บอดี้การ์ดสะดุดรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 48,093 Views

  • 198 Comments

  • 590 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    75

    Overall
    48,093

ตอนที่ 12 : บทที่ 6 ขอแค่มีเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    24 ก.ค. 59

บทที่ 6 ขอแค่มีเธอ

                   นิคยืนกอดอกรอภรรยาเลือกเสื้อผ้า หลังจากที่เขาพาทานตะวันออกมาจากเพนต์เฮาส์และตรงมายังห้างสรรพสินค้า ชายหนุ่มให้เวลาเธอเป็นส่วนตัวอย่างเต็มที่ ขยับมายืนรอเพื่อให้เธอพูดคุยกับพนักงานโดยไม่มีเขาอยู่ใกล้ชิดให้เธอต้องเคอะเขิน แต่ชายหนุ่มก็ยังเห็นภรรยาแก้มแดงระหว่างพูดคุยกับพนักงานสาว และใบหน้าก็เหมือนจะก้มงุดต่ำลงเรื่อยๆ

 

                   “เขินเสื้อผ้าหรือไง?

 

                   ชายหนุ่มพึมพำ ระหว่างสายตาก็มองไปที่ภรรยา มือของทานตะวันสั่นเล็กน้อยเมื่อยื่นมือไปรับเสื้อจากพนักงานขายที่ช่วยกันดูแลทานตะวันเป็นอย่างดี เนื่องจากนิคสั่งไว้ตั้งแต่เดินเข้ามาในร้าน ว่าเขาให้งบกับเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับภรรยาของเขาไม่จำกัด ชายหนุ่มมีความสงสัยในท่าทีของภรรยา แต่ก็ยังปักหลักยืนอยู่ที่เดิม ไม่เข้าไปรบกวนทานตะวัน ในขณะที่ภรรยาของนิคก็มองชุดที่พนักงานยื่นส่งให้อย่างเคอะเขิน

 

                   มีสามีแล้วต้องแต่งตัวแบบนี้เหรอเนี่ย?

 

                ทานตะวันเขินจนพูดไม่ออก หญิงสาวเม้มริมฝีปากเข้าหากัน แค่มองชุดในมือก็ยังเขินแล้วเขินอีก จนไม่กล้าหันหน้ากลับไปมองสามีซึ่งยืนคอยอยู่ หญิงสาวบอกกับพนักงานให้ช่วยเลือกชุดสำหรับเธอ เลือกแบบที่ผู้หญิงมีสามีแล้วเขาเลือกใส่กัน เพราะทานตะวันก็ใส่แต่เสื้อยืดกับกางเกงยีนจนชิน บรรดาชุดลำลองสำหรับสวมใส่ตอนกลางวัน ส่วนมากเป็นเดรสแบบน่ารักที่เข้ากับบุคลิกของทานตะวัน แต่ที่ทำให้เธอคิดหนักก็บรรดาชุดนอนที่นิคสั่งให้เธอซื้อกลับไปด้วยเนี่ยแหละ

 

                   “ชอบไหมคะคุณลูกค้า

 

                   “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ

 

                   “เนื้อผ้าใส่สบายนะคะ

 

                   ก็น่าจะใส่สบายอยู่หรอก เมื่อเนื้อผ้าของชุดนุ่มลื่นและเนียนบาง แถมแบบของชุดที่เปิดมากกว่าปิด มองดูแล้วไม่ว่าจะสวมหรือไม่สวมก็คงมีค่าเท่ากับเปลือย

 

                   “เป็นแบบที่ขายดีมากนะคะคุณลูกค้า

 

                   “ก็คงต้องซื้อนั้นแหละค่ะ

 

                   หญิงสาวจำได้ว่านิคพิจารณาเสื้อผ้าในตู้ของเธอ แล้วพูดถึงมันด้วยความรู้สึกไม่ประทับใจ ทานตะวันจึงอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นผู้หญิงที่เหมาะสมกับนิคให้มากที่สุด

 

                   “คุณนิค…” ทานตะวันหมุนตัวหันหลังไปมองหาสามี นิคเห็นเธอขยับริมฝีปากเรียกชื่อเขา ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาทานตะวัน ท่ามกลางสายตาสนอกสนใจของพนักงานที่ลอบมองมาเป็นระยะ เพราะรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นชวนมองของชายหนุ่ม

 

                   “ตะวันเลือกชุดเดรสกลางวันสองชุดกับชุดนอนสองชุดค่ะ

 

                   “เลือกตั้งนานได้แค่นี้

 

                   นิคมองดูชุดที่อยู่กับพนักงานหลังจากภรรยาชี้มือให้ดู ใบหน้าของเขาเรียบเฉยจนทานตะวันคาดเดาไม่ถูกว่าเขากำลังรู้สึกแบบไหน พอใจหรือไม่พอใจ หรือว่าเฉยชาอยู่เป็นนิจเหมือนปกติ

 

                   “ตะวันไม่รู้จะซื้ออะไรค่ะ

 

                   “ไม่รู้จะซื้ออะไร?

 

                   นิคกวาดสายตามองไปรอบร้านเสื้อผ้าสำหรับสุภาพสตรีแบรนด์ดัง ภายในร้านอัดแน่นไปด้วยแบบชุดหลากหลายคอลเลคชั่นที่มีให้เลือกซื้อ แต่ทานตะวันกลับบอกว่าเธอไม่รู้จะซื้ออะไรเนี่ยนะ

 

                   “ใช่ค่ะเสื้อผ้าในร้านนี้แต่ละตัวราคาถูกเสียทีไหน เดรสกลางวันหนึ่งชุดยังมีราคาสูงกว่าเสื้อผ้าทั้งตู้ของทานตะวัน เธอหยิบจับและเลือกมันอย่างระมัดระวัง พยายามที่จะเลือกชุดราคาถูกที่สุด เพราะไม่ต้องการรบกวนเงินในกระเป๋าของนิค ถึงอย่างไรชายหนุ่มก็เป็นบอดี้การ์ดของอัลดิน อัลวาเกร เขาก็เป็นลูกจ้างไม่ใช่เจ้าของกิจการที่เธอจะใช้จ่ายเงินของเขาอย่างฟุ่มเฟื่อยโดยไม่รู้สึกอะไร ภรรยาที่ดีก็ควรช่วยสามีประหยัดไม่ใช่เหรอ

 

                   “ขอดูแบบชุดที่เหมาะกับทานตะวันหน่อยครับ

 

                   “คุณนิค…” หญิงสาวเขย่งปลายเท้าขึ้น สอดแขนเข้าไปกอดรัดลำแขนแข็งแรงของชายหนุ่มอย่างลืมตัว นิคหันไปมองสบตากับเธอ นัยน์ตาเฉยชาของเขาทำให้หญิงสาวไม่กล้าปริปากห้ามปราม เธอกลายเป็นตุ๊กตาเดินได้ เมื่อนิคเป็นคนลงมือเลือกชุดให้เธอด้วยตัวเอง หน้าที่ของทานตะวันมีแค่เดินเข้าเดินออกห้องลองชุด เพื่อสวมเสื้อผ้าที่ชายหนุ่มเลือกเฟ้นให้เขาพิจารณา

 

                   หากเขาพึงพอใจนิคจะพยักหน้าแสดงว่าเขาเลือกชุดนั้นให้กับเธอ ทานตะวันเดินเข้าเดินออกห้องลองชุดจนวิงเวียนศรีษะ และก็นึกขึ้นมาได้ นิคไม่ปฏิเสธชุดที่พนักงานเลือกให้เธอลองสวมแม้แต่ชุดเดียว เธอสวมแล้วดูดี หรือเป็นเพราะไม่ว่าเธอจะสวมอะไรก็ไม่ได้สะสวยเพิ่มขึ้น ขอแค่สวมได้ สวมพอดี ชายหนุ่มก็พยักหน้าตอบรับ

 

                   ราคาชุดพวกนี้รวมทั้งหมดมันเท่าไหร่กันนะ

 

                ทานตะวันโหวงเหวงในอกชอบกลเมื่อคิดถึงจำนวนเงินที่นิคต้องจ่ายมันเป็นค่าเสื้อของเธอ หญิงสาวยังไม่มีเวลาทุ่มเทความเสียดายเงินของนิคอย่างเต็มที่ เมื่อเธอยังต้องเดินเข้าออกห้องลองจนหัวหมุน จนกระทั่งถึงชุดสุดท้ายที่พนักงานเตรียมไว้

 

                   “ชุดนี้ใส่กลับ

 

                   ทานตะวันกระพริบตาปริบๆ มองนิค แต่ก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร จนกระทั่งชายหนุ่มจัดการชำระเงินเรียบร้อย

 

                   “ขอบคุณมากนะคะคุณนิค

 

                   หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณเขา ยื่นมือไปหาถุงเสื้อผ้าที่อัดแน่นอยู่ในมือของนิค ชายหนุ่มส่งถุงใบเล็กที่สุดให้เธอสองถุง ส่วนที่เหลือเขาก็ถือไว้เงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ทานตะวันจึงไม่กล้าโต้แย้งแม้จะเห็นว่าเขาถือถุงมากกว่าจนเธอเกรงใจเหลือเกิน ทานตะวันหยุดยืนรอให้นิคเดินนำหน้า แต่ชายหนุ่มก็ยืนนิ่งรอเธอจนหญิงสาวนึกขึ้นได้ รีบเดินไปยืนเคียงข้างเขา นั่นแหละชายหนุ่มถึงยอมขยับเท้าออกเดิน

***********************************

                   ยิ่งมองก็ยิ่งไม่น่าเป็นไปได้

 

                   นิคใช้เวลาอยู่กับทานตะวันในเพนต์เฮาส์ หลังจากทั้งคู่กลับมาจากห้างสรรพสินค้า ชายหนุ่มปล่อยให้หญิงสาวจัดเสื้อผ้าเข้าตู้ เขาไม่ชวนเธอพูดคุย แต่ก็คอยอยู่ใกล้ชิด เพื่อให้หญิงสาวอยู่ในระยะสายตา ผู้หญิงที่นั่งก้มหน้าอย่างเขินอาย ระหว่างการการรื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมาจากถุงกระดาษสกรีนยี่ห้อหรู หน้าแดงก่ำอย่างไร้เดียงสา หากว่าชุดนั้นเปิดเผยเนื้อตัวของเธอมากไปสักนิด ผู้หญิงแบบนี้น่ะเหรอที่จะกลายเป็นนางนกต่อของฝั่งตรงข้ามอย่างที่เจ้านายหนุ่มสงสัย

 

                   แต่มันก็ยังเป็นเพียงแค่ความสงสัย ทานตะวันยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่นิคยังสืบหาข้อมูลมายืนยันไม่ได้ ลึกลงไปในความรู้สึก นิคทราบว่าเขามีความคาดหวังอยู่เล็กน้อย ว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นเพียงแค่ความสงสัยที่ไม่มีมูล และไม่ได้เกิดขึ้นจริง เขาเคยเห็นทานตะวันตั้งแต่ยังเป็นเด็กสาวไร้เดียงสาจนกระทั่งถึงตอนนี้ คงน่าเสียดายหากความเดียงสาเหล่านั้นถูกกลืนหายไปกับกาลเวลา นิคใช้เวลาครุ่นคิดไม่ได้นึกถึงใจของผู้หญิงตัวเล็ก ซึ่งถูกเขาจับจ้องเลยว่ามันกำลังสั่นไหว จนมือเธอที่หยิบจับอาภรณ์ก็พลอยสั่นไปด้วย

 

                   โอ้ย!   หัวใจจะวาย!’

 

                ทานตะวันแทบไม่กล้าเงยหน้าหันมองไปทางนิค หญิงสาวทราบว่าเขาอยู่ในห้องแต่งตัว นั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมแสนสบาย ซึ่งวางไว้บริเวณมุมห้องฝั่งหนึ่ง เหมือนกับเป็นมุมสำหรับนั่งพักผ่อน ซึ่งเธอก็ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าภายในห้องแต่งตัวทำไมถึงต้องมีมุมนั่งเล่น แถมขนาดห้องยังกว้างขวางไม่ต่างจากห้องนอนข้างนอกแบบนี้

 

                   “คะ...คุณนิค

 

                   “ครับทานตะวันรู้สึกว่าเธอไม่มีสมาธิเอาเสียเลย แม้แต่การรื้ออาภรณ์เพื่อเตรียมส่งซักรีดก็ยังเป็นงานที่ยากลำบาก เมื่อมีนิคอยู่ภายในห้องด้วย

 

                   “ทำไมคุณนิคต้องมานั่งในห้องนี้ด้วยค่ะ

 

                   “นั่งเป็นเพื่อนคุณ

 

                   นิคตอบหน้าตาเฉย เขาคอยใกล้ชิดก็เพื่อตามสอดส่องพฤติกรรมของเธอ ยังไม่มีพฤติกรามน่าสงสัยเปิดเผยออกมา ตัวเขาเองจากที่มองเหตุการณ์เอาไว้ห้าสิบห้าสิบ ก็ชักจะเอนเอียงไปในทิศทางที่เชื่อว่าทานตะวันคงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนที่เจ้านายหนุ่มพูดถึง

 

                   “ไม่ต้องนั่งเป็นเพื่อนตะวันก็ได้ค่ะ

 

                   “ทำไม?นั่นนะสิ นิคเป็นเจ้าของที่นี่ เขาอยากจะอยู่ตรงส่วนไหนของเพนต์เฮาส์ก็ได้ เธอต่างหากที่เป็นส่วนเกินของที่นี่ แต่เธอจะอธิบายยังไงให้ชายหนุ่มเข้าใจ ว่าการที่มีเขาอยู่ใกล้ชิดมันทำให้เธอเคอะเขินจนวางตัวไม่ถูก

 

                   “ตะวันไม่รู้หรอกค่ะ

 

                   อะไรคือไม่รู้?จากที่เขินอยู่ดีๆ ทานตะวันก็เหมือนจะเริ่มฉุนสามีขึ้นมาเล็กน้อย ทำไมเขาถึงเป็นคนช่างสงสัยนักนะ ยิ่งเขาถามซักไซ้ เธอก็ยิ่งตอบไม่ถูกน่ะสิ!

 

                   “ตะวันไม่รู้ไม่ชี้แล้วค่ะ

 

                   “อะไรกันคราวนี้นิคพาตัวเองไปหยุดยืนอยู่ใกล้เรือนกายของภรรยาที่นั่งอยู่บนพื้นใกล้กับตู้เสื้อผ้า ชายหนุ่มทิ้งตัวนั่ง ก่อนจะยื่นมือไปจับคางเธอ ดันใบหน้าเนียนใสให้หันมามองเขา

 

                   “ผมไม่เข้าใจ

 

                   “คุณนิคไม่ต้องเข้าใจตะวันหรอกค่ะ ตะวันขอโทษค่ะ

 

                   ทานตะวันยกเสื้อในมือขึ้นปิดบังใบหน้าจากสายตาของสามี คราวนี้ชายหนุ่มทิ้งตัวนั่งขัดสมาธิลงบนพื้น เพื่อใช้เวลากับการพูดคุยภรรยาอย่างเต็มที่

 

                   “เอาขึ้นมาทำไม

 

                   เขายื่นมือไปจับเสื้อตัวนั้น แต่ทานตะวันก็ยึดเอาไว้แน่น แถมยังออกแรงกดมันแนบเข้ากับใบหน้า และส่ายศีรษะปฏิเสธไม่ให้ชายหนุ่มดึงมันออกห่างจากใบหน้าของเธอ

 

                   “คุณนิค

 

                   “ครับผม

 

                   “อย่าแกล้งตะวันสิค่ะ

 

                   “ผมแกล้งคุณเมื่อไหร่ครับนิคไม่มีนิสัยชอบแกล้งคนอื่นเหมือนกับแซม แต่เมื่อเห็นท่าทางของภรรยา และน้ำเสียงตัดพ้อของเธอ เขาก็กลันเกิดความรู้สึกร้ายกาจ อยากกลั่นแกล้งเธอจริงๆ จังๆ ขึ้นมา

 

                   “ตอนนี้ค่ะ

 

                   “ผมทำอะไร

 

                   “คุณนิคก็รู้ว่าตะวันเขิน

 

                   “ทำไมต้องเขิน

 

                   “ก็...เพราะ...เพราะคุณนิคนั่นแหละ

 

                   หญิงสาวตอบวกไปวนมา นิคกระตุกเสื้อเบาๆ เป็นเชิงสั่งให้เธอลดลงมันลงจากใบหน้า แต่ทานตะวันก็ยังดื้อดึง ถ้าไม่มีเสื้อปิดไว้แบบนี้ เขาก็คงเห็นใบหน้าแดงก่ำที่กำลังเขินอายของเธอชัดเจนหมดน่ะสิ สายตาของเขายิ่งคมกริบมองซอกชอนไปถึงไปถึงไหนต่อไหน แล้วเธอจะเอาปัญญาที่ไหนปิดบังความรู้สึกของตัวเองจากสายตาคู่นั้น

 

                   “ผมทำให้คุณเขินมาก?

 

                   ทานตะวันพยักหน้าหงึกหงัก นิคปล่อยมือจากเสื้อที่หญิงสาวถือมันเอาไว้ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเดินไปยังบริเวณประตูของห้องแต่งตัว ก่อนจะหันกลับไปมองภรรยา ที่ค่อยๆ ลดเสื้อในมือลงจากการปิดบังใบหน้า

 

                   “คืนนี้จะบอกวิธีแก้ให้

 

                   นิคหมุนตัวเดินออกไปจากห้องแต่งตัว ให้เวลากับทานตะวัน ไม่รบกวนอารมณ์เธอให้พลุ่งพล่าน หญิงสาวเอียงคอขมวดคิ้ว วิธีแก้ไขของนิคคือวิธีอะไรกันนะ แล้วมันจะช่วยเธอได้จริงเหรอ เธอเขินก็เพราะเธอรู้สึกหวั่นไหวต่อเขา อาการแบบนี้ต้องรักษาแบบไหนกันถึงจะหาย

***********************************

                   ข้าวก็กินแล้ว น้ำก็อาบแล้ว ถ่วงเวลาจนไม่รู้จะถ่วงด้วยวิธีการแบบไหนอีกต่อไป ทานตะวันก็จำต้องลากขาเดินเข้ามาในห้องนอน หลังจากที่เธอขออนุญาตสามีออกไปนอนชมดวงดาวอยู่บริเวณระเบียงชมวิวกว้างขวางที่เชื่อมอยู่กับห้องนอน หญิงสาวดึงประตูบานเลื่อนกระจกปิดเข้าหากัน ก่อนจะยืนหันรีหันขวางเพื่อหาที่รูดม่าน

 

                   ท่านตะวันขยับเข้าไปใกล้ผ้าม่าน ใช้สองมือปัดป่ายมันไปหา เมื่อหาที่ดึงปิดมันเข้าหากัน จนสามีหนุ่มที่นั่งพิงหลังกับพนักหัวเตียงอ่านหนังสืออยู่เงียบๆ ร่วมสองชั่วโมง ต้องเงยหน้าขึ้นมองการกระทำของเธอด้วยสายตาฉงน แต่ทานตะวันก็ยังคงไม่รู้ตัว หญิงสาวโน้มตัวเข้าไปหาผ้าม่านหนาหนัก เพื่อสำรวจมันอย่างละเอียด

 

                   “ทำอะไรครับทานตะวัน

 

                   “ตะวันกำลังหาที่รูดปิดม่านค่ะ ไม่เห็นมีเลยค่ะ แล้วม่านที่นี่ปิดยังไงเหรอคะ

 

                   “มาตรงนี้สิครับ

 

                   “แต่ตะวันยังไม่ได้ปิดม่าน…”

 

                   หญิงสาวยังพูดไม่ทันจบ แต่เพราะสามีปิดหนังสือในมือ ก่อนจะยื่นไปวางบนโต๊ะข้างเตียง พยักหน้าเรียกเธอซ้ำอีกครั้ง ทานตะวันจึงเดินเข้าไปหาเขา ขยับตัวขึ้นไปนั่งคุกเข่าบนที่นอนข้างกายชายหนุ่ม

 

                   “ถือไว้

 

                   นิคยื่นรีโมทย์สีขาวส่งให้ทานตะวัน หญิงสาวรับมาถือเอาไว้ ก้มหน้าลงจ้องมองรีโมทย์ในมือ นิคกำลังชวนเธอดูโทรทัศน์อย่างนั้นเหรอ แต่ในห้องนี้ไม่มีโทรทัศน์เสียหน่อย ถ้าหากอยากดูก็ต้องออกไปที่ห้องรับแขกด้านนอก หรือว่าชายหนุ่มคิดจะไล่เธอออกจากห้องนอนทางอ้อม

 

                   “งงเหรอ ใช้แบบนี้

 

                   ชายหนุ่มโอบลำแขนไปรอบบ่าบอบบาง โน้มตัวไปข้างหน้า จิ้มนิ้วลงบนรีโมทย์ในมือของทานตะวัน ก่อนจะเลื่อนนิ้วชี้ไปยังผ้าม่านที่หญิงสาวให้ความสนใจเมื่อสักครู่

 

                   “ผ้าม่านก็กดตรงนี้

 

                   หญิงสาวที่นั่งตัวแข็งทื่อในตอนแรก หรุบเปลือกตามองนิ้วของสามีที่ถูกดึงกลับมาจิ้มลงบนปุ่มกลมๆ บนรีโมทย์ ก่อนที่ผ้าม่านที่เธอหาวิธีปิดแทบตาย จะเคลื่อนตัวค่อยๆ เลื่อนปิด

 

                   “ผ้าม่านเลื่อนเองได้

 

                   นิคมองคนข้างกาย ก่อนจะดึงสายตากลับไปยังผ้าม่าน ทานตะวันตื่นเต้นกับปรากฎการณ์ผ้าม่านเคลื่อนได้จนลืมความประหม่าที่เกิดจากลำแขนแข็งแรงของสามี

 

                   “ผ้าม่านไม่ใช่ของวิเศษนะ

 

                   “ตะวันขอโทษค่ะ ตะวันตื่นเต้นไปหน่อย

 

                   “มีรีโมทย์อันนี้อันเดียว ก็ควบคุมระบบไฟฟ้าในห้องนี้ได้ทั้งหมด ห้องอื่นก็ใช้เหมือนกัน

 

                   นิคยื่นมือมาสอนเธอกดปุ่มควบคุมไฟ กดเพียงแค่ปุ่มเดียว ไฟฟ้าภายในห้องหมด ก็สามารถเปิดและปิดได้ โดยที่เธอไม่ต้องลุกขึ้นเดินไปปิดเปิดมันด้วยตัวเอง

 

                   “ดีจังค่ะ

 

                   “ชอบเหรอนิคแปลกใจกับความตื่นเต้นของหญิงสาวที่เธอแสดงออก ดวงตากลมโตเปล่งประกายเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับเรื่องแปลกประหลาดชวนให้พิศวง

 

                   “ที่บ้านของตะวันกับยายไม่มีแบบนี้ค่ะ

 

                   “ถ้าคุณชอบที่นี่ก็ดี เพราะถึงยังไงก็ต้องอยู่ที่นี่จนกว่าคุณจะเรียนจบ

 

                   “ตะวันต้องชอบที่นี่สิค่ะ เพราะคุณนิคอยู่ที่นี่

 

                   นิคลูบไล้ปลายนิ้วกับไหล่กลมกลึงของภรรยาแผ่วเบา ทานตะวันกัดริมฝีปากเมื่อเพิ่งรู้ตัวว่าเธอพูดอะไรออกไป หญิงสาวก้มหน้างุด เกิดความรู้สึกเขินอายจนทำรีโมทย์ร่วงจากมือ หญิงสาวรีบตามระครุบมันเอาไว้ เพราะความเงอะงะ นิ้วหัวแม่มืดเลยกดจิ้มลงบนปุ่มควบคุมไฟ ไฟฟ้าภายในห้องนอนดับพรึ่บ ในขณะที่เจ้าตัวก็ยิ่งประหม่า พยายามคว้านหารีโมทย์ท่ามกลางความมืด

 

                   “ขะขอโทษค่ะคุณนิค ตะวัน...

 

                   “ไม่เป็นไร ปิดไปเลยก็ได้

 

                   ทานตะวันรู้สึกเหมือนโลกหมุน รีโมทย์อยู่ที่ไหนหญิงสาวไม่ทราบ แต่ที่เธอทราบคือเธอถูกสามีจับให้นอนลงบนเตียง และในวินาทีต่อมาก็รู้สึกถึงเรือนกายร้อนผ่าวของเขาที่ตามลงมาทาบทับแนบชิด

 

                   “คุณนิค…”

 

                   ทานตะวันทำตัวไม่ถูกเอาเสียเลย เธอเรียกชื่อเขาพร้อมกับที่นิคเอื้อมมือไปหาโคมไฟบริเวณหัวเตียง เซนเซอร์ของโคมไฟระบบสัมผัส ที่เพียงแค่ยื่นมือเข้าไปหา มันก็สว่างขึ้นหนึ่งระดับ และนิคก็ดึงมือกลับไม่ได้ยื่นมือค้างจนความสว่างเพิ่มขึ้นถึงระดับที่สาม เขาต้องการแสงสีเหลืองนวลละมุนละไมเพียงเล็กน้อย เพื่อใช้ในการสำรวจภรรยา

 

                   การหลับหูหลับตาลูบคลำผู้หญิงท่ามกลางความมืด เป็นเรื่องที่ชายหนุ่มไม่ใคร่พึงพอใจนัก แต่แสดงสว่างที่มากเกินไปก็อาจทำให้ทานตะวันตื่นตระหนก ชายหนุ่มวางลำแขนแข็งแรงข้างศีรษะของภรรยา ค้ำยันเรือนกายไม่ให้ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนร่างอ่อนนุ่มของเธอทั้งหมด ดวงตาของเขาจับจ้องใบหน้าเนียนใส ปลายนิ้วแข็งแรงเลื่อนลูบแผ่วเบาบริเวณแก้มเนียนละมุน

 

                   “ตะวัน...ตะวัน...คิดว่า...

 

                   “ไม่ต้องคิดหรอก ฟังแค่ผมก็พอ ตกลงไหม

 

                   นิคต้องการให้เธอฟังอะไรหนอ แต่ทานตะวันก็พยักหน้าตอบรับ ชายหนุ่มดันใบหน้าเธอขึ้น ไม่ยอมให้หญิงสาวหลบสายตา

 

                   “ผมรู้ว่าเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าปล่อยให้คืนนี้ผ่านไป คุณก็จะยิ่งหวาดระแวงและตื่นตระหนก

 

                   ทานตะวันกลั้นหายใจเมื่อชายหนุ่มลดใบหน้าลงต่ำ เขาหมายความว่ายังไงกันหนอ แค่มีชายหนุ่มใกล้ชิด หัวสมองของเธอก็เหมือนจะยิ่งทำงานได้ช้าลงจนแทบไร้ประสิทธิภาพ ในมุมมองของนิค การปล่อยให้ค่ำคืนระหว่างสามีภรรยาผ่านพ้นไปหลังจากย้ายเข้ามาอยู่ในเพนต์เฮาส์เพื่อเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ ทานตะวันที่ประหม่าเคอะเขินในทุกครั้งที่เขาใกล้ชิด จะยิ่งเพิ่มพูนความรู้สึกเหล่านั้น สู้เขาลงมือให้สิ้นเรื่องสิ้นราว เพราะถึงยังไงเธอกับเขาก็เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้อง ความสัมพันธ์ลึกซึ้งจะทำให้เธอคุ้นเคยกับเขารวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ต้องคอยพะวงว่าเขาจะลงมือกลืนกินเธอเมื่อไหร่ให้เสียสุขภาพจิต

 

                   “คุณนิค...

 

                   เธอจะเรียกชื่อเขาทำไมกันนักหนาหนอ นิคจะรำคาญความเงอะงะของเธอหรือเปล่า แต่ทานตะวันก็ไม่ทราบว่าจะพูดกับชายหนุ่มด้วยประโยคไหนดี เพื่อลดสถานการณ์ตึงเครียดที่กำลังห้อมล้อมเธอ

 

                   “มันน่ากลัวสำหรับตอนนี้เท่านั้น แต่จะไม่น่ากลัวตลอดไป

 

                   ชายหนุ่มจับมือเธอยกขึ้นจุมพิต ใบหน้าหล่อเหลายังคงเฉยชาเมื่อเขาจุมพิตที่เรียวนิ้วของเธอทีละนิ้วอย่างเชื่องช้า ทานตะวันรู้สึกเลยว่ามือของเธอสั่นเทามากถึงขนาดไหน มันไร้เรียวแรง จนชายหนุ่มต้องแทรกเรียวนิ้วเข้ามาเพื่อสอดประสานตรึงจับเอาไว้

 

                   “ถ้ากลัวก็แค่กอดผม ตกลงไหม

 

                   ทานตะวันพยักหน้าหลับ หญิงสาวหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ เมื่อชายหนุ่มลดใบหน้าลงต่ำลงมาอีกนิด ดวงตาเย็นชาคู่นั้นกวาดมองสำรวจใบหน้าของภรรยา แสงสีเหลืองนวลตายิ่งขยับเน้นให้ผิวสีน้ำผึ้งของเธอผุดผาดกระจ่างตา ชายหนุ่มปล่อยมือจากเธอ เพื่อช่วยปัดเส้นผมให้พ้นเรียวหน้าน่ารักเหมือนตุ๊กตา หญิงสาวกอดแขนโอบกอดชายหนุ่ม เมื่อรู้สึกว่ากอดแน่นไปก็รีบผ่อนคลายวงแขน ก่อนจะกระชับโอบกอดเขาแนบแน่น เมื่อริมฝีปากของนิคกดทาบลงบนเรียวปากนุ่ม

 

                   จุมพิตแรก!

 

                แม้แต่ตัวเธอยังไม่กล้าคาดคิดว่าจุมพิตแรกที่เกิดขึ้น อีกฝ่ายจะเป็นรักแรก เป็นชายหนุ่มในฝัน เป็นคนที่เธอหลงละเมอเพ้อพกชอบเขา และไม่เคยกล้าคิดว่าเขาจะกลายมาเป็นสามีของเธอ ริมฝีปากของนิคแนบสนิทอยู่กับกลีบปากนุ่ม เขากดริมฝีปากลงจูบซ้ำที่ปากนุ่มอยู่หลายครั้ง เพื่อให้เธอคุ้นเคยกับความผะผ่าวจากริมฝีปากได้รูปสวยอย่างชายชาตรี

 

                   ทานตะวันปิดเปลือกตาเข้าหากันแน่น หญิงสาวเคยนึกสงสัยว่าทำไมเวลามีฉากจุมพิตเกิดขึ้นในละครหรือว่าภาพยนตร์ ฝ่ายหญิงและฝ่ายชายต้องปิดตา เธอนึกสงสัยซุกซนว่าลืมตาจูบกันไม่ได้เหรอ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์จริง ร่างกายก็ของเธอก็เคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาน ริมฝีปากของนิคร้อนผ่าว ร้อนเหมือนมีเปลวไฟซ่อนอยู่ภายใน และความร้อนนั้นก็กำลังหลอมละลายปากนุ่มของเธอจนอ่อนเหลวภายใต้การบงการของเขา

 

                   กลิ่นกายของเขากรุ่นอวลอยู่รอบกาย กลิ่นหอมละมุนอ่อนๆ ที่เธอได้กลิ่นอยู่เสมอเมื่อต้องใกล้ชิดกับเขา ทว่าคราวนี้มันยิ่งกว่าคำว่าใกล้ ยิ่งกว่าคำว่าชิด ทานตะวันแทบสำลักลมหายใจของตัวเองเมื่อสามีเริ่มบดคลึงริมฝีปากหนักหน่วงยิ่งขึ้น ทว่าเธอก็ผ่านพ้นมันมาได้หวุดหวิด โดยที่ไม่สำลักลมหายใจระหว่างที่นิค กำลังใช้ริมฝีปากคลอเคลียแนบติดอยู่กับปากเธอ ให้ตายเถอะ! เธอจะรอดพ้นมันไปได้หรือเปล่านะ หัวใจของทานตะวันหวาดหวั่น แต่ร่างกายกลับแอ่นหยัดเบียดเข้าหาอ้อมอกของสามีอย่างไม่เกรงกลัว

 

                   “ไม่น่ากลัวใช่ไหม

 

                   ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออก น้ำเสียงที่ถามเธอฟังดูทุ้มหู แฝงกังวานเซ็กซี่ราวกับว่าเขากำลังใช้มันโลมลูบเรือนกายของเธอแทนฝ่ามือจนทานตะวันขนลุก ใบหน้าเนียนใสถูกเชยช้อนขึ้นเพื่อให้เธอมองสบตากับเขา ผิวแก้มของเธอร้อนผ่าวยามที่นิคจรดริมฝีปากจุมพิตมันผะแผ่ว ภรรยาสาวร่างเล็กพยักหน้าตอบรับ เธอสอดแขนโอบกอดเขา เบียดซบใบหน้าเข้ากับแผงอกกว้าง จดจำได้ที่เขาสั่งให้เธอโอบกอด ทานตะวันจึงตัดสินใจแล้วว่าหากคิดอะไรไม่ออก เธอจะกอดเขาแก้เขิน

 

                   “คุณนิค

 

                   ชายหนุ่มทราบว่าเธอเรียกชื่อเขา เพราะไม่รู้จะพูดอะไรก็เท่านั้น นิ้วเรียวแข็งแรงสอดแทรกเข้าไปพันกับเส้นผมนุ่มลื่น รวบจับมันไปให้พ้นไปจากเรือนกายของภรรยา ก่อนที่ช่วยเธอปลดเสื้อคลุมชุดนอนชุดใหม่ที่หญิงสาวสวมอยู่

 

                   “ตะวัน...ตะวันสวยไม่พอ

 

                   หญิงสาวพลิกกายคว่ำหน้าลงบนที่นอน หัวใจเธอเต้นรัวเร็วจนเกินควบคุม นิคเอื้อมมือไปวางลำแขนบนเอวบางอ้อนแอ้น ออกแรงเพียงเล็กน้อยก็สามารถลากเอาร่างของภรรยาสาวขี้อายกลับมานอนแนบชิดอยู่ในวงแขนของเขาตามเดิม

 

                   “ไม่เป็นไร

 

                   คำว่าไม่เป็นไรของชายหนุ่มหมายถึงอะไรกันหนอ ต่อให้เธอสวยไม่ถูกใจเขา เขาก็รับมันได้ใช่หรือเปล่า ทานตะวันกระพริบตามองเขา เผลอตัวเพียงแค่เสี้ยววินาที นิคก็พลิกกายขึ้นมานั่งคร่อมทับเรือนกายของภรรยา หญิงสาวปัดป้องไม่ทัน เมื่อสองมือของชายหนุ่มรุกรานอาภรณ์ที่เธอสวมอยู่ พริบตาเดียวคนตัวเล็กก็ลนลานรีบร้อนลุกขึ้นนั่ง ขยับตัวถอยหลังไปนั่งชิดอยู่กับพนักเตียงนอนในสภาพที่มีเพียงชั้นในติดตัวเพียงแค่สองชิ้น

 

                   “มานี่ทานตะวัน

 

                   ชายหนุ่มไม่ขยับตัวตาม เขายื่นมือไปข้างหน้าทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงปักหลักรอคอยเธอ ทานตะวันสู้สายตาเขาไม่ไหว เขินจนใบหน้าแทบลุกเป็นไฟ แต่หญิงสาวก็จำต้องขยับตัวกลับไปหานิค ร่างอ้อนแอ้นถูกชายหนุ่มรวบเข้าไปไว้ในวงแขน จับยกภรรยาขึ้นมานั่งบนตัก โอบรัดเรือนกายของเธอเอาไว้ด้วยวงแขนแข็งแรง

 

                   “ถอดเสื้อคลุมให้ผม

 

                   หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อได้ยิน เธอต้องเป็นคนลงมือถอดเสื้อผ้าให้เขาด้วยเหรอ! หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา เมื่อพิจารณาจากรูปลักษณ์ของนิค ไม่มีทางที่เขาจะขี้ริ้วขี้เหร่ไม่ว่าจะเป็นตอนสวมเสื้อผ้า หรือปราศจากอาภรณ์ติดกาย ใช่ว่าเธอไม่อยากเห็นสามีเปลือยหรอกนะ แต่เธอก็อายจนมือไม้สั่น ยามที่ยื่นมือไปหาสายรัดเสื้อคลุมของสามีเพื่อปลดแยกมันออกจากกัน

 

                   “มะ...มือของตะวันไม่มีแรงเลยค่ะ

 

                   “เร็วเข้า

 

                   ความเห็นใจของนิคหมดไปแล้วใช่หรือเปล่า ชายหนุ่มถึงไม่สนใจความเขินอายของสาวบริสุทธิ์ ทานตะวันกัดริมฝีปากก้มหน้างุดระหว่างบังคับมือให้ปลดสายเสื้อคลุมของสามีออกจากกันจนสำเร็จ หญิงสาวรีบเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของชายหนุ่มแทนเมื่อสาปเสื้อคลุมของแยกออกจากกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังทันเห็นแผงอกกำยำ เครียดครัดด้วยมัดกล้ามน่าซุกซบอย่างที่เธอเห็นหุ่นของนายแบบกำยำบึกบึนตามนิตยสาร

 

                   ลำคอของเธอแห้งผากเมื่อมองสบเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม เธอกับเขาต้องทำเรื่องแบบนี้กันจริงๆ นะเหรอ ทานตะวันเฝ้าฝันอยากใกล้ชิดนิค แต่ความใกล้ชิดนั้น ขอแค่ได้อยู่เคียงข้างเขา เห็นหน้าเขา ส่งยิ้มให้เขา หรือหากต้องนอนเตียงเดียวกันกับเขา ก็แค่ได้รับโอกาสซุกซบอยู่ในวงแขนของเขา โดยไม่ต้องทำเรื่องแบบนี้กันไม่ได้หรอกเหรอ

 

                   “ทานตะวัน คีธเวนสัน

 

                   “เอ๊ะ…” หญิงสาวถูกรวบเข้าไปสวมกอดแนบอกของสามี ก่อนจะที่นิคจะประคองเธอนอนลงบนเตียง โดยมีเรือนกายหนาหนักตามลงไปแนบชิด

 

                   “นามสกุลของผม จำได้หรือยัง เพราะคุณเป็นภรรยาของผม มันคือหน้าที่ของภรรยาทานตะวัน

 

                   ลำแขนกลมกลึงถูกจับคล้องเข้ากับลำคอแข็งแรง นิคไม่นึกรำคาญสัมผัสนุ่มเนียนที่ได้รับจากการเบียดเสียดเรือนกายใกล้ชิดกับภรรยา ตรงกันข้ามเขาค่อนข้างมีความพึงพอใจมากกว่าที่คิดไว้ เรียวนิ้วน่ารักแทรกซอนเข้าไปในเส้นผมของสามี เมื่อริมฝีปากระอุร้อนปิดทาบลงบนปากนุ่ม หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเผยอเรียวปากรับเอาจุมพิตจากสามี

 

                   จูบครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม

 

                ทานตะวันบอกกับตัวเอง เมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนบดเคล้าหนักหน่วง มันเต็มไปด้วยเปลวไฟ เธอรู้สึกแบบนั้น ไฟที่ร้อนระอุยิ่งกว่าจุมพิตที่เขาสอนเธอเมื่อสักครู่ ชายหนุ่มยกตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อสลัดเสื้อคลุมออกปากเรือนกาย และเมื่อผิวเนื้อทั้งคู่สัมผัสกัน เขาก็ลืมเลือนสรรพสิ่งรอบกาย และระลึกถึงเพียงแค่ร่างอ่อนนุ่มหอมกรุ่นของภรรยาเท่านั้น

 

(ตัดเลิฟซีน)

***********************************

ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

0 ความคิดเห็น