Gacha Fight!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,019 Views

  • 6 Comments

  • 50 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    131

    Overall
    1,019

ตอนที่ 21 : พ่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 พ.ค. 62

Gacha Fight!!

       Chapter 19 : พ่อ 

-ช่วงค่ำของวันที่11ธันวาคม

          ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่บอก!”

          ถ้าแกไม่บอก ฉันจะทำประวัติให้กับเพื่อนๆของแกด้วยแล้วหลังจากนี้พวกมันนี่ล่ะที่จะหางานยากส่งผลถึงเรื่องในอนาคตต่อไปอีก

          คิดจะใช้ไม้นี้เรอะ...สกปรกนี่หว่า...

          พ่อของเจนและเชนมี่ชื่อว่าเรน เขาเป็นตำรวจที่ไต่เต้าขึ้นมาตั้งแต่ระดับตำรวจป้อมยามจนมาเป็นระดับผบตร. ในเวลาเพียงแค่สิบกว่าปี เนื่องจากผลงานที่เขาทำแต่ละอย่างนั้นเริ่มมาจากจับกุมตัวกลุ่มค้ายาเสพติดระดับประเทศจนไปถึงสืบคดีฆาตกรรมที่สะเทือนขวัญไปทั่วประเทศ ณ เวลานั้น จนในวันนี้ เขามีงานมากมายแค่งานเอกสารที่ต้องมานั่งเซ็นก็กินเวลาหลายชั่วโมงต่อวันแล้วดังนั้นเวลาที่เขาได้อยู่กลับครอบครัวนั้นก็มีน้อยลงไปตาม และเพราะการที่เขาแทบไม่มีเวลาใส่ใจครอบครัวนั้นจึงส่งผลมาให้ลูกชายเพียงคนเดียวของเขากลายมาเป็นเอเย่นต์ค้ายาเสพติด และเรื่องราวต่างๆก็มาถึงจุดที่เขาต้องมาขังลูกตัวเองไว้ในคุกอย่างช่วยไม่ได้

          เชนในสภาพดูไม่จืด ผมยุ่งรุ่มร่ามหน้าตาโทรมเหมือนกับไม่ได้นอนมาหลายวันแถมมีผื่นขึ้นมาตามร่างกาย(สาเหตุมาจากที่เขาขาดสารเสพติดเป็นระยะเวลาหนึ่งจึงทำให้สารเสพติดที่เขาได้รับเป็นประจำหายไปร่างกายจึงเริ่มเกิดอาการผิดปกติ) เขาถูกล็อคด้วยกุญแจมือที่ข้อมือจึงทำให้ไม่สามารถขัดขืนอะไรได้

          เชน : “ทำไม...ทั้งๆที่นายเป็นคนทิ้งพวกเราแท้ๆ...

          เรน : “ฉันก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอกนะ แต่ตอนนี้แกทำให้เรื่องมันเลยเถิดไปใหญ่แล้ว ฉันจะเอาหน้าไปไว้ไหน?

          เชน : “หึ...ใช่สิ พวกผู้ใหญ่มันก็เอาแต่ห่วงเรื่องหน้าตาในสังคมเท่านั้นแหละ...ห่วงแต่หน้าตา...ไม่ได้ห่วงจิตใจของคนในครอบครัวเลย...

          เรน : “พูดอะไรระวังซะบ้างนะ ไอ้ลูกเนรคุณ

          ระหว่างที่ทั้งสองกำลังสนทนากันนั้น ก็มีตำรวจร่างผอมแห้ง(น่าจะเพิ่งได้รับตำแหน่งเพราะยังหนุ่มอยู่มาก) เดินเข้ามาในห้องขัง

          เอ่อ ผู้บังคับบัญชาเรนครับ ตอนนี้หน้าสน.มีพวกกุ๊ยมาล้อมรอบเลยครับ

          เหล่าพวกของเชนที่อยู่ในห้องขังอื่นๆเมื่อได้ยินดังนั้นก็เริ่มมีแรงลุกขึ้นมาโวยวายทันที

          เห้ยๆๆๆๆ ลูกพี่ใหญ่มาช่วยแล้วโว้ยยยย! คราวนี้แหละมันส์แน่!”

          เรน : “มันคิดจะมาประกาศสงครามกับตำรวจเนี่ยนะไอ้พวกนอกกฎหมายพวกนี้นี่

          ตำรวจร่างผอม : “เอ่อเปล่าครับพวกมันไม่มีทีท่าจะมาโจมตีเลยครับแต่มันบอกว่าจะมาประกันตัวให้พวกนี้น่ะครับ

          เรน : “ว่าไงนะ แบบนี้ฝ่ายมันเองก็เสี่ยงน่ะสิ

          ตำรวจร่างผอม : “แต่ผู้บังคับบัญชาครับ...หน้าของมันท่านเองก็รู้จัก...เป็นคนดังพอสมควรเลยนะครับ

          เรน : “ลองไปคุยกับพวกมันดูละกัน

          หลังจากนั้นทั้งเรนและตำรวจผอมก็เดินออกไปจากห้องขังที่เชนนั่งก้มหน้าอยู่ ใบหน้าของเชนนั้นถูกอาบย้อมไปด้วยเงาจากความมืดของห้อง แต่ภายใต้เงาดำมืดนั้น เชนกำลังเผยรอยแสยะยิ้มอยู่บนใบหน้าอย่างเงียบๆ

          -ทางด้านเจน(ที่แอบติดรถมา)

          เจนติดอยู่ในรถเพราะตอนที่เรนมาถึงเขาก็เดินลงจากรถโดยที่ล็อคประตูเอาไว้จึงทำให้เจนนั้นติดอยู่ในรถโดยที่ออกไปไม่ได้

          เจน : “โถ่ฉัน! เรื่องแบบนี้ไม่ได้คิดเอาไว้เล้ย! ทั้งๆที่เมื่อเขาลงจากรถก็เป็นปกติที่ต้องล็อครถกันอยู่แล้ว! ทำไมถึงไม่ทันคิดนะแม่มเอ้ย!!”

          เจนโขกหัวตัวเองในรถ เมื่อเธอเปิดมือถือดูจึงทำให้แสงสว่างส่องว่าบไปทั่วรถทั้งคัน เธอเลื่อนหน้าจอไปมาแล้วก็พบกับแอพหนึ่งเข้า มันเป็นแอพที่มีไอคอนรูปไขควงซึ่ง หลินเพื่อนของเธอที่มีเชื้อสายจีนเขียนแอพนี้ขึ้นมา เป็นแอพที่เอาไว้สะเดาะประตูรถแล้วให้เจนแอบเอารถของพ่อไปขี่เล่นพร้อมกับแก๊งสาวๆในตอนกลางคืน

          เจน : “จริงด้วย!! มีแอพนี้ด้วยนี่นา ดีล่ะ. . .

          เรนกำลังนั่งเผชิญหน้ากับชายที่เป็นเซเล็บชื่อดังที่มีเงินทองมากมายแถมยังมีเส้นสายจากโลกด้านมืดหนุนหลังอยู่เป็นจำนวนมากแม้แต่ตำรวจของประเทศยังไม่กล้ายุ่งและทำได้แค่ปิดข่าวเงียบเอาไว้เท่านั้น เซเล็บคนนี้มีชื่อว่าไบรอัน เขาเป็นชายวัยกลางคนที่มีเงินทองมากมายรวยติดอันดับประเทศแถมยังมีธุรกิจร้านอาหารระดับ5ดาวเป็นของตัวเองถึง6แห่งด้วยกัน แค่นี้ก็เป็นเครื่องการันตีในความร่ำรวยของเขาแล้ว แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าอันที่จริงแล้วคนที่เป็นเบื้องหลังในการผลิตยา PM2.5ก็คือชายคนนี้นั่นเอง

          เรน : “คิดจะมาประกันตัวงั้นหรอครับ

          ไบรอัน : “แหม ก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องธุรกิจมันจะคุยกันยากเย็นอะไรหรอกนะ

          ไบรอันสวมชุดสูทและหมวก สวมแว่นดำปิดบังดวงตา เขาเป็นคนที่แม้แต่กฎหมายยังไม่สามารถเอาผิดเขาได้ เพราะเงินอันมหาศาลของเขาสามารถทำให้เขาทำธุรกิจลับได้อย่างสบายๆเพียงแค่ใช้เงินปิดปากตำรวจเท่านั้น แต่ก็เป็นที่รู้กันดีในวงในว่าเขาเป็นบุคคลอันตราย

          เรน : “กุ๊ยข้างนอกนั่นก็เป็นมือเท้าคุณด้วยสินะ

          ไบรอัน : “หืม อย่าเรียกพวกเขาแบบนั้นสิครับ เห็นแบบนี้พวกเขาก็เป็นถึงลูกน้องของผมเลยนะ

          ไบรอันหัวเราะเยาะแล้วก็เปลี่ยนกลับมาขรึมโดยที่ยังเผยรอยยิ้มดังเดิม

          ไบรอัน : “ว่ายังไงล่ะ ถ้าคุณประกันตัวเด็กพวกนี้ให้ผมล่ะก็ผมก็จะไม่เอาเรื่องอะไรพวกคุณหรอกนะ แถมยังจ่ายให้สองเท่าได้ด้วย

          เรน : “หึ ผมเนี่ยเหมือนคนบ้าเลยนะ จะตามสืบให้เหนื่อยทำไมทั้งๆที่สุดท้ายตัวการเรื่องยาก็โผล่หางออกมาเองแบบนี้

          ไบรอัน : “ไม่หรอกครับ ที่ผมยอมเผยหางออกมาก็เพราะรู้พวกคุณไม่สามารถทำอะไรผมได้ ในเรื่องของกฎหมายน่ะนะ

          ไบรอันนั้นเป็นชายที่รอบคอบไม่ทิ้งหลักฐานไว้แม้แต่น้อย ในแง่ของกฎหมายนั้นจึงไม่สามารถเอาผิดเขาได้ง่ายๆ แถมเขายังสามารถฟ้องกลับได้อีกต่างหากเพราะเขาก็มีทนายฝีมือดีเป็นลูกน้องอยู่หลายคน

          เรนเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันจากอีกฝ่าย เพราะที่เขามาสนทนาอยู่ตอนนี้นั้นมันกลายเป็นเต้นไปตามแผนของอีกฝ่ายเรื่อยๆโดยที่เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ถึงใบหน้าของเรนจะเคร่งขรึมแต่ภายในของเขานั้นเริ่มเกิดสั่นคลอนขึ้นมา การที่เขากำลังเผชิญหน้ากับบุคลระดับนี้ มันเสี่ยงต่อหน้าที่การงานในอนาคตของเขาเป็นอย่างมาก และจะส่งผลให้คนในครอบครัวของเขาจะเสี่ยงตามไปด้วย โดยเฉพาะ เชนลูกชายเพียงคนเดียวของเขาที่หลงผิดไปอยู่ฝ่ายไบรอันอย่างช่วยไม่ได้

          ไบรอัน : “คุณน่าจะรู้ตัวนะว่าผมไม่ได้คิดจะขู่ แถมจะเกิดอะไรขึ้นหากคุณถูกเด้งออกจากตำแหน่ง?”

          ประโยคเมื่อครู่แผ่ความเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างของเรน ตำแหน่งนั้นเป็นเหมือนเครื่องค้ำจุนจิตใจของเขา เป็นสิ่งที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อ เป็นสิ่งที่ทำให้ครอบครัวของเขาได้อยู่อย่างสุขสบาย และเป็นสิ่งที่ทำให้คนที่เขารักมีความสุข เรนจึงไม่มีทางเลือก นอกจากจะยอมทำตามโดยดีหรือจะสู้กับบุคลากรระดับที่รัฐบาลยังไม่กล้ายุ่ง

          เรน : “ทำเรื่องประกันตัวซะ

          เรนสั่งการ แล้วเหล่าลูกน้องก็ตั้งหน้าตั้งตาทำเอกสารกันทันที จากนั้นเรนที่ทำหน้าเคร่งขรึมก็จ้องหน้าของไบรอัน ส่วนทางไบรอันก็ยิ้มตอบกลับมาโดยที่ภายใต้แว่นดำนั้นกำลังจ้องหน้าเรนเขม็ง

          จากนั้นเขาก็ปล่อยตัวพวกเด็กๆที่เอามาขังและลบประวัติการค้ายากเสพติดออก(แน่นอนว่าไบรอันใช้เงินยัดโต๊ะ) จากนั้นพวกเด็กอันธพาลก็เดินตามไบรอันออกไปนอกสน.

          เรนจ้องมาเชนที่เดินตามหลังชายที่มีอิทธิพล มันเป็นความรู้สึกที่คนเป็นพอ่ไม่อาจจะทำใจยอมรับได้ง่ายๆ เมื่อต้องมาทนมองลูกชายของตัวเองเดินตามหลังผิดคน เรนแทบจะอยากกระโดดออกไปตะบั้นหน้าของไบรอันให้หายอยาก แต่ถ้าเขาทำแบบนั้นเขาก็ไม่ต่างไปจากอันธพาลในเครื่องแบบ แถมยังหาเรื่องให้ตัวเองถูกเด้งออกจากงานอีกด้วย เขาทำได้เพียงกำหมัดแน่นบนโต๊ะทำงานเท่านั้น

          พวกเชนเดินตามกันไปที่โรงจอดรถ เพราะว่าไบรอันนำรถกว่าหลายสิบคันมาจอดเอาไว้เพื่อรับพวกเด็กๆกลับไปยังเซฟเฮาส์ของเขา พวกกุ๊ยไม่สิ ลูกน้องของไบรอันก็เดินขึ้นไปยังรถแต่ละคัน พวกเขาเตรียมจะกลับกันแล้ว แต่ว่าก็ได้ยินเสียงตะโกนของเด็กสาวคนหนึ่งมาหยุดการก้าวขึ้นรถของพวกเขาเสียก่อน

          ไอ้พี่บ้า! เลิกทำตัวงี่เง่าซักที่!!!”

          เจ้าของเสียงนั้นเผยร่างออกมาจากเงามืด มีเพียงเสียงอันริบหรี่ที่ติดบนเสาไฟส่องลงมากระทบร่างของเธอ เธอคือ เจนน้องสาวของ เชนที่เป็นหนึ่งในลูกน้องของไบรอัน และเธอก็ทนมองพี่ชายของเธอเดินจากไปทั้งแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว

          เจน : “พอ..ซักที....กลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อน...ไม่ได้เลยหรอ

          น้ำตาอันบริสุทธิ์ค่อยๆไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างของเธอ มันออกมาพร้อมกับความรู้สึกที่เธออดกลั้นมานานและระเบิดออกกลางอก

          เหล่าลูกน้องไบรอัน : “วะ ฮ่าๆๆๆ อะไรวะเชน น้องสาวแกน่ารักไม่หยอกนี่หว่าขอพวกข้าเอาไปเล่นด้วยซักหน่อยสิวะ!”

          เชน : “หุบ...ปาก

          เขาหันไปหาเพื่อนของตัวเองแล้วทำสายตาถลึงตึงใส่ ทำให้พวกเพื่อนๆและลูกน้องที่อยู่โรงเรียนเดียวกันกับเชนถึงกับก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวจากแรงกดดันนั่น

          เจน : “พี่...หนูไม่รู้หรอกนะว่าทำไมพี่ถึงกลายเป็นคนทำตัวเหลวแหลกขนาดนี้....แต่พี่หยุดซักทีได้มั้ย...ทั้งๆที่...คิดว่าจะยอมยกโทษให้พี่แล้วแท้ๆ...

          เจนร้องไห้พร้อมกับทรุดเข่าลงกับพื้นโดยไร้เรี่ยวแรง คงเป็นเพราะว่าเธอที่เกลียดพี่ชายมาตลอดกำลังจะเปิดใจรับพี่ชาย ก็กลับกลายเป็นว่าฝ่ายพี่ชายนั้นเดินออกไปจากเธอเองซะอย่างนั้น ทั้งๆที่เธอเตรียมใจจะเปิดใจให้แล้วแท้ๆ

          เชน : “ฉัน....ไม่รู้จักเธอ....

          ถึงจะเป็นประโยคที่ทำร้ายจิตใจเจนขนาดไหนในสายตาคนอื่นก็ตาม แต่สำหรับเจนแล้ว นั่นเป็นประโยคที่บีบคั้นหัวใจของเธอมากถึงมากที่สุด ราวกับถูกมีดเล่นยักษ์หั่นหัวใจอย่างรุนแรงจนหัวใจของเธอเละเทะคาเขียง อกข้างซ้ายของเธอเริ่มรู้สึกเจ็บปวดขึ้นแปร๊บๆ เธอผสานมือทั้งสองข้างกุมอกของเธอเอาไว้อย่างนั้น แล้วก็ก้มหน้าลงเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเห็นน้ำตาของเธอที่กำลังไหลรินอยู่

          เจน : “ทำไมถึงไม่คิดจะฟังคนอื่นเลยนะ

          เชน : “...........................

          เจน : “ทำไมถึงไม่คิดจะรับผิดชอบการกระทำของตัวเองเลย

          เชน : “......................

          เจน : “ทำไมถึงคิดจะหนี! ทั้งๆที่หนูคิดจะเผชิญหน้าด้วยแล้วแท้ๆ!!!”

          ปัง!!!!

          เสียงแหวกออกกาศดังก้องพุ่งขึ้นไปบนฟ้า ไบรอันที่ล้วงปืนออกมาจากกระเป๋าบนชุดสูทของเขายิงปืนขึ้นฟ้าอย่างไม่ลังเลเพื่อหยุดสถานการณ์ตรงหน้า

          ไบรอัน : “ละครวัยรุ่นจบรึยัง

          เขม่าปืนลอยออกมาจากปากกระบอก จากนั้นไบรอันก็หันปากกระบอกปืนไปทางเจน

          ไบรอัน : “จริงๆฉันล่ะเกลียดละครวัยรุ่นแบบนี้มากเลยรู้รึเปล่า เห็นทีไรมันหงุดหงิดทุกที

          เรนที่ได้ยินเสียงปืนเมื่อครู่จึงแหงนหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างก็พบลูกสาวของตนเองกำลังถูกเอาปืนจ่อหน้าอยู่เขาจึงรีบพุ่งออกจากโต๊ะทำงานวิ่งไปหาลูกสาวในทันที

          ไบรอัน : “แค่ฆ่าคนแล้วทำให้ข่าวมันเงียบสำหรับฉันแล้วมันง่ายมากรู้ไหม?”

          เจนตัวสั่น แต่ไม่ใช่เรื่องแปลก ต่อหน้าความเป็นความตายเด็กสาวที่เพิ่งจะได้ขึ้นม.ปลายมาหมาดๆมันคงจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะกล้าเผชิญหน้ากับชายที่กุมบังเหียนชีวิตของเธออยู่ แค่เขาเพียงเหนี่ยวไก สมองของเธอก็แหลกเละได้อย่างง่ายดาย ถึงเขาจะเล็งพลาด แต่ในรังเพลิงน่าจะมีกระสุนอีกมากโขพอที่จะยิงเธอจนเธอนอนแน่นิ่งตายไปทั้งอย่างนั้น

          เมื่อนึกภาพการตายอย่างน่าสยดสยองในหัวของตัวเองแล้ว เจนกลัวจนตัวสั่นไม่สามารถลุกขึ้นได้ ขาของเธออ่อนไปหมด ไม่สิ ทั่วทั้งร่างของเธอแทบจะไม่มีแรงแม้แต่จะคลานด้วยซ้ำ ต่อหน้าความกลัวเช่นนี้แล้ว สำหรับเด็กผู้หญิงร่างบาง ใช้ชีวิตม.ปลายอย่างสงบ ไม่สามารถที่จะตัดสินใจอะไรได้เลย

          เชนมองหน้าน้องสาวของตนเองด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่ลึกๆในใจของเขาก็รู้สึกกังวลไม่น้อย คงเพราะเขายังมีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ล่ะมั้ง ร่างของเชนก็เริ่มสั่น แต่ไม่ใช่อาการสั่นจากความกลัว หากแต่เป็นอาการสั่นที่เกิดจากความสมเพชตัวเองที่ไม่สามารถปกป้องน้องสาวได้ เขาสมเพชในโชคชะตาของตัวเอง ที่หลงทางมาตลอด ลึกๆในใจแล้วเขาก็อยากกลับไปเป็นเหมือนครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนเมื่อก่อนอยู่เหมือนกัน แต่เขาก็รู้ดีว่า..มันสายไปเสียแล้ว

          เรน : “อย่านะโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!”

          เขาตะโกนอย่างบ้าคลั่งราวกับช้างตกมันที่กำลังวิ่งเข้าใส่เหยื่อด้วยความโกรธเกรี้ยวขนาดที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

          ไบรอันที่เห็นเรนวิ่งมาก็ตกใจจนนิ้วชี้ของเขากระตุก ส่งผลให้เขา เหนี่ยวไกขึ้นมา. . .!

          ปัง!!’

          เสียงลั่นไกดังสนั่น ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศเข้าหาใบหน้าของเจนอย่างแม่นยำ

          ปุ!!’

          เสียงราวกับตอกตะปูใส่เนื้อผ้าจนเนื้อผ้าแหวกออกดังขึ้น ใบหน้าของเจนมีเลือดติดอยู่ แต่นั่นไม่ใช่เลือดของเธอ เป็นเลือดที่ไหลออกมาจากอกของพ่อของเธอ ชายที่มีชื่อว่าเรน

          เขาพุ่งกระโดดเข้าใส่เจน แต่กระสุนก็ยังพุ่งทะลุเข้าที่แผ่นหลังของเขาทะลุอก จนเลือดไหลออกมาอาบย้อมปากแผล ขณะที่เขากอดร่างของลูกสาวด้วยความห่วงใย เลือดที่ไหลออกมาจากปากแผลก็ไหลอาบใบหน้าของเจนไปหมดแล้ว

          เรนก้มหน้าลงมองใบหน้าของลูกสาวตัวเอง พร้อมกับใช้ฝ่ามือหยาบเช็ดเลือดที่อยู่บนใบหน้าของเจนออกให้

          เรน : “...สาวสวยบริสุทธิ์อย่างลูก...ไม่เหมาะกับกลิ่นคาวเลือดหรอกนะ..

          จากนั้นร่างของเรนก็ล้มฟุ่บลงโดยหมดสติทับร่างของเจนจนเจนไม่สามารถขยับไปไหนได้

          เจน : “พ่อคะ!! พ่อคะ!!!”

          เจนร้องไห้และตะโกนทั้งน้ำตา เรียกร่างอันว่างเปล่าของชายที่เป็นพ่อ ในอ้อมกอดอันอบอุ่น ที่ย้อมไปด้วยสีแดงฉาน

          ไบรอัน : “ฉิบ...!”

          ไบรอันรู้ดีว่าถ้าฆ่าบุคคลระดับเรนล่ะก็เรื่องปิดข่าวคงจะจบไม่ง่ายแน่ๆ สิ่งที่เขากลัวไม่ใช่รัฐบาล แต่เขากลัวกระแสโซเชียล ปัจจุบันนี้การแสดงความคิดเห็นนั้นเปิดกว้างอิสระมาก เมื่อเขาสังหารบุคลากรระดับนี้เรื่องปิดข่าวคงไม่ง่าย ถึงจะจัดการกับรัฐบาลได้แต่ก็ไม่สามารถจัดการกับกระแสจากประชาชนในโลกโซเชียลได้อย่างแน่นอน เงินสามารถซื้อกองทัพได้ แต่ไม่สามารถซื้อประชาชนได้

          เชนเองเห็นพ่อถูกยิงต่อหน้า แม้ว่าจะเกลียดเข้าไส้ขนาดไหนก็ตาม เขาก็ช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนทำอะไรไม่ถูก จะเข้าไปกอด? ไม่มีทาง จะเข้าไปเรียก? เขาก็ไม่มีทางตื่น จะเดินหนีไปทั้งแบบนี้? ขาก็ไม่ยอมขยับ ร่างของเขาทำได้เพียงยืนมองชายผู้เป็นพ่อนอนสลบอยู่ทั้งแบบนั้น

         

           

         

         

         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น