ฮูหยินของข้า (Romantic Publishing)

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 12(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,372
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,300 ครั้ง
    17 ก.ย. 62

สองวันผ่านไป สีจิ้งให้คนส่งกลับมาส่งข่าวว่ารู้ที่ตั้งของพรรคโลหิตอัคคีแล้ว แต่เพราะช่วงนี้พรรคโลหิตอัคคีอยู่ในช่วงปิดพรรค สั่งห้ามติดต่อคนนอกจึงไม่สามารถสอบถามเรื่องญาตินามว่าสือซานเหลียงให้นางได้ แต่ถึงเป็นเช่นนั้นสีจิ้งก็ยังบอกว่าจะลองสืบหาต่อไป

เฟิงชิงถิงอ่านจดหมายแล้วก็ถอนใจ นางคาดว่าที่พรรคโลหิตอัคคีปิดพรรคก็เพราะการหายตัวไปของสือซานเหลียง แต่หากติดต่อกับคนพรรคโลหิตอัคคีไม่ได้ แล้วนางจะส่งข่าวเรื่องสือซานเหลียงให้พวกเขารู้ได้อย่างไร สุดท้ายหากสีจิ้งยังสืบเรื่องไม่ได้นางก็คงต้องพาสือซานเหลียงไปที่พรรคโลหิตอัคคีด้วยตนเอง

วันนั้นเฟิงชิงถิงนั่งคิดหาวิธีพาสือซานเหลียงไปที่พรรคโลหิตอัคคีตลอดทั้งวัน นางพยายามเค้นสมองคิดว่าหากเจอเหล่าชาวยุทธ์ระหว่างทางจะทำอย่างไร คิดถึงเรื่องแปลงโฉมให้สือซานเหลียงเพื่อไม่ให้ชาวยุทธ์จำได้ แต่หากแปลงโฉมให้เขาแล้วคนพรรคโลหิตอัคคีก็จะจำไม่ได้เช่นกัน แล้วหากพวกเขาคิดว่าเป็นสือซานเหลียงตัวปลอมเล่าจะทำอย่างไร

เฟิงชิงถิงคิดไปต่างๆ นานา พลางมองสือซานเหลียงที่นั่งมองนางอย่างเหม่อลอยเช่นกัน

แม่นางเลี่ยงได้เวลาอาหารเย็นแล้วเจ้าค่ะชุ่ยเอ๋อร์เคาะประตูห้องบอกนาง

ข้าจะไปเดี๋ยวนี้เฟิงชิงถิงตอบ

นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่นางกังวลใจ นางกินอยู่ที่โรงผ้าปักมาได้สี่ห้าวันแล้ว สือซานเหลียงก็กินจุขนาดนั้น นางเกรงใจซย่าเจี่ยลุ่ยที่ยอมให้นางกับสือซานเหลียงมากินเปล่าคล้ายกับสุกรสองตัว หากมีสิ่งใดตอบแทนค่ากินอยู่ได้บางนางก็คิดอยากจะช่วยแบ่งเบา แต่นางก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร

เฟิงชิงถิงคิดพลางเดินไปยังห้องอาหารด้านล่างโดยมีสือซานเหลียงตามมา เรื่องกินดูท่าจะเป็นเรื่องที่เขารู้เรื่องมากที่สุด เขารู้เวลาว่ายามใดคือเวลาที่เขาต้องกินข้าว เป็นเรื่องที่เฟิงชิงถิงไม่ต้องสอนหรือคะยั้นคะยอ

ขณะที่เดินผ่านซุ้มประตูใหญ่ของเรือนพัก เฟิงชิงถิงเหลือบไปเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนอยู่ที่หน้าประตูโรงผ้าปัก พวกเขากำลังขนผ้าลงจากรถสินค้า แต่นางสังเกตว่ามีชายสองคนที่รูปร่างสูงใหญ่กว่าคนทั่วไป อีกทั้งยังขนผ้าไปพลางและมองสิ่งรอบกายไปพลางด้วย

คนพวกนั้นเป็นคนของขายร้านผ้าเจ้าค่ะ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาต้องส่งผ้ามาให้พวกเราชุ่ยเอ๋อร์เห็นเฟิงชิงถิงสนใจจึงอธิบาย

ขณะนั้นเองชายคนหนึ่งก็หันมาเห็นฟิงชิงถิงเข้าพอดี สายตาของนางและเขาประสานกัน แม้จะอยู่ห่างกันพอสมควรแต่นางก็เห็นว่าสายตาของเขาดุดันและน่ากลัว เขาเลื่อนสายตาไปจากนางก่อนจะมองไปทางสือซานเหลียง

หัวใจของเฟิงชิงถิงกระตุกวูบ นางรู้สึกว่าคนผู้นี้ไม่ใช่ลูกจ้างหรือชาวบ้านทั่วไป ขณะที่เฟิงชิงถิงพยายามรวบรวมสติคิดว่าชายคนนี้เป็นคนกลุ่มใด เขาก็ก้าวเดินเข้ามาหานางเสียแล้ว เฟิงชิงถิงถอยหลังไปหนึ่งก้าวเลื่อนมือไปจับชายเสื้อของสือซานเหลียงโดยสัญชาตญาณ นางไม่รู้ว่าคนผู้นั้นเป็นใคร ไม่รู้ว่าเขามาดีหรือมาร้าย แต่นางมั่นใจว่าเป้าหมายของเขาคือนางและสือซานเหลียงไม่คนใดก็คนหนึ่ง

ขณะที่ชายคนนั้นเดินตรงเข้ามาใกล้ เฟิงชิงถิงก็สังเกตเห็นว่าใต้ดวงตาข้างหนึ่งของเขามีรอยบากอยู่ รอยบากนั้นยิ่งทำให้ใบหน้าของเขาดูน่ากลัวยิ่งขึ้น นางล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อกำขวดกระเบื้องที่พกติดตัวเอาไว้ตลอดแน่น แม้ใบหน้านางจะราบเรียบแต่หัวใจกลับเต้นถี่แรงด้วยความตื่นตระหนกมากขึ้นทุกที

แต่ในขณะที่ร่างของคนผู้นั้นจะเดินเข้ามาถึงซุ้มประตูเรือนพัก เสียงเล็กๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น ลี่เอ๋อร์ที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายกำลังวิ่งเขามาทางเฟิงชิงถิงเช่นกัน ร่างเล็กป้อมในชุดสีสันสดใสวิ่งผ่านชายคนนั้นตรงมาหานาง เมื่อวิ่งมาถึงแขนป้อมเล็กก็กอดขาของเฟิงชิงถิงร้องไห้ฟูมฟายไปพร้อมกับชี้ไปยังเด็กชายอีกสามคนที่วิ่งตามเข้ามา

ท่านน้า ฮือ คนพวกนี้แหละเจ้าค่ะที่ชอบรังแกข้า เขาชอบล้อว่าข้าไม่มีพ่อ

ผู้ใดกันหัวฟูจอมขี้มูกโป่ง ทำตัวไม่น่ารักพ่อจึงหนีไปอยู่สวรรค์ ผู้ใดที่ว่านั้นคือลี่เอ๋อร์จอมขี้แยเด็กชายสามคนวิ่งตามเข้ามาตะโกนล้อเด็กหญิง

ออกไปนะ ที่นี่เป็นโรงผ้าปักของแม่ข้า พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรกล้าเข้ามาแม้ลี่เอ๋อร์จะน้ำตานองหน้าแต่ก็ยังต่อว่าเด็กอีกสามคนที่วิ่งตามมาล้อเลียนด้วยความโกรธ

พ่อข้าก็เป็นลูกค้าของแม่เจ้า จะไม่มีสิทธิ์เข้ามาได้อย่างไร ล่อแล่ๆเด็กชายในชุดผ้าไหมชั้นดีตะโกนตอบพร้อมกับแลบลิ้นปลิ้นตาใส่

เฟิงชิงถิงเห็นชายฉกรรจ์คนนั้นถอยออกไปแต่ยังมองเหตุการณ์อยู่ นางก็ทำเป็นไม่สนใจเขา ลูบศีรษะทุยของลี่เอ๋อร์ก่อนจะเดินมายังเด็กชายในชุดผ้าไหมที่ดูท่าว่าจะเป็นหัวโจก

เด็กน้อย ล้อเลียนผู้อื่นไม่ใช่เรื่องดี ต่อไปอย่าทำเช่นนี้อีก

นั่นมันเรื่องของข้า เจ้าไม่ใช่ท่านแม่ของข้าเสียหน่อย กล้าดีอย่างไรมาสั่งสอนเด็กชายตอบด้วยท่าทางยโส

แม่นางเลี่ยง คุณชายผู้นี้คือบุตรชายคนเดียวของท่านต้วน ผู้มีอิทธิพลในย่านการค้าแห่งนี้เจ้าค่ะ จึงไม่ค่อยมีผู้ใดกล้าเอาเรื่องคุณชายท่านนี้ชุ่ยเอ๋อร์เข้ามากระซิบ

เด็กชายคนนี้คงถูกตามใจจนเคยตัว ส่วนอีกสองคนก็คงเป็นลูกไล่คอยทำตามคุณชายน้อยผู้นี้สั่ง

คุณชายน้อยเจ้ากลับไปเถิด สุภาพชนไม่ควรรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่าเฟิงชิงถิงเตือนอย่างสุภาพ แต่เด็กชายวัยหกขวบนั้นหาได้สนใจไม่

ข้าชอบเสียอย่าง มีอะไร ล่อแล่ ลี่เอ๋อร์เด็กหัวฟู เร็วพวกเจ้าคุณชายน้อยต้วนหันไปสั่งเด็กชายอีกสองคนให้ทำตาม เด็กชายสองคนนั้นเริ่มล้อเลียนลี่เอ๋อร์อีกครั้ง

เฟิงชิงถิงรู้ว่าสือซานเหลียงไม่ชอบเสียงดัง แต่ยามนี้ยังมีชายน่าสงสัยคนหนึ่งกำลังมองมานางจึงไม่กล้าให้สือซานเหลียงอยู่ห่างตัว

น่ารำคาญ!” ในที่สุดเสียงทุ้มก็ตวาดออกมา ไม่ผิดจากที่เฟิงชิงถิงคาดเดา

เด็กชายทั้งสามได้ยินสือซานเหลียงตวาดก็เงียบกริบอีกทั้งยังถอยห่างออกไปสองก้าวเพราะความหวาดกลัว

คุณชายขอรับบ่าวชายสองคนวิ่งตามเด็กชายเข้ามาด้วยท่าทีร้อนใจ

คุณชายน้อยต้วนเห็นเช่นนั้นก็เลิกหวาดกลัวสือซานเหลียง หันไปบอกเด็กชายทั้งสองว่า กลัวไปไย อย่าลืมว่าบ่าวของข้านั้นเก่งกาจเพียงไร

คุณชายน้อย ทางที่ดีท่านไปเสียดีกว่า อย่าทำให้คนผู้นี้โมโห ไม่เช่นนั้นท่านอาจจะบาดเจ็บได้เฟิงชิงถิงเตือนเด็กชายก่อนคิดจะพาสือซานเหลียงเข้าไปด้านใน

โมโหแล้วอย่างไร คิดว่าข้ากลัวหรือ

เฟิงชิงถิงไม่สนใจเด็กชายอีกต่อไป นางหันไปปลอบลี่เอ๋อร์ด้วยเสียงอันดัง ลี่เอ๋อร์ ไม่ร้อง จำเอาไว้ ยิ่งเจ้าร้องไห้แสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าเจ้าอ่อนแอเพียงใด คนผู้นั้นก็ยิ่งได้ใจ สิ่งที่เจ้าต้องทำคือเลิกสนใจพวกเขา แล้วเขาก็จะเลิกยุ่งกับเราเอง ไปเถิด ไปด้านในกัน

นางพาลี่เอ๋อร์และสือซานเหลียงไปที่ห้องอาหาร แต่คุณชายน้อยต้วนกลับไม่เลิกรา เขาวิ่งมาขวางพลางล้อเลียน เด็กขี้แย ลี่เอ๋อร์ขี้แย

เห็นคุณชายน้อยต้วนทำ เด็กอีกสองคนก็ทำตาม ทั้งสามล้อมหน้าล้อมหลังลี่เอ๋อร์ที่อยู่ข้างเฟิงชิงถิงอย่างไม่กลัวเกรง ขณะเฟิงชิงถิงคิดจะจับเด็กชายผู้มีนิสัยไม่น่ารักมาสั่งสอน สือซานเหลียงผู้มีความอดทนต่ำก็ตวาดขึ้นอีกครั้ง

น่ารำคาญ ไสหัวไป!” ครั้งนี้ใบหน้าของเขาดุดันมากขึ้น เด็กชายสองคนที่เห็นต่างดวงตาแดงก่ำ รีบถอยกรูดออกมาตัวสั่นน้อยๆ เพราะความหวาดกลัว

พวกเจ้าจะกลัวสิ่งใดคุณชายน้อยต้วนตวาดเด็กชายทั้งสอง ที่จริงแล้วใบหน้าดุดันของสือซานเหลียงก็แทบจะทำให้เขาร้องไห้หามารดาเช่นกัน แต่เขายังจำได้ว่ามีบ่าวอีกสองคน เพราะท่านพ่อกลัวเขาจะโดนลักพาตัวไปเรียกข้าไถ่ บ่าวทั้งสองจึงรูปร่างสูงใหญ่และเก่งกาจเรื่องการต่อสู้ แล้วเขาจะกลัวอะไร คิดดังนั้นก็ไม่ได้สนใจเสียงตวาดอันดุดันนั้น เริ่มต้นล้อลี่เอ๋อร์ใหม่

คุณชายต้วนเจ้าคะ อย่าหาเรื่องคุณหนูลี่เอ๋อร์อีกเลยเจ้าค่ะ หากทำให้คนผู้นี้โกรธเกรงว่าท่านจะเป็นอันตรายได้นะเจ้าคะ เขาสติไม่ดีควบคุมตัวเองไม่ได้เจ้าค่ะชุ่ยเอ๋อร์คิดจะช่วยแก้สถานการณ์แต่ดูเหมือนจะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เพราะเมื่อเด็กชายได้ยินว่าชายร่างสูงใหญ่หน้าตาน่ากลัวผู้นี้สติไม่ดีเขาก็เริ่มเปลี่ยนเป้าหมาย

สติไม่ดี ก็คนบ้านะสิ คนบ้า เจ้าคนบ้า สติไม่ดีคุณชายต้วนเปลี่ยนคนล้อเลียนเพราะต้องการให้เด็กชายอีกสองคนเห็นว่า เจ้าบ้าเสียสติผู้นี้ก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าใด

หยุดนะเฟิงชิงถิงห้ามเด็กชาย เพราะนางเกรงว่าสือซานเหลียงจะโมโหและทำร้ายเด็กชายผู้นี้ แต่ดูเหมือนจะไม่ทันแล้ว เพราะยามนี้ร่างสูงใหญ่เดินตรงเข้าไปหาเด็กน้อยด้วยใบหน้าดุดันแววตาเริ่มโหดเหี้ยมขึ้น

คุณชายระวังขอรับบ่าวชายสองคนเห็นท่าไม่ดีก็รีบมาขวางสือซานเหลียงเอาไว้ แต่สือซานเหลียงนั้นไม่ได้สนใจ เขาผลักบ่าวทั้งสองที่มาขวางด้วยมือเพียงข้างเดียว บ่าวทั้งสองก็กระเด็นไปติดกำแพงเรือนพักเสียแล้ว

อาเหลียง ไม่ได้นะ!

ยามนี้มีคนแปลกหน้าที่นางไม่รู้ว่าเขาคือผู้ใดยืนดูอยู่ นางจึงไม่กล้าผลีผลามนำยาในขวดกระเบื้องออกมาใช้ ทำได้แค่กอดร่างหนาเอาไว้จากด้านหลังเหมือนที่เคยห้ามเขาคราก่อน แต่ครั้งนี้เขาน่าจะโมโหมากเพราะเขาไม่ได้สนใจที่นางกอดร่างเขาไว้ ยังเดินตรงไปหาเด็กน้อยทั้งที่นางยังกอดเขาอยู่ ชุ่ยเอ๋อร์มาช่วยข้าหน่อย

เจ้าค่ะชุ่ยเอ๋อร์ ตอบเสียงสั่น นางเดินเข้ามาแต่ก็ไม่กล้าแตะต้องสือซานเหลียงแม้แต่น้อย

ข้าไม่กลัวเจ้าหรอก ก็แค่คนบ้าจะทำอะไรได้คุณชายน้อยต้วนบอกด้วยเสียงสั่น แต่ก็ยังไม่เลิกล้อเลียน เจ้าบ้า เจ้าบ้าๆ

หนีไปคุณชายน้อยเฟิงชิงถิงพยายามรั้งร่างของสือซานเหลียงเอาไว้แต่ก็ไม่เป็นผล

บ่าวชายทั้งสองกลับมาขวางสือซานเหลียงอีกครั้ง พวกเขาปล่อยหมัดเข้าใส่สือซานเหลียง แต่สือซานเหลียงหลบได้อย่างรวดเร็ว ถีบบ่าวทั้งสองจนลอยไปร่วงอยู่กับพื้นสลบเหมือดในทันที หลังจากนั้นก็ตรงไปหาเด็กชายที่ยืนตัวสั่นเทิ้มด้วยความตกใจ ไอสังหารแผ่ออกมาอย่างรุนแรง

จากที่กอดเขาไว้จากด้านหลัง เฟิงชิงถิงจึงเปลี่ยนมาขวางเขาเอาไว้

ไม่ได้นะอาเหลียง

อารมณ์ที่เดือดดาลทำให้เขาปัดร่างบางออกไปให้พ้นทาง แรงปัดของเขาทำให้ร่างด้านข้างของนางชนกำแพงอย่างแรง แต่เมื่อเห็นว่ายามนี้สือซานเหลียงกำลังจะทำร้ายคุณชายน้อยผู้นั้น นางก็ขบริมฝีปากข่มความเจ็บปวดตามร่างกายพยายามเข้าไปห้ามเขาอีกครั้ง

สือซานเหลียงแรงมากเพียงใด นางรู้ดี แค่ลงมือครั้งเดียวเด็กคนนี้อาจจะตายได้ นางเห็นมือใหญ่เงื้อขึ้นกลางอากาศก่อนจะพุ่งเป้าไปที่ร่างเล็ก ร่างบางจึงถลาไปที่ร่างเด็กชายกอดร่างป้อมไว้พร้อมกับหลับตาแน่นเพื่อเตรียมใจรับความเจ็บปวดที่กำลังจะโถมเข้ามา ไม่ทันที่นางจะได้หายใจเข้าด้วยซ้ำ ร่างของนางก็สั่นสะเทือนอย่างแรงคล้ายถูกก้อนหินก้อนใหญ่พุ่งเข้ามาชน แต่นางรู้ว่าสิ่งที่พุ่งเข้าชนหัวไหล่นั้นไม่ใช่ก้อนหินแต่เป็นฝ่ามือของสือซานเหลียงนั่นเอง

แค่ถูกมือหนาฟาดมาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ร่างบางก็รวดร้าวไปทั้งร่างพร้อมกับความเจ็บปวดที่ถาโถมรุนแรง ของเหลวบางบางอย่างทะลักออกมาจากหลอดอาหารขึ้นมาที่ลำคอ ก่อนจะพุ่งออกปากเป็นสีแดงสด สิ่งนั้นคือเลือดนั่นเอง นางกระอักเลือดเพียงแค่ถูกสือซานเหลียงฟาดหัวไหล่แค่คราเดียว

แม้ยามนี้สติของนางเลือนรางเต็มที แต่ก็พยายามดึงเอาไว้ ข่มความเจ็บปวดคลายอ้อมกอดจากเด็กชายก่อนจะบอกกับเขา หนีไป

เด็กชายเห็นเลือดที่กบปากและใบหน้าหวานที่นิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ก็ทะลักออกมาพร้อมกับพยักหน้ารัวเร็ว แต่ยังไม่ทันที่เด็กชายจะได้ขยับไปไหนร่างเล็กก็ถูกหิ้วขึ้นมาด้วยฝีมือของสือซานเหลียง

เฟิงชิงถิงคิดว่าสือซานเหลียงจะทำร้ายเด็กน้อย นางจึงขืนร่างที่รวดร้าวไปทั้งตัวยื่นแขนที่สั่นระริกจับแขนแข็งแรงไว้ กำลังจะบอกเขาว่าอย่าทำร้ายเด็ก สือซานเหลียงก็โยนร่างเล็กออกไป แล้วรีบจับร่างบางของนางหันมาหาเขา

ดวงตาคู่ดุดันมองเลือดที่ไหลออกจากปากเล็กและใบหน้าหวานที่ขาวซีด ดวงตาของเขาเบิกกว้าง มือหนาปาดริมฝีปากที่ถูกโลหิตฉาบเอาไว้ แต่เมื่อเห็นว่าปาดไปแล้วของเหลวสีแดงฉานก็ไหลออกมาอีกเขาก็ใช้มืออันใหญ่โตที่เริ่มสั่นเทาปาดที่ริมฝีปากที่ซีดอย่างเบามือลง ทำแบบนั้นอยู่สองรอบเลือดก็ยังไหลออกมาไม่หยุด มือใหญ่ก็ยิ่งลนลานจับร่างเล็กไปทั่ว ก่อนจะรวบร่างบางมากอดพร้อมกับคำรามเสียงดังคล้ายกับสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง

หมั่นโถว หมั่นโถว!”

เด็กชายที่ถูกโยนออกมาไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก พอลุกขึ้นได้ก็ร้องไห้เสียงดัง รีรออยู่ไม่นานเพราะทำอะไรไม่ถูก เมื่อตั้งสติได้เขาก็วิ่งออกไปทันที ทิ้งบ่าวที่นอนสลบเอาไว้อย่างไม่สนใจ

แม่นางเลี่ยงชุ่ยเอ๋อร์เห็นเลือดที่ออกจากปากเฟิงชิงถิงก็คิดจะเข้าไปช่วย แต่กลายเป็นว่าสือซานเหลียงหันขวับตวัดสายตามองชุ่ยเอ๋อร์ด้วยแววตาโหดเหี้ยมพร้อมกับกอดร่างบางเอาไว้แน่น ท่าทางดุดันน่ากลัวนั้นทำเอาชุ่ยเอ๋อร์ไม่กล้าก้าวเข้าไปใกล้แม้แต่ก้าวเดียว

เพราะถูกสือซานเหลียงกอดร่างแรง เฟิงชิงถิงจึงกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง นางบอกเขาด้วยเรี่ยวแรงครั้งสุดท้ายว่า อาเหลียงอย่ากอดแรงข้าเจ็บ

แล้วทุกอย่างก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ สติอันเลือนรางบอกว่านางคงฝืนต่อไปไม่ไหว สุดท้ายความมืดก็เข้ามาแทนที่พร้อมกับสติที่ดับวูบลงไป

ร่างใหญ่ที่มองร่างบางในอ้อมกอด เมื่อเห็นว่าเปลือกตาของนางปิดสนิท ดวงตาคู่คมเข้มก็เบิกกว้างมากขึ้น สีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก คล้ายกับเด็กที่กำลังหลงทาง เขากอดร่างบางแน่นอย่างหวงแหนก่อนจะแหงนหน้ามองฟ้า คำรามเสียงดังคล้ายกับสัตว์ป่าที่เจ็บหนักก็ไม่ปาน

อ๊ากกกก

 

"หมั่นโถว..."

เสียงที่ดังซ้ำๆ อยู่ไม่ไกลปลุกสติให้เฟิงชิงถิงฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เสียงทุ้มนั้นฟังดูแหบพร่าและเหนื่อยล้าอย่างไม่เคยได้ยินมาก่อน  เมื่อลืมตาขึ้นมาก็มีแค่ความมืดที่รายล้อม

หมั่นโถวเสียงทุ้มเอ่ยอีกครั้งพร้อมกับร่างของนางที่ถูกกระชับแรง

แรงกระชับของอ้อมแขนนั้นทำให้นางรู้ว่ายามนี้ร่างของนางนั่งอยู่บนตักของร่างใหญ่ สองแขนแข็งแรงยังกอดนางไม่คลาย นางนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดเงยหน้ามองผ่านความมืดจึงเห็นว่าเป็นผู้ใด

สือซานเหลียงนางเอ่ยออกมาด้วยความอ่อนล้า แม้จะตกใจที่รู้ว่าตนเองอยู่ในสภาพเช่นนี้ แต่ยามนี้นางก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะเพียงแค่ขยับกายเล็กน้อยความเจ็บระบมก็แล่นปราดไปทั่วร่างพร้อมกับอาการเจ็บร้าวที่หัวไหล่

นางสำรวจรอบด้านจึงรู้ว่ายามนี้นางกลับมาอยู่ในห้องพักอันมืดสนิท ยามนี้ค่ำแล้วแต่ในห้องกลับไม่ได้จุดตะเกียงหรือเทียนไขแม้สักดวง นางพยายามแหงนหน้าขึ้นเพ่งมองจึงเห็นว่าสือซานเหลียงที่นั่งกอดร่างนางอยู่นั้นกำลังพิงหัวเตียงอยู่ ดวงตาของเขาจ้องนิ่งมาที่นางด้วยแววตาที่นางไม่เข้าใจ แต่นางกลับรู้สึกว่ายามนี้เขากำลังสำนึกผิด

ข้าไม่เป็นอะไร สือซานเหลียงปล่อยข้าลงนางบอกเสียงเบาเพราะยังเจ็บไปทั่วร่าง

แม่นางเลี่ยง ท่านฟื้นแล้วหรือเจ้าคะเสียงชุ่ยเอ๋อร์ดังอยู่หน้าห้องพร้อมกับแสงตะเกียงที่สว่างวาบ

ชุ่ยเอ๋อร์หรือนางพยายามแค้นเสียงให้ดังขึ้น แต่ก็ดังได้ไม่มากเพราะเพียงแค่การพูดเสียงดังก็สามารถกระทบกระเทือนอาการบาดเจ็บของนางได้แล้ว

เจ้าค่ะเสียงตอบกลับมาอย่างดีใจก่อนจะรีบเอ่ยต่อ แม่นางเลี่ยง ชุ่ยเอ๋อร์เข้าไปได้หรือไม่เจ้าค่ะ

รอสักครู่เฟิงชิงถิงขยับร่างอันเจ็บแปลบ เงยหน้ามองสือซานเหลียงที่ยังไม่คลายอ้อมกอดออก

สือซานเหลียงปล่อยข้าลง ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว

หมั่นโถวดวงตาดุร้ายมีประกายจ้ายอมปล่อยนางลงจากร่างด้วยท่าทางอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

แม้สือซานเหลียงจะวางร่างของนางลงบนเตียงด้วยความระมัดระวังเพียงใด ใบหน้าอันซีดขาวก็ต้องนิ่วหน้าเพราะความเจ็บร้าวที่เลี่ยงไม่ได้อยู่ดี นางพยายามขยับกายให้น้อยที่สุด แต่ถึงกระนั้นความเจ็บปวดก็ยังถาโถมเข้ามาจนหน้าผากมนเต็มไปด้วยเหงื่อชื้น

แม่นางเลี่ยงชุ่ยเอ๋อร์ถือตะเกียงเปิดประตูโผล่หน้าเข้ามามอง เห็นเฟิงชิงถิงกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงหลังเดียวกับสือซานเหลียงก็เอ่ยถาม หากข้าเข้าไปแล้วท่านเหลียงจะไม่ทำอะไรข้า ใช่หรือไม่เจ้าคะ

หมายความว่าอย่างไรเฟิงชิงถิงไม่เข้าใจที่ชุ่ยเอ๋อร์เอ่ย

ชุ่ยเอ๋อร์มองสือซานเหลียงที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงท่าเดิมด้วยแววตาหวาดๆ ตอนที่แม่นางเลี่ยงได้รับบาดเจ็บจนสลบไป ฮูหยินรู้เรื่องก็ให้ตามหมอมา แต่ไม่มีใครเข้าใกล้แม่นางเลี่ยงได้เจ้าค่ะ ท่านเหลียงเอาแต่กอดแม่นางเลี่ยงเอาไว้ตลอด ทำท่าจะทำร้ายทุกคนที่เข้าใกล้เขาและแม่นาง แล้วเขาก็พาแม่นางเลี่ยงมาที่ห้องนี้ไม่ยอมให้ผู้ใดเข้ามาเจ้าค่ะ นี่ข้าก็รออยู่ด้านนอกตลอดเพื่อรอฟังว่าเมื่อใดแม่นางเลี่ยงจะฟื้นขึ้นมา

เฟิงชิงถิงนิ่วหน้า ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด แต่เป็นเพราะนางรู้สึกว่าที่สิ่งที่นางพยายามทำเมื่อครู่นี้ไม่ได้ช่วยให้นางดูดีขึ้นแม้แต่น้อย นางอุตส่าห์ข่มความเจ็บเพื่อไม่ให้ชุ่ยเอ๋อร์เห็นว่านางถูกสือซานเหลียงกอด แต่กลายเป็นว่าทุกคนต่างเห็นนางถูกเขากอดหมดแล้ว อีกทั้งเขากอดนางนาน...นานเท่าใดกัน

"ข้าสลบไปนานหรือไม่"

"สองชั่วยามเจ้าค่ะ ท่านเหลียงกอดแม่นางเลี่ยงไม่ยอมปล่อยสองชั่วยามกว่าๆ เจ้าค่ะ"

สองชั่วยามกว่าๆ...

หมดกัน...ชื่อเสียงของนาง... นางอยากจะยกมือกุมขมับ แต่ยามนี้แค่ขยับก็เจ็บไปหมดทั้งตัวจึงเลิกคิดที่จะขยับกาย

นางหันไปมองสือซานเหลียงที่ยามนี้ก็ยังไม่ละสายตาไปไหน แววตาที่มองมานั้นเต็มด้วยความรู้สึกหลากหลายจนนางเดาไม่ออก แต่ที่ชัดเจนที่สุดคือแววตาที่บอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจทำร้ายนาง  “อาเหลียงกอดข้าไว้เพื่ออะไรกัน

"หมั่นโถว" แม้ไม่ได้รับคำตอบที่ตรงคำถาม แต่เขาก็ยังมองนางอยู่ อีกทั้งนางเพิ่งเห็นว่ามือข้างหนึ่งของเขากำชายกระโปรงนางเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เห็นท่าทางรู้สึกผิดของเขาเช่นนี้แล้วหัวใจนางก็ปวดแปลบขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ เอ่ยกับเขาทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาเข้าใจหรือไม่ ว่านางไม่เป็นอะไรเดี๋ยวก็หายดี เอาเถิดถูกเขากอดต่อหน้าผู้อื่นก็ไม่เป็นไรเช่นกัน 

หมอกลับไปแล้ว เดี๋ยวชุ่ยเอ๋อร์ไปตามหมอมาใหม่นะเจ้าคะเห็นเจ้าของร่างใหญ่ที่นั่งอยู่บนเตียงดูไม่ได้ดุร้ายเหมือนเมื่อครู่ ชุ่ยเอ๋อร์จึงเดินเข้ามาจุดเทียนเพื่อให้ห้องสว่างขึ้น

ไม่ต้อง ข้าไม่เป็นอะไรมากเฟิงชิงถิงเอ่ยพร้อมตรวจอาการของตนเอง ร่างที่ชนกำแพงไปครึ่งแถบยังมีหัวไหล่ด้านหลังที่ถูกสือซานเหลียงฟาดมือใส่ ผลคือ เลือดคั่ง ช้ำใน  กระดูกร้าวโชคดีที่ไม่หัก และไม่มีอวัยวะภายในที่ฉีกขาด แต่คงต้องพักนานหน่อยเพราะแรงของสือซานเหลียงนั้นไม่น้อยเลย

แค่นางขยับกายจะหยิบห่อสัมภาระของตนเองนางก็นิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด จนต้องเรียกให้ชุ่ยเอ๋อร์หยิบมาให้นางแทน

ยากินนั้นไม่เท่าใดนักเพราะเฟิงชิงถิงกินเองได้ แต่ยาทานางต้องให้ชุ่ยเอ๋อร์ช่วย นางไม่กังวลเรื่องสือซานเหลียงเท่าใดนัก เพราะยามที่นางอาบน้ำนางก็ให้สือซานเหลียงหันหลัง เขาก็หันหลังนั่งเหม่อไม่ได้สนใจนาง ครั้งนี้นางจึงทำเช่นเดิม

สือซานเหลียง ท่านช่วยหันหลังไปก่อนได้หรือไม่สือซานเหลียงไม่ได้ขยับกาย นางจึงเอ่ยอีกครั้ง หันหลังกลับไปก่อนเขาหันหลังให้นางแต่ไม่คลายมือจากกระโปรงของนาง ทำให้นางต้องเอ่ยกับเขาอีกครั้ง คลายมือจากกระโปรงข้าก่อน

เขาหันมามองนางอยู่นานแต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยมือ นางจึงให้ชุ่ยเอ๋อร์พยุงตนเองไปนั่งที่กลางห้อง คลายสาบเสื้อ เพื่อให้ชุ่ยเอ๋อร์ทายาที่หลังให้นาง

แม่นางเลี่ยง เป็นรอยฝ่ามือเลยเจ้าค่ะ

เฟิงชิงถิงส่งเสียงอืมไปคราหนึ่ง โชคดีที่สือซานเหลียงไม่ได้ใช้กำลังภายใน หากเขาใช้กำลังภายในนางคงจะได้ไปทักทายกับท่านปู่แล้ว

หลังจากที่ข้าสลบไป เกิดอะไรขึ้นอีกบ้าง คนงานร้านผ้าเล่า เขาหวาดกลัวหรือไม่เฟิงชิงถิงแกล้งถามถึงคนงานร้านผ้า ที่จริงนางต้องการรู้ว่าชายที่มีรอยบากใต้ตานั้นใช่คนงานร้านผ้าจริงหรือไม่

พวกเขาก็ตกใจเจ้าค่ะ แต่ก็กลับไปทำงานของเขาตามปกติ แต่ว่านายท่านต้วนนะสิเจ้าค่ะ มาโวยวายกับฮูหยินเรื่องลูกชายของเขาถูกทำร้าย บอกว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเจ้าค่ะ ทั้งที่ไม่มีผู้ใดเป็นอะไรแท้ๆ คนของเขาก็แค่บาดเจ็บเล็กน้อย คุณชายต้วนผู้นั้นก็แค่มีแผลถลอก แต่คนที่เจ็บหนักคือแม่นางเลี่ยงต่างหากชุ่ยเอ๋อร์เล่าไปมือก็ทายาไปด้วย

ข้าทำให้ฮูหยินของเจ้าลำบากเสียแล้วเฟิงชิงถิงรู้สึกผิดต่อซย่าเจี่ยลุ่ย ส่วนคนร้านผ้านั้นนางอาจจะคิดมากไปเอง

เรื่องนี้ฮูหยินสั่งข้าให้บอกแม่นางเลี่ยงว่าไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ ทุกคนเป็นพยานได้ว่าคุณชายน้อยต้วนนั้นหาเรื่องคุณหนูของเราก่อน อีกทั้งยังหาเรื่องท่านเหลียงด้วย ฮูหยินบอกว่าอย่างมากก็เลิกติดต่อการค้ากับคนแซ่ต้วน เพราะเขาเองก็ชอบกดราคาผ้าปักของพวกเรา

ฝากขอบคุณฮูหยินของเจ้าด้วยเฟิงชิงถิงเอ่ยอย่างซาบซึ้งใจ

ทายาเสร็จแล้วเจ้าค่ะชุ่ยเอ๋อร์บอก

ขอบใจเจ้ามากเฟิงชิงถิงคิดจะรวบสาบเสื้อกลับเข้าไป แต่สาบเสื้อกลับถูกรั้งเอาไว้ นางคิดว่าเป็นชุ่ยเอ๋อร์ที่ไม่ยอมให้นางรวบสาบเสื้อกลับ แต่กลายเป็นชุ่ยเอ๋อร์ที่เอ่ยอย่างหวาดกลัวปนร้อนรน

ท่านเหลียงทำเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ

เฟิงชิงถิงได้ยินก็เหลียวหลังไปมอง แต่หันไปได้เล็กน้อยนางก็แทบหมดแรงเพราะอาการบาดเจ็บทำให้นางเหลียวหลังไม่ได้ แต่จากหางตานางเห็นว่าสือซานเหลียงกำลังจับสาบเสื้อของนางพร้อมกับก้มมองหัวไหล่ข้างที่บาดเจ็บ

อาเหลียงปล่อยมือเถิดเฟิงชิงถิงเอ่ยอย่างอ่อนแรง แต่เขาไม่ปล่อย

สือซานเหลียงมองรอยแดงช้ำที่กำลังจะเป็นสีม่วงด้วยดวงตาที่แดงก่ำ รอยฝ่ามือตัดกับผิวขาวอย่างชัดเจน เขามองเหม่อนิ่งอยู่นานโดยไม่ทำสิ่งใด

เฟิงชิงถิงเห็นเขาไม่ยอมปล่อยมืออีกทั้งยังมองแผ่นหลังของนางไม่เลิก จึงคิดว่าเขาคงต้องการเห็นว่านางบาดเจ็บเพียงใด และตอนนี้เขาคงจะเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป แม้ใบหน้าจะร้อนผ่าวเพราะถูกบุรุษมองแผ่นหลังเปลือยเปล่า แต่นางก็รู้ว่าสือซานเหลียงนั้นไม่ได้คิดอกุศล นางจึงเอ่ยปลอบเขาด้วยเสียงอ่อนโยน

ข้าไม่เป็นอะไร ท่านไม่ต้องห่วง

หลังจากเอ่ยสาบเสื้อที่ถูกรั้งไว้จึงค่อยกลับเป็นอิสระอีกครั้ง

หลังจากจัดการกับเรื่องบาดแผลเสร็จ ชุ่ยเอ๋อร์ก็ถามว่าจะให้ยกของว่างหรืออาหารมาให้หรือไม่ เพราะทั้งเฟิงชิงถิงและสือซานเหลียงต่างไม่ได้กินอาหารเย็นกันทั้งคู่

เมื่อเฟิงชิงถิงรู้ว่าสือซานเหลียงไม่ได้กินข้าวเย็นนางก็มองเขาแต่ไร้คำพูด

คืนนั้นเฟิงชิงถิงแทบจะไม่ได้หลับ เพราะนางระบมตามร่างกายและเจ็บที่หัวไหล่ตลอดเวลา สือซานเหลียงนั้นก็ไม่ได้ต่างไปจากนางนัก เพราะเขานั่งอยู่บนเตียงเดียวกับนางมองนางตลอดเวลาโดยไม่หลับเช่นกัน แม้นางจะบอกเขาว่านางไม่เป็นอะไรให้เขาหลับไป แต่ก็คล้ายว่าเขาไม่รับรู้เอาแต่มองหน้านางตลอดจนนางเหนื่อยจะบอก เพราะแค่อาการช้ำต่างๆ ก็ทรมานมากแล้ว จนใกล้รุ่งสางเฟิงชิงถิงก็ผล็อยหลับไปในที่สุด

เฟิงชิงถิงไม่ได้รู้ตัวว่าแม้นางจะหลับลงไปแล้วแต่นางก็ยังครางออกมาด้วยความทรมาน ร่างใหญ่ที่นั่งนิ่งมองนางเริ่มขยับเข้ามาใกล้ขึ้นและใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ขยับมานอนอยู่ข้างกายหญิงสาว มือหนายื่นออกไปคิดจะไปลูบคิ้วเรียวที่ขมวดมุ่นให้คลายออก แต่เมื่อจ่อเกือบถึงหัวคิ้ว มือนั้นก็หยุดชะงัก ก่อนจะหดกลับมา แล้วไม่ขยับเข้ามาใกล้อีกเลย

วันต่อมาเฟิงชิงถิงก็มีอาการไข้ขึ้น โชคดีที่นางพอจะรู้สภาพร่างกายของตนเองอยู่บ้างจึงสั่งชุ่ยเอ๋อร์ให้ต้มยาเตรียมไว้ให้

ขณะที่เฟิงชิงถิงหลับอยู่ เสียงของชุ่ยเอ๋อร์และซินฝูเอ่ยด้วยความร้อนใจปลุกให้นางตื่นขึ้นมา

ท่านเหลียง ไม่ได้นะเจ้าคะ แม่นางเลี่ยงไม่สบายต้องดื่มยานะเจ้าคะ ยาชามนี้ก็เป็นแม่นางเลี่ยงก็สั่งให้ข้าต้มให้เอง

ท่านเหลียงเจ้าคะ ให้ชุ่ยเอ๋อร์ป้อนยาแม่นางเลี่ยงเถิดเจ้าค่ะ

เสียงคำรามอย่างไม่พอใจ ทำให้เฟิงชิงถิงต้องพยายามลืมตาอันหนักอึ้งขึ้นมา สือซานเหลียง

แค่เสียงแผ่วเบาก็ทำให้สือซานเหลียงหันกลับมาสนใจนางได้อย่างง่ายดาย เขาเดินกลับมาที่เตียงนอนพร้อมกับเรียกนาง หมั่นโถว

ชุ่ยเอ๋อร์เมื่อชุ่ยเอ๋อร์ได้ยินเฟิงชิงถิงเรียกนางก็รีบเข้ามาในห้องทันที

แม่นางเลี่ยง ดีเหลือเกินที่ท่านตื่นขึ้นมา ท่านเหลียงไม่ยอมให้ใครเข้ามาในห้องนี้เลยเจ้าค่ะชุ่ยเอ๋อร์บอก ตาก็ยังคอยมองสือซานเหลียงด้วยความระแวง กลัวสือซานเหลียงจะทำร้าย แต่เห็นเขาเอาแต่ยืนมองแม่นางเลี่ยงชุ่ยเอ๋อร์จึงคลายความหวาดระแวงลงไปได้บ้าง

มาเจ้าค่ะ ดื่มยาเจ้าค่ะซิงฝูรีบเข้ามาประคองเฟิงชิงถิงให้ลุกขึ้นนั่ง รับชามยามาจากชุ่ยเอ๋อร์และป้อนให้เฟิงชิงถิงดื่มอย่างเอาใจใส่

สือซานเหลียงมองดูสองสาวใช้ปรนนิบัติเฟิงชิงถิงด้วยแววตาดุดันแต่เขาก็ไม่ขัดขวาง

พิษไข้ทำให้ร่างกายของเฟิงชิงถิงมีเหงื่อออกมาก อีกทั้งชุดของนางยังมีคราบเลือดติดอยู่ด้วย นางอยากเช็ดตัวแต่ทำเองไม่ไหว สือซานเหลียงเองก็ไม่ยอมออกจากห้องไปที่ใดด้วย นางจึงให้ซินฝูและชุ่ยเอ๋อร์ยกฉากกั้นมาบังเตียงเอาไว้ ให้ชุ่ยเอ๋อร์ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าและเช็ดตัวให้ ส่วนสือซานเหลียงนั้นที่เสื้อของเขาก็มีคราบเลือด แต่นางบอกอย่างไรเขาก็ไม่ถอดออก จะให้ผู้อื่นถอดให้เขาก็คงไม่ยอม ดังนั้นเฟิงชิงถิงจึงคิดว่ารอให้นางหายดีก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนเสื้อให้เขา

ให้ยกอาหารมาให้เลยดีหรือไม่เจ้าคะชุ่ยเอ๋อร์ถามหลังจากที่เช็ดตัวและเปลี่ยนชุดใหม่ให้เฟิงชิงถิงเสร็จ

ใบหน้าหวานที่ซีดขาวส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง ข้าไม่หิว แต่รบกวนพวกเจ้าช่วยยกอาหารของอาเหลียงมาในห้องได้หรือไม่

เจ้าค่ะสาวใช้ต่างวัยรับคำ

ไม่นานอาหารของสือซานเหลียงก็จัดวางอยู่เต็มโต๊ะ หลังจากที่สาวใช้ทั้งสองออกไปแล้วเฟิงชิงถิงก็เอ่ยกับสือซานเหลียงด้วยดวงตาปรือปรอยจากพิษไข้

ท่านกินเสีย ไม่ต้องห่วงข้าเอ่ยแล้วนางก็ขยับตัวลงนอนอีกครั้ง ไม่นานก็หลับไป

สือซานเหลียงมองอาหารบนโต๊ะครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินกลับไปที่เตียงขยับร่างขึ้นไปนอนอยู่ข้างร่างบาง มองนางหลับโดยไม่สนใจอาหารบนโต๊ะแม้แต่น้อย

เฟิงชิงถิงนอนพักไปนานเท่าใดก็หารู้ไม่ นางตื่นขึ้นมาอีกคราเพราะเสียงแอะอะโวยวายที่หน้าเรือนพัก อาการไข้ของนางเหมือนจะดีขึ้นบ้าง เมื่อนางลืมตาขึ้นมาก็เห็นสือซานเหลียงนอนลืมตามองนางอยู่ เฟิงชิงถิงไม่มีแรงต่อว่าเขา ไม่มีแม้แต่แรงจะขยับลุกหนี อีกทั้งเห็นแววตาที่เป็นประกายด้วยความยินดีที่เห็นนางลืมตาขึ้นมา เฟิงชิงถิงก็เอ่ยปากห้ามปรามไม่ลง

หมั่นโถวเสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยทักทายนาง

นางยิ้มให้เขาอย่างอ่อนแรง ชุ่ยเอ๋อร์ที่อยู่ด้านนอกได้ยินเสียงสือซานเหลียงจึงเอ่ยถามเช่นกัน แม่นางเลี่ยงตื่นแล้วหรือเจ้าค่ะเพราะตอนเช้าก่อนชุ่ยเอ๋อร์กับซินฝูจะออกจากห้องไป พวกนางบอกว่าจะคอยผลัดกันเฝ้าอยู่หน้าประตู หากเฟิงชิงถิงตื่นเมื่อใดจะได้เรียกใช้ได้ตลอดเวลา

เฟิงชิงถิงคิดถึงเมื่อวานที่นางถูกสือซานเหลียงกอดตลอดเวลาต่อหน้าผู้อื่น นางก็คงไม่มีหน้าเหลือไปพบผู้ใดแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นให้ชุ่ยเอ๋อร์มาเห็นว่านางและสือซานเหลียงนอนอยู่บนเตียงไม่ยอมลุกก็คงไม่เหมาะ ส่วนนางเองนั้น ลุกไม่ไหว

ชุ่ยเอ๋อร์ ด้านนอกมีสิ่งใดเกิดขึ้นเฟิงชิงถิงถามด้วยเสียงที่ไม่ดังนัก แต่ชุ่ยเอ๋อร์ที่เงี่ยหูฟังอย่างดีก็ได้ยิน

นายท่านต้วนผู้นั้นมาอีกแล้วเจ้าค่ะ วันนี้ขู่ว่าถ้าไม่นำตัวท่านเหลียงออกไปจะให้มือปราบมาจับตัวไปเจ้าค่ะ แต่แม่นางเลี่ยงไม่ต้องกังวลนะเจ้าคะ ฮูหยินอยู่ด้านนอกรับมือได้เจ้าค่ะ พยานก็ยืนยันว่าคุณชายน้อยต้วนหาเรื่องก่อน หากเรื่องถึงมือปราบคนที่ผิดก็ต้องเป็นคุณชายน้อยต้วนผู้นั้นเจ้าค่ะ

เฟิงชิงถิงถอนหายใจ ไม่คิดว่านางจะนำความวุ่นวายมาให้ผู้อื่นเช่นนี้ เสียงด้านนอกเงียบไปแล้ว ไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งเดินมาทางห้องของนาง

ฮูหยินเสียงชุ่ยเอ๋อร์เอ่ยอยู่ด้านนอก

แม่นางเลี่ยงตื่นหรือยังเป็นซย่าเจี่ยลุ่ยที่มาเยี่ยมเฟิงชิงถิงนั่นเอง

ตื่นแล้วเจ้าค่ะ

ได้ยินว่าเป็นซย่าเจี่ยลุ่ย เฟิงชิงถิงจึงรวบรวมแรงขยับร่างลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง สือซานเหลียงที่เห็นนางลุกขึ้นนั่งเขาจึงลุกขึ้นนั่งเช่นกัน

แม่นางเลี่ยง ข้าเองเจี่ยลุ่ย

เชิญฮูหยินเจ้าค่ะนางเอ่ยเสียงแหบแห้ง

ซย่าเจี่ยลุ่ยเข้ามาพร้อมกับลี่เอ๋อร์ ตรงมาที่เตียงใหญ่

แม่นางเลี่ยงเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เห็นคนบอกว่าเจ้าไม่กินอาหาร ข้าเลยให้คนต้มน้ำแกงเตรียมไว้ให้เจ้า” 

ฮูหยิน เป็นข้าที่นำความเดือดร้อนมาให้พวกท่าน ต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะเฟิงชิงถิงก้มหน้าในเชิงขออภัยเพราะนางลุกไม่ไหว

ซย่าเจียลุ่ยก็คิดจะเข้าไปห้ามไม่ให้เฟิงชิงถิงขยับตัวมาก แต่ก็ชะงักอยู่กับที่เพราะเห็นว่าสือซานเหลียงยังคงนั่งอยู่บนเตียงไม่ห่างเฟิงชิงถิงเท่าใดนัก

เกี่ยวกับแม่นางเลี่ยงที่ใดกันเล่า ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะลี่เอ๋อร์ที่วิ่งไปหาเจ้า และหากไม่ใช่คุณชายน้อยต้วนผู้นั้นไปล้อเลียนท่านเหลียง แม่นางเลี่ยงก็คงไม่เป็นเช่นนี้

ข้าขอโทษเจ้าค่ะท่านน้าลี่เอ๋อร์บอกด้วยเสียงสั่นเครือ

ไม่มีใครเป็นอะไรก็ดีแล้วเฟิงชิงถิงคลี่ยิ้มให้เด็กน้อย

คุยได้อีกคำสองคำ ซย่าเจี่ยลุ่ยก็ให้คนนำอาหารบนโต๊ะไปเปลี่ยนและนำน้ำแกงมาให้เฟิงชิงถิง

ดูสิ อาหารบนโต๊ะไม่ได้พร่องไปเลย ท่านเหลียงคงห่วงแม่นางเลี่ยงจนไม่ได้กินสิ่งใดเลยเป็นแน่ แม่นางเลี่ยงดื่มน้ำแกงเสียหน่อย ท่านเหลียงจะได้สบายใจยอมกินอาหารตั้งแต่รู้ว่าเฟิงชิงถิงบาดเจ็บเพราะลี่เอ๋อร์ของนางเป็นต้นเหตุ ท่าทีของซย่าเจี่ยลุ่ยก็ยิ่งเกรงใจและเป็นมิตรกับเฟิงชิงถิงมากขึ้น

เฟิงชิงถิงมองดูอาหารเช้าที่ยกออกไป นางเองก็เพิ่งรู้ว่าสือซานเหลียงไม่ได้กินอาหารเช้า เขาอดอาหารเพื่อสิ่งใดกัน เมื่ออาหารชุดใหม่ถูกยกเข้ามาเฟิงชิงถิงจึงบอกให้สือซานเหลียงกินอาหาร เขาไปนั่งที่โต๊ะกลางห้องแต่ก็ยังไม่แตะอาหารเอาแต่มองนาง จนซย่าเจี่ยลุ่ยนำน้ำแกงมาป้อนให้เฟิงชิงถิงจนหมด สือซานเหลียงจึงยอมลงมือกินอาหาร

แม้ท่านเหลียงจะสติไม่ดี แต่เขาก็ห่วงแม่นางเลี่ยงมากเลยซย่าเจี่ยลุ่ยบอกพลางมองสือซานเหลียงที่ยามนี้ตั้งหน้าตั้งตากินอาหารอย่าดุเดือด เมื่อวานตอนข้ามาก็เห็นเขาคลุ้มคลั่งยิ่งกว่าคนบ้า คงจะรู้สึกผิดและตกใจมากที่พลั้งมือทำร้ายเจ้า

เฟิงชิงถิงรับคำคิดในใจว่า เขาอาจจะกลัวไม่มีผู้ใดหาอาหารให้เขากินก็ได้ แต่เมื่อนึกถึงแววตาตกใจสุดขีดที่เขามองนางหลังจากที่เขาทำนางบาดเจ็บ อีกทั้งการกระทำที่ผ่านมาในช่วงนี้ เฟิงชิงถิงเองก็คิดเช่นกันว่าเขาคงจะรู้สึกผิดไม่น้อยและดีใจที่เห็นนางฟื้น เช่นนั้นแปลว่านางก็มีความสำคัญต่อเขามากกว่าการเป็นคนคอยหาอาหารให้ใช่หรือไม่

หลังจากมองดูเฟิงชิงถิงดื่มยาจนหมด ซย่าเจี่ยลุ่ยและลี่เอ๋อร์ก็ขอตัวกลับไป เพื่อให้เฟิงชิงถิงได้พักผ่อน แต่บอกว่าตอนเย็นจะมาเยี่ยมอีกครั้ง

เย็นนั้นก็ไม่ต่างกัน หลังจากซย่าเจี่ยลุ่ยป้อนน้ำแกงให้เฟิงชิงถิงจนหมด สือซานเหลียงจึงยอมกินอาหารของตน ส่วนคืนนั้นเขาก็กลับขึ้นมานอนบนเตียงข้างนางเช่นเดิม

--------------------------------------------


------

โปรดติดตามตอนต่อไป...

ขอต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความเวิ่นเว้อของเราค่ะ 

....Welcome to my WorlD...


https://web.facebook.com/Writer.SummerNight/


กดแฟนเพจตรงนี้จ้า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.3K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,452 ความคิดเห็น

  1. #2219 pumpkinkuk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 21:10
    เอ ตอนนี้เนื้อหาซ้ำกับตอนที่แล้วไหมคะ หรือแอพเรารวนน้อ
    #2,219
    1
    • #2219-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 13)
      17 กันยายน 2562 / 21:34
      เดียวเช็คดูให้นะคะ
      #2219-1
  2. #1445 นักอ่านสุดขี้เกียจ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 00:13
    สงสารพระเอก เข้าใจความรู้สึกเลย คงจะรู้สึกผิดมาก
    #1,445
    1
    • #1445-1 (จากตอนที่ 13)
      20 มิถุนายน 2562 / 23:03
      เยี่ยงนั้นแหละจ้า
      #1445-1
  3. #338 Crc Nttyyy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 16:52
    ตัวคะะ คำว่าซุปมันมาจากภาษาอังกฤษง่า ในที่นี้ควรใช้น้ำแกงดีกว่านะคะ //สนุกมากๆเลยย พี่เค้าเป็นห่วงด้วยแหละ แงน่ารักก
    #338
    1
    • #338-1 (จากตอนที่ 13)
      13 พฤษภาคม 2562 / 18:36
      ขอบคุณนะคะ แล้วจะกลับไปแก้ค่ะ เป็นน้ำแกงถูกที่สุด จุ๊บๆ
      #338-1
  4. #334 บัณฑิตา. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 11:14
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-09.png มาต่อไวไวนะ
    #334
    1
    • #334-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤษภาคม 2562 / 16:03
      กำลังมาจ้า
      #334-1
  5. #333 sorachang (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 18:01
    นึกสภาพตอนพี่เหลียงกลับมาปกติแล้วไม่ออกเลย5555
    #333
    1
    • #333-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤษภาคม 2562 / 16:03
      ยังนึกไม่ออกเหมือนกัน
      #333-1
  6. #332 Beaw12 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 09:15
    มาอัพเร็วๆๆนะคะ
    #332
    1
    • #332-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤษภาคม 2562 / 16:03
      มาแล้วจ้า
      #332-1
  7. #329 Bjakx (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 16:27

    อ้ายยยยยเป็นการฟินไปอีกแบบ~พยายามเข้าเด้อไรท์
    #329
    1
    • #329-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤษภาคม 2562 / 16:02
      ขอบคุณจ้า
      #329-1
  8. #328 Nannygt (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 15:41
    รอเน้อออออออออออออ
    #328
    1
    • #328-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤษภาคม 2562 / 16:02
      จ้าาาา
      #328-1
  9. #326 Nantanat_neung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 12:36
    รอออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #326
    1
    • #326-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤษภาคม 2562 / 16:02
      มาแล้วจ้า
      #326-1
  10. #324 Som0970139071 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 09:01
    สนุกๆๆ รอไรท์อยู่นะ
    #324
    1
    • #324-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤษภาคม 2562 / 16:02
      จ้ากำลังมาแล้ว
      #324-1
  11. #323 Oiljang89 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 08:47
    เมื่อไหร่จะพากันกลับไปรักษาตัวที่พรรคนะ
    #323
    1
    • #323-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤษภาคม 2562 / 16:01
      เกือบแล้วจ้า
      #323-1
  12. #322 Pang_happy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 07:50
    แถวบ้านเราก็เหม็นค่ะไรท์อยู่บนดอยคนแถวบ้านเค้าเลี้ยงกัน เหม็นมากยิ่งช่วงฤดูฝนยิ่งเหม็น
    #322
    1
    • #322-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤษภาคม 2562 / 16:01
      เป็นชาวดอยนี้เอง อากาศคงจะดีมากถ้าไม่รวมกลิ่น
      #322-1
  13. #321 Airika_Catcha (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 06:18
    โธ่ เจ้าสือ พอโมโหก็สติหลุดเลย สำนึกผิดซะ
    #321
    1
    • #321-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤษภาคม 2562 / 16:01
      ถูกค่ะ สติหลุด
      #321-1
  14. #320 Natt_pohn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 05:27
    เข้ามารอไรท์ทุกวันเลย5555
    #320
    1
    • #320-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤษภาคม 2562 / 16:00
      จ้า มาแล้วๆ
      #320-1
  15. #319 puggaddong (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 01:52

    ลุ้นๆเมื่อไหร่พระเอกจะหายดี

    #319
    1
    • #319-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤษภาคม 2562 / 16:00
      ลุ้นอีกสักพัก
      #319-1
  16. #318 ช็อกโกแลตดาวตก (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 01:48
    สงสารค่าาา เมื่อไหร่จะกลับเป็นปกติสักที ใจจิขาด555
    #318
    1
    • #318-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤษภาคม 2562 / 16:00
      รอกันต่อไป
      #318-1
  17. #317 usaonly (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 00:44

    ขอบคุณค่ะไบรท์นึกว่าน้องถิงกระดูกหักซะแล้ว นี่ก็คงต้องรักษาตัว ีกหลายวันเชียวล่ะ พี่เหลียงเราสำนึกผิดยอมอดข้าวด้วย น่าตีนักเวลาคุ้มคลั่งลืมหมดสิ้น แต่ก็นะอย่าถือคนบ้า 555

    #317
    1
    • #317-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤษภาคม 2562 / 16:00
      ถูกอย่าถือคนบ้า
      #317-1
  18. #316 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 00:01

    เรื่องไม่ไปไหนเลยนะคะไรท์

    #316
    1
    • #316-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤษภาคม 2562 / 16:00
      อย่างที่บอกเป็นช่วงพัฒนาความสัมพันธ์จ้า
      #316-1
  19. #315 Nisa Nisa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 23:45

    ขำไรท์ เหม็นขี้หมู ฮาๆ

    #315
    1
    • #315-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤษภาคม 2562 / 15:59
      เหม็นจริงๆค่ะ
      #315-1
  20. #314 nuchii675 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 23:39

    ฮึ่ม!!!... โส นะ น่าเฮียเหลียงน๊อ อดข้าวไปหลายมื้อถือว่าทำโทษที่เป็นต้นเหตุให้น้องถิงเจ็บตัวไข้ขึ้นนอนซมเลยเห็นมะ เข็ดมะเฮีย

    #314
    1
    • #314-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤษภาคม 2562 / 15:59
      เยี่ยงนั้นแลค่ะ
      #314-1
  21. #313 hydrangeapink (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 23:10
    ถึงกับยอมอดข้าวเลยเหรอพี่ใหญ่หวังว่าคงไม่หิวจนคลั่งอีกนะ 555
    #313
    1
    • #313-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤษภาคม 2562 / 15:59
      ไม่มีจ้า
      #313-1
  22. #312 mesa0953 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 23:03
    ซือซานเหลียง น่ารักกก หลงรักเลย ถ้าหายดีนี่แบบบ ละลายอ่าค่ะ
    #312
    1
    • #312-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤษภาคม 2562 / 15:59
      ขอบคุณจ้า
      #312-1
  23. #311 jaja03020 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 20:29
    รออออออออออออ
    #311
    1
    • #311-1 (จากตอนที่ 13)
      9 พฤษภาคม 2562 / 22:43
      มาแล้วววว
      #311-1
  24. #307 Som0970139071 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 13:32
    ชอบอ่ะ มาต่อไวๆน๊าาา
    #307
    1
    • #307-1 (จากตอนที่ 13)
      9 พฤษภาคม 2562 / 22:42
      กำลังมาแล้วจ้า
      #307-1
  25. #306 บัณฑิตา. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 10:23

    มาต่อเร็วๆนะะ

    #306
    1
    • #306-1 (จากตอนที่ 13)
      9 พฤษภาคม 2562 / 22:42
      จ้ามาแล้ว
      #306-1
  26. #294 jugkajy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 13:05
    โอ้ย เจ็บแทน ทำเค้าเจ็บตัวเองเจ็บด้วยใช่ไหม
    #294
    2
    • #294-1 (จากตอนที่ 13)
      9 พฤษภาคม 2562 / 22:40
      ประมาณนั้นค่ะ
      #294-1
    • #294-2 jugkajy(จากตอนที่ 13)
      10 พฤษภาคม 2562 / 01:14
      รักซึมลึก ดูแลอย่างดี หวงมากด้วย ลงโทษตัวเองอีก หายบ้าเมื่อไหร่ อนาคตสามีแห่งชาติแน่เลย
      #294-2
  27. #280 7BTSAm-_- (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 20:25
    ค้างง่ะไรทื
    #280
    2
    • #280-1 (จากตอนที่ 13)
      9 พฤษภาคม 2562 / 22:38
      มาแล้วค่ะ
      #280-1
    • #280-2 7BTSAm-_-(จากตอนที่ 13)
      9 พฤษภาคม 2562 / 22:40

      ขอบคุณเจ้าคะ🙏
      #280-2