มาลาคีรี | KOOKMIN

ตอนที่ 3 : มาลาคีรี 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 925
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 195 ครั้ง
    1 เม.ย. 64



ไม่ไกลจากวิหารมหาเทพ เรื่อยไปทางทิศตะวันออกคือที่ตั้งของปราสาทอะเมทิสอันวิจิตรตระการตา ทั่วทั้งตัวปราสาทก่อสร้างขึ้นจากหินอ่อนสีขาวปนเทาดูสะอาดและขรึมเย็นไปในเวลาเดียวกัน พื้นที่โดยรอบรายล้อมไปด้วยสนามหญ้าสีเขียวขจีและสวนดอกไม้ที่ดูแลโดยเหล่านางฟ้าและเทวดาตัวเล็กเท่าผีเสื้อในโลกมนุษย์  ภายในดูแลรักษาโดยเหล่าเทพบุตรและเทพธิดาที่พร้อมจะปรนนิบัติเหล่าโซเลมและภูตประจำกายให้อาศัยอยู่ภายในปราสาทแห่งนี้อย่างสะดวกสบายที่สุดในทุกๆ สองร้อยปี



หลังจากถูกพาไปแนะนำห้องส่วนตัวของตนเองและสถานที่ต่างๆ ภายในเขตปราสาท เทพธิดาในรูปหญิงชราเจ้าของรอยยิ้มอบอุ่นราวกับคุณยายที่บ้านก็นำทางเหล่าหนุ่มสาวไปยังห้องอาหารโอ่โถงเพื่อรับประทานอาหารร่วมกันเป็นมื้อแรกในยามที่แสงตะวันเริ่มลาลับขอบนภาแห่งสวรรคโลกนี้ไปจนหลงเหลือเพียงท้องฟ้าสีครามเข้มประดับประดาไปด้วยกลุ่มดาวพร่างพรายและพระจันทร์ดวงใหญ่กว่าที่เห็นบนโลกมนุษย์เป็นสิบเท่า



มินอสนั่งอยู่ทางขวามือของโซเลมธาตุอัคคี เช่นเดียวกับภูตตนอื่นๆ ที่นั่งประจำที่ทางขวามือเคียงข้างโซเลมของตน บนโต๊ะอาหารตัวยาวที่มีจำนวนที่นั่งครบทั้งสิบสองที่พอดี เมื่อทุกคนได้ที่นั่งครบแล้วบรรดาอาหารหน้าตาชวนน้ำลายสอก็ทยอยถูกยกเข้ามาวางเรียงรายทีละจาน ส่งกลิ่นหอมไปทั่วทั้งห้องโถงกว้างใหญ่ที่สว่างแสงไฟสีขาวจากมนตราของเหล่าเทพธิดา



เมื่อเงยหน้ามองเพดานห้องโถงก็จะสามารถมองเห็นท้องฟ้าที่พรายพร่างไปด้วยหมู่ดาวเบื้องบน มินอสจ้องมองความงามตระการตาเหล่านั้นอย่างตื่นเต้น ในขณะที่คนอื่นๆ กำลังพูดคุยกันอย่างสบายๆ ระหว่างรออาหารของตนเอง



“เดี๋ยวก็คอเคล็ดเสียหรอก”



ชายหนุ่มที่นั่งข้างเอ่ยปากขึ้นตักเตือน มินอสจึงยอมก้มหน้าลงมาจ้องมองคนทางซ้ายมือของตนเองด้วยดวงตาเป็นประกายสดใส



“พระจันทร์ที่นี่ดวงใหญ่มากๆ เลย อย่างกับจะโดนดูดเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น”



อิกอรัสยิ้มน้อยๆ พลางเอนกายพิงพนักเก้าอี้บุนวม “นั่นไม่ใช่ดวงที่ท่านเห็นบนโลกมนุษย์หรอกนะ มันคือบ้านของเทพีจันทรา ท่านสร้างและดูแลรักษาดวงจันทร์ของพวกมนุษย์ให้สว่างไสวตลอดเวลา”



มินอสเบิกตากว้างเมื่อได้ฟังข้อเท็จจริงที่ไม่เคยรู้มาก่อน “อย่างนั้นหรอกหรือ แต่ดูแล้วไม่น่าจะมีใครอาศัยอยู่ในนั้นได้เลยนะ...”



“ระวังหน่อย”



มือใหญ่ดึงไหล่ของคนข้างๆ ให้ถอยทางให้กับเทพธิดาที่กำลังแจกจ่ายอาหารให้กับแต่ละคน เมือ่ครู่นี้เพราะเอาแต่เงยหน้ามองท้องฟ้าเลยเกือบจะชนแขนของหญิงสาวในชุดสีชมพูอ่อนเข้ากับสีหลักภายในห้องแห่งนี้ที่กำลังจะวางอาหารของมินอสลงบนโต๊ะ ภูตหนุ่มหันไปกล่าวขอโทษพร้อมรอยยิ้มแห้งๆ เทพธิดาผู้นั้นจ้องมองกลับมาด้วยสีหน้าประหลาดใจหากก็ค้อมศีรษะเป็นสัญญาณว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่แล้วจึงล่าถอยออกไป



เมื่อหันไปมองก็พบว่าอิกอรัสได้ปล่อยมือแล้วหันไปคุยกับโซเลมธาตุวารีข้างกายแล้ว เด็กหนุ่มจึงหันกลับมาสนใจอาหารตรงหน้าของตนเองที่เป็นสาเหตุให้ดวงตากลมกลับมาฉายประกายสดใสอีกครั้ง



บนจานกระเบื้องสีขาววาดลวดลายสีทองประณีตงดงามมีผลไม้นานาชนิดจัดวางเรียงกันอย่างสวยงามดูน่าทาน มีผักทั้งสีเขียวและสีเหลืองประดับรอบจาน มีเมล็ดงาใส่ในถ้วยเล็กๆ เป็นทางเลือกให้โรยหรือไม่โรยลงในจานตามแต่ใจชอบด้วย มินอสจ้องมองอาหารอันโอชะตรงหน้าพร้อมกับลอบกลืนน้ำลาย เขายังหยิบส้อมขึ้นมาไม่ได้จนกว่าทุกคนจะได้อาหารจนครบ ซึ่งก็ดูจะไม่นานเกินรอเท่าไรนักเพราะเหลือเพียงแค่สองสามคนเท่านั้นที่ยังไม่ได้รับอาหาร



ภูตชั้นกลางหรือชั้นต่ำส่วนใหญ่เป็นพวกมังสวิรัติ รับประทานได้เพียงแค่พืชผักผลไม้เท่านั้น เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีภูตชั้นกลางหรือชั้นต่ำตนใดรับประทานเนื้อเลยก็ว่าได้ แตกต่างกับเหล่าภูตชั้นสูงที่จะรับประทานเนื้อเป็นอาหารหลักเช่นเดียวกับเหล่าเทพยดาและทูตสวรรค์ อาหารทั้งสิบสองจานจึงมีเพียงจานเดียวที่ถูกจัดด้วยผลหมากรากไม้และพืชผักเพียงอย่างเดียว ซึ่งก็คือจานของมินอสนั่นเอง ทำให้ในตอนนี้สายตาของเหล่าโซเลมและภูตตตนอื่นๆ ที่ร่วมโต๊ะนั้นย้ายมารวมกันที่จานอาหารของเด็กหนุ่มเป็นสายตาเดียว บทสนทนาพลันเงียบไปโดยฉับพลัน



มินอสสังเกตเห็นความผิดปกตินั้น หากก็ยังไม่รู้ว่าจะควรจะพูดอะไร จึงทำเพียงแค่นั่งกระพริบตาปริบ ไล่สายตามองทุกคนอย่างสงบเสงี่ยม แม้แต่อิกอรัสก็จะสนใจอาหารของเขามากเช่นกัน



“อะ อะไรหรือ...” หันไปกระซิบเสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้กับโซเลมธาตุอัคคีข้างกาย หากก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกสะท้อนไปทั่วโถงขึ้นมาก่อน



“ปราสาทอะเมทิสไม่เคยเลี้ยงจานหลักของภูตเป็นผักผลไม้แบบนี้มาก่อน เจ้ารู้ไหมว่ามันหมายความว่าอย่างไร”



เป็นโซเลมธาตุวายุนาม เคออส ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามนั่นเองที่เอ่ยปากขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มกว้างดูมีเลศนัย มินอสเอียงศีรษะคิดตามเล็กน้อย ก่อนจะเผยยิ้มกว้างอย่างดีใจจนตาปิด พร้อมกับยกมือขึ้นประสานกันที่ใต้คาง ยกไหล่ทั้งสองข้างอย่างตื่นเต้น



“หมายความว่าข้าเป็นคนพิเศษงั้นเหรอ



“...”



เคออสดูจะมึนงงและเหลื่อเชื่อกับคำตอบนั้นมาก รวมถึงคนอื่นที่เริ่มขมวดคิ้วพลางขยับกายไปมาอย่างไม่สะดวกใจ นั่นทำให้รอยยิ้มสดใสของภูตหนุ่มจางหายไปเพราะคิดว่าคงจะเดาผิดเสียแล้ว มีเพียงอิกอรัสที่หันหน้าหนีไปอีกทางแล้วยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะอยู่ตามลำพัง



มินอสหน้าหงอยอย่างรู้สึกถูกคุกคามจากสายตาไม่เป็นมิตรจำนวนสิบกว่าคู่ที่ส่งมาทิ่มแทงจนแทบพรุน



“ทะ ทำไมล่ะ ก็อาหารข้าไม่เหมือนคนอื่น แบบนี้ไม่เรียกว่าพิเศษรึไร”



“นั่นมัน...ไม่ใช่เรื่องชวนดีใจนะ...” โซเลมธาตุปฐพีนาม เพตา ผู้เถรตรงตอบกลับพร้อมสีหน้าลังเลใจ มินอสหันไปมองภูติตนอื่นๆ ที่นั่งเงียบไม่ยอมพูดอะไร หากทุกคนก็หันหน้าไม่ยอมสบตา บ้างยังถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายอีกต่างหาก




อะไรกันเล่า บรรยากาศแบบนี้...ทำอย่างกับเขาเป็นส่วนเกินอย่างนั้นล่ะ




แวนโฮซาร์ที่นั่งอยู่อีกฝั่งเอนกายเท้าศอกกับโต๊ะ “ท่านพี่ บางทีอาจจะมีวิธีอยู่ รีบไปขอท่านเทพเปลี่ยนภูตประจำตัวดีกว่านะขอรับ”



อิกอรัสที่เริ่มใช้ส้อมจิ้มเนื้ออบราดซอสรสหวานเข้าปากเลิกคิ้วเบาๆ ตอบอย่างทีเล่นทีจริงหลังจากกลืนอาหารลงคอ “เจ้าว่างั้นหรือ?”



“อิกอรัส กับเจ้านี่ข้าว่าไม่ไหวหรอก” โดโรธี โซเลมธาตุอัศนีที่นั่งอยู่สุดริมโต๊ะเสริมขึ้น แม้แต่โดโรธีที่ดูจะโอนอ่อนมากที่สุดก็ยังเอ่ยปากเห็นด้วย คนอื่นๆ จึงเริ่มเสริมเติมเข้ามาอีกจนมินอสเริ่มรู้สึกเหมือนตัวหดเหลืออยู่แค่นิ้วเดียว



หากก็ยังพยายามไม่ก้มหน้า แม้สีหน้าจะเริ่มมุ่ยสนิทอย่างไม่พอใจไปมากแล้ว “พะ พวกเจ้าพูดเกินไปแล้วนะ...ข้าไม่ได้แย่ขนาดนั้นสักหน่อย” น้ำเสียงเศร้าหงอยจนปิดไม่มิด เปิดโอกาสให้แวนโฮซาร์พูดเสียงดังกว่าเดิมด้วยท่าทางขึงขัง



“เจ้ามันไม่รู้อะไรเลย หากเจ้ารู้อะไรสักนิดเกี่ยวกับการทดสอบนี้เจ้าจะไม่พูดแบบนี้แน่”



“ตะ แต่ข้าก็ถูกพระเจ้าเลือกมาเหมือนกันนี่! แล้วมันจะแตกต่างกันตรงไหนล่ะ”



แวนโฮซาร์แค่นหัวเราะรวมถึงคนอื่นๆ ที่เริ่มเผยยิ้มเหลือเชื่อพร้อมกับส่ายหน้า อิกอรัสยกมือขึ้นเท้าคางพลางเอียงคอมองภูตหนุ่มข้างกายตนอย่างเงียบๆ ในปากเคี้ยวเนื้อตุ้ยๆ ราวกับกำลังนั่งดูหนังกลางแปลง



“อยากรู้นักใช่ไหมว่าทำไมพวกข้าจึงไม่พอใจ? เรเมทิส เจ้ายังไม่ได้แนะนำตัวเองต่อหน้าทุกคนเลยนี่”



ชายหนุ่มหันไปพูดกับภูตหนุ่มอีกตนที่นั่งข้างกัน เจ้าของเส้นผมสีแดงราวกับใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วงยืดอกเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างสุขุม



“ข้าเรเมทิส ภูตแห่งแรงดึงดูด ประจำกายโซเลมธาตุปฐพี”



ไม่ต้องรอให้ใครพูดอะไรต่อ ชายหนุ่มผิวเข้มกว่าคนอื่นที่นั่งอยู่อีกหนึ่งที่นั่งถัดไปทางด้านซ้ายก็เอ่ยปากต่อ



“ข้าเบ็น ภูตแห่งแร่โลหะ ประจำกายโซเลมธาตุวายุ”



ทุกสายตาเลื่อนต่อไปยังภูตหนุ่มอีกตนเจ้าของรอยยิ้มบางๆ หากก็มีแววเย้ยหยันอยู่ในที



“ข้า...ลูเธอร์ ภูตแห่งห้วงเวลา เคียงบ่าโดโรธี โซเลมธาตุอัสนี”



มินอสจ้องมองภูตทีละตนด้วยสีหน้าที่เริ่มไม่สะดวกใจมากขึ้นเรื่อยๆ เกีย ภูตแห่งการเพิ่มพูนอ้างว่าเด็กหนุ่มรู้จักตนอยู่แล้ว จุดที่ดวงตากลมที่ฉายแววกังวลใจนำไปวางไว้ก็คือทางซ้ายมือของเขา ถัดจากอิกอรัสไป



เด็กสาวยื่นหน้ามาทักทาย ส่งรอยยิ้มเป็นมิตรก่อนจะเอ่ยปากเสียงหวาน “ส่วนข้า อะความารีน ภูตเงาสะท้อน”



พยักหน้าพร้อมกับส่งยิ้มกลับไปบางๆ เพราะถูกยิ้มให้อย่างเป็นมิตรเป็นครั้งแรก ก่อนจะมองไปรอบๆ แล้วพบว่าภูตตนสุดท้ายที่ยังไม่ได้แนะนำตัว ก็คือเขาเอง



มินอสยื่นปากน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงดังฟังชัด “ข้าคือมินอส...ภูตแห่งดอกไม้...ดอกไม้ภูเขา”



“...”



หางเสียงที่เบาลงอย่างชัดเจนนั้นปลิวหายไปในอากาศท่ามกลางความเงียบภายในห้องโถงกว้าง ไม่มีเสียงหรือสิ่งใดตอบกลับมาอีกนอกจากสายตาดูแคลนที่จ้องมองมาพร้อมปลายคางที่เชิดขึ้นอย่างแสดงจุดยืน



ฟังดูมีแต่พลังของภูตชั้นสูงทั้งนั้น...แต่นิสัยแย่กันชะมัดเลย! เด็กหนุ่มภาคภูมิใจในพลังของตนเองมาตลอด ทำไมคนพวกนี้ต้องมาทำให้มันดูแย่ขนาดนั้นด้วย



“ดูเถิด ขนาดเจ้าเองยังไม่มั่นใจในตัวเองเลย”  แวนโฮซาร์ได้โอกาสจี้จุดไม่ยอมปล่อย มินอสรีบเบิกตากว้าง ก่อนจะเถียงกลับไปเสียงแข็งกว่าเดิมอย่างไม่ยอมแพ้



“ขะ ข้าก็ใช้พลังสายประจัญบานได้เหมือนกันนะ!



สิ้นเสียง ทุกคนก็เริ่มแสดงท่าทางสนอกสนใจขึ้นมา แม้กระทั่งอิกอรัสที่ดูจะไม่ค่อยสนใจเหตุการณ์เมื่อครู่เท่าไรนักก็ยังหันมามองภูตข้างกาย เลิกคิ้วอย่างประหลาดใจขณะยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบ



หลายๆ คนหรี่ตาจับจ้องอะไรบางอย่างบนใบหน้าของเด็กหนุ่มหากก็ยังไม่พูดอะไรออกมา แวนโฮซาร์เองก็มีสีหน้าประหลาดใจไปชั่วครู่ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มร่า “อย่างนั้นหรือ เช่นนั้นก็แสดงให้เราดูสิ”



มินอสอึกอักไปทันตา “คือว่า...ตอนนี้ไม่ได้ มะ มันต้องใช้เวลาหน่อย ข้าไม่ได้ใช้พลังนั่นมานานมากแล้ว...” ตอบออกไปอ้ำๆ อึ้งๆ ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าพลังนั่นที่ว่ามันคืออะไร แต่ท่านแม่บอกเขามาแบบนั้น ท่านแม่ไม่มีทางโกหกเขาแน่นอน!



เมื่อได้ฟังคำตอบ ครู่ต่อมาสีหน้าของทุกคนก็ดูจะเปลี่ยนไปในทางขบขันมากขึ้น ภูตบางตนถึงกับหันไปอีกทางแล้วกลอกตาอย่างจนใจ มินอสสังเกตเห็นบางสิ่งผิดปกติ พอหันไปมองหน้าอิกอรัสก็พบว่าอีกฝ่ายก็กำลังจ้องหน้าเขาด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้เช่นกัน



“อะไร ทำไมมองข้าแบบนั้น...” กระซิบถามออกไป เบ็น หรือภูตแร่โลหะเป็นผู้ชี้แจงแถลงไขคำถามข้อนี้



“ภูตทุกตนไม่ได้รับอนุญาตให้พูดโกหก หากเจ้าพูดโกหกก็จะมีปานแดงปรากฏขึ้นบนกลางหน้าผาก ยิ่งเจ้าโกหกมากเท่าไรมันก็จะเข้มขึ้นเรื่อยๆ”



มินอสเบิกตากว้าง รีบยกมือขึ้นปิดหน้าผากตนเองทันที “ขะ ข้ามีเหรอ!!



เสียงหัวเราะดังครืนไปทั่วทั้งห้องอาหารอย่างตลกขบขัน อิกอรัสรวมถึงเหล่าโซเลมบางตนที่ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนก็พลอยหลุดหัวเราะตามไปด้วยจนมินอสแทบจะร้องไห้ด้วยความอับอายอยู่รอมร่อ



“โอรสอันดับที่ยี่สิบสองของเทพแห่งฤดูกาล...แบบนี้เจ้าก็อายุมากกว่าภูตนั่งอยู่ตรงนี้ทุกตนเลยน่ะสิ เรื่องแค่นี้ทำไมถึงไม่รู้กัน”



เรเมทิสที่ดูท่าทางเป็นคนจริงจังเอ่ยถามอย่างสงสัย ยิ่งทำให้คนอื่นๆ ต่างหันไปถามซ้ำกับคนข้างกายอย่างเหลือเชื่อ มินอสยืนกายลุกขึ้นยืนจนเกิดเสียงเก้าอี้ครูดกับพื้นหินอ่อน แล้วจึงรีบก้าวฉับๆ ออกจากห้องอาหารแห่งนี้ไปด้วยสีหน้าตื่นๆ



ไม่สนใจแม้จะถูกมองว่าอายจนวิ่งหนีก็ตาม...ภูตหนุ่มไม่เคยโกหกมาก่อน อีกทั้งยังคลุกคลีอยู่แต่กับสัตว์ป่าด้านล่าง ขึ้นมาแดนสวรรค์แทบจะนับครั้งได้ ไอ้ปานสีแดงที่ว่ามันรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรมีแต่ต้องไปส่องกระจกในห้องส่วนตัวดูเท่านั้นล่ะ!

 

 




☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼

 




ไม่รู้เช่นกันว่าภูตตนอื่นจะมีรูปร่างของปานที่แตกต่างกันไปหรือไม่ แต่สำหรับมินอส หากเขาพูดโกหกปานสีแดงรูปข้าวหลามตัดขนาดเล็กจะปรากฏขึ้นที่กลางหน้าผากของเขา



มันขึ้นเป็นสีแดงเด่นชัดบนผิวขาวสว่าง แม้มองจากที่ไกลๆ ก็ยังมองเห็น คงเป็นเพราะโกหกออกไปตั้งสองครั้ง ทำให้รอยยิ่งเข้มขึ้นอีก หลังจากที่ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงหนานุ่มแล้วเหม่อมองเพดานห้องที่ถูกสลักและวาดลวดลายดอกไม้สีทองดูสวยงามสบายตา เวลาผ่านไปครู่หนึ่งเมื่อลองยกกระจกบานเล็กขึ้นมาส่องอีกทีรอยปานนั้นก็ดูจะจางลงไปมากแล้ว



ดูเหมือนจะไม่ใช่ตราบาปที่ติดตัวถาวร แต่ต่อจากนี้คงต้องระมัดระวังมากกว่าเดิมแล้ว ความจริงไม่ควรจะโกหกไปเสียแต่แรกด้วยซ้ำ! ไม่น่าหลงไปกับคำพูดของพวกเขาเลย เผลอทำเรื่องไม่ดีลงไปซะแล้ว แถมยังน่าอายอีกด้วย



มินอสยันกายขึ้นนั่งขัดสมาธิ วางกระจกไว้ข้างกาย สีหน้าสับสนและเป็นกังวลยังคงฉายชัดขณะเอียงคอครุ่นคิดถึงคำพูดของผู้เป็นมารดาเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ท่านพูดว่าข้าจะไม่เป็นอะไร ท่านพูดแบบนั้นจริงๆ นะ...



จะว่าไป เวลาเหล่าเทพโกหกจะมีปานเหมือนกันหรือเปล่านะ? คิดในใจพร้อมกับยกมือขึ้นถูหน้าผากเบาๆ ก่อนจะรีบไล่ความคิดเหล่านั้นออกจากหัว คิดแบบนั้นกับท่านแม่ได้อย่างไรกัน ถึงไม่ใช่ท่านแม่ของข้าท่านก็เป็นถึงเทพีแห่งความรัก คิดได้ดังนั้นเด็กหนุ่มก็ทะลึ่งกายขึ้นยืนบนเตียงหลังกว้างของตนเอง ตั้งท่าฐานมั่น ยกกำปั้นทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกับจ้องมองผ่านกระจกหน้าต่างออกไปยังด้านนอกอย่างหมายมาด



ข้าต้องมีดีอะไรบ้างสิ พระเจ้าท่านคงไม่เลือกข้ามาอย่างไร้เหตุผลแน่! มินอสหลับตานึกถึงตอนเด็กๆ เมื่อหลายร้อยปีก่อนที่เคยเห็นภูตชั้นสูงใช้พลังอำนาจในการระเบิดร่างปีศาจที่หลงเข้ามาในแดนสวรรค์ เมื่อภาพในหัวเด่นชัดแล้วจึงเบิกตา ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวด้วยท่าทางน่าเกรงขาม



“แฮ่!!!



ส่งเสียงคำรามน่าหวาดผวาออกไปเสียงดังพร้อมกับสีหน้าเหี้ยมโหดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะกลับมาลูบคางครุ่นคิด แล้วลองเปลี่ยนเป็นท่านั่งชันเข่าข้างหนึ่งดู



“แฮ๊!!!



ครั้งนี้ลากเสียงดังและยาวกว่าเดิม เพ่งสมาธิไปที่ฝ่ามือที่ยื่นไปข้างหน้า กลั้นหายใจจนตัวเกร็งเพื่อบีบเค้นพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวออกมา



แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่ใช่อยู่ดี เด็กหนุ่มลองกลับไปยืนอีกครั้ง ครั้งนี้ตั้งท่าให้ดูน่ากลัวกว่าเดิม หรืออาจะเป็นที่สีหน้า? แววตาก็อาจจะสำคัญ พยายามระลึกถึงสีหน้าของภูตชั้นสูงเวลาใช้พลัง ขณะพยายามปั้นหน้าก็ส่งเสียงขู่ในลำคอไปด้วยเป็นการเตรียมตัว



แต่ไม่ว่าจะทำเช่นไรก็ไม่มีอะไรออกมา ทั้งๆ ที่อยากจะพังห้องให้พวกนั้นอึ้งไปเลยแท้ๆ มินอสทิ้งตัวลงนั่งกับเตียงตามเดิมพร้อมกับส่งเสียงงอแงเบาๆ แล้วเอนกายกระแทกลงนอนราบอย่างท้อใจ



“...!!



ก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นว่าที่หน้าประตูห้องมีใครคนหนึ่งเปิดเข้ามาตั้งแต่ตอนไหนไม่อาจทราบ แต่ร่างสูงนั้นกำลังพิงขอบประตูยืนกอดอกมองเขาอยู่ก่อนแล้ว ภูตหนุ่มเบิกตาแทบถลน รีบเด้งตัวกลับขึ้นไปนั่งตัวตรงแน่ว



“อะ-- โฮ้ยยย ออกกำลังกายทุกวันนี่มันดีจริงๆ เล้ยย” แกล้งรำพึงออกมาเสียงดังด้วยน้ำเสียงที่สูงกว่าปกติ ในตอนที่ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ก็รีบยกมือขึ้นปิดหน้าผากอย่างเพิ่งนึกขึ้นมาได้ เมื่อกี้จะนับเป็นโกหกไหมนะ เขาออกกำลังกายจริงๆ นี่นา!



ไม่ทันเห็นว่าชายผู้งามสง่านั้นหลุดหัวเราะเบาๆ ตามลำพังก่อนจะก้าวเดินมาใกล้ บนหัวรู้สึกถึงวัตถุบางอย่างที่วางลงมาเบาๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าเป็นตะกร้าเล็กๆ ที่บรรจุผลไม้ที่เขาไม่ได้กินเข้าไปแม้แต่คำเดียวบนโต๊ะอาหารเมื่อครู่นี้



อิกอรัสยังคงมีสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวตามเคย ยื่นตะกร้าใบนั้นมาตรงหน้าเด็กหนุ่ม “พรุ่งนี้จะมีการฝึกก่อนการทดสอบ ต้องกินเยอะๆ เข้าไว้นะ”



มินอสกระพริบตาปริบ จริงสิ ก่อนการทดสอบจริงจะมีการฝึกพิเศษสำหรับโซเลมและภูตเป็นเวลาหนึ่งวัน ภูตดอกไม้หรี่ตาเบาๆ อย่างไม่ไว้ใจ



“ไม่ต้องมาหวังดีกับข้าหรอก เมื่อกี้เจ้าก็เอาแต่นั่งหัวเราะไม่ใช่รึไร”



อิกอรัสเลิกคิ้ว “งั้นหรือ ไม่กินก็ตามใจท่าน”



พูดจบก็หันหลังหมายจะเดินออกจากห้องไปจริงๆ มินอสรีบถลาไปคว้าแขนเอาไว้แล้วแย่งตะกร้าผลไม้มากอดไว้กับตัว



“เจ้านี่มันแย่ที่สุดเลย...” ตัดพ้อด้วยสีหน้าไม่พอใจสุดฤทธิ์ อิกอรัสหัวเราะพลางดุนลิ้นที่กระพุ้งแก้ม



“จริงหรือ”



“จริงที่สุดเลยล่ะ”



ร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างเตียงส่งสายตาหยั่งเชิง “แต่ปานแดงท่านไม่คิดแบบนั้นนะ”



มินอสรีบวางตะกร้าลงบนเตียงแล้วหยิบกระจกขึ้นมาส่องอีกครั้ง พบว่าปานแดงที่เริ่มจางลงไปแล้วมีสีเข้มขึ้นมาจริงๆ ด้วย



อิกอรัสจ้องมองใบหน้าอ่อนหวานของคนบนเตียงด้วยสีหน้าพินิจพิจารณา



“แล้วทำไมแก้มจึงแดงขึ้นมาด้วยล่ะ ภูตมีปานที่แก้มด้วยรึ”



ภูตมาลาคีรีรู้สึกหน้าร้อนขึ้นมากกว่าเดิมเมื่อถูกทัก ยกมือขึ้นปิดแก้มทั้งสองข้างของตนเองพร้อมกับจ้องมองใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างจนแล้วซึ่งคำพูดอื่นใด



"ทำไมถึงมีเรื่องที่ท่านไม่รู้มากมายขนาดนั้นกันเนี่ย...ข้าล่ะทึ่งไปเลย" ถึงจะพูดแบบนั้นแต่สีหน้าก็ยังดูจะไม่สะทกสะท้านอะไรมากนัก มินอสได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายหัวเราะอย่างพึงพอใจเบาๆ แล้วจึงเดินออกจากห้องของเขาไปท่าทางสบายอารมณ์



แกร๊ก!



ประตูห้องปิดไปแล้ว แต่มินอสยังคงงุนงงกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ หลังจากเหม่อลอยไปชั่วขณะก็รีบส่ายหน้ารัวเร็ว พยายามไล่ความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้หัวใจเต้นรัวจนอดที่จะเผยยิ้มอย่างเขินอายออกมาไม่ได้




ดูอย่างไรก็ถูกล้อเลียนอยู่ชัดๆ ยังจะยิ้มอะไรอยู่ได้ ตั้งสติหน่อยสิ มินอส!




แต่ถึงจะยิ้มเยาะเขาก็ยังงดงามขนาดนั้นไม่ใช่รึไร? ถึงจะน่าโมโหแต่ภูตดอกไม้ภูเขาก็ทำหน้าบึ้งทั้งที่ใจกำลังฟูฟ่องไม่เป็นอยู่ดี

 






☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼






             
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 195 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #439 Darlene PP (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 05:10
    สฃสารน้องนะเนี่ย ใจร้ายกันจัง
    #439
    0
  2. #413 kingoffish (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 15:23

    เป็นกำลังใจให้น้องมินอส!

    #413
    0
  3. #399 Kbexm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 04:24
    เขินม้วนเเล้วค่ะอย่าเเกล้งมินอส555555555555555
    #399
    0
  4. #351 P-A-I-N (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 11:13
    ละมันจะบีบใจชั้นไปเรื่อยๆ
    #351
    0
  5. #308 Hihi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 05:57

    เขิลแทนน้องไปหมดแล้ววว

    #308
    0
  6. #216 Muay199960007 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 15:14
    เอ็นดูน้องงง
    #216
    0
  7. #206 Kanokwan114 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 23:27
    โดนรุมอ่ะลูกชั้นนน อิกอรัสเธอก้ขี้แกล้งใช่เล่น
    #206
    0
  8. #158 nntoo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 22:46
    ทำไมน่าเอ็นดูขนาดนี้ คนอื่นอย่าเพิ่งตัดสินน้องสิ ฉงฉานน้องง
    #158
    0
  9. #151 minnie_KS (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 13:40
    มินอสต้องมีพลังแน่นอน! อย่าหัวเราะน้องกันสิ ฮืออ เอ็นดูไปหมด
    #151
    0
  10. #122 toey29 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 08:13
    น่ารักมาก แงง อิกอรัสก็เอ็นดูมินอสเถอะ ไม่เนียนเล้ย
    #122
    0
  11. #77 Nakookmin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 03:57
    เอ็นดูน้องอ่ะ เอ็นดูมาก ที่ถูกเลือกมาต้องมีเหตุผลสิ แต่หนูเด๋อมากเลยลูก แง
    #77
    0
  12. #63 baimikm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 12:17
    ชอบแกล้งมินอสกันนักนะ มินอสสู้ๆหนูช่างใสซื่อบริสุทธิ์จริงๆ พลังที่น้องมีอยู่คงจะเป็นพลังแห่งความรักจากท่านแม่แน่แท้ไม่ได้โกหก
    #63
    0
  13. #49 Helio (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 17:23

    มีเรื่องอยากเล่าให้ไรท์ฟัง อาจจะเพราะกดเข้ามาดูบ่อยว่าไรท์อัพยัง เลยเก็บไปฝันว่า ไรท์เปลี่ยนชื่อเรื่อง (จากมาลาคีรีเป็นภูติสวรรค์อะไรซักอย่าง) ทำให้เราเสิร์ชหาไม่เจอ แล้วเลยไม่ได้อ่านตอนต่อๆ ไป 555 เป็นครั้งแรกที่ฝันถึงฟิคเลยนะเนี่ย ???? คิดถึงๆ นะคะ

    #49
    1
  14. #48 wshinatip (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 11:04
    ไม่มีใครน่ารักสู้หนูแล้ว ตีมันเลยอิกอรัสน่ะ ชอบแกล้งน้องจริงๆ
    #48
    0
  15. #47 ??? (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 10:27

    คนที่ถูกเลือกต้องมีอะไรดี ๆ อยู่แล้ว บางทีมินอสอาจจะยังไม่แผลงฤทธิ์ เพราะปกติไม่ได้ฝึกอะไรแบบนี้ ต้องมีสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัว และพิเศษมากแน่ ๆ

    #47
    0
  16. #46 Madaddy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 07:56
    สงสารน้องอ่ะ แต่น้องต้องมีอะไรดีแน่ๆ
    #46
    0
  17. #45 VAEHYUNG (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 01:49
    เอาความน่ารักเข้าสู้เลยลูก
    #45
    0
  18. #44 Seoky (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 05:10
    น้องต้องมีอะไรเด็ดๆแน่ๆ สู้เขา!!
    #44
    0
  19. #40 jjacksonn7 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 22:15
    ฮือออสงสารน้องมีแต่คนดูถูกน้องต้องมีดีบ้างล่ะแต่ยังไม่เผยออกมาต่างหาก
    #40
    0
  20. #39 np zaaa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 19:41
    น้องน่ารักจิงๆนะ
    #39
    0
  21. #38 내 침침~ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 15:39
    สงสารน้อนนนน ฮือ อิกอรัสปกป้องน้องหน่อยวยย ;-;
    #38
    0
  22. #37 SmilePastaKM (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 15:39
    คือน้องชอบมากเลยอ่ะ ปากว่ายังกลายเปนโกหกอีกกกก
    #37
    0
  23. #34 พาเรจึ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 12:57
    น้องงงงง น้องน่าจะอยู่ที่สวนดอกไม้เหมือนเดิม น้องไม่น่ามาเจอกะคนพวกนี้เลยอ่า;---;
    #34
    0
  24. #33 Snowrainbow_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 11:58
    หมั่นไส้อิกอรัสนะ ถ้าเป็นคนคือทำไมขี้เก็กจังวะ 5555 ชั้นโกดทุกคนแกทำให้น้องรุ้สึกแย่ สงสารน้อนนนนนน ฮรื่อออ ลูกแม่สู้ๆนะคะคนเก่ง *หอมหัว*
    #33
    0
  25. #30 bambuboo27 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 10:41
    น้องหลงอิกอรัสมากเลยนะเนี่ย55555555 เป็นเอ็นดู แงงงง
    #30
    0