[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 8 : บทที่ 7 (1/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    5 ก.ย. 59


บทที่ 7 (1/2)


“ของล่ะจ๊ะพาร์” 


แม่ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดดุได้ถูกจังหวะมาก ผมแอบสงสัยเหมือนกัน ทำไมถึงมีแต่ของน้องเบอร์ดี้กองอยู่หน้าบ้านผม เยอะจนตะลึงในแวบแรกที่เห็น ทำเอาคนพึ่งตื่นอย่างผมตาสว่าง แอบเผลอคิดไปเลยว่าน้องจะย้ายมาอยู่บ้านผมถาวร


“เย็นนี้ค่อยไปเอาครับ พอดี…”


ผมที่กำลังช่วยขนของเข้าบ้านลอบเงี่ยหูฟังจับใจความได้ประมาณพื้นที่รถเต็มแล้วเอาของใส่เพิ่มไม่ได้ 


…ก็จริง แต่ทำไมผมถึงรู้สึกเป็นแค่ของอ้างหว่า 


หลังท่านแม่ผู้มาปลุกผมถึงในห้องเดินเข้าบ้านก็ค่อยกระดืบๆ ไปกระซิบถามคนกำลังยกของเดินตามมา “เมื่อกี้มึงไม่ได้พูดความจริงใช่ปะ?” 


พาร์ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “พูดจริง” 


ผมจ้องหน้าเพื่อนด้วยสายตาไม่เชื่อ นานจนพาร์หลบตาไปเอง แถมยอมสารภาพด้วยเสียงแผ่วเบา 


“…แค่ครึ่งเดียว” 


นั่นไง!


ผมก้าวเท้าตามเพื่อนที่เดินนำไปก่อน วางของไว้แถวห้องนั่งเล่นก็วกกลับไปที่รถ ถามอย่างอดไม่อยู่


“หรือว่าเกี่ยวกับที่น้องสาวมึงหอบข้าวของมาเยอะแยะ?”


น้ำเสียงพาร์หน่ายสุดขีด “น้องกูทำคนในบ้านตะลึงแต่เช้า อึ้งจนไม่รู้จะอึ้งยังไง ถามไปได้ใจความว่า ตกลงกับน้ำตั้งแต่เมื่อวานว่าจะอยู่บ้านมึงยาวจนกว่ารถจะซ่อมเสร็จ หรืออาจอยู่นานกว่านั้นตามความพึงพอใจ”


“ฮะ?!” ผมอุทาน เข้าใจขึ้นมาทันทีว่าทำไมขนของมาเยอะนัก “นี่แสดงว่าสองสาววางแผนกันไว้แล้ว”


“พูดเรื่องนี้แล้วปวดหัว พ่อแม่ยังพูดอะไรไม่ออก แถมเมื่อวานพึ่งอนุญาตไป กูเลยรับเคราะห์เต็มๆ ต้องดูแลน้องไม่พอ ยังต้องอยู่ยาวตามน้องอีก กะทันหันจนกูไม่รู้จะขนอะไรมาบ้านมึงดี”


ผมอดหัวเราะไม่ได้ ยิ่งเห็นสีหน้าพาร์ก็ยิ่งขำ 


“ไปดูของที่ห้องกูก่อนไหม อันไหนใช้ด้วยกันได้ มึงก็ไม่ต้องขนมาไง” คนฟังดันถอนหายใจ ผมเลิกคิ้วถามอย่างคาดเดา “หรือมึงไม่อยากมาอยู่บ้านกู?”


“มึงต่างหากที่น่าจะกำลังรำคาญ” 


“ทำไมคิดงั้น?”


“กูกำลังเข้าไปยุ่งย่ามพื้นที่ส่วนตัวของมึงนี่หว่า”


ผมงงไปวูบหนึ่ง ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะทันที “ฮ่าๆๆ คิดมากไปได้!”


พาร์เตะผมแรงมาก เจ็บน่องจี๊ดๆ ต้องซี๊ดปากแทนหัวเราะ 


“กูลืมไปมึงไม่ปกติ!”


อ้าว ผมมองคนหัวเสียเดินนำหน้าไปนู้น ก็ได้แต่เดินกะเผลกตามหลัง “ด่ากูทำไมวะ”


พาร์มองเขม็งผมแวบหนึ่ง ยกของเดินทิ้งห่าง ส่งท้ายด้วยประโยคเดียวให้ผมติดใจเล่น 


“ลืมมันไปเถอะ”


ระหว่างทางไปมหาลัย พาร์ไม่ปริปากพูดอะไรกับผมเลย แค่ส่งเสียงคำเดียวก็โดนสายตาหงุดหงิดจ้องใส่ จึงตัดสินใจปล่อยความเงียบคืนสู่บรรยากาศอย่างน้อยก็ได้นั่งฟังเพลงเพลินๆ มองวิวข้างทาง แต่พอไม่ต้องยุ่งกับพวงมาลัยก็รู้สึกว่างพิกล ชำเลืองมองคนกำลังอารมณ์ไม่ดี ผู้แย่งกุญแจรถผมไปตั้งแต่อยู่บ้าน ใจที่กังวลมาตลอดทางก็โล่งอกขึ้นโข แถมยังอยากโห่ร้องด้วยความยินดี 


ท้องถนนรถเยอะขนาดนี้ ไม่ต้องเสี่ยงทัวร์นรกกับคนข้างๆ แล้วครับ 


ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ แค่ลงจากรถพารก็จัดการล็อกรถ ยัดกุญแจใส่กระเป๋ากางเกง เดินแยกตัวไปอีกทางทันที ทิ้งเจ้าของรถอย่าผมมองตามหลังอย่างมึนงง


…มันแฮ๊บกุญแจรถผมไปทำบ้าอะไร?


ลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ปล่อยเลยตามเลย พาร์ไม่ทำรถผมหายหรอกมั้ง



 

อะไรวะ? ความโกรธรูปแบบใหม่หรือไง? 


ก็พอรู้ตัวจากเหตุการณ์เมื่อวานว่าอาจไม่เป็นที่ต้อนรับของเพื่อนๆ คาดการณ์ไว้สารพัด เช่น โดนเพื่อนพูดไล่ พากันลุกเดินหนี ไม่ก็เมินเสมือนเราเป็นอากาศธาตุ แต่ความเป็นจริงกลับเกินกว่าที่คาดเดา แอบเหล่มองเพื่อนแต่ละคนที่ตามมานั่งกับผมอย่างสงสัย


…ไม่คุยกับผมไม่แปลก แต่เล่นไม่คุยกันเองด้วย แล้วไอ้อาการหลบสายตาผมนี่คืออะไร เป็นกันทุกคนไม่พอ คู่กรณีผมขาดเรียนอีก! 


ได้แต่อดทนเรียนจนจบชั่วโมง พออาจารย์ปล่อยตัวก็รีบหันไปมองเพื่อนๆ พบว่าแต่ละคนเก็บของเสร็จแล้ว กระพริบตาอีกทีเห็นเพียงแผ่นหลังเพื่อนๆ เดินหายไปคนละทิศ ทางใครทางมันสุดๆ 


…นี่มันอะไรกัน


ผมต้องการใครสักคนที่น่าจะช่วยตอบข้อข้องใจได้ กวาดมองรอบห้องก็เจอคนที่ต้องการตัวกำลังจะเดินผ่านประตู จึงรีบกวาดของลงเป้ลวกๆ วิ่งตามออกไปคว้าไหล่ รั้งตัวประธานชั้นปีอย่างมลให้หันมาได้ทันก่อนอีกฝ่ายเดินเข้าลิฟต์ 


“อะไรเนี่ย?!”


ผมไม่สนคำประท้วง ยิงคำถามใส่ทันที “เกิดอะไรขึ้นกับกลุ่มกู?”


อย่าแปลกใจที่ผมขึ้นมึงกูกับเพื่อนผู้หญิง ปกติไม่ทำถ้าไม่สนิทพอ แต่กลุ่มประธานชั้นปีที่คละกันทั้งชายหญิงเป็นข้อยกเว้นตั้งแต่งานกิจกรรมเฟรชชี่ที่ผ่าน ส่วนคนโดนถามตอนนี้เลิกคิ้วขึ้นสูง โบกมือไล่สมุนที่อยู่ในลิฟต์ให้ลงไปกันก่อน แล้วลากผมมายืนหลบทางชาวบ้าน ยกมือกอดอกย้อนถาม


“เมื่อวานมึงแผลงฤทธิ์อะไรไว้ ลืมแล้ว?”


“ไม่ลืม แล้วหลังกูกลับไปเกิดอะไรขึ้นอีก”


“ไม่เห็นมีอะไร อาจารย์ยกเลิกคลาส มึงน่าจะเดาออกถึงได้กลับก่อน ส่วนจะเกิดอะไรกับกลุ่มมึงหลังจากนั้น กูจะไปตรัสรู้ได้ไง”


ถึงผมจะเข้าใจ แต่ขอเหน็บมันหน่อยเถอะ “มึงเป็นประธานชั้นปีที่ไร้ประโยชน์จริงๆ”


“อ้าว ด่ากูอีก กูจำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องไหม?”


“จำเป็น ไม่งั้นกูจะเลือกถามมึงไปทำไม”


“กูไม่ใช่พวกช่างเผือกนะ!”


“ถ้ามึงไม่เผือก มึงจะดูแลลูกทีมปี1 ทั้งคณะยังไงไม่ทราบ”


“กูมีวิธีของกูน่า”


“อ้อเรอะ แต่ตอนนี้ลูกทีมอย่างกูกำลังเดือดร้อน มึงไม่เห็นช่วยอะไรกูได้ เปลี่ยนวิธีเถอะมึง” 


ผมแกล้งแหย่ไปอย่างนั้น แต่สงสัยไปกระตุ้นต่อมหงุดหงิดอีกฝ่ายเข้า ท่านประธานเลยจัดการกระทืบเท้าผมอย่างแรงไม่พอ ลงน้ำหนักขยี้อีก เจ็บสุดๆ แต่ภายนอกก็ยังทำหน้านิ่งเฉยเหมือนไม่เจ็บ 


“ไม่เจ็บ?”


“เจ็บ”


“ไมไม่ร้องวะ แล้วยืนเฉยเป็นตอไม้ให้กูเหยียบทำไม”


ผมฉีกยิ้มระรื่นต่างกับใจที่เจ็บจนน้ำตาแทบร่วง “กูไม่แสดงอาการให้มึงสมหวังหรอก” 


มลทำหน้าเซ็งใส่ ยอมถอนเท้าออกโดยดี 


อูย…อย่าดูถูกแรงของเพศหญิงเชียวนะครับ โดยเฉพาะสาวถึก! 


“สรุปคือมึงโดนเพื่อนทิ้ง?” 


“เห็นใครอยู่กับกูไหมล่ะ” ผมตอบระหว่างสะบัดเท้าข้างที่โดนเหยียบไปมา เจ็บจนเริ่มชาแล้วสิ


“งั้นมึงจะกินข้าวกับใคร?” 


“คนเดียวมั้ง ไม่ก็อาจไปขอแจมกับเพื่อนต่างคณะที่รู้จักกัน”   


“งั้นมากินกับพวกกูดีกว่า ช่วงบ่ายจะไปนั่งเรียนกับพวกกูด้วยก็ได้”


“มลใจดีที่สุด!” 


“เปล่า กูขี้เกียจวิ่งไล่จับมึงต่างหาก”


“หือ?” คำตอบของเพื่อนทำผมมึน “จะไล่จับกูทำไม”


“พวกรุ่นพี่ให้กูเอาตัวมึงไปถวายหลังกินข้าวเที่ยงกับเลิกเรียนน่ะสิ” 


“ฮะ?!”


“นี่มึงลืมว่าตัวเองเป็นลูกสาวคณะใช่ไหม” มลกระซิบถาม


ผมใบ้กินทันที เพื่อนมลพูดถูกต้องแล้ว เม็ดเหงื่อเริ่มผุดขึ้นมาหลังรู้ว่าพาตัวเองมาเจอกับอะไร กำลังจะก้าวเท้าถอยหนีเนียนๆ แต่ไม่ทันครับ โดนท่านประธานคล้องแขนจับล็อกตัวเรียบร้อย ผมไม่นิยมสะบัดผู้หญิงออกซะด้วย ยกเว้นบางประเภท เช่น พวกที่อยากลากผมขึ้นเตียง… 


“ปะมึง เวลามีน้อย พี่ๆ นัดตอนเที่ยงครึ่ง” 


ผมรู้สึกเสียใจก็ตอนนี้ เป็นความโง่ของตัวเองล้วนๆ ถึงได้เอาตัวมาให้เจ้าหน้าที่หมายเลขหนึ่งจับถึงที่ แล้วเจ้าหน้าที่หมายเลขอะไรไม่รู้จะจับผมไปเชือดแบบไหนล่ะเนี่ย




“ฮ่าๆๆ จับไอ้ทีไปเตรียมความพร้อมเนี่ยนะ นึกภาพมันเป็นสะใภ้ไม่ออกสักนิด” 


“รุ่นพี่ถึงต้องจับมันไปเข้าคอร์สเตรียมพร้อมก่อนเป็นเจ้าสาวที่ดีไง”  


ผมรู้สึกโง่ก๊อกสอง เมื่อต้องนั่งร่วมโต๊ะกับสมุนท่านประธานทั้งสาม พูดจาแต่ละคำไม่มีเกรงใจกันสักนิด แถมยังแทงฉึกเข้ากลางใจดอกแล้วดอกเล่า แม้พวกมันจะลดเสียงลงเหลือแค่ให้ได้ยินเฉพาะในโต๊ะก็ตามเถอะ พวกคุณอย่ารู้จักพวกมันเลย เพราะผมจะไม่แนะนำ เรียกสมุนทอม สมุนชาย สมุนถึก ไปแล้วกัน เพราะสามหน่อนี้ประกอบไปด้วยชายแท้ หญิงทอม หญิงถึก 


หลังสมุนทอมกับสมุนชายพูดจบ ท่านประธานที่เงียบมานานก็ออกความเห็นบ้าง


“เออเหมือน เข้าใจเปรียบเทียบ” 


“ไอ้ทีของเราเตรียมแต่งออกนี่เอง ฮ่าๆๆๆ” สมุนทอมหัวเราะไม่เลิก


“แหม อยากรู้จังใครเป็นเจ้าบ่าว” สมุนถึกหัวเราะคิกๆ


ผมทำหน้าบึ้งหลังได้ยินประโยคแสลงรูหูรัวๆ “นี่พวกมึงไม่คิดว่าคณะเราจะชนะหรือไง”


คำถามของผมกลายเป็นตัวเร่งระดับเสียงหัวเราะเข้าไปอีก ผมนี่เบ้ปากใส่เพื่อนเลย


“มีอะไรน่าขำ?”


“มึงไม่รู้จริงอ่ะ ข่าวขึ้นชื่อของนิติเลยนะโว้ย”


ผมมองสมุนทอม “เรื่องไรวะ?”


สมุนทั้งสามมองหน้ากัน ก่อนส่งยิ้มกริ่มให้ผมเรียงตัว แถมยังประสานเสียงอีก 


“พวกกูไม่บอก!” 


“ไม่เอา ไม่ทำหน้าอย่างนั้น” มลตีแก้มผมเบาๆ ทั้งที่ปากฉีกยิ้มขบขัน “มึงเป็นตัวแทนคณะเรานะ ต้องอย่าทำให้คณะเราเสียชื่อ รู้ไหม” 


“กูอยากโดด!” ผมพูดจริงนะ พวกมันทำผมระแวง!


“อย่างทีไม่กล้าทำหรอก” 


“อ้าวๆ พูดอย่างนี้ท้าทายใช่ไหม”  


“ไม่ใช่” สมุนชายรีบปฏิเสธ “กูหมายความว่า มึงเข้าใจคำว่าส่วนรวมดี ไม่งั้นช่วงกิจกรรมเฟรชชี่ที่ผ่านมาจะเจอหน้ามึงทุกงานได้ไง” 


“ถูก พวกกูอยากกราบขอบคุณงามๆ ด้วยซ้ำที่มึงมาทุกนัดไม่พอ ยังเสียสละแรงกายมาช่วยพวกกูอีก”


ผัวะ


สมุนชายตบหัวสมุนทอม “ไอ้ทอมนี่ก็พูดเกินจริง ขืนไปกราบมัน ไอ้ทีได้อายุสั้นพอดี”


“กูแค่พูดเปรียบเทียบ!”


“พอๆ” ผมพูดขัดก่อนสมุนทั้งสองจะทะเลาะกันเอง “พวกมึงไม่ต้องขอบคุณอะไรทั้งนั้น กูคิดว่านั่นครั้งเดียวในชีวิต โดดไปเสียโอกาสแย่”


“นี่ก็ครั้งเดียวในชีวิต” มลว่า “โอกาสที่มึงจะได้เป็นตัวแทนท่ามกลางคนในรุ่นเป็นร้อย ยากจะตาย แล้วมึงก็ช่วยอ้าปากงับช้อนอย่างเดียวได้แล้ว บอกก่อนถึงเวลาปุ๊บ กูลากมึงออกไปปั๊บ ต่อให้ยังคาบช้อนคาปาก กูก็ไม่สน!” 


โอเคครับท่านประธาน ขอบคุณที่ยังแจ้งเตือนให้รับรู้ล่วงหน้าครับ


ผมรีบก้มหน้าก้มตาโส้ยอาหารสิ้นคิดอย่างกะเพราะหมูสับไข่ดาวลงท้อง หูก็ฟังบทสนทนาที่เปลี่ยนหัวข้อไปเรื่องอื่น น่าเสียดายไม่มีโอกาสได้ร่วมวงคุยด้วย กลุ่มนี้ผมอยู่ด้วยแล้วสบายใจที่สุดในคณะ บรรยากาศคล้ายกับตอนอยู่กับเพื่อนที่โรงเรียนชายล้วนดีครับ 


เข้าเที่ยงยี่สิบ มลเริ่มเร่งผมยิกๆ คำหลังๆ แทบไม่ได้เคี้ยว อาศัยกรอกน้ำให้ไหลลงท้องเอา 


“ไอ้ทีเที่ยงยี่สิบห้าแล้ว” 


“เออๆ กูพร้อมแล้ว”


“พวกมึง กูฝากเก็บจานให้ทีด้วย” มลร้องบอกคนอื่น 


ชาย1 หญิง1 ทอม1 ต่างโบกมือสื่อว่าไม่ต้องห่วง แถมอวยชัยให้ผมไปดี ไม่ทันได้โต้เถียง ประธานรุ่นก็ลากผมออกจากห้องอาหารใต้ตึกเรียนรวมตรงดิ่งไปตึกคณะที่อยู่ใกล้ๆ พาไปเยือนถึงหน้าห้องสโมสรคณะ


“ถึงล่ะ” มลพยักหน้าไปทางประตู “ห้องกระซวกไส้มึง”


“พูดซะกูไม่อยากเข้า” 


“เข้าไปเถอะน่า ไม่ตายหรอก”


“แค่เลี้ยงไม่โตใช่มะ”


มลกวาดมองผมขึ้นลง “มึงสูงแค่นี้แหละดีแล้ว มากกว่านี้จะไม่สมส่วนเปล่าๆ ไปๆ รีบเข้าไปเลย กูจะได้กลับไปกินข้าวต่อ” 


ผมโดนรุนหลังไปถึงหน้าประตู มีท่านประธานเปิดให้เสร็จสรรพ พร้อมลากแขนผมเข้าไปประกาศลั่น


“พาตัวมาแล้วค่ะ!! มลไปกินข้าวต่อล่ะนะพี่ๆ สวัสดีค่ะ” 


พูดรัวๆ จบประธานชั้นปีหนึ่งก็แวบหายไปจากห้อง…ตัดหางเพื่อนแสนดีอย่างผมไม่พอ ดันเอามาปล่อยกลางดงอิสสตรีทั้งแท้และไม่แท้นับยี่สิบกว่าคนด้วย ผู้ชายคนเดียวในห้องอย่างผมก็ผวาสิครับ




“เป็นไงบ้าง”


คุณประธานเห็นหน้าผมปุ๊บรีบเดินดิ่งมาถามไม่พอ ยังดึงแขนลากตัวผมไปรวมกลุ่มตัวเองปั๊บ 


…โปรดช่วยเห็นใจคนเดินโซเซเข้าห้องเรียนคาบบ่ายหน่อยเถอะ  


“ไม่ต้องถามแล้วยัยมล ไอ้ทีทำหน้าเป็นหมาป่วยขนาดนี้” สมุนทอมว่า ยื่นขวดน้ำเปล่ามาให้ “อ๊ะนี่น้ำ กินซะ” 


ผมโบกมือไม่เอา ขอถอนหายใจสักเฮือกดีกว่า สมุนถึกเอาสมุดมาพัดให้ พักหายใจหายคอครู่หนึ่งก็ทนสายจาที่จับจ้องไม่ไหว “พวกมึง…” แค่พูดสองคำ ทั้งสี่ก็ตั้งตารอฟังกันเต็มที่ อาการไม่ค่อยอยากเผือกเลย ผมนึกประชดในใจ 


“อย่าเงียบสิเฮ้ย!” 


ผมมองสมุนทอมพูดเร่งอย่างเอือมระอา ถอนหายใจอีกครั้งหนึ่งก็ยอมพูดระบายความอัดอั้นตันใจออกมา “…กูชักสับสนว่าต้องไปเป็นสะใภ้ หรือกำลังได้ลงแข่งประกวดชายงาม”


“อะไรนะ?”


“หือ?”


“หมายความว่าไง?”


“อธิบายให้มันเคลียร์ๆ หน่อย พวกกูงง”


ทั้งสี่พูดกันคนละประโยคในเวลาเดียวกัน ผมยกมือปิดหน้าด้วยความกลุ้มใจ เอ่ยบอกเสียงแผ่ว 


“กูอาจต้องแต่งหญิงวะ”


“ห๊ะ?!” อุทานกันหมด 


“เดี๋ยวๆๆ มึงรีบเงยหน้าอธิบายให้พวกกูรู้เรื่องเดี๋ยวนี้เลยนะ”


สมุนถึกพยายามดึงมือผมออก ไม่ได้ผลก็เล่นกระตุกเส้นผมเป็นกำมือ เจ็บจนต้องเงยหน้าปัดมือเพื่อนไปห่างๆ สีหน้าซังกะตาย 


“จะให้อธิบายอะไร ตัวกูยังไม่เข้าใจเลย” 


“พูดตามที่มึงเข้าใจนั้นแหละ”


ผมกรอกตามองเพดานห้องหลังได้ยินเสียงประสาน ที่พูดเมื่อกี้ออกจะตรงประเด็น


“งั้นกูจะสรุปให้ฟัง…แต่เลิกกระชากคอเสื้อกูเขย่าได้แล้ว เวียนหัว!”


“ก็บอกสักทีสิวะ ลีลาท่ามากอยู่ได้” สมุนทอมชักยัวะ


“รุ่นพี่จะจับกูแต่งคอสเพลย์ในวันศุกร์ คอนเซปอะไรไม่รู้ หน้าที่กูมีแค่ฝึกเดิน ยืน ยิ้ม นั่งอย่างเดียว แต่ไอ้ท่าที่จะต้องฝึกตุ๊ดฉิบหาย สงสัยกูจะได้ใส่กระโปรงวะ”


แทนที่จะเห็นใจ ดันพร้อมใจปล่อยก๊ากใส่หน้าผม ให้ต้องตบหัวเรียงคน ผู้หญิงก็ไม่เว้นครับ พวกผมเป็นแบบเนี่ยจะมารยาทดีด้วยไปทำไม 


“อะแฮ่ม งั้นเย็นนี้มึงต้องฝึกถึงกี่โมง?”


ขอบคุณที่ตั้งสติกลับมาได้ ผมตอบคำถามท่านประธานเซ็งๆ


“รุ่นพี่ขอเวลาถึงสองทุ่ม แต่วันนี้กูมีธุระเลยขออยู่แค่ทุ่มเดียว” พูดถึงตรงนี้ผมก็ดึงมือถือกดเข้าไลน์ ส่งข้อความบอกพาร์ ดีที่วันนี้พาร์เลิกเรียนหกโมงเย็น “พรุ่งนี้กูเลยต้องอยู่ถึงสามทุ่มแทน”


ก่อนจะได้คุยอะไรกันมากกว่านี้ อาจารย์เดินเข้าห้องมาพอดี ทั้งกลุ่มหันไปสนใจเรียนกันหมด พวกเขาตั้งใจเรียนกันดีครับ ผลคะแนนสอบกลางภาคอยู่อันดับต้นๆ กันทุกคน เคยได้ยินว่าถ้าผลการเรียนแย่ หรือตกจะโดนรับการลงโทษเป็นพิเศษจากพี่นัน…เป็นประธานรุ่นกับสมุนคู่กายก็ลำบากเหมือนกัน


ผมหันไปฟังอาจารย์บ้าง แต่พบว่าตัวเองไม่มีสมาธิเรียนเลย เฮ้อ…


ช่วงห้าโมงเย็นสะใภ้คณะคนก่อนมาเยือนพร้อมอดีตสามีที่อยู่นิติ แวบแรกที่ได้เห็นหน้า ผมถึงกลับเคลิ้มสติหลุดไปชั่วขณะ สวยมากครับ นางฟ้าชัดๆ แต่หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง ผมขอมอบฉายานางฟ้าใจร้ายให้พี่เขาไปครองเลย เข้มงวดกับผมยิ่งกว่าพวกรุ่นพี่อีก เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่ามองคนแต่ภายนอกจริงๆ 


การเจอพี่เบนคือคราวเคราะห์ แต่แฟนของพี่เบนคือผู้ช่วยชีวิตของผม  


“พอๆๆ พวกคุณจะจับน้องฝึกเป็นกระเทยหรือไง ไหนผมได้ยินว่าคอนเซปคือท่านชายไงครับ” 


คนโดนฝึกอย่างผมพึ่งได้ยินคอนเซปครั้งแรกนี่แหละ 


“ก็…น้องจะไปเป็นสะใภ้นี่ค่ะ”


“แล้วต้องให้น้องทำท่าตุ๊ดด้วยเหรอ สะใภ้ผู้ชายแท้ๆ ก็มี หรือพวกคุณเคยเห็นแต่อะไรไม่รู้ แล้วมาจับน้องฝึกให้เหมือนคนพวกนั้น?”


เงียบกริบเลยครับ หน้าเสียกันเป็นแถบ แม้แต่พี่เบนที่ได้ชื่อว่าสุดที่รักยังทำได้แค่ยิ้มแห้ง ไม่ออกความเห็นใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังสนุกสนานร่วมมือฝึกผมกับพวกรุ่นพี่อยู่เลย


“ตอนแรกผมว่าจะไม่ยุ่ง แต่ทนดูไม่ไหวจริงๆ” พูดถึงตรงนี้ก็มองแฟนดุๆ “แทนที่เธอจะห้าม ดันไปร่วมวงด้วยอีก เขาเรียกเธอมาดูน้องเพื่อให้ทำความเข้าใจกับตำแหน่ง ไม่ใช่ให้เธอไปกลั่นแกล้งน้องตามอารมณ์นึกสนุก เวลายิ่งมีน้อยๆ อยู่”


“ขอโทษค่ะ” พี่เบนพูดเสียงอ่อยๆ


“มาขอโทษผมทำไม เธอกับพวกคุณควรขอโทษน้องนู้น”


พวกพี่ๆ หันมาขอโทษผมกันทุกคน ผมทำได้แค่ผงกหัวหงึกๆ รับ แอบส่งสายตาขอบคุณให้พี่นิติคนนั้นด้วย ขอบคุณจริงๆ ที่พี่ช่วยแย้งให้ เพราะตอนกลางวันผมแย้งเองรอบหนึ่งแล้ว แต่ไม่มีใครสนใจฟังสักคน บางทีการได้เป็นรุ่นน้องก็แย่นะครับ


“ขอบอกก่อน คณะผมต้องการสะใภ้ที่มีความเป็นตัวของตัวเอง ยิ่งแสดงตัวตนแท้จริงออกมาได้ยิ่งดี ไม่ใช่ตัวตนที่รุ่นพี่อย่างพวกคุณปรุงแต่งให้ หรือยัดเหยียดให้ฝึก ผมแนะนำได้แค่ว่าพวกคุณควรเปลี่ยนวิธีฝึกน้องใหม่ทั้งหมด และช่วยจำไว้ว่างานนี้พวกคุณเป็นแค่ผู้ช่วย ไม่ใช่ตัวหลัก เข้าใจไหมครับ?” 


พวกรุ่นพี่รับคำเสียงแผ่ว จนโดนถามซ้ำอีกครั้ง ถึงตอบเสียงขันแข็งขึ้น


“ดี ผมให้เวลาพวกคุณไปประชุมกันใหม่ เธอก็ไปให้คำแนะนำรุ่นน้องด้วย ส่วนน้องปี1 มานั่งตรงนี้กับพี่”


ทุกคนกระจายตามคำสั่งทันที ผมตรงไปนั่งข้างพี่เขา พูดขอบคุณจากปากอีกครั้ง แต่กลับไม่มีการตอบรับใดๆ มีเพียงขวดชาดำรสน้ำผึ้งมะนาวถูกยื่นมาตรงหน้าพร้อมหลอด


“พี่ให้เป็นของปลอบขวัญ”


ผมรีบยกมือไหว้ “ขอบคุณครับ”


นั่งกันเงียบๆ ไม่ถึงอึดใจ พี่นิติก็ชวนผมคุย “มีเพื่อนอยู่คณะนิติหรือเปล่า”


“มีครับ” 


“หญิงหรือชาย สนิทกันมากไหม”


ผมนึกถึงพาร์ทันที “ผู้ชายครับ สนิทไหม…น่าจะสนิท ครอบครัวพวกเรารู้จักกันด้วย” 


“งั้นเหรอ…น่าเสียดาย” 


ผมทำหน้าไม่เข้าใจ พี่เขาเสียดายอะไร? 


“โดนเลือกได้ยังไงล่ะ จับฉลาก?”


“ครับ” 


“จับได้เองหรือเปล่า?” ผมส่ายหน้า ฝ่ายพี่นิติกลับถอนหายใจเบาๆ “เป็นแบบนี้ทุกรุ่น”


หือ? หมายความว่าไงกัน?


“เอ่อ ผมขอถามได้ไหมครับ” พี่พยักหน้าอนุญาต “ที่ว่าเป็นทุกรุ่นคืออะไรครับ”


พี่นิติถอนหายใจอีกครั้ง “รู้ไหมไอ้คนจับฉลากได้ไม่เคยได้เป็นหรอก ต้องมีคนอาสาทำแทน ไม่ก็โดนโยนหน้าที่ให้ มีกรณีขอเปลี่ยนคนทีหลังด้วย สรุปว่ามันต้องมีเรื่องมีราวทุกรุ่น บางรุ่นก็ร้ายแรงหน่อย แต่เพราะอย่างนี้เลยทำให้เพื่อนหรือรุ่นพี่เห็นอุปนิสัยหรือจิตใจของคน”


ผมมองพี่เขาอึ้งๆ…ลึกซึ้งมากครับ เป็นมุมมองแบบที่ผมคาดไม่ถึงจริงๆ


“เอ่อ แล้วทางคณะนิติ ฝึกลูกสาวโหดเหมือนทางผมไหมครับ” 


นี่เป็นอีกเรื่องที่ผมแอบสงสัย


“ไม่หรอก ส่วนใหญ่จะตามใจน้องกัน ปล่อยน้องคิดคอนเซปเอง พวกรุ่นพี่แค่สรรหาอุปกรณ์หรือคอยอำนวยความสะดวกทุกอย่างให้ตามแต่น้องร้องขอมา”


ดีชะมัด! ฟังแล้วผมอยากย้ายคณะเลย


“เราอยากให้ลูกสาวแสดงความเป็นตัวตนออกมาให้หมด ถึงจะสุดโต่งไปบ้างก็ไม่เป็นไร ถือเป็นสีสันในงาน แต่เพราะแบบนี้ ส่วนใหญ่เลยไม่ค่อยมีใครอยากได้ลูกสาวจากคณะพี่เท่าไหร่” พูดถึงตรงนี้พี่นิติก็หัวเราะหึๆ “เรื่องลูกสาวนิติถือเป็นเรื่องขึ้นชื่อของคณะพี่เลยล่ะ” 


ผมร้องอ้อในใจเลยครับ ไอ้เรื่องนี้เองที่สมุนทั้งสามไม่ยอมบอกผม! 


“น้องเลยตกที่นั่งลำบากหน่อย”


เอ๊ะ


“เอ่อ พี่พูดแบบนี้…แสดงว่าผมมีโอกาสเป็นสะใภ้คณะพี่สูงมาก?”


“มันขึ้นอยู่กับคณะน้องด้วย ถ้ายอมรับลูกสาวคณะพี่ได้ก็คงแข่งกันแบบแฟร์ๆ แต่ถ้าไม่ สงสัยจะมีเล่นตุกติก” ฟังพี่พูดแล้ว ผมเครียดเลย “เอาน่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ไม่ต้องทำหน้าเครียดหรอก”


...พี่พูดให้ผมปลงล่วงหน้าใช่ไหม?


“มาเป็นสะใภ้คณะพี่ดีนะ ยิ่งคู่กับคนรู้จักยิ่งดี เสียดายคนรู้จักน้องดันเป็นเพศเดียวกันนี่สิ”


ผมสะดุดหู รีบถามอย่างมีความหวัง “ไม่นิยมจับคู่คนเพศเดียวกันเหรอพี่” 


“ไม่ค่อยนะ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับประธานปี4 ด้วย อย่างกรณีน้อง นันคงนึกสนุกเลยเลือกน้องแทนน้องผู้หญิง”


“หมายความว่าสะใภ้ต้องเป็นผู้หญิง?”


------------------------------------------------------


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2835 TeepawaN (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 09:22
    ทำไมกลุ่มเพื่อนต้องทำเหมือนทีผิด คิดดูดีๆว่าใครผิดนะ
    #2,835
    0
  2. #2831 นุ่นนิ่ม (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 17:07

    รู้สึกเกลียดกลุ่มเพื่อนของทีมากเลย โดยเฉพาะเด็นอ่ะ

    #2,831
    0
  3. #2770 KiHaE*129 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 22:18

    ทีเป็นคนมีน้ำใจจริงๆ

    ยอมตามใจเค้าไปหมดถ้าคิดว่าเรื่องมันไม่ได้ลำบากอะไรมาก

    แต่แบบนี้มันทำให้ตัวเองลำบากนะที

    ต้องขอบคุณพี่นิติที่ช่วยให้น้องไม่ต้องแต่งหญิง

    #2,770
    0
  4. #2700 ThkTheks (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 07:05
    วงวารน้องทีเค้านะคะ
    #2,700
    0
  5. #2689 Zuhpyolp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:24
    สนุกกกกกก
    #2,689
    0
  6. #2686 chompu_y (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 11:43
    ซะงั้น! อย่างพี่นิติว่าเนอะ เหตุการณ์นี้ทำให้ได้รู้นิสัยจิตใจของคนจริงๆ
    #2,686
    0
  7. #2619 Mistyblack (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 18:57
    อ่าววววว
    #2,619
    0
  8. #2537 FairyP718 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 17:07
    พี่นิติแฟนสะใภ้คณะรุ่นก่อนใจดีจัง บอกทุกอย่างเลย แล้วปีนี้ทำไมเลือกสะใภ้เป็นผู้ชายอ่ะ วงวารที
    #2,537
    0
  9. #1949 baekbow (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 17:17
    เหมือนพาร์จะเป็นลูกสาวนิติหรือป่าว ถึงไม่มีใครบอก
    #1,949
    0
  10. #1383 Dark Diamond (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 11:54
    พรางชำเลือง-พลางชำเลือง
    #1,383
    0
  11. #936 Kuroko Tetsuya_kun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:51
    น้องอันน่ารักกกก
    #936
    0
  12. #879 tarn_teuky (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:48
    น้องอันน่ารักอะ
    พาร์กับนทีดูแลน้องๆกัน
    อย่างกะพ่อแม่ลูก
    #879
    0
  13. #849 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:50
    หลงรักน้องอันค่ะ น่ารักไม่ไหวแล้ววว งื้ออออ~
    #849
    0
  14. #682 Dairy-nana (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 21:36
    รู้สึกชอบพี่นิติ นางดูดี ดูน่ารัก ดูอ่อนโยน น่าร้ากกก
    #682
    0
  15. #225 nam3 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 17:47
    ทีนี่มีทั้งไม้อ่อนไม้แข็งเนอะ น้องอันต้องโตมาเด็กดีแน่ๆ เลย ให้แม่สู่ขอล่วงหน้าได้ไหมคะ งื้อ
    #225
    0
  16. #78 Beaoutwy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 / 15:01
    ใกล้แข่งละ สงสารทีจริงๆ จะได้เป็นสะไภ้แน่ๆ
    #78
    0
  17. #43 KillerKill (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 / 23:17
    สนุกกกกกกกกกกกก
    #43
    0
  18. #42 อิงะเดะมอ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 13:10
    อยากอ่านต่อแล้วซิ เวลาแข่งใกล้เข้ามาแล้ว อิอิ
    #42
    0
  19. #41 คิมดงจุน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 12:47
    เตรียมตัวเป็นสะใภ้ที่ดี5555 ชอบตอนพาร์กับชล อยู่ด้วยกันมากกก
    #41
    0
  20. #40 ZiDEXiDE (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 11:08
    กรี้ดดด จะทำอะไรกันเนี่ยยย
    รีบมาต่อนะคะ
    #40
    0
  21. #38 PRF •_• (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 06:59
    อยากอ่านต่ออออ อัพอีกๆๆๆๆๆๆ
    #38
    0