อาจารย์ ปีศาจจิ้งจอกตนนั้นบอกว่าท่านน่ากินนัก [ Yaoi ] (Deep Publishing)

ตอนที่ 8 : บทที่ 7 คู่แข่งอุ่นเตียง (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 357 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63


วันที่เนี่ยมู่ซิ่งเดินทางกลับนั้น เป็นวันที่ครบกำหนดจ่ายหนี้พอดี ยามนี้เขามีเงินพอจ่ายค่าหนี้แล้ว ชายหนุ่มจึงสั่งให้ฟ่านจิ้งเดินทางกลับหมู่บ้านทะยานฟ้าพร้อมสุ่ยซวี่ก่อน ส่วนเขากับเย่วไป๋หูจะไปใช้หนี้เถ้าแก่ร้านสุราที่หมู่บ้านอีกแห่งหนึ่ง

“เหตุใดเจ้าต้องรับนางมาด้วย สตรีล้วนแต่เรื่องมาก” เย่วไป๋หูถามขึ้นขณะที่เดินทางไปใช้หนี้พร้อมเนี่ยมู่ซิ่ง

“นางไม่มีที่ไป”

เพราะเพิ่งผ่านเหตุการณ์ปราบปีศาจแมงมุมมาด้วยกัน ถึงแม้เย่วไป๋หูจะไม่ได้ช่วยอะไรมาก แต่สุดท้ายเขาก็ซัดฝ่ามือใส่ปีศาจแมงมุมจนพุงเป็นรูโบ๋ อีกทั้งยังช่วยกำจัดลูกปีศาจแมงมุมในท้องของสุ่ยซวี่ เนี่ยมู่ซิ่งจึงรู้สึกดีกับเย่วไป๋หูมากขึ้น

“ไม่ใช่ว่าเจ้าชอบนางหรอกหรือ จะว่าไป... ใบหน้านางก็งดงามมิใช่น้อย แม้เพิ่งแต่งงาน แต่ยามนี้สามีนางก็ตายไปแล้ว คาดว่าฟ่านจิ้งคงจะมีอาจารย์หญิงในไม่ช้า”

“อย่าเอ่ยเรื่องนี้อีก สุ่ยซวี่เป็นสตรี อย่างไรนางก็เสียหาย”

“หรืออาจารย์เนี่ยจะบอกว่าเจ้าไม่ได้รู้สึกสิ่งใดกับนางเลย นางงดงาม อีกทั้งท่วงท่ายังแช่มช้อย รูปร่างของนางก็อวบอัด ข้าเห็นแววตาของนางที่มองเจ้า นางมีใจให้เจ้า”

“นางไม่ได้มีความคิดเช่นนั้น เป็นเจ้าต่างหากที่คิดไปเอง อย่าลืมสิว่านางเพิ่งเสียสามี”

“เจ้าก็ได้ยินว่านางถูกบังคับให้แต่ง นางไม่ได้รักสามีของนาง ผิดกับเจ้าที่แม้ว่าเจ้าจะบอกว่าไม่มีเงินนางก็ยังคงยืนยันว่าจะติดตามเจ้า นาง...”

“พอเถิด เจ้าก็ได้ยิน นางจะอยู่กับเราไม่นานหรอก และเมื่อนางมีที่ไป นางก็จะไปเอง”

“ข้าก็หวังว่าอย่างนั้น” เย่วไป๋หูแอบสำรวจใบหน้าของคนที่เดินเคียงข้าง เห็นเนี่ยมู่ซิ่งยังมีสีหน้าเรียบเฉย แววตาราบเรียบ มุมปากของเย่วไป๋หูก็โค้งขึ้นเล็กน้อยด้วยความพอใจ

อย่างน้อยเย่วไป๋หูก็รู้ว่าเนี่ยมู่ซิ่งไม่ได้คิดพิศวาสสตรีที่มีนามว่าสุ่ยซวี่สักนิด อีกทั้งสตรีมีใจให้ แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้

แต่ในอนาคตนั้นก็ไม่แน่ เพื่อไม่ให้แผนการล่อลวงเนี่ยมู่ซิ่งพังไปเสียก่อน เขาต้องรีบจัดการให้นักปราบปีศาจกลายเป็นของเขาให้เร็วที่สุด หากเป็นเช่นนั้นภาษีของเขาก็คงจะดีกว่าสตรีใบหน้างดงามรูปร่างอวบอัดคนนั้น

 

กว่าคนทั้งสองจะกลับถึงสำนักทะยานฟ้าก็เป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว แต่เมื่อเนี่ยมู่ซิ่งเข้ามาในสำนักก็ต้องประหลาดใจ

ห้องโถงสำนักที่ไร้การดูแลมานานจนมีฝุ่นจับหนาเตอะอยู่หลายแห่ง ยามนี้กลับถูกขัดถูเสียจนห้องโล่งๆ เป็นเงามันวับ ที่โต๊ะอาหารกลางห้องมีจานกับข้าวและถ้วยน้ำแกงซึ่งมีควันหอมฉุยลอยมาตามลม ทำให้เนี่ยมู่ซิ่งที่ยังไม่ได้กินอาหารเที่ยงกลืนน้ำลายด้วยความหิว

“อาจารย์ อาจารย์มาแล้ว!” เด็กชายที่เพิ่งยกถ้วยข้าวออกมาจากห้องครัว เมื่อเห็นเนี่ยมู่ซิ่งกลับเข้ามาพร้อมเย่วไป๋หูก็ร้องอย่างยินดี

“อาจารย์เนี่ย” เสียงหวานลอยมาพร้อมกับร่างอวบอัดของสุ่ยซวี่ที่เดินออกมาจากห้องครัวเช่นกัน

ในมือของนางมีถ้วยข้าวอยู่ใบหนึ่ง นางคลี่ยิ้มให้เขา ก่อนจะนำถ้วยข้าวไปวางบนโต๊ะอาหาร

“คาดว่าพวกท่านคงหิวเมื่อกลับมาถึง ข้าเลยช่วยอาจิ้งทำอาหาร ท่านอาจารย์เนี่ยคงไม่ว่าใช่หรือไม่เจ้าคะ ที่ข้าถือวิสาสะทำเรื่องพวกนี้โดยไม่ขออนุญาตจากท่าน”

แม้จะเอ่ยขออนุญาต แต่ท่าทางการจัดโต๊ะ อีกทั้งท่าทางกระตือรือร้นของหญิงสาว ทำให้เย่วไป๋หูรู้สึกว่านางทำตัวคล้ายเป็นเจ้าบ้านเสียมากกว่า แต่ถ้าจะพูดว่าเจ้าบ้านคงไม่ใช่ ต้องบอกว่าเป็นฮูหยินของเจ้าบ้านเสียมากกว่า

“ข้ากำลังหิวอยู่พอดี” เนี่ยมู่ซิ่งวางสัมภาระแล้วเดินไปนั่งบนเก้าอี้ตัวประจำ

นั่นทำให้เย่วไป๋หูรู้อีกเรื่องว่า เนี่ยมู่ซิ่งมีท่าทีสุภาพและมีมารยาทกับสุ่ยซวี่มาก ผิดกับการปฏิบัติตัวกับเขาซึ่งเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ช่างลำเอียงยิ่งนัก แต่ถึงจะรู้อย่างนั้น เย่วไป๋หูก็ยังคงหน้าหนาไม่คลาย  เขาเดินไปนั่งบนเก้าอี้อีกข้างหนึ่งของเนี่ยมู่ซิ่ง ก่อนจะยิ้มให้

เนี่ยมู่ซิ่งเห็นว่าบนโต๊ะมีถ้วยข้าวแค่สามใบ จึงหันไปถามฟ่านจิ้ง “ข้าวสารไม่พอหรือ”

“ไม่นี่ขอรับ”

“เหตุใดจึงมีแค่สามถ้วยเล่า”

“เรื่องนั้นไม่ต้องกังวลหรอกเจ้าค่ะ มีข้าวพออยู่ในครัว”

“แล้วเหตุใดเจ้าไม่มานั่งกินด้วยกัน”

“เพราะข้าเป็นสาวใช้นี่เจ้าคะ” แม้จะบอกเช่นนั้น แต่รอยยิ้มกลับงดงามเกินหน้าความเป็นแค่สาวใช้

“ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าเจ้ามาอยู่ในฐานะญาติของข้า เราไม่มีบ่าว ไม่มีนาย ดังนั้นมากินข้าวร่วมกันเถิด”

“นั่นสิ แม่นางสุ่ยซวี่ มานั่งกินด้วยกันเถิด” เพราะรู้ว่าหากเอ่ยวาจาไม่ดีกับสุ่ยซวี่ เนี่ยมู่ซิ่งคงจะไม่พอใจ อีกทั้งยังจะเทคะแนนสงสารให้นางด้วย ดังนั้นปีศาจจิ้งจอกจึงไม่คิดทำเรื่องโง่ๆ ที่ทำลายแผนการของตัวเองเด็ดขาด

“เห็นหรือไม่เล่าพี่สาว ข้าบอกท่านแล้ว เอ้า! ข้ายกถ้วยของข้าให้ท่าน เดี๋ยวข้าไปตักใหม่เอง” ฟ่านจิ้งก็เลื่อนถ้วยข้าวและตะเกียบให้แก่สุ่ยซวี่ ส่วนตัวเองลงจากเก้าอี้แล้ววิ่งกลับไปยังห้องครัวอย่างรวดเร็ว

“อาจิ้ง” สุ่ยซวี่คิดจะเอ่ยห้าม แต่ก็ไม่ทันแล้ว

“นั่งเถิด มาๆ สุ่ยซวี่นั่งลง ไม่ต้องเกรงใจ อาจารย์เนี่ยไม่ถือเรื่องพวกนี้หรอก ยามนี้เจ้าเป็นญาติของอาจารย์เนี่ยแล้ว ยังจะคิดมากไปไย” เย่วไป๋หูลงทุนลุกขึ้นไปประคองร่างอวบอัดของหญิงสาวลงนั่งด้วยท่าทางเป็นมิตรสุดฤทธิ์

สุ่ยซวี่ยอมทำตาม นางนั่งลงก่อนจะมองเนี่ยมู่ซิ่งด้วยความเอียงอาย

“กินเถิด” เนี่ยมู่ซิ่งเอ่ยเพียงแค่นั้น แล้วเริ่มจัดการอาหารตรงหน้าด้วยท่าทีนิ่งๆ

เย่วไป๋หูเห็นว่าสุ่ยซวี่ยิ้มหวานให้เนี่ยมู่ซิ่ง แต่เนี่ยมู่ซิ่งกลับเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยด้วยสีหน้าที่บอกว่าเป็นสีหน้าการค้าซึ่งมีไว้ขายยา ไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มที่หญิงงามส่งมาให้นั้นมีความหมายเช่นไร เย่วไป๋หูก็ขำอยู่ในใจ และดีใจที่คนผู้นี้ซื่อบื้อเสียเหลือเกิน

มิน่าเล่า อาจิ้งจึงไม่มีอาจารย์หญิงเสียที...

 

เย็นนั้นเนี่ยมู่ซิ่งถูกสุ่ยซวี่ปรนนิบัติจนชายหนุ่มเริ่มกระอักกระอ่วนใจและทำสิ่งใดไม่ถูก เพราะเมื่อกินข้าวเสร็จ เขาเดินเอาของไปเก็บที่ห้องนอน ก็พบว่าห้องนอนถูกเช็ดถูจนสะอาด กำลังมองห้องนอนตนเองด้วยความประหลาดใจ สุ่ยซวี่ก็มาเคาะประตูหน้าห้อง

“อาจารย์เนี่ย ข้าเตรียมน้ำให้ท่านอาบแล้วเจ้าค่ะ อุ่นกำลังดี” สุ่ยซวี่รายงานหลังจากเนี่ยมู่ซิ่เปิดประตูให้นาง

“อะ...อืม” เนี่ยมู่ซิ่งรับคำเสียงแปลกๆ เขาไม่เคยถูกสตรีปรนนิบัติเช่นนี้ กำลังจะบอกนางว่าไม่ต้องปรนนิบัติเขาก็ได้ สุ่ยซวี่ก็ยิ้มให้เขาก่อนจะถอยออกไป

เนี่ยมู่ซิ่งได้แต่อ้าปาก แล้วก็ไม่ได้เอ่ยออกมา

ในห้องอาบน้ำ ชายร่างผอมนั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำด้วยท่าทางผ่อนคลาย น้ำอุ่นทำให้กล้ามเนื้อที่เครียดเกร็งคลายลง แต่เพราะเนี่ยมู่ซิ่งมีแผลที่หัวไหล่ทำให้เขาขยับกายได้ไม่มาก อีกทั้งแผลยังไม่ปิดสนิทดี เขาจึงพยายามไม่ให้น้ำโดนหัวไหล่มากนัก แต่เนี่ยมู่ซิ่งก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงหวานดังมาจากด้านหลัง

“อาจารย์เนี่ย ท่านคงอาบน้ำไม่สะอาด ให้ข้าช่วยถูหลังให้นะเจ้าคะ”

เนี่ยมู่ซิ่งใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาในทันใด คิดว่าจะหันกลับไปปฏิเสธ แต่ก็ได้ยินอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นมาเสียก่อน

“รบกวนแม่นางสุ่ยซวี่มากเกินไปแล้ว มาเถิด... แค่เรื่องถูหลังให้ข้าทำเองก็ได้” น้ำเสียงนั้นฟังดูสบายๆ ดั่งเช่นทุกครั้ง

“แต่ว่า...”

“โถ... แม่นางสุ่ยซวี่ ตั้งแต่เดินทางมาถึง เจ้าก็ทำงานมามากแล้ว อาจารย์เนี่ยไม่ได้คิดจะรับเจ้ามาเป็นสาวใช้เสียหน่อย ไปเถิด เจ้าควรไปพักผ่อนได้แล้ว ส่วนเรื่องถูหลังให้อาจารย์เนี่ย ข้าทำให้เอง” เย่วไป๋หูยิ้ม ก่อนจะดึงผ้าที่สุ่ยซวี่ถือเข้ามาเพื่อจะขัดหลังให้เนี่ยมู่ซิ่งออกจากมือของนาง

“แต่ข้าไม่เหนื่อย ข้าเต็มใจ” สุ่ยซวี่ยังคงไม่ยอม

“แม่นางสุ่ยซวี่ เจ้าควรไปพักผ่อน ปล่อยเรื่องพวกนี้ให้เย่วไป๋หูจัดการเถิด” เนี่ยมู่ซิ่งหันกลับมาในที่สุด ให้อ่างอาบน้ำปกปิดตั้งแต่หัวไหล่ลงไป ป้องกันไม่ให้สุ่ยซวี่เห็นเรือนร่างเขาได้มากกว่านี้

“เห็นหรือไม่ ไปเถิดแม่นางสุ่ยซวี่ เจ้าควรพักผ่อนได้แล้ว อาจารย์เนี่ยอนุญาตแล้ว เจ้าคงไม่ดึงดันหรอกนะ” เย่วไป๋หูยิ้มงดงามให้สุ่ยซวี่ ก่อนจะดันร่างอวบอัดนั้นออกจากห้องอาบน้ำ

เมื่อดันร่างสุ่ยซวี่ออกจากห้องอาบน้ำได้ เขาก็ปิดประตูแล้วยิ้มอย่างพอใจ

เนี่ยมู่ซิ่งเห็นว่าสุ่ยซวี่ออกไปจากห้องอาบน้ำได้แล้ว เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“ข้าไม่คิดว่านางจะมาช่วยข้าถูหลัง” เนี่ยมู่ซิ่งบอกอย่างเก้อๆ

“เช่นนั้นก็คิดเสีย” เย่วไป๋หูเดินเข้ามาใกล้อ่างอาบน้ำ จุ่มผ้าสะอาดที่ยึดมาจากสุ่ยซวี่ลงไปในอ่างแล้วเริ่มถูหลังให้เนี่ยมู่ซิ่งด้วยท่าทีที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด “บางทีนางอาจจะทำในสิ่งที่เจ้าคาดไม่ถึงอีกมาก”

เนี่ยมู่ซิ่งไม่ได้ตอบ เพราะกำลังคิดว่านอกจากอาบน้ำกับฟ่านจิ้ง เขาก็ไม่เคยอาบกับผู้อื่น ยามนี้มีคนมาถูหลังให้จึงรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก แต่นอกจากรู้สึกสบายแล้ว การถูหลังของเย่วไป๋หูยังทำให้เขารู้สึกบางอย่างเพิ่มขึ้นมาด้วย

เย่วไป๋หูใช้ผ้าชุ่มน้ำเช็ดแผ่นหลังกว้างและสำรวจไปด้วย คนผู้นี้ไม่ว่าอย่างไรก็ผอมจนเกินไป เขาเห็นกระดูกที่ปูดโปนออกมาตามแผ่นหลังและหัวไหล่ของเนี่ยมู่ซิ่ง แต่ถึงอย่างนั้นร่างผอมบางก็ผึ่งผายอย่างน่าประหลาด นิ้วชี้ที่ไม่ได้อยู่ในผ้าเปียกชุ่มไล้ไปตามแผ่นหลังของเนี่ยมู่ซิ่งเบาๆ แล้วเย่วไป๋หูก็เริ่มเพลิดเพลินกับผิวที่เรียบลื่นโดยไม่เผยพิรุธให้อีกฝ่ายรู้

ร่างกายของเนี่ยมู่ซิ่งร้อนขึ้นจนเขาเริ่มจะทนไม่ไหว จึงต้องการให้เย่วไป๋หูหยุดถูหลังเพียงแค่นั้น

“ข้าพอแล้ว” เนี่ยมู่ซิ่งหันหน้าไปบอกเย่วไป๋หู

เมื่อเห็นใบหน้าที่มีสีเลือดระเรื่อของเนี่ยมู่ซิ่ง เย่วไป๋หูก็กลืนน้ำลาย เขาช่วยเนี่ยมู่ซิ่งเช็ดตัว แม้อีกฝ่ายจะปฏิเสธ แต่เย่วไป๋หูกลับยิ่งกระเซ้า

“หากเจ้าปฏิเสธไม่ให้ข้าช่วยเช็ดตัว เดี๋ยวสุ่ยซวี่จะมาหาว่าข้าปรนนิบัติเจ้าไม่ดี แล้ววันอื่นนางคงจะมาปรนนิบัติเจ้าเอง”

เนี่ยมู่ซิ่งได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้ปฏิเสธอีก พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง “ต่อไปข้าจะบอกกับนางให้ชัดเจนว่า นางไม่ได้มาอยู่ที่นี่ในฐานะสาวใช้ เจ้าไม่ต้องห่วงว่านางจะตำหนิเจ้า”

เย่วไป๋หูยิ้มพอใจ ลูบไล้เรือนกายผอมแต่แข็งแกร่งไปพร้อมกับเช็ดตัวให้ชายหนุ่ม และเมื่อนิ้วไล้ของปีศาจจิ้งจอกไปจนถึงหน้าท้องแข็งแรง เนี่ยมู่ซิ่งก็สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะจับมือขาวเรียวที่อยู่บริเวณท้องน้อยให้หยุดลง

“ข้าจัดการเอง” เนี่ยมู่ซิ่งใบหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง

เย่วไป๋หูยอมละมืออย่างว่าง่าย ดวงตาเป็นประกายวูบหนึ่ง และเมื่อเนี่ยมู่ซิ่งเช็ดตัวเสร็จ เขาก็ช่วยสวมเสื้อผ้าให้ หลังจัดการจนเสร็จ เย่วไป๋หูก็ถอดเสื้อผ้าของตนเองออกโดยไม่รอให้เนี่ยมู่ซิ่งออกไปก่อน

ร่างเพรียวขาวผ่องเดินไปหย่อนกายลงในอ่างอาบน้ำที่ยังเหลือไออุ่นอยู่ เขาคลี่ยิ้มเล็กน้อย เอ่ยกับเนี่ยมู่ซิ่งที่ยังหน้าแดงไม่หาย

“น้ำยังอุ่นอยู่ เจ้าคงไม่คิดว่าข้าจะยอมถูหลังให้เจ้าโดยไม่หวังผลตอบแทนใช่หรือไม่”

เย่วไป๋หูหันหลังให้เนี่ยมู่ซิ่ง วักน้ำขึ้นราดหัวไหล่มน ก่อนจะเหลียวมองเนี่ยมู่ซิ่ง ภาพไอน้ำที่พร่ามัวทำให้นักปราบปีศาจหนุ่มมองเห็นหัวไหล่ขาวมนที่ถูกหยาดน้ำไหลผ่าน และใบหน้าด้านข้างของเย่วไป๋หูดูเลือนราง แต่เขารู้สึกคล้ายต้องมนตร์จนไม่อาจละสายตาได้

“แต่ถ้าอาจารย์เนี่ยไม่เต็มใจ ข้าก็ไม่บังคับ” เย่วไป๋หูวักน้ำขึ้นราดตัวเองอีกครั้ง

วาจาของเย่วไป๋หูทำให้เนี่ยมู่ซิ่งหลุดออกจากภวังค์ เขาเดินเข้าไปใกล้อ่างอาบน้ำ หยิบผ้าที่พาดอยู่บนอ่างมาถูแผ่นหลังให้เย่วไป๋หู

“หากรู้ว่าเจ้าถูหลังให้ข้าแล้วต้องให้ข้ามาถูหลังให้เจ้ากลับ ข้าคงไม่ยินยอมให้เจ้าทำให้”

“แต่ข้าก็ไม่ได้บังคับ หากเจ้าไม่ต้องการก็หยุดมือได้” น้ำเสียงของเย่วไป๋หูผ่อนคลายเมื่อแผ่นหลังของตนยังถูกขัดถูด้วยน้ำหนักมือกำลังพอดี

ความรู้สึกสบายที่ไม่ได้พานพบมาสี่ร้อยปีทำให้เย่วไป๋หูใช้แขนสองข้างพาดขอบอ่างอาบน้ำ ใบหน้าข้างหนึ่งซบอยู่ที่ขอบอ่าง หลับตาพริ้ม เผยแผ่นหลังเปลือยเปล่าให้คนที่ยืนอยู่ด้านหลังขัดต่อ ในขณะที่ตัวเองกำลังสบายอารมณ์

เนี่ยมู่ซิ่งเองก็ไม่ได้ท้วงเมื่อเห็นเย่วไป๋หูมีสีหน้าผ่อนคลาย เขาใช้แขนข้างที่ไม่บาดเจ็บขัดถูแผ่นหลังเนียนอย่างเบามือ

และเพราะเห็นว่าเย่วไป๋หูหลับตาอยู่ เนี่ยมู่ซิ่งจึงมีโอกาสสำรวจเรือนกายของปีศาจจิ้งจอกได้อย่างสะดวก

แม้จะเป็นบุรุษเหมือนกัน แต่เนี่ยมู่ซิ่งก็เห็นถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจน และสิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ผิวของปีศาจจิ้งจอก ผิวของเย่วไป๋หูนั้นเนียนใสและเรียบลื่น ผิวขาวชุ่มฉ่ำคล้ายจะบีบน้ำออกมาได้ยามนี้กลายเป็นสีขาวอมชมพูเพราะอยู่ในน้ำอุ่น ไหล่กลมมน แขนยาวเรียวได้สัดส่วน

นัยน์ตาราบเรียบคู่นั้นมองเลยไปถึงใบหน้าด้านข้างของปีศาจจิ้งจอกที่ยังคงหลับตาพริ้ม มุมปากได้รูปผุดรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ รอยยิ้มนั้นทำให้หัวใจของเนี่ยมู่ซิ่งเต้นเร็วขึ้น และเมื่อมองริมฝีปากได้รูปนานขึ้น เนี่ยมู่ซิ่งก็รู้สึกคล้ายถูกตรึงสายตาเอาไว้

ริมฝีปากนั้นเคยบดเบียดกับริมฝีปากเขา ตอนนั้นเขาไม่พอใจที่ถูกถ่ายทอดพลังโดยใช้วิธีปากประกบปาก แต่เหตุใดยามนี้เขากลับไม่อาจละสายตาได้ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าใกล้ใบหน้าขาวของเย่วไป๋หูคล้ายมีบางอย่างดึงดูดให้เขาหลงใหล

แต่ขณะที่ใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ ฝ่ายที่หลับตาก็ถอนหายใจออกมาคล้ายกำลังหลับสบาย การถอนหายใจของปีศาจจิ้งจอกทำให้เนี่ยมู่ซิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังจะทำสิ่งใด เขารีบยืดตัวตรง ใบหน้าร้อนผ่าว ผ้าที่กำอยู่ร่วงหล่นลงในอ่างจนน้ำกระเซ็น

“หือ...” เย่วไป๋หูที่เพิ่งหลับไปถูกปลุกขึ้นมาเพราะน้ำที่สาดกระเซ็นมาโดนหน้า

เขาลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ หันมองเนี่ยมู่ซิ่งอย่างไม่เข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้น

เนี่ยมู่ซิ่งหัวใจกระตุกเมื่อสายตาผสานกันอย่างไม่ตั้งใจ

“ข้าเพลียแล้ว จะไปนอน เจ้าอยากแช่น้ำต่อก็ตามใจ”

เอ่ยจบเนี่ยมู่ซิ่งก็ออกจากห้องอาบน้ำไปอย่างรีบร้อน คล้ายว่าเขากำลังหนีบางอย่าง

เสียงปิดประตูห้องอาบน้ำดังปัง แววตางัวเงียแปรเปลี่ยนเป็นกระจ่างใสปนร้ายกาจในทันที ปีศาจจิ้งจอกเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา ก่อนจะซบขอบอ่างอาบน้ำแล้วหลับตาด้วยท่าทีเกียจคร้านดังเดิม

 

เนี่ยมู่ซิ่งเดินไปด้วยหัวใจที่ปั่นป่วนอย่างไรพิกล เขาไม่เข้าใจว่าอาการนี้คือสิ่งใด จากที่เรียนรู้ด้านการแพทย์มาบ้าง ก็คิดได้เพียงว่าอาจจะเป็นโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ บางทีอาจเป็นเพราะช่วงนี้ร่างกายเขาเสียเลือดมากเกินไปก็เป็นได้ หัวใจจึงทำงานผิดปกติ

ชายหนุ่มถอนใจออกมาเมื่อคิดว่าเขาคงต้องหายามาบำรุงเลือดเสียแล้ว แทนที่จะเอายาเหล่านั้นไปขาย แต่สิ่งที่ดีที่สุดในยามนี้คือ เขาต้องพักผ่อนให้มากๆ จะล้มป่วยไม่ได้เด็ดขาด คิดได้ดังนั้น... เมื่อกลับถึงห้องนอน เขาจึงล้มตัวลงนอนทันที และไม่นานนักก็จมอยู่ในห้วงนิทรา

เนี่ยมู่ซิ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเพราะเสียงเคาะประตูห้องที่ไม่ดังและไม่เบานัก เขารู้ว่าตนเองหลับไปไม่นานนัก เพราะปลายเส้นผมยังคงเปียกชื้นอยู่ ชายหนุ่มลุกจากที่นอนไปเปิดประตูห้อง แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดมาเคาะประตู

สุ่ยซวี่นั่นเอง เขาคาดว่านางเพิ่งอาบน้ำเสร็จเพราะได้กลิ่นหอมสะอาดจากเรือนกายหญิงสาว แม้ยามนี้จะไม่มีแสงจากเปลวเทียนหรือตะเกียง แต่เนี่ยมู่ซิ่งก็เห็นได้ชัดเจนว่าสุ่ยซวี่แต่งตัวเช่นไร

นางสวมเพียงชุดนอนตัวใน คอเสื้อที่อ้ากว้างทำให้เขาเห็นลำคอขาว ไหปลาร้าเล็ก และหัวไหล่กลมมน อีกทั้งยังเห็นเนินอกที่ถูกเอี๊ยมปิดเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่

เนี่ยมู่ซิ่งหันหน้าหนีจากภาพตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถาม “ห้องที่เตรียมให้นอนมีปัญหาหรือ”

“ไม่ใช่เจ้าค่ะ แต่คืนนี้...” สุ่ยซวี่ตอบอึกอัก แต่แววตาและรอยยิ้มอ่อนหวานของนางทำให้เนี่ยมู่ซิ่งพยายามแปลความหมายนั้น

“คืนนี้?” เขาทวนถาม

“คืนนี้ข้าคิดว่าจะมาช่วยอุ่นเตียงให้อาจารย์เนี่ยเจ้าค่ะ” เสียงของนางแผ่วเบา แต่ก็หวานจนแทบจะหยด

เนี่ยมู่ซิ่งเข้าใจความหมายก็รู้สึกเหมือนอะไรวิ่งมาจุกอยู่ที่ลำคอ เขาเอ่ยสิ่งใดไม่ออกด้วยความตกใจ และเพราะเขาได้แต่ทำท่าอึกอักเงอะงะ นั่นจึงเป็นโอกาสให้สุ่ยซวี่เดินเข้าไปในห้องของเขาด้วยท่าทางเขินอาย

“สุ่ยซวี่ เจ้าไม่ต้องทำเช่นนี้” ในที่สุดเนี่ยมู่ซิ่งก็หาเสียงตนเองเจอ

“ข้าเต็มใจเจ้าค่ะ หากเป็นอาจารย์เนี่ยผู้ที่เคยช่วยชีวิตข้า ข้าเต็มใจมอบทั้งกายและหัวใจให้ท่าน” นางปิดประตูห้องด้วยรอยยิ้มหวาน

“สุ่ยซวี่ เอ่อ... ไม่” เนี่ยมู่ซิ่งทำสิ่งใดไม่ถูก เพราะไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องมาเจอสถานการณ์เช่นนี้ แล้วเขาก็ต้องอ้าปากกว้าง เมื่อสุ่ยซวี่ปลดเสื้อตัวนอกของนางออก เหลือเพียงเอี๊ยมตัวบางและกางเกงตัวในที่ปกปิดเรือนกายขาวผ่องนวลเนียนเอาไว้

เนี่ยมู่ซิ่งรีบหันหลังให้ภาพนั้นในทันใด แม้จะมืด แต่อย่างไรก็ไม่ควรอยู่ดี

“แม่นางสุ่ยซวี่ ข้าช่วยเหลือแม่นาง ไม่ได้หวังให้แม่นางตอบแทนข้าด้วยเรื่องนี้แม้แต่น้อย ข้าช่วยเหลือแม่นางก็เพราะมันเรื่องที่สมควรทำ” เสียงของเขาเข้มขึ้น รู้ว่าคงปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้นสุ่ยซวี่คิดจะทำเรื่องใดอีกเขาก็ไม่แน่ใจ

“แม้อาจารย์เนี่ยจะไม่คิดอะไร แต่ข้าก็ได้รับการช่วยเหลือจริง ข้าตัดสินใจไว้แล้วว่าจะติดตามอาจารย์เนี่ยผู้ที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ จะติดตามท่านไปจนตาย” น้ำเสียงของนางมีแววผิดหวัง แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังคงไม่ย่อท้อ

“เช่นนั้นหากข้าบอกว่าข้าไม่ได้ช่วยชีวิตแม่นางเล่า”

“หมายความว่าอย่างไร”

“ผู้ที่ช่วยแม่นางเป็นเย่วไป๋หูต่างหากเล่า เขาช่วยทำให้แม่นางไม่ต้องถูกลูกปีศาจแมงมุมกินตาย”

“เรื่องนั้น... แต่ถึงอย่างนั้น... หากท่านไม่ได้ช่วยเอ่ยกับฮูหยินเฒ่า ข้าก็ต้องถูกจับถ่วงน้ำตายอยู่ดี” สุ่ยซวี่ไม่ยินยอม เรียกเนี่ยมู่ซิ่งด้วยเสียงหวานปนออดอ้อน “ท่านอาจารย์เนี่ย”

“ฮ้าว... อาจารย์เนี่ย เกิดสิ่งใดขึ้น เจ้าคุยอยู่กับผู้ใดจึงไม่หลับไม่นอน” เสียงทุ้มอีกเสียงที่ดังอยู่ในห้องทำให้คนทั้งสองที่ทุ่มเถียงกันสะดุ้ง

พวกเขาหันไปทางต้นเสียงซึ่งก็ดังมาจากเตียงนอนของเนี่ยมู่ซิ่งนั่นเอง บุรุษร่างเพรียวที่นอนนิ่งอยู่บนนั้นขยับกายบิดขี้เกียจและลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง

“มีเรื่องใดกันหรือ”

สุ่ยซวี่เห็นว่ามีบุรุษอีกคนอยู่ในห้อง นางก็รีบก้มลงหยิบเสื้อตนเองมาคลุมตัวด้วยความตกใจ

“อ้อ... แม่นางสุ่ยซวี่นี่เอง” เย่วไป๋หูขยับลุกจากเตียงนอนพร้อมหาวอีกหนึ่งครั้ง ก่อนเดินด้วยท่าทางงัวเงียตรงไปหาคนทั้งสอง

เนี่ยมู่ซิ่งมองตามร่างเพรียวที่สวมชุดตัวในด้วยสภาพไม่เรียบร้อยนักอย่างแปลกใจ ไม่รู้ว่าปีศาจจิ้งจอกมานอนอยู่ในห้องเขาตั้งแต่เมื่อใด เขามองจนเย่วไป๋หูเดินมาหยุดข้างเขา ดวงตารียาวของเย่วไป๋หูมองสุ่ยซวี่ด้วยแววเป็นมิตร

“ไม่ทราบว่ามีเรื่องใดจึงมาหาพวกเราถึงห้องนอนกัน”

“ข้า...” นางไม่รู้ว่าเย่วไป๋หูนอนอยู่ในห้องนี้ด้วย อีกทั้งพวกเขายังนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน เสื้อผ้าของเย่วไป๋หูดูไม่เรียบร้อยนักเพราะสาบเสื้ออ้ากว้างจนเผยให้เห็นแผงอกขาว ทำให้รู้ว่าบุรุษสองคนนี้คงสนิทสนมกันไม่น้อย

เห็นสุ่ยซวี่อึกอัก เย่วไป๋หูก็ไม่คาดคั้น เขายิ้มพร้อมมองนางอย่างเห็นใจ “อ้อ... คงจะยังหวาดกลัวเรื่องปีศาจแมงมุมจนนอนไม่หลับใช่หรือไม่ แย่จริงๆ เลย มาๆ มานั่งที่นี่ก่อน ขวัญคงเสียน่าดู” เย่วไป๋หูจูงมือนางไปนั่งบนชุดเก้าอี้ที่มุมห้อง สถานการณ์ราวกับฮูหยินใหญ่กำลังปลอบใจอนุที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ไม่ปาน

เย่วไป๋หูยิ้มให้สุ่ยซวี่อีกครั้ง ก่อนจะหันไปมองเนี่ยมู่ซิ่ง สั่งอีกฝ่ายด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติเหมือนเคยทำมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง “อาจารย์เนี่ย ข้าจะปลอบใจนางเอง นางคงกลัวมาก ท่านช่วยไปชงน้ำชามาให้แม่นางสุ่ยซวี่หน่อยได้หรือไม่”

“ได้” หากเป็นเวลาอื่น เนี่ยมู่ซิ่งคงไม่ยอมทำสิ่งที่เย่วไป๋หูขอร้องเป็นแน่ แต่ยามนี้เขาไม่สนใจสักนิดว่าตนเองต้องไปจุดไฟเพื่อต้มน้ำใหม่ รับคำแล้วก็รีบออกจากห้องไป แต่ก็เปิดประตูห้องทิ้งไว้เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่สุ่ยซวี่

เมื่อเนี่ยมู่ซิ่งออกไปแล้ว ปีศาจจิ้งจอกก็ถอดหน้ากากออก ใบหน้าไม่เหลือเค้าความห่วงใยอีกต่อไป เขาจุดตะเกียงดวงหนึ่ง ก่อนจะหันมาหาสุ่ยซวี่ เห็นนางมองมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม เย่วไป๋หูก็ขยับกายด้วยท่าทางเกียจคร้านตามนิสัยของเขาแล้วเริ่มเรื่อง

“มีเรื่องใดอยากจะถามก็ถามมาเถิด ข้าก็ไม่คิดจะปิดบังความลับนี้กับเจ้าเช่นกัน”

“พี่เย่ว ท่านกับอาจารย์เนี่ยนอนด้วยกัน พวกท่านเป็นพี่น้องกันใช่หรือไม่”

เย่วไป๋หูได้ยินคำถามก็หัวเราะ แต่ยามหัวเราะนั้นก็ยังดูงดงามและล่อลวงผู้คนไม่น้อย หากสุ่ยซวี่ไม่ได้ปักใจกับเนี่ยมู่ซิ่งไปแล้ว นางคงจะหลงใหลเขาเป็นแน่

“ข้ากับเขา เราไม่เคยคิดจะเป็นพี่น้องกัน”

“เช่นนั้นพวกท่าน...”

แม้ไม่ได้เกิดวันเดียวกัน แต่เราก็มีพันธสัญญาว่าจะตายในวันเดียวกัน เช่นนี้แม่นางสุ่ยซวี่เข้าใจง่ายขึ้นหรือไม่เย่วไป๋หูไม่ได้โกหก เพียงแต่ไม่ได้เอ่ยถึงพันธะนั้น... ว่าแท้จริงแล้วเป็นเพราะโซ่ร้อยวิญญาณ

“พวกท่าน...” ดวงตาหวานเบิกกว้าง

เย่วไป๋หูพยักหน้ายิ้มๆ “อาจารย์เนี่ยไม่ต้องการให้คนอื่นรู้เรื่องนี้ เขาจึงไม่กล้าเอ่ยกับแม่นาง แต่สำหรับข้า คิดว่าเอ่ยตั้งแต่แรกถือเป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลม แม่นางสุ่ยซวี่จะได้ไม่ต้องถลำลึกไปมากกว่านี้”

“ข้าไม่เชื่อ อาจารย์เนี่ยไม่ได้ชอบพี่เย่วเช่นนั้น ข้าไม่เห็นเขาจะใส่ใจท่านเท่าใดนัก” สุ่ยซวี่ยังคงไม่ยอมรับ

“แม้เจ้าจะเห็นว่าข้านอนอยู่บนเตียงเขาอย่างนั้นหรือ” เย่วไป๋หูยิ้มอย่างผู้มีชัย

สุ่ยซวี่เม้มริมฝีปากแน่น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยมีผู้ใดดีต่อนางมาก่อน ไม่เคยมีผู้ใดออกหน้าปกป้องนาง แม้กระทั่งพ่อกับแม่ยังขายนางเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ไม่เคยถามความสมัครใจของนางแม้แต่น้อย มีเพียงเนี่ยมู่ซิ่งเท่านั้นที่ออกตัวปกป้องนางโดยไม่หวังผล และนั่นทำให้หัวใจของนางตกเป็นทาสของเขาโดยไม่มีเงื่อนไข

เห็นดวงตาหวานยังคงมีแววดื้อรั้นคล้ายไม่เชื่อ เย่วไป๋หูก็ไม่คิดจะดึงดัน ทว่ายังใช้คำพูดคล้ายจะหวังดีแต่ก็เชือดเฉือนศัตรูหัวใจในคราเดียว

“ที่ข้าบอกกับเจ้าเพราะไม่อยากให้เจ้าต้องเสียใจ เนี่ยมู่ซิ่งแม้จะดูเย็นชาต่อข้า แต่ก็ทำเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่นเท่านั้น ที่จริงแล้วเขาไม่คิดจะให้ข้าอยู่ห่างกายสักเพียงเค่อ”

ดวงตาของสุ่ยซวี่ร้อนผ่าว เริ่มขบริมฝีปากที่เม้มสนิทจนรู้สึกเจ็บ รอยยิ้มของเย่วไป๋หูทำให้คำพูดของเขาดูมีน้ำหนักขึ้น เขางดงามเช่นนี้ เป็นไปได้หรือไม่ที่เนี่ยมู่ซิ่งจะหลงใหลเขาจริงๆ

สุ่ยซวี่ลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยอาการตัวแข็งทื่อ “เห็นทีข้าต้องไปนอนแล้ว”

“วันนี้ทั้งเดินทางและทำเรื่องต่างๆ มามาก ไม่แปลกที่เจ้าจะเหนื่อย” เย่วไป๋หูลุกขึ้นตาม

แล้วสุ่ยซวี่ก็หันกลับมามองเย่วไป๋หูเต็มตา “ท่านชอบอาจารย์เนี่ย แต่เขาไม่ได้รู้สึกสิ่งใดกับท่าน ท่านจึงคิดจะขัดขวางข้าใช่หรือไม่”

ดวงตาคู่หวานไหวระริกขณะรอคอยคำตอบเพราะนางคิดว่าตนน่าจะเดาสถานการณ์ถูก แต่แล้วหญิงสาวก็คล้ายกับขุดหลุมฝังตัวเอง เมื่อเย่วไป๋หูยังคงใช้น้ำเสียงราบเรียบตอบกลับมา

หากมีโอกาสก็ถามเขาได้ แต่ต้องอ้อมหน่อยล่ะ เขาไม่คิดจะบอกความลับนี้แก่ผู้ใด เพราะเขานั้นอย่างไรก็เป็นคนที่ชาวบ้านเลื่อมใส คงไม่เป็นการดีที่เขาจะเปิดเผยเรื่องความชอบส่วนตัวที่ไม่เหมือนผู้อื่นให้ผู้ใดรู้

“แน่นอน ข้าจะถามอาจารย์เนี่ย อย่างไรข้าก็ไม่เชื่อ” สุ่ยซวี่ตอบอย่างมุ่งมั่น ก่อนจะกลับไปยังห้องนอนของตนเอง

----------

づく...

--------------------------------------------

#อาจารย์ปีศาจจิ้งจอกตนนั้นบอกว่าท่านน่ากินนัก

ขอต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความเวิ่นเว้อของเราค่ะ 

....Welcome to my WorlD...

-----------------------------------

กดแฟนเพจตรงนี้จ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 357 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

994 ความคิดเห็น

  1. #945 RISAL (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:00
    อยากอ่านต้องทำไงอ่ะครับบ
    ช่วยบอกที พรีสสสสส
    #945
    1
    • #945-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 8)
      19 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:59
      รอตอนวางขายค่ะ
      #945-1
  2. #798 MashiroTH (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:28
    มันร้ายยย
    #798
    1
    • #798-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 8)
      3 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:03
      ใคร เหยอ
      #798-1
  3. #648 thewitch_rainny (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 14:11
    มีคนจองเตียงนี่แล้วค่ะซิสสส โอ๊ยยย ฮาาา
    #648
    1
    • #648-1 (จากตอนที่ 8)
      13 มกราคม 2562 / 23:35
      555 ตามนั้น
      #648-1
  4. #643 Micaroff (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 10:02

    เตียงนี้ไม่ว่าง... รบกวนเชิญเตียงถัดไปค่ะ 555555555

    #643
    1
    • #643-1 (จากตอนที่ 8)
      13 มกราคม 2562 / 23:35
      ถูกค่ะ 555
      #643-1
  5. #582 minggg- (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 02:00

    โอ๊ยย ความแรงของชะนี

    ทำไมนางรุกหนักได้มากขนาดนี้คะ

    จิ้งจอกแอนด์ชะนีสู้แย่งท่านอาจารย์กันนนน

    โอ เหมือนจิ้งจอกลืมจุดประสงค์เดิมแล้วหรือเปล่า ทำให้เป็นของเขาเนี่ยย

    อืมม อืมม


    เยว่ไป่ "หู" .....พิศวาส

    “นั่ง” ลง ไม่ต้องเกรงใจ

    รู้สึก “เพิ่ม” ด้วย

    สี่ “ร้อย” ปี

    #582
    1
    • #582-1 (จากตอนที่ 8)
      7 มกราคม 2562 / 22:14
      ชะนีแรงจ้า 555
      #582-1
  6. #244 ไวน์. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 12:12
    แซ่บเด้อออออ​ อาจารย์จะตอบว่าอย่างไรคะ
    #244
    1
    • #244-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 8)
      13 ธันวาคม 2561 / 19:04
      รู้คำตอบยัง
      #244-1
  7. #222 lills (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 13:27
    น้องแซ่บจริงงง
    #222
    1
  8. #49 khunpatt0624 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 21:12
    อร้ายยยยยย เขานอนเตียงเดียวกัน
    #49
    1
    • #49-1 (จากตอนที่ 8)
      11 พฤศจิกายน 2561 / 22:33
      ถูกอีกนั่นแหละ
      #49-1
  9. #47 pinkysherbet (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 22:51
    คิดจะยั่วอาจารย์ ต้องผ่านน้องจิ้งจอกไปก่อนนะ

    #47
    1
    • #47-1 (จากตอนที่ 8)
      9 พฤศจิกายน 2561 / 15:20
      ถูก จิ้งจอกตบะหมื่นปีเชียวนะ
      #47-1
  10. #46 ununzy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 20:34

    อ๊ากเขิลลลลล
    #46
    1
    • #46-1 (จากตอนที่ 8)
      9 พฤศจิกายน 2561 / 15:20
      นิดเดียววว
      #46-1
  11. #45 kingkie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 17:55
    เขิลลลลลลลลลล
    #45
    1
    • #45-1 (จากตอนที่ 8)
      9 พฤศจิกายน 2561 / 15:20
      ต่อปายยยย
      #45-1
  12. #44 ก้อนกลมสีขาว (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 14:54
    กรี๊ดดดดด มันฟินจริงเจ้าค่ะ
    #44
    1
    • #44-1 (จากตอนที่ 8)
      9 พฤศจิกายน 2561 / 15:20
      ขอบคุณจ้า
      #44-1
  13. #42 064263360 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 13:08
    ค้างงงงงงงอะค้างมากกก
    #42
    1
    • #42-1 (จากตอนที่ 8)
      9 พฤศจิกายน 2561 / 15:19
      มาแล้วจ้า
      #42-1