Gacha Fight!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,042 Views

  • 6 Comments

  • 50 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    154

    Overall
    1,042

ตอนที่ 22 : เจน & เชน ไดอารี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    19 พ.ค. 62

Gacha Fight!!

       Chapter 20 : เจน & เชน ไดอารี่   

          สมัยที่ฉันยังอยู่ในวัยอนุบาล ฉันเป็นเด็กผู้หญิงที่ผู้ชายทั้งห้องมาบอกชอบ และเมื่อผู้ชายทั้งห้องชอบฉันพร้อมๆกันจึงทำให้เขาทะเลาะกัน และหลังจากที่พวกเขาเลิกทะเลาะกันแล้ว ฉันก็กลายเป็นเป้าหมายที่พวกเขาคอยแกล้งซะอย่างงั้น

          เป็นความผิดของเธอนั่นแหละยัยบ้า!”

          ถ้าไม่มีเธอ พวกฉันก็ไม่ต้องมาทะเลาะกันหรอก!”

          ทำไมถึงเป็นคำพูดที่เห็นแก่ตัวแบบนั้นล่ะ ทั้งๆที่พวกนายเป็นฝ่ายมาชอบฉันแท้ๆ

          ไปไกลๆเลยยัยอัปลักษณ์!”

          คนอย่างเธออยู่ไปก็มีแต่ทำให้คนอื่นทะเลาะกัน!”     

          ทั้งๆที่ไม่ได้อยากให้พวกนายมาชอบฉันแท้ๆ! พวกนายก็ทะเลาะกันเองด้วย!

          หลังจากที่ฉันถูกพวกผู้ชายในห้องแกล้ง พวกผู้หญิงในห้องก็เริ่มหมั่นไส้ฉัน ที่เกิดมาเนื้อหอม ทั้งๆที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ๆ

          ระหว่างทางที่เจนวัยอนุบาลเดินกลับบ้านตัวคนเดียว พวกผู้ชายห้องเดียวกันสามคนเดินมาดักหน้าของเธอพร้อมกับถือก้อนหินอยู่ในมือกันทุกคน

          คิดว่าสวยนักหรอ วันนี้แหละพวกเราจะทำให้ใบหน้านั้นเสียโฉมเอง!”

          ตอนนั้นฉันทนไม่ไหวแล้ว...ทนเก็บความเศร้าที่ไม่มีเพื่อน แถมยังถูกคนอื่นกลั่นแกล้งไว้ไม่ไหวแล้ว!!

          พี่คะ!!!!”

          ฉันตะโกนออกมาสุดกล่องเสียง อยากจะตะโกนให้ดังจนกล่องเสียงที่สั่นนั้นระเบิดออกเป็นชิ้นๆ ฉันตะโกนออกไปพร้อมน้ำตา และฉันก็ไม่คิดว่าชายที่ฉันเรียกออกไปจะออกมาด้วย

          พวกแกทำอะไรกันวะ!!”

          เด็กชายวันประถมวิ่งเข้ามาพร้อมกับเตะลูกฟุตบอลอัดใส่เด็กที่ถือก้อนหินคนหนึ่งจนหินนั้นเผลอหลุดมือตกพื้น เด็กชายวัยประถมวิ่งเข้าไปใช้หัวโขกหน้าผากเด็กคนที่สองตามด้วยถีบเด็กคนที่สาม

          เด็กสองคนหลังล้มลงหมดสตินอนบนพื้น แล้วเด็กคนที่หนึ่งในสภาวะมึนงงก็หันซ้ายหันขวาราวกับจะทำอะไรไม่ถูก ก่อนที่เขาจะวิ่งหนีไป

          เด็กหนุ่มวัยประถมคนนั้นเดินไปเก็บลูกฟุตบอลที่กลิ้งอยู่บนพื้นแล้วก็หันมายิ้มให้กับฉันอย่างเป็นมิตร แต่นั่นก็เป็นใบหน้าที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะนั่นคือใบหน้าของพี่ชายฉัน

          เชน : “เฮ้เจน ก็ว่าช่วงนี้ทำหน้าเศร้าๆที่แท้ก็โดนแกล้งอยู่เรอะ?”

          เจน : “เปล่าซักหน่อย...พวกนั้นโดนหนูแกล้งอยู่ต่างหากเล่า

          เจนพองแก้มทำหน้าบึ้งตึง

          เชน : “โกหก! ก็เห็นอยู่โต้งๆว่าจะโดนปาหินใส่!”

          เจน : “งื้อ หนูไม่อยากให้พี่เป็นห่วงนี่นา

          เชน : “โถ่เรื่องแค่นี้

          เชนเอื้อมมือขวามาลูบหัวเจนเบาๆอย่างอ่อนโยนราวกับกำลังลูบหัวให้กับลูกแมวน้อยที่กำลังหลงทางแล้วบอกว่า ฉันจะเก็บเธอไปเลี้ยงนะ มากับฉันสิ

          เชน : “เพราะเป็นพี่ชาย ถึงมีหน้าที่ปกป้องน้องยังไงเล่า!”

          วันนั้นช่างเป็นวันที่มีความสุขจริงๆ

          และหลังจากนั้นก็มีคนมาท้าสู้กับพี่ชายของฉันเป็นประจำ แต่ก็โดนพี่ฉันตะบั้นหน้ากลับไปทุกราย

          และหลังจากนั้นก็มีคนมาตามแกล้งฉันอยู่ตลอดทุกวันระหว่างทางกลับบ้าน แต่ก็โดนพี่ฉันตะบั้นหน้ากลับไปทุกรายเช่นกัน

          และหลังจากนั้นก็เริ่มมีหนุ่มมาจีบฉัน คุณลองเดาดูสิ? แน่นอนพี่ชายฉันตะบั้นหน้ากลับไปทุกรายเหมือนเดิม

          ครอบครัวของฉันก็เป็นครอบครัวที่อบอุ่น มีคุณพ่อเป็นตำรวจป้อมยาม คุณแม่เป็นช่างแต่งหน้า พี่ชายวัยซน และฉันคนสวย พวกเราอยู่กันในห้องแคบๆเล็กๆแต่น่าแปลกที่ไม่รู้สึกอึดอัด กลับรู้สึกว่ามันอบอุ่นเสียเหลือเกิน

          พอฉันเริ่มเข้าวัยมัธยม 1 พี่ฉันก็อยู่มัธยม3 ครอบครัวของฉันเริ่มมีฐานะดีขึ้น บ้านของเราใหญ่ขึ้น คุณแม่ก็ไม่จำเป็นต้องทำงานเพราะมีเงินใช้ยังไงก็ใช้ไม่หมดจึงอยู่บ้านแล้วอ่านแต่นิตยาสารแฟชั่น เนื่องจากคุณพ่อที่คลี่คลายคดีระดับประเทศมานักต่อนักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจึงทำให้ท่านได้เลื่อนตำแหน่งจนเป็นถึงผู้บัญชาการตำรวจ พี่ชายฉันพอเข้าปีสุดท้ายของม.ต้น ก็มีเพื่อนมากมายซะจนถ่ายรูปพร้อมกันต้องมีคนที่ถ่ายไม่ติดแน่นอน แถมคนที่เคยถูกพี่ชายตะบั้นหน้าก็มาขอเป็นลูกน้องของพี่ ฉันเองก็ไม่ค่อยรู้อะไรหรอกนะ แต่ฉันรู้สึกว่าพอบ้านเราใหญ่ขึ้นครอบครัวเรากลับเริ่มห่างกันมากขึ้น คุณพ่อเอาแต่ทำงานเพราะมีคดีเล็กคดีใหญ่เข้ามาทุกวี่วัน แถมยังเอกสารทางราชการต่างๆนาๆ คุณแม่ก็เอาแต่อ่านนิตยาสาร ออกไปช็อปปิ้งบ้าง ไปออกกำลังกายบ้าง มื้อที่ท่านทำอาหารให้นั้นแทบจะนับมื้อได้เลย ส่วนพี่ชาย พอครอบครัวเราเริ่มห่างกันพี่ก็เริ่มติดเพื่อน จนเริ่มออกไปนอนบ้านเพื่อนบ่อยขึ้น และก็ถึงขั้นที่ว่าบางสัปดาห์ไม่กลับมาบ้านเลยซักครั้ง ส่วนฉันน่ะหรอ ฉันก็ยังสวยอยู่ไง

          และแล้ววันเวลาก็ได้ผ่านไป ถึงวันนั้น วันที่ฉันเสียใจจนแทบบ้า

          พี่ชายพาเพื่อนมาเที่ยวที่บ้าน เพื่อนๆของพี่เองฉันก็คุ้นหน้าดี บางคนก็เคยเข้ามาจีบ บางคนก็เคยมาแกล้งตอนที่ยังเป็นเด็ก แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกเอะใจอะไรเพราะมันก็เป็นเรื่องปกติที่ผู้ชายจะต้องพาเพื่อนมาเที่ยวที่บ้านอยู่แล้ว

          เอ้าดื่ม!”

          เพราะว่าพ่อกับแม่ไม่อยู่บ้าน พ่อได้พักงาน2วันจึงถือโอกาสนี้ไปฮันนีมูนกันตามประสาคู่รักไม่ยอมแก่จึงทิ้งให้ฉันอยู่ที่บ้านกับพี่ที่ไม่ค่อยจะนอนบ้านซักเท่าไหร่ พี่จึงแอบพาเพื่อนๆมาดื่มเหล้ากันที่บ้าน แต่ใครจะคาดคิดล่ะ ว่านั่นจะเป็นแผนการที่พี่กับเพื่อนๆวางกันเอาไว้ตั้งแต่แรก พวกเขารอคอยเวลานี้มาตลอด รอวันที่พ่อกับแม่ของเราไม่อยู่บ้านแล้วถือโอกาสนี้มาลอบกัดฉัน

          ฉันจำได้ว่าวันนั้นเป็นวันที่พี่ชายฉลองเรียนจบชั้นม.ต้น ซึ่งตอนนั้นฉันอยู่ชั้นม.1

          เขาเดินโซซัดโซเซเข้ามาในห้องของฉัน พร้อมกับเพื่อนอีกสามคน พวกเขาตอนนั้นเหมือนกับซอมบี้ที่หิวกระหาย หน้าตาดูผอมซูบเหมือนซากศพเน่าๆ พวกเขาเดินเซเข้ามาหาฉันพร้อมกัน

          เจน : “ม....ไม่นะ!!”

          ฉันพยายามขัดขืนแต่พวกเขาที่มีเรี่ยวแรงและจำนวนคนมากกว่าทำให้ฉันไม่สามารถสู้พวกเขาได้เลย

          เจน : “อ....ออกไป!!”

          ฉันยังคงพยายามจะดิ้นให้หลุดออกจากพวกเขา แต่พวกเขาก็กอดฉันไว้โดยมีพี่ชายกำลังจะเปลื้องผ้าท่อนบนของฉัน แต่ทันใดนั้น

          พวกเธอทำอะไรกันน่ะ!”

          พ่อของฉันวิ่งพรวดเข้ามาในห้องเพื่อเข้ามาช่วยฉันทันที แล้วฉันก็มารู้ทีหลังว่าสาเหตุที่พ่อกับแม่ไม่ได้ไปฮันนีมูนกันก็เพราะแม่ใช้เวลาช็อปปิ้งนานเกินไปจนตกเครื่องบิน

          เมื่อฉันรู้ว่าพ่อเข้ามาช่วย อาจจะเพราะความสบายใจก็ได้มั้ง จู่ๆกลับรู้สึกง่วงอย่างน่าประหลาดแล้วฉันก็หลับไปทั้งอย่างนั้น ตื่นมาอีกทีพี่ชายก็หนีออกจากบ้านไปแล้ว

          เจนลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงนุ่มๆ โดยที่สายตาของเธอกำลังจ้องมองเพดานอยู่เพราะอยู่ในท่านอน

          เจน : “ฝันหรอ..?”

          ขณะเธอกำลังสับสนเธอก็เริ่มนึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ทีละน้อย เธอแอบตามพ่อไปที่สน. และพ่อก็ถูกยิงเนื่องจากปกป้องเธอไว้!!

          เจนรีบลุกขึ้นมาจากเตียงก็พบว่าเธอสวมชุดสำหรับคนไข้อยู่ เธอมองไปรอบๆก็มีเตียงจำนวนมากที่มีคนสวมชุดแบบเดียวกับเธอนอนอยู่บนเตียงจำนวนมากนั้น  ว่าง่ายๆก็คือที่นี่คือโรงพยาบาลนั่นเอง

          ขณะที่เธอกำลังสับสนเธอก็ลุกออกจากเตียง แล้วก็พบว่ามีคนกำลังนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆเตียงของเธออยู่

          ตื่นแล้วหรอ

          เสียงทุ้มต่ำคุ้นหู เมื่อเธอหันไป ก็พบว่าเขาคือเด็กหนุ่มย้อมผมทองที่ทรงผมกระเซอะกระเซิงไปหมด น่าแปลกที่เมื่อกี้ทำไมเธอถึงไม่ทันสังเกตเห็นเขา

          เขาคือ เชนพี่ชายของเธอ

          เชน : “ยังโกรธพี่เรื่องนั้นอยู่รึเปล่า

          เจน : “...มาพูดอะไรตอนนี้กันล่ะ

          เชน : “เพราะพี่มีความจริงจะบอกไง... วันนั้นพี่ไม่ได้ทำอะไรเธอเลยนะ

          เจน : “....ก็เกือบทำไม่ใช่รึไงถ้าพ่อไม่มา...

          เชน : “พี่ไม่ได้ทำจริงๆ เธอจำอะไรไม่ได้เลยหรอ เรื่องวันนั้นน่ะ

          เชน : “วันนั้นเป็นวันที่พี่พาเพื่อนๆมากินเลี้ยงกันที่บ้านเพราะพ่อกับแม่ไปฮันนีมูนกัน แน่นอนว่าเพื่อนของพี่ก็มีทั้งดีทั้งเลว เพื่อนคนนึงของพี่แอบเอายา PM2.5มาด้วย เรากะจะผสมกันในเหล้าให้เมาหัวเหวี่ยง แต่ยังไม่ทันจะเมา เธอก็เป็นคนมาหยิบแก้วเหล้าของพี่เพราะคิดว่าเป็นน้ำผลไม้ยกไปดื่มซะงั้น

          เจน : “หา?”

          เชนพยายามห้ามเจนแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะเจนก็อยากจะร่วมฉลองที่พี่ชายเรียนจบม.ต้น เธอจึงหยิบแก้ว(ที่คิดว่าเป็น)น้ำผลไม้ขึ้นมาดื่มจนหมดในอึกเดียว จากนั้นเจนก็เริ่มเดินเซไปเซมา

          เชน : “ชิบ....น้องกูดื่มไปซะแล้วว่ะ

          เพื่อนเชน : “เอาน่า เสพยาครั้งแรกก็จะมีอาการเมาหนักหน่อย อย่างมากก็เห็นภาพหลอนแหละ

          เชน : “จะแบบไหนก็ไม่เอาทั้งนั้นอะ!! กูไม่อยากให้น้องกูต้องมายุ่งเกียวกับเรื่องแบบนี้!”

          เพื่อนเชน : “เอาน่า มันช่วยไม่ได้นี่หว่า ดื่มไปแล้วก็คงจะเมาจนหลับไปเอง

          เชนมองน้องสาวที่ฟุบลงไปนอนบนโซฟา เขายังไม่ทันได้ใจหายก็ได้ยินเสียงรถของพ่อวิ่งมาจอดหน้าบ้านพร้อมกับบิดแตรอันเป็นเสียงเอกลักษณ์ของรถพ่อทำให้เชนจำได้ว่าพ่อมาอยู่หน้าบ้านแล้ว

          เรน : “เพราะคุณมัวแต่ช็อปปิ้งไงเราถึงตกเครื่อง ผมไม่ได้มีวันหยุดบ่อยครั้งนักหรอกนะ

          เชนมีความคิดผุดเข้ามาในหัวมากมายเต็มไปหมด ตอนนี้กลิ่นเหล้าฟุ้งทั้งห้อง ถ้าพ่อจับได้ล่ะก็ต้องโดนด่าจนหูฉีกแน่ เชนกำลังคิดแผนรับมือเหตุการณ์อย่างนั้นอยู่ในหัว

          เชน : “ยังไงก็ต้องห้ามไม่ให้พ่อเข้ามาในห้องนี้เด็ดขาด

          เจนที่เริ่มเห็นภาพหลอน จู่ๆก็ตะโกนออกมาซะเสียงดัง : “ม....ไม่นะ!!!”

          เสียงตะโกนนั้นทำเอาหัวใจของเชนเต้นตึกตักรัวจนเป็นเสียงกลองงานกีฬาสีไปแล้ว

          และเสียงที่ดังกว่าเสียงใจเต้นของเขาก็คือเสียงฝีเท้าที่กำลังวิ่งเข้ามาในห้องนี้

          เชน : “พ..พ่อมาแล้ว!”

          ปัง!!’ ประตูถูกถีบออกอย่างแรง แล้วเรนก็พุ่งเข้ามาในห้องพร้อมกับถือปืนพกไว้บนมือกำจนแน่น

          เรน : “อ้าว....พวกเธอวันนี้มาเที่ยวบ้านหรอ...เอ้ะ...กลิ่นนี่...

          เชน : “อ...อ้อพอดีผมเรียนจบม.ต้นเลยพาเพื่อนมาฉลองน่ะครับ

          เรน : “พ่อเป็นห่วงน่ะเพราะปล่อยให้น้องอยู่บ้านคนเดียว จริงๆก็อยากให้ไปนะแต่น้องบอกว่าจะกระทบการเรียน แล้วพ่อก็เพิ่งจะมีวันว่างแค่สัปดาห์นี้จึงอยากพาแม่ไปเที่ยวนานๆครั้งบ้าง แต่ก็...ไม่สิทำไมในห้องมีกลิ่นเหล้า

          เชน : “ผมไม่เห็นได้กลิ่นเลยนะครับ

          หัวของเชนขาวโพลนไปหมด แผนที่จะรับมือสถานการณ์นี้ถูกผลักจนปลิวไปหมดเพราะความตกใจเมื่อครู่

          เรน : “แก้ตัวแบบนี้คิดว่าพ่อจะเชื่อหรอ ทำไมถึงกินเหล้าทั้งๆที่อายุ....

          ก่อนที่เรนจะพูดจบเจนก็ตะโกนมาเสียงดัง : “อ.....ออกไป!!!”

          เรนรีบเบนหน้าไปมองเจนทันที พร้อมกับหันไปจ้องเชนเขม็ง

          เรน : “เอาอะไรให้น้องกิน

          เชน : “ป...เปล่านะครับ...

          เรน : “ให้น้องกินเหล้าใช่มั้ย!!”

          จากนั้นคุณแม่ที่วิ่งตามพ่อไม่ทันก็เพิ่งจะเดินมาถึงห้องในสภาพหอบหืดเหงื่อท่วมร่าง ส่วนเรนที่ไม่ทันสังเกตเห็นคุณแม่ก็ฉุนขาดจนเผลอพลั้งปากออกไป

          เรน : “ถ้าจะทำตัวเหลวแหลกขนาดนี้ล่ะก็ออกไปจากบ้านฉัน!! นับจากวันนี้เราสองคนตัดพ่อตัดลูกกัน!!!”

          เขาตะโกนเสียงดังลั่นบ้าน เพราะความโกรธแทบจะระเบิดอกออกเป็นเสี่ยงๆจึงเพิ่มทวีคูณในน้ำเสียงมีความแข็งกร้าวมากยิ่งขึ้น

          เชนที่ทำได้แต่มองเรนโดยไม่มีโอกาสแก้ตัวอะไรเลย ไม่มีแม้แต่โอกาสจะอธิบายจึงทำให้เชนเองก็ฉุนกึกไปจนเผลอพลั้งปากพูดออกไปเหมือนกัน

          เชน : “ได้!! แล้วก็อย่าหวังว่าจะได้มาเห็นหน้ากันอีกไอ้พ่อเฮงซวย!!”

          เชนกับเพื่อนๆวิ่งออกไปจากบ้าน แล้วหลังจากนั้นเชนก็ไม่กลับบ้านอีก พอเจนตื่นขึ้นมากลับยังคงจำภาพหลอนจากฤทธิ์ยาได้เป็นอย่างดีจนเก็บมาจำฝังใจ เพราะพ่อกับแม่ไม่ยอมเปิดปากเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นเธอจึงเข้าใจผิดมาตลอดว่าเกือบจะโดนพี่ชายตัวเองข่มขืน

          เชน : “พี่ก็หนีออกมาจากบ้านเพราะเหตุนี้แหละ หลังจากนั้นก็เจอกับลูก....ไบรอันเจ้าหมอนั่นมันให้พี่ทำงานส่งยาแลกกับเงินพี่จึงไม่ต้องของเงินใครใช้แล้วเช่าห้องอยู่กับเพื่อน แต่ว่า....พี่ก็เดินมาผิดทางซะแล้ว

          เจน : “ที่เล่ามา..เป็นความจริงใช่มั้ยคะ...?”

          เชนหันไปมองใบหน้าของน้องสาว เธอมีน้ำตาไหลล้นออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง เสียงของเธอเริ่มสะอื้น

          เจน : “ดีจังเลย ที่พี่ยังเป็นพี่ชายคนเดิม พี่ไม่ได้ทรยศหนูใช่มั้ยคะ

          เชนพยักหน้าเบาๆ แล้วเจนก็เอื้อมมือไปกอดกับเชนผู้เป็นพี่ชายอย่างอบอุ่น เจนปล่อยโฮออกมาซบหน้าไว้ที่ไหล่ของเชน จนเชนรู้สึกถึงความอุ่นจากน้ำตาที่ซึมมาในบริเวณไหล่อของเขา

          เชน : “พี่จะไม่กลับไปทำแบบนั้นอีกแล้ว หลังจากที่พ่อโดนยิงพี่สับสนมากเลยว่าจะทำยังไงต่อไป..แต่พี่เป็นผู้ชายคนเดียวในครอบครัวนอกจากพ่อ ดังนั้นถ้าไม่มีพ่อล่ะก็คงไม่มีใครปกป้องครอบครัว...พี่จะปกป้องเจนกับแม่เองนะ

          อย่างแช่งกันเหมือนตายไปแล้วสิเว้ยไอ้ลูกบ้า

          เรนเดินเข้ามาในสภาพมีผ้าหันแผลส่วนอกเอาไว้ เขาไม่ติดกระดุมเสื้อเพราะบ่นว่าอึดอัดจนเผยให้เห็นผ้าพันแหลที่พับยุ่งย่ามบนอกของเขา

          เรน : “พ่อเองก็ขอโทษที่วันนั้นพ่อพูดจาแรงไปหน่อย แต่ลูกเองก็มีส่วนผิดนะเข้าใจใช่มั้ย?”

          เชน : “ผมขอโทษนะครับ

          เรน : “เข้าใจก็ดีแล้ว อีกอย่างเพราะพ่อถูกยิงเนี่ยแหละ ไอ้ไบรอันเลยทุ่มเงินซะหนักเลย ทั้งค่าพยาบาลและค่าทำขวัญพอที่จะให้พ่อลางานแล้วพาไปเที่ยวกับครอบครัวได้สบายๆเลย ช่วงนี้จะปีใหม่แล้วด้วยใช่มั้ย อยากไปไหนกันเด็กๆ

          เจน / เชน : “ญี่ปุ่น!!’

          เรน : “จัดไป

          ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะมีวันที่ครอบครัวของเรากลับมาอบอุ่นเหมือนเดิมแบบนี้ พี่เองก็บอกว่าถ้าจบจากทริปญี่ปุ่นเมื่อไหร่จะบวชเพื่อขอโทษพ่อกับแม่ ส่วนฉันน่ะหรอ ก็ยังเป็นคนที่ทั้งสวยทั้งฉลาดอยู่เหมือนเดิมไง ขอจบไดอารี่ของฉันเพียงเท่านี้ค่ะ!็ยังเ็้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น