บอดี้การ์ดสะดุดรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 48,394 Views

  • 198 Comments

  • 588 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    148

    Overall
    48,394

ตอนที่ 11 : บทที่ 5 ชีวิตคู่จำเป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2015
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    24 ก.ค. 59

บทที่ 5 ชีวิตคู่จำเป็น

                   อโทษด้วยนะครับนาย

 

                   นิคก้มศีรษะให้เจ้านายหนุ่ม เขาต้องกล่าวขออภัยเมื่อต้องเสียมารยาทรบกวนเวลาของอัลดินและอุษาราตรี ซึ่งเจ้านายหนุ่มของเขาก็สุดแสนจะมีเมตตา เมื่อได้รับโทรศัพท์จากนิคเพื่อแจ้งให้ทราบถึงวันจดทะเบียนสมรสของเขากับทานตะวัน อัลดินก็พาภรรยาสาวเดินทางมาเป็นสักขีพยานกิตติมศักดิ์ให้กับคู่บ่าวสาว ซึ่งต่างเห็นพ้องตรงกันถึงพิธีวิวาห์ที่ควรเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด หลังจากเพิ่งจัดงานศพยายนอม หากรีบร้อนจัดพิธีวิวาห์ก็คงไม่ค่อยเหมาะสมนัก

 

                   ขอโทษทำไมวันนี้เป็นวันมงคลของนายนะ

 

                   “ครับผมนิคตอบรับ หากถามชายหนุ่มตอนนี้เขาก็คงตอบได้เต็มปากเต็มคำถึงความรู้สึกที่ไม่ได้แตกต่างจากทุกวันที่ผ่านมา ทานตะวันพักอยู่กับนิคในโรงแรมเพียงแค่สองวันเท่านั้น เธอกับชายหนุ่มก็สามารถตกลงกันได้อย่างเรียบง่ายถึงวันจดทะเบียนสมรส ปราศจากการดูฤกษ์งามยามดี อาศัยฤกษ์สะดวกของทั้งคู่ก็คือวันถัดมาต่อจากวันที่พูดคุยกัน

 

                   “ฉันพาอุ้ยอ้ายมาที่นี่ก็เพราะอุ้ยอ้ายเป็นห่วงตะวัน นายเองก็ช่วยดูแลเด็กนั่นให้ดีหน่อยก็แล้วกัน อุ้ยอ้ายเขาห่วงของเขามาก

 

                   อัลดินพูดกับนิค แต่สายตาเลื่อนมองไปยังอุษาราตรีที่กำลังพูดคุยอยู่กับทานตะวันอยู่ไม่ไกลนัก แต่ก็ห่างพอที่จะพูดคุยกันสองคนอย่างเป็นส่วนตัวโดยที่อัลดิน นิค และแซมไม่ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่

 

                   ครับนาย

 

                   เป็นหน้าที่ของนิคเรื่องดูแลทานตะวันตามสมควร ชายหนุ่มไม่ได้ร่วมเดินทางกลับไปอเมริกากับเจ้านายหนุ่ม เขามีภารกิจสำคัญที่รออยู่ แต่กำหนดการของอัลดินก็ถูกลดระยะเวลาลงมา อีกหกเดือนงานของอัลดินจะเรียบร้อยและเขาก็จะกลับมาปักหลักอยู่ในประเทศไทยเหมือนเดิม

 

                   “ฉันจะรอฟังข่าวจากนายก็แล้วกัน

 

                   “ครับนายอัลดินเลิกสนใจลูกน้องหุ่นยนต์ของเขา พูดกับนิคเมื่อไหร่เขาต้องรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้คุยอยู่กับมนุษย์ทุกที ชายหนุ่มหันไปยกมือโบกเรียกภรรยา อุษาราตรีเดินจับมือทานตะวันที่ดูสงบเสงี่ยมเรียบร้อยขึ้นมากเมื่อเธอกลายเป็นสาวเต็มตัว แตกต่างจากเด็กทานตะวันที่อัลดินเคยพบบนเกาะเป็นคนละคน

 

                   “ฝากดูแลตะวันด้วยนะคะคุณนิค

 

                   “ครับคุณผู้หญิง

 

                   “นิคก็พูดเป็นอยู่แค่เนี่ย ครับนาย ครับคุณผู้หญิง

 

                   “หาเรื่องคุณนิคทำไมคะคุณอัล

 

                   อุษาราตรีพูดกับสามีเสียงนุ่มก่อนจะหันไปสวมกอดทานตะวัน ทานตะวันน้ำตาคลอกับอ้อมแขนที่เต็มไปด้วยเมตตาจิตซึ่งอุษาราตรีมอบให้ รวมถึงการดูแลเธอกับยายนอมทั้งที่อุษาราตรีไม่ได้มีสายเลือดเกี่ยวกับข้องกับสองยายหลานเลยแม้แต่น้อย

 

                   “ดูแลตัวเองนะจ๊ะตะวัน ขอให้มีความสุขมากๆ

 

                   “ขอบคุณค่ะ

 

                   อุษาราตรียกมือขึ้นบีบแก้มทานตะวัน หญิงสาวยื่นมือไปหาสามี ทราบว่าอัลดินต้องการเปิดโอกาสให้ทั้งคู่เริ่มต้นซึมซับช่วงเวลาของการเป็นสามีภรรยา หลังจากที่เพิ่งจรดปลายปากกาลงบนทะเบียนสมรสเมื่อสักครู่ใหญ่ๆ ที่ผ่านมา อัลดินยื่นมือไปตบไหล่นิคเบาๆ ชายหนุ่มจับมือภรรยา ดึงให้เดินตรงไปที่รถด้วยกันโดยมีแซมที่เพิ่งโบกมือลานิคเดินตามไปคอยดูแล

 

                   สายตาของทานตะวันมองตามแผ่นหลังของผู้มีพระคุณ อุษาราตรีได้รับการทะนุถนอมจากอัลดิน ใครเห็นก็คงทราบในทันทีว่าบุรุษกร้าวแกร่งมีอิทธิพลล้นมือผู้นั้นรักใคร่ภรรยาของเขาจนหมดหัวใจ อุษาราตรีเป็นผู้หญิงที่โชคดีเหลือเกิน ไม่ใช่เพราะมีสามีเป็นบุรุษรูปงาม เพียบพร้อมในทุกด้าน แต่เป็นเพราะเธอได้รับความรักล้นเหลือจากผู้ชายที่คอยปกป้องคุ้มครองเธอ ทานตะวันจะมีโอกาสเป็นผู้หญิงโชคดีบ้างหรือเปล่า นิคจะยอมมอบเศษเสี้ยวความอ่อนโยนของเขาให้กับเธอบ้างได้หรือไม่

 

                   “มาสิ...”

 

                   ทานตะวันสะดุ้งทั้งตัว เธอมัวแต่เหม่อมองอุษาราตรีกับอัลดิน เมื่อได้ยินเสียงของนิคหญิงสาวก็เลยตกใจจนต้องรีบหันไปมองชายหนุ่ม เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา เมื่อเห็นมือใหญ่ของสามีหมาดๆ ยื่นมาตรงหน้า นิคเลิกคิ้วมองเธอ ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยปากพูด แม้จะมองเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเธอ นิคหันใบหน้าไปยังเจ้านายของเขาที่กำลังก้าวขึ้นไปนั่งบนรถยนต์ ก่อนจะดึงใบหน้าหันกลับมายังทานตะวัน

 

                   “จับมือได้เหรอคะ

 

                   หญิงสาวเพิ่งเข้าใจความต้องการของชายหนุ่ม นิคคงเห็นเธอมองอุษาราตรีกับอัลดินตาละห้อย ชายหนุ่มถึงได้ยอมยื่นมือของเขามาตรงหน้าเธอ แล้วหญิงสาวก็คิดถึงคำพูดของอุษาราตรีที่เพิ่งคุยกับเธอขึ้นมา

 

                   ต่อไปตะวันคือภรรยาของคุณนิคนะจ๊ะ ตะวันต้องคอยดูแลคุณนิคด้วยนะจ๊ะ

 

                ‘ตะวันดูแลคุณนิคได้เหรอคะ

 

                ‘ได้สิจ๊ะ ตะวันมีสิทธิพิเศษมากมายสำหรับการใกล้ชิดกับคุณนิค เพราะตะวันเป็นภรรยาของคุณนิค และคุณนิคก็เป็นสามีของตะวัน คุณนิคไม่ใช่คนอื่นสำหรับตะวันอีกต่อไป

 

                ‘ตะวันกลัวว่าคุณนิคจะรำคาญตะวัน

 

                ‘ตะวัน...การใกล้ชิดสามีตัวเองไม่ใช่เรื่องที่ผิดนะจ๊ะ

 

                ทานตะวันยิ้มส่งให้ชายหนุ่ม เธอยังไม่คุ้นชินกับสถานะใหม่ระหว่างเธอกับนิค แต่การเป็นสามีภรรยา นั่นก็หมายถึงความใกล้ชิดระหว่างทั้งคู่ก็ย่อมเพิ่มเติมขึ้นมาด้วย ผู้ชายคนนี้เป็นสามีของเธออย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ชายในฝันที่เธอเคยแต่เฝ้าแอบรัก แอบคะนึงหา โดยไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้เป็นผู้หญิงที่ใกล้ชิดกับเขาด้วยตำแหน่งไม่คาดฝันนี้

 

                   “ขอบคุณค่ะคุณนิค

 

                   เขาคงเห็นเธอเป็นเด็ก และคิดให้กำลังใจด้วยการมอบความสนิทสนมเล็กๆ น้อยๆ ให้เธอ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ทานตะวันก็รู้สึกมีความสุขจนเผลอตัวยิ้มส่งให้เขาเสียกว้างขวาง หญิงสาวยื่นมือไปหาชายหนุ่ม วางมือลงบนมือใหญ่ของเขาด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ นิคไม่รีบร้อน เขาให้เวลาทานตะวันกระทั่งหญิงสาวลดฝ่ามือของเธอลงจนแนบสนิทกับฝ่ามือใหญ่

 

                   ทานตะวันอมยิ้มจนแก้มตุ่ย แม้นิคจะจับมือเธอหลวมๆ ไม่ใช่การจับมือแนบแน่นเหมือนอุษาราตรี แต่อย่างน้อยชายหนุ่มก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่าเธอเป็นเจ้าสาวที่เขาไม่ต้องการ เหตุผลที่นิคขอเธอแต่งงานยังคลุมเครือ แต่ทานตะวันก็คิดหาเหตุผลจนเหนื่อย และสั่งให้ตัวเองเลิกคิด เมื่อเธอไม่สามารถตอบตัวเองได้แม้จะคิดจนสมองแทบระเบิดก็ตาม

 

                   “เชิญครับ

 

                   นิคเปิดประตูรถยนต์ให้ทานตะวัน ชายหนุ่มมองเห็นความสุขในดวงตาของเธอ เป็นความสุขที่เจือปนด้วยความเขินอาย เพียงแค่เขายอมจับมือเธอก็ทำให้หญิงสาวมีความสุขถึงขนาดนี้เชียวเหรอ นิคไม่ได้รู้สึกพิศวาสกับสัมผัสเพียงแค่เล็กน้อยนี้สักนิด ชายหนุ่มเห็นดวงตาเศร้าสร้อยที่เธอมองตามอุษาราตรีกับเจ้านายหนุ่มของเขา ในฐานะสามีเขาก็ควรหยิบยื่นการดูแลให้เธอบ้าง นิคทำลงไปเพราะถือว่าเป็นความรับผิดชอบในฐานะสามีเท่านั้น

 

                   “ขอบคุณค่ะคุณนิค

 

                   “เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ

 

                   “หน้าที่เหรอคะ

 

                   “หน้าที่ของสามี การดูแลภรรยารวมอยู่ในนั้นครับ

 

                   ทานตะวันก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ หญิงสาวคิดทบทวนถึงคำตอบของชายหนุ่ม การดูแลเธอทั้งหมดที่นิคมอบให้เป็นการทำตามหน้าที่เท่านั้นหรอกหรือ

 

                   ไม่เป็นไรหรอกทานตะวัน ถึงยังไงเขาก็ยังอุตส่าห์ทำหน้าที่ของสามี

 

                หญิงสาวปลอบโยนตัวเอง ทานตะวันมัวแต่ครุ่นคิดจนนิคต้องเอื้อมมือข้ามเรือนกายของเธอไปดึงเข็มขัดนิรภัยมาจัดการคาดให้ หญิงสาวนั่งตัวแข็งทื่อ กลิ่นหอมจากเรือนกายของชายหนุ่มลอยกรุ่นอยู่ใกล้กับจมูก ใบหน้าของเขาก็อยู่ห่างเพียงแค่คืบ แต่เมื่อทำหน้าที่ของสามีเรียบร้อย นิคก็ดึงตัวกลับไปนั่งตามเดิม

 

                   “ขอบคุณค่ะคุณนิค

 

                   “คุณไม่จำเป็นต้องขอบคุณผมทุกเรื่องก็ได้

 

                   “ก็...ตะวันยังไม่ชิน

 

                   “อยู่ด้วยกัน เดี๋ยวก็คงชินไปเองใช่ว่ามีแค่เธอที่ไม่ชิน นิคเองก็ไม่ยังไม่ชินกับการกลายเป็นบุรุษที่มีพันธะ แต่ถึงอย่างไรมันก็เกิดขึ้นจากการตัดสินใจของเขา นิคมีความเชื่อว่าทุกเรื่องมีความเสี่ยงอยู่เสมอ เช่นเดียวกับเรื่องของทานตะวัน ชายหนุ่มเข้ามาใกล้ชิดกับเธอเพราะมีเป้าหมายสำคัญ แต่หากทานตะวันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขาสงสัย เธอก็ต้องเป็นภรรยาของเขาต่อไป มันคือหน้าที่ คือความรับผิดชอบที่เขาไม่อาจปฏิเสธ

*************************************

                   คุณนิคไม่ไปทำงานเหรอคะ

 

                   “ผมรบกวนคุณ?

 

                   ทานตะวันส่ายหน้าปฏิเสธระหว่างที่นิคเปิดประตูรถยนต์ให้เธอ หญิงสาวเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ของเธอว่านิคชอบให้เธอทำตัวเป็นผู้หญิงมือไม้อ่อน จากที่เคยเปิดปิดประตูรถเองก็ต้องรอให้สามีเป็นคนดูแล

 

                   “ไม่ใช่นะคะ คุณนิคไม่ได้รบกวนตะวัน แต่ตะวันต่างหากที่เป็นฝ่ายรบกวนคุณนิค

 

                   “ไม่ได้รบกวนอะไรนี่ มาเถอะ

 

                   นิคยื่นมือไปตรงหน้าทานตะวัน หญิงสาวกระพริบตามองเขา ก่อนจะยื่นมือไปหาชายหนุ่มและวางมือลงบนฝ่ามืออบอุ่นที่เธอยังคิดถึงไออุ่น

 

                   “ผมขอกุญแจบ้าน

 

                   “อ๊ะ! ขอโทษค่ะ

 

                   “ไม่เป็นไรนิครวบจับมือของคนที่ทำหน้าตื่นตระหนกเอาไว้ ทานตะวันอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี อยากละลายกลายเป็นไอต่อหน้าชายหนุ่ม หรือหากเธอสามารถหายตัวไปจากเขาได้ หญิงสาวจะรีบทำทันที

 

                   “กุญแจอยู่ไหน

 

                   นิคกระแอมเบาๆ ในลำคอเพื่อสะกดเสียงหัวเราะ ใบหน้าเงอะงะของภรรยา ปฏิกิริยาการแสดงออกของเธอ ทั้งใสซื่อและไร้เดียงสาเสียจนเขารู้สึกขบขัน

 

                   “กะ...กุญแจบ้าน

 

                   “ใช่ครับกุญแจบ้านเธอรู้แล้วว่าเขาถามหากุญแจบ้าน แต่ทานตะวันเขินจนริมฝีปากสั่นระริกรวบรวมคำพูดแทบไม่ได้ หญิงสาวก้มหน้าหลบสายตาจากนิค เขายังคงจับมือเธอไว้แนบแน่น ทั้งที่เมื่อสักครู่เขาเป็นคนบอกเอง นิคต้องการกุญแจไม่ได้ต้องการมือเธอ

 

                   “กะ...กุญแจบ้าน ยะ...อยู่ในกระเป๋าค่ะ

 

                   ทานตะวันควรเป็นคนหยิบกุญแจส่งให้เขา แต่เธอก็เขินจนใบหน้าร้อนผ่าว เรียวขาสั่นเทาจนต้องออกแรงประคับประคองเรือนกายไม่ให้ทรุดฮวบลงต่อหน้าสามี จนสร้างความอับอายเพิ่มเติมให้กับตัวเอง นิคขยับมาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ก่อนจะยื่นมือไปเปิดประเป๋าสะพายที่ทานตะวันสะพายพาดหัวไหล่เอาไว้

 

                   “มือว่างอยู่ จับมือคุณและถือกุญแจด้วยก็ได้

 

                   นิคอธิบายไปด้วย ระหว่างที่ใช้นิ้วคีบพวงกุญแจออกมาจากกระเป๋าของทานตะวัน หญิงสาวไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองเขา ปล่อยให้นิคเป็นคนเปิดประตูรั้วแล้วจับจูงมือเธอเดินเข้าไปในบ้าน จนกระทั่งเธอกับเขาเข้าไปอยู่ภายในตัวบ้านด้วยกัน

 

                   “จะยืนก้มหน้าอีกนานไหม

 

                   นิ้วเรียวแข็งแรงแตะช้อนใต้คางดันใบหน้าทานตะวันให้เงยขึ้น พวงแก้มของหญิงสาวแดงระเรื่อ เธอพยายามที่จะหลบเลี่ยงการสบตากับเขา เมื่อถูกชายหนุ่มจับตรึงใบหน้าไว้แบบนั้น ทานตะวันก็เลือกที่จะมองเพียงแค่แผ่นอกของเชายหนุ่ม ซึ่งอยู่ในระยะสายตาของเธอพอดี

 

                   “คุณควรหัดมองผมให้ชินนะทานตะวัน

 

                   “ก็ยังไม่ชินนี่ค่ะ

 

                   “แล้วเมื่อไหร่จะชิน

 

                   “ตอบไม่ได้ค่ะทานตะวันตื่นเต้นจนปฏิกิริยาตอบโต้ของเธอเชื่องช้ากว่าปกติ แต่นิคกลับไม่เห็นใจ ถามยอกย้อนกลับไปกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ จนหญิงสาวยิ่งเพิ่มความงุนงงที่มีต่อเขา สามีของเธอเป็นคนเย็นชาหรือว่าเขากำลังสนุกสนานกับการกลั่นแกล้งเธอกันแน่

 

                   “มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราต้องอยู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยา

 

                   “ทำไมล่ะคะ

 

                   “เราแต่งงานกันแล้ว

 

                   “ไม่ใช่ค่ะ ตะวันเคยสงสัย ตอนนี้ก็ยังสงสัยว่าทำไมคุณนิคถึงขอตะวันแต่งงาน

 

                   “คุณตอบตกลงแต่งงานกับผมแล้ว สถานะระหว่างเราตอนนี้คือสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย

 

                   ทานตะวันคงไม่ได้รับคำตอบที่เธอรวบรวมความกล้าเอ่ยถามออกไปสินะ แต่ก็เป็นอย่างที่นิคตอบ ในเมื่อเธอเดินเข้าไปหาชายหนุ่มจนไม่สามารถเดินย้อนถอยหลังได้อีก การถามไถ่ถึงเหตุผลไม่ว่าเขาจะตอบหรือไม่ตอบมันก็ไม่เกิดประโยชน์อยู่ดี

 

                   “ไปเก็บของเถอะ ให้ผมช่วยหรือเปล่า

 

                   “ไม่ต้องค่ะ เอ่อ...ตะวันเกรงใจ คุณนิครออยู่ตรงนี้นะคะ นั่งรอบนโซฟาก็ได้ค่ะ เดี๋ยวตะวันมาค่ะ

 

                   ทานตะวันปฏิเสธรัวเร็ว ใบหน้าของเธอแสดงอาการตื่นตระหนกเสียจนนิคนึกสงสัย ทานตะวันกำลังมีเรื่องปิดบังเขาอย่างแน่นอน เพียงแต่ชายหนุ่มไม่ทราบว่าเรื่องปิดบังของเธอคือเรื่องอะไรกันแน่ และแน่นอนว่านิคจะต้องหาคำตอบนั้นให้จงได้

 

                   “ตะวันเก็บของไม่นานหรอกค่ะ

 

                   หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างขวางส่งให้สามี เป็นรอยยิ้มปกปิดเรื่องที่เธอซ่อนเอาไว้ ในห้องนอนของเธอมีอะไรกันแน่ ทานตะวันถึงได้ปฏิเสธที่จะให้เขาเข้าไป นิคเลือกที่จะนิ่งเงียบ ไม่แสดงออกถึงความสงสัย ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับ และทานตะวันก็รีบร้อนหมุนตัวเดินแกมวิ่งไปยังห้องนอนของเธอ หญิงสาวรีบเปิดประตูเข้าไปในห้อง

 

                   ทานตะวันทิ้งร่างพิงกับประตูห้องนอน หญิงสวยกมือขึ้นประคองสองแก้มร้อนผ่าว เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยตัวตนจอมปลอมของนิคที่เธอสร้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่ายของชายหนุ่มที่เธอแอบขอมาจากแซม รูปถ่ายใบเดียวที่หญิงสาวนำมันไปอัดซ้ำหลากหลายขนาดแล้วใส่กรอบวางตั้งไว้รอบห้อง สภาพห้องแบบนี้จะให้เจ้าตัวเข้ามาเห็นได้ยังไงกันล่ะ หากความลับเรื่องนี้ของเธอถูกเปิดเผย ทานตะวันคงไม่ทราบว่าจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนเพื่อหลบเลี่ยงนิค

*************************************

                   ายจ๋า ไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะจ๊ะ หนูจะเข้มแข็งให้มาก และตอนนี้หนูก็มีคุณนิคคอยดูแลด้วยจ๊ะ ยายพักผ่อนให้สบายนะจ๊ะ ไม่ต้องเหนื่อยอีกแล้วนะจ๊ะยาย

 

                   ทานตะวันแตะปลายนิ้วกับรูปถ่ายของยายนอมในกรอบ ก่อนจะจัดเก็บลงกระเป๋าอย่างทะนุถนอม หญิงสาวต้องย้ายไปอยู่กับนิคในบ้านพักของเขา ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าบ้านหลังนี้คับแคบเกินไปสำหรับนิค ทานตะวันมีของใช้ส่วนตัวไม่มาก เฟอร์นิเจอร์ในบ้านนิคจะส่งคนเข้ามาจัดการทีหลัง หญิงสาวมีกระเป๋าสำหรับเก็บของใช้ส่วนตัวแค่ใบเดียว ส่วนกระเป๋าเป้ที่เธอสะพายไว้บนบ่าก็คือกระเป๋าที่จัดเก็บรูปถ่ายของนิคกับยายนอม

 

                   “เราต้องปกป้องกระเป๋าเป้ใบนี้ไม่ให้คุณนิคเห็นเด็ดขาด

 

                   หญิงสาวพูดกับตัวเองเหมือนมันเป็นเรื่องใหญ่ ทานตะวันมองไปรอบห้องนอนของเธออีกครั้ง ส่วนหนึ่งหญิงสาวก็คิดว่าเป็นการดีที่เธอจะย้ายไปอยู่กับนิค การอยู่ที่นี่จะยิ่งทำให้เธอคิดถึงยายนอม และหากยายนอมรับรู้ถึงความรู้สึกโหยหาอาวรณ์ ท่านก็อาจพักผ่อนอย่างไม่สบายใจ

 

                   “หนูจะดูแลตัวเองให้ดีค่ะยาย ยายไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะคะ

 

                   ทานตะวันสูดลมหายใจเข้าปอด หญิงสาวรู้สึกเหมือนเธอกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน แต่มันคือความฝันที่กลายมาเป็นความจริง คนที่ไม่อาจเอื้อมมือคว้า กลับเป็นฝ่ายยื่นมือมาหาและเสนอโอกาสให้เธอเข้าไปใกล้ชิดเขา ทานตะวันรับเอาโอกาสนั้น แม้เธอจะพอทราบอยู่บ้างว่าทางเดินชีวิตคู่อาจไม่ราบรื่นนัก แต่เธอจะใช้ความจริงใจที่เธอมีต่อนิคสำหรับการเผชิญหน้ากับปัญหาทุกอย่าง

 

                   “แค่ความจริงใจก็พอแล้ว

 

                   เสียงใสกล่าวให้กำลังใจตัวเอง หญิงสาวกระชับมือเข้ากับเป้บนบ่า สูดลมหายใจเข้าปอดอีกเฮือกใหญ่ ก่อนจะหันไปลากกระเป๋าเดินทางเปิดประตูเดินออกมาจากห้องนอน นิคยืนกอดอกรออยู่บริเวณหน้าห้อง ชายหนุ่มเลื่อนสายตามองไปยังกระเป๋า เดินเข้าไปหาเธอและเป็นฝ่ายยื่นมือไปช่วยเธอลากกระเป๋าเดินทาง

 

                   “ตะวันเก็บของเสร็จแล้วค่ะคุณนิค

 

                   “ไปกันเถอะ

 

                   ทานตะวันกวาดสายตามองไปรอบบ้านอีกครั้ง ประกายในดวงตาของเธอเจือปนความคิดถึงและโหยหา แต่ในขณะเดียวมันก็มีความอบอุ่นอยู่ในนั้น เป็นเรื่องยากที่จะทำใจยอมรับการจากไปของผู้ใหญ่ที่เลี้ยงดูเธอมา แต่อีกไม่นานเธอก็คงคุ้นเคยกับความรู้สึกโหวงเหวงในอก ที่คงจะค่อยๆ ถูกเติมเต็มจากบุรุษหนุ่มร่างสูงตรงหน้า นิคไม่ได้เร่งให้เธอรีบเดินออกจากบ้าน ชายหนุ่มปล่อยให้เธอค่อยๆ กวาดสายตาและขยับเรียวขาเดินนำหน้าเขาออกจากบ้านหลังน้อย เดินช้า เขาก็เดินช้ายิ่งกว่า ให้เวลากับทานตะวันเต็มที่ในการซึมซับถึงความรู้สึกคิดถึงที่มีต่อยายนอม ชายหนุ่มทำตัวเหมือนเขาเป็นอากาศ ไม่ปริปากแต่ดวงตากลับจับจ้องมองทานตะวันเงียบๆ อย่างครุ่นคิด

*************************************

                   านตะวันมองไปรอบเรือนหอของเธอ หญิงสาวเรียกมันว่าเป็นเรือนหอ เพราะสถานที่แห่งนี้จะเป็นที่พักอาศัยของเธอและนิค เธอกับเขาจะเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยกันที่นี่ นิคเรียกมันว่าเพนต์เฮาส์ ทานตะวันไม่เคยรู้มาก่อนว่าห้องบนตึกสูงเสียดฟ้าจะมีขนาดกว้างขวางแบบนี้ มันกว้างและหรูหราอย่างที่บ้านหลังน้อยแต่อบอุ่นของเธอกับยายเทียบไม่ติด

 

                   “กว้างมากเลยค่ะ

 

                   “ชอบไหม

 

                   หญิงสาวส่ายหน้าเมื่อได้ยินคำถาม เธอตอบไม่ถูกว่าควรชอบหรือว่าไม่ชอบที่นี่ เพราะยังรู้สึกแปลกที่และไม่คุ้นเอาเสียเลย

 

                   “ไม่รู้ค่ะ ว่าจะชอบหรือเปล่า

 

                   นิคช่วยทานตะวันยกกระเป๋าเดินตรงเข้าไปข้างใน หญิงสาวรีบก้าวขาตาม เดินผ่านห้องประมาณสองห้อง เลี้ยวซ้ายสองครั้งก็พบกับประตูห้อง นิคเปิดประตูเข้าไปในห้องนั้น และทานตะวันก็เพิ่งรู้ตอนก้าวเข้าไปในห้องนั้นแหละว่ามันคือห้องนอน

 

                   “ห้องนอน...

 

                   หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเอง เธอรู้สึกเคอะเขินโดยที่สามียังไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ นิคยกกระเป๋าเดินผ่านประตูบานโค้งที่เชื่อมกับห้องนอนเข้าไป ทานตะวันที่ยืนเขินอยู่คนเดียว รีบขยับตัวตามเพราะเกรงว่าหากเธอชักช้าอาจจะทำให้ชายหนุ่มไม่พอใจ ภายในห้องนั้นเป็นห้องแต่งตัว ตู้แต่ละบานฝังอยู่ในผนัง เฟอร์นิเจอร์เท่าที่มองเห็นด้วยตา ส่วนมากจะเป็นสีขาว สีเทา และสีดำ มันดำ ที่ผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัว

 

                   “แค่ฝั่งนี้เท่านั้นที่เป็นตู้เสื้อผ้าของผม ที่เหลือยกให้คุณใช้งานทั้งหมด

 

                   นิคชี้มือไปยังตู้เสื้อผ้าตลอดแนวยาวของผนังห้องฝั่งหนึ่ง ทานตะวันหมุนตัวมองไปรอบห้องแต่งตัว ถึงแม้จะตัดส่วนที่เป็นของนิคออกไปแล้ว หญิงสาวก็ยังรู้สึกว่ามันเยอะมากเกินความจำเป็นของเธออยู่ดี เสื้อผ้าของทานตะวันนั้น ใส่ตู้แค่ใบเดียวในห้องนอนเล็กๆ ของเธอก็ยังไม่เต็มด้วยซ้ำ หากนำมาแขวนในตู้เสื้อผ้าที่ยาวเหยียดขนาดนี้ก็คงโหรงเหรงชอบกล แล้วไหนจะอีกสารพัดตู้ และที่เก็บมากมายนั้นอีกล่ะ มีไว้ทำไมกันเยอะแยะนะ

 

                   “ตะวันใช้ตู้แค่บานเดียวก็พอค่ะ

 

                   “ผู้หญิงมักจะมีเสื้อผ้าเครื่องประดับที่เยอะกว่าผู้ชาย

 

                   นิคให้เหตุผล ทานตะวันไม่รู้ว่าผู้หญิงปกติของนิคนั้นมีเสื้อผ้าเครื่องประดับมากแค่ไหน แต่สำหรับเธอคงอยู่ห่างไกลจากผู้หญิงที่ชายหนุ่มคุ้นเคย

 

                   ตะวันมีเสื้อผ้าเท่าที่อยู่ในกระเป๋านั้นแหละค่ะ

 

                   คุณใช้ไปเถอะ จะจัดของเลยหรือเปล่า

 

                   “จัดเลยดีกว่าค่ะ ตะวันแขวนเสื้อผ้าเข้าตู้ไม่เกินสิบนาทีก็เสร็จค่ะ

 

                   “งั้นผมจะออกไปนั่งรอ เสร็จแล้วจะพาเดินดูรอบเพนต์เฮาส์

 

                   นิคกล่าวจบก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้องแต่งตัว ทานตะวันยืนนิ่งมองตามสามีจนร่างสูงแกร่งกำยำพ้นไปจากระยะสายตา เธอกับเขาเป็นสามีภรรยากันแล้วก็จริง ทว่าหญิงสาวก็ยังรู้สึกประหม่าและหวั่นเกรงยามที่ต้องใกล้ชิดนิค เหมือนเขาเป็นเจ้านายและเธอเป็นลูกน้องผู้ต่ำต้อยไม่มีผิด

 

                   “เธอต้องมีสติให้มากนะทานตะวัน

 

                   ทานตะวันยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบาๆ หญิงสาวรีบจัดการเปิดตู้เสื้อผ้า รื้อกระเป๋าเพื่อจัดเก็บของใช้ส่วนตัว ขนาดของตู้นั้นกว้างขวางเหลือเกิน เธอแขวนเสื้อผ้าของเธอเข้าไปทั้งหมดแล้วก็ยังไม่ถึงหนึ่งส่วนสี่ของตู้ด้วยซ้ำ ทานตะวันจัดการเก็บกระเป๋า ก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้องแต่งตัว เพราะไม่อยากให้นิครอนาน สามีของเธอนั่งอยู่บนชุดโซฟามุมหนึ่งภายในห้องนอน

 

                   บริเวณนั้นมีกระจกหน้าต่างโค้งรับเข้าหากันในลักษณะครึ่งวงกลม เข้าชุดกันกับแบบของโซฟาที่ตั้งเอาไว้อย่างพอดิบพอดีเป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจ ทานตะวันเคยเห็นตึกสูงแห่งนี้ แต่หญิงสาวก็ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้เข้ามาที่นี่ เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นใช้สายตามองนิค ไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปหาเขา ที่นั่งนิ่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ถ้าเดินเข้าไป เราจะรบกวนคุณนิคหรือเปล่า

 

                เสร็จแล้ว?

 

                   “คุณนิคคุยกับตะวันเหรอคะ

 

                   นิคพยักหน้ารับ ชายหนุ่มลุกขึ้นจากโซฟา เดินมาหยุดยืนตรงหน้าแม่สาวน้อยหน้าใสที่ยังดูเด็กกว่าอายุจริงหลายปี หากบอกว่าเธออายุสักสิบห้าปีเขาก็คงยอมเชื่ออย่างไร้ความเคลือบแคลง

 

                   “ตู้เสื้อผ้ากว้างมากเลยค่ะ เสื้อผ้าตะวันใส่ไปแล้วมีกระหย่อมเดียวเอง

 

                   “ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมพาไปซื้อเพิ่ม

 

                   “ไม่ต้องหรอกค่ะ ไม่ต้องจริงๆ นะคะ

 

                   ทานตะวันรีบร้อนปฏิเสธ เธอก็แค่หาเรื่องชวนคุย ไม่ได้ต้องการให้ชายหนุ่มต้องเสียเงินของเขาเพื่อจ่ายเงินซื้อเสื้อผ้าให้เธอ

 

                   “ทำไม?

 

                   “คุณนิคตะวันก็แค่ชวนคุย ตะวันไม่ได้มีเจตนาจะทำให้คุณนิคต้องสิ้นเปลืองนะคะ

 

                   “เสื้อผ้าเป็นของใช้จำเป็น

 

                   “ตะวันยังพอมีใส่อยู่นะคะ

 

                   “ไปดูกัน

 

                   นิคเดินนำหน้าเธอเข้าไปในห้องแต่งตัว ชายหนุ่มเปิดตู้เสื้อผ้า แล้วชี้ปลายนิ้วไปยังอาภรณ์ของทานตะวันที่แขวนเรียบร้อยอยู่

 

                   “คุณโตแล้วนะทานตะวัน คุณควรมีเสื้อผ้าที่ไม่ใช่เสื้อยืดกับกางเกงยีนไว้ใช้

 

                   “มันไม่เหมาะเหรอคะ

 

                   “ก็ไม่เชิง

 

                   “ตะวันไม่เข้าใจค่ะ

 

                   นิคไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม ชายหนุ่มเดินนำหน้าเธอออกมาจากห้องแต่งตัว ทานตะวันก็เดินตามต้อยๆ จนชายหนุ่มต้องหยุดเดินแล้วหมุนตัวหันมามองสตรีสาวร่างเล็กหน้าใสข้างหลัง

 

                   “ทานตะวัน

 

                   “คุณนิคมีอะไรจะใช้ตะวันเหรอคะ

 

                   หญิงสาวยิ้มหวานรับ รีบเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม นิคถอนหายใจก่อนจะยื่นมือมาจับมือเธอไว้ ทานตะวันตกตะลึง เมื่อได้สติก็ขยับตัวถอยหลัง แต่ก็ถูกสามีจับตรึงให้ยืนอยู่ข้างกายเขาแบบนั้นตามเดิม

 

                   “คุณเป็นภรรยาของผมไม่ใช่คนรับใช้ ไม่ต้องเดินตามหลังผมแบบนั้น เข้าใจไหม

 

                   “ตะตะวันเข้าใจแล้วค่ะ

 

                   “แล้วก็ไม่จำเป็นต้องกลัวผมจนตัวสั่น เวลาที่ผมเข้าใกล้ด้วย ผมไม่ใช่ยักษ์ใช่มาร ถ้าคุณไม่สบายใจ ผมรับประกันได้ว่าผมไม่เคยทำร้ายร่างกายผู้หญิง

 

                   “ตะวันไม่ได้กลัวคุณนิคนะคะ

 

                   “ไม่ได้กลัวแล้วเป็นอะไร

 

                   “ตะวันก็แค่เขิน เขินมากด้วย

 

                   หญิงสาวก้มหน้างุด อ้อมแอ้มตอบเขาออกไป เธอไม่ต้องการให้นิคเข้าใจผิด ทานตะวันไม่รู้สึกหวาดกลัวเขา แต่เธอก็ไม่ทราบว่าจะใกล้ชิดชายหนุ่มแบบไหน ถึงจะไม่ทำให้เขารำคาญใจ

 

                   “ตะวัน ตะวันก็เลย ตะวันตะวัน…”

 

                   “ตะวันทำไม?

 

                   นิ้วแข็งแรงจับเรียวคางเธอดันใบหน้าน่ารักให้เงยขึ้น ทานตะวันกระพริบตาปริบๆ มองเขา เธอพยายามหลบสายตา แต่นิคก็ปิดกั้นทางหนีของเธอทุกทาง เขาปักหลักยืนอยู่ตรงนั้น ใช้ดวงตาคมกริบเยือกเย็นจับจ้องมองภรรยาตัวน้อยเขม็ง

 

                   “ตอบมาสิว่าตะวันทำไม

 

                   “ตะวันก็เลยทำตัวไม่ถูกค่ะ

 

                   “ผมรู้ว่ามันยาก แต่คุณต้องทำตัวให้คุ้นเคยกับผม มันคือเรื่องที่คุณต้องทำ

 

                   นิ้วหัวแม่มือของชายหนุ่มลูบไล้กลีบปากนุ่มละมุน ดวงตาของเขาหรุบลงมองบริเวณที่นิ้วแข็งแรงคลึงเคล้าแผ่วเบา ทานตะวันเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว ร่างกายของเธอมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสายตาของนิคอย่างเย้ายวน ลำคอของเธอแห้งผาก และเรียวปากก็ขาดความชุ่มชื้นกะทันหัน ทานตะวันขยับแยกมันออกจากกันเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด โดยไม่รู้ตัวว่ามันคือกิริยาเว้าวอนทางอ้อม ราวกับต้องการให้เขาจุมพิตเติมความชุ่มฉ่ำให้กับเรียวปากอิ่มนุ่ม

 

                   “ตะวันขอโทษค่ะ

 

                   “ขอโทษทำไม

 

                   “ตะวันทำให้คุณนิคโกรธ

 

                   ดวงตากลมโตของเธอมองประสานเข้าไปในดวงตาของสามี นิคเป็นผู้ชายที่มีอิทธิพลต่อเธออย่างยิ่งยวด ในตอนนี้เขาไม่ใช่แค่คนที่เธอแอบรัก ทว่าชายหนุ่มเป็นสามี เป็นครอบครัว เป็นหลักพึงพิงของเธอ ทานตะวันกลัวเหลือเกินว่าเธอจะโง่เขลา เสียจนเผลอทำให้ชายหนุ่มต้องขุ่นเคือง

 

                   “ผมไม่ได้โกรธคุณ

 

                   “คุณนิคอย่าโกหกตะวันนะคะ โล่งอกไปที

 

                   หญิงสาวส่งยิ้มสดใสให้เขาเมื่อได้ยินคำตอบ ไม่ใช่แค่รอยยิ้ม แต่ดวงตาของเธอก็พลันทอประกายวิบวับ ความสุขของทานตะวันขึ้นอยู่กับความรู้สึกของเขาอย่างนั้นเหรอ? ผู้หญิงแบบนี้น่ะเหรอที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายตรงข้ามกับอัลดิน เหตุผลสำคัญที่นิคแต่งงานกับเธอก็เพื่อสืบความลับให้กับเจ้านายหนุ่ม เธอเป็นเจ้าสาวที่เขาเลือกมาเพราะความจำเป็น แต่เธอกลับแสดงออกถึงความไว้วางใจในตัวเขา และดวงตาคู่นั้นก็มองเขาอย่างรักใคร่และเทิดทูนชัดเจนมากเหลือเกิน

 

                   “ออกไปข้างนอกกันเถอะ กลับมาค่อยเดินดูรอบเพนต์เฮาส์ก็ได้

 

                   ทานตะวันไม่ถามด้วยซ้ำว่าเขาจะพาเธอไปไหน ชายหนุ่มเอ่ยปากชวน หญิงสาวก็พยักหน้าตอบรับในทันที

 

                   “ไม่ถามเหรอว่าผมจะพาไปไหน

 

                   “คุณนิคพาไปไหน ตะวันก็ไปค่ะ

 

                   นิคโอบแขนไปรอบเอวของภรรยา เพื่อดันตัวเธอให้เดินนำหน้าเขาออกไปจากห้องนอน ทานตะวันขนลุกทำตัวไม่ถูกกับความสนิทสนมนั้น แต่เธอก็ต้องพยายามระงับความตื่นเต้น เขาเป็นสามีของเธอ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้น เธอก็เคยวาดฝัน เฝ้าเพ้อเจ้ออยู่คนเดียวบ่อยครั้งไม่ใช่เหรอ

 

                   “เอ่อ...ที่นี่มีพวกอุปกรณ์ทำความสะอาดอะไรบ้างคะ

 

                   “ก็มีครบนั้นล่ะ แต่คุณไม่ต้องลงมือทำเอง ผมมีแม่บ้านมาทำความสะอาดทุกวัน แต่ถ้าคุณว่างหรือเบื่อก็แค่คอยดูแลว่าแม่บ้านทำงานเรียบร้อยดีหรือเปล่า

 

                   “ตะวันไม่ต้องทำงานบ้านเหรอคะ แบบนั้นจะดีเหรอคะ

 

                   “ไม่ต้อง แม่บ้านทำความสะอาดมี ส่วนเสื้อผ้าที่ใช้แล้วก็แค่แยกใส่ตะกร้าไว้ แม่บ้านจะเอาลงไปส่งที่ร้านซักรีดด้านล่าง แล้วพนักงานในร้านก็จะเอาขึ้นมาส่ง ส่วนอาหาร คุณก็สั่งจากร้านข้างล่างได้ มีร้านอาหารให้เลือกหลายร้าน หรือไม่ก็ออกไปกินข้างนอก

 

                   ชีวิตการเป็นภรรยาของนิค ฟังดูช่างสะดวกสบาย แต่ทานตะวันกลับรู้สึกหงอยเหงาชอบกล หากเป็นแบบนี้เธอก็ไม่มีโอกาสดูแลเขาน่ะสิ

 

                   “แล้วตะวันจะดูแลคุณนิคได้ยังไงล่ะคะ

 

                   “มีเรื่องอื่นให้คุณทำอยู่บ้าง

 

                   นิคไม่คาดคิดว่าจะได้รับคำถามแบบนี้จากเธอ ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกมา ทานตะวันยิ้มอย่างพึงพอใจ อย่างน้อยก็มีเรื่องที่เธอสามารถทำได้ในฐานะภรรยาของนิค เธออยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขา และคอยดูแลเขาอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่พึ่งแต่บริการจากลูกจ้างเพียงอย่างเดียว

*************************************

ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ

                  

 

                  

 

                                      

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น