Kear Only ผู้ชายคนนี้ดุมาก(ๆ) ตีพิมพ์กับ สนพ.B2S

ตอนที่ 4 : Kear Only ผู้ชายคนนี้ดุมาก(ๆ) ...3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49,848
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,104 ครั้ง
    11 ต.ค. 62

ไม่กี่วินาทีถัดจากนั้น เสียงดนตรีก็ดับลงพร้อมกับการแตกกระจายของฝูงชนที่วิ่งออกจากผับด้านในไปยังส่วนด้านนอกบ้าง ฉันขยับไปอีกฝั่งเพื่อยืนดูเหตุการณ์อย่างไม่นึกกลัว


ตุบ ตับ ตุบ ตุบ


เสียงเนื้อกระทบเนื้อที่มาพร้อมกับภาพของผู้ชายสองคนกำลังมีเรื่องกันกลางผับทำให้ฉันเผลอขยับตัวเข้าชิดมุมหนึ่งของผับโดยสัญชาตญาณเอาตัวรอด ร้องกรีดร้องของผู้หญิงที่อยู่รอบๆ ทำให้เหตุการณ์ตรงหน้าดูหวาดกลัวเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม


“พอแล้วแบงค์ พี่เต หยุดสิ หยุด”


เสียงร้องห้ามของผู้หญิงทำให้ฉันหันไปมองเจ้าของเสียงทันที แล้วเจ้พราวที่ฉันตามหาอยู่ก็ยืนอยู่ตรงนั้น เธอกำลังร้องกรี๊ดสลับกับร้องห้ามผู้ชายสองคนนั้นที่เหมือนจะเป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายและน่ากลัวในตอนนี้


ฉันไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ตัวเองวิ่งอ้อมไปหาเจ้พราว จากนั้นก็ดึงแขนเจ้พราวลากห่างออกมาด้วยความเป็นห่วง เจ้พราวที่กำลังห้ามผู้ชายสองคนนั้นอยู่หันมาสะบัดฉันออกด้วยแรงที่ไม่สามารถเรียกว่าเบาได้ จากนั้นก็กลับเข้าไปร้องห้ามผู้ชายสองคนนั้นต่อ ฉันไม่ยอมเเพ้ขยับตามเจ้พราวเข้าไปดึงเธอกลับมา


“เอ๊ะ... ปีเองหรอ ไปอยู่ห่างๆ เดียวโดนลูกหลง” พูดจบเธอก็ผลักฉันออก โดยไม่คำนึงว่าตัวเองอาจจะโดนลูกหลงได้เช่นกัน


พลั๊วะ เคร้ง


“กรี๊ด”


ทันทีที่เก้าอี้ไม้ตัวนั้นฟาดลงไปบนหลังของผู้ชายคนหนึ่งด้วยฝีมือของผู้ชายอีกคนหนึ่ง เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจและหวาดกลัวก็ยิ่งดังขึ้น จากนั้นผู้ชายกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แล้วเข้าล็อคผู้ชายสองคนนั้นแยกออกจากกัน  

“ไอ้เหี้ย ปล่อยกูสิวะ”


ผู้ชายคนที่เป็นคนฟาดเก้าอี้สะบัดหลุดออกจากคนที่ล็อคเขาไว้ จากนั้นก็ถลาเข้าไปหาผู้ชายคนนั้นอีกครั้งราวกับไม่มีสติ แล้วก็ออกหมัดราวกับคนเสียสติ


ผวะ


แต่คราวนี้คนที่โดนหมัดของเขากลับไม่ใช่เป้าหมายคนเดิม แต่เป็นอีกคนหนึ่งที่เดินเข้ามายืนบังไว้ พอหมัดนั้นเสยหน้าของคนคนนั้นจนหันไปอีกทางแล้ว ห้องทั้งห้องที่เต็มไปด้วยนักเที่ยวราตรีก็เงียบกริบ


ใบหน้าคมของคนที่โดนลูกหลงค่อยๆ หันกลับมา จากนั้นเขาก็ลูบแก้มตนเองเบาๆ แล้วเสยผมที่ปรกหน้าด้านบนออก ใบหน้าคมเข้มผิวเนียนใสของเขาพลันปรากฏขึ้นมาพร้อมกับสายตาคมดุที่กำลังจ้องไปยังคนคนนั้น


“บ้าเลือดดีชิบ” เขาพึมพำกับตัวเอง แต่กลับดังทำลายความเงียบในตอนนี้


พะ พี่เคียร์


ฉันอุทานขึ้นมาในใจพร้อมกับใครหลายๆ คนในนี้ที่รู้จักเขา จากนั้นฉันก็หันไปมองเจ้พราวช้าๆ แล้วขยับเข้าไปหาเจ้ โดยมีเป้าหมายพาเจ้พราวออกไปจากที่นี่


หมับ ผวะ ผวะ ผวะ


เสียงหมัดของพี่เคียร์ปะทะกับใบหน้าหล่อของผู้ชายคนนั้นดังขึ้นต่อเนื่องในจังหวะที่ฉันก้าวเท้าไปหาเจ้พราวยังไม่ถึงสองก้าว จากนั้นผู้ชายคนนั้นก็ล้มลงไปกองบนพื้น แล้วสะดุ้งงอตัวเป็นกุ้งเมื่อโดนเท้าของพี่เคียร์กระทืบเข้ากลางลำตัวเป็นครั้งสุดท้าย สภาพเช่นนั้นฉันคิดว่าคงไม่ต้องคำนวณแล้วว่าน้ำหนักหมัดของพี่เคียร์น่าจะประมาณไหน


“เคียร์ เคียร์ พอ.. พอแล้ว” เจ้พราวส่งเสียงร้องห้ามด้วยความขลาดกลัว ในขณะที่ตนเองกำลังรั้งผู้ชายที่เป็นหนึ่งในคู่กรณีก่อนหน้านี้เอาไว้แน่น


ตัวฉันสั่นจนขนลุก สมองขาวโพลนอย่างช่วยไม่ได้ แทบไม่กล้าคิดว่าลูกทีบกลางท้องของพี่เคียร์ มันแรงและสร้างความเจ็บปวดได้มากแค่ไหน ยิ่งเมื่อเห็นสภาพเลือดอาบหน้าของผู้ชายคนนั้นที่เงยกลับขึ้นมา ฉันก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวพี่เคียร์เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม


เมื่อก่อนได้ยินแต่ข่าวลือ มันก็ว่าน่ากลัวแล้ว วันนี้ได้มาเห้นกับตาตัวเอง ฉันยิ่งรู้สึกสยองเข้าไปใหญ่ เขาทำให้ฉันหวาดกลัวจนขนลุกตัวสั่นไปหมดแล้ว


“ลากมันไปส่งสน. แล้วจัดการให้เงียบ”


พี่เคียร์หันไปสั่งคนของเขาที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยน้ำเสียงไม่ดังมากนัก แต่เพราะฉันยืนอยู่ด้านหลังห่างจากเขาไม่ไกลมากนัก ฉันเลยได้ยินที่เขาพูดกับลูกน้องชัดเจน พอเขาพูดจบขนอ่อนของฉันก็พร้อมใจกันลุกพรึบอีกรอบ  


ผู้ชายคนนี้น่ากลัวจริงๆ แค่น้ำเสียงธรรมดาของเขาก็สามารถขู่ให้ฉันใจฟ่อได้แล้ว นี่เขายังคิดจะติดสินบนเจ้าหน้าที่อีกด้วยหรอ


“ส่วนมึง ให้เมียพาไปหาหมอไป อย่ามาตายร้านกู”


พี่เคียร์หันไปอีกทางแล้วเอ่ยปากพูดกับผู้ชายคนนั้นที่เป็นเพื่อนเขา เมื่อสังเกตดีๆ ฉันก็นึกออกขึ้นมาได้ว่าผู้ชายคนนี้ดูเหมือนจะชื่อแบงค์ หนึ่งในกลุ่มเพื่อนสนิทของพี่เคียร์


เลือดย้อมอาบไปทั่วแผ่นหลังของพี่แบงค์ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้สึกมากนัก เขายังเบะปากใส่เพื่อนทีหนึ่งได้อย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็สะบัดแขนออกจากการ์ดที่จับแขนเขาไว้ออก แล้วหันไปหาเจ้พราว


“ไม่ได้ยินหรอ พาไปโรงบาลดิ จะตายละเนี่ย”


แล้วพี่แบงค์ก็พูดแบบนี้ด้วยสีหน้าท่าทางกวนๆ ใส่เจ้พราวที่ตอนนี้กำลังมองเขาเขม็งและตาแดงก่ำ


“ตายได้ซะก็ดี พูดไม่รู้จักฟัง” เจ้พราวพูดจบก็เข้าไปพยุงร่างสูงของพี่แบงค์เอาไว้


“ฮึ ปากดีตลอด”


เจ้พราวตวาดสายตามองพี่แบงค์ด้วยความโมโห ส่วนพี่แบงค์ก็ยิ้มออกมาอย่างไม่ทุกข์ร้อนจนฉันไม่แน่ใจนักว่าเมื่อครู่เขาโดนเก้าอี้ฟาดมาจริงหรือเปล่า


ฉันรู้แต่ว่าระหว่างพวกเขาสองคนไม่น่าจะใช่เพื่อนกันแน่ๆ ยิ่งเมื่อกี้พี่เคียร์เพิ่งพูดประมาณว่า เจ้พราว เป็น.. เมียอะไรทำนองนั้นของพี่แบงค์ด้วยแล้ว


“จะ.. เจ้”


เมื่อเห็นว่าเจ้พราวกำลังจะพาพี่แบงค์ออกไปแล้ว ฉันก็รีบเดินเข้าไปหาเธอ เจ้พราวเหมือนเพิ่งจะจำได้ว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้ก็มองฉันด้วยสายตากระอักกระอ่วน เธอคงรู้สึกไม่ดีนักที่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นและฉันก็เห็นเข้าพอดี ปกติถึงเราจะสนิทกันแต่ฉันก็ไม่เคยรู้เรื่องทำนองนี้ของเจ้มาก่อน


พี่แบงค์หันมามองฉันด้วยความสงสัยจากนั้นก็หันไปมองเจ้พราวด้วยคำถาม แต่เจ้พราวไม่ได้สนใจเขา


“ให้ปีไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนไหมเจ้” ฉันถามเจ้เมื่อคิดว่าตอนนี้เจ้พราวคงไม่ให้ฉันไปส่งที่บ้านแล้ว


“ไม่เป็นไร เจ้ไปเอง ขอบใจมากนะที่มารับ” เจ้พราวตอบ ฉันมองเจ้พราวสลับกับพี่แบงค์แล้วพยักหน้าแกนๆ ไม่คิดจะขัดอะไรเธอ ตอนนี้เจ้พราวคงอยากจะพาคนข้างๆ ไปโรงพยาบาลมากกว่าคุยกับฉัน


“น้องหรอ”


พี่แบงค์ถามเจ้พราวขึ้นมาราวกับไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และตัวเองไม่ได้เจ็บตรงไหน เจ้พราวเหลือบตามองพี่แบงค์แล้วพยักหน้า แต่ก็ไม่ได้แนะนำอะไร


“ใส่ชุดนี้มาเที่ยวเนี่ยนะ”


พี่แบงค์จุดประเด็นที่ไม่ควรจะพูดถึงในตอนนี้ขึ้นมา เขามองฉันจากหัวจรดเท้าแล้วหัวเราะ ฉันกระชับรอเสื้อคลุมแล้วรู้สึกหน้าชานิดๆ สภาพตัวเองที่อยู่ในตัวเสื้อคลุมตัวยาวแขนยาวดูเหมือนจะไม่เข้ากับสถานที่อยู่จริงๆ ในสถานที่แบบนี้มีใครเขาแต่งตัวมิดชิดแบบฉันซะที่ไหน


“สงสัยจะอยากโดนอีกสักทีสองที ไม่เข็ดใช่ไหม”


เจ้พราวถามพี่แบงค์ด้วยความไม่สบอารมณ์ พี่แบงค์หันไปยิ้มอ้อนเจ้พร้อมกับทำตาปริบๆ สีหน้าแบบนั้นฉันคิดว่าเขาน่าจะโดนอีกสองสามทีจริงๆ


“ยังไม่ไปอีกหรอ”


พี่เคียร์เดินเข้ามาในจังหวะนี้ พร้อมกับถามเจ้พราวกับพี่แบงค์ ใจฉันอดเต้นด้วยความกลัวพี่เคียร์ไม่ได้


“เล็กน้อยน่า” พี่แบงค์หันไปตอบเพื่อนอย่างไม่ใส่ใจ เจ้พราวจึงเบะปากใส่เขาทีหนึ่งด้วยความมั่นไส้ จากนั้นหันไปพูดกับพี่เคียร์


“ฝากไปส่งน้องหน่อยสิ”  

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.104K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,803 ความคิดเห็น

  1. #2799 noounam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 23:50

    อิเจ๊นั้นน้องแกนะ ทำไรหันไปปรึกษาน้องก๊อนว๊อย

    #2,799
    0
  2. #2332 kpumja (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 18:29
    บรรยายว่านางเอกกลัวจังพี่เคลียร์นี่ กลัวแบบเจอหน้าก็กลัวแล้ว
    #2,332
    0
  3. #1715 woralakpamuta (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 11:24
    ตายยยยยยยยยยยยยย
    #1,715
    0
  4. #1636 เทพเจ้าแห่งรอยยิ้ม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 00:14
    เจ้้้้้้้้้ ปรึกษากันก๊อนนนน
    #1,636
    0
  5. #1391 หวานน้ำตาล (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 21:19
    ปีคงอยากจะพูด หนูกลับเองได้เจ้ อย่าฝากพี่เค้าาา ไม่อ๊าววว
    #1,391
    0
  6. #1268 planplan47 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 13:16
    ฝากลูกกวางไว้กับเสือ จะรอดไหมเนี่ยย..
    #1,268
    0
  7. #1267 Duesadee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 11:47
    ตายๆ ให้ไปส่งน้อง จะถึงบ้านมั้ยเนี้ย ยิ่งโหดๆอยู่
    #1,267
    0
  8. #324 thidanaja (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 00:11
    เอ็นดูน้องงงงงง
    #324
    0
  9. #299 xวาuxวาu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 18:35
    โดนยึดไปแล้ว
    #299
    0
  10. #97 Tch*melleen- (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 11:01
    ไม่เป็นน้องได้ไหมมมม
    #97
    0
  11. #6 Kanijang_1630 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 18:19
    รถน้อง
    #6
    0
  12. #5 เจ้าหญิงมินอี (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 17:28

    มีความอยากไปส่งน้องป่าว​
    #5
    0
  13. #4 Charlinda88 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 16:46
    น้องยังอ๊องอยู่ พี่จะรีบไปไหนนน
    #4
    0
  14. #3 viskik (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 16:24
    อยากให้ ebook ออกเร็วๆซะแล้วค่ะ
    #3
    0