[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 7 : บทที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,566
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 134 ครั้ง
    21 ส.ค. 59


บทที่ 6


“มึง…เคยแล้ว?”


“เคยอะไร” ผมระแวงเพิ่มอีกเท่าตัว ใจชักตงิดๆ มันคงไม่ได้หมายถึง…


พาร์ไม่ได้ตอบทันที แต่ไล่สายตาลงจ้องเบื้องล่างให้รู้สึกขนลุกวาบ


“ทะลวงก้…โอ๊ย ตบหัวทำไมวะ?!”


“ก็มึงคิดบ้าอะไรล่ะ!”


“อือ…” น้องอันครางเหมือนรำคาญเสียงตะโกนของพวกผม ทำให้เราเงียบกริบ มองจนแน่ใจว่าน้องหลับ ถึงลดเสียงคุยกันต่อ


“เมื้อกี้มึงบอกว่าเจ็บ” พาร์ยังไม่ยอมจับประเด็นนี้


ผมแยกเขี้ยวใส่มันทันที “ก็เจ็บน่ะสิ สภาพเพื่อนตอนนั้นโคตรแย่ นอนนิ่งเป็นผัก แถมมีเลือดออกด้วย เปื้อนผ้าปูเป็นวงเลยมึง” ทำท่าประกอบว่าไอ้วงเลือดนั้นใหญ่ขนาดไหน ไม่น้อยเลยนะครับ ตอนไปเห็นผมนี่หน้าซีดแข่งกับสามีไอ้เด็นที่ตัวมีแต่กลิ่นเหล้าหึ่ง จากท่าทางของมันคงสร่างเมาหลังเห็นเลือด ผมบอกให้ส่งเด็นไปโรงพยาบาล ไอ้คนเจ็บก็เอาแต่บอกว่าไม่ๆๆ


“รู้ได้ไง” 


“ก็เห็นกับตา! ฝ่ายสามีโทรเรียกให้ไปช่วยมันด่วนตอนเจ็ดโมงเช้า กูต้องวิ่งเต้นไปทั่ว ซื้อโจ๊กเอย ผ้าอนามัยแบบสอดเอย ยาเอยให้อยู่เลย!”


พาร์ทำหน้าสงสัย “ผ้าอนามัย? เอามาทำอะไร”


“สอดตรงนั้นห้ามเลือด หยุดมองกูแบบนั้น กูไม่เคยใช้เองโว้ย!”


“กูจะเชื่อถ้ามึงอธิบายมา”


ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ แม้ไม่อยากพูดถึงก็จำต้องพูดเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง      


“เห็นตรงนั้นเลือดออก เลยนึกถึงตอนน้องน้ำมีประจำเดือนครั้งแรก เป็นตรงไหนไม่เป็นดันเป็นที่สระว่ายน้ำ พ่อแม่ไปทำงานต่างจังหวัด โทรไปก็ไม่รับ กูเลยต้องบากหน้าไปถามข้อมูลสาวๆ แถวนั้นแทบตาย เจอลูกตบไปตั้งหลายที ดีนะได้พี่สาวใจดีคนหนึ่งยอมบอกข้อมูลให้หมดเปลือก และถ้ายัยน้ำไม่เถียงก่อนหน้านั้นว่าไม่ได้เป็นริดสีดวง กูคงส่งน้องเข้าโรงพยาบาลไปแล้ว”


พาร์ตบบ่าผมเป็นเชิงเห็นใจ “กูพึ่งรู้ว่ามีแบบสอดด้วย กูซื้อให้น้องแบบแผ่นประจำ”


ผมเผยปากคาดไม่ถึง รีบคว้ามืออีกฝ่ายมาเขย่า เพราะอันขยับตัว เสียงของผมเลยไม่ดังไปกว่ากระซิบ


“เจอผู้ร่วมชะตากรรมแล้วโว้ย” 


“ปล่อยๆ ข้างหน้าไปกันแล้ว”                                                                                                                      


รถเคลื่อนตัวจนเกือบพ้นสี่แยกอยู่แล้ว ดันไฟแดงขึ้นมาซะก่อน...ไม่เป็นไร คุยฆ่าเวลาได้  ผมมีคำถามหนึ่งในใจพอดี


“อายไหม?” 


“เรื่องอะไร”


“ซื้อของพวกนั้น”


พาร์ทำหน้านึกครู่หนึ่งกว่าจะจำได้ว่าก่อนหน้านี้คุยเรื่องอะไรค้างไว้ “พูดถึงผ้าอนามัย?”


“เออ”


“ก็แค่แรกๆ ตอนหลังชักชิน”


เหมือนกัน แต่ถึงหน้าหนาขึ้นยังไงตอนโดนจ้องก็ยังแอบอายในใจอยู่ดีครับ แค่ไม่แสดงอาการให้รู้เหมือนช่วงแรกๆ เท่านั้นเอง ท่าทางที่ดีทำตัวเป็นปกติไปเรื่อยๆ แปบเดียวคนก็เลิกมองแล้ว


“กูว่าจะพาน้องไปเลือกซื้อเองอยู่”


“ดีเลย” ผมรีบสนับสนุน “เอาน้ำไปด้วย แต่มึงต้องแนะนำดีๆ เดี๋ยวจะเหมือนน้องกูที่มาบอกทีหลังว่าไม่เลือกเองแล้ว ที่พี่เลือกให้ใช้ดีกว่า”


“พรืด”


“ไม่ใช่เรื่องขำนะโว้ย กูกลุ้มแทบตาย บอกให้ไปคุยกับแม่ก็ไม่ยอม พูดเอาแต่ใจว่า พี่รู้แล้วแต่แม่ยังไม่รู้ พี่ต้องช่วยน้ำสิ” ผมดัดเสียงพูดให้เหมือนน้องที่สุด


แม่ง ประโยคฝังใจผมเลยนั่น


พาร์กลั้นขำจนหน้าแดง “คง…อายล่ะมั้ง”


“จะอายหรือเพราะอะไรก็ช่วยคิดหน่อยว่านี่พี่ชาย ไม่ใช่พี่สาว กูล่ะกลุ้ม”


“ต่างกับน้องกู พ่อแม่กูไม่ค่อยมีเวลาให้ เรื่องของน้องเลยตกเป็นหน้าที่กูหมด”


“มึงเองก็ลำบากนะ”


พาร์หัวเราะในคอ “มีน้องก็ดี ไม่เหงา”


“ไม่มีเวลาให้เหงาต่างหาก” ผมพูดแก้ ก่อนถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “บทจะน่ารักก็ดีฉิบหาย บทจะร้ายก็เล่นเอาปวดหัว”


พาร์หัวเราะหึๆ ก่อนเปลี่ยนเรื่อง “เสาร์นี้ว่างไหม ไปเดินเล่น หาของกินในห้าง กับซื้อของเข้าบ้านกัน”


ผมเลิกคิ้ว “นึกไงชวนกู?”


“มึงเป็นเจ้าของรถ” 


ผมร้องอ้อในใจ ถามต่อ “แล้วน้อง?” 


“เอาไปด้วยสิ”


“ตัวเล็กด้วย?”


“เอาไปหมดนั่นแหละ”


“ถ้าพกอันไป มึงจะได้ตัวป่วนมาหนึ่ง ถ้าไม่ซนฉิบหาย ก็จะงอแงขอเล่นนั่นเล่นนี่ ไม่ก็จะซื้อของเล่นให้ได้” ผมเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี และให้เตรียมเผื่อใจล่วงหน้าว่าต้องปวดหัว


“กูเชื่อว่ามึงปราบน้องได้”


ผมพ่นลมหายใจ “จะเอาไงก็เอา”


“งั้นไปหาอะไรกิน เดินเล่นนิดหน่อย ก่อนกลับค่อยแวะซุปเปอร์ แล้วถือโอกาสพาน้องไปดูผ้าอนามัย”


“ได้” 


ผมตอบรับ เดี๋ยววันศุกร์ค่อยถามแม่ว่าจะฝากซื้ออะไรบ้าง ต้องสำรวจข้าวของในห้องตัวเองกับของน้องด้วย


“ดูมึงรู้เรื่องนั้นมากกว่ากู ช่วยแนะนำเบอร์ดี้ให้หน่อยล่ะกัน”


“ฮะ?” ผมอุทาน จู่ๆ ได้ยินประโยคไม่ปะติปะต่อ ผมก็งงสิ “พูดถึงอะไร”


“นี่มึงเหม่ออีกแล้วเรอะ” พาร์ทำหน้าปลงใส่ “พูดเรื่องผ้าอนามัย มึงดูรู้ดีกว่า แนะนำให้น้องกูด้วย”


คำพูดของพาร์ทำผมอยากยกแขนก่ายหน้าผาก แค่ยัยน้ำยังแสนปวดหัว คนข้างๆ ดันอยากให้ผมปวดหัวหนักกว่าเดิมอีกหรือ! ผมสูดลมหายใจ ยื่นข้อเสนอที่น่าจะดีต่อทุกฝ่าย


“กูถ่ายทอดให้มึงดีกว่า” 


“พูดอย่างกับเป็นเคล็ดวิชา”


“ก็ไม่ต่าง นี่กูเรียนรู้จากพี่สาวคนสวยที่นอนอาบแดดข้างสระว่ายน้ำเลยนะโว้ย” 


“แล้วจะให้กูเอาเคล็ดวิชานั่นไปทำบ้าอะไร”


ผมชะงัก ดูมันคิดไปนู้น “ก็เอาไปถ่ายทอดให้น้องมึงอีกต่อไง”


“ยุ่งยากวะ มึงนั่นแหละ ถ่ายทอดให้น้องกู”


บ้าเอ้ย! วนกลับมาจุดเดิมอีกแล้วเรอะ!! แต่ผมยังไม่ยอมแพ้


“ให้มึงที่เป็นพี่ชายพูด เบอร์ดี้น่าจะสะดวกใจกว่า”


“มึงไม่ใช่พี่ชายเรอะ” พาร์สวนทันที “อย่าเสือกบอกว่าไม่ สองคนนั้นตัวติดเป็นปาท่องโก๋แต่เล็กยังกะฝาแฝด กูไม่ได้แบ่งแยกใครเป็นน้องของใครนานแล้ว หรือมึงไม่ใช่?”


คราวนี้ผมอยู่ในสภาวะน้ำท่วมปาก ยอมยกธงขาวโบกสะบัดไปมา


“…จริงตามที่มึงว่าทุกประการ”


เฮ้อ…ขอจบบทสนทนาว่าด้วยเรื่องไม่เกี่ยวกับผู้ชายอย่างพวกผมเพียงเท่านี้เถอะ


-------------


ครึ่งชั่วโมงต่อมาถึงบ้านสักที ถือว่าทำเวลาดีครับ


ผมอุ้มน้องอันเดินนำลิ่วเข้าบ้าน ปล่อยพาร์หิ้วของเท่าที่ขนไหวตามเข้ามา เจอกลุ่มผู้ใหญ่ทั้งสามนั่งคุยกันตรงโซฟารับแขก อ้าว กลับมาเร็วกว่าพวกผมอีก


“กลับมากันเร็วนะ” แม่เปรยอย่างประหลาดใจ


“รถไม่ค่อยติดครับ” ใครจะกล้าบอกว่าออกจากมหาวิทยาลัยก่อนเวลากัน “แล้วคุณลุงคุณป้าเป็นไงบ้างครับ”


“แข็งแรงดี” 


คุณลุงเป็นคนตอบ หมุนแขนให้ดูซะด้วย ผมเชื่อครับ เพราะสีหน้าดูดีกว่าเมื่อวานมาก


“พาร์ล่ะลูก”


“กำลังขนของเข้ามาครับ ผมอุ้มน้องเข้ามาก่อน” พูดพร้อมวางน้องชายให้นอนหนุนตักแม่บนโซฟา “ผมไปช่วยพาร์ก่อนนะ”


ผมกับพาร์ช่วยกันเดินเข้าออกถึงสองรอบ ของกินเยอะมากครับ รวมเมนูโปรดหรืออยากกินของทุกคนตามแต่เมื่อวานใครเสนออะไรมา แต่เราตกลงกันไว้ว่าได้แค่คนละอย่างหรือสองอย่าง แต่ส่วนใหญ่ปาไปสามรายการทั้งนั้น คนเหนื่อยสุดเป็นพวกผมนี่แหละ ต้องออกตามล่าหาทุกรายการบนกระดาษจดให้เจอ ดีที่ยังระบุพิกัด หรือชื่อร้านให้ด้วย   


“สองหนุ่มจัดใส่จานเลยจ๊ะ อ้อ หุงข้าวทิ้งไว้ด้วยนะ”


“คร้าบ” ผมขานรับระหว่างช่วยพาร์แกะหนังยางรัดปากถุงกับข้าวออก  


กว่าพ่อ น้ำ เบอร์ดี้จะกลับมา ทุกอย่างก็ถูกจัดเรียงบนโต๊ะพร้อมทานแล้วครับ


“ฉลองกับการออกจากโรงพยาบาล ชน”


พ่อพูดเปิดวง ยื่นแก้วเบียร์มาข้างหน้า มีพ่อผมกินเบียร์อยู่คนเดียว ลุงแทนโดนภรรยาสั่งห้าม เพราะต้องขับรถกลับ โดนพาร์จ้องเขม็ง เพราะพึ่งออกจากโรงพยาบาล เกือบจะได้กินน้ำเปล่าแล้วครับ แต่ป้าเจนยืนแก้วให้ก่อน เลยได้กินน้ำโค้กเหมือนพวกผมแทน


ผมยกแก้วชนกับทุกคน แอบขำตัวเล็ก ยืนแขนจนสุดยังไม่ถึงครึ่งทางเลยครับ พอชนเหมือนคนอื่นไม่ได้ก็หน้ามุ่ยใหญ่ ตอนดึงแก้วกลับมาผมเลยแกล้งเลื่อนผ่านหน้าน้อง เจ้าตัวเล็กจ้องตามสักพักก่อนขยับเอาแก้วในมือมาแตะแก้วผมเบามาก แล้วอมยิ้มถูกใจอยู่คนเดียว 


น้องเนี่ยแหละแหล่งพักใจชั้นยอด!! 


“ครั้งที่เท่าไหร่แล้วแทน?” เสียงพ่อแซวเพื่อน


ผมเหลือบมองผู้ใหญ่ก่อนเบนสายตามองพาร์ ไม่รู้หรอกว่าครั้งอะไร แต่ผมขอเดาว่าครั้งที่นอนโรงพยาบาลชัวร์ ดูเอาจากสีหน้าพาร์น่ะ ผมแอบกลืนน้ำลาย…พ่อถามหัวข้ออันตรายทำไมเนี่ย!


“เยอะจนจำไม่ได้”


ลุงแทนตอบทำไมครับ นู้นลูกชายคนโตของลุงก่อน! 


ผมแอบเสียวไส้แทน กลัวใครบางคนบ่นไฟแลบก๊อกสอง…ดีที่ไม่มี หัวข้อเริ่มเปลี่ยนไปเรื่องอื่นๆ ขณะกลุ่มผู้ใหญ่คุยสัพเพเหระอย่างออกรส กลุ่มเด็กกำลังเกิดปัญหา เพราะของที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางโต๊ะ คอยหลอกล่อตาและใจแก่เหล่าเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้า 


สองสาวไม่เท่าไร เจอแววตาดุๆ ของพาร์ก็พากันก้มหน้าตักข้าวเข้าปากอย่างสงบเสงี่ยม เหลือน้องอันที่ไม่ยอมชายตาแลใครหน้าไหนเลย หยุดที่เค้กสีขาวล้วนประดับด้วยสตอเบอรี่ลูกโตน่ากินตลอด ทายสิ มันคืออะไร...สตอเบอรี่ช็อตเค้กขนาดสองปอนด์ครับ


เดือดร้อนผมที่นั่งข้างๆ ต้องพูดดุ “อย่ามัวมองเค้ก กินข้าวด้วย”


“อันไม่อยากกินข้าว อันจะกินเค้ก”


เริ่มงอแงแล้วไง ผมปั้นหน้าเคร่ง น้ำเสียงห้วนดุระหว่างใช้มาตรการสุดท้ายปราบเด็กดื้อ 


“ถ้าไม่ยอมกินข้าว พี่จะไม่ไห้อันกินเค้ก!”


ดวงตาใสซื่อเริ่มมีหยาดน้ำคลอ แต่น้องพยายามกลั้นไว้ เพราะรู้ว่าผมไม่ชอบ


“เลือกเอา จะกินข้าวด้วยเค้กด้วย หรืออดทั้งข้าวทั้งเค้ก”


เจ้าตัวเล็กไม่ตอบ มือเล็กจับช้อนตักข้าวเข้าปาก น้ำตาคลอแทบจะไหลแหมะๆ ท่าทางคงจำได้ว่าอดข้าวเย็นแล้วเป็นยังไง จะว่าผมโหดก็ได้ แต่น้องเคยดื้อเรื่องนี้มาหลายหนแล้ว แม่ก็กลุ้มใจ แต่ชอบใจอ่อนยอมน้องอยู่เรื่อย น้องก็ได้ใจสิครับ ยิ่งรู้ว่าแค่พูดดุไปอย่างนั้นยิ่งไม่เชื่อฟัง


ช่วงพ่อแม่ไม่อยู่ผมเลยจับน้องมาดัดนิสัยซะให้เข็ด ประท้วงอดข้าว ผมก็ให้น้องอด พูดขู่คำไหนทำตามทุกคำ ยัยน้ำเห็นผมในโหมดโหดยังขยาด หอบเสื้อผ้าหนีไปค้างกับเบอร์ดี้ตั้งหลายวัน หลังสองคนแก่กลับจากท่องเที่ยวแล้วรู้วีรกรรมของผมเข้า (น้องอันนี่แหละไปฟ้อง) ทั้งคู่ทำหน้าอึ้งมองผมสลับกับน้อง ไม่มีคำต่อว่า แต่พ่อตบหัวผมกับบางการกระทำที่ดูเกินเลยไปหน่อย หลังจากนั้นถ้าน้องดื้อ พ่อแม่ขู่ทันทีว่าจะส่งตัวให้ผมจัดการ บางครั้งก็พาตัวมาให้ช่วยจัดการจริงๆ…ไม่รู้ทำไมแทนที่น้องจะกลัวจนถอยห่าง กลับติดผมแจอยู่ดี


นั่งมองน้องกินข้าวสักพัก ก็จิ้มกุ้งทอดของโปรดน้องไปวางบนจานให้แทนคำชม


“อัน…” เจ้าตัวเล็กปาดหยาดน้ำตาที่คลออยู่ออก “อันจะกินอันนู้นด้วย”


ชี้นิ้วไปผมก็ตักให้ครับ ยอมกินได้แบบนี้วางใจได้ กำลังตักกับข้าวใส่จานตัวเองบ้างก็โดนแรงกระตุกแขนเสื้อรั้งไว้ก่อน เหลียวมองคนทางขวาอย่างสงสัย เจอยัยน้ำทำหน้าบึ้งตึง แววตาฉายชัดว่ากำลังงอน พึ่งรู้ตัวในวินาทีนั้น 


กรรม! ลืมบริการน้องสาว 


สำนึกแล้วก็รีบตักของโปรดให้น้ำบ้าง สีหน้าค่อยดีขึ้นหน่อย


เฮ้อ…เป็นพี่คนโตไม่ง่ายเลยครับ


ก่อนจะได้ตักกับข้าว กลับมีโดนช้อนส้อมคู่หนึ่งหนีบยำเห็ดหูหนูขาวมาวางในจานผม ขณะกำลังอึ้งก็มีเสียงถามสั้นๆ จากคนตักให้


“ไม่ชอบ?”


ผมรีบเอาส้อมไปขวางก่อนพาร์ตักออก “เปล่า…ขอบใจ”   


พาร์แค่ส่งยิ้มมาจากฝั่งตรงข้าม ชี้นิ้วใส่จานข้าว เหมือนบอกให้ผมกินข้าวเถอะ แต่…


“น่องไก่สามรสที่อยู่หน้ามึ...เอ้ย นายอ่ะ ของโปรด…” ผมทำปากว่า ‘กู’ แบบไร้เสียง


พาร์ทำหน้าตกใจรีบตักให้ผมเลย “ทำไมไม่บอก”                                  


จะให้ผมบอกตอนไหน หันไปเห็นอีกทีเหลือไม่ถึงครึ่ง ไม่ต้องถามว่าลงท้องใคร หลักฐาน (กระดูกไก่) ยังกองซ้อนกันในจานพาร์อยู่เลย


“เฮ้ย พอๆ ไม่ต้องเอามาหมดหรอก” ผมรีบร้องห้าม


แต่น่องไก่เล็กสี่ชิ้นสุดท้ายก็ลงมานอนแหมะในจานผมอยู่ดี


“น้ำมีข้อเสนอ!”


ผมเงยหน้าขึ้นจากจานข้าวหลังกินไปได้สักพัก จู่ๆ ยัยน้ำตะโกนลั่นกลางโต๊ะอาหารไม่พอ ยังลุกขึ้นยืนยกแขนเหนือหัว เรียกร้องความสนใจสุดๆ อย่าว่าแต่พวกผมชะงักเลย กลุ่มผู้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปหน่อยก็ชะงักเหมือนกัน


“เดี๋ยวเถอะยัยน้ำ เดี๋ยวพ่อจะเอาลูกไปให้คุณย่าอบรม”


เด็กหญิงวาริรีบดึงแขนลง เลื่อนเก้าอี้มานั่งตามเดิมอย่างไว แต่พอตั้งสติได้ก็โวยวายออกมา “พ่ออ่ะ คุณย่าอยู่ต่างประเทศจะมาอบรมน้ำได้ไง”


“ง่ายๆ ส่งลูกไปอยู่กับคุณย่าไง”


“ไม่มีทาง” ยืนยันเจตนารมณ์ไม่มีทางไปแน่ๆ ด้วยเสียงขึงขัง


“ก็ดี พ่อจะได้ซื้อตั๋วให้พี่ชายลูกคนเดียว”


แขนผมถูกยัยน้ำคว้ากอดหมับ “คนนี้ก็ห้ามค่ะ” 


ผมผลักหัวน้องไปหนึ่งที “ถามความเห็นพี่ก่อนสิ”


“แล้วลูกอยากไปไหมล่ะ?” พ่อถาม


ผมพยักหน้ารับทันที ถ้าพูดตามตรงผมก็แอบคิดถึงคนทางนู้นเหมือนกัน


“พี่อ่ะ!”


“งั้นไปช่วงปิดเทอมไหม?”


ผมยังไม่ทันตอบ น้องสาวก็พูดแทรกเสียงดัง “น้ำไม่ให้ไปนะ!”


“งอแงเป็นเด็กเลย ดูอันสิ ยังไม่เห็นโวยวายเหมือนลูก” แม่บ่น


น้ำจ้องเจ้าตัวเล็กเขม็ง “พี่ทีจะไม่อยู่แล้ว อันยอมเหรอ” เริ่มหาแนวร่วมแล้วครับ


“ไม่อยู่?” เจ้าตัวเล็กทวนคำงงๆ ก่อนถามผม “ไปไหน? อันไปด้วย”


ผมชักปวดหัว คนหนึ่งร้องห้ามไม่ให้ไป อีกคนร้องตามจะไปด้วย แน่นอนว่าน้ำไม่พอใจคำตอบของน้องสุดๆ พ่อก็แหย่ไม่เลิก


“งั้นพ่อส่งลูกชายสองคนไปเที่ยวกับปู่ย่าแล้วกัน เพราะลูกสาวบอกไม่อยากไปนี่น่า”


“ถ้าพ่อทำจริงนะ น้ำจะโกรธให้ดู!”


“พอก่อนๆ เมื่อกี้ลูกจะเสนออะไรหือ?”


แม่เป็นฝ่ายห้ามทัพ ในขณะที่แขกของบ้านต่างพากันนั่งอมยิ้มขำตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ 


พอมีคนเตือนน้องก็ปล่อยแขนผม กระแอมไอ “น้ำว่าจะให้เบอร์ดี้มาค้างด้วยค่ะ”


แค่นั้นความสนใจของผมก็หดหายอย่างรวดเร็ว สองคนนี้ค้างด้วยกันบ่อยจะตาย ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ คิดพลางก้มหน้าตักข้าวเข้าปาก หูก็ฟังแม่กับป้าเจนบอกอนุญาตง่ายดายตามคาด


“แต่น้ำอยากให้พี่พาร์ค้างด้วย”


“แค่กๆๆ” ผมถึงกับสำลักข้าว พอกันกับพาร์ที่กำลังสำลักน้ำ


“ทำอะไรของลูก เลอะหมดเลย” ป้าเจนบ่น รับทิชชู่จากแม่แล้วส่งให้ให้ลูกชายเช็ดปาก ส่วนผมรีบคว้าแก้วน้ำโค้กมากระดกอึกๆ ก่อนข้าวติดคอตาย


“ทำไมล่ะ?” ลุงแทนถามน้ำอย่างประหลาดใจ


“ก็พี่พาร์ต้องไปกลับพร้อมพี่ทีนี่ค่ะ อยู่ค้างที่นี่เลย น้ำว่าสะดวกดีออก คุณลุงคุณป้าจะได้ไม่ต้องขับรถมารับส่งพี่พาร์กับเบอร์ดี้ให้เหนื่อยด้วย”


“ก็จริงนะ” พ่อเห็นด้วย


“งั้นพาร์มาค้างบ้านน้าเนี่ยแหละ” แม่สนับสนุน


ลุงแทนกับป้าเจนดูเกรงใจ แต่พูดไม่ออก เพราะที่น้ำพูดก็ถูก แหงล่ะน้องเล่นเอาเรื่องที่ผมเล่าให้ฟังมาพูดนี่หว่า และผมก็ฟังมาจากพาร์ที่รู้ดียิ่งกว่าใครมาอีกต่อ 


พ่อผมคงเข้าใจว่าเพื่อนกำลังลำบากใจเลยพูดขึ้นมา “ให้ลูกสองคนอยู่นี่ จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง ทำงานได้อย่างสบายใจได้เลย”


“งั้นฝากด้วยนะ”


อ้างเรื่องงานปุ๊บ ลุงแทนตอบรับทันที สมแล้วที่พ่อบอกว่าเป็นพวกเสพติดงาน


“งั้นให้พาร์นอนห้องข้างล่าง…”


“ไม่ดีค่ะ” น้ำรีบพูดแย้งพ่อ “ข้าวของในนั้นเยอะจนน้ำคิดว่าเป็นห้องเก็บของเข้าไปทุกทีแล้ว เพราะงั้นให้พี่พาร์ไปนอนห้องพี่ทีดีกว่าเยอะ”


ดีนะครับที่ในปากผมไม่มีอะไรอยู่ ไม่งั้นคงพ่นออกมาแน่นอน ผมกับพาร์สบตากันทันที ต่างคนรู้ตัวว่าโดนน้องเล่นงานเข้าให้แล้ว


“ห้องทีเหรอลูก?” แม่พึมพำ


“ก็ห้องพี่กว้างออก เตียงก็ตั้ง 5 ฟุต นอนสองคนได้สบาย อีกอย่างน้ำว่าให้อยู่ด้วยกันนี่แหละถือเป็นการแก้เคล็ดที่หลายปีมานี่พวกพี่ไม่รู้จักกันสักที แม่กับป้าเจนเห็นด้วยกับน้ำไหม”


สองผู้สูงอายุผงกหัวให้ทันที ยัยน้ำเข้าใจพูดโน้มน้าว แม่กับป้าเจนไม่ถึงขั้นงมงาย แต่ก็ใช่ว่าไม่เชื่อ


“เอาอย่างที่น้ำว่าแล้วกันลูก”


เห็นไหมครับ ป้าเจนสนับสนุนทันที ทั้งที่ก่อนหน้านี่ไม่ถึงนาทียังทำหน้าลำบากใจอยู่เลย     


“แม่เห็นด้วยเหมือนกัน งั้นคืนนี้ลูกไปเก็บข้าวของในห้องให้เรียบร้อย เตรียมพื้นที่ให้พาร์ด้วยล่ะ เข้าใจไหมที”


ผมยิ้มแห้งแทนการตอบรับ ก็คำตอบมีแค่สองทาง เข้าใจกับไม่เข้าใจ ถ้าตอบอย่างหลัง แม่ก็แค่ทวนคำพูดให้ฟังใหม่ แล้วจะให้ผมตอบอะไรเล่า!  


“พาร์เองก็ไม่ต้องเกรงใจนะ อะไรที่จำเป็นต้องใช้ขนมาได้เลย ห้องลูกชายแม่กว้างอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวรก”


มาถึงขั้นนี้คงปฏิเสธไม่ทันแล้วครับ อีกอย่างต่อหน้าคุณลุงคุณป้าขืนพูดปฏิเสธไป แล้วเกิดโดนเข้าใจผิดว่ารังเกียจลูกชายพวกท่านขึ้นมาคงแย่ โอเค ผมจะพยายามปลงตกให้ได้เร็วๆ


“ให้ค้างคืนนี้เลยใช่ไหมคะ?” เบอร์ดี้ถามอย่างกระตือรือร้น


ฮะ!


“ก็ได้นะ ยังไงทั้งสองคนก็ใส่เสื้อผ้าลูกชายลูกสาวของน้าได้อยู่แล้ว” แม่ว่า 


ป้าเจนกลับแย้ง “แต่พี่ว่าวันนี้ให้กลับบ้านกันก่อนดีกว่า”


“ใช่ครับ ผมกับเบอร์ดี้ต้องใช้หนังสือเรียนวันพรุ่งนี้ด้วย” พาร์รีบสนับสนุน


ทำได้ดีมากเพื่อน!


“งั้นพรุ่งนี้ให้ลูกๆ พี่จัดกระเป๋ามาเลยนะ”


แม่ครับจะรีบร้อนไปไหน!


ผมวางช้อนลง ความรู้สึกอยากอาหารถดถอย น้องตัวแสบยังกล้าเขยิบมาชิด พูดกระซิบเสียงระรื่น


“ดีจังเนอะพี่”


ผมหันมองน้องสาวที่ตั้งท่ากำหมัดส่งสัญญาณ ‘สู้ๆ’ มาให้


“ทีนี้พวกพี่จะได้คืบหน้าสักที!”


อย่าบอกนะที่ยัยน้ำเสนอให้พวกผมอยู่ด้วยกัน เพราะแค่ผมเคยตอบน้องไปว่าไม่ถึงไหน


ผมยกมือมากุมขมับ 


เชื่อเขาเลย!


-----------------------------------------------------------------------------------

Talk: 28/10/2015

ต้องขออภัยกับการตอบคอนเม้นต์ซ้ำข้อความ แล้วต้องลบทิ้งด้วยนะคะ (โค้งๆ)  

จำได้ว่ามีคนทายถูก เบอร์ดี้กับพาร์จะได้ค้างบ้านที 555 

เจอกันตอนหน้าค่ะ ราตรีสวัสดิ์นะ

-----------------------------------------------------------------------------------


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 134 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2836 pnpb2523 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 21:57

    อ่านแล้วต้องยิ้มตาม 😊😊😊 ความเป็นน้องน้ำ

    #2,836
    0
  2. #2769 KiHaE*129 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 00:10

    ครอบครัวทั้งสองน่ารักอะ

    น้องอันของพี่น่ารักที่สุดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    #2,769
    0
  3. #2749 ทีมพีรญา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 22:38

    น้องน้ำคะจุ๊บดากที5555

    #2,749
    0
  4. #2699 ThkTheks (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 23:53
    โอ้ยยย ยัยน้ามมมมม น่าตีๆๆๆ แสบนักนะเราอะ แม่ๆก็เห็นดีเห็นงามกันไปหมด หาได้รู้เรื่องอะไรไม่เล้ยยยยยยยย 5555555555
    #2,699
    0
  5. #2688 Zuhpyolp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:10
    สนุกกกกกก
    #2,688
    0
  6. #2618 Mistyblack (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 07:38
    ดีย์งามส์คร่ะน้อลสาวว์
    #2,618
    0
  7. #2536 FairyP718 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 16:51
    ทีกับพาร์เป็นพี่ชายที่เข้าใจน้องสาวมั่ก ๆ อยากมีพี่ชายแบบนี้มั่งงงงง จะย้ายมาอยู่ด้วยกันแล้ว เย้
    #2,536
    0
  8. #2148 New_Chanakan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 21:46
    ตอนคุยเรื่องน้องสาวนี่เหมือนสองคนเป็นพวกแม่บ้านที่เจอกันแล้วต้องเอาเรืี่องลูกตัวเองมาคุยกันอ่ะน่ารักดี
    #2,148
    0
  9. #1948 baekbow (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 16:58
    นี่ยังสงสัยไม่หายใครรุก พาร์หรือที ตอนแรกเดาที ตอนนี้เดาพาร์ละ
    #1,948
    0
  10. #1885 1234_DuncAn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 18:47
    ยัยน้ำยัยตัวแสบ 55555555
    #1,885
    0
  11. #1810 milkc (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 19:08
    เข้าททางผู้ใหญ่สุด 5555555
    ดีอ่ะ น้องน้ำเจ๋งเป้งไปเลยฮะ
    คืบหน้าแน่นอน 5555
    #1,810
    0
  12. #1777 BaiiKKanYAN01 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 03:51
    แผนน้องน้ำนี้เด็ดจริงไรจริง 55555
    #1,777
    0
  13. #1655 mnpin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 23:29
    เราชอบเรื่องนี้55555 อ่า.. เพิ่งเม้นครั้งแรกหลังจากซุ่มอ่านมาหลายตอน55555555 ชอบภาษาที่ไรท์เขียน ชอบเนื้อเรื่อง ชอบความคิดของตัวละคร ชอบๆๆๆๆ ทำไมเราถึงเพิ่งเจอเรื่องนี้กัน!
    #1,655
    0
  14. #1503 "นรี" (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 16:49
    ใครรุกคะ555
    #1,503
    0
  15. #1333 ★..THEDREAM'Z.★ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 13:28
    555555 เอาแล้ว งามไส้ 5555
    #1,333
    0
  16. #1265 Filmmytiger (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 17:40
    ทำดีมากน้องน้ำ ทีกับพาร์จะได้ถึงไหนสักที?
    #1,265
    0
  17. #935 Kuroko Tetsuya_kun (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:21
    เอาแล้วววว
    #935
    0
  18. #875 TiwticAmp_90 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 02:29
    น้องๆนี่ชงสุดๆ
    #875
    0
  19. #848 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:35
    โง่ยยย น้องอันน่ารักกกก โตไวๆนะลูกกกกก >///<
    #848
    0
  20. #679 Dairy-nana (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 21:11
    เขาเข้ากันได้ดี;)
    #679
    0
  21. #660 Whatever it is (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 23:17
    555 สองพี่ชายคุยกัน น่ารักอะ
    #660
    0
  22. #650 love spring (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 10:05
    อ่านไม่ได้มันเป็นภาษาต่างดาว omg
    #650
    0
  23. #372 Plankton J (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2558 / 22:14
    น้องอันน่ารักก
    #372
    0
  24. #340 dlky (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 23:45
    โอ๊ยยยย โดนดาเมจน้องอันทำพิษจนต้องเขยิบฐานะจากนักอ่านเงาออกมาปรากฏกายเป็นนักอ่านธรรมดาๆ จนได้ (เราอุตส่าห์อยู่อย่างสงบของเราตั้งนานเชียวนะ!) น้องอันน่ารักมากค่ะ ส่วนมากที่อ่านนิยายที่มีเด็กแบบนี้ไม่เป็นตัวประกอบก็เป็นตัวเด่นไปเลย แต่เรื่องนี้มีออกมาให้เห็นบ่อยๆ ไม่ใช่อะไรค่ะ มันฟินมากจนอดเม้นท์ไม่ไหวต่างหาก น้องน่ารักเกิ๊นนนน ยิ่งเนื้อเรื่องที่ดำเนินได้ดี พาร์กับทีก็น่ารัก จนถึงตอนนี้ยังหยุดอ่านไม่ได้เลยค่ะ หลงเสน่ห์นิยายเรื่องนี้เข้าอย่างจัง(โดยเฉพาะน้องอัน)
    #340
    0
  25. #223 nam3 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 17:40
    ฉากตอนทีชนแก้วกับน้องอันโครตน่ารักอ่ะ คือปริ่มมาก T^T



    ปล.ว่าแต่คิดไปเองเปล่านะว่ายังไม่รู้ชื่อสามีเด็นหรือเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของทีเลยอ่ะ?
    #223
    0