อาจารย์ ปีศาจจิ้งจอกตนนั้นบอกว่าท่านน่ากินนัก [ Yaoi ] (Deep Publishing)

ตอนที่ 9 : บทที่ 8 สำนักทะยานฟ้าเริ่มกลับมาโด่งดังอีกครั้ง (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,441
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 317 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63

“นางไปแล้วหรือ” เนี่ยมู่ซิ่งกลับเข้ามาในห้องพร้อมยกชุดน้ำชาร้อนๆ มาด้วย เขาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าเย่วไป๋หู

“อือ” เย่วไป๋หูรินน้ำชาใส่จอกน้ำชาสองใบ ใบหนึ่งยื่นให้เนี่ยมู่ซิ่ง อีกใบหนึ่งเขาถือไว้เอง

เนี่ยมู่ซิ่งรับจอกน้ำชา ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ที่สุ่ยซวี่เคยนั่ง

“เจ้าชอบนางหรือ” เย่วไป๋หูโพล่งถามขึ้น

“ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าข้าไม่ได้คิดสิ่งใดกับนาง”

“หากเป็นเช่นนั้น เจ้าก็ปฏิเสธให้ชัดเจนกว่านี้สิ”

“ข้าไม่ชัดเจนอย่างไร ข้าบอกนางแล้วว่าข้าไม่ต้องการเช่นนั้น” เนี่ยมู่ซิ่งเริ่มไม่พอใจ

“หากเจ้าไม่ต้องการจริง เหตุใดไม่โยนนางออกจากห้องเล่า” เย่วไป๋หูไม่รู้ว่าเหตุใดจึงฉุนเฉียวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “นี่หากข้าไม่ได้อยู่ในห้องนี้ด้วย คาดว่าเจ้ากับนางคงร่วมหอกันไปแล้ว คงได้คนอุ่นเตียงสมใจ”

“ข้าไม่มีทางปล่อยให้มีเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้น” เนี่ยมู่ซิ่งพูดอย่างมั่นใจ

“เช่นนั้นหรือ” น้ำเสียงของเย่วไป๋หูเอ้อระเหยคล้ายว่าไม่มีเรื่องใดน่ากังวลใจอีกต่อไปแล้ว แต่รอยยิ้มนั้นมองอย่างไรก็ดูเจ้าเล่ห์ วางจอกน้ำชาลง ก่อนจะชะโงกหน้าเข้าใกล้ใบหน้าเฉยชาของเนี่ยมู่ซิ่ง “แล้วหากนางจู่โจมเจ้าอย่างนี้เล่า”

ใบหน้างดงามขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม แล้วริมฝีปากได้รูปของเย่วไป๋หูก็ประทับลงบนริมฝีปากชืดชาของเนี่ยมู่ซิ่ง ชายหนุ่มตัวแข็งทื่อคล้ายกับทำสิ่งใดไม่ถูก

ไม่นานริมฝีปากของเย่วไป๋หูก็ผละออกจากริมฝีปากชืดชานั้น เขาหัวเราะอย่างชอบใจ จนคิ้วหนาของคนที่ถูกจู่โจมขมวดมุ่น ใบหน้าราบเรียบเริ่มมีริ้วรอยความไม่พอใจ

“หัวเราะอะไร” เนี่ยมู่ซิ่งถามเสียงห้วน ลืมโมโหเรื่องที่ริมฝีปากของตนเองถูกปีศาจจิ้งจอกช่วงชิงไปชั่วขณะ

เย่วไป๋หูหัวเราะจนน้ำตาเล็ด เขากรีดน้ำตาออกจากหางตาแล้วหันไปมองเนี่ยมูซิ่งด้วยแววตาคล้ายกับเยาะหยัน “ไร้ประสบการณ์ละสิ จึงตัวแข็งทื่อเช่นนี้ เจ้าช่างตลกนัก ข้าว่าไหนๆ แม่นางสุ่ยซวี่ก็คิดจะพลีกายให้เจ้าแล้ว เจ้าก็ถือโอกาสหาประสบการณ์เรื่องนี้เสียเลยสิ อย่างไรสุ่ยซวี่ก็เคยผ่านประสบการณ์มาแล้ว แม้ไม่นานแต่ก็คงสอนเจ้าได้”

“ข้าไม่จำเป็นต้องมีผู้ใดมาสอน” เนี่ยมู่ซิ่งใบหน้าแดงก่ำ เขาไม่พอใจที่ถูกสบประมาทเรื่องนี้

ได้... เขายอมรับว่าไม่มีประสบการณ์ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องหาประสบการณ์กับสตรีนางใดก็ได้ หากจะให้มี เขาต้องมีกับสตรีที่ตนรัก

เย่วไป๋หูเลิกคิ้วข้างหนึ่ง ตอนแรกเขาคิดว่าจะยั่วอารมณ์เนี่ยมู่ซิ่งไม่ได้เพราะเคยท้าทายมาแล้ว แต่เย่วไป๋หูคิดผิด เขาแปลกใจที่เนี่ยมู่ซิ่งมีปฏิกิริยากับเรื่องนี้

เมื่อเห็นเย่วไป๋หูเลิกคิ้วพร้อมเผยรอยยิ้มที่แปลความหมายไม่ออก เนี่ยมู่ซิ่งก็ไม่พอใจมากขึ้น คิดว่าปีศาจจิ้งจอกกำลังเย้ยหยันเขา

“เรื่องพวกนี้แม้ไม่เคยผ่านประสบการณ์มาก่อนก็สามารถทำได้” เนี่ยมู่ซิ่งบอกคล้ายเด็กเล็กที่ตอบคำถามด้วยวิธีท่องจำ

“แล้วหากมีคนประสบการณ์มากกว่ามาล่อลวงเจ้าเล่า เจ้าจะทำอย่างไร”

“ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่มีทางปล่อยให้มีเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้น”

“เช่นนั้นก็ลองปฏิเสธข้าดูสิ หากเจ้ายืนยันว่าจะไม่มีเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้น ก็ลองปฏิเสธข้าดู”

เนี่ยมู่ซิ่งไม่เข้าใจความหมายจึงจะถาม แต่ก็ไม่ทันแล้ว เพราะริมฝีปากของเย่วไป๋หูฉกวูบลงมาที่ริมฝีปากของเขาอีกครั้ง และครั้งนี้ไม่ได้แค่ประทับลงมาเท่านั้น ยังบดเบียดพร้อมกับมือเรียวของเย่วไป๋หูที่ประคองท้ายทอยเนี่ยมู่ซิ่งให้หลบหนีได้ยากกว่าเดิม

เนี่ยมู่ซิ่งใช้กำลังภายในผลักเย่วไป๋หูออก แต่ปีศาจจิ้งจอกก็ไม่ใช่ผู้ที่จะถูกใครผลักออกโดยง่าย เขาใช้ปราณจิ้งจอกถ่ายทอดพลังไปยังมือข้างหนึ่ง แล้วรวบข้อมือผอมของเนี่ยมู่ซิ่งทั้งสองข้างไว้ด้วยมือเดียวเพื่อไม่ให้ผลักออกได้ ก่อนจะเลียริมฝีปากเย็นชืดของเนี่ยมู่ซิ่งให้อุ่นขึ้น ลิ้นสีชมพูไล้เลียต่อไปพร้อมเสียงไม่พอใจของเนี่ยมู่ซิ่ง

“ปล่อยข้า!

เย่วไป๋หูยิ้มแล้วแทรกลิ้นเข้าไปในโพรงปากหวานล้ำของคนตรงหน้า ลิ้มรสชาติหอมหวนอย่างพึงพอใจ ก่อนจะตวัดลิ้นหยอกล้อลิ้นที่แข็งทื่อของชายหนุ่ม

“อื้อ” เนี่ยมู่ซิ่งพยายามถอยหนีริมฝีปากและลิ้นของเย่วไป๋หูที่จู่โจมเขาอย่างย่ามใจ แต่อย่างไรก็หนีไม่ได้

“ขัดขืนข้าสิ อาจารย์เนี่ย” เย่วไป๋หูเอ่ยทั้งที่ริมฝีปากยังคงประทับกับริมฝีปากของเนี่ยมู่ซิ่ง ชอบรสชาติและรสสัมผัสจนเผลอกัดริมฝีปากของอีกฝ่ายแรงๆ จนได้ลิ้มรสชาติเลือดอันแสนโอชะ

เนี่ยมู่ซิ่งหัวหมุนติ้ว เขาไม่อยากให้เย่วไป๋หูรู้ว่าตนไม่ได้รังเกียจความรู้สึกนี้ ทั้งที่อยากจะรังเกียจก็ตาม เขาต้องบ้าไปแล้วที่เริ่มชอบมันด้วยซ้ำ ชายหนุ่มพยายามขัดขืน แต่ยิ่งดึงดันเขาก็ยิ่งถลำลึก

ลิ้นที่แข็งทื่อของเขาขับไล่ลิ้นเรียวที่เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วให้ออกจากปาก แต่แล้วเนี่ยมู่ซิ่งก็รู้ว่าเขาทำเรื่องโง่จนได้ เพราะเมื่อลิ้นของเขาสัมผัสกับลิ้นเย่วไป๋หู ความรู้สึกบางอย่างก็ปะทุขึ้นมาในร่างของเขา มันพลุ่งพล่านและคล้ายกับไปจุดชนวนให้แก่เย่วไป๋หูเหมือนกัน เย่วไป๋หูครางออกมาพร้อมบดริมฝีปากแนบแน่นและดุดันยิ่งขึ้น ลิ้นของเขาเกี่ยวพันกับลิ้นของเนี่ยมู่ซิ่ง กวาดเอาความหวานและรสสัมผัสนั้นล้ำลึกขึ้นอย่างพึงพอใจ

ตอนนั้นเองที่เนี่ยมู่ซิ่งรู้สึกว่ามือของเย่วไป๋หูที่รวบมือเขาเอาไว้เริ่มคลายออก ชายหนุ่มจึงใช้โอกาสนี้ผลักเย่วไป๋หูออกห่าง

ความตั้งใจของเนี่ยมู่ซิ่งสัมฤทธิผล... เย่วไป๋หูถูกผลักออกไปในที่สุด แต่ไม่มีท่าทีแปลกใจหรือโมโหแม้แต่น้อย เขาใช้นิ้วเช็ดปากที่มีคราบเลือดของเนี่ยมู่ซิ่ง แล้วอมเลียนิ้วนั้นพร้อมนัยน์ตาเป็นประกายวาบอย่างร้ายกาจ

“เจ้าชอบข้า” เย่วไป๋หูเอ่ย

“ข้าไม่ได้ชอบเจ้า เจ้าเป็นบุรุษ ข้าจะชอบเจ้าได้อย่างไร” เนี่ยมู่ซิ่งปฏิเสธทันควัน

“ก็ไม่แน่ เพราะสำหรับข้า... หากถูกใจไม่ว่าบุรุษหรือสตรีข้าก็ไม่สน และหากบอกว่าไม่ชอบข้า เช่นนั้นเจ้าก็ต้องชอบจูบของข้า ไม่เช่นนั้นเจ้าคงปฏิเสธข้าไวกว่านี้แล้ว”

“แล้วแต่เจ้าจะคิด” เนี่ยมู่ซิ่งรู้ว่าหากต่อความก็ยิ่งเข้าตัว จึงเลิกคิดจะเอ่ยอะไรต่อ

“ได้” เย่วไป๋หูไม่ดึงดันต่อ เขาเดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียงของเนี่ยมู่ซิ่งอีกครั้ง

“เจ้า... ออกไปได้แล้ว” เนี่ยมู่ซิ่งลืมเรื่องที่เย่วไป๋หูเข้ามาในห้องของเขาโดยไม่ได้รับอนุญาตไปสนิท จนเย่วไป๋หูนอนลงบนเตียงของเขาอีกครั้งจึงนึกได้

“หากเป็นปีศาจตนอื่นคงกินเจ้าไปแล้ว เจ้าช่างไม่ระวังเอาเสียเลย นั่นยิ่งทำให้ข้ากังวลใจว่าอาจจะตายไปพร้อมกับที่เจ้าถูกกิน ดังนั้นต่อแต่นี้เพื่อความปลอดภัยของข้า ข้าจะนอนร่วมห้องกับเจ้า”

“ไม่ได้!” เนี่ยมู่ซิ่งปฏิเสธโดยพลัน

“เห็นหรือไม่ แค่ข้าจะนอนห้องเดียวกับเจ้า เจ้ายังทำเสียงแข็งกับข้าเช่นนี้ แต่เมื่อครู่กับแม่นางสุ่ยซวี่เจ้าทำเสียงอ่อน ช่างแตกต่างกันยิ่งนัก ข้าว่าในความแตกต่างเจ้าต้องรู้สึกอย่างไรสักอย่าง ไม่กับข้าก็กับแม่นางสุ่ยซวี่”

“ข้าไม่ได้รู้สึกสิ่งใดทั้งนั้น” เนี่ยมู่ซิ่งพูดเสียงแข็ง

“หากไม่ได้รู้สึก แล้วเหตุใดต้องปฏิเสธ บุรุษเหมือนกันนอนร่วมห้องกันจะแปลกอันใด หรือเจ้าหวั่นไหวเสียแล้ว” ขณะที่พูดประโยคหลังเย่วไป๋หูยิ้มอย่างมีเลศนัย ขยับกายดึงสายคาดเอวชุดตัวในที่ไม่เรียบร้อยของตนเล่น

เนี่ยมู่ซิ่งปรายตามองปีศาจจิ้งจอก ก่อนจะผินหน้าไปทางอื่น กำหมัดแน่นด้วยความอึดอัดใจ

เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเหตุใดเมื่อครู่ที่สุ่ยซวี่คิดจะมาช่วยอุ่นเตียงให้ เขายังใจเย็นและบอกนางอย่างมีเหตุผล แต่กับเย่วไป๋หูนั้นคล้ายว่าปีศาจตนนี้มักทำให้เหตุผลในหัวของเขาหายไปจนหมดสิ้น

“นอนเถิด ข้าไม่กินเจ้าหรอก เพราะเมื่อครู่ข้าได้กินไปบ้างแล้ว” จากการจุมพิตเมื่อครู่ทำให้เย่วไป๋หูอิ่มอกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก

“ไม่ เจ้าออกไปเสีย” เนี่ยมู่ซิ่งกลับมาเยือกเย็นเช่นเดิม

“จำเรื่องที่สัญญากันไม่ได้หรือ หากข้าช่วยกำจัดลูกปีศาจแมงมุมให้ เจ้าจะยอมรับเงื่อนไขข้าหนึ่งข้อ ดังนั้นเจ้าปฏิเสธไม่ได้ หรืออาจารย์เนี่ยจะผิดคำสัญญา”

ริมฝีปากบางของเนี่ยมู่ซิ่งเม้มสนิท เขาหันไปเป่าเทียนให้ดับแล้วกลับไปนอนโดยไม่เอ่ยสิ่งใดอีก ระหว่างที่นอนหลับตาก็ได้ยินเสียงเย่วไป๋หูอยู่ข้างหูเบาๆ

“หรือเจ้าคิดว่านอนกับสุ่ยซวี่ดีกว่านอนกับข้า”

ในใจเนี่ยมู่ซิ่งได้คำตอบขึ้นมาในทันใด ไม่ดีทั้งสองคนนั่นแหละ

คืนนั้นเนี่ยมู่ซิ่งถึงกับฝันร้าย เขาฝันว่าสุ่ยซวี่กับเย่วไป๋หูต่างมาสู่ขอเขาให้แต่งงานด้วย โดยให้เขาตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ในฝันทั้งสุ่ยซวี่และเย่วไป๋หูต่างอยู่ในชุดเจ้าสาวสีแดงสด สุดท้ายเขาก็เลือกเย่วไป๋หู หลังจากกราบไหว้ฟ้าดินกันเสร็จก็ถึงเวลาเข้าหอ เนี่ยมู่ซิ่งยกไม้คันชั่งเปิดผ้าแดงที่คลุมหน้าเย่วไป๋หูออก

เขาเห็นเย่วไป๋หูยิ้มให้... เป็นรอยยิ้มที่ชวนให้ลุ่มหลง แต่จากนั้นก็แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นรอยยิ้มอันแสนอำมหิต เย่วไป๋หูในชุดเจ้าสาวสีแดงสดแลบลิ้นเลียริมฝีปากสีชมพู ก่อนจะบอกเขาว่า “ข้าจะกินเจ้า” แล้วปีศาจจิ้งจอกก็กางกรงเล็บยาวพุ่งตรงมาที่หน้าอกข้างซ้ายของเขา ขณะที่กรงเล็บกำลังจะแทงเข้าร่างของเนี่ยมู่ซิ่ง เขาก็สะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมา

 

หลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้น สุ่ยซวี่ก็ไม่ได้มาเคาะประตูห้องนอนของเนี่ยมู่ซิ่งในตอนกลางคืนอีกเลย แต่กลับเป็นเย่วไป๋หูที่เข้ามาอาศัยอยู่ในห้องของเขาไม่ต่างกับเป็นเจ้าของห้องอีกคนหนึ่ง โดยไม่ได้สนใจสายตาของสุ่ยซวี่แม้แต่น้อย

สุ่ยซวี่มาอยู่ที่สำนักทะยานฟ้าได้สิบกว่าวันแล้ว วันแรกๆ นางช่วยทำความสะอาดสำนักจนสะอาดเอี่ยม และจัดการเรื่องอาหารการกินรวมทั้งเสื้อผ้าให้ฟ่านจิ้งกับเนี่ยมู่ซิ่งได้อย่างดี แม้เนี่ยมู่ซิ่งจะบอกนางหลายครั้งแล้วว่าไม่จำเป็นต้องทำ แต่สุ่ยซวี่ก็ยังคงบอกว่านางเต็มใจ เห็นดังนั้นเนี่ยมู่ซิ่งจึงไม่ได้ห้ามอะไร ขอเพียงแค่นางไม่มาเคาะประตูห้องของเขาตอนกลางดึก นอกจากนั้นสุ่ยซวี่จะทำสิ่งใด เขาก็ไม่ได้ร้อนใจเท่าใด

เมื่อสุ่ยซวี่จัดการงานในสำนักทะยานฟ้าจนเรียบร้อย นางก็มาปรึกษากับเนี่ยมู่ซิ่งเรื่องที่จะทำหมั่นโถวกับซาลาเปาออกไปขายพร้อมฟ่านจิ้งที่นำยาไปขาย

เนี่ยมู่ซิ่งบอกว่าหากนางต้องการทำสิ่งใดก็ทำไป เขาไม่เคยคิดห้าม ขาดเหลือหรือต้องการความช่วยเหลือใดขอให้นางบอก อีกทั้งยังนำเงินห้าตำลึงที่หัวหน้าหมู่บ้านให้ไว้มามอบให้แก่หญิงสาว แต่สุ่ยซวี่ไม่รับ นางบอกว่าตนพอจะมีเงินติดตัวอยู่บ้าง ไม่จำเป็นต้องรบกวนเขา แต่ถึงอย่างนั้นเนี่ยมู่ซิ่งก็ยัดเงินจำนวนนั้นให้สุ่ยซวี่อยู่ดี ก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“นี่เป็นเงินของหัวหน้าหมู่บ้านที่เตรียมไว้ให้เจ้าสำหรับเริ่มชีวิตใหม่ มีไม่มาก แต่ก็เป็นน้ำใจจากพวกเขา”

เนี่ยมู่ซิ่งไม่รู้ว่าตอนที่หัวหน้าหมู่บ้านผู้นั้นเอ่ยเรื่องที่คนในหมู่บ้านไม่อยากให้สุ่ยซวี่อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน นางจะได้ยินหรือไม่ แม้หัวหน้าหมู่บ้านต้องการให้เงินนี้แก่เขาเพื่อให้รับสุ่ยซวี่ไว้ แต่อย่างที่เขาบอกทุกคน เขาไม่ได้คิดจะรับสุ่ยซวี่ไว้ เพียงแค่เห็นนางยังไม่มีที่ไปจึงรับนางไว้ นางคิดอยากจะไปเมื่อใดเขาไม่ห้าม แต่ถ้านางอยากจะอยู่นานเท่าใดเขาก็ไม่ห้ามเช่นกัน เพราะเขารู้ว่าการไร้ที่พึ่งพิงและไม่มีที่ไปนั้นมันหดหู่เพียงใด

สุดท้ายสุ่ยซวี่ก็รับเงินนั้นไว้ ขอบคุณเขาด้วยสีหน้าตื้นตันใจ

เนี่ยมู่ซิ่งสบายใจได้ไม่นานก็ถูกเย่วไป๋หูขัดอารมณ์ด้วยวาจาอันแสนจะไม่น่าฟัง “เจ้ากำลังทำให้นางยิ่งติดหนี้บุญคุณเจ้ามากขึ้น”

เนี่ยมู่ซิ่งไม่ตอบ เพราะเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เขาควรจะทำ

หลังจากได้รับการว่าจ้างไปปราบปีศาจแมงมุม ชื่อเสียงของอาจารย์เนี่ยแห่งสำนักทะยานฟ้าก็เริ่มกลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้ง ทุกคนต่างรู้ว่าปีศาจแมงมุมน่ากลัวเพียงใด ดังนั้นนอกจากอาจารย์เนี่ยจะได้รับความเชื่อถือขึ้นมาแล้ว เขายังได้รับความยำเกรงจากคนในหมู่บ้านทะยานฟ้ามากขึ้นด้วย ส่งผลให้ยาของเนี่ยมู่ซิ่งขายได้ดีโดยไม่ต้องใช้รอยยิ้มล่อลวงของเย่วไป๋หู

และนอกจากเนี่ยมู่ซิ่งจะมีชื่อเสียงแล้ว สุ่ยซวี่ก็เป็นที่รู้จักไม่แพ้เขาเช่นกัน เพราะเมื่อนางเปิดร้านซาลาเปากับหมั่นโถวที่อยู่แผงเดียวกับร้านยาของฟ่านจิ้งแล้ว เหล่าชายหนุ่มในหมู่บ้านต่างก็อยากรู้ว่าสตรีใบหน้าสะสวยผู้นี้มาจากที่ใด และมีความสัมพันธ์อันใดกับสำนักทะยานฟ้า

“พี่สาวเป็นญาติของอาจารย์เนี่ย ช่วงนี้นางมาอยู่กับเรา” เป็นฟ่านจิ้งที่บอกพี่ชายร้านน้ำเต้าหู้และชายหนุ่มคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน

“นางคงไม่ใช่คู่หมั้นของอาจารย์เนี่ยใช่หรือไม่” พี่ชายร้านน้ำเต้าหู้ถามฟ่านจิ้งเสียงเบา ขณะที่สุ่ยซวี่กำลังขายซาลาเปาให้ลูกค้า

“ไม่ใช่ นางเป็นแค่ญาติ” ฟ่านจิ้งบอกตามที่อาจารย์สั่งมา

หลังจากนั้นสำนักทะยานฟ้าก็เริ่มมีแขกย่างกรายเข้ามาไม่ขาด ชายหนุ่มในหมู่บ้านมาหาเนี่ยมู่ซิ่งเพื่อปรึกษาเรื่องปีศาจ ส่วนสตรีมาปรึกษาเรื่องภูตผี แต่แม้จะเอ่ยกับเนี่ยมู่ซิ่ง สายตาของเหล่าหญิงสาวกลับคอยมองหาเย่วไป๋หู ส่วนพวกชายหนุ่มก็คอยแต่มองตามสุ่ยซวี่

สรุปว่าที่เนี่ยมู่ซิ่งมีชื่อเสียงนั้น แท้จริงเป็นเรื่องลวงตาเท่านั้น เพราะแม้เขาจะเป็นที่รู้จักของชาวบ้านมากขึ้น แต่ก็คงไม่เท่าหญิงสาวผู้อ่อนหวานและบุรุษผู้งดงาม

 

ผ่านไปหนึ่งเดือน...

ช่วงนี้ถือเป็นเวลาอันแสนสงบสุขอีกครั้งตั้งแต่ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางหลุดออกจากที่คุมขัง ฟ่านจิ้งขายยาหมดไวขึ้น เนี่ยมู่ซิ่งก็มีเงินใช้หนี้ให้แก่เจ้าหนี้คล่องกว่าเดิม อีกทั้งฟ่านจิ้งยังมีเวลากลับมาฝึกวิชากับเนี่ยมู่ซิ่ง ร้านซาลาเปากับหมั่นโถวเล็กๆ ของสุ่ยซวี่ก็ขายดีเช่นกัน

ทุกคนต่างมีหน้าที่ของตนเอง มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ไม่ต้องทำสิ่งใดก็มีกิน... นั่นคือเย่วไป๋หู ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง แต่จะเรียกว่าเย่วไป๋หูไร้ประโยชน์ก็คงไม่ได้

ยามเนี่ยมู่ซิ่งสอนฟ่านจิ้งเกี่ยวกับวิชาปราบมารและปีศาจ เย่วไป๋หูก็มานั่งดูคล้ายสนใจ บางครั้งยังเอ่ยเสริมเรื่องที่เนี่ยมู่ซิ่งไม่รู้ให้ฟ่านจิ้งได้รู้ด้วย

ส่วนสุ่ยซวี่ก็ดูจะยึดการดูแลความเรียบร้อยของสำนักเป็นหน้าที่ของนางไปแล้ว ดังนั้นยามที่เนี่ยมู่ซิ่งสอนฟ่านจิ้ง นางก็จะเอาเวลาไปทำความสะอาดและทำกับข้าวให้แก่ทุกคนในสำนัก

มีหลายครั้งที่สุ่ยซวี่คล้ายต้องการจะเอ่ยสิ่งใดกับเนี่ยมู่ซิ่ง แต่สุดท้ายนางก็ไม่เอ่ย เมื่อเห็นว่านางไม่ได้พูดอะไร เนี่ยมู่ซิ่งก็ไม่คิดจะฝืนใจนาง คิดว่าคงเป็นเรื่องไม่สำคัญเพราะเขามีใครให้ต้องกังวลมากกว่าสุ่ยซวี่... นั่นก็คือเย่วไป๋หู

ตั้งแต่เย่วไป๋หูย้ายมานอนที่ห้องของเขา เนี่ยมู่ซิ่งก็แทบจะนอนเป็นสุขได้แบบคืนเว้นคืน

เย่วไป๋หูใช้ข้ออ้างว่าไม่ไว้ใจที่จะให้เนี่ยมู่ซิ่งนอนคนเดียว เพราะกลัวจะมีปีศาจมาดื่มเลือดเขาจนตายแล้วตนเองจะตายไปด้วย แต่เนี่ยมู่ซิ่งคิดว่า หากเขาจะตายก็คงเป็นเพราะถูกปีศาจจิ้งจอกตนนี้กิน เพราะทุกคืนเว้นคืนเขาต้องถูกนิ้วเรียวสะกิดปลุกขึ้นมายามใกล้รุ่ง หากเย่วไป๋หูไม่ร้องขอเลือดก็ต้องขอชิมน้ำลาย และถ้าให้ถามว่าเขาต้องการเลือกสิ่งใดระหว่างให้ดื่มเลือดกับน้ำลาย เนี่ยมู่ซิ่งย่อมตอบได้ในทันทีว่ายอมให้ดื่มเลือด

การถูกบุรุษด้วยกันใช้ริมฝีปากประกบปาก อีกทั้งยังมีเรียวลิ้นที่หยอกล้อทำให้เนี่ยมู่ซิ่งจะบ้าตาย ช่วงหลังๆ ชายหนุ่มไม่ยอมให้เย่วไป๋หูประกบปากกับเขาเด็ดขาด เพราะนอกจากจะกินน้ำลายเขาแล้ว ยังจุดประกายไฟในตัวของเขาด้วย

แต่แม้จะให้ดื่มเลือดอย่างเดียว เย่วไป๋หูก็ยังดูดเลือดเขาพร้อมกับกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกบางอย่างในตัวเขาไปด้วย จนบางครั้งเนี่ยมู่ซิ่งแทบจะเป็นฝ่ายพลิกร่างเพรียวที่นั่งดูดเลือดตนลงบนที่นอน ก่อนจะทำเรื่องแปลกๆ ที่เขาไม่เคยคิดจะทำกับผู้ใดโดยเฉพาะบุรุษด้วยกัน แต่ดีที่เขามีความอดทนมากพอจึงไม่ได้ทำอย่างที่คิด

 

วันเวลายังคงผ่านไปเรื่อยๆ คล้ายกับลมสงบ จนวันหนึ่งที่ฟ่านจิ้งกลับมาจากการขายยาไวกว่ากำหนด

“อาจารย์! แย่แล้ว... พี่สาวแย่แล้ว!” ฟ่านจิ้งวิ่งเข้ามาหาเนี่ยมู่ซิ่งที่กำลังศึกษาเรื่องปีศาจอยู่ในห้องหนังสือ

ช่วงนี้เนี่ยมู่ซิ่งไม่ได้ไปขายยากับฟ่านจิ้งเพราะเห็นว่ามีสุ่ยซวี่ไปขายของด้วย ชายหนุ่มขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรและปรุงยาเพิ่มเพื่อให้ฟ่านจิ้งไปขาย หากมีเวลาว่างเขาก็จะศึกษาตำราปีศาจกับภูตผี เพื่อจะถ่ายทอดความรู้ให้แก่ฟ่านจิ้ง ศิษย์เพียงคนเดียวของเขา

“เกิดสิ่งใดขึ้น” เนี่ยมู่ซิ่งเงยหน้าจากตำราที่อ่านอยู่

“พี่สุ่ยซวี่เป็นลม ข้าเพิ่งพานางกลับมา อาจารย์ช่วยไปตรวจนางหน่อยเถิด” ฟ่านจิ้งลากแขนเนี่ยมู่ซิ่งออกจากห้องหนังสือ เพื่อไปตรวจอาการของหญิงสาว

ผ่านไปไม่นาน... เมื่อเนี่ยมู่ซิ่งเดินออกมาจากห้องที่ตรวจอาการของสุ่ยซวี่ ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งตรงรี่เข้ามาถาม

“อาจารย์เนี่ย แม่นางสุ่ยซวี่เป็นอะไร”

เนี่ยมู่ซิ่งมองชายหนุ่มคนนั้น แล้วกวาดตามองชายหนุ่มอีกหลายคนที่มารวมตัวกันอยู่ในห้องโถงสำนักของเขาโดยไม่ได้นัดหมาย

เพราะหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆ เมื่อมีคนบอกว่าสุ่ยซวี่เป็นลม เหล่าชายหนุ่มที่ยังไม่ได้แต่งงานก็มารวมตัวกันในห้องโถงสำนักทะยานฟ้าเพื่อรอฟังอาการของหญิงสาว

แม้สีหน้าเนี่ยมู่ซิ่งจะเยือกเย็น แต่กลับไม่อาจตอบคำถามนี้แก่เหล่าชายหนุ่มในหมู่บ้านได้

“ตกลงนางเป็นอะไรขอรับอาจารย์” ชายหนุ่มอีกคนถาม

“นาง...” เนี่ยมู่ซิ่งกำลังตรึกตรองหาคำตอบที่ดีให้แก่สุ่ยซวี่ แต่เพราะเขาเป็นคนพูดไม่เก่งจึงเป็นเรื่องยากเกินไป

“นางตั้งครรภ์อย่างไรเล่า” เสียงเอ้อระเหยลอยมาพร้อมกับเจ้าของเสียง

เป็นเย่วไป๋หูที่เอ่ยแทนเนี่ยมู่ซิ่ง เขาเดินเข้ามาในห้องโถงด้วยรอยยิ้มเศร้า

“เจ้าว่าอย่างไรนะ นางตั้งครรภ์!?” บุรุษผู้หนึ่งเอ่ยด้วยสีหน้าตกใจ

“ไม่ผิด นางตั้งครรภ์” เย่วไป๋หูเอ่ยย้ำอีกครั้ง ไม่สนใจสายตาของเนี่ยมู่ซิ่งที่ถลึงใส่เขา

“นางแต่งงานแล้วหรือ ไม่เห็นมีใครบอกกับข้า สามีของนางเป็นผู้ใดกัน” สีหน้าของบุรุษผู้นั้นดูผิดหวังไม่น้อย

“สามีของนางตายไปแล้วอย่างไรเล่า นางช่างน่าสงสารนัก สามีมาด่วนจากไป แม่สามีก็ไม่ต้อนรับนาง ด้วย เพราะนางอับอายและไม่มีที่พึ่งจึงต้องมาพึ่งอาจารย์เนี่ยซึ่งเป็นญาติผู้พี่ ช่างน่าสงสารยิ่งนัก” เย่วไป๋หูตีหน้าเศร้า

เหล่าชายหนุ่มเมื่อได้ยินเรื่องของสุ่ยซวี่ก็มีสีหน้าหลากหลาย

“ตอนนี้สุ่ยซวี่กำลังพักผ่อนอยู่ อีกทั้งนางไม่เป็นอะไรมาก อย่างไรก็เชิญพวกท่านกลับไปเถิด” เนี่ยมู่ซิ่งบอกเสียงเรียบ

เหล่าชายหนุ่มเพิ่งได้สติ ได้ยินวาจาของเนี่ยมู่ซิ่งจึงลากลับไป แต่ก็ยังมีบุรุษบางคนที่บอกเนี่ยมู่ซิ่งว่า แล้วเขาจะกลับมาเยี่ยมสุ่ยซวี่อีก เนี่ยมู่ซิ่งพยักหน้ารับรู้เพียงเท่านั้น

ชายหนุ่มคนสุดท้ายเพิ่งก้าวออกจากธรณีประตู ฟ่านจิ้งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาอีกครั้ง

“อาจารย์... อาจารย์ปู่มา”

ดวงตาเนี่ยมู่ซิ่งฉายแววยินดี ผิดกับเย่วไป๋หูราวฟ้ากับดิน

“อาจารย์อยู่ที่ใด/มันอยู่ที่ใด” สองเสียงดังออกมาพร้อมกัน แต่อารมณ์แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

“ไปแล้ว” ฟ่านจิ้งเห็นนัยน์ตาของเย่วไป๋หูวาวโรจน์อย่างดุร้ายก็ถอยหลังออกมา

“ไปแล้ว?” เนี่ยมู่ซิ่งที่คิดจะก้าวออกไปต้อนรับหมิงจื๋อต้องชะงักเท้า

“อาจารย์ปู่เห็นว่ามีคนอยู่ในสำนักมากมาย ก็คิดว่าเป็นเจ้าหนี้ ข้ายังไม่ทันอธิบายอาจารย์ปู่ก็หนีขึ้นฟ้าไปแล้ว” ฟ่านจิ้งบอกอย่างหงอยๆ แต่เมื่อคิดได้ก็รีบพูดพร้อมยื่นของที่ถือติดมาด้วยให้เนี่ยมู่ซิ่ง “แต่ข้าบอกกับอาจารย์ปู่ว่ากระบี่ของอาจารย์หัก อาจารย์ปู่จึงให้ข้านำกระบี่เล่มนี้มาให้อาจารย์ขอรับ”

เนี่ยมู่ซิ่งรับกระบี่เล่มนั้นมาเงียบๆ ที่จริงตอนที่เขารับตำแหน่งเจ้าสำนัก กระบี่เล่มนี้ควรจะอยู่ในมือเขาแล้ว เพราะมันคือกระบี่เจ้าสำนักทะยานฟ้า ตัวกระบี่หลอมมาจากเตาที่ใช้ฟืนไม้ท้อสวรรค์ จึงทนทานต่อแรงปะทะของเหล่าปีศาจและเทพเซียนมากกว่ากระบี่ที่หลอมจากเตาฟืนไม้ท้อธรรมดา แต่เพราะเขาเห็นว่ายามนี้ไม่มีปีศาจให้ปราบเท่าใดนัก คิดว่าของเก่าแก่หลายร้อบปีเช่นนั้นให้อาจารย์เก็บไว้คงจะดีกว่า ไม่คาดว่ากลับต้องมาใช้มัน

“น่าเสียดายนัก” เย่วไป๋หูขบกรามอย่างเคียดแค้น

หมิงจื๋อคือหนึ่งในกลุ่มคนที่จับตัวเขาไปคุมขัง เมื่อคิดว่าจะได้เจอ... ความคั่งแค้นก็เริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

ส่วนเนี่ยมู่ซิ่งก็ผิดหวังเช่นกัน เขาคิดจะเอ่ยเรื่องศิลาก้อนใหม่กับอาจารย์ แต่ยามนี้ก็ไม่ทันแล้ว

“แต่อาจารย์ปู่จะกลับมาอีกขอรับ” ฟ่านจิ้งบอกเมื่อเห็นสีหน้าของอาจารย์ดูผิดหวัง

เนี่ยมู่ซิ่งพยักหน้ารับรู้ แต่ทั้งศิษย์และอาจารย์ต่างรู้ว่า จะกลับมาของหมิงจื๋อนั้นไม่รู้ว่าคือเมื่อไร

“รอมันกลับมา ข้าจะชำระแค้นมัน!” เย่วไป๋หูเอ่ยอย่างหมายมาด

“หากเจ้าทำเช่นนั้น อย่าหวังจะมีชีวิตรอด” เนี่ยมู่ซิ่งตวัดสายตาไปยังเย่วไป๋หู

“เจ้าคิดจริงหรือว่าเจ้าสามารถควบคุมข้าได้” เย่วไป๋หูถามเสียงหยัน สีหน้าที่ดูไร้ความกังวลใจใดๆ ยามนี้กลับกลายเป็นดุร้ายคล้ายกำลังจะฆ่าคน

“แม้ข้าควบคุมเจ้าไม่ได้ แต่อย่างไรข้าก็ควบคุมหัวใจตัวเองได้ หัวใจข้าหยุดเต้นเมื่อใด หัวใจเจ้าก็หยุดเต้นเมื่อนั้น” เนี่ยมู่ซิ่งบอกเสียงเข้ม

สายตาของทั้งสองฟาดฟันกันอยู่กลางอากาศ ฟ่านจิ้งมองทั้งคู่อย่างละล้าละลัง เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี

ใช่ว่าเรื่องนี้เพิ่งเคยเกิดขึ้น เขาเห็นหลายครั้งที่อาจารย์ใช้วิธีนี้ข่มขู่เย่วไป๋หู แต่ไม่เคยเห็นการข่มขู่ครั้งไหนจะมีบรรยากาศอึมครึมและเครียดขมึงเช่นนี้มาก่อน

“หัวใจ? ข้าจะทำให้เจ้าดูว่าหากข้าคิดจะทำจริงๆ แม้หัวใจของเจ้าเองก็ต้องเต้นหรือหยุดเต้นภายใต้คำสั่งของข้า!

“เช่นนั้นก็ลองดู” เนี่ยมู่ซิ่งตอบอย่างเย็นชา

“ได้!” เย่วไป๋หูกางกรงเล็บออกมา สีหน้าเหี้ยมเกรียม

“อาจารย์ พี่เย่ว พวกท่านอย่าทะเลาะกันเลย เดี๋ยวข้าวของในสำนักจะพังเสียหมด” ฟ่านจิ้งรวบรวมความกล้าห้ามออกไป

“เช่นนั้นข้าจะรออยู่ที่หลังสำนัก” เอ่ยจบเย่วไป๋หูก็หมุนตัวออกจากห้องโถง

ฟ่านจิ้งที่กำลังจะถูกเย่วไป๋หูเดินผ่าน ก็รีบถอยกรูดหลบด้วยความหวาดกลัว

“เจ้าไปดูแลสุ่ยซวี่” เนี่ยมู่ซิ่งหันไปสั่งศิษย์รัก แล้วกระชับกระบี่ในมือก่อนจะเดินตามเย่วไป๋หูออกไป

“อาจารย์” ฟ่านจิ้งครางขณะเดินตามอาจารย์อย่างเป็นห่วง

อาจารย์ไม่เป็นอะไร ปีศาจตนนั้นต้องถูกกำราบบ้าง”

“แต่ท่านอาจจะตายได้นะขอรับ”

“ไม่ต้องห่วงอาจารย์” เพราะเนี่ยมู่ซิ่งตอบไม่ได้ว่าจะรักษาชีวิตได้หรือไม่ คำตอบนี้จึงดูซื่อตรงที่สุด

เนี่ยมู่ซิ่งเดินห่างออกไป ปล่อยให้เด็กน้อยมองตามไปด้วยความกังวล

“อาจารย์ปู่นะอาจารย์ปู่ เหตุใดจึงชอบสร้างปัญหาให้อาจารย์เช่นนี้” ฟ่านจิ้งเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน แอบไปดูที่ห้องสุ่ยซวี่ เมื่อเห็นว่านางยังนอนหมดสติอยู่ เด็กชายก็อดไม่ได้... รีบวิ่งตามเนี่ยมู่ซิ่งไป

-------------------

#อาจารย์ปีศาจจิ้งจอกตนนั้นบอกว่าท่านน่ากินนัก

づく...

--------------------------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความเวิ่นเว้อของเราค่ะ 

....Welcome to my WorlD...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 317 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

994 ความคิดเห็น

  1. #583 minggg- (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 02:12

    กรี๊ดดด เรื่องมาอีกกแล้วว

    เกลียดอาจารย์ปู่มากกกก

    อีตัวก่อปัญหา!

    “ช่าง” น่าสงสาร

    #583
    1
    • #583-1 (จากตอนที่ 9)
      7 มกราคม 2562 / 22:14
      555 อาจารย์ปู่ก็น่าสงสารนะ
      #583-1
  2. #223 lills (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 14:09
    55555555ตีกันเก่งง
    #223
    1
    • #223-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 9)
      8 ธันวาคม 2561 / 23:58
      เยี่ยงนั้น
      #223-1
  3. #59 pinkysherbet (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 15:21
    คู่นี้ smสินะ ตีกันตลอด
    #59
    1
    • #59-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 9)
      14 พฤศจิกายน 2561 / 23:03
      ไม่น่ออออ
      #59-1
  4. #55 winanya19 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 12:58
    ตีกันอีกแล้ว
    #55
    1
    • #55-1 (จากตอนที่ 9)
      12 พฤศจิกายน 2561 / 18:52
      ถูกค่ะ
      #55-1
  5. #54 GokuH@y@ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 08:36

    ทะเลาะกันซะแล้ววว

    #54
    1
    • #54-1 (จากตอนที่ 9)
      12 พฤศจิกายน 2561 / 18:52
      นั่นจิ
      #54-1
  6. #53 secret (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 02:31
    ดีกันแปบๆตีกันซะล่ะ55555
    #53
    1
    • #53-1 (จากตอนที่ 9)
      12 พฤศจิกายน 2561 / 18:52
      555เยี่ยงนั้นแลค่ะ
      #53-1
  7. #52 khunpatt0624 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 23:26
    อ๊อยยย ดีกันได้แป้บเดียว ตีกันอีกละ แต่ไม่เป็นไร ตีกันบ่อยๆ ลูกจะได้ดกๆ
    #52
    2
    • #52-1 (จากตอนที่ 9)
      12 พฤศจิกายน 2561 / 18:52
      งี้แหละผู้ชาย
      #52-1
    • #52-2 khunpatt0624(จากตอนที่ 9)
      12 พฤศจิกายน 2561 / 20:24

      💕❤❤❤❤❤
      #52-2
  8. #51 Ardg (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 08:50
    หวังว่าความจริงจะไม่เป็นเหมือนในฝันอาจาร์ยเนี่ย
    #51
    1
    • #51-1 (จากตอนที่ 9)
      11 พฤศจิกายน 2561 / 22:33
      หึหึหึ
      #51-1
  9. #50 ก้อนกลมสีขาว (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 22:38
    กำลังกรี๊ดที่อ.เนี่ยฝันว่าแต่งงานกับไป่หูแต่ตอนเข้าหอ พีคไปอีก 55555
    #50
    1
    • #50-1 (จากตอนที่ 9)
      11 พฤศจิกายน 2561 / 22:33
      อิอิ
      #50-1
  10. #48 Green-Orange (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 14:40
    ฝันเกือบหวานแล้ว จบลงโชกเลือดเลย
    #48
    1
    • #48-1 (จากตอนที่ 9)
      11 พฤศจิกายน 2561 / 22:33
      ถูกค่ะ
      #48-1