวนดอกไม้หรือเปล่านะ ทูตสวรรค์จัดสวนเป็นเท่ออกจะตาย!



ดูเหมือนคนบนเตียงจะเดาความคิดของภูตหนุ่มจากสีหน้าออก อิกอรัสถอนหายใจเบาๆ อีกครั้งด้วยอารามปล่อยวาง ดวงตาคมที่ดูผ่อนคลายหากก็ขึงแข็งอยู่ในทีจับจ้องใบหน้าหวานตรงหน้าขณะพูดเนิบช้าชัดเจน



“ถึงได้บอกว่าอย่าคิดให้มากความแล้วไปพักผ่อนได้แล้วกระไร...รอดูวันพรุ่งนี้กันดีกว่าว่าภารกิจแรกคืออะไร”



มินอสขมวดคิ้วมุ่น อยากจะพูดอะไรกลับไปแต่ก็ทำได้แค่ยืนทำหน้ามุ่ย ถ้าพูดแบบตรงๆ ก็คือกังวลไปก็สู้ใครเขาไม่ได้อยู่ดี ใช่ไหมล่ะ เจ้าหมอนี่บางทีก็ร้ายกาจจริงๆ พูดออกมาตรงๆ ตั้งแต่แรกยังจะรู้สึกดีกว่านี้



ดวงตาคมของโซเลมหนุ่มรูปงามเหลือบมองภูตมาลาคีรีที่ยังคงยืนนิ่ง ปั้นหน้าเหมือนคนมีอะไรในใจจะพูดอยู่อย่างมีคำถาม ซึ่งมินอสก็รีบหลบสายตาพร้อมกับส่งเสียงอึกอักอย่างลังเล



“ขะ ข้า...ข้าอยากช่วยจริงๆ นะ”



“...”



อิกอรัสจ้องมองอีกฝ่ายที่ก้มหน้าน้อยๆ พร้อมกับลูบแขนตัวเองอย่างรู้สึกผิดไม่หาย ก่อนจะเหม่อมองไปยังเบื้องหน้าพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ อย่างไร้ซึ่งแววกังวลใดๆ



“ถ้าเช่นนั้นก็ทำให้เต็มที่...มาพยายามในแบบของตัวเองกันเถอะ”



“...”



ไม่เชิงเป็นการให้กำลังใจ แต่เพียงได้ฟังเท่านั้นมินอสก็ยิ้มออกมาน้อยๆ ด้วยหัวใจที่เริ่มกลับมาเบิกบานสดใสอีกครั้ง

 

 




☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼


 



 

การทดสอบคุณสมบัติและความพร้อมในการรับตำแหน่งทูตสวรรค์รุ่นถัดไของเหล่าโซเลมถูกแบ่งออกเป็นสามภารกิจ ผู้ที่จะตัดสินและให้คะแนนโซเลมแต่ละตนในแต่ละภารกิจคือทูตสวรรค์รุ่นปัจจุบันจากการพิจารณาว่าโซเลมทั้งหกได้บรรลุจุดประสงค์ของภารกิจทั้งสามหรือไม่ จะไม่มีการแข่งขัน แต่ผู้เข้าแข่งขันต้องร่วมมือและช่วยเหลือกันเพื่อให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ผลคะแนนที่พวกเขาได้รับจะเป็นตัวจัดลำดับยศภายในโซเลมทั้งหกเท่านั้น



แม้หนึ่งในผู้เข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้จะมีบุตรของทูตสวรรค์อยู่ด้วย แต่การตัดสินจะเป็นไปด้วยความยุติธรรมและซื่อตรง ทั้งเหล่าทวยเทพและคณะทูตสวรรค์ รวมถึงชาวสวรรค์ตนอื่นๆ ต่างก็ตั้งตารอที่จะได้เห็นว่าโซเลมธาตุอัคคีจะกลายเป็นธาตุที่ได้คะแนนรวมสูงสุดติดต่อกันเป็นสมัยที่สองหรือไม่ ยิ่งเมื่อเป็นสายเลือดที่สืบทอดลงมาโดยตรง ก็ยิ่งทำให้การทดสอบครั้งนี้เป็นที่จับตามอง ผลคะแนนของโซเลมทั้งหกในแต่ละภารกิจจะถูกประกาศให้ทราบโดยทั่วกันทั้งสวรรคโลก แม้กระทั่งชาวสวรรค์บนโลกมนษย์ก็จะได้ติดตามการทดสอบนี้ผ่านการประกาศผลคะแนนในแต่ละรอบด้วย



พูดง่ายๆ ในภาษาของพวกมนุษย์คือ อิกอรัสเป็นเหมือนกับตัวชูโรงในการทดสอบอันเลื่องชื่อนี้ ไม่ว่าใครต่างก็พูดถึงชายหนุ่มและภูตมาลาคีรีของเขา ไม่แปลกที่ใครๆ ต่างก็คลางแคลงใจ เพราะแม้โซเลมธาตุอัคคีจะแข็งแกร่งและปราดเปรื่องเพียงใด แต่หากได้ภูตประจำกายเป็นภูตที่ไม่มีพลังอำนาจในการประจัญบานก็ทำให้นึกภาพลำบากนักว่าเขาจะทำคะแนนเป็นอันดับหนึ่งได้อย่างไร



โดยเฉพาะหลังจากที่ภารกิจแรกได้ถูกเปิดกรุออกมาแล้ว...แม้แต่เหล่าโซเลมยังตกอกตกใจเมื่อได้ทราบรายละเอียด ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะต้องเหนื่อยกันตั้งแต่ภารกิจแรก อีกทั้งสนามทดสอบยังอยู่ที่โลกมนุษย์อีกด้วย



ในนรกภูมิมีปรสิตชนิดหนึ่งที่เรียกว่า แฟลร์พวกมันเป็นสัตว์นรกชั้นต่ำที่มีร่างกายสีดำทะมึนเหมือนกับเงาของมนุษย์ เห็นวิญญาณมนุษย์เป็นไม่ได้ ต้องจับมาแทะเล็มกินราวกับหนูที่ชอบแทะสายไฟและเสื้อผ้าจนกระทั่งวิญญาณดวงนั้นๆ สลายหายไปจากสารบบแห่งวัฏสงสาร แม้จะทำการปราบปรามและควบคุมปริมาณได้อย่างเด็ดขาดเป็นเวลาหลายพันปีมาแล้ว แต่ในการทดสอบของโซเลม ปรสิตเหล่านี้จะถูกปลดปล่อยขึ้นมายังพื้นที่หนึ่งบนโลกมนุษย์ ในครั้งนี้ถูกปล่อยออกมาจำนวน 10 ตัว เหล่าชายหนุ่มแห่งแดนสวรรค์จะต้องกำจัดพวกมันให้หมดภายในสามวัน และจะต้องไม่มีมนุษย์คนใดถูกกินวิญญาณจนตายอย่างเด็ดขาด



ทันทีที่ฟังคำชี้แจงสำหรับภารกิจจบ มินอสก็เบิกตาพร้อมขมวดคิ้วแน่น



แฟลร์คืออะไร? คำถามหนึ่งดังวนเวียนในหัว ก่อนที่ห้องโถงหน้าบันไดชั้นล่างของปราสาทอะเมทิสจะแปรเปลี่ยนเป็นตรอกแคบๆ ระหว่างตึกที่สร้างจากอิฐสีแดง กลิ่นเหม็นจากถังขยะใบเขื่องที่เต็มไปด้วยขยะเปียกและเศษอาหารทำให้ทั้งภูตหนุ่มและอิกอรัสยกมือขึ้นปิดจมูกแล้วเดินเลี่ยงออกมาจากบริเวณนั้นแทบจะไม่ทัน



พวกเขาถูกส่งตัวมาที่โลกมนุษย์เป็นที่เรียบร้อย ท่าทางยามก้าวฉับๆ ออกจากซอกตึกทำให้ผู้คนในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวที่เดินผ่านไปผ่านมาหันมามองอย่างสงสัยเล็กน้อย หากก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก ทั้งสองสังเกตเห็นสายตาเหล่านั้นจึงรีบกระชับและจัดเสื้อผ้าของตนพร้อมกับพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด



มินอส อดที่จะมองไปรอบๆ อย่างตกตะลึงไม่ได้ เขาอยู่บนโลกมนุษย์ก็จริง แต่อยู่แค่บนป่าเขาเท่านั้น ไม่เคยย่างกรายเข้าในเมืองมาก่อน ตึกรามบ้านช่องและถนนหนทางยามบ่ายทำให้ภูตหนุ่มตาเป็นประกาย มองดูรถม้าของพวกมนุษย์ที่พ่วงด้วยม้าสีดำตัวใหญ่ ผู้คนสวมใส่ถุงมือและหมวกทรงสูง บางคนถือไม้เท้าและร่มที่พับเอาไว้ขณะก้าวเดิน สุภาพบุรุษสวมใส่ชุดสูทสีดำ สุภาพสตรีส่วมใส่ชุดกระโปรงเข้ารูป เพราะอากาศหนาวทุกคนจึงมีโค้ทตัวยาวสวมใส่กันถ้วนหน้า แม้แต่อิกอรัสและมินอสก็แต่งกายไม่ต่างกับคนแถวนี้ ภูตมาลาคีรีก้มลงมองปลายแขนเสื้อโค้ทสีน้ำตาลและถุงมือกันหนาวสีดำของตนอย่างตื่นเต้น



ร่างสูงกว่าหลังจากสอดส่องสายตาไปรอบๆ ก็ถอนหายใจเบาๆ “ดูเหมือนทุกคนจะถูกแยกออกจากกัน แต่ก็คงจะอยู่ในเมืองเดียวกันนี่ล่ะ”



มินอสหันมาจ้องคนตัวสูงกว่าพร้อมกับเบิกตาโต “ทุกคนเหมือนจะมองเห็นเราเลย”



“นั่นแหละปัญหา เร็วเข้า เราไม่มีเวลามากนัก”



พูดยังไม่จบดี อิกอรัสก็ก้าวขาที่สวมกางเกงสแล็กสีดำไปตามทางเท้าอย่างรีบร้อน มินอสรีบเดินตามไปขนาบข้าง



“เราจะไปไหนกัน”



อิกอรัสมีท่าทีนิ่งสงบหากสายตาก็สอดส่องหาอะไรบางอย่างอยู่ในที “ที่ไหนสักที่...ที่ที่ลับสายตาคน”



มินอสได้ฟังก็รู้สึกหน้าร้อนขึ้นมา “จะไปที่แบบนั้นทำไมกัน”



“ข้าต้องดูอาวุธของตนเองก่อน ถูกส่งมาที่นี่ ศรของข้าอาจจะไม่คงรูปเดิม”



“อะ อ้อ อย่างนี้นี่เอง...” มินอสอยากจะยกมือขึ้นเคาะหัวตัวเองที่คิดอะไรไม่เข้าท่าอีกแล้ว



ทั้งสองเดินอย่างไร้จุดหมายไปตามทางเท้า ระหว่างทางอิกอรัสก็ได้อธิบายให้ภูตของตนเข้าใจว่าแฟลร์คืออะไร และต้องจัดการกับมันอย่างไร



มินอสพยักหน้าหงึกหงัก ตั้งใจฟังเต็มที่ ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างบนพื้นที่ปูด้วยอิฐสีเทาในบริเวณร้านกาแฟกลางแจ้งข้างทาง มันเชื่อมต่อกบเท้าของหญิงคนหนึ่งที่นั่งดื่มกาแฟอยู่ รูปร่างและตำแหน่งแบบเดียวกับเงาของหล่อน แต่ด้วยสัมผัสของชาวสวรรค์ก็มองรู้ได้ทันทีว่าผิดปกติ



“ใช่แบบนั้นหรือเปล่า”



กระซิบถามพร้อมกับดึงเสื้อโค้ทด้านหลังของโซเลมอัคคีไว้ อิกอรัสขมวดคิ้วมองตามไปยังจุดที่มินอสชี้ ก่อนจะเบิกตาเล็กน้อย แล้วอัญเชิญศรของตนขึ้นมาอย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว



พิ้ง!



ยิงออกไปยังพื้นจนเกิดเสียงโลหะกระทบกับอิฐเบาๆ จนวัตถุทรงเรียวเล็กนั้นกระเด้งกระดอนไปอีกทาง โชคดีที่หญิงคนนั้นไม่ทันได้ยินเสียงนั้น รวมถึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าเงาของตนแยกออกเป็นสองอันแล้วไหลไปอีกทางราวกับกำลังหนีอะไรบางอย่างอยู่



“มะ มันไปแล้ว!



มินอสรีบดึงแขนร่างสูงกว่าที่กำลังจ้องมองอาวุธในมือของตนเองอย่างสับสนให้รีบวิ่งตามเงานั้นไป อิกอรัสคว้าข้อมือของภูตประจำกาย พุ่งตัวเพียงพริบตาเดียวก็สามารถไล่ตามแฟลร์ตัวนั้นได้ทันราวกับหายตัวได้



เมื่อไล่ตามไปจนถึงซอกตึกลับสายตาคนจึงคว้าศรในรูปปืนกระบอกสั้นที่เหน็บไว้ใต้เสื้อโค้ทของตนขึ้นมาลั่นไกใส่เงาดำนั้นไม่ยั้ง เป็นปืนไม่มีเสียง แต่เสียงกระสุนกระทบกับพื้นก็ดังเป็นจังหวะรัวเร็วพร้อมกับแฟลร์ที่เคลื่อนตัวช้าลงเรื่อยๆ หากก็ไม่สิ้นใจตายไปเสียที



“แบบนี้ไมได้ไปไหนกันพอดี ข้าต้องใช้พลังของท่าน” เมื่อแฟลร์แทรกตัวหลบหนีไปได้อีกครั้ง อิกอรัสก็ร้องบอกมินอสขณะกำลังไล่ตามมันไปพร้อมๆ กัน



“พะ พลังข้า? พลังแบบไหน?” มินอสรีบถามล่ำละลัก อิกอรัสท่าสายตาจดจ่ออยู่กับแฟลร์ที่เริ่มเคลื่อนตัวเร็วตามปกติตามเดิมตอบกลับอย่างงคนที่กำลังพยายามทำสองอย่างในเวลาเดียวกัน



“พลังอะไรก็ได้! หากเป็นพลังของภูต แฟลร์จะตายภายในการโจมตีครั้งเดียว”



“ขะ เข้าใจแล้ว!



สิ้นคำตอบ อิกอรัสจึงทำการเคลื่อนไหวชั่วพริบตาอีกครั้ง ครั้งนี้ไปดักอยู่ตรงหน้าแฟลร์จนมันส่งเสียงร้องหวีดแหลมด้วยความตกใจ ยังดีที่บริเวณนี้มีแต่ร้านค้าที่ปิดทำการในตอนบ่ายคล้อยใกล้ค่ำ ทำให้ในเวลานี้ไม่มีใครคนอื่นเดินผ่านมา เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะจ่ออาวุธปืนไปยังปรสิตนรกภูมิโดยไม่ต้องกลัวมนุษย์ตนใดผ่านมาเห็น



“อะ อิกอรัส! ข้าต้องทำยังงะ--!



มือข้างที่ว่างของอิกอรัสเอื้อมไปโอบรอบไหล่เล็กของมินอส ดึงเข้าหาตัวแล้วจัดการประกบริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากนุ่มของภูตหนุ่มโดยไม่ทันตั้งตัว



เกิดขึ้นเพียงพริบตาเดียว หากก็ทำเอามินอสขาอ่อนแทบจะล้มลงไปกับพื้น เมื่อถอนริมฝีปากออก อิกอรัสก็หันกลับไปจ้องมองเงาดำนั้นภายในเสี้ยววินาทีก่อนจะเหนี่ยวไกปืนเพื่อยิงลูกกระสุนที่เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจของภูตประจำกายออกไป



“...!



ครั้งนี้ไม่มีเสียงโลหะกระทบกับพื้น...ทั้งอิกอรัสและมินอสจับจ้องไปยังดอกไม้สีขาวดอกหนึ่งที่ร่วงลงบนพื้นที่แฟลร์เคยอยู่ แต่บัดนี้ไหลหนีไปอีกทางแล้ว





ดอกไม้สีขาว...ร่วงออกมาจากกระบอกปืน?





อิกอรัสคลายมือออกจากการโอบกอด พลิกปืนของตนเองไปมาอย่างสับสนและงุนงงระคนตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อ



มินอสเองก็ตกใจไม่ต่างกัน ภูตหนุ่มยังไม่สามารถละสายตาจากดอกไม้สีขาวดอกน้อยบนพื้นได้



แทบจะหมดแรงวิ่งตาม ทั้งสองยืนนิ่งเป็นหินอยู่กับที่ด้วยความช็อคในภาษามนุษย์



มินอสหันไปอีกทาง หลับตาแน่นพร้อมกับเม้มปากอย่างอับอาย...นี่คือสิ่งที่เจ้าตอบแทนจูบแรกของเขางั้นหรือ มินอส ไม่หวานเลยสักนิด เป็นจูบที่น่าอายเป็นที่สุด อยากจะกระโดดลงคลองตายเสียตอนนี้เลย!!



“อ๊ะ! อิกอรัส!



เสียงหนึ่งดังมาจากทางที่แฟลร์เพิ่งหนีไปเมื่อครู่นี้ บรรยากาศชวนอึดอัดหายใจไม่ออกเมื่อครู่จางหายไปเล็กน้อยเมื่อเคออส โซเลมธาตุวายุเดินเข้ามาหาพร้อมกับเบ็น ภูตประจำกาย



“ข้าก็คิดอยู่ว่าแฟลร์เมื่อกี้นี้มันหนีอะไรมา ที่แท้ก็หนีเจ้ามานี่เอง”



อิกอรัสเลิกคิ้วอย่างสบายๆ “เจ้าฆ่ามันไปแล้วรึ”



“ใช่แล้ว...อ้อ! อาวุธของเจ้าเปลี่ยนรูปหรือเปล่า หอกของข้าเปลี่ยนเป็นไม้เท้าเสียอย่างนั้น เล่นเอาตกใจแย่”



สิ้นคำถามอิกอรัสก็ยกปืนในมือของตนให้อีกคนดู ทั้งสองพูดคุยเกี่ยวกับอาวุธไม่นานก็วนกลับมาที่เรื่องแฟลร์เมื่อครู่



“คนอื่นๆ ก็คงกำลังตามล่าพวกมันอยู่ ข้าแปลกใจนิดหน่อยนะที่เจ้าไม่ได้ฆ่าแฟลร์ตัวเมื่อกี้น่ะ”



เคออสถามพร้อมสีหน้าสงสัยจากใจจริง ในตอนแรกเขาไม่คิดเลยจริงๆ ว่าจะมีแฟลร์ที่หนีรอดเงื้อมมือโซเลมอย่างอิกอรัสมาได้ คนถูกถามส่งยิ้มกว้างขณะตอบ



“ใจจริงก็ตั้งใจจะฆ่า แต่ดันมีดอกไม้พุ่งออกมาจากปืนของข้าน่ะสิ”



เคออสและเบ็นหันไปมองบนพื้นที่มีดอกไม้ดอกหนึ่งตกอยู่ ก่อนที่โวเลมวายุจะเริ่มนิ่วหน้า จ้องมองมินอสที่ยืนทำหน้าหงอยซึมอยู่ข้างหลังแวบหนึ่งแล้วกลับมามองหน้าอิกอรัส



“อิกอรัส...ขอทีเถอะ ใช้ข้าช่วยเจ้าด้วยก็ได้ เจ้านี่จะทำให้เจ้าเสียเวลาเปล่า”



แม้จะลดเสียงลงแล้ว แต่มินอสก็ยังคงได้ยินชัดเจน เด็กหนุ่มก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิมเพื่อซ่อนสีหน้าเสียใจที่ปิดไม่มิดของตน



อิกอรัสได้ฟังก็ถอนหายใจหนักๆ หนึ่งที “นั่นน่ะสิ ข้าถึงขนาดจูบเขาแล้ว แต่ก็ยังได้เท่านี้อยู่ดี”



เคออสเลิกคิ้วสูงอย่างตกใจ “นี่น่ะหรือจูบไปแล้ว? ข้ากับเบ็นแค่สัมผัสมือกันยังฆ่าแฟลร์ได้ภายในพริบตาเดียว ถึงได้บอกอย่างไรว่าภูตชั้นสูงต้องได้เรื่องมากกว่าอยู่แล้ว”



ทั้งสองกำลังพูดถึงการถ่ายทอดพลังอำนาจระหว่างโซเลมและภูตประจำกาย การจูบคือวิธีที่ช่วยถ่ายทอดพลังได้มหาศาลและยาวนานที่สุด หากถึงขนาดมอบจุมพิตแล้วก็ยังไม่สามารถล่าแฟลร์ที่อยู่ตรงหน้าได้ แสดงว่าสถานการณ์ของอิกอรัสตอนนี้นั้นร่อแร่เต็มทีแล้ว



อิกอรัสลอบเหลือบไปมองภูตประจำกายที่ยืนห่อไหล่ ประสานมือไว้หน้าตัวอย่างเศร้าสลด ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มผ่อนคลายให้เคออสที่ร้อนรนแทนล่วงหน้าเป็นที่เรียบร้อย แล้วตอบกลับไปเสียงเบา



“แยกย้ายกันหาต่อเถอะ ข้าคิดว่าอาจจะฆ่าแฟลร์ได้ด้วยปืน แค่ต้องเปลืองกระสุนสักหน่อย เจ้าไม่ต้องห่วงหรอกนะ”



“อิกอรัส แบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลย หากเป็นข้า...”



“เคออส ในสายตาเจ้าข้าดูกระจอกขนาดนั้นเชียวรึ”



คนถูกถามเบิกตากว้าง “จะบ้ารึไร!? ข้าไม่ได้พูดแบบนั้นเสียหน่อย”



“เช่นนั้นก็ไปได้แล้ว ยังเหลือแฟลร์อีกหลายตัวที่ต้องตามหา เรามีเวลาแค่สามวันเท่านั้น อย่าลืม”



เคออสและเบ็นหันมองหน้ากันอย่างเป็นกังวล แต่เมื่อหันกลับมาพบว่าอีกคนยังคงยิ้มได้เหมือนปกติจึงจำต้องรับปาก แล้วเคลื่อนที่ชั่วพริบตาหายไปจากบริเวณนั้นแม้จะค้างคาใจอยู่มากก็ตาม



เมื่อไร้ซึ่งกลิ่นอายของทั้งสองหรือใครอื่นแล้ว ร่างสูงจึงหันกลับมามองภูตของตนที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่พูดมาไม่จามาตั้งแต่เมื่อครู่นี้



สืบเท้าเข้าไปใกล้อย่างระแวดระวัง เอียงศีรษะเล็กน้อยขณะพยายามมองสีหน้าของเด็กหนุ่มที่กำลังก้มหน้างุดจนแทบจะมองไม่เห็นใบหน้า



“มินอส”



“...”



แม้จะเรียกชื่อออกไปเป็นครั้งแรก เจ้าของชื่อก็ยังคงก้มหน้าอีกทั้งยังตัวสั่นน้อยๆ มองดูน่าสงสาร



อิกอรัสพยายามกลั้นรอยยิ้มจนใต้ตานูนขึ้นจางๆ “ครั้งแรกอาจจะทำให้ตกใจ แต่เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง”



“...”



มินอสกัดริมฝีปากล่างพร้อมกับเบ้ปากเบาๆ คิดว่าจะถูกด่าเหมือนที่คนอื่นๆ ทำ ที่ไหนได้ ดันมาพูดด้วยด้วยเสียงอ่อนโยนแบบนี้เนี่ยนะ อย่างนี้เขาก็ยิ่งรู้สึกผิดมากกว่าเดิมจนร้อนขอบตาขึ้นมาเล็กน้อย



“ข้าไม่อยากทำแล้ว...แบบนี้ต้องแย่แน่ๆ เลย”



“...” อิกอรัสเลิกคิ้วเบาๆ เมื่อได้ฟังเสียงที่เพี้ยนหลงเหมือนคนจะร้องไห้จากภูตตรงหน้า



“ทำยังไงดีล่ะ อิกอรัส...เป็นแบบนี้แล้วจะทำยังไงดี”



มือใหญ่เอื้อมมาจับไหล่ทั้งสองข้างของคนตรงหน้าเบาๆ “เฮ้ ทำใจดีๆ เอาไว้ก่อน มันยังไม่เลวร้ายขนาดนั้นสักหน่อย”



“ไม่เลวร้ายได้ยังไง ป่านนี้คนอื่นคงล่าแฟลร์ได้เป็นร้อยๆ ตัวไปแล้ว แต่เจ้ายังไม่ได้สักกะตัวเลย” น้ำเสียงของมินอสดังขึ้นกล่าเดิมหากก็ฟังดูงอแงมากกว่าเดิมด้วย



“ไม่จริงสักหน่อย ที่นี่มีแฟลร์แค่สิบตัวเท่านั้น”



คนตัวเล็กกว่าเงยหน้าขึ้นพร้อมกับหยดน้ำตาที่หยดแหมะจากดวงตาที่หลับแน่นทั้งสองข้าง “ถ้าอย่างนั้นก็คงล่าไปหมดทุกตัวแล้วแน่ๆ เลย”



สิ้นประโยคนั้น ก็ส่งเสียงสะอื้นสะอื้นเบาๆ จนแม้แต่อิกอรัสยังได้แต่เบิกตากว้างอย่างทำอะไรไม่ถูก



ร้องไห้เสียแล้ว...ทั้งแก้มทั้งจมูกแดงไปหมด เหมือนกับเด็กที่ร้องเอาของเล่นไม่มีผิด โซเลมอัคคีมองดูมินอสยกแขนเสื้อโค้ททั้งสองข้างของตัวเองขึ้นมาเช็ดน้ำหูน้ำตาป้อยๆ สุดท้ายก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอดรนทนไม่ได้อีกต่อไป



“ท่านเป็นแบบนี้ แล้วข้าควรจะทำอย่างไรดีกันล่ะ”



มินอสลืมตาที่ขึ้นสีแดงจางๆ “เปลี่ยน...เปลี่ยนภูตสิ เปลี่ยนใครก็ได้มาแทนข้า” ถึงจะยิ่งพูดหัวใจก็ยิ่งเจ็บ แต่มินอสคิดว่าการต้องทนเห็นอิกอรัสตามเพื่อนไม่ทันนั้นเจ็บปวดกว่ามากนัก



“ทำแบบนั้นได้ที่ไหนกันเล่า” ร่างสูงตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ มินอสใช้ถุงมือซับหยดน้ำตาที่หัวตาขณะพูดต่อ



“มีแต่คนบอกแบบนั้นไม่ใช่หรือ แสดงว่าต้องทำได้สิ”



“ก็เพราะมันทำไม่ได้ พวกเขาถึงบอกให้ข้าลองอย่างไรกันล่ะ แต่ใจจริงใครๆ ก็รู้ทั้งนั้นว่าทำไม่ได้”



“...”



“และเพราะเป็นแบบนั้น ข้าเลยคิดว่ามันอาจจะมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่พระเจ้าส่งท่านมาให้ข้า”



“...”



ดวงตากลมที่เปื้อนน้ำตากลอกมองใบหน้างดงามของอีกคนอย่างลังเลใจ หัวใจเต้นเร็วขึ้นมาเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายหันมาส่งยิ้มบางๆ ให้ราวกับเมื่อกี้นี้เขาไม่ได้เพิ่งปล่อยให้แฟลร์หนีไป



“แฟลร์ไม่ใช่ว่าจะตามหากันง่ายๆ เสียหน่อย ท่านเป็นคนแรกเลยกระมังที่สังเกตเห็นแฟลร์ จำได้ไหม ท่านเรียกให้ข้ามองมันด้วยซ้ำ”



“...”



แม้สีหน้าจะยังเต็มไปด้วยแววกังวลและไม่มั่นใจ แต่สองข้างแก้มของมินอสก็แดงขึ้นเรื่อๆ เมื่อถูกอีกฝ่ายเอ่ยชมพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน หลบสายตาอันอบอุ่นนั้นไปอีกทางเพราะหัวใจที่กระตุกสั่นด้วยความหวั่นไหว



อิกอรัสเห็นท่าทางแบบนั้น ก็เอ่ยซ้ำอีกครั้งอย่างไม่เคร่งเครียด “ข้าแค่อยากบอกว่าไม่มีใครแย่งแฟลร์ข้าได้หรอก”



“...”



สีหน้าของมินอสดูจะวางใจลงไปได้เพียงหน่อยเดียวเท่านั้น แต่ก็ดูดีกว่าไม่กี่นาทีก่อน อิกอรัสเห็นเช่นนั้นก็เผยยิ้มวางใจ ก้าวเข้าไปใกล้ร่างเล็กกว่า ยกมือขึ้นประคองท้ายทอยของมินอสแล้วประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียนหนึ่งครั้ง



“...!



มินอสเบิกตากว้าง จ้องหน้าคนตัวสูงกว่าด้วยแววตาสั่นไหวระริก หัวใจเต้นเร็วจนรู้สึกถึงแรงสะเทือนไปทั่วทั้งร่าง ตอนนั้นเองที่อิกอรัสส่งยิ้มให้ราวกับไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร พร้อมกับอธิบาย




“ข้าคืนพลังให้ส่วนหนึ่ง กลัวท่านร้องไห้เหนื่อย”




มินอสไม่รู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้นเป็นความจริงหรือไม่ แต่จากการที่น้ำตาของเขาเหือดแห้งไปทันตาก็ทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายคงจะไม่ได้โกหก  






☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 231 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #414 kingoffish (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 15:54

    โง้ยยยย อิกอรัสช่างอ่อนโยน สู้ๆนะน้อนมินอส!

    #414
    0
  2. #408 Danic_dhopp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 01:15
    เกือบจะร้องไห้ตามแล้ว แง น้องมินอสสู้ๆนะลูก แม่รู้ว่าหนูทำได้ ส่วนอิกอรัสก็อบอุ่นเป็นบ้าเลย ใจฉันเหลวเป้วไปหมด
    #408
    0
  3. #401 Kbexm (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 04:56
    อันสุดท้ายที่จุ๊บหน้าผากมินอสนี่คืนพลังหรือเเกล้งเนียนอยากจุ๊บอยู่้เเล้วกันเเน่คะอิกอรัส
    #401
    0
  4. #271 Muay199960007 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 21:48
    เขาจูบกันจ้าแม่!!!
    #271
    0
  5. #244 marzthanaporn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 12:18
    สงสารน้องอะ ตอนที่แบบน้องร้องไห้ นี่น้ำตาไหลเลยจ้าาา
    #244
    0
  6. #207 Kanokwan114 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 09:07
    อิกอลัสสละมุนม๊ากกก
    #207
    0
  7. #201 nntoo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 22:04
    อิดอรัส ทำไมอบอุ่นอ่อนโยนแบบนี้นะ ^^
    #201
    0
  8. #153 minnie_KS (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 14:06
    ตอนแรกก็เขินที่จูบ แต่ก็มาสงสารน้องอีก อยากรู้ว่าพลังของมินอสคืออะไรแล้ว เพราะท่านแม่ก็เป็นคนบอก เห็นมินอสร้องไห้แล้วใจดีเฉยเลย มาเขินอีกตอนจุ๊บหน้าผาก อุแงงง
    #153
    0
  9. #123 toey29 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 08:55
    ร้องไห้เพราะความอ่อนโยนของอิกอรัส ฮืออ
    #123
    0
  10. #112 IFERN07 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 10:53
    อั้ยย่ะ จูบบบบ
    #112
    0
  11. #102 baimikm (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 00:37
    จูบแรกแล้วยังจูบหน้าผากอีก อิกอรัสทำมินอสเขินใหญ่เลยนะ /คนอ่านนี่หัวใจพองฟูฟ่องมากค่า
    #102
    0
  12. #95 wshinatip (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 16:25
    เขิยยยนนนๆๆๆๆ เขินมากๆเลยเว้ยยยย
    #95
    0
  13. #94 kmisreal2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 02:44

    เอ็นดูน้อง ฮือ ต้องมีเหตุผลสิ แค่ต้องใช้เวลา มินอสสูัๆ

    #94
    0
  14. #93 jjacksonn7 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 21:14
    ฮืออออเขินว้อยยย
    #93
    0
  15. #92 jhopeeeeeeeee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 11:25
    โอ้ยยอิกอรัสสส เขินง่าา
    #92
    0
  16. #91 nicharat_29 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 10:16
    อิกอรัสเเลง!!!!เเลงมากกยำสดวกววกยา!!!!
    #91
    0
  17. #89 ชายาฮ่องเต้ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 03:31
    น้องมีของแหละ ขนาดให้ดอกไม้จูบแรกเลยนะ
    #89
    1
    • #89-1 ชายาฮ่องเต้(จากตอนที่ 5)
      6 มกราคม 2563 / 03:32
      รอน้องรู้วิธีใช้พลัง เอ็นดูความอบอุ่นอิกอรัส ไม่มีด่าน้องเลย
      #89-1
  18. #88 bambuboo27 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 23:15
    อมกกกกกกกก อิกอรัสอ่อนโยนมากอบอุ่นมากละมุนมากไม่ไหวแร้วค่าาาาาา ส่วนยัยน้องมินอสก็น่ารักไม่ไหว ฮื้อออ //แอบรอพลังขอมินอสอยู่นะคะ มั่นใจมากว่าน้องต้องมีของดีซ่อนอยู่!!!
    #88
    0
  19. #87 ilysbjjk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 21:44
    กรี้สสสสสอิกอรัสแบบไม่ไหวแล้ว พ่อแสนดีพ่ออ่อนโยนพ่อผู้เป็นพ่อพระพ่อจิตใจดีมีเมตตาพ่อนมตราหมี ฮือออออบอุ่นมาก รักเอเนอจี้การจูบเรียกพลังของพ่อมาก น้องมินอสรีบแสดงพลัฃออกมาเร็วรู้ก พลังน่ารักไม่ต้องนะ มันล้นแล้ว!
    #87
    0
  20. #86 นิ้ง.นิ้งหน่อง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 21:05
    ฮื่อออออออออ ไม่ไหวแล้ว เขินมาก เขินที่สุด ทำไมอิกอรัสถึงได้อ่อนโยน ละมุนละไมแบบนี้นะ ต้องเอ็นดูมินอสขนาดไหนถึงได้จูบเรียกพลังตั้งแต่ครั้งแรกแบบนี้ ครั้งต่อๆไปคงต้องเรียกพลังแบบนี้ต่อละมั้ง แล้วอิกอรัสก็แสนดีไม่เคยถือโทษโกรธน้องจริงๆซักครั้ง นี่ยังมาปลอบด้วยวิธีการแบบนี้อีก ไม่ใช่แค่น้องมินอสที่จะหลงอิกอรัสหัวปักหัวปำนะ อิชั้นก็ไปไหนไม่รอดแล้ว แอร่กกกกกก แต่พลังจริงๆของน้องคืออะไรกันแน่อ่ะ เพราะถ้าการจูบคือการดึงพลังขั้นสูงสุดแล้วออกมาเป็นแค่ดอกไม้แบบนี้ มันไม่น่าจะช่วยอะไรอิกอรัสได้เลยนะ นี่ยังจำที่ท่านแม่ของน้อบอกได้เลยว่าให้น้องเชื่อในพลังของตัวเองหรือมีแม่อยู่ในตัวอะไรแบบนี้อ่ะ น้องต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่ๆ สู้ๆนะลูก แล้วหนูอย่าเพิ่งเขินอิกอรัสจนไม่เป็นอันทำอะไรซะก่อนล่ะ ฮื่อออออออ
    #86
    0
  21. #84 Helio (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 20:23

    ว้าวววว อิกอรัสเป็นคนที่แอตติจูดดีเสมอต้นเสมอปลายเลยนะ แต่ยังเดาใจไม่ออก ดูเหมือนยังกลางๆ อยู่ (ในแง่ความรู้สึกนึกคิดกับนายเอก) แต่อิกอรัสบุคลิกแบบพระเอกในอุดมคติมาก 555 เหมาะสมแก่การเป็นผู้นำด้วยประการทั้งปวง


    ส่วนมินอส เอาใจช่วยอยู่นะ !!


    คุณไรท์สู้ๆๆ

    #84
    0
  22. #83 AreeyaSripikun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 20:12
    เขินนนนนนน
    #83
    0
  23. #82 Seoky (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 20:05
    แค่จูบคืนพลังจริงหรอ555555555 อยากรู้พลังมินอสแล้ววว
    #82
    0
  24. #81 Paployz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 20:03
    อยากรู้แล้วว่ามินอสมีพลังอะไร ต้องเป็นพลังที่ทุกคนคาดไม่ถึงแน่ๆ ตอนนี้จะว่าฟินก็ฟิน แต่ก็สงสารเจ้ามินอส โถ่ลูกกกก แม่อยากหอมหัว หนูต้องมีพลังอะไรซ่อนไว้ ปล.อิกอรัสจูบลูกเราแบบนี รับผิดชอบด้วย !!!นะ
    #81
    0
  25. #80 ilysbjjk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 11:10
    อยากรู้จริงๆแล้วว่าพลังของมินอสคืออะไร แต่น่าจะเกี่ยวกับดินมั้ย?? แผ่นดินก้ยิ่งใหญ่อยู่น้าาา ลุ้น
    #80
    0