[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 9 : บทที 7 (2/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 109 ครั้ง
    21 ส.ค. 59


บทที่7 (2/2)


“เรียกว่าลูกสาวคณะ ต้องเป็นเพศหญิงสิ”


“แต่พี่นันบอกว่าชายหญิงเกี่ยวหมดนะครับ”


“อ้าวเหรอ บางทีกฎอาจเปลี่ยนจากสมัยพี่มั้ง”


มันยังไงๆ อยู่นะ 


“อ้อ พี่จำได้ล่ะ เรื่องปลีกย่อยอย่างเลือกคนที่เป็นลูกสาว นอกเหนือจากความเหมาะสม ส่วนใหญ่ประธานพี่4 ถูกใจใครก็เลือกคนนั้นแหละ บางครั้งก็ไม่มีเหตุผลหรอก สงสัยน้องเผลอทำตัวสะดุดตานันเข้ามั้ง” 


หลังได้รับข้อมูลที่ทำผมจิตตกไปพักใหญ่ก็ได้เวลาเริ่มต้นฝึกแบบใหม่ ซึ่งทำผมสบายใจขึ้นโข ให้อารมณ์เหมือนฝึกมารยาทการเดิน ยืน นั่งกับคุณย่าในสมัยเด็กมากครับ ผลคือผมทำได้ดี พวกรุ่นพี่เลยค่อนข้างพอใจ


“งั้นไปเที่ยวงานลอยกระทงกันเถอะ”


เอ๊ะ…ลอยกระทง? ผมลืมไปซะสนิท


“ออกไปตอนนี้คงโดนเรียกไปช่วยงานมากกว่า”


“ไปสนุกที่ซุ้มคณะก็ดีนี่ พวกพี่เบนล่ะคะ?”


“พวกพี่ตั้งใจมางานลอยกระทงนี่แหละ แล้วก็แวะมาดูหน้าว่าที่สะใภ้คนใหม่ด้วย” พี่เบนส่งยิ้มผม 


…คนนี้อีกคน ฟันธงไปแล้วว่าผมต้องเป็นแน่ๆ ใช่ไหม เฮ้อ~


เพราะเหตุนี้ผมเลยโดนปล่อยตัวเร็วกว่าที่ขอไว้ครึ่งชั่วโมง ถูกทิ้งให้ยืนเคว้งคว้างอยู่หน้าตึกคณะเศรษฐศาสตร์ พลางยืนครุ่นคิดสองจิตสองใจ จะไปซุ้มคณะตัวเองดีไหม เพราะเพื่อนๆ น่าจะอยู่กันที่นั่น หรือติดต่อไปหาพาร์ก่อนดี


ผมตัดสินใจโทรหาพาร์ เพราะขืนไปซุ้มคณะตัวเอง สงสัยได้อยู่ยาวจนเลยเวลานัดตอนทุ่มตรงแหง อีกอย่างผมไม่ต้องไปช่วยเฝ้าซุ้ม เพราะก่อนหน้านี้อยู่ฝ่ายเตรียมสถานที่ เริ่มทำตั้งแต่อาทิตย์ก่อน แต่ทำเต็มที่จริงๆ แค่วันจันทร์ที่อยู่ยาวถึงสี่ทุ่ม นอกนั้นกลับก่อนไม่เกินหนึ่งทุ่ม 


ผมเกรงใจคนต้องมารออย่างพาร์ มันมารอที่ใต้คณะเศรษฐศาสตร์จนเพื่อนผมแต่ละคนเริ่มมองเราแปลกๆ จนหลังๆ พาร์เลยหนีไปช่วยงานซุ้มคณะนิติ จะกลับเมื่อไหร่ก็ไลน์หาบ้าง ตกลงเวลาก่อนไว้ก่อนบ้าง ถึงเวลานัดค่อยไปเจอกันที่รถ


พาร์รับสายผมก็จริง แต่ทางนั้นเสียงดังหนวกหูจนผมฟังไม่รู้เรื่อง เลยกดปิดเปลี่ยนเป็นกดข้อความผ่านไลน์แทน


          TEE: อยู่ไหน?

          PAR: ซุ้มนิติ แล้วเมื่อกี้กดตัดสายทำไม

          TEE: เสียงโคตรดัง กูฟังมึงไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวไปหา ซุ้มคณะมึงอยู่ตรงไหน

          PAR: ไหนบอกโดนรุ่นพี่กักตัวถึงหนึ่งทุ่ม

          TEE: โดนปล่อยตัวแล้ว

          PAR: อ้อ งั้นมาสิ เดี๋ยวส่งรูปไปให้


พาร์ถ่ายรูปซุ้มคณะตัวเองกับรอบๆ ให้ผมดู ตามด้วยบอกพิกัดเป็นลายลักษณ์อักษร วงแคบลงก็จริง แต่ผมหาตั้งนานกว่าจะเจอซุ้มคณะนิติ


“เชิญครับๆ”


ผมส่ายหน้า อ้าปากกำลังบอกว่ามาหาเพื่อน แต่เมนูแผ่นกระดาษแข็งเคลือบพลาสติกดันมาอยู่ในมือ 


…นี่เข้าข่ายยัดใส่มือนะครับ 


แต่ก็ก้มมองเมนูอย่างสนใจ อยากรู้ว่าขายอะไรบ้าง พอเห็นก็ผิดหวังเล็กๆ ไม่ต่างจากทั่วไปเท่าไหร่ มีเครื่องดื่มร้อนเย็นง่ายๆ ไม่กี่อย่าง เมนูจากขนมปังปิ้ง ขนมปังเย็น ข้าวโพดคลุกเนย คุกกี้ มาสะดุดที่ภาพลูกเจี๊ยบในเปลือกไข่ มีกรอบคำพูดเขียนว่า ถือกินสะดวก ผมรีบกวาดมองด้านในไม่มีที่นั่งกินจริงๆ ครับ มีแต่โต๊ะคลุมด้วยผ้าสีแดง ด้านบนทำเป็นชั้นวางของแบบขั้นบันได ให้คนเลือกซื้อมองเห็นชัดถนัดตา


สินค้าวางขายทั้งหมดเป็นคุกกี้หลากหลายแบบ บรรจุในขวดโหลแก้วใบเล็กๆ น่ารัก ผูกริบบิ้นกับคล้องป้ายสำหรับเขียนข้อความแผ่นกลมๆ เพิ่มความสวยงาม มองไปเรื่อยก็สะดุดป้ายทำจากกระดาษวาดเขียนแผ่นใหญ่แปะติดชายผ้าคลุมโต๊ะ มีข้อความลงสีโปสเตอร์ตัวใหญ่มากเขียนว่า ‘ซื้อครบ 250 บาท มีสิทธิ์จับลูกบอลทำนายโชคชะตา’


ผมได้คำตอบแล้วว่าทำไมซุ้มนี้ผู้หญิงโคตรเยอะ


เลื่อนสายตาขึ้นจากแผ่นป้ายก็มาสะดุดคุกกี้คุ้นตาเข้าอย่างจัง เพ่งมองจนแน่ใจว่าเคยกินมาก่อนแน่ๆ แต่ดันนึกไม่ออกว่าเคยกินตอนไหน  


“ตัดสินใจได้หรือยังครับ?”


ผมหลุดจากภวังค์ รีบยิ้มให้คนยืนรอรับออเดอร์ “เอาโกโก้เย็นแก้วหนึ่งครับ”


“ยี่สิบห้าบาทครับ”


หือ? เป็นระบบจ่ายเงินก่อนได้ของหรือเนี่ย ผมหยิบตังค์จ่ายไป


“รอสักครู่นะครับ หรือจะเข้าไปชมสินค้าข้างในก่อนก็ได้”


ผมพยักหน้าตอบรับ แม้ในซุ้มมีแต่ลูกค้าสาวๆ เป็นส่วนใหญ่ แต่นักศึกษาสวมบทพนักงาน หรือลูกค้าบางคนก็เป็นผู้ชายนี่ครับ ผมเดาว่าน่าจะมากับแฟน ดังนั้นจะอายไปทำไม เดินดุ่มๆ ไปหยุดหน้าโหลคุกกี้ที่หมายตา หยิบขึ้นมาเพ่งดูคุกกี้ในระยะประชิด


ความรู้สึกมันบอกว่าใช่ แต่ให้แน่ใจต้องได้ชิม!


“เอาเจ้านี้ครับ”


“รับอย่างอื่นเพิ่มไหมครับ?”


ผมกวาดมองไปเรื่อยก็สะดุดอีกสองแบบ เลยหยิบส่งให้ไปอย่างละหนึ่ง


“เท่านี้นะครับ เอ่อ ผมรู้ว่าคุณลูกค้าคงไม่สนใจ แต่หากซื้อครบยอดจะได้จับลูกบอลทำนายโชคชะตานะครับ”


ผมผงกหัวแทนคำบอกว่ารู้แล้ว “เท่าไหร่ครับ?”


“120 ครับ”


อื้อหือ กระปุกแค่นั้นตั้ง 40 บาท กำไรสุดๆ แต่รูปแบบผลิตภัณฑ์โอเคอยู่ครับ ผมเลยยอมจ่าย ระหว่างรอโหลคุกกี้ใส่ถุง โกโก้ของผมก็มาส่ง รับมาดูด…รสชาติใช้ได้ เอ๊ะ มีคุกกี้วางให้ชิมด้วยนี่หว่า อยากตบหน้าผากตัวเองนัก ไม่ดูให้ดีก่อนซื้อ เอาวะ ชิมตอนนี้ก็ยังทัน


ผมหยิบคุกกี้ที่หมายตาเข้าปาก เคี้ยวสองสามทีก็เผลอพยักหน้า มันใช่ครับ รสชาติคุ้นปากแบบที่ไม่ได้กินมานาน อดมองคุกกี้ในโหลที่มีแค่หกชิ้นไม่ได้ น้อยเกินไป เสร็จน้องผมหมดแน่ เลยทำการซื้อเพิ่มอีกแบบละสามกระปุก


“ไม่สนใจคุกกี้แบบอื่นๆ เหรอครับ?”


ส่ายหน้าปฏิเสธทันที ผมเฉยๆ กับของหวานก็จริง แต่ถ้าเป็นของแบบที่ชอบจะพุ่งเข้าหาครับ   


“งั้นขอคิดราคาใหม่นะครับ…ทั้งหมด 480 บาทครับ”


ผมจ่ายเงินไป รับของมาหิ้ว กำลังจะเดินออกจากซุ้มก็นึกได้ตอนเห็นคำว่านิติศาสตร์ เออวะ ผมมาหาพาร์นี่หว่า แล้วมันอยู่ไหนเนี่ย?   


“คุณลูกค้าที่ซื้อคุ้กกี้ครับ! กลับมาจับลูกบอลก่อนครับ!!


…ตะโกนทำไมครับ หันมองกันทั้งซุ้มแล้ว 


ผมจำเดินย้อนกลับไปหา ไม่งั้นอีกฝ่ายคงตะโกนเรียกไปเรื่อยๆ


“ได้สิทธิ์จับสองครั้งนะครับ”


ล้วงหยิบพลาสติกรูปทรงไข่หลากสีในกล่องขึ้นมาสองอัน ส่งให้พนักงานประจำซุ้มบิดออก แล้วยืนรอฟังด้วยความรู้สึกเฉยชา ถ้าเปลี่ยนมาเป็นน้องสาวอย่างน้ำหรือเบอร์ดี้คงยืนรออย่างตื่นเต้น สาวน้อยสองคนนั้นชอบเรื่องประเภทนี้สุดๆ      


“ความรักของคุณอยู่ใกล้แค่เอื้อม”


อาฮะ ฟังอันแรกจบก็รอฟังอันที่สอง 


“หากหันหลังไปคุณอาจพบคนที่ใช่ครับ”


ผมแอบขำ แค่หันหลังเนี่ยนะ มันจะเป็นจริงได้ไง  


“จะเก็บไว้เป็นที่ระลึกไหมครับ?”


“ใส่ไว้ในนี้เลยครับ”


กระดาษแผ่นยาวๆ ขนาดเท่าซองหลอดน้ำดื่มถูกสอดเข้าถุงคุกกี้ในมือผม เก็บไปให้สองสาวดู ต้องชอบกันแน่ๆ แต่พอหมุนตัวหันหลังเตรียมจากก็ต้องชะงักกึก ตาจ้องคนกำลังเดินเข้าซุ้มมาเขม็ง


…ผมยอมเชื่อคำทำนายขึ้นนิดหน่อยก็ได้ ถ้าคนที่ใช่แปลว่า ‘คนที่กำลังตามหาตัวอยู่’ ล่ะก็นะ


กำลังจะเดินเข้าไปหา แต่ต้องถอยหลบอย่างเร็ว เมื่อสาวๆ ในซุ้มวิ่งพรวดเข้าชาร์ตพาร์ แปบเดียวมันก็โดนล้อมทั้งหน้าทั้งหลัง…แว่วเสียงขอซื้อนั่นซื้อนี่ไม่มีหยุด ฟังแล้วปวดหัวแทน


“ขอโทษนะครับ!” พาร์ตะโกนขัดขึ้นมา “ผมหมดกะแล้ว”


แต่สาวๆ ไม่เชื่อครับ ผมฟังคำแย้งไม่ค่อยถนัด แต่มีคนหนึ่งเธอโผล่ออกมาเสียงดัง


“ถ้าหมดกะแล้วน้องจะกลับมาที่ซุ้มอีกทำไมล่ะคะ?”


“มาหาคนครับ” มันตอบเสียงดังฟังชัดเจนมาก


“อยู่นิติก็ต้องมาหาเพื่อนนิติ แค่ข้ออ้างนี่ค่ะ”


ผมขมวดคิ้วแทนเพื่อนเลย ส่วนพาร์ถอนหายใจ เลิกโต้เถียงกับผู้หญิงคนนั้น เปลี่ยนมากวาดสายตามองหาอะไรบางอย่าง พร้อมตะโกนเรียก


“ที!”


อ้าว ตะโกนชื่อผมทำไมวะ


“ที…ไอ้ที!! ถ้าอยู่นี่ก็ขานรับหน่อย ไม่งั้นกูจะไปหามึงที่อื่นแล้วนะ”


ผมจำใจต้องชูมือแสดงตัว คือผมก็ไม่หลบอะไรนะ แต่ทำไมมันไม่หันมองฝั่งนี้ฟะ 


“อยู่นี่”


เท่านั้นแหละ สายตาคนทั้งซุ้มย้ายมาที่ผมหมด สองรอบแล้วนะโว้ย ผมเริ่มกระดากนิดๆ แล้วนะ


“เปิดทางให้หน่อยครับ ขอผมไปหาเขาหน่อย”


พาร์เอ่ยขออย่างสุภาพ แทรกตัวผ่านสาวๆ เข้ามาด้านใน หลุดจากกลุ่มก้อนตรงนั้นปุ๊บก็เดินสะดวกแล้วครับ เพราะด้านในโคตรโล่ง


เจอหน้าก็ขอถามหน่อยเถอะ “ไหนว่าอยู่ซุ้ม?”


“ตอนแรกอยู่ แต่ออกไปถ่ายรูปให้มึงปุ๊บ กูก็ได้วิ่งอย่างเดียวเลย นี่พึ่งวกกลับมาได้”


งงแค่วูบแรก ก่อนจะเข้าใจว่าอาจโดนสาวๆ ไล่กวด เลยฉีกยิ้มขำใส่มัน 


ช่วยไม่ได้วะ อยากหน้าตาดีเอง


“แล้วซื้ออะไรตั้งเยอะแยะ” 


ไม่ถามเปล่าแย่งถุงในมือผมไปเปิดดูอย่างไร้มารยาท


“อุดหนุนซุ้มคณะมึงไง” ตอบเสร็จก็เลิกคิ้วขึ้นสูง แปลกใจเมื่อเพื่อนนิ่งค้างนานเกินไปแล้ว 


“พาร์…พาร์ ไอ้พาร์!”


มันสะดุ้ง รีบเงยหน้ามองผมหน้าตื่นๆ “อ…อะไร?” 


“…เป็นไรวะ?”


“เปล่า” มันเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนเอ่ยถามเหมือนสงสัยมาก “มึงรู้ปะว่าซื้ออะไรมา”


ผมมองมันด้วยสายตาเหมือนมองคนสติไม่ดี “เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเป็นคุกกี้ยังจะถามอีก”


“ไม่…ไม่ใช่อย่างนั้น คือ…” พาร์เลียริมฝีปากท่าทางลำบากใจปนตื่นเต้นเล็กๆ “มันมีตั้งหลายอย่าง ทำไมมึงถึงเลือกแค่สามอย่างนี้ล่ะ”


ผมงง แต่ก็ตอบไปตามตรง “กูชอบน่ะสิ”


เห็นพาร์นิ่ง ก็เสริมไปอีกประโยค “เป็นรสชาติที่ไม่ได้กินนานมากแล้ว กูเลยคิดถึง”


“งะ งั้นเหรอ”


มันหลบตาผมทำไม?


…เอ๊ะ


“มึง…เขินเหรอ?” ถามอย่างไม่แน่ใจ


“เปล่า!”


ไม่เห็นต้องปฏิเสธจริงจังอย่างนั้นก็ได้ ดูมีพิรุธนะเพื่อน ผมรับถุงที่ยื่นมาให้เหมือนเป็นของร้อนงงๆ


“กลับเถอะ หรือจะไปเดินเที่ยวงานก่อน”


เปลี่ยนเรื่องซะงั้น ผมยอมปล่อยตามน้ำ ตอนแรกคิดจะกลับเลย แต่ได้กลิ่นหอมๆ ลอยตามลมซะก่อน ความตะกละวิ่งพรวดเข้าเส้นชัย เรื่องขนของเอาไว้ทีหลังนะเพื่อน


“ไปหาอะไรลงท้องกันก่อน” ผมเอ่ยชวน


“จะลอยกระทงไหม?”


“ขอดูก่อน ถ้าคนเยอะคงไม่”


ระหว่างเดินออกจากซุ้ม พาร์เอาแต่ยกนิ้วชี้แตะปากตัวเองใส่เพื่อนร่วมคณะที่กำลังยิ้มกรุ่มกริ่ม บางคนทำหน้าสนุกสนานตั้งท่าอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง พาร์รีบดึงข้อมือผมหนีเลย


อะไรของมัน?




“คุกกี้ฝีมือพี่พาร์นี่น่า!”


อะไรนะ?!


“อร่อยเหมือนเดิมเลย คิดถึงๆ น้ำไม่ได้กินขนมฝีมือพี่พาร์ตั้งสามปีแล้ว”


ผมรีบตวัดตามองเจ้าของผลงานที่รีบเบือนหน้าหนีไม่ยอมสบตาด้วย ถ้อยคำที่พูดออกไปตอนอยู่ซุ้มนิติโผล่พรวดในหัวให้ผมเริ่มรู้สึกกระดากอายตาม นั่งเก้ออยู่สักพักก็เผลอขมวดคิ้ว 


แล้วทำไมมันไม่บอกผมเล่า!


“คุกกี้ทั้งสามแบบของพี่พาร์หมดเลยใช่ป่าว?” 


ผมมองน้ำสลับกับคนทำขนมที่พยักหน้ายืนยันว่าใช่ 


“พี่พาร์ทำขายแค่สามอย่างนี้แหละ” เบอร์ดี้ช่วยยืนยันอีกเสียง “ทางคณะพี่ให้คนทำขนมเป็น อบคุกกี้ออกมาวางขายสามอย่าง อย่างละ 50 กระปุก”


…ผมดันคว้าถูกหมดทั้งสามแบบอีก อย่างกับแฟนพันธุ์แท้! มิน่ามันถึงทำตัวแปลกๆ ตั้งแต่ตอนนั้น 


แอบรู้สึกกลุ้มใจ ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี ก็แค่ เอ่อ เมื่อก่อนได้กินบ่อยๆ ล่ะมั้ง ผมถึงจำรูปแบบไปจนถึงรสชาติได้ติดปากขนาดนี้ พยายามครุ่นคิดว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ 


‘ลูกชายของเพื่อนแม่ฝากมาให้ที เขาพึ่งหัดทำขนม’


ในหัวผุดภาพในอดีตอีกหลายฉากให้แอบหน้าซีด รีบหันไปจ้องพาร์ด้วยความไม่อยากเชื่อ 


เด็กนั่นคือมันเหรอ? ไม่ใช่หรอกมั้ง…มั้งอะไรล่ะ! หลักฐานวางอยู่ต่อหน้าต่อตา! 


ผมยกมือตบหน้าผาก 


มันนี่เองสาเหตุที่ทำให้ผมเกิดแรงฮึดเริ่มต้นหัดเข้าครัวบ้าง แต่ขืนทำขนมหวานตามอาจโดนหาว่าเป็นเด็กขี้อิจฉาได้ เลยเลือกทำของคาวแทน ทำไปทำมาชักสนุก นานวันฝีมือย่อมพัฒนา จะว่าไปช่วง ม.ต้น เคยต้องแลกเปลี่ยนของกินกันด้วยนี่หว่า ตอนนั้นผมพึ่งมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ แม่คงเห็นผมหงอยๆ เลยมอบหน้าที่ทำกับข้าวใส่ปิ่นโตทุกเย็น ทุกเช้าก็ได้ของหวานใส่ปิ่นโตกลับมาเป็นของตอบแทน เป็นแบบนี้ตั้งสามปี ไม่ให้คุ้นปากก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว แต่พอมันไปเรียนต่างประเทศก็ไม่ได้กินอีกจนผมลืมไปเลย 


ขยี้หัวอย่างหงุดหงิดที่ไม่เอะใจตั้งแต่แรก ที่สำคัญกว่านั้น 


ผมเสียตังค์ 480 บาทไปทำไม!


ถ้าเอาเงินส่วนนั้นไปซื้อวัตถุดิบ ฝากพาร์ทำให้กินยังได้ปริมาณเยอะกว่านี้ตั้งหลายเท่า คุ้มกว่าเห็นๆ เท้าคางกับโต๊ะกระจกหน้าโซฟาด้วยความเซ็ง เอาเถอะ ถือว่าอุดหนุนของที่เพื่อนทำขายแล้วกัน ถึงเงินจะเข้าคลังคณะนิติก็ตาม เฮ้อ…   


“ว่าแต่พวกพี่ไปลอยกระทงกันมาหรือเปล่า?”


“เปล่า”


หลังฟังคำตอบจากผม น้องทั้งสองหงอยไปเลย ส่วนน้องอันกัดคุกกี้มองพี่ๆ ตาแป๋ว ท่าทางไม่เข้าใจว่าคุยเรื่องอะไรกันอยู่ เจ้าตัวเล็กยังไม่เคยไปลอยกระทงครับ ผมให้ลอยเรือกระดาษอยู่บ้านแทน แต่ปีนี้กะว่าจะพาลอยของจริง


“น้องอัน อยากไปเที่ยวกับพี่ไหม?”


พยักหน้าหงึกๆ ทันที


“งั้นกินขนมให้หมดก่อน ไปล้างมือ ค่อยออกมาหาพี่”


คนนี้ว่าง่าย สั่งอะไรทำหมด เฉพาะตอนจะได้ไปเที่ยวครับ


“ส่วนใครที่อายุเลยสิบขวบ ถ้าอยากไปด้วย ช่วยเตรียมตัวให้พร้อม เน้นเสื้อผ้าเคลื่อนไหวสะดวกนะ ใครไม่พร้อมพี่จะให้อยู่เฝ้าบ้าน”


เท่านั้นแหละ สองสาวพากันวิ่งตึงตังขึ้นบันไดไปชั้นสอง คาดว่าคงรีบถอดชุดนักเรียนออกอย่างไว คงเดาออกว่าผมจะพาไปลอยกระทง 


ตอนแรกว่าจะไม่พาไปหรอก แต่พอดีระหว่างทางกลับบ้าน เจอเด็กสองคนกำลังจะเอากระทงไปขาย เป็นกระทงกาบกล้วยครับ ถ้าเป็นที่สมุทรสงครามคงไม่แปลก แต่น้องทำขายในกรุงเทพ ผมเห็นน่าสนใจดี เลยให้พาร์จอดรถข้างทาง


สองพี่น้องวัยประถมกับมัธยมต้นช่วยกันทำเอง แยกส่วนต่างๆ ใส่ถุงมา เห็นว่าค่อยประกอบตอนจะขาย เลยซื้อทั้งอย่างนั้นห้าชุด กะเอามาประกอบร่างเอง ได้กาบกล้วย ธูป ดอกดาวเรืองกับดอกเข็มมา ตอนเอาของไปวางเบาะหลัง พาร์ยังหันมองด้วยแววตาสงสัยอยู่เลย ฮ่าๆๆ


“ตกลงจะพาไปลอยไหน?” คำถามพาร์ดึงความคิดผมกลับสู่ปัจจุบัน 


“อยากได้ที่มีกระแสน้ำหน่อย…คลองใกล้บ้านแล้วกัน คนน้อยดี ดูแลน้องง่าย”


พาร์ผงกหัวรับ นั่งรอน้องๆ พร้อมไม่นาน ในที่สุดก็ได้ออกจากบ้านกัน


อย่าถามถึงพ่อแม่ผมครับ โทรเร่งพวกผมให้รีบกลับยิกๆ ผมยังตระเวนกินไม่จุใจเลย พอกลับมาให้เห็นหน้าก็พากันหนีไปเที่ยวเรียบร้อย เห็นว่าจะไปดูพลุรำลึกความหลัง ก็ปล่อยคนแก่และเกือบแก่ไปครับ 


ส่วนพ่อแม่พาร์…ผมก็ไม่กล้าถาม กลัวพาร์อารมณ์เสียใส่ แต่เดาว่าอาจจะยังอยู่ที่บริษัท คงรีบเคลียร์งานก่อนไปเที่ยวกับพ่อแม่ผมศุกร์นี้


ผมคอยบอกทางไปเรื่อยๆ จำได้ว่าเคยมากับพ่อและลุงนิกคนละครั้ง มาอีกรอบกับเพื่อนสมัยมัธยม ก็พอคลำทางได้ครับ เป็นท่าเทียบเรือหางยาวเล็กๆ ปกติเกือบร้างคน แต่พอเป็นวันเทศกาลก็มีคนแวะเวียนมาที่นี่พอประมาณ คิดว่าเป็นคนอาศัยอยู่แถวนี้ 


ลงจากรถมาก็เจอคนประปราย มีทั้งมาเป็นครอบครัว มาเฉพาะกลุ่มอย่างเด็กวัยรุ่นหรือวัยกลางคนรุ่นคุณลุงคุณปู่ บางคนก็ฉายเดี่ยวหรือมาเป็นคู่ ผมชอบบรรยากาศแบบนี้ครับ สงบ ไม่วุ่นวาย 


จูงมือน้องๆ มาหาที่ประกอบกระทงกาบกล้วยก่อน ไม่ยากครับ แค่เอาธูปปักตรงกลาง วางดอกไม้ จะลอยก็จุดธูปอธิษฐาน 


ผมให้พาร์ไปลอยก่อน เป็นแบบอย่างให้น้องๆ ดู ปล่อยสองสาวเป็นรายต่อมา แล้วก็น้องอัน คนนี้ต้องระวังหน่อย เดี๋ยวตกน้ำ เรียบร้อยก็ให้พาร์คุมน้อง ตาผมลอยบ้าง เสร็จแล้วก็ออกห่างท่าเรือ ผมจูงมือน้องชายเดินเลียบคลองตามเจ้ากระทงกาบกล้วยที่ไหลตามกระแสน้ำเรื่อยๆ จนไปต่อไม่ได้ก็ยืนมองแสงธูปห่างออกไปจนดูไม่ออกแล้วว่าของใครเป็นของใคร


“ของอันนำล่ะ”


“ครับๆ” ผมขานรับขำๆ ลอยก่อนพี่ก็ต้องนำของพี่อยู่แล้ว “กลับกันดีกว่า มาพี่อุ้ม”


น้องแทบจะกระโดดใส่ นานๆ ผมจะออกปากขออุ้มที แต่ขืนไม่อุ้มกลับ คงอีกนานกว่าได้กลับไปรวมกลุ่มกับคนอื่น ตามคาดเจ้าตัวเล็กเอาแต่มองในคลองไม่เลิก นี่ถ้าให้เดินเอง คงหยุดมองเป็นระยะ เผลอๆ อาจได้เดินตามกระทงอีกรอบ 


กลับขึ้นรถ น้องอันก็ยังตื่นเต้นไม่เลิกสมกับมาลอยเป็นครั้งแรก ส่วนสองสาวกำลังงอน เพราะพี่พาร์ไม่ยอมพาไปงานลอยกระทงแบบที่มีซุ้มขายของและเล่นเกม ผมตะลึงหลังรู้เรื่อง ไม่คิดว่าพาร์จะใจแข็งกับการออดอ้อนของสองสาวได้ เพราะทุกทีไม่เห็นเคยปฏิเสธ ด้านหลังเลยเงียบกริบ มีแค่เสียงน้องอันเล่าความประทับใจเมื่อกี้ตั้งแต่ได้ถือกระทงไปลอยเองจนถึงมองกระทงคนอื่นลอยในน้ำ 


หมดเรื่องเล่าก็เหลือบมองพี่สาวด้านหลังที มองหน้าผมที แววตาฉงนสงสัย ผมดึงแก้มน้องเบาๆ อย่างอดใจไม่อยู่ จะน่ารักไปไหนครับ


“เออใช่! ตัวเล็กจะเล่นเป็นหมาป่านี่น่า” ผมคลี่ยิ้มเมื่อนึกถึงไอเทมส่งตรงจากญี่ปุ่น ของฝากจากลุงนิก “เดี๋ยวพี่ไปรื้อหามาให้ ต้องเหมาะกับอันแน่ๆ”


คนอื่นพากันฉงน ถามมาผมก็ไม่ตอบ เอาไว้ผมรื้อเจอก่อนค่อยว่ากัน ถ้าไม่เจอเดี๋ยวพากันเสียดายเปล่าๆ ฮ่าๆๆ


สถานที่สุดท้ายที่แวะมาก่อนกลับคือบ้านพาร์ครับ


ผมกับพาร์ช่วยกันเลือกและออกความเห็น พวกผมใช้ของร่วมกันได้ อันไหนซ้ำ หรือไม่จำเป็นก็ทิ้งไว้ที่นี่ สองสาวช่วยหยิบนั่นนี่จนวุ่นวายไปหมด สุดท้ายก็ไล่ให้ไปรอข้างล่างกับน้องอัน ไม่มีตัวป่วนค่อยสงบขึ้นหน่อย แถมยังทำงานได้เร็วขึ้นด้วย ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ขนของไปเก็บในรถหมด เข้ามาตามน้องๆ ขึ้นไปรอบนรถ ปล่อยพาร์เดินสำรวจบ้านให้เรียบร้อย แล้วค่อยขับตรงกลับบ้านผม


เรากลับถึงบ้านเกือบห้าทุ่ม พ่อแม่ยังไม่กลับตามคาด ผมไล่น้องๆ ไปอาบน้ำนอน พรุ่งนี้ต้องตื่นไปโรงเรียน


“ขนของเข้าห้องไปก่อนก็ได้ ขอพาตัวเล็กไปอาบน้ำนอนก่อน”


พาร์พยักหน้า แต่ตอนผมออกจากห้องน้อง ข้าวของกลับกองอยู่หน้าห้องผม ส่วนพาร์นั่งพิงกำแพงเล่นมือถืออยู่


“ทำไมไม่เข้าห้องวะ?”


“รอเจ้าของห้องเปิดประตู”


ผมงง “ห้องกูไม่เคยล็อก”


“เออน่า เปิดเข้าไปได้แล้ว”


ก็ได้แต่ทำตามทั้งที่มึนงง ช่วยเพื่อนยกของเข้าห้องจนเสร็จ ก็เริ่มชี้นิ้วบอกทีละจุด


“ห้องน้ำอยู่นั่น ตู้เสื้อผ้าแบ่งที่ให้แล้ว โต๊ะหนังสือผลัดกันใช้ได้ ยังมีโต๊ะญี่ปุ่นวางพิงตรงนั้นอีกตัว จะจัดของวางตรงไหนตามสบายเลย กุญแจรถหย่อนไว้ในแก้วน้ำลายกังฟูแพนด้าตรงตู้หนังสือ ผ้าเช็ดตัวเอาไปตากที่ระเบียงด้านนอก มีราวกับไม้แขวนเสื้ออยู่”


ผมพยายามนึก ลืมบอกรายละเอียดอะไรให้คนมาใหม่รู้อีก


“…อยากถามเพิ่มค่อยว่ากันทีหลัง”


ผมทิ้งท้ายแค่นั้นตามประสาคนนึกไม่ออกแล้ว ปล่อยพาร์มองสำรวจห้องไป ขอไปอาบน้ำก่อนดีกว่า ออกมาปุ๊บเจอพาร์กำลังจัดของเข้าตู้เสื้อผ้าอยู่ เห็นผมก็เอาแต่จ้องหน้านิ่งๆ ด้วยสายตาแปลกๆ จนต้องเอ่ยถาม


“มีอะไรติดหน้ากูเหรอ?”


ล้างโฟมออกไม่หมดหรือเปล่าหว่า


พาร์ไม่ตอบ แต่เบือนหน้าหนี สักพักก็ถอนหายใจยาวเหยียดใส่กระเป๋าเสื้อผ้า ผมเลยต้องวนกลับเข้าห้องน้ำไปส่องกระจกอีกรอบ


…ไม่มีนี่หว่า


ออกมาก็หยิบชีทเรียนมานั่งอ่านรอพาร์ แว่วเสียงถอนหายใจบ่อยเกิน เลยแอบชำเลืองมองรูมเมทหมาดๆ เป็นระยะ ไม่รู้เป็นไร เหม่อลอยบ้าง ทำหน้าเคร่งเครียดบ้าง บ้างครั้งก็ถอนหายใจ  


“…ถ้ามึงง่วงนอนก็ไปอาบน้ำก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาจัดต่อ”


พาร์สะดุ้ง นั่งยืดตัวตรง ความกระตือรือร้นกลับมา แต่ผ่านไปสักพักก็เริ่มเฉื่อยชา กลับไปนั่งก้มหน้าถอนหายใจเหมือนเดิม


“เอ่อ พาร์…มึงกำลังมีอาการโฮมซิกเหรอ?”


อ้าว คนเขาถามด้วยความเป็นห่วงแท้ๆ ดันตวัดสายตาหงุดหงิดใส่กันซะนี่


“เพราะมึงนั่นแหละ!”


พาร์ลุกพรวดหนีเข้าห้องน้ำ กระแทกประตูปิดเสียงดัง ปล่อยผมฉงนกับอาการผีเข้าผีออกของเพื่อน


เป็นอะไรของมัน?




ผมมัวแต่วุ่นวายเรื่องลูกสาวคณะ หน้าเพื่อนเจอแค่ในชั่วโมงเรียน แถมยังโดนล้อมหน้าหลังด้วยกลุ่มท่านประธานชั้นปี1 ที่โดนรุ่นพี่สั่งการห้ามผมหลบหนี ผู้คุมทั้งสี่รับคำ ทำตัวเคร่งครัด ไม่ยอมให้ผมคาดสายตาแม้แต่ในห้องน้ำ


“มึงจะดูกูฉี่ทำไม?!” 


ผมกระโกนใส่ แม่งเอ้ย จ้องอย่างนี้ถึงกล้าควักออกมา ก็ฉี่ไม่ออกอยู่ดี


“ถ้ากูไม่มอง เกิดมึงปีนหน้าต่างหนี ทำไง?”


“แหกตาดู นี่มันชั้นสี่ ใครจะกล้าวะ” 


“กูแค่แหย่เล่น ไปรอหน้าห้องน้ำนะ”


“เออ!” 


มองจนมันหมุนตัว ไม่สนว่าจะออกไปหรือยัง ผมปวดฉี่จะแย่…ระหว่างกำลังมีความสุขกับการปลดทุกข์ เสียงประตูเปิดปิดไม่ได้ทำให้สนใจ ถ้าไม่ได้ยินเสียงตะโกนคุ้นหู 


“ถ้าช้า กูเข้าไปตามแน่”


มันเป็นทอมประสาอะไรถึงกล้าเข้าออกห้องน้ำชายเป็นว่าเล่นวะ! 


และแล้วก็ถึงวันศุกร์ กับการตื่นโคตรเช้า 


ผมอ้าปากหวาดวอดใหญ่ ระหว่างรอไข่แดงที่ทอดอยู่สุกกว่านี้ นี่ฟองสุดท้ายแล้วครับ ได้ที่ก็เทลงจานจัดการคีบไส้กรอกกับผักกาดแก้วลงไปสมทบ เรียบร้อยก็ยกจานสุดท้ายออกไปวางบนโต๊ะกินข้าว เหลือบมองเวลา หกโมงพอดี ผมต้องไปทำภารกิจต่อ นั่นคือไล่ปลุกทุกคน 


เริ่มจากห้องน้องสาว มาที่ห้องตัวเอง…อ้าว ไม่อยู่


กวาดตามองหาแขกของบ้านที่ผันตัวเป็นรูมเมทตั้งแต่คืนวันพุธ ผู้มีพฤติกรรมแปลกๆ ตั้งแต่วันนั้น มีอาการเหมือนคนคิดไม่ตก เหม่อลอยเป็นระยะ และเมื่อวานเจอมันช่วงพักกลางวันที่โรงอาหารกลางก็ไม่กล้าทัก แต่เห็นสีหน้าพาร์คล้ายคนเริ่มปลงตกอะไรสักอย่าง…


แกร๊ก 


ประตูห้องน้ำเปิดออก พาร์พันผ้าขนหนูผืนเดียวออกมา เห็นผมยืนหน้าห้องก็ชะงัก


“กูกะมาปลุก แต่มึงตื่นแล้วก็ดี งั้นกูไปดูน้องอันก่อนล่ะ”


ผมไม่รอคำตอบ ปิดประตูห้อง หมุนตัวเดินไปห้องสุดท้ายที่มีเจ้าของขี้เซายังหลับอยู่บนเตียง หลังปลุกจนตื่นก็อุ้มน้องอันเข้าไปนั่งในห้องน้ำ จับถอดชุดนอนออก เจ้าตัวเล็กยังผงกหัวหลับต่อลง เชื่อเขาเลย พอเจอน้ำอุ่นสาดตัวค่อยสะดุ้ง ได้สติโดยพลัน มาพร้อมอาการปากเบะ ตั้งท่าจะร้องไห้


“อันครับ พี่เคยบอกว่าไง”


เจ้าตัวเล็กรีบปาดน้ำตาที่คลออยู่ออกทันทีหลังโดนผมส่งเสียงดุ “เป็นผู้ชายต้องไม่ร้องไห้ง่ายๆ”


หลังจากนี้ก็ง่ายครับ วันนี้ผมไม่เล่นกับน้อง แถมทำหน้านิ่งใส่ อันเลยว่าง่ายกว่าทุกที ผมปล่อยให้อันถือถุงเท้าลงไปข้างล่างเอง เข้าห้องตัวเองอีกรอบก็ไม่พบรูมเมทแล้ว หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จลงมาเจอภาพพาร์กำลังวุ่นวายกับการผูกผมถักเปียให้สองสาวตรงพื้นหน้าทีวี 


ผมแอบยิ้ม เป็นภาพที่น่ารักดีครับ 


เพราะเช้านี้ผมกับพาร์ถือว่าอายุมากสุดในบ้าน เราเลยตกลงแบ่งหน้าที่ดูแลน้องๆ วุ่นวายกันน่าดูกว่าจะต้อนเด็กๆ ขึ้นรถได้ ต้องออกเร็วหน่อยครับ ขับไปส่งสองสาวที่โรงเรียนก่อน ค่อยวนกลับมาส่งน้องอัน และไปมหาลัยเป็นที่สุดท้าย


สองสาวชวนพวกผมคุยไม่หยุด ผิดกับน้องอัน อุ้มมานั่งเบาะหน้าด้วยแปบเดียวก็พิงอกผมหลับแล้ว คงเพราะโดนปลุกตื่นเร็วกว่าทุกที 


“พวกหนูเลิกบ่ายสามนะ แต่พวกพี่จะเลทก็ไม่ว่าค่ะ เบอร์กะน้ำจะไปรอที่ห้องสมุด” 


เบอร์ดี้พูดขึ้นหลังฟังพวกผมเล่าว่าตอนบ่ายมีกิจกรรมของคณะ


“ถ้าไปรับ พี่จะไลน์ไปบอก” พาร์บอกน้อง 


สองสาวลงจากรถโบกมือบ๊ายบายให้ ผมเปิดกระจกรถโบกมือไล่ให้เดินเข้าโรงเรียนได้แล้ว อยู่ดูจนแน่ใจว่าน้องสาวทั้งสองเดินเข้าประตูรั้วเรียบร้อยค่อยให้พาร์เคลื่อนรถต่อ ดีที่ตอนนี้ค่อนข้างเช้า ไม่งั้นพวกเราคงเจอบีบแตรใส่ไปแล้ว ฐานจอดแช่แถวหน้าประตูโรงเรียนนานเกินไป 


“พวกผู้ใหญ่บอกว่าจะกลับเมื่อไหร่?”


ผมทวนความจำไม่กี่วิ “ช่วงเย็นวันอาทิตย์ เลทไม่เกินสองทุ่ม แต่เผื่อเจอรถติด อาจเลทลากยาวถึงสี่ทุ่ม” หลังผมพูดจบ พาร์ทำหน้ากังวลทันที เลยตบไหล่ปลอบ 


“เดี๋ยวช่วยกันทำความสะอาดห้องว่างข้างล่าง เอาชุดทำงานคุณลุงคุณป้ามาแขวนทิ้งไว้ กลับดึกก็ไม่เป็นไร ค้างบ้านกูได้”


“ความคิดดี รบกวนด้วย”


อย่างที่ได้ยินครับ คนแก่ทั้งสี่ของพวกเราพากันหนีลูกไปเที่ยวต่างจังหวัด พาร์กับเบอร์ดี้ออกเสียงสนับสนุนทันทีตั้งแต่วันที่พวกท่านสอบถามหลังได้บัตรลดราคาโรงแรมที่แม่ผมได้มาจากผู้ปกครองของเพื่อนน้องอัน  ทั้งสี่ลางานวันศุกร์แค่วันเดียว เที่ยวต่ออีกสองวัน รวมเป็นทริปสามวันสองคืน ให้อารมณ์ไปฮันนี่มูนคู่มากครับ พี่น้องกอล์ฟดีใจมากที่พ่อแม่คิดไปเที่ยวกับเขาบ้าง ส่วนผมเฉยๆ เพราะพ่อแม่ผมหนีเที่ยวกันบ่อย


ไปถึงโรงเรียนอนุบาล เจ้าตัวเล็กโดนปลุกแทนที่จะลงเดินดีๆ กลับยกสองแขนเล็กโอบรอบคอผมแน่น เป็นอันว่า ผมต้องอุ้มน้องไปส่งถึงหน้าห้องเรียน คุณครูของน้องเลยเอ่ยเตือนวันแสดงที่จะจัดขึ้นศุกร์หน้า


“อย่าลืมเตือนผู้ปกครองด้วยนะคะ” 


“ได้ครับ” ผมรับปาก วางคนเมาขี้ตาลงพื้น ดันหลังให้เข้าห้องเรียน “พี่ไปแล้วนะ”


“อื้อ” 


น้องผงกหัว โบกมือบ๊ายบายให้ด้วย แต่ตัวเล็ก พี่ยืนอยู่ข้างหลังเราต่างหาก เพื่อนคนที่น้องผมเล่นด้วยบ่อยๆ คงนึกว่าน้องโบกมือทัก เลยเดินมาลากตัวคนยังไม่ตื่นดีเข้าไปเล่นด้วยกัน ปล่อยพี่ชายอย่างผมเดินขำกลับขึ้นรถ  


ถึงคำนวณเวลามาอย่างดีก็เสียเปล่า เมื่อเจอรถติดเข้าให้ พาร์นั่งเคาะพวงมาลัยพลางชำเลืองดูเวลาเป็นระยะ ถ้ายังไม่ขยับแบบนี้ได้สายกันทั้งคู่แน่ แต่วันนี้ผมโดดตามรับสั่งบรรดารุ่นพี่เลยไม่กังวลเท่าคนขับ รถคลานกระดืบๆ กว่าถึงหน้ามหาลัย พาร์ก็ถอนหายใจไปเรียบร้อย 


“เลยมาครึ่งชั่วโมง กูเข้าเรียนไม่ได้แล้ว” 


พาร์พูดเปรยออกมา ระหว่างเปิดไฟเลี้ยวรถเข้าสู่เขตการศึกษา


ผมทำหน้างงทันที “ทำไมล่ะ?”


“อาจารย์วิชานี้ชอบล็อกห้อง แกบอกไม่มีสมาธิสอน ถ้าเห็นนักศึกษาเดินเข้าๆ ออกๆ”


“อ้าว แล้วถ้าจะเข้าห้องน้ำล่ะ”


“อาจารย์มีพักเบรกให้สิบห้านาที วิชานี้เรียนยาวสี่ชั่วโมง ถ้าจะเข้าเรียนก็ต้องรอถึงช่วงพักอย่างเดียว”


“พักเมื่อไหร่”


“หลังครบสองชั่วโมง” 


มีเวลาอีกชั่วโมงครึ่ง ให้ไปนั่งแกร่วคนเดียวก็น่าสงสาร “งั้นไปอยู่กับกูก่อนไหม”


พาร์ทำหน้าประหลาดใจใส่ผม “ไปเรียนกับมึงน่ะนะ?”


“เปล่า คาบเช้ากูโดด รุ่นพี่สั่งให้มาเตรียมตัวตั้งแต่แปดโมง นี่เลยเวลานัดแล้วเหมือนกัน”


“นัดเจอที่ไหน”


“วันนี้แข่งบาสกันที่ไหนก็นัดเจอที่นั่นแหละ”




“สายนะคะคุณน้อง” 


แค่เดินพ้นประตูโรงยิมกลางเข้าไป ผมก็เจอรุ่นพี่ชายใจหญิงยืนเท้าเอวดักหน้า พี่คนนี้พอคุ้นหน้าบ้าง เพราะไปหาเพื่อนที่อยู่กลุ่มบุคลิกภาพสองหรือสามหนเนี่ยแหละ  


“พวกพี่นึกว่าน้องจะเบี้ยวซะแล้ว มาทางนี้เลยค่ะ” 


ผมโดนฉุดหายไปในความมืด ข้างในมันสลัวๆ พอมีแสงจากด้านนอกเข้ามาบ้าง แต่นี่ยังไม่ถึงเวลาเปิดใช้โรงยิมตามที่ไปขอมาตั้งแต่ต้น เลยใช้ระบบไฟฟ้าในโรงยิมไม่ได้ ผมเดาเอานะ ไม่งั้นพี่ๆ คงเปิดใช้นานแล้ว 


แถวสนามบาส ผมเห็นกำลังสร้างอะไรสักอย่าง ไม่ทันดูให้ถนัดก็โดนลากเข้าทางเดินเลนเดียว ผ่านห้องพักนักกีฬาสองห้องที่หน้าประตูคล้องด้วยแม่กุญแจ ห้องน้ำชาย จนถึงมุมในสุด…    


“เข้าไปเลยคะ” 


ผมชะงักเท้ากึก หลังเห็นสถานที่ต้องเข้าไป รีบส่งสายตาขอคำยืนยันอีกที รุ่นพี่พยักหน้า 


ผมตวัดตากลับมาจ้องประตูบานนั้นอีกหน ด้านหน้าติดภาพตุ๊กตาสีดำสวมกระโปรงที่มักมีตุ๊กตาคู่แบบสวมกางเกงอยู่ใกล้ๆ เสมอ ไม่รวมอักษร W.C. ใต้ภาพ 


…ให้เข้าไปจริงดิ?


------------------------------------------------------
Talk: 21/08/2016
เราย้ายSide Story วันลอยกระทงเข้ามาในบทนี้ค่ะ 
ดังนั้นบทนี้เลยยาวมาก เลยขอแบ่งออกเป็นสองช่วงนะคะ 
ป.ล. มีการเลื่อนตอนตั้งแต่บทที่8 - Q&A คอมเม้นก่อนหน้าวันนี้เลยอาจไม่ตรงบทค่ะ
------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 109 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2771 KiHaE*129 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 23:02

    โอ้ยยยยยยยยยยยย

    อยากมีพี่ชายแบบสองคนนี้มีขายที่ไหน

    ฮือออออออออออออออ

    คือเป็นพี่ชายที่ดีเกินเบอร์อะไรเบอร์นี้อะ


    #2,771
    0
  2. #2702 ThkTheks (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 17:56
    นุ้งพาร์มีความลับอะไรแน่ๆ ว่าแต่น้องทีลูกกกกก วงว้ารรรรรร
    #2,702
    0
  3. #2620 Mistyblack (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 19:19
    พาร์เป็นไร
    #2,620
    0
  4. #2538 FairyP718 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 17:26
    ตอนทีไปซุ้มนิติ เพื่อนพาร์ล้ออะไรพาร์น้อ พาร์แปลกไปนะตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่บ้านทีอ่ะ
    #2,538
    0
  5. #2415 Notty Kero (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 20:32
    อย่าบอกว่าคนๆนั้นที่พาร์ชอบนี้ใช่ทีใช่ม่ะหาเจอแล้วช่ะ
    #2,415
    0
  6. #1950 baekbow (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 17:37
    เอ๊ะ ตกลงใครรุกเนี่ย เป็นปัญหาโลกแตกมากบอกเลย ฝั่งนิติจะใช่พาร์ไหมนะ
    #1,950
    0
  7. #1811 milkc (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 20:30
    ตุ่นเต้นนน
    ใครจะเป็นลูกสาวฝั่งนั้นนนน
    กิ๊ซซซซซซซซ
    น้องทีหล่อมากค่ะ อยากเลี้ยง 5555555555
    #1,811
    0
  8. #1778 BaiiKKanYAN01 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 04:10
    เพิ่งรู้ว่าทีผมยาว 55555
    #1,778
    0
  9. #937 Kuroko Tetsuya_kun (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:28
    หล่อแรง
    #937
    0
  10. #226 nam3 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 18:01
    พาร์ทีโดนเข้าใจผิดว่าแฟนกันแล้วชัวร์ ฮา

    คว้าคนหล่อมาครองได้ *ขำ*
    #226
    0
  11. #79 Beaoutwy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 / 15:03
    แปลงโฉมทีใหม่หมดเลย นี่แข่งกีพชีบความสัมพันธ์ต้องจริงจังขราดนี้ไหมมม
    #79
    0
  12. #54 ลีลีข้าวสาร- (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 07:40
    โธ่!!! ค้างค่ะ มาต่อเร็วๆนะคะสู้ๆนะคะ
    #54
    0
  13. #53 PRF •_• (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 23:16
    ลุ้นไปด้วย //รออ่านต่อค่ะ
    #53
    0
  14. #52 คิมดงจุน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 21:45
    มัดหัวน่ารักมากกก
    #52
    0
  15. #51 สิมิชิกิ บาโท (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 21:23
    พาร์ต้องเป็นพาร์ ลุ้นมาก
    #51
    0
  16. #50 KillerKill (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 19:57
    ลูกสาวฝั่งนิติจะเป็นใคร อยากรู้แล้ววววววววว >o<
    #50
    0
  17. #49 a_girl_who_love_the_12_wolves (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 19:50
    ลูกสาวฝั่งนิติใช่พาร์รึเปล่าา
    #49
    0
  18. #48 เรนนี่ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 19:25
    ลุ้นอ่ะ ฝั่งโน้นจะเป็นใครนะ
    #48
    0
  19. #47 ZiDEXiDE (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 19:05
    รอออออออ รีบมาต่อนะคะ
    #47
    0
  20. #46 อิงะเดะมอ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 17:50
    นิติมาอลังขนาดนี้ อยากรู้แล้วซิว่าใคร
    #46
    0
  21. #45 rinnarinrin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 16:07
    หวายๆๆๆ อยากรู้ซฆะแล้วว่าใครเป็นลูกสาวฝั้งนิติ ใช่พาร์รึเปล่าาา
    โอ้ยค้างงงง อยากอ่านต่อออ มาต่ออีกไวๆนะคะ ><
    #45
    0