Rich Guy ร้ายพ่ายรัก : My M [Yaoi]

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 (40%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ส.ค. 63

“แม่ ยังไม่นอนอีกเหรอครับ” ฟิวส์เอ่ยถาม เมื่อเห็นว่ากลับเข้าบ้านมาแล้วแม่เขายังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ทั้งที่เลยเที่ยงคืนไปแล้ว

“รอฟลุ๊คอยู่จ้ะ ยังไม่กลับบ้านเลย ฟิวส์ละลูกทำงานเพิ่งเลิกเหรอจ๊ะ กินข้าวมาหรือยัง ให้แม่ไปอุ่นกับข้าวให้มั้ย” แม่ของชายหนุ่มเอ่ยถามขณะที่ขยับจะลุก ฟิวส์ก็ห้ามไว้เสียก่อน

“ผมไม่หิวครับ คิดว่าอาบน้ำจะเข้านอนเลย ฟลุ๊คยังไม่กลับอีกเหรอครับ”

“ยังเลยจ้ะ บอกว่าไปทำรายงานบ้านเพื่อน แต่ก็ดึกแล้วแม่ก็เลยเป็นห่วง”

“แม่ไปนอนเถอะครับ เดี๋ยวผมรอน้องเอง”

“ถ้าอย่างนั้นก็ฝากดูน้องด้วยนะจ๊ะ แม่จะขึ้นไปดูพ่อของแกเสียหน่อย”

“พ่อยังไม่หลับเหรอครับ”

“หลับๆ ตื่นๆ ตอนกลางวันไม่ได้ทำอะไรก็หลับ ตอนกลางคืนก็เลยหลับๆ ตื่นๆ”

“ถ้าอย่างนั้นแม่ก็ไปนอนเป็นเพื่อนพ่อเถอะครับ เผื่อพ่อจะได้หลับดีขึ้น”

“ฟิวส์ก็อย่านอนดึกมากนะลูก” แม่ของเขาลุกขึ้นขณะที่เดินผ่านก็หยุดไปครู่หนึ่ง “ฟิวส์ ลูกมีแฟนหรือเปล่า”

“เปล่าครับ” เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไรแม่ถึงถามขึ้นมา

“ถ้ามีก็บอกนะ ไม่ต้องปิดบัง ลูกโตแล้ว แม่รู้ว่าถึงวัยที่ลูกมีแฟนนานแล้ว”

“ไม่ต้องห่วงครับ ถ้ามีผมจะพาแฟนมาให้แม่ดู”

แม่ของเขาคลี่ยิ้มอ่อนโยนก่อนจะพยักหน้าให้

หลังจากแม่ของเขาขึ้นไป ชายหนุ่มก็อาบน้ำที่ห้องน้ำชั้นล่าง เมื่อออกมาน้องชายของเขาก็กลับมาพอดี

“ทำไมกลับมาดึกจัง นี่มันจะตีหนึ่งแล้ว” ฟิวส์ถามน้องชาย

“ทำรายงานบ้านเพื่อน”

เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าน้องชาย “แล้วทำไมมีกลิ่นบุหรี่”

ฟลุ๊คนิ่งอึ้งก่อนจะตอบว่า “พ่อของเพื่อนเขาสูบบุหรี่”

“แล้วรายงานเสร็จมั้ย”

“เสร็จแล้ว เหนื่อยมากด้วย ไปอาบน้ำนอนก่อน” ขณะที่ฟลุ๊คกำลังเดินผ่านก็หันกลับมาหาพี่ชายก่อนจะแบมือ “ขอเงินพันนึงดิ”

“เอาไปทำอะไรตั้งพันนึง” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว

“ทำรายงานคราวที่แล้วคนอื่นเลี้ยงเคเอฟซี คราวนี้ก็เลยต้องเลี้ยงคืน แค่พันเดียวไม่รู้จะพอหรือเปล่าด้วยซ้ำ” เด็กหนุ่มบอกอย่างไม่พอใจ

ฟิวส์เดินไปล้วงกระเป๋าเงินจากกางเกงขายาวที่ตนเพิ่งถอดทิ้งเอาไว้ ก่อนจะควักธนบัตรออกมาให้ “อย่าใช้เงินเปลืองนัก ก็รู้ว่าช่วงนี้พ่อไม่มีรายได้ แม่ก็ต้องทำขนมขาย บ้านเราไม่ได้มีเงินมากเหมือนเมื่อก่อน”

“รู้แล้วน่า ทำเป็นบ่นไปได้” ฟลุ๊คคว้าธนบัตรไปอย่างไม่พอใจ

“แล้วอย่าไปมีเรื่องเหมือนคราวที่แล้วล่ะ พ่อกับแม่จะไม่สบายใจเอา พวกท่านมีเรื่องกลุ้มมากพอแล้ว”

“รู้แล้วน่า แล้วพี่เอาเงินไปใช้เจ้าของร้านหรือยังล่ะ อย่าให้เค้ามาทวงล่ะ ถ้าทวงขึ้นมาแม่รู้แน่”

“อีกสองวันจะเอาไปให้”

“ออ” ฟลุ๊คพยักหน้าครั้งหนึ่งก่อนจะบอกว่า “อย่างงั้นก็ดี ผมขึ้นไปอาบน้ำก่อนง่วงนอนจะแย่”

ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังขึ้นบันไดชายหนุ่มก็อดที่จะเรียกน้องชายเอาไว้ไม่ได้ “ฟลุ๊ค”

“อะไรอีก” น้ำเสียงของเด็กหนุ่มนั้นรำคาญเต็มที

“แกรู้ใช่มั้ยว่าแกจะทำอะไรก็ได้ แต่ขออย่างเดียวอย่าทำให้พ่อกับแม่เสียใจ”

“รู้แล้วบ่นอยู่ได้” ฟลุ๊คเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจแล้วเดินเข้าห้องตนเองไป

ฟิวส์ถอนหายใจก่อนจะนั่งลงที่โซฟา เปิดกระเป๋าสตางค์แล้วนับเงินที่เหลืออยู่ ห้าพันและนี่ก็เพิ่งกลางเดือนเอง หากใช้ประหยัดหน่อยน่าจะเหลือสักสามพัน ห้าร้อยต้องไปจ่ายค่านายหน้าให้เกมที่ติดต่อลูกค้าให้ เหลือสองพันห้า เงินที่ต้องเอาไปใช้หนี้ร้านในห้างสรรพสินค้าเป็นจำนวนหมื่นนึง ดังนั้นยังต้องหาอีกเจ็ดพันห้า ที่จริงถ้าเอานาฬิกาข้อมือกับโน๊ตบุ๊คไปจำนำก็น่าจะได้ถึงเจ็ดพันห้า เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เอาของไปจำนำดูก็แล้วกัน

เมื่อตัดสินใจแล้วฟิวส์ก็เข้านอน เช้าวันต่อมาเขาก็ไปเรียนตามปกติ หลังเรียนเสร็จก็ตรงไปโรงรับจำนำ แต่ได้เงินมาไม่เท่ากับที่คิด เพราะโน้ตบุ๊คของเขาใช้ตั้งแต่ปีหนึ่ง ตอนนี้ก็ปีสามแล้ว มันตกรุ่นไปแล้วจึงจำนำได้แค่สี่พันห้า ส่วนนาฬิกาข้อมือของเขาแม้จะเป็นยี่ห้อดังแต่ก็ไม่ได้แพงเท่าใด จึงได้แค่พันเดียว สรุปเขาได้เดินจากการไปแลกของเพียงแค่ห้าพันห้า ยังเหลืออีกสองพัน 

หากแค่สองพันน่าจะยืมนพ เพื่อนสนิทของได้ แค่สองพันคงไม่เท่าไหร่นัก เมื่อคิดได้เช่นนั้นตัวเขาก็สบายใจขึ้น คิดว่าเมื่อยืมเงินเพื่อนเสร็จก็จะนำเงินไปใช้เจ้าหนี้ทันที แต่ไม่คิดว่าเย็นวันนั้นเมื่อกลับไปที่บ้าน แม่ของเขากลับนอนฟุบอยู่บนพื้น ส่วนพ่อของเขาก็คลานไปหยิบโทรศัพท์มือถือเพื่อจะโทรออก

“พ่อ แม่เป็นอะไรครับ” ชายหนุ่มรีบเข้าไปพยุงพ่อให้ลุกขึ้นไปนั่งบนวิลแชร์

“อยู่ดีๆ แม่แกก็บอกว่าปวดหัวแล้วเป็นลมไป พ่อกำลังจะหยิบโทรศัพท์มือถือโทรให้คนมาช่วยแต่รีบร้อนไปหน่อยก็เลยทำวิลแชร์คว่ำ”

“งั้นผมพาแม่ไปโรงพยาบาลก่อนนะครับ พ่ออยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย” เขาคว้าโทรศัพท์มือถือยื่นให้พ่อ รีบเดินไปหยิบกุญแจรก่อนจะตรงไปอุ้มร่างบางของแม่ขึ้นมา

“ได้ แกไปเถอะ” พ่อของเขารีบบอก

“มีอะไรโทรมานะครับ” ฟิวส์บอกก่อนจะพาแม่ไปยังโรงจอดรถ เขาเปิดประตูอย่างทุลักทุเลก่อนจะพาร่างของแม่เข้าไปนอนอยู่ด้านหลังคนขับ

โชคดีที่โรงพยาบาลไม่ไกลมาก ชายหนุ่มจึงใช้เวลาไม่นานก็สามารถพาแม่ของเขาไปถึงโรงพยาบาล หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงแม่ของเขาก็ฟื้น พร้อมกับผลวินิจฉัยของแพทย์

แม่ของเขาเครียดเกินไป ทำงานหนักเกินไป พักผ่อนไม่เพียงพอ จนร่างกายรับไม่ไหวและเป็นลมในที่สุด

“ดีที่แม่ไม่เป็นอะไรมาก” ฟิวส์เล่าให้พ่อฟังหลังจากกลับมาถึงบ้าน

แม่ของเขารู้สึกผิดไม่น้อย “ที่จริงแม่ไม่เป็นอะไรมากแค่เป็นลม ฟิวส์ไม่น่าพาแม่ไปหาหมอให้เสียเงินเสียทอง”

“ไม่ไปตรวจจะรู้ได้ยังไง” พ่อของเขาบอก ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก “ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ต่อไปนี้ไม่ต้องมาดูแลฉันมากก็ได้ ฉันแค่เดินไม่ได้อย่างอื่นก็ทำได้ปกติ”

“แค่เมื่อคืนนอนน้อยไปเท่านั้นเอง ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอื่นเลยนะคุณ” แม่หาข้ออ้าง

“เอาเถอะครับ ต่อไปนี้แม่ก็พักผ่อนให้มากหน่อย เรื่องทำขนมขายก็เพลาๆ ลงบ้านก็ได้ เรื่องรายได้ ไม่ต้องห่วง ตอนนี้ผมเพิ่งได้งานใหม่ งานดีแล้วเงินก็ดีมากด้วย น่าจะช่วยเรื่องในบ้านได้พอสมควร”

“งานอะไร เงินดี” พ่อของเขาหันมาถามด้วยสายตาไม่ไว้ใจ

“งาน...สอนหนังสือเหมือนเดิมและครับ แต่ครานี้เป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนนานาชาติ ก็เลยได้ค่าสอนแพงครับ”

“แต่นั้กเรียนนานาชาติจะสอนเค้ารู้เรื่องเหรอจ๊ะ” แม่ถามอย่างเป็นห่วง

“นักเรียนนานาชาติส่วนใหญ่จะเป็นลูกครึ่งครับ บางคนก็เหมือนกับคนไทยทั่วไป มีบางคนเท่านั้นที่พูดหรือเขียนภาษาไทยไม่ได้ครับ แต่ก็น้อยมาก” ฟิวส์ตอบ ก่อนจะรีบบอกต่อว่า “แต่เพราะอาจจะต้องสอนจนดึกบางครั้งก็เลยต้องค้างที่บ้านนักเรียนหรือไม่ผมอาจจะไปค้างที่หอนพมากกว่าเมื่อก่อน”

เขาไม่เคยบอกพ่อกับแม่ว่าทำงานเป็นเด็กบริกรในผับ เพราะเกรงว่าพ่อกับแม่จะไม่ยินยอม ดังนั้นจึงโกหกมาตลอดว่าสอนหนังสือ ครั้งนี้ก็เช่นกัน

พ่อของฟิวส์ได้แต่ถอนใจ “ถ้าพ่อไม่เป็นแบบนี้ก็คงไม่ต้องให้แกทำงานหามรุ่งหามค่ำตั้งแต่ยังเรียนไม่จบแบบนี้”

“ผมโตแล้วนะครับพ่อ คนอื่นทำงานไปเรียนไปตั้งแต่ปีหนึ่ง ผมถือว่าสบายมากแล้ว พ่อไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ”

พ่อของเขาเลื่อนวิลแชร์มาตรงหน้า เอื้อมมือไปตบบ่าชายหนุ่มเบาๆ “ช่วงนี้ต้องลำบากแกแล้ว ขอบใจมากนะฟิวส์ ขอบใจมาก”

“ไม่เป็นไรครับ ไม่ลำบากอะไรเลย พ่อกับแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” เขายิ้มให้กับบุพการีทั้งสอง

แม้จะบอกกับคนอื่นอย่างนั้น แต่เจ้าตัวเองก็รู้ว่าลำบากแล้ว แต่เขาไม่ต้องการให้แม่ของเขาต้องป่วยไปด้วยอีกคน เพราะหมอบอกว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ แม่ของเขาอาจจะมีโรคแทรกซ้อนขึ้นมาได้ ดังนั้นเขาจึงหาทางให้แม่ของเขาทำงานน้อยลง 

แต่เรื่องที่ว่าจะไม่ไปเป็นคู่ขากับผู้ชาย คงต้องกลับมาทบทวนอีกครั้ง ในที่สุดวันต่อมาเขาก็ตัดสินใจทำในเรื่องที่ไม่คิดจะทำในชีวิตจนได้

สี่ทุ่ม...ในผับที่ฟิวส์ทำงาน หลังจากเดินไปส่งเครื่องดื่มให้ทุกโต๊ะครบแล้ว ชายหนุ่มก็ล้วงโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์ที่อยู่ในกระดาษแล้วโทรออก เสียงรอสายนานพอสมควรก่อนจะมีคนรับสาย

“ฮัลโหล” เสียงทุ้มนั้นฟังดูไม่ยี่หระต่อสิ่งใดเหมือนครั้งแรกที่เขาได้ยิน

“เอ่อ...ฮัลโหล”

“ใคร?”

“ผมครับ คนที่เจอกันที่โรงแรม จำได้มั้ยครับ”

“คนไหนล่ะ พนักงานรับรถ พนักงานต้อนรับ พนักงานกดลิฟส์ หรือคนที่ล๊อบบี้ อ่อ แล้วโรงแรมไหนล่ะ อาทิตย์นี้ฉันไปมาสามโรงแรม”

“เอ่อ คนที่คุณบอกว่าจะให้ห้าหมื่นต่อเดือน จะจ่ายเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือนก็ได้ จำได้มั้ยครับ”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง “สรุปตกลงเหรอ”

“ผมขอคุยรายละเอียดก่อนได้มั้ยครับ ตกลงหรือเปล่าค่อยว่ากันอีกที”

“ฉันเป็นคนตัดสินใจ ไม่ใช่นาย ถ้าอยากคุยก็มาที่ผับX ให้เวลาครึ่งชั่วโมง นานกว่านั้นฉันไม่รอ” 

ยังไม่ทันที่ฟิวส์จะเอ่ยอะไร สายก็ตัดไปเสียแล้ว

ผู้ชายคนนี้ดูท่าทางเอาแต่ใจสุดๆ แต่เอาเถอะ ลองดูก่อน ถ้าตกลงกันไม่ได้อย่างมากก็ทำงานหามรุ่งหามค่ำมันไป

-----------------------

 

#Rich Guy ร้ายพ่ายรัก #My M

 

つづく...

--------------------------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความเวิ่นเว้อของเราค่ะ 

....Welcome to my WorlD...

ด้านล่างเป็นลิ้งค์เพจนะคะ 

https://web.facebook.com/Writer.SummerNight/

------------------------------------

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น